คงจะดีไม่น้อย หากเรานึกอยากกินอะไรสักอย่าง แล้วเดินหิ้วตะกร้าไปเก็บผักสวนครัวที่ปลูกไว้ในรั้วบ้านมาปรุงได้เลย

สิ่งนี้น่าจะเป็นความฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยบนตึกสูง

ในวันที่ชีวิตคนเมืองอยู่ห่างจากพื้นดินมากขึ้นเรื่อยๆ การปลูกผักสวนครัวก็ดูจะไกลตัวจากคนเมืองออกไปเรื่อยๆ เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ไกลเกินความตั้งใจของ แพร-อมตา จิตตะเสนีย์ หรือ แพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่เรารู้จักกันดี

เมื่อต้องย้ายมาอาศัยในตึกกลางสุขุมวิทช่วงโควิด-19 ที่ว่างผืนเดียวที่แพรมีคือดาดฟ้าบนชั้น 8 เธอจึงตัดสินใจทำแปลงผักบนดาดฟ้า เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีกิจกรรมทำร่วมกัน และได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น

10 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนดาดฟ้ากลางเมืองเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกแบบแพรี่พาย

“ตึกนี้เป็นความภูมิใจของครอบครัวแพรมาก ตั้งแต่จำความได้ แม่แพรเป็นคนทำงานหนักมากๆ เพื่อให้เราทุกคนได้มีการศึกษาที่ดีและอนาคตที่มั่นคง แพรเกิดที่อเมริกา พ่อกับแม่เจอกันที่นั่น แม่ทำงานสองถึงสามงานต่อวันส่งตัวเองเรียน พอเรากลับมา เราก็ไปขออาศัยอยู่ที่บ้านปู่ แต่อยู่ได้ไม่นาน พ่อกับแม่ก็ย้ายมาอยู่ตึกแถว

“ชีวิตพวกเราย้ายไปย้ายมา แทบจะไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเอง พอพ่อกับแม่ตั้งตัวได้ เรามีบ้านหลังแรกในชีวิตเมื่อแพรอายุสิบขวบ แต่แพรกับน้องๆ ไม่มีห้องแยก อยู่ด้วยกันจนแพรอายุสิบห้า แล้วไปเรียนอังกฤษ กลับมาตอนอายุยี่สิบสอง แพรถึงมีห้องของตัวเอง

“ครอบครัวของเราใหญ่มาก มีน้า อากง ลูกน้า รวมสิบกว่าคน อยู่ด้วยกันในบ้านหลังเล็กๆ มาตลอด อบอุ่นแต่พื้นที่น้อย แม่เลยตั้งใจว่าจะทำงานหนักขึ้น เราจะได้มีพื้นที่มากขึ้น แล้วก็วางแผนมาเกือบสิบปี เพื่อสร้างตึกนี้ที่แม่และครอบครัวจะใช้เป็นแหล่งรายได้ยามแก่ พวกเราสิบกว่าชีวิต เพิ่งได้มีโอกาสย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ เป็นตึกคอนโดมิเนียมแปดชั้น ชั้นสองถึงห้าปล่อยให้เช่า” แพรเล่าถึงที่มาของตึกหลังนี้ที่เธอเรียกว่าบ้าน

“ช่วงตึกใกล้เสร็จ เราวางแผน วางระบบระบายน้ำ และออกแบบเพื่อทำสวนด้านบน ตอนแรกจะให้ปลูกต้นไม้สวยงามทั่วไปให้ผู้เช่า แต่พอเกิดโควิด แพรเลยมีโอกาสทดลองปลูกผักหลายชนิด โดยเฉพาะผักที่เหมาะกับเมืองไทย ได้เอาความรู้ที่เรียนกับ พี่มล (จิราวรรณ คำซาว) ที่เชียงดาว มาใช้ทำเกษตรผสมผสานแบบอินทรีย์ จนตอนนี้ข้าวโพดที่ปลูกบนตึกออกผลสีสันสวยงาม”

10 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนดาดฟ้ากลางเมืองเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกแบบแพรี่พาย

