17 กรกฎาคม 2564
10 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

พูดถึงร้อยเอ็ด คุณผู้อ่านนึกถึงอะไร

บึงพลาญชัย หนองน้ำแห่งใหญ่ใจกลางเมือง หอโหวด แลนด์มาร์กใหม่ประจำร้อยเอ็ด หรือทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ราบผืนใหญ่ที่กินพื้นที่หลายจังหวัดภาคอีสาน แหล่งกำเนิดข้าวหอมมะลิพันธุ์เด็ด ของดีเมืองสิบเอ็ดประตู

แต่ร้อยเอ็ดวันนี้ที่เราพบ ช่างเป็นเมืองที่แสนคึกคักน่ารัก ไม่เฉพาะเวลาลงเล่น เห็นจะเป็นเพราะมีสถานที่ดีศรีจังหวัดมากมายเต็มไปหมด ตั้งแต่กิจการห้างร้านที่คนรุ่นใหม่ไฟแรงกลับมาพลิกแดนเกิดเมืองนอนให้ฟุ้งไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ต่อยอดข้าวหอมมะลิเป็นเบเกอรี ทายาทนายฮ้อยดีกรีปริญญาโทจากอเมริกาหันมาพัฒนาพันธุ์ควาย ของดีที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ มัณฑนากรสาวเปลี่ยนบ้านเก่าเป็นคาเฟ่ แหล่งรวมของใช้ย้อนวัยที่หวนบรรยากาศครั้งอดีตกลับมาอีกครั้ง ไปจนถึงร้านกาแฟในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

คอลัมน์ Take Me Out ขอพาทุกท่านตะลุย 10 สถานที่ ทั้งวิถีวัฒนธรรมและเชิงนิเวศ จากคนมีฝันและคนมีไฟ กลับมาชุบชีวิตให้ร้อยเอ็ดเป็นเมืองแห่งแรงบันดาลใจของภาคอีสาน

01

พอดิน Clay Studio

ห้องเรียนศิลปะโอเพนแอร์ที่เชื่อว่าแค่มีดินก็เพียงพอ

พอดิน Clay Studio

‘พอดิน’ มาจากภาษาอีสานว่า ‘พ้อดิน’ แปลว่า เจอดินแล้ว

แต่อีกความหมายที่ ตี๋เล็ก-บุญกิจ พันธุ์ศรีศักดิ์ ตั้งใจซ่อนไว้ในชื่อ คือ มีแค่ดินก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างงานศิลปะสักชิ้นหนึ่ง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตี๋เล็กคืออดีตเด็กสถาปัตย์ผู้เคยติด F วิชางานปั้นสมัยเรียน ปัจจุบันกลับเป็นเจ้าของ ‘พอดิน Clay Studio’ โรงเรียนสอนศิลปะงานปั้นดินเผาไซส์จิ๋วแห่งเมืองร้อยเอ็ด เพราะฝึกทักษะพื้นฐานและปรับทัศนะให้หันมาเห็นคุณค่าของดินกับปราชญ์ชาวบ้านที่บ้านค้อ จังหวัดมหาสารคาม ก่อนมุ่งหน้าไปขอทำงานกับ อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินปั้นดินที่เชียงราย ทว่าไม่มีโอกาสได้ร่วมงาน 

เขาจึงหันมาเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเอง จนมีโอกาสไปอวดโฉมผลงานในงาน ‘ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านอาร์ต’ งานเทศกาลศิลปะครั้งใหญ่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2562 นับจากนั้นจึงเริ่มจัดเวิร์กชอปสอนปั้นดินเผาให้แก่ผู้สนใจ แต่มากกว่าวิชาความรู้หรือทักษะหัตถกรรม สิ่งที่ตี๋เล็กตั้งเป้าอยากถ่ายทอด คือความสุขจากการได้ทำงานศิลปะ เพราะแต่ละชิ้นต้องใช้จินตนาการ ความอดทน ทะนุถนอมกว่าจะได้ผลงานอันแสนน่าภูมิใจออกมา

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

“ดินที่ดี คือดินที่มีอยู่ที่บ้าน” เขาว่า

ตอนนี้ตี๋เล็กหลงใหลวิชาปั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนเริ่มผลิตดินสำหรับงานปั้นโดยเฉพาะเพื่อจำหน่าย ควบคู่ไปกับการทำงานวิจัยการเคลือบเครื่องปั้นด้วยกากกาแฟอีกด้วย

พอดิน Clay Studio แฝงตัวอยู่กับ Skipper Garden ใช้พื้นที่กลางสวนเป็นห้องเรียนเปิดโล่ง พร้อมแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนตามงานเทศกาลต่าง ๆ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้คนหลากหลายได้เข้ามาสัมผัสงานฝีมือแขนงนี้ แทนที่จะอยู่นิ่งอยู่กับที่

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1542 2394

Facebook : พอดิน clay studio

02

Skipper Garden

ร้านกาแฟกลางป่ากึ่งพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีต้นไม้เยอะที่สุดในร้อยเอ็ด

Skipper Garden

ธรรมชาติบำบัดคนได้

กิ่ง-ปฏิญญากร บุราณรมย์ เจ้าของร้าน ‘Skipper Garden’ เชื่ออย่างนั้น เพราะเขามีคุณพ่อคอยปลูกฝังให้รักต้นไม้ตั้งแต่เด็ก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

วันเวลาล่วงไป จากดินรกร้าง ลูกหลานทอดทิ้งไปอยู่เมืองหลวง พร้อมป้ายประกาศให้เช่า กิ่งเปลี่ยนบ้านเป็นสวนส่วนตัว แต่เพราะอยากให้คนอื่นเข้ามาสูดไอดิน ดมกลิ่นหญ้า จึงปรับเป็นร้านกาแฟกลางป่า แผ่ร่มเงาแห่งการรักษ์ป่าครอบคลุมทั่วร้อยเอ็ดอย่างที่เห็น

ต้นไม้บางต้นเติบโตขึ้นเองอย่างไม่ตั้งใจ ไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ยก็ใหญ่ได้โดยธรรมชาติ

ต้นไม้บางต้นก็มีที่มาที่ไป

เขาเล่าพลางชี้ไม้ชี้มือให้ดูต้นขนุนหน้าห้องน้ำ พร้อมเฉลยว่าตัวเองทิ้งเมล็ดลงไปในดินตรงนั้นตอนเริ่มก่อสร้างร้าน ผ่านไปไม่นานก็สูงใหญ่ใบดก