20 สิงหาคม 2564
22 K

คงจะดีไม่น้อย หากเรานึกอยากกินอะไรสักอย่าง แล้วเดินหิ้วตะกร้าไปเก็บผักสวนครัวที่ปลูกไว้ในรั้วบ้านมาปรุงได้เลย

สิ่งนี้น่าจะเป็นความฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยบนตึกสูง

ในวันที่ชีวิตคนเมืองอยู่ห่างจากพื้นดินมากขึ้นเรื่อยๆ การปลูกผักสวนครัวก็ดูจะไกลตัวจากคนเมืองออกไปเรื่อยๆ เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ไกลเกินความตั้งใจของ แพร-อมตา จิตตะเสนีย์ หรือ แพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่เรารู้จักกันดี

เมื่อต้องย้ายมาอาศัยในตึกกลางสุขุมวิทช่วงโควิด-19 ที่ว่างผืนเดียวที่แพรมีคือดาดฟ้าบนชั้น 8 เธอจึงตัดสินใจทำแปลงผักบนดาดฟ้า เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีกิจกรรมทำร่วมกัน และได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น

10 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนดาดฟ้ากลางเมืองเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกแบบแพรี่พาย

“ตึกนี้เป็นความภูมิใจของครอบครัวแพรมาก ตั้งแต่จำความได้ แม่แพรเป็นคนทำงานหนักมากๆ เพื่อให้เราทุกคนได้มีการศึกษาที่ดีและอนาคตที่มั่นคง แพรเกิดที่อเมริกา พ่อกับแม่เจอกันที่นั่น แม่ทำงานสองถึงสามงานต่อวันส่งตัวเองเรียน พอเรากลับมา เราก็ไปขออาศัยอยู่ที่บ้านปู่ แต่อยู่ได้ไม่นาน พ่อกับแม่ก็ย้ายมาอยู่ตึกแถว

“ชีวิตพวกเราย้ายไปย้ายมา แทบจะไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเอง พอพ่อกับแม่ตั้งตัวได้ เรามีบ้านหลังแรกในชีวิตเมื่อแพรอายุสิบขวบ แต่แพรกับน้องๆ ไม่มีห้องแยก อยู่ด้วยกันจนแพรอายุสิบห้า แล้วไปเรียนอังกฤษ กลับมาตอนอายุยี่สิบสอง แพรถึงมีห้องของตัวเอง

“ครอบครัวของเราใหญ่มาก มีน้า อากง ลูกน้า รวมสิบกว่าคน อยู่ด้วยกันในบ้านหลังเล็กๆ มาตลอด อบอุ่นแต่พื้นที่น้อย แม่เลยตั้งใจว่าจะทำงานหนักขึ้น เราจะได้มีพื้นที่มากขึ้น แล้วก็วางแผนมาเกือบสิบปี เพื่อสร้างตึกนี้ที่แม่และครอบครัวจะใช้เป็นแหล่งรายได้ยามแก่ พวกเราสิบกว่าชีวิต เพิ่งได้มีโอกาสย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ เป็นตึกคอนโดมิเนียมแปดชั้น ชั้นสองถึงห้าปล่อยให้เช่า” แพรเล่าถึงที่มาของตึกหลังนี้ที่เธอเรียกว่าบ้าน

“ช่วงตึกใกล้เสร็จ เราวางแผน วางระบบระบายน้ำ และออกแบบเพื่อทำสวนด้านบน ตอนแรกจะให้ปลูกต้นไม้สวยงามทั่วไปให้ผู้เช่า แต่พอเกิดโควิด แพรเลยมีโอกาสทดลองปลูกผักหลายชนิด โดยเฉพาะผักที่เหมาะกับเมืองไทย ได้เอาความรู้ที่เรียนกับ พี่มล (จิราวรรณ คำซาว) ที่เชียงดาว มาใช้ทำเกษตรผสมผสานแบบอินทรีย์ จนตอนนี้ข้าวโพดที่ปลูกบนตึกออกผลสีสันสวยงาม”

10 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนดาดฟ้ากลางเมืองเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกแบบแพรี่พาย