แพรไล่รายชื่อผักทั้งหมดที่เธอปลูกให้ฟังดังนี้ กระเจี๊ยบฝักแดงฝักเขียว ถั่วฝักยาว เห็ดชนิดต่างๆ ฟักทอง น้ำเต้า มะระ มะเขือเทศ ขิง ข่า กระชาย ไพล แตงกวา แตงโม หัวไชเท้า แครอท ผักกาด กวางตุ้ง ผักสลัด ชมจันทร์ ขจร มะเขือ Microgreens และพวกผักสมุนไพร โรสแมรี่ มินต์ ฟ้าทะลายโจร ผักชีต่างๆ หอมแดง กระเทียม ผักแผ้ว ใบเตย ชะพลู รวมไปถึงต้นชิโสะ

10 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนดาดฟ้ากลางเมืองเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกแบบแพรี่พาย
10 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนดาดฟ้ากลางเมืองเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกแบบแพรี่พาย

ส่วนไม้ดอกและพืชให้สี เธอมีดาวเรือง อัญชัน คราม ดาวกระจาย ผักปลัง และเฟื่องฟ้า ดอกไม้หอมโบราณก็มีชมนาด กระดังงา มะลิต่างๆ พุดต่างๆ ราชาวดี บุหงาส่าหรี จำปี จำปา

10 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนดาดฟ้ากลางเมืองเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกแบบแพรี่พาย
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

แพรเล่าว่าเมื่อผักที่ปลูกเริ่มกินได้ ก็ประจวบเหมาะกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ทุกคนไม่อยากออกไปนอกบ้าน ผักสวนครัวของเธอจึงกลายเป็นพระเอก ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวกินข้าวบ้านได้อย่างสุขใจและปลอดภัย

ไม่เพียงได้ผลผลิตจากพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษเท่านั้น อีกสิ่งที่แพรได้จากการทำแปลงผักดาดฟ้าคือความภูมิใจ จริงของแพร จะมีอะไรดีไปกว่าการได้กินผักที่เราปลูกเองกับมือ

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

“มันภูมิใจตรงทุกอย่างที่เรากิน เราปลูกเอง ทำเอง พอได้ลงมือทำจริง เห็นการเติบโต มันทำให้เราโตไปพร้อมกับสิ่งที่เราทำด้วย เราได้เรียน ได้ลองผิดลองถูก” แพรเล่าว่าตอนแรกเธอเคยโรยเมล็ดผักบุ้งจนหมดซองด้วยความไม่รู้ พอผักบุ้งจำนวนมหาศาลโต จึงต้องรับผิดชอบด้วยการทำแต่เมนูผักบุ้งจนเบื่อ

“โลกยุคปัจจุบัน เด็กรุ่นใหม่แทบจะไม่รู้จักที่มาของอาหารที่เรากิน แพรเคยเป็นคนที่ชอบกินอาหารตามเทรนด์ และอาหารนำเข้าจากเมืองนอก โดยไม่เคยสนใจเลยว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพยังไง หรือมี Carbon Footprint มากแค่ไหน โชคดีได้ครูหนู ครูสอนโยคะสอนกรอกหูบ่อยๆ เรื่องกินอาหารให้เป็นยา ถ้าเรารู้จักและเข้าใจจริงๆ ว่าร่างกายของเราต้องการอะไร การกินอาหารที่ถูกต้องและเหมาะกับตัวเองจะเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคตามธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งหมอ ยา หรือเคมีใดๆ

“เราดูแลตัวเองได้ เริ่มตั้งแต่ปลูกอาหารกินเอง แล้วจะเข้าใจเกษตกรว่าผักที่ได้มาต้องอาศัยการอดทน ดูแล แก้ไขปัญหาต่าง ปลูกเป็นเดือนๆ แต่ทำไมถึงขายได้ราคาถูก โดนกดราคา ทั้งที่ที่มาของคลังอาหารคือความขยันของบุคคลเหล่านี้” แพรพูดถึงความสำคัญของการปลูกผักกินเองในอีกมุม

