17 กรกฎาคม 2564
35 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

พูดถึงร้อยเอ็ด คุณผู้อ่านนึกถึงอะไร

บึงพลาญชัย หนองน้ำแห่งใหญ่ใจกลางเมือง หอโหวด แลนด์มาร์กใหม่ประจำร้อยเอ็ด หรือทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ราบผืนใหญ่ที่กินพื้นที่หลายจังหวัดภาคอีสาน แหล่งกำเนิดข้าวหอมมะลิพันธุ์เด็ด ของดีเมืองสิบเอ็ดประตู

แต่ร้อยเอ็ดวันนี้ที่เราพบ ช่างเป็นเมืองที่แสนคึกคักน่ารัก ไม่เฉพาะเวลาลงเล่น เห็นจะเป็นเพราะมีสถานที่ดีศรีจังหวัดมากมายเต็มไปหมด ตั้งแต่กิจการห้างร้านที่คนรุ่นใหม่ไฟแรงกลับมาพลิกแดนเกิดเมืองนอนให้ฟุ้งไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ต่อยอดข้าวหอมมะลิเป็นเบเกอรี ทายาทนายฮ้อยดีกรีปริญญาโทจากอเมริกาหันมาพัฒนาพันธุ์ควาย ของดีที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ มัณฑนากรสาวเปลี่ยนบ้านเก่าเป็นคาเฟ่ แหล่งรวมของใช้ย้อนวัยที่หวนบรรยากาศครั้งอดีตกลับมาอีกครั้ง ไปจนถึงร้านกาแฟในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

คอลัมน์ Take Me Out ขอพาทุกท่านตะลุย 10 สถานที่ ทั้งวิถีวัฒนธรรมและเชิงนิเวศ จากคนมีฝันและคนมีไฟ กลับมาชุบชีวิตให้ร้อยเอ็ดเป็นเมืองแห่งแรงบันดาลใจของภาคอีสาน

01

พอดิน Clay Studio

ห้องเรียนศิลปะโอเพนแอร์ที่เชื่อว่าแค่มีดินก็เพียงพอ

พอดิน Clay Studio

‘พอดิน’ มาจากภาษาอีสานว่า ‘พ้อดิน’ แปลว่า เจอดินแล้ว

แต่อีกความหมายที่ ตี๋เล็ก-บุญกิจ พันธุ์ศรีศักดิ์ ตั้งใจซ่อนไว้ในชื่อ คือ มีแค่ดินก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างงานศิลปะสักชิ้นหนึ่ง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตี๋เล็กคืออดีตเด็กสถาปัตย์ผู้เคยติด F วิชางานปั้นสมัยเรียน ปัจจุบันกลับเป็นเจ้าของ ‘พอดิน Clay Studio’ โรงเรียนสอนศิลปะงานปั้นดินเผาไซส์จิ๋วแห่งเมืองร้อยเอ็ด เพราะฝึกทักษะพื้นฐานและปรับทัศนะให้หันมาเห็นคุณค่าของดินกับปราชญ์ชาวบ้านที่บ้านค้อ จังหวัดมหาสารคาม ก่อนมุ่งหน้าไปขอทำงานกับ อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินปั้นดินที่เชียงราย ทว่าไม่มีโอกาสได้ร่วมงาน 

เขาจึงหันมาเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเอง จนมีโอกาสไปอวดโฉมผลงานในงาน ‘ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านอาร์ต’ งานเทศกาลศิลปะครั้งใหญ่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2562 นับจากนั้นจึงเริ่มจัดเวิร์กชอปสอนปั้นดินเผาให้แก่ผู้สนใจ แต่มากกว่าวิชาความรู้หรือทักษะหัตถกรรม สิ่งที่ตี๋เล็กตั้งเป้าอยากถ่ายทอด คือความสุขจากการได้ทำงานศิลปะ เพราะแต่ละชิ้นต้องใช้จินตนาการ ความอดทน ทะนุถนอมกว่าจะได้ผลงานอันแสนน่าภูมิใจออกมา

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

“ดินที่ดี คือดินที่มีอยู่ที่บ้าน” เขาว่า

ตอนนี้ตี๋เล็กหลงใหลวิชาปั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนเริ่มผลิตดินสำหรับงานปั้นโดยเฉพาะเพื่อจำหน่าย ควบคู่ไปกับการทำงานวิจัยการเคลือบเครื่องปั้นด้วยกากกาแฟอีกด้วย

พอดิน Clay Studio แฝงตัวอยู่กับ Skipper Garden ใช้พื้นที่กลางสวนเป็นห้องเรียนเปิดโล่ง พร้อมแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนตามงานเทศกาลต่าง ๆ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้คนหลากหลายได้เข้ามาสัมผัสงานฝีมือแขนงนี้ แทนที่จะอยู่นิ่งอยู่กับที่

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1542 2394

Facebook : พอดิน clay studio

02

Skipper Garden

ร้านกาแฟกลางป่ากึ่งพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีต้นไม้เยอะที่สุดในร้อยเอ็ด