แพรไล่รายชื่อผักทั้งหมดที่เธอปลูกให้ฟังดังนี้ กระเจี๊ยบฝักแดงฝักเขียว ถั่วฝักยาว เห็ดชนิดต่างๆ ฟักทอง น้ำเต้า มะระ มะเขือเทศ ขิง ข่า กระชาย ไพล แตงกวา แตงโม หัวไชเท้า แครอท ผักกาด กวางตุ้ง ผักสลัด ชมจันทร์ ขจร มะเขือ Microgreens และพวกผักสมุนไพร โรสแมรี่ มินต์ ฟ้าทะลายโจร ผักชีต่างๆ หอมแดง กระเทียม ผักแผ้ว ใบเตย ชะพลู รวมไปถึงต้นชิโสะ

10 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนดาดฟ้ากลางเมืองเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกแบบแพรี่พาย
10 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนดาดฟ้ากลางเมืองเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกแบบแพรี่พาย

ส่วนไม้ดอกและพืชให้สี เธอมีดาวเรือง อัญชัน คราม ดาวกระจาย ผักปลัง และเฟื่องฟ้า ดอกไม้หอมโบราณก็มีชมนาด กระดังงา มะลิต่างๆ พุดต่างๆ ราชาวดี บุหงาส่าหรี จำปี จำปา

10 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนดาดฟ้ากลางเมืองเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกแบบแพรี่พาย
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

แพรเล่าว่าเมื่อผักที่ปลูกเริ่มกินได้ ก็ประจวบเหมาะกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ทุกคนไม่อยากออกไปนอกบ้าน ผักสวนครัวของเธอจึงกลายเป็นพระเอก ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวกินข้าวบ้านได้อย่างสุขใจและปลอดภัย

ไม่เพียงได้ผลผลิตจากพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษเท่านั้น อีกสิ่งที่แพรได้จากการทำแปลงผักดาดฟ้าคือความภูมิใจ จริงของแพร จะมีอะไรดีไปกว่าการได้กินผักที่เราปลูกเองกับมือ

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

“มันภูมิใจตรงทุกอย่างที่เรากิน เราปลูกเอง ทำเอง พอได้ลงมือทำจริง เห็นการเติบโต มันทำให้เราโตไปพร้อมกับสิ่งที่เราทำด้วย เราได้เรียน ได้ลองผิดลองถูก” แพรเล่าว่าตอนแรกเธอเคยโรยเมล็ดผักบุ้งจนหมดซองด้วยความไม่รู้ พอผักบุ้งจำนวนมหาศาลโต จึงต้องรับผิดชอบด้วยการทำแต่เมนูผักบุ้งจนเบื่อ

“โลกยุคปัจจุบัน เด็กรุ่นใหม่แทบจะไม่รู้จักที่มาของอาหารที่เรากิน แพรเคยเป็นคนที่ชอบกินอาหารตามเทรนด์ และอาหารนำเข้าจากเมืองนอก โดยไม่เคยสนใจเลยว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพยังไง หรือมี Carbon Footprint มากแค่ไหน โชคดีได้ครูหนู ครูสอนโยคะสอนกรอกหูบ่อยๆ เรื่องกินอาหารให้เป็นยา ถ้าเรารู้จักและเข้าใจจริงๆ ว่าร่างกายของเราต้องการอะไร การกินอาหารที่ถูกต้องและเหมาะกับตัวเองจะเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคตามธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งหมอ ยา หรือเคมีใดๆ

“เราดูแลตัวเองได้ เริ่มตั้งแต่ปลูกอาหารกินเอง แล้วจะเข้าใจเกษตกรว่าผักที่ได้มาต้องอาศัยการอดทน ดูแล แก้ไขปัญหาต่าง ปลูกเป็นเดือนๆ แต่ทำไมถึงขายได้ราคาถูก โดนกดราคา ทั้งที่ที่มาของคลังอาหารคือความขยันของบุคคลเหล่านี้” แพรพูดถึงความสำคัญของการปลูกผักกินเองในอีกมุม

“แพรอยากให้ทุกคนที่สละเวลามาอ่านบทความนี้ ลองเปิดใจ ทุกอย่างบนโลกเรามีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่มีอะไรที่แน่นอน ไม่แน่อีกยี่สิบปีข้างหน้า ความสมบูรณ์ของธรรมชาติและทรัพยากรอาหารอาจจะไม่เพียงพอต่อทุกคนบนโลกใบนี้ โควิดอาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เดี๋ยวคงมีภัยพิบัติอื่นๆ ตามมาอีก เราควรสร้างความมั่งคงทางอาหารของตัวเอง เริ่มต้นได้จากการปลูกผัก”

