24 พฤศจิกายน 2563
16 K

“เราทุกคนต่างใฝ่ฝันถึงสวนกุหลาบในแดนมหัศจรรย์เหนือเส้นขอบฟ้า แทนที่จะชื่นชมกับดอกกุหลาบ

ที่บานอยู่นอกหน้าต่างในวันนี้”

เดล คาร์เนกี (Dale Carnegie)

ชีวิตที่ผ่านมา ผมชื่นชอบดอกกุหลาบมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น

ชอบกลิ่นหอมกุหลาบ ชอบสีสัน และกลีบกุหลาบทับซ้อนอันบอบบาง

ปีที่ผ่านมาเคยไปเยือนประเทศอิหร่าน เที่ยวชมสวนเปอร์เซียสวนฟิน (Bagh-e Fin) ในเมืองคาซาน (Kashan) เมืองเล็กๆ กลางทะเลทรายอันร้อนระอุ กลางแดดเปรี้ยงๆ

พอเราเดินผ่านกำแพงอันล้อมรอบสวนฟินแห่งนี้ เสียงน้ำพุ ความร่มรื่นของหมู่แมกไม้ อุณหภูมิลดลงปรากฏตรงหน้า

สวนฟินน่าจะเป็นสวนเปอร์เซียเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ยังคงความสมบูรณ์

สองข้างทางปลูกต้นไม้ดอกไม้หลากชนิด โดยมีดอกกุหลาบเด่นเป็นพิเศษ คนอิหร่านนิยมปลูกกุหลาบมาก มีชากุหลาบ น้ำหอมระเหยกุหลาบ วางขายไปทั่ว จนถือเป็นดินแดนแห่งกุหลาบ

แม้กระทั่งชื่อ กุหลาบ ในภาษาไทย ก็นำมาจากคำว่า กุล้อบ ของภาษาเปอร์เซีย แปลว่า น้ำดอกไม้

พอเวลาล่วงไปไม่นาน ผมไม่คาดคิดว่า ชีวิตจะมีดอกกุหลาบเป็นแรงบันดาลใจ

ต้นหูเสือ ความลับในแปลงกุหลาบที่บานสะพรั่งของคนที่ชีวิตนี้ไม่เคยปลูกกุหลาบ, วิธีปลูกกุหลาบ

หลายปีก่อน ผมและภรรยามีโอกาสมาหาซื้อที่ดินแถวอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ สภาพพื้นที่เป็นที่นาผ่านการทำนามาหลายสิบปี จนสภาพผืนดินเป็นที่ลุ่มมาก มีน้ำขังเฉอะแฉะเกือบทั้งปี จนเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำมากกว่า แม้กระทั่งชาวนาแถวนั้นก็เลิกใช้ที่ดินผืนนี้ทำนาแล้ว เพราะพื้นที่ลุ่มเกินไป

ปีที่ผ่านมา เราจึงมีความคิดว่าก่อนคิดจะปลูกอะไร อย่างแรกต้องทำการยกแปลงเสียก่อน คือจ้างรถแทรกเตอร์มาขุดคูเอาดินขึ้นมาถมที่ดินให้สูงขึ้น และยังนึกว่าจะปลูกต้นอะไรดี ที่ต้องการแดดแรงๆ น้ำท่าก็อุดม เพราะอยู่ห่างจากเหมืองฝายของหมู่บ้านนิดเดียว นึกอยู่นาน ก็ยังนึกไม่ออก

จนมาวันหนึ่ง เพื่อนบ้านคนหนึ่งแนะนำว่า ลองปลูกกุหลาบไหม เพราะที่ดินตรงนี้แดดแรง น้ำดีเหมาะกับกุหลาบ ที่ต้องการแดดอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง บนความสูง 800 เมตรขึ้นไป และดอกกุหลาบกำลังเป็นที่นิยมของตลาด โดยเฉพาะนำไปผลิตชากุหลาบ

“ปลูกกุหลาบเหรอ ยากไปไหม” เราแอบคิดในใจ

ต้นหูเสือ ความลับในแปลงกุหลาบที่บานสะพรั่งของคนที่ชีวิตนี้ไม่เคยปลูกกุหลาบ, วิธีปลูกกุหลาบ