Skipper Garden

ธรรมชาติบำบัดคนได้

กิ่ง-ปฏิญญากร บุราณรมย์ เจ้าของร้าน ‘Skipper Garden’ เชื่ออย่างนั้น เพราะเขามีคุณพ่อคอยปลูกฝังให้รักต้นไม้ตั้งแต่เด็ก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

วันเวลาล่วงไป จากดินรกร้าง ลูกหลานทอดทิ้งไปอยู่เมืองหลวง พร้อมป้ายประกาศให้เช่า กิ่งเปลี่ยนบ้านเป็นสวนส่วนตัว แต่เพราะอยากให้คนอื่นเข้ามาสูดไอดิน ดมกลิ่นหญ้า จึงปรับเป็นร้านกาแฟกลางป่า แผ่ร่มเงาแห่งการรักษ์ป่าครอบคลุมทั่วร้อยเอ็ดอย่างที่เห็น

ต้นไม้บางต้นเติบโตขึ้นเองอย่างไม่ตั้งใจ ไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ยก็ใหญ่ได้โดยธรรมชาติ

ต้นไม้บางต้นก็มีที่มาที่ไป

เขาเล่าพลางชี้ไม้ชี้มือให้ดูต้นขนุนหน้าห้องน้ำ พร้อมเฉลยว่าตัวเองทิ้งเมล็ดลงไปในดินตรงนั้นตอนเริ่มก่อสร้างร้าน ผ่านไปไม่นานก็สูงใหญ่ใบดก เป็นแหล่งอ้างอิงอายุอานามของร้านที่แสนน่ารัก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

กิ่งปลูกปั้น Skipper Garden ขึ้นเพราะต้องการให้แขกไปใครมาได้รับพลังบวกจากต้นไม้พวกนี้ วางตัวเป็นแหล่งชาร์จแบตธรรมชาติ เปิดพื้นที่ป่ากลางเมืองให้ทุกคนมาพักผ่อนหย่อนใจ จิบกาแฟ นอนเปล รับลมกลางวันอุ่น ๆ มีสุมทุมพุ่มไม้เป็นเครื่องกีดกั้นความเครียดทิ้งไปตั้งแต่หน้าร้าน ร่มไทรใบบังเป็นร่มกางกั้นแสงแดดให้ต้องผิวแต่พอดี

“อาจจะไม่นาน ครู่สั้น ๆ แต่หากเยียวยาจิตใจคนได้ก็คุ้มแล้ว”

อ้อ! อาณาโดยรอบอันกว้างขวาง คือพื้นที่กึ่งสาธารณะที่กิ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาจัดกิจกรรมใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ไปจนถึงพอดิน Clay Studio โรงเรียนสอนทำเครื่องปั้นดินเผา

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 5135 7752

Facebook : Skipper Garden 

03

Hommali Story

แป้งข้าวหอมมะลิของดีเมืองร้อยเอ็ด สู่เมนูเบเกอรีแสนอร่อย

Hommali Story

‘เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ’

ใคร ๆ ก็รู้ว่าข้าวหอมมะลิคือของดีประจำเมืองหอโหวดแห่งภาคอีสาน แต่ครั้นจะปล่อยของดีอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่คิดคัดดัดแปลงให้งอกเงยงอกงามขึ้นก็น่าเสียดาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ภูมิ กองทุ่งมน แห่ง ‘Hommali Cafe’ ลูกร้อยเอ็ดที่ทดลองทำธุรกิจมาหลากหลายแขนง จึงหยิบแป้งข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาต่อยอด ผสานกับทักษะการทำขนมอบแบบฝรั่งที่เจ้าตัวไปเรียนมา ลองผิดลองถูกจนได้สูตรเบเกอรีแป้งข้าวหอมมะลิ เคล็ดลับเฉพาะหอมมะลิคาเฟ่เท่านั้น

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ร้านขนมแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศอบอุ่น สีสว่างสะอาดตา และเรื่องราวแห่งการสานต่อภูมิปัญญา แต่ยังแฝงไปด้วยวิสัยทัศน์ของเจ้าของร้าน ภูมิแบไต๋ว่าอยากพัฒนาสูตรให้เด็ดดวงจนวางขายตามร้านสะดวกซื้อ เสิร์ฟบนเครื่องบิน และส่งออกไปอวดของดีให้ชาวโลกได้ชิม ความฝันนี้ดูไม่ไกลเกินเอื้อมนัก เพราะเขาได้ แป้ง-พักตร์จิรา กองทุ่งมน ศรีภรรยา มาช่วยดูแลแผนการตลาดและกลยุทธ์

Hommali Cafe คือคาเฟ่แห่งภูมิปัญญา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าร้อยเอ็ดคือเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์แห่งอีสาน

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 09 9610 5986

Facebook : Hommali Story

04

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

อาร์ตคาเฟ่ที่พิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

‘อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101’ คือคาเฟ่กึ่งอาร์ตสเปซกลางเมืองร้อยเอ็ดของ ต้น-ปรัชญา บุณยทัต ชาวนนทบุเรี่ยนที่ย้ายมาร้อยเอ็ดตามพ่อแม่