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

ด้วยความที่แพรชอบเดินทางท่องเที่ยวไปต่างจังหวัด และทำกิจกรรมใกล้ชิดธรรมชาติเป็นประจำ การมีสีเขียวให้เห็นบ้างนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ เธอเล่าว่าแปลงผักดาดฟ้าเป็นเหมือนที่พึ่งทางใจให้เธอในช่วงเวลานี้ที่ข้างนอกมีความวุ่นวายเกิดขึ้นมากมาย 

“พอมีที่พึ่งทางใจ เราก็ไม่หมกมุ่นกับความคิดลบๆ พอมีพื้นที่ตรงนี้ให้เราได้ระบายอารมณ์ ก็รู้สึกดีขึ้น”

ไม่มีใครรู้ว่าเราจะได้ไปต่างจังหวัด ไปกอดธรรมชาติอีกครั้งเมื่อไหร่ แต่สำหรับแพร แปลงผักบนดาดฟ้าก็เพียงพอจะทดแทนอาการคิดถึงธรรมชาตินี้ได้ “การที่เราเอามือไปคลุกกับดิน เอาแกลบมาใส่ คลำดูว่าวันนี้มีไส้เดือนไหม มีหนอนหรือเปล่า มันทำให้เราได้คลุกคลีอยู่กับธรรมชาติ เหมือนได้กลับบ้านจริงๆ”

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

แพรเล่าถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเปลี่ยนดาดฟ้าเป็นสวนผักว่า “อยากเปลี่ยนดาดฟ้าให้เป็นมากกว่าที่ปลูกต้นไม้ เป็น Green Community คนที่มาเช่าคอนโดฯ ต้องช่วยกันดูแลด้วย ต้องแยกขยะ นำเศษอาหารมาให้เราทำปุ๋ย ตอนนี้มีเครื่องทำปุ๋ยจากเศษอาหารที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ถ้าผู้เช่ามีลูก เราก็ช่วยปลูกฝังให้เขาเห็นคุณค่าของทุกอย่าง ถึงจะอยู่ในเมืองเราก็เริ่มต้นแบบเล็กๆ ได้ด้วยมือของเรา แพรว่านี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Urban Farming ในกรุงเทพฯ ค่ะ”

เราอาจเคยคิดว่าการปลูกผักต้องการพื้นดินหรือที่กว้าง แต่แพรพิสูจน์ให้เราเห็นว่า แค่มีดาดฟ้าตึกกับความตั้งใจก็ทำได้เหมือนกัน วันนี้เราเลยขอกดลิฟต์ขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า แล้วขอเทคนิคการปลูกผักแบบแพรี่พายมาฝากกัน

ใครอยากมีผักสดๆ และปลอดภัยไว้รับประทานตลอดทั้งปี ตามไปดูวิธีการการเปลี่ยนพื้นที่ดาดฟ้าให้เป็นแปลงผักได้เลย

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

วิธีเปลี่ยนพื้นที่ดาดฟ้าให้เป็นแปลงผัก

1. ปรึกษาคนในบ้าน

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

ถ้าอยากให้ทุกคนรักและรู้สึกมีส่วนร่วมกับแปลงผักด้วยกัน ก็ต้องปรึกษาคนในบ้านหรือเพื่อนร่วมตึกตั้งแต่แรก พูดคุยกันให้เข้าใจว่าเราทำแปลงผักได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะ ทำให้สวยได้ และเลือกปลูกผักที่ทุกคนชอบได้ ถ้าร่วมออกแบบด้วยกันตั้งแต่แรก สวนผักดาดฟ้าก็จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่คนทั้งบ้านรู้สึกเป็นเจ้าของ ช่วยกันดูแล และมีความสุขกับการกินผลผลิตร่วมกัน