ในชีวิตไม่เคยปลูกดอกกุหลาบ เห็นเพื่อนปลูกกันหลายคน ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยรอด ขนาดใส่ปุ๋ยเคมี ฉีดยาฆ่าแมลง ต้นยังดูผอมแห้ง แคระแกร็น แล้วเราจะปลูกกุหลาบแบบปลอดสารทุกชนิด จะรอดไหม

แต่ครั้งนี้จะทดลองดู โดยเริ่มแรก เราต้องก่ออิฐถือปูนทำเป็นกระบะแถวยาว และลงทุนไปซื้อดินดำคุณภาพดีถมลงในกระบะ ยกพื้นดินให้สูงขึ้น ป้องกันน้ำท่วมขัง

เราติดต่อซื้อต้นกล้ากุหลาบจากเพื่อนชาวสวนคนหนึ่งที่ปลูกกล้ากุหลาบขายแบบออร์แกนิก โดยเลือกพันธุ์ที่ส่งกลิ่นหอมมาก นั่นคือกุหลาบพันธุ์มอญและพันธุ์บิชอป

ต้นหูเสือ ความลับในแปลงกุหลาบที่บานสะพรั่งของคนที่ชีวิตนี้ไม่เคยปลูกกุหลาบ, วิธีปลูกกุหลาบ
ต้นหูเสือ ความลับในแปลงกุหลาบที่บานสะพรั่งของคนที่ชีวิตนี้ไม่เคยปลูกกุหลาบ, วิธีปลูกกุหลาบ

เมื่อได้ต้นกล้าหลายร้อยต้นแล้ว ก็จัดการปลูกลงบนกระบะ ติดตั้งสปริงเกอร์รดน้ำ น้ำที่เรานำมารดเป็นน้ำจากลำเหมืองฝายสาธารณะริมท้องนาข้างนอก เมื่อน้ำผ่านเข้ามาบ้านเราก็จะไหลไปสู่บ่อพัก เพื่อให้น้ำตกตะกอนและผ่านลำน้ำเล็กๆ มีพืชน้ำตามรายทาง ไหลลงมาพักในบึงน้ำหลายบึง เพื่อเป็นการบำบัดน้ำตามธรรมชาติ ก่อนจะนำน้ำมารดดอกกุหลาบ

ที่สำคัญ เราปลูกต้นใบหูเสือสลับไปกับกุหลาบ เป็นต้นไม้กลิ่นใบหอมฉุนมาก ชาวบ้านนิยมกินกับลาบ เราปลูกเพื่อป้องกันแมลง เนื่องจากใบมีกลิ่นฉุนจึงไล่แมลงไปโดยธรรมชาติ

พูดถึงใบหูเสือ หากเก็บใบสดๆ มาชงเป็นชาดื่ม จะช่วยแก้อาการเจ็บคอได้ผลดีมากจริงๆ

ปลูกกุหลาบไปได้ประมาณสองสามเดือน กุหลาบก็เริ่มออกดอก บรรดาแมลงศัตรูพืชคงทนกลิ่นใบหูเสือไม่ไหว เลยไม่ค่อยปรากฏให้เห็น นอกจากเพลี้ยบางชนิด เห็นแมงมุมหลายตัว สัตว์ผู้ล่าตัวน้อยชักใยเป็นวงรอบระหว่างกิ่งใบ คอยดักกินเพลี้ยและแมลงที่บินมาหลงติดใยอันแสนบอบบางแต่เหนียวที่สุดด้วยความเอร็ดอร่อย

ต้นหูเสือ ความลับในแปลงกุหลาบที่บานสะพรั่งของคนที่ชีวิตนี้ไม่เคยปลูกกุหลาบ, วิธีปลูกกุหลาบ

ฉากความสมดุลในธรรมชาติปรากฏให้เห็นในแปลงเล็กๆ

วันแรกที่กุหลาบออกดอก เราดีใจมาก แต่พอเอื้อมมือไปหยิบดอกกุหลาบดอกเล็กๆ ไม่ทันระวัง หนามของเขาทิ่มนิ้วเราได้เลือดซิบๆ ทันที จนนึกถึงคำพูดโบราณที่ว่า

“There’s no rose without a thorn.”