เกิดขึ้นด้วยความต้องการให้มีพื้นที่ที่ใคร ๆ ก็เข้ามาลองสัมผัส เพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใช้เครื่องดื่มแก้วโปรดเป็นสื่อพาคนเข้าหาศิลปะอย่างแนบเนียน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ต้นไม่ใช่ศิลปินยิ่งใหญ่ที่เสกสรรงานศิลปะได้ตามใจหมาย เขาคือภูมิสถาปนิกคนธรรมดาผู้พึงพอใจกับการได้วาดรูปตามประสา เพียงแต่ไม่ต้องการให้กรอบความงามมาจำกัดจินตนาการไปอย่างน่าเสียดาย เขาหยิบชื่อ ‘อาร์ต ละ วาด’ ซึ่งเพี้ยนมาจากท่อนหนึ่งในเพลง เอาละเว้ย ของ โต้ง Twopee Southside เป็นชื่อร้าน ให้แขกไปใครมาได้อาละวาดสาดสีตามใจหมายได้อย่างไร้กังวล

มนุษย์ เครื่องดื่มแก้วโปรด งานศิลปะ ดูจะเป็น 3 สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่กลับเชื่อมโยงจนลงตัวอย่างน่าพิลึก ณ สถานที่แห่งนี้

ในอนาคต ต้นวางแผนให้อาร์ต ละ วาด แบ่งโซนร้านกาแฟกับสถานที่จัดเวิร์กชอปสอนระบายสีน้ำออกจากกันอย่างชัดเจน แถมอยากเติมพื้นที่แกลเลอรีแสดงผลงานไซส์ย่อมมาให้ครบวงจร เพื่อให้คนที่เข้ามาได้สัมผัสและตกหลุมรักศิลปะ

ที่ตั้ง : 33/63 ถนนกองพลสิบ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 2333 4095

Facebook : อาร์ต ละ วาด arts space & cafe 101

05

บ้านโบราณดี Gallery

ร้านอาหารจากบ้านเก่าของมัณฑนากรสาวกลับบ้าน

บ้านโบราณดี Gallery

ดวง-ดวงมณี สูงสันเขต คือสาวร้อยเอ็ดโดยกำเนิด 

เธอเป็นลูกสาวหล่าของครอบครัว มีกิจกรรมวาดภาพระบายสี ทำงานประดิดประดอย เป็นเครื่องแก้เหงาในวัยเยาว์

เธอติดตามรถพุ่มพวงของพ่อแม่ ตระเวนขายกับข้าวให้คนทั่วชุมชน พบปะทักทายผู้คนจนสนิทสนมประหนึ่งญาติตั้งแต่เด็กเช่นกัน

หลังเรียนจบเป็นมัณฑนากรเต็มตัว จึงตัดสินใจหอบฝันกลับถิ่นเกิด เพราะต้องการกลับมาดูแลพ่อแม่ ซึ่งนับวันก็ยิ่งอายุมากขึ้น เธอแปลงโฉมบ้านเก่าของครอบครัวเป็นร้านอาหาร เสิร์ฟกับข้าวสูตรคุณแม่ที่เคยทำเร่ขายกับรถพุ่มพวงและอร่อยเด็ดมัดใจคนทั้งย่านมาแล้ว แถมยังอุดหนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่นมาประกอบอาหารทุกจาน แจกจ่ายรายได้ให้ผู้เฒ่าผู้แก่อย่างทั่วถึง ส่วนพาร์ตเครื่องดื่ม เธออาศัยความชอบและทักษะการเรียนรู้ รังสรรค์ทุกเมนูขึ้นมาด้วยตัวเอง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

สรรพสิ่งที่ตกแต่งในร้านล้วนเป็นของกระจุกกระจิกที่ชวนหวนให้คิดถึงความอบอุ่นแห่งวันวาน เก่าเก็บบ้าง เขาให้มาบ้าง บางชิ้นดวงประดิษฐ์ขึ้นมาเองบ้าง ใครได้มาที่นี่ก็ล้วนอยากกลับบ้านไปนอนตักแม่

ดวงมณีอยากพิสูจน์ว่าคนรุ่นใหม่ก็กลับบ้านมาอยู่กับพ่อแม่ ใช้ของดีที่มีอยู่แล้วเป็นอาชีพได้จริง ไม่ใช่แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ

ที่ตั้ง : 28 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4297 4929

Facebook : บ้านโบราณดีgallery

06

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

ฟาร์มสเตย์กลางทุ่ง แหล่งจุบรรยากาศท้องทุ่งอีสาน

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

เพราะไม่อยากให้คนพื้นที่ลืมถิ่นเกิด ละทิ้งรากเหง้าของตัวเองไป ก้อง-วีรพล คำสุวรรณ หนุ่มนักดนตรีผู้ประสบภัยโรคระบาดตัวร้ายจึงหันหน้ากลับบ้าน เปลี่ยนบ้านพักกลางทุ่งที่ครอบครัวทำไว้สังสรรค์ส่วนตัวเฉพาะเพื่อนฝูงคนรู้ใจ เป็นฟาร์มสเตย์ที่พัก ให้แขกได้เข้ามาสัมผัสวิถีชาวนาขนานแท้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมต้องการกระจายรายได้ หากิจกรรมให้พ่อแม่ทำไม่เหงาห่อเหี่ยว จึงจัดแจงแบ่งหน้าที่ตามถนัด คุณพ่อดูแลนาและสวนโดยรอบให้เขียวชอุ่ม พร้อมชาร์จพลังสดชื่นจากธรรมชาติไว้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน คุณแม่งัดเสน่ห์ปลายจวัก ค้นสูตรลับเฉพาะตัวมาขโมยใจใครก็ตามที่ได้ชิม