“แพรอยากให้ทุกคนที่สละเวลามาอ่านบทความนี้ ลองเปิดใจ ทุกอย่างบนโลกเรามีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่มีอะไรที่แน่นอน ไม่แน่อีกยี่สิบปีข้างหน้า ความสมบูรณ์ของธรรมชาติและทรัพยากรอาหารอาจจะไม่เพียงพอต่อทุกคนบนโลกใบนี้ โควิดอาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เดี๋ยวคงมีภัยพิบัติอื่นๆ ตามมาอีก เราควรสร้างความมั่งคงทางอาหารของตัวเอง เริ่มต้นได้จากการปลูกผัก”

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

ด้วยความที่แพรชอบเดินทางท่องเที่ยวไปต่างจังหวัด และทำกิจกรรมใกล้ชิดธรรมชาติเป็นประจำ การมีสีเขียวให้เห็นบ้างนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ เธอเล่าว่าแปลงผักดาดฟ้าเป็นเหมือนที่พึ่งทางใจให้เธอในช่วงเวลานี้ที่ข้างนอกมีความวุ่นวายเกิดขึ้นมากมาย 

“พอมีที่พึ่งทางใจ เราก็ไม่หมกมุ่นกับความคิดลบๆ พอมีพื้นที่ตรงนี้ให้เราได้ระบายอารมณ์ ก็รู้สึกดีขึ้น”

ไม่มีใครรู้ว่าเราจะได้ไปต่างจังหวัด ไปกอดธรรมชาติอีกครั้งเมื่อไหร่ แต่สำหรับแพร แปลงผักบนดาดฟ้าก็เพียงพอจะทดแทนอาการคิดถึงธรรมชาตินี้ได้ “การที่เราเอามือไปคลุกกับดิน เอาแกลบมาใส่ คลำดูว่าวันนี้มีไส้เดือนไหม มีหนอนหรือเปล่า มันทำให้เราได้คลุกคลีอยู่กับธรรมชาติ เหมือนได้กลับบ้านจริงๆ”

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

แพรเล่าถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเปลี่ยนดาดฟ้าเป็นสวนผักว่า “อยากเปลี่ยนดาดฟ้าให้เป็นมากกว่าที่ปลูกต้นไม้ เป็น Green Community คนที่มาเช่าคอนโดฯ ต้องช่วยกันดูแลด้วย ต้องแยกขยะ นำเศษอาหารมาให้เราทำปุ๋ย ตอนนี้มีเครื่องทำปุ๋ยจากเศษอาหารที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ถ้าผู้เช่ามีลูก เราก็ช่วยปลูกฝังให้เขาเห็นคุณค่าของทุกอย่าง ถึงจะอยู่ในเมืองเราก็เริ่มต้นแบบเล็กๆ ได้ด้วยมือของเรา แพรว่านี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Urban Farming ในกรุงเทพฯ ค่ะ”

เราอาจเคยคิดว่าการปลูกผักต้องการพื้นดินหรือที่กว้าง แต่แพรพิสูจน์ให้เราเห็นว่า แค่มีดาดฟ้าตึกกับความตั้งใจก็ทำได้เหมือนกัน วันนี้เราเลยขอกดลิฟต์ขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า แล้วขอเทคนิคการปลูกผักแบบแพรี่พายมาฝากกัน

ใครอยากมีผักสดๆ และปลอดภัยไว้รับประทานตลอดทั้งปี ตามไปดูวิธีการการเปลี่ยนพื้นที่ดาดฟ้าให้เป็นแปลงผักได้เลย

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

วิธีเปลี่ยนพื้นที่ดาดฟ้าให้เป็นแปลงผัก

1. ปรึกษาคนในบ้าน

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

ถ้าอยากให้ทุกคนรักและรู้สึกมีส่วนร่วมกับแปลงผักด้วยกัน ก็ต้องปรึกษาคนในบ้านหรือเพื่อนร่วมตึกตั้งแต่แรก พูดคุยกันให้เข้าใจว่าเราทำแปลงผักได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะ ทำให้สวยได้ และเลือกปลูกผักที่ทุกคนชอบได้ ถ้าร่วมออกแบบด้วยกันตั้งแต่แรก สวนผักดาดฟ้าก็จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่คนทั้งบ้านรู้สึกเป็นเจ้าของ ช่วยกันดูแล และมีความสุขกับการกินผลผลิตร่วมกัน