“ไม่มีกุหลาบใดที่ไร้หนาม”

กุหลาบใช่มีเพียงความหอมหวานนุ่มนวลละมุนละไม สิ่งที่อยู่คู่กุหลาบงามคือเรียวหนาม จนมีคนไปตีความว่า

“สิ่งที่อยู่คู่ความรักอันงดงามคือความปวดร้าว”

พอกุหลาบออกดอก เราดีใจเก็บดอกกุหลาบแรกแย้มกันใหญ่ แต่ผู้รู้แนะนำว่า ต้นกุหลาบอายุช่วงแรกๆ อย่าเพิ่งให้เขาออกดอกจนบานสะพรั่ง พอสังเกตว่าจะเริ่มออกดอกแล้ว รีบตัดทิ้งทันที กุหลาบจะแตกกิ่งก้าน แตกดอกขึ้นอีกหลายช่อ

กล่าวคือ ในช่วงแรกๆ แทนที่จะให้ออกดอกบาน ซึ่งต้องใช้พลังงานจากปุ๋ยแร่ธาตุมากมาย สู้ใจเย็นๆ ตัดดอกเล็กๆ ออกไปก่อน เอาแร่ธาตุไปเติมพลังให้แตกกิ่งก้านออกมาเยอะๆ ก่อน จะได้ดอกจำนวนมากกว่า

ต้นหูเสือ ความลับในแปลงกุหลาบที่บานสะพรั่งของคนที่ชีวิตนี้ไม่เคยปลูกกุหลาบ, วิธีปลูกกุหลาบ

ไม่กี่อาทิตย์ เมื่อเราหมั่นเด็ดดอกทิ้ง ปรากฏว่ากุหลาบแผ่กิ่งก้านและดอกขึ้นอย่างรวดเร็ว จนบัดนี้ดอกกุหลาบบานสะพรั่งทั้งเหลือง แดง ชมพู ไปเต็มแปลง

ทุกเช้าตรู่ ในความเงียบสงบ การออกมาเดินเก็บดอกกุหลาบทั้งแรกแย้มและบานสะพรั่ง สูดดมความหอมเต็มท้องทุ่ง ชวนให้หลงใหลจนละทิ้งโลกไว้เบื้องหลัง

หลุดเข้าไปในโลกแห่งสีสัน หลงเสน่ห์กลิ่นรัญจวน รับรู้ถึงพลังลึกลับแห่งธรรมชาติ ที่สามารถเยียวยาชีวิตจริงอันแสนบอบบางกว่ากลีบกุหลาบได้อย่างอัศจรรย์

เรารู้สึกสดชื่นอยู่ตรงนั้นนานหลายชั่วโมง ขณะที่ในชีวิตจริงเวลาผ่านไปไม่กี่นาที

ความบอบบางของกลีบกุหลาบ ทำให้ความเข้มแข็งกลับคืนมาอีกครั้ง

ต้นหูเสือ ความลับในแปลงกุหลาบที่บานสะพรั่งของคนที่ชีวิตนี้ไม่เคยปลูกกุหลาบ, วิธีปลูกกุหลาบ

Writer & Photographer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

Small is Beautiful

เรื่องราวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมแต่ทว่าสวยงามและมีพลังโดย ‘วันชัย ตัน’

“Colors are the smiles of Nature” Leigh Hunt

ผู้หลงใหลโลกศิลปะทราบดีว่า เรานำสีจากธรรมชาติหลายอย่างมาทดแทนสีจากเคมีได้ อาทิ สีน้ำตาล สีเทา สีน้ำตาลเข้ม สกัดมาจากดินชนิดต่าง ๆ ที่มีสีไม่เหมือนกัน สีจากธรรมชาติส่วนใหญ่ได้มาจากสีของดอกไม้ ผลไม้ ใบไม้ เปลือกไม้นานาชนิด อาทิ ดอกคำฝอย ขมิ้นชัน ให้สีเหลือง สีส้ม สีแดงอมส้ม ดอกอัญชันให้สีน้ำเงิน ดอกกระเจี๊ยบให้สีแดง เมล็ดคำแสดให้สีแสดหรือสีส้มอมแดง เปลือกเพกาให้ได้ทั้งโทนสีเขียว-เหลือง ฝักของต้นราชพฤกษ์หรือคูน ให้สีส้มอ่อนอมเทา