ก่อนหน้าสถานการณ์โรคระบาดตัวร้ายจะกลับมาอีกครั้ง ก้องเห็นว่าสถานการณ์ของพี่น้องวงการดนตรีซบเซาจนน่าใจหาย จึงจัดเทศกาลดนตรีเล็ก ๆ ขึ้นที่ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ ชื่อ ‘ในนามีเพลง’ ชวนศิลปินในพื้นที่มาสังสรรค์คลายเครียด ให้รู้ว่ายังมีกันและกันอยู่

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมยังกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่ ทำโครงการ ‘ส่งปิ่นโต’ ให้แม่ป้ารังสรรค์เมนูลับเฉพาะครัว อาหารพื้นถิ่น ใส่ปิ่นโตมาบริการนักท่องเที่ยวให้ได้กินวิถีชีวิตดั้งเดิมไม่ปรุงแต่ง

“ชีวิตชาวนาสร้างนิสัยคราฟต์ต่อการใช้ชีวิต” ก้องว่า

เขาตกหลุมรักวิถีเกษตรเข้าอย่างจังเมื่อได้มาต่อยอดปู่ย่า ฟาร์มสเตย์ วิ่งเล่นตามคันนา จับปู ดักปลา ยิงกะปอม แล้วประกอบอาหารแบบพื้นบ้าน เสน่ห์ข้อนี้ผูกเงื่อนตายระหว่างเขาเข้ากับฟาร์มสเตย์แห่งนี้

“วิถีชาวนาอาจไม่สะดวกสบาย แต่มันให้ทุกอย่างที่ชีวิตต้องการ ทั้งข้าวปลาอาหารและเงินทอง หากรู้วิธีบริหารจัดการที่ดี” 

ที่ตั้ง : ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด 45230 (แผนที่)

ร้านอาหารเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00 – 18.00 น.

ที่พักฟาร์มสเตย์ติดต่อทางเฟซบุ๊ก

โทรศัพท์ : 08 0750 9312

Facebook : ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

07

Midori Cafe

คาเฟ่ใบไม้สีเขียวฉบับแดนอาทิตย์อุทัยที่อบอุ่นดุจบ้านเพื่อน

Midori Cafe

Midori เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าใบไม้สีเขียว

อาร์ต-พิศุทธิ์ แสงสุริศรี ลูกหลานร้อยเอ็ดหยิบเอาความหลงใหลในธรรมชาติ โดยเฉพาะธรรมชาติแบบญี่ปุ่นที่เจ้าตัวมีโอกาสไปสัมผัส จากคราวไปเยี่ยมแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อย ๆ มาใช้เป็นธีมหลักในการตกแต่งร้าน สร้างมินิเจเปนทาวน์ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

นอกจากบรรยากาศแดนอาทิตย์อุทัย แตกต่างจากบริเวณโดยรอบ ความพิเศษที่อาร์ตบรรจงใส่ลงไปในร้าน คือบริการคั่วกาแฟแบบแก้วต่อแก้ว ด้วยความหลงใหลจนถึงขั้นมีโรงคั่วของตัวเอง ใครถนัดกาแฟคาแรกเตอร์แบบไหน กระซิบบอกอาร์ตให้จัดได้ตามต้องการ 

อาร์ตเผยความลับในใจว่าเขารักอาชีพนี้และร้านนี้อย่างมาก ลงทุนทุ่มเททุกเรี่ยวแรงตั้งแต่ Day 1 เขาจึงไม่เคยคิดย่อท้อ พร้อมตื่นเช้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มแก้วอร่อยตั้งแต่ 7 โมง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม วันหยุดราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันพิเศษโอกาสใด ก็ปิดบริการ Midori Cafe ไม่ได้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

คำโอภาปราศรัย เครื่องดื่มรสชาติดี บรรยากาศอบอุ่น ประสานพลังให้เราสัมผัสความเป็นกันเองได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าบริเวณร้าน

เหมือนมาบ้านเพื่อนเลย-เราคิด 

ที่ตั้ง : ซอยราชการดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2832 9897

Facebook : Midori Cafe

08

ฟาร์มควายดี 

ฟาร์มควายไทยพันธุ์ดีของเหลนนายฮ้อยดีกรี ป.โท อเมริกา 

ฟาร์มควายดี

ควาย คือเพื่อนข้างกายเกษตรกรไทยมานานเกินกว่าจะนับได้ แม้เป็นสัตว์ที่ถูกมองข้ามอยู่ตลอดเวลา โดนตีตราว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเขลา แต่เพื่อนสี่ขาเขาโง้งยาว เจ้าของนิยามถึกทนนี้ คือความสนใจของ เจ๋ง-จารุตตม์ เดชะพหุล หนุ่มนักเรียนนอก ดีกรีปริญญาโทจากอเมริกา