2. เตรียมพื้นที่ดาดฟ้า

ปัญหาที่ดาดฟ้าทุกแห่งเจอเหมือนกันหมดคือความร้อน ทั้งร้อนจากแดดด้านบน ไอระเหยจากพื้นซีเมนต์ด้านล่าง รวมไปถึงแสงที่สะท้อนพื้นขึ้นมายังทำให้แสบตา หลายคนก็เลยไม่ชอบขึ้นมาใช้ประโยชน์บนดาดฟ้า สิ่งแรกที่แพรทำคือ ทาพื้นดาดฟ้าให้เป็นสีเขียว เพียงแค่นี้ก็ช่วยแก้ปัญหาความร้อน และช่วยให้มองได้อย่างสบายตาขึ้นเยอะเลย

3. เตรียมแปลงและวัสดุปลูก

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

เงื่อนไขในการใช้พื้นที่ของแต่ละบ้านย่อมแตกต่างกันออกไป บางบ้านอาจจะสะดวกปลูกในกระถาง แต่บ้านที่มีพื้นที่มากและตั้งใจปลูกจริงจังอย่างบ้านแพร เลือกก่อปูนทำแปลงแบบถาวร โดยให้มีความสูง 20 เซนติเมตร วางในตำแหน่งที่เดินได้รอบ ไม่ชิดระเบียง เพื่อความสะดวกในการดูแล สิ่งสำคัญคือ ด้านล่างแปลงที่ก่อขึ้นมาต้องเจาะรูด้านข้างให้น้ำระบายออก และเซาะร่องให้น้ำไหลไปลงท่อระบายน้ำ เวลารดน้ำ น้ำจะได้ไม่ไหลเลอะเทอะ

นอกจากการปรุงวัสดุปลูกตามความชอบของผักที่เราปลูกแล้ว แพรมองว่าดาดฟ้ารับแดดเต็มๆ ตลอดทั้งวัน และไม่อยากให้มีน้ำหนักมากเกินไป จึงผสมกาบมะพร้าวลงไปในวัสดุปลูกมากหน่อย เพราะมีน้ำหนักเบาและช่วยเก็บกักความชื้นได้ดี

4. ดูแสง ดูลม

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

การปลูกผักบนดาดฟ้าไม่ต่างจากการปลูกต้นไม้ในบ้าน คือเราต้องดูทิศทางของแสงว่าจุดไหนได้รับแสงมากน้อยอย่างไร ได้รับช่วงไหนของวัน และที่มากไปกว่านั้นคือ ดูลม โดยปกติดาดฟ้าจะมีลมค่อนข้างแรง ผักที่บอบบาง ควรปลูกให้อยู่ต่ำกว่าราวกันตกเพื่อช่วยกันลม หรือปลูกในจุดอับลม

5. แบ่งโซน

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

เพื่อความสวยงามและความสะดวกในการดูแล รวมไปถึงการเก็บผลผลิต เราควรแบ่งโซนของผักให้ดี ผักชนิดเดียวกันปลูกรวมกันเพื่อให้ง่ายต่อการผสมพันธุ์ การปรุงดิน และการดูแล สิ่งที่ทุกคนน่าจะทำได้อยู่แล้วคือ การจัดโซนตามความสวยงาม แบบเดียวกับการจัดสวน จะวางทรงพุ่มไหนไว้ตรงไหน วางข้างกันคู่กัน หรือจะเล่นสีให้ตัดกันก็ได้

นอกจากนี้ ยังควรคำนึงถึงการใช้งานด้วย เช่น ต้นที่สูงกว่าและต้นที่จะเก็บเกี่ยวที่หลัง ควรปลูกด้านใน เพื่อความสะดวกในการเก็บเกี่ยว