แต่ใครจะคิดว่า ฟางข้าวที่แทบจะไม่มีประโยชน์ ก็นำมาทำสีจากธรรมชาติได้เช่นกัน

สองสามีภรรยา ก่อคเณศ รุ้งสันเทียะ และ พสธร เดชศิริอุดม แห่งศูนย์การเรียนรู้อ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม จังหวัดอุดรธานี ได้ริเริ่มการทดลองใช้วัตถุดิบในธรรมชาติเพื่อทดลองทำสีย้อมจากธรรมชาติ มานานนับสิบปี ตั้งแต่ดิน เปลือกไม้ ใบไม้ ผลไม้ ฯลฯ นำมาย้อมสีผ้า และนำไปเผยแพร่ให้กับชุมชนทอผ้าทั่วประเทศ จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในเรื่องสีย้อมจากธรรมชาติ

อ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม นำฟางข้าวมาทำสีธรรมชาติหลายสิบสี ใช้วาดรูป ผสมอาหาร และทาบ้านได้

ก่อคเณศจบการศึกษาด้านจิตรกรรม ประติมากรรม จากเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา เป็นศิลปิน นักวาดภาพ นักเขียน ช่างภาพอิสระ เคยทำงานเป็นนักวิจัยชุมชนที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ก่อนจะมาก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้อ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม ร่วมกับภรรยา คุณพสธร หรือ หยก อดีตครูโรงเรียนรุ่งอรุณ ผู้ผันตัวเองมาพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบในชุมชนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการสอนการแปรรูปวัตถุดิบจากธรรมชาติในการผลิตสีต่าง ๆ

ล่าสุด ทั้งสองคนได้ค้นพบนวัตกรรมสีจากฟางข้าว ทดลองทำจนประสบความสำเร็จ เกิดเฉดสีใหม่ ๆ จากฟางข้าวหลายสายพันธุ์ และอายุของฟางข้าวมากมายหลายสิบสี ตั้งแต่เขียว ชมพู ม่วง คราม น้ำตาล เหลือง น้ำเงิน ดำ ฯลฯ นำมาทำสีย้อมผ้า สีวาดรูปทั้งแบบสีน้ำหรือสีอะคริริก สีผสมอาหาร สีทาบ้าน ฯลฯ

อ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม นำฟางข้าวมาทำสีธรรมชาติหลายสิบสี ใช้วาดรูป ผสมอาหาร และทาบ้านได้
สีธรรมชาติหลายสิบสีจากฟางข้าว ทั้งเขียว ชมพู คราม เหลือง น้ำเงิน ใช้ย้อมผ้าและทาบ้านได้ โดยอ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม จ.อุดรธานี

ถือเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจมาก ในยุคที่นำเอาผลผลิตจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์สูงสุด

ก่อคเณศวัย 44 เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า “ปัญหาของโลกปัจจุบันคือ การจัดการวัตถุดิบภาคการเกษตรที่เหลือ มีการนำไปใช้ประโยชน์น้อยมาก และกลุ่มผู้ทำงานสิ่งทอ ซึ่งส่วนใหญ่คือเกษตรกรในชุมชนต่าง ๆ ยังนิยมใช้สีเคมีและสีสังเคราะห์ย้อมผ้า และทิ้งน้ำย้อมลงสู่แม่น้ำลำคลองในชุมชน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก เราจึงเล็งเห็นคุณค่าและประโยชน์จากวัตถุดิบในการเกษตรและในธรรรมชาติ เข้ามามีส่วนช่วยขับเคลื่อนเรื่องสีจากธรรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป จึงเล็งเห็นว่านวัตกรรมนี้จะเป็นแนวทางงานสร้างสรรค์กับชุมชน“

ที่ผ่านมาสองสามีภรรยาพยายามคิดค้น ดัดแปลงวัตถุดิบเหลือใช้จากธรรมชาติกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

คุณพสธรเล่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งว่า

“ช่วง พ.ศ. 2560 เคยไปเอาเปลือกทุเรียนที่ทิ้งเป็นขยะมาเผาเป็นขี้เถ้า และค้นพบว่าขี้เถ้าจากเปลือกทุเรียนเกือบทุกชนิดมีกำมะถันและแปรรูปเป็นน้ำด่างให้ความเข้มข้นสูง ใช้ทดแทนโซดาไฟ สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม ในงานสิ่งทอ ล้างเส้นไหม ย้อมคราม และเรามาเผยแพร่จนก่อให้เกิดกระแสเก็บเปลือกทุเรียนมาทำน้ำด่างให้เป็นประโยชน์”

สองสามีภรรยายังคิดค้นการทำสีบาติกจากสีโคลน พัฒนาสีแดง สีม่วง เหลือง น้ำตาลจากใบสักที่มีมากมายในภาคเหนือ รวมถึงพัฒนาดอกทองกวาวและยางพาราให้เกิดสีชนิดต่าง ๆ

สีธรรมชาติหลายสิบสีจากฟางข้าว ทั้งเขียว ชมพู คราม เหลือง น้ำเงิน ใช้ย้อมผ้าและทาบ้านได้ โดยอ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม จ.อุดรธานี

ล่าสุดพวกเขาได้ลองพัฒนาฟางข้าวที่ถูกทิ้งไว้มากมายตามหัวไร่ปลายนาหลังการเก็บเกี่ยว ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กลายเป็นสีธรรมชาติ

กระบวนการผลิตสีจากฟางข้าวมีขั้นตอนพอสรุปได้คือ เตรียมฟางข้าว นำไปล้างทำความสะอาด ต้มจนเดือดแล้วเติม สารส้ม เกลือ ลงไป รวมทั้งน้ำตาลทราย นำฟางข้าวไปหมัก แช่เอาไว้อย่างน้อย 6 – 10 ชั่วโมงจนฟางข้าวนิ่มหรือเปื่อย จากนั้นนำไปต้ม นำผ้าฝ้ายมาจุ่มทดสอบสี หากสีติดคงที่ดีแล้วให้กรอกเอาแต่น้ำสีที่เคี่ยวได้ออกมา

จากนั้นนำวัตถุดิบกลุ่มยางไม้ ยางพารา เมล็ดมะขาม ใส่แก้วสำหรับคนสีให้จับกัน จากนั้นทดสอบอีกครั้งด้วยการนำสีมาสกรีนผ่านบล็อกสกรีนหรือใช้พู่กันระบายสีบนผ้า เสร็จแล้วนำไปทดสอบคุณภาพสีเป็นครั้งสุดท้ายด้วยการซักล้างว่าสีจะติดคงทนไหม

วิธีพื้นฐานทั่วไปในการทำสีจากธรรมชาติ แต่อันที่จริงมีเคล็ดลับอีกหลายอย่างที่ไม่ขอเปิดเผย เพื่อปกป้องลิขสิทธิ์ของสองสามีภรรยา

“เราทดลองจนพบว่า ฟางข้าวชนิดต่าง ๆ นำมาประดิษฐ์สีได้ 64 สี อาทิ ฟางข้าวต้นอ่อน เพิ่งเกี่ยวมามีสีเขียว ฟางข้าวแห้งมีหลายสีหลายเฉด อาทิสีดำ เหลือง น้ำตาล ฟางข้าวก่ำให้สีม่วง ฯลฯ” ก่อคเณศอธิบายเคล็ดลับบางอย่างให้ฟัง

การเล็งเห็นปัญหาของฟางข้าว ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาและองค์ความรู้เดิม ผสานองค์ความรู้ใหม่เพื่อมาต่อยอด เน้นการจัดการของเหลือที่มีในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สีธรรมชาติหลายสิบสีจากฟางข้าว ทั้งเขียว ชมพู คราม เหลือง น้ำเงิน ใช้ย้อมผ้าและทาบ้านได้ โดยอ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม จ.อุดรธานี

ทีมงานอ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม ได้ดำเนินการจัดการกระบวนการเพื่อผลิตสีจากฟางข้าวตามขั้นตอน ผ่านการทดลองวิจัยและนำเสนอในมิติต่าง ๆ ทั้งการผลิต กระบวนการ ส่งผลตรวจ จัดแสดงนิทรรศการ จนได้รับรางวัลระดับประเทศ อาทิ รางวัลพระราชทานชนะเลิศ นวัตศิลป์สีจากฟางข้าว โครงการนวัตกรรมข้าวไทย พ.ศ. 2564

ทีมงานของพวกเขาประกอบด้วยชาวบ้านละแวกนั้นที่ผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตสีจากธรรมชาติ และกลายเป็นศิลปินวาดภาพโดยใช้สีน้ำจากฟางข้าวจนสร้างและขายผลงานได้

“เราอยากส่งเสริมให้ชาวบ้านช่วงโควิดมีงานทำ โดยเฉพาะคนสูงวัย คนพิการ ที่ใคร ๆ คิดว่าไม่มีประโยชน์ พอทุกคนมาทำงาน ก็ได้ไอเดียว่าอาชีพที่สอดคล้องกับเกษตรกรรมของชาวบ้านคืองานหัตถกรรม จึงอยากส่งเสริมความรู้ด้านศิลปะพื้นถิ่น ที่เรียกว่าหัตถกรรมหรือหัตถศิลป์

“เราถนัดงานศิลปะ วาดภาพ การทำสี จึงเริ่มหาวัตถุดิบที่ไม่สิ้นเปลืองมากคือสีจากฟางข้าว อันดับแรกให้ชาวบ้านย้อมผ้าจากสีธรรมชาติ เมื่อย้อมผ้าเป็น พ่อ ๆ แม่ ๆ ก็จะหวงแหนสีที่ย้อม ถ้าเอาสีย้อมผ้าทิ้งลงดิน ดินก็เสีย ก็เลยเอามาระบายสีและต่อยอดให้ชาวบ้านได้ทดลองงานศิลปะตามแบบของพวกเขา กลายเป็นงานศิลปะจากชาวนาชาวไร่ ผมคิดว่าใครทำงานศิลป์ก็ได้ แค่ระบายสีแล้วรู้สึกมีความสุข ผ่อนคลายในใจก็ถือว่าสำเร็จแล้ว ไม่ว่างานนั้นจะออกมาแบบใด”

สีธรรมชาติหลายสิบสีจากฟางข้าว ทั้งเขียว ชมพู คราม เหลือง น้ำเงิน ใช้ย้อมผ้าและทาบ้านได้ โดยอ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม จ.อุดรธานี

สิ่งที่สองสามีภรรยาคิดค้นอยู่นั้น กำลังตอบโจทย์แนวโน้มเศรษฐกิจใหม่ในอนาคตที่เรียกว่า BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) คือ โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน อันประกอบด้วย Bio Economy นวัตกรรมจากผลผลิตทางการเกษตร Green Econymy ผลิตโดยคำนึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและ Circular Economy ใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

คือออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด ส่งเสริมการใช้ซ้ำ และให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียจากการผลิตและบริโภค ด้วยการนำวัตถุดิบที่ผ่านการผลิตและบริโภคแล้วเข้าสู่กระบวนการแปรสภาพเพื่อกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งต่างจากระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม ที่เน้นการใช้ทรัพยากร การผลิต และการสร้างของเสียเป็นขยะล้นโลก

ทุกวันนี้ ก่อคเณศ รุ้งสันเทียะ และ พสธร เดชศิริอุดม แห่งศูนย์การเรียนรู้อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์มยังเดินหน้าคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ และเดินสายเป็นวิทยากร อบรมชาวบ้านทั่วประเทศในการผลิตสีจากวัสดุในธรรมชาติที่ใคร ๆ คิดว่าไม่มีประโยชน์

“เราภูมิใจที่ได้ทำให้ชาวบ้าน คนสูงวัย คนพิการ เห็นคุณค่าของตัวเอง และภูมิใจที่เราเห็นคุณค่าของตัวเองด้วย” สองสามีภรรยาที่เคยทำงานเป็นพนักงานเงินเดือนในเมืองใหญ่ ได้ค้นพบการทำงานอย่างมีความสุขของตัวเองแล้ว

สนใจผลิตภัณฑ์สีธรรมชาติจากฟางข้าว

ติดต่อ Facebook : อ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม อุดรธานี

โทรศัพท์ : 09 2656 1614

Writer & Photographer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load