สายเลือดนายฮ้อยจากคุณตาทวดกระตุ้นให้เขาสังเกตว่าเกษตรกรไทยไม่ได้มีรายได้ดีเท่าเกษตรกรฝรั่ง จากประสบการณ์ตรงเมื่อคราวไปเรียนต่อด้านการตลาดที่รัฐเนแบรสกา (Nebraska) เจ้าตัวจึงกลับมาทุ่มเทศึกษาควายอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับเรียนรู้วิถีเกษตรกรไทย จนเห็นแจ้งว่าเกษตรกรไทยขาดองค์ความรู้ในการทำเกษตรให้เป็นที่ต้องการของตลาด 

เขาจึงผลักดันการกระจายองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อม ๆ กับพัฒนาสายพันธุ์เพื่อนรักชาวนาอย่างควาย ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ให้ได้ควายสายพันธุ์ดีตรงตามความต้องการตลาดควาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตลาดควายยิ่งใหญ่และน่าสนใจอย่างมาก มีทั้งสายสวยงาม สายควายเนื้อ สายควายนม และบรรดาควาย ๆ ในฟาร์มควายดีก็น่ารักจับใจ 

ปัจจุบันเจ๋งเป็นที่ปรึกษาสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย มีโอกาสได้ออกไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เลี้ยงควายอยู่บ่อย ๆ เพื่อพัฒนาและอนุรักษ์สายพันธุ์ควายไทยให้เจ๋งสมชื่อ

อนาคตเจ้าตัวยังมีแผนเปิดร้านอาหารกึ่งศูนย์เรียนรู้ เปลี่ยนความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ให้หันมารักน้องควายผ่านกิจกรรมสนุก ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : โทรติดต่อคุณเจ๋งเพื่อนัดเวลา

โทรศัพท์ : 09 2425 9499

Facebook : KWAI DEE – ฟาร์มควายดี

09

เมืองไม้บาติก

แหล่งผ้าบาติกแดนใต้ใจกลางอีสาน

เมืองไม้บาติก
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ผ้าบาติกคือของดีจากแดนด้ามขวาน ลวดลายที่เห็นกันจนชินตามีตั้งแต่น้ำทะเลไปจนถึงต้นมะพร้าว สีสันฉูดฉาดแจ่มตา

อาจารย์ต่อศักดิ์ สิทธิสา คือผู้ริเริ่มพาผ้าบาติกแดนใต้มาสู่กลางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิด ‘เมืองไม้บาติก’ โรงเรียนสอนและโรงงานผลิตผ้าบาติกที่เขาพัฒนาจนเด่นดัง ใครได้ยินว่าร้อยเอ็ดมีผ้าบาติกเป็นของดี เป็นต้องขมวดคิ้วฉงน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

เมืองไม้บาติกพัฒนาทั้งลวดลายและสีสันของผ้าให้มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนบาติกดั้งเดิม ใช้ผ้าไหมทอมือของร้อยเอ็ดแท้ ๆ เพนต์ลวดลายธรรมชาติ สาดเฉดสีเอิร์ธโทนนวลตา ตรงใจลูกค้าทั้งไทยเทศ อาจารย์ต่อศักดิ์เปิดรับนักเรียนเฉพาะกิจ สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้วิธีทำผ้าฉบับกระชับ แวะเข้ามาเติมแต้มแต่งผ้าได้ตามจินตนาการความชอบ ใส่ไอเดียได้อย่างเต็มที่ หรือใครอยากเลือกช้อปไปเติมตู้ ก็เลือกสรรได้ตามอัธยาศัย 

อาจารย์ต่อศักดิ์เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า เมื่อ พ.ศ. 2547 เมืองไม้บาติกได้รางวัลโอทอประดับ 5 ดาว จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วจังหวัดเพื่อนบ้าน ทั้งยังได้รับคัดเลือกจากสายการบินไทย นำไปเป็นสินค้าโอทอปขายบนเครื่องบินอีกด้วย

จะซื้อใช้ซื้อฝาก ก็เป็นตาฮักไปเบิ้ด!

ที่ตั้ง : 281 หมู่ 2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 0 4356 9048

10

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

ร้านอาหารในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

สีนะวัฒน์พาณิชย์ คือกิจการเก่าแก่คู่เมืองร้อยเอ็ดที่ แทน สีนะวัฒน์ ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กวิ่งซนมาด้วยความผูกพัน

พอถึงคราวได้ทำ ‘Elefin’ ธุรกิจร้านอาหารของตัวเองซึ่งมีสาขาอยู่ทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ จึงอยากกลับมาเปลี่ยนมรดกบ้านเก่าของครอบครัวริมบึงพลาญชัย เป็นร้านบริการอาหารและเครื่องดื่มภายใต้เครือเดียวกัน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แทนหยิบเอาชื่อปู่ ‘สวน’ ย่า ‘พยอม’ มาเป็นชื่อสร้อยต่อท้ายประจำสาขา ด้วยอยากให้คนร้อยเอ็ดได้มีที่พักผ่อน แหล่งครัวอาหารอร่อยปลอดภัย เสิร์ฟเมนูคุณภาพและเครื่องดื่มสุขภาพ เป็นหมุดหมายสำคัญของเมือง เคียงคู่ไปกับการเป็นแหล่งรวมความทรงจำวัยเยาว์ของเขา