6. คำนวณเวลาให้ผลผลิต

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

ความแตกต่างระหว่างการปลูกไม้ประดับกับการปลูกผักคือ การปลูกไม้ประดับ แค่ปลูกทิ้งไว้แล้วรอให้เติบโตไปเรื่อยๆ แต่การปลูกผักจะมีระยะเวลาที่ต้นกล้าจะงอก ผักจะโต ไปจนถึงเก็บเกี่ยวได้ และที่สำคัญคือ ผักแต่ละชนิดมีระยะเวลาให้ผลผลิตไม่เท่ากัน ถ้าเราอยากปลูกผักหลายๆ ชนิดเพื่อนำมาทำอาหารร่วมกัน ต้องคำนวณเวลาปลูกให้ดี ถึงจะได้ผลผลิตพร้อมกัน

7. เผื่อพื้นที่ให้ดี

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

เรามักจินตนาการว่า ผักที่เราเห็นหน้าตาเป็นยังไง ต้นของมันก็คงเป็นแบบนั้น แต่ในความเป็นจริง ผักหลายต้นที่เรากินก็ไม่เหมือนต้นของมันเลย เช่น หัวกะหล่ำปลีต้นจริงใหญ่กว่าหัวที่เราซื้อประมาณเท่าตัว แต่คนขายเขาลอกใบชั้นนอกๆ ออกไปแล้ว หรือต้นหน่อไม้ฝรั่งเป็นพุ่มสูงโปร่ง แท่งที่เรากินเป็นหน่อที่แทงขึ้นมา เหมือนหน่อไม้ที่โค่นต้นไผ่นั่นเอง ดังนั้น ก่อนจะโรยเมล็ด ควรศึกษาก่อนว่าผักชนิดนั้นมีต้นโตเต็มวัยขนาดประมาณไหน จะได้เผื่อพื้นที่ให้ผักโตแบบไม่เบียดกันจนเกินไป

8. เตรียมโครงสำหรับไม้เลื้อย

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

ผักหลายชนิดเป็นไม้เลื้อย เราจึงต้องทำร้านให้ผักไต่ อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ ต้องมีโครงสร้างที่มั่นคง จะได้ไม่โดนลมพัดจนเสียหาย และควรหลีกเลี่ยงโครงสร้างที่เป็นเหล็กเพราะอมความร้อน พืชจึงไม่ค่อยเกาะ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้หรือเจอปัญหาพืชไม่เกาะหลัก แก้ปัญหาได้ด้วยการขึงตาข่ายเสริมให้พืชเกาะได้

9. ปลูกเห็ดก็ได้

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

บนดาดฟ้า ถ้ามีจุดที่แสงส่องไม่ถึง เราก็ตั้งตู้ปลูกเห็ดได้ หลักการคือต้องมีพื้นที่ที่ค่อนข้างมืดและชื้น ซึ่งนำตู้ใดๆ มาประยุกต์ใช้ก็ได้ จากนั้นเอาถุงที่ใส่เชื้อเห็ดมาวาง คอยดูแลให้ชื้นอยู่เสมอ แล้วก็รอเก็บเกี่ยวได้

10. ชวนมามีส่วนร่วม

ความสนุกของการทำสวนผักบนดาดฟ้า ไม่ได้มีแค่เราได้ผักสดๆ ไว้กิน แต่กระบวนการได้ปลูกและดูแลร่วมกัน ไปจนถึงได้เรียนรู้การเจริญเติบโตของผัก ช่วยให้ชีวิตของคนเมืองมีสีสันขึ้นได้ ถ้าสมาชิกในบ้านไม่เคยทำสวนมาก่อน ก็เริ่มต้นได้จากการรดน้ำ ถอนหญ้า แล้วค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ แบบเดียวกับสมาชิกในครอบครัวของแพร ที่สุดท้ายทุกเย็นก็จะมารวมตัวกันดูแลผักสวนครัวบนดาดฟ้า และเก็บผักไปทำอาหารกินด้วยกันอย่างมีความสุข

พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ
พาชมแปลงผักบนดาดฟ้ากลางสุขุมวิทของแพรี่พาย อดีตเมกอัพอาร์ทิสต์ที่ผันตัวมาเป็น Urban Farmer ปลูกผักกินเองอย่างมีศิลปะ

ภาพ : อมตา จิตตะเสนีย์

Writer

ศิรประภา แลนแคสเตอร์

นักเขียนฝึกหัดที่กำลังเรียนรู้โลกผ่านตัวอักษร เรื่องเล่า และการเดินทาง

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

5 พฤศจิกายน 2565

สหายนักดื่มชาทั้งหลาย วันนี้เรามีสูตรขนมหวานจากชามาฝาก ส่งตรงจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

‘วุ้นชาซีลอน’ เป็นไอเดียของ นวล-พาฝัน ศุภวานิช Culinary Artist เจ้าของหวานนวล คิทเช่น สตูดิโอ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงโคลัมโบเชิญมาทำขนมไทย และจัดเวิร์กชอปทำขนมไทยด้วยวัตถุดิบศรีลังกาที่สยามนิวาส 

ด้วยรสและกลิ่นชัดเจน กัดไปคำแรกก็หอมกลิ่นชาทันที วุ้นชาซีลอนจึงเป็นเมนูโดดเด่นที่ทุกคนโปรดปรานและประทับใจ คอลัมน์ Staycation เลยขอแจกสูตรมิตรภาพไทย-ศรีลังกา ให้อร่อยกันถ้วนหน้า

“ศรีลังกามีความอุดมสมบูรณ์คล้าย ๆ บ้านเรา วัตถุดิบอาหารก็คล้ายกัน เราอยากให้คนได้ลองชิมสิ่งที่แตกต่าง ผสมผสานวัฒนธรรม ไม่ได้บอกว่าของใครดีกว่าใคร แต่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เป็นการจุดประกายให้คนชอบขนม คนชอบกิน คนชอบความแตกต่างของอาหาร ได้ลองสนุกกับเมนูที่ทำง่าย ๆ”

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
การทำขนมไทยที่เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

ทำไมต้องชาซีลอน

Ceylon คือชื่อเดิมของศรีลังกา เมื่อครั้งตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ดินแดนที่ชมชอบการจิบชาเป็นที่สุด ด้วยภูมิประเทศหุบเขาบนเกาะใหญ่กลางทะเล ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับความนิยมปลูกกาแฟบนเกาะที่ลดลงมาก ชาวอังกฤษจึงผลักดันการปลูกชาบนเกาะนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และชาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมศรีลังกาตลอดมา 

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
ภาพ : Vyacheslav Argenberg

ชาซีลอนหมายถึงชาที่ปลูกในศรีลังกา ไม่ว่าชาอู่หลง ชาขาว ชาเขียว และประเภทที่คนนิยมมาก ๆ คือชาดำคุณภาพดี สัญลักษณ์ของชาซีลอนคือสิงโตถือดาบ แบบเดียวกับสิงโตบนธงชาติศรีลังกา ถุงหรือกล่องชาที่มีโลโก้นี้อยู่ หมายถึงชาซีลอน 100% ที่บรรจุในศรีลังกา มีมาตรฐานคุณภาพยอดเยี่ยม จุดเด่นของชาซีลอนคือกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้นหอมกรุ่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) มาก

พี่นวลมองว่าชาซีลอน สินค้าอันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกของประเทศเกาะ เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ชาวศรีลังกาทั้งภูมิใจและชื่นชอบ เอามาทำเป็นวุ้นก็ดูดี เข้าใจง่าย ไม่แปลกเกินไป 

ถ้าอยากพลิกแพลงใช้ชาอื่น ๆ ที่มีในบ้านก็ทำได้ตามชอบ แต่ใช้ชาดำจะดีที่สุด เพราะได้รสและกลิ่นชาเข้มข้นถึงใจ