2. เตรียมพื้นที่ดาดฟ้า

ปัญหาที่ดาดฟ้าทุกแห่งเจอเหมือนกันหมดคือความร้อน ทั้งร้อนจากแดดด้านบน ไอระเหยจากพื้นซีเมนต์ด้านล่าง รวมไปถึงแสงที่สะท้อนพื้นขึ้นมายังทำให้แสบตา หลายคนก็เลยไม่ชอบขึ้นมาใช้ประโยชน์บนดาดฟ้า สิ่งแรกที่แพรทำคือ ทาพื้นดาดฟ้าให้เป็นสีเขียว เพียงแค่นี้ก็ช่วยแก้ปัญหาความร้อน และช่วยให้มองได้อย่างสบายตาขึ้นเยอะเลย

3. เตรียมแปลงและวัสดุปลูก

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

เงื่อนไขในการใช้พื้นที่ของแต่ละบ้านย่อมแตกต่างกันออกไป บางบ้านอาจจะสะดวกปลูกในกระถาง แต่บ้านที่มีพื้นที่มากและตั้งใจปลูกจริงจังอย่างบ้านแพร เลือกก่อปูนทำแปลงแบบถาวร โดยให้มีความสูง 20 เซนติเมตร วางในตำแหน่งที่เดินได้รอบ ไม่ชิดระเบียง เพื่อความสะดวกในการดูแล สิ่งสำคัญคือ ด้านล่างแปลงที่ก่อขึ้นมาต้องเจาะรูด้านข้างให้น้ำระบายออก และเซาะร่องให้น้ำไหลไปลงท่อระบายน้ำ เวลารดน้ำ น้ำจะได้ไม่ไหลเลอะเทอะ

นอกจากการปรุงวัสดุปลูกตามความชอบของผักที่เราปลูกแล้ว แพรมองว่าดาดฟ้ารับแดดเต็มๆ ตลอดทั้งวัน และไม่อยากให้มีน้ำหนักมากเกินไป จึงผสมกาบมะพร้าวลงไปในวัสดุปลูกมากหน่อย เพราะมีน้ำหนักเบาและช่วยเก็บกักความชื้นได้ดี

4. ดูแสง ดูลม

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

การปลูกผักบนดาดฟ้าไม่ต่างจากการปลูกต้นไม้ในบ้าน คือเราต้องดูทิศทางของแสงว่าจุดไหนได้รับแสงมากน้อยอย่างไร ได้รับช่วงไหนของวัน และที่มากไปกว่านั้นคือ ดูลม โดยปกติดาดฟ้าจะมีลมค่อนข้างแรง ผักที่บอบบาง ควรปลูกให้อยู่ต่ำกว่าราวกันตกเพื่อช่วยกันลม หรือปลูกในจุดอับลม

5. แบ่งโซน

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

เพื่อความสวยงามและความสะดวกในการดูแล รวมไปถึงการเก็บผลผลิต เราควรแบ่งโซนของผักให้ดี ผักชนิดเดียวกันปลูกรวมกันเพื่อให้ง่ายต่อการผสมพันธุ์ การปรุงดิน และการดูแล สิ่งที่ทุกคนน่าจะทำได้อยู่แล้วคือ การจัดโซนตามความสวยงาม แบบเดียวกับการจัดสวน จะวางทรงพุ่มไหนไว้ตรงไหน วางข้างกันคู่กัน หรือจะเล่นสีให้ตัดกันก็ได้

นอกจากนี้ ยังควรคำนึงถึงการใช้งานด้วย เช่น ต้นที่สูงกว่าและต้นที่จะเก็บเกี่ยวที่หลัง ควรปลูกด้านใน เพื่อความสะดวกในการเก็บเกี่ยว

6. คำนวณเวลาให้ผลผลิต

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

ความแตกต่างระหว่างการปลูกไม้ประดับกับการปลูกผักคือ การปลูกไม้ประดับ แค่ปลูกทิ้งไว้แล้วรอให้เติบโตไปเรื่อยๆ แต่การปลูกผักจะมีระยะเวลาที่ต้นกล้าจะงอก ผักจะโต ไปจนถึงเก็บเกี่ยวได้ และที่สำคัญคือ ผักแต่ละชนิดมีระยะเวลาให้ผลผลิตไม่เท่ากัน ถ้าเราอยากปลูกผักหลายๆ ชนิดเพื่อนำมาทำอาหารร่วมกัน ต้องคำนวณเวลาปลูกให้ดี ถึงจะได้ผลผลิตพร้อมกัน

7. เผื่อพื้นที่ให้ดี

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

เรามักจินตนาการว่า ผักที่เราเห็นหน้าตาเป็นยังไง ต้นของมันก็คงเป็นแบบนั้น แต่ในความเป็นจริง ผักหลายต้นที่เรากินก็ไม่เหมือนต้นของมันเลย เช่น หัวกะหล่ำปลีต้นจริงใหญ่กว่าหัวที่เราซื้อประมาณเท่าตัว แต่คนขายเขาลอกใบชั้นนอกๆ ออกไปแล้ว หรือต้นหน่อไม้ฝรั่งเป็นพุ่มสูงโปร่ง แท่งที่เรากินเป็นหน่อที่แทงขึ้นมา เหมือนหน่อไม้ที่โค่นต้นไผ่นั่นเอง ดังนั้น ก่อนจะโรยเมล็ด ควรศึกษาก่อนว่าผักชนิดนั้นมีต้นโตเต็มวัยขนาดประมาณไหน จะได้เผื่อพื้นที่ให้ผักโตแบบไม่เบียดกันจนเกินไป

8. เตรียมโครงสำหรับไม้เลื้อย

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

ผักหลายชนิดเป็นไม้เลื้อย เราจึงต้องทำร้านให้ผักไต่ อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ ต้องมีโครงสร้างที่มั่นคง จะได้ไม่โดนลมพัดจนเสียหาย และควรหลีกเลี่ยงโครงสร้างที่เป็นเหล็กเพราะอมความร้อน พืชจึงไม่ค่อยเกาะ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้หรือเจอปัญหาพืชไม่เกาะหลัก แก้ปัญหาได้ด้วยการขึงตาข่ายเสริมให้พืชเกาะได้

9. ปลูกเห็ดก็ได้

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

บนดาดฟ้า ถ้ามีจุดที่แสงส่องไม่ถึง เราก็ตั้งตู้ปลูกเห็ดได้ หลักการคือต้องมีพื้นที่ที่ค่อนข้างมืดและชื้น ซึ่งนำตู้ใดๆ มาประยุกต์ใช้ก็ได้ จากนั้นเอาถุงที่ใส่เชื้อเห็ดมาวาง คอยดูแลให้ชื้นอยู่เสมอ แล้วก็รอเก็บเกี่ยวได้

10. ชวนมามีส่วนร่วม

ความสนุกของการทำสวนผักบนดาดฟ้า ไม่ได้มีแค่เราได้ผักสดๆ ไว้กิน แต่กระบวนการได้ปลูกและดูแลร่วมกัน ไปจนถึงได้เรียนรู้การเจริญเติบโตของผัก ช่วยให้ชีวิตของคนเมืองมีสีสันขึ้นได้ ถ้าสมาชิกในบ้านไม่เคยทำสวนมาก่อน ก็เริ่มต้นได้จากการรดน้ำ ถอนหญ้า แล้วค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ แบบเดียวกับสมาชิกในครอบครัวของแพร ที่สุดท้ายทุกเย็นก็จะมารวมตัวกันดูแลผักสวนครัวบนดาดฟ้า และเก็บผักไปทำอาหารกินด้วยกันอย่างมีความสุข

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

ภาพ : อมตา จิตตะเสนีย์

Writer

ศิรประภา แลนแคสเตอร์

นักเขียนฝึกหัดที่กำลังเรียนรู้โลกผ่านตัวอักษร เรื่องเล่า และการเดินทาง

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

นมข้นหวาน รสชาติที่เด็ก ๆ ชอบ ผู้ใหญ่คุ้นเคย เป็นวัตถุดิบที่อยู่คู่กับคนไทยมาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเอาไว้ทากับขนมปังปิ้ง ราดบนน้ำแข็งไส หรือใส่ในเครื่องดื่มประจำชาติอย่างเอสเย็น (EsYenn)

แต่ด้วยเทรนด์รักสุขภาพในปัจุบันทำให้หลายคนเลิกหรือหลีกเลี่ยงการบริโภคนมข้นเพียงเพราะความหวานที่มากเกินไป หรือไม่แน่ใจในส่วนผสมบางอย่าง

ส่วนผสมทุกอย่างของร้าน Roots Coffee ที่ผมทำงานอยู่ทำขึ้นเองทั้งหมด เช่น ไซรัปและซอสต่าง ๆ รวมไปถึงนมข้นหวานที่อยู่ในเมนู Caramel Macchiato เพื่อให้คนที่มาดื่มกาแฟที่ร้านมั่นใจในความปลอดภัยจากสารเคมีไม่จำเป็นในชีวิต และยังไม่มีรสหวานเกินความจำเป็น

ผมเลยอยากชวนทุกคนทำนมข้นเองที่บ้านแบบง่าย ๆ จะได้คืนรสชาติที่ใครหลายคนชอบและคุ้นเคย แถมเวลานำมากินหรือดื่มจะได้ไม่รู้สึกผิดมากนัก

สอนทำนมข้นหวานกลิ่นวานิลาเอง ปรับความหวาน ปรุงความหอมได้ตามใจชอบ

วัตถุดิบ

  1. นมพาสเจอร์ไรส์ 250 กรัม
  2. วิปครีม 100 กรัม
  3. น้ำตาลมะพร้าว 120 กรัม (ใช้น้ำตาลทรายแทนได้)
  4. วานิลลา 1 ฝัก (หรือวัตถุดิบให้กลิ่นจากธรรมชาติที่ชอบ)

วิธีทำ

สอนทำนมข้นหวานกลิ่นวานิลาเอง ปรับความหวาน ปรุงความหอมได้ตามใจชอบ
สอนทำนมข้นหวานกลิ่นวานิลาเอง ปรับความหวาน ปรุงความหอมได้ตามใจชอบ

1.ผสมนมกับวิปครีมในภาชนะแล้วตั้งไฟอ่อน ๆ แนะนำให้ไม่เกิน 60 องศาเซลเซียส เพราะเวย์โปรตีนในนมอาจเสื่อมสภาพ ซึ่งทำให้นมมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

สอนทำนมข้นหวานกลิ่นวานิลาเอง ปรับความหวาน ปรุงความหอมได้ตามใจชอบ

2. ถ้าไม่มีเครื่องวัดอุณหภูมิ จะใช้วิธีตุ๋นแบบตอนละลายช็อกโกแลตก็ได้ไม่ว่ากัน โดยตั้งน้ำในหม้อให้เดือด นำชามผสมมาวางทับด้านบน แล้วค่อยใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้นมร้อนเกินไปด้วย

สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ

3. พอนมเริ่มร้อน ให้ใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไปเคี่ยว

สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ

4. เคี่ยวประมาณ 30 – 40 นาที เมื่อได้ความเหนียวหนืดที่ต้องการแล้ว ปิดไฟ (เมื่อนมข้นเย็นลงจะเหนียวขึ้น เพราะฉะนั้น แนะนำให้ปิดไฟก่อนจะได้ความข้นที่ต้องการนิดหนึ่ง)

สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ
สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ

5. หลังปิดไฟให้ใส่วานิลลาลงไป คนให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ 5 – 10 นาที วานิลลาเพิ่มความพิเศษให้นมข้นของเรามากขึ้นเป็นสูตรลับที่ไม่มีใครเหมือน ผมแนะนำให้ใส่วานิลลา จะสะดวกแบบฝักหรือแบบ Paste ก็ได้ เพื่อให้นมข้นหวานมีรสชาติซับซ้อนและน่าสนใจ หรือใครมีวัตถุดิบอะไรเป็นทีเด็ดก็ใส่ได้เหมือนกัน ไม่มีผิด ไม่มีถูก มีแต่ความสนุก

6. หลังจากนั้นนำนมข้นมาน็อกน้ำแข็ง เพราะในอุณภูมิต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียสลงมานั้น มีโอกาสที่จุลินทรีย์ต่าง ๆ จะเติบโตได้ ทำให้นมข้นมีอายุสั้นกว่าที่ควรจะเป็น

สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ

เท่านี้เราก็จะได้นมข้นหวานสูตรประจำบ้านที่วิธีทำง่ายแสนง่าย แถมเป็นมิตรกับสุขภาพ ไม่ว่าจะกินเมื่อไหร่ก็มั่นใจได้ว่าปราศจากสารเสริมใด ๆ

Please Enjoy!

สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ

Writer

คมสันต์ แซ่ตั้ง

บาริสต้าผู้หลงใหลในวัฒนธรรมการกินดื่มและหลงรักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load