เอลเลฟินตกแต่งด้วยนานาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกิจกรรมทอผ้าไหมของ ย่าพยอม สีหะวัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะงานผ้า) พ.ศ. 2530 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และสะท้อนภูมิปัญญาชาวอีสาน เพิ่งปรับตัวเป็น House Museum อย่างเป็นทางการเพื่อเชิดชูเกียรติคุณย่า นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือจับปลาแบบดั้งเดิมของคุณปู่ ไปจนถึงโมเดลรถ ของสะสมส่วนตัวของแทน กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณอย่างน่ารัก

เรือนไม้ตึกแถวขนาด 4 คูหา 2 ชั้นยังคงอบร่ำไปด้วยเสน่ห์แห่งวันวานอยู่คู่เมืองร้อยเอ็ดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ตั้ง : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7599 9222

Facebook : Elefin Cafe Bahn Suan Payorm ร้านอาหารเเละกาแฟ ริมบึงพลาญชัย ร้อยเอ็ด

Writer

กรภัทร พรมรักษา

ออกเดินทาง ซดกาแฟ มองท้องฟ้า ฟังเรื่องเล่า ประสบการณ์ไม่เคยเก่าเลย

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x Museum Siam

200 ปี บนพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ มีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา จากเคยถูกสร้างมาเพื่อหน้าที่หนึ่ง กลับถูกพลิกบทบาทไปเป็นอีกหน้าที่หนึ่ง เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ฟังก์ชันเดิมไม่ตอบโจทย์การใช้งาน สถานที่เหล่าจึงนี้ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึง ได้ใช้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น 

จากวังเก่าสู่มหาลัยวิทยาลัย จากโรงพิมพ์สู่พิพิธภัณฑ์ จากคุกสู่สวนสาธารณะ และพื้นที่อีกมากมายที่รอทุกคนมาเปิดมุมมองผ่านประวัติศาสตร์พื้นที่เก่าบนเรื่องราวบทใหม่

มหาวิทยาลัยศิลปากร

วังเก่าสู่มหาวิทยาลัยศิลปะแห่งแรกของไทย

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร มหาวิทยาลัยศิลปากร

วังท่าพระ วังรุ่นแรกๆ ในช่วงสถาปนาพระนคร เคยเป็นที่ประทับของเจ้านายหลายพระองค์ รวมถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม พระองค์ประทับอยู่จนถึงสมัยรัชกาลที่ 8 ก่อนย้ายไปประทับที่บ้านปลายเนิน พระองค์ทรงขายวังท่าพระแก่รัฐบาล ก่อนจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน โดยในรั้วมหาวิทยาลัยยังมีร่องรอยของวังท่าพระ และมีการอนุรักษ์อาคารเก่า ทั้งประตู กำแพงวัง ท้องพระโรง ศาลาในสวนแก้วที่ประทับฟังดนตรีของรัชกาลที่ 5 รวมถึงตำหนักกลาง และตำหนักพรรณรายที่กลายเป็นที่ตั้งของหอศิลป์และหน่วยงานของมหาวิทยาลัย

ที่อยู่ : 31 ถนน หน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน ตามเวลาราชการ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (พระราชวังบวรสถานมงคล)

วังหน้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์สู่พิพิธภัณฑ์รวบรวมประวัติศาสตร์

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองในพระนคร มหาวิทยาลัยศิลปากร

 ‘วังหน้า’ มีความหมายถึงบุคคลที่ดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล และยังหมายถึงสถานที่ที่ประทับของผู้ดำรงตำแหน่งวังหน้า จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้าไป ทำให้วังหน้าถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่ใช้สอยเพื่อตอบสนองสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยพื้นที่ส่วนหนึ่งกลายมาเป็น ‘พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร’ พิพิธภัณฑ์จัดแสดงสมบัติทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า และเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของวังหน้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

อ่านเรื่องราวของประวัติศาสตร์วังหน้าเพิ่มเติมได้ที่นี่

ที่อยู่ : 4 ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

เวลาทำการ : 09.00 – 16.00 น. วันพุธ-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ตึกโดม

ทางเชื่อมโรงทหารสู่สัญลักษณ์ของธรรมศาสตร์

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองในพระนคร

เดิมเคยเป็นเขตฝ่ายในของพระราชวังบวรสถานมงคล จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้าไป จึงปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อการใช้สอยส่วนใหญ่มาเป็นโรงทหาร ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 มีการปรับเปลี่ยนอีกขั้นหนึ่ง โดยสร้างโรงทหารและที่ทำการเพื่อใช้ในกิจการทหารเรื่อยมา จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 8 เมื่อก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงออกแบบอาคารขึ้นใหม่โดย จิตรเสน อภัยวงศ์ สถาปนิกที่เรียนจบจากฝรั่งเศส โดยปรับโรงทหารทั้งหมดให้เชื่อมต่อเป็นหลังคาเดียวกันด้วยหอคอยหลังคาทรงดินสอ ภายใต้ศิลปะรูปแบบ Art Deco ที่สวยงาม