วุ้นแบบไทย ๆ 

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก

“พี่สังเกตเห็นว่าขนมหวานศรีลังกาข้น ๆ หรือเป็นขนมนึ่งทั้งนั้น เลยอยากนำเสนออะไรเบา ๆ เหมาะกับอากาศร้อนค่ะ” 

วุ้น (Agar) ทำจากสาหร่าย เจลาตินทำจากไขกระดูกสัตว์ สูตรนี้ใช้ผงวุ้นสำเร็จรูป จะได้วุ้นกรอบ เซ็ตตัวกว่าเจลาติน และทำง่ายด้วย

“ตอนพี่เป็นเด็ก บ้านเราใช้วุ้นเป็นเส้น ๆ เหมือนเชือกฟาง ทุกวันนี้ในตลาดศรีลังกาก็ใช้วุ้นแบบนั้นค่ะ คนศรีลังกายังทำทุกอย่างด้วยมือ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะขูดมะพร้าวเองในบ้าน ขณะที่บ้านเราไม่ทำแล้ว เพราะเป็นอุตสาหกรรมไปหมด” นักทำขนมตั้งข้อสังเกต 

“วุ้นเป็นขนมสากล หลายประเทศมีขนมจานวุ้นทั้งนั้น แต่เราทำวุ้นแบบไทย สูตรนี้จะลองทำเป็นวุ้นราดกะทิก็ได้ ลองใส่ข้าวโพด ลูกเดือย เม็ดแมงลัก หรือบุกลงไปก็ได้เหมือนกัน”

วัตถุดิบและอุปกรณ์

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. น้ำเปล่า 
  2. ใบชาซีลอน ใช้ชาดำแบบ Broken จะดีที่สุด
  3. ผงวุ้น
  4. น้ำตาล 
  5. หม้อ ทัพพี 
  6. แม่พิมพ์วุ้น

วิธีทำ

  1. เริ่มจากต้มชา ต้มน้ำ 340 มล. ให้เดือด ใส่ชาซีลอนลงไป 1 ช้อนโต๊ะพูน (อย่าใส่ใบชาแต่ตอนแรก ชาจะฝาดและขุ่น) แล้วปิดเตา ปล่อยให้ชาคลี่ตัวและขจายความหอมสัก 5 นาที กรองกากทิ้ง แล้วพักไว้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. แช่ผงวุ้น 2 ช้อนชา ในน้ำเปล่า 150 มล. 15 นาที จนดูดน้ำพองเต็มที่ เพื่อวุ้นจะได้ใส กรอบ และได้รูปสวย
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. นำน้ำวุ้นตั้งไฟกลาง ต้มให้ละลายจนหมด ด้วยการคนไปเรื่อย ๆ ทิศทางเดียวกัน หมั่นเช็กดูว่าวุ้นละลายหมดหรือยังด้วยการหงายหลังทัพพีดู หากมีเม็ดวุ้นเล็ก ๆ ติดหลังทัพพี ให้ต้มต่อจนไม่มีเม็ด 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. ใส่น้ำตาลทราย 80 กรัมในน้ำวุ้น ต้มให้น้ำตาลละลายและเดือดปุด ๆ ปิดเตา 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. เทน้ำชาซีลอนที่ชงไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้จะใส่ข้าวโพดหรือผลไม้ชิ้นเล็ก ๆ ลงไปก็ได้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. เทใส่แม่พิมพ์วุ้น วางไว้สัก 2 ชั่วโมง วุ้นจะเซ็ตตัวพร้อมรับประทาน ยิ่งแช่ตู้เย็น วุ้นจะกรอบเด้งชื่นใจดีแท้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. กินเปล่า ๆ ก็อร่อย ใส่กาแฟ ใส่นมก็เข้าท่า หรือลองจับคู่กับลูกตาลอ่อน ใส่ในรวมมิตรน้ำเชื่อม หรือราดกะทิแบบวุ้นกะทิก็อร่อยมาก 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
ข้อมูลบางส่วนจาก

www.pureceylontea.com/the-birth-of-ceylon-tea/ 

en.wikipedia.org/wiki/Ceylon_tea en.wikipedia.org/wiki/Tea_production_in_Sri_Lanka

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load