ชมเรื่องราวของพื้นที่วังหน้าก่อนเปลี่ยนบทบาทมาเป็นอาคารของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ที่นี่ 

ที่อยู่ : 2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน ตามเวลาราชการ

พิพิธบางลำพู 

โรงพิมพ์สู่พื้นที่เล่าเรื่องบางลำพู

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร พิพิธบางลำพู

‘พิพิธบางลำพู’ อาคารที่ได้รับการซ่อมแซมจากโรงพิมพ์คุรุสภา โรงพิมพ์แบบเรียนและงานข้าราชการที่หมดสัญญาเช่าและกำลังจะถูกรื้อถอน แต่ชาวบ้านมองเห็นความสำคัญของตัวอาคารและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของย่านการค้าเก่าแก่ จึงรวมกลุ่มกันคัดค้านและผลักดันให้ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ทำให้อาคาร 2 ชั้น ริมถนนพระอาทิตย์กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของบางลำพู ย่านเก่าทรงเสน่ห์ ที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรมและผู้คนมาอย่างยาวนาน 

ที่อยู่ : ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม

เวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

เว็บไซต์ : http://banglamphumuseum.treasury.go.th/

สวนรมณีนาถ

คุกเก่าสู่สวนสาธารณะ

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สวนรมณีนาถ
12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สวนรมณีนาถ

พื้นที่นี้เคยเป็นคุกกองมหันต์โทษ สถานที่กักขังนักโทษในสมัยรัชกาลที่ 5 จนกระทั่ง พ.ศ. 2535 กระทรวงมหาดไทยเห็นสมควรว่า ควรย้ายเพราะพื้นที่คับแคบและขยายไม่ได้แล้ว จึงปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมกับบรรยากาศของกรุงรัตนโกสินทร์ ปรับเปลี่ยนมาเป็นสวนสาธารณะชื่อ ‘สวนรมณีนาถ’ เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดย่อม สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นสวนสาธารณะที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ และยังหลงเหลือสิ่งก่อสร้างของคุกในอดีตให้ได้ชม เช่น ป้อมยามรักษาการณ์โดยรอบ อาคารเรือนนอนผู้ต้องขัง และตึกรักษาการ

‎ที่อยู่ : ถนนมหาชัย แขวงสำราญราษฏร์ 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 05.00 – 21.00 น.

สวนสราญรมย์

สวนส่วนพระองค์สู่สวนของทุกคน

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สวนสราญรมย์

สวนสราญรมย์ ปอดสีเขียวแห่งพระนครที่ผู้คนต่างแวะมาเยี่ยมเยือน เดิมทีเป็นพระราชอุทยานในพื้นที่วังสราญรมย์ โดยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ตกแต่งอย่างฝรั่ง ทั้งสระน้ำพุโลหะสไตล์ยุโรป สวนไม้ดอกไม้ประดับ รวมถึงศาลาทรงแปดเหลี่ยมอันโดดเด่น ใช้เป็นทั้งสวนส่วนพระองค์และสวนรับรองแขกบ้านแขกเมือง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ถูกใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมทหาร ทำให้มีศาลาเรือนกระจกและศาลากระโจมแตร ซึ่งเป็นที่บรรเลงดนตรีหรือแตรวงของทหาร จนกระทั่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลจึงส่งมอบให้กรุงเทพมหานครดูแล และปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะที่แบ่งปันพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ทำกิจกรรมแก่ประชาชนทั่วไป 

ที่อยู่ : บริเวณถนนเจริญกรุง และถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 05.00 – 21.00 น.

นิทรรศรัตนโกสินทร์

อาคารพาณิชย์สู่นิทรรศการประวัติศาสตร์

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร นิทรรศรัตนโกสินทร์

อาคารนิทรรศรัตนโกสินทร์ เป็นส่วนหนึ่งของอาคารบริเวณถนนราชดำเนินกลาง นับเป็นสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่การสร้างถนนราชดำเนินตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 5 โดยใช้ต้นแบบจากถนนชองป์ เซลิเซ่ (Champs-Élysées) ใน พ.ศ. 2480 ที่ดิน 2 ฝั่งถนนถูกเวนคืนเพื่อสร้างอาคาร 15 หลัง เป็นโรงแรม สำนักงาน และอาคารพาณิชย์ทั่วไป หนึ่งในอาคารเหล่านั้นปัจจุบันบูรณะตกแต่งจนกลายเป็นนิทรรศรัตนโกสินทร์ แหล่งเรียนรู้ขุมทรัพย์ทางข้อมูลของรัตนโกสินทร์ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม ภายในมีการจัดแสดงอย่างทันสมัยด้วยเทคนิคที่หลากหลาย และยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมของโครงสร้างอาคารภายนอกไว้อย่างสวยงาม

ที่อยู่ : 100 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ 

เวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันจันทร์)

ติดต่อ : 0 2621 0044

เว็บไซต์ : http://www.nitasrattanakosin.com/ 

พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 

ห้างเก่าสู่พิพิธภัณฑ์ รัชกาลที่ 7

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองในพระนคร

อาคารยุโรปสไตล์นีโอคลาสสิกสีเขียวพาสเทลย่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดดเด่นด้วยโครงสร้างอาคารที่สวยงามและลวดลายปูนปั้นประดับ ที่นี่เคยเป็นห้างยอนแซมสัน ขายสินค้านำเข้าจากประเทศอังกฤษ ทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์เครื่องหนัง ต่อมาในรัชกาลที่ 6 เปลี่ยนเป็นห้างสุธาดิลก จำหน่ายเครื่องสุขภัณฑ์ เรื่อยมาจนเป็นที่ทำการกรมโยธาเทศบาล กรมโยธาธิการ จนกระทั่งในปัจจุบันเปลี่ยนบทบาทหน้าที่มาเป็น พิพิธภัณฑ์ของรัชกาลที่ 7 สะสมเรื่องราวพระราชประวัติและข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์และของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

ที่อยู่ : 2 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส

เวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์)

ติดต่อ : 0 2280 3413-4 

สยามเฮ้าส์ โคโลเนียล

บ้านคุณหญิงอนุกูลสยามกิจสู่สถานจัดงานวิวาห์โรแมนติก

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองในพระนคร

สยามเฮาส์ โคโลเนียล เดิมชื่อบ้านผ่านฟ้า บ้านของคุณเผื่อน (อำแดงเผื่อน) อนุกูลสยามกิจ ภรรยาพระยาอนุกูลสยามกิจ ข้ารับใช้ในสมัยรัชกาลที่ 4 – 5 บ้านผ่านฟ้ามีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม โดดเด่นด้วยบานหน้าต่างไม้และลวดลายปูนปั้นสีสดใส ด้วยการตกแต่งสถานที่ที่สวยงาม ทำให้บ้านผ่านฟ้ากลายเป็นสถานที่รับจัดงานเลี้ยงวิวาห์และพิธีการต่างๆ สำหรับคู่รักที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศบ้านโบราณแบบตะวันตกในวันพิเศษ

ที่อยู่ : 591 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ 

ติดต่อ : 0 2282 0311

เฟซบุ๊ก : สยามเฮาส์  

หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา 

พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่พื้นที่ศิลปะ

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา

บ้านเจ้าพระยา สถาปัตยกรรมเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ใกล้กับสวนสันติชัยปราการและป้อมพระสุเมรุ เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อาคารทรงปั้นหยาที่ยังคงอยู่อย่างครบถ้วนทั้งเสา คาน ซุ้มประตู หน้าต่าง และช่องลม เดิมพื้นที่นี้เคยเป็นวังของพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ (พระนามเดิม พระองค์เจ้าชายนวรัตน์) พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้นราชสกุลนวรัตน ก่อนเปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานทางศิลปะ มีทั้งงานศิลปะถาวรและงานศิลปะหมุนเวียน รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปประจำเดือนต่างๆ สำหรับทุกคนที่สนใจ 

ที่อยู่ : 49/1 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม

เวลาทำการ : 10.00 – 19.00 น. (ปิดวันอังคาร)

เฟซบุ๊ก : หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา Arts Gallery at Ban Chao Phraya

สถานีสามยอด

ตึกเก่าสู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สถานีสามยอด

หากมองผ่านๆ อาจไม่ทันได้สังเกตว่าตึกเก่า 3 หลังย่านวังบูรพาแห่งนี้ เป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เพราะการตกแต่งที่หยิบเอาดีไซน์ตึกเก่าในสมัยรัชกาลที่ 6 มาใช้ควบคู่กับสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โคโลเนียลให้กลมกลืนไปกับอาคารและสิ่งก่อสร้างอื่นในบริเวณรอบข้าง นำประตูบานเฟี้ยม รูปแบบของประตูในอดีตมาใช้ รวมถึงนำรูปทรงและลักษณะของซุ้มประตูสามยอดมาตกแต่ง เพื่อสื่อให้เห็นถึงความเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ ภายในสถานียังติดภาพย้อนยุคไว้ตามผนัง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวแก่คนรุ่นหลัง

สถานีสนามไชย

พื้นที่อนุรักษ์สู่สถานีพาคนเข้ากรุง

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สถานีสนามไชย
12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สถานีสนามไชย

สถานีสนามไชย พิกัดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุขณะก่อสร้าง เป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแห่งใหม่ที่เปิดใช้เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่เมือง ออกแบบด้วยการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเข้ามาใช้ โดยพื้นและผนังจำลองมาจากกำแพงเมือง เสามีการประดับบัว ตกแต่งด้วยลวดลายไทยตามจุดต่างๆ ใช้โทนสี แดง ขาว และทอง เพื่อสร้างความรู้สึกให้เหมือนกับท้องพระโรงในอดีต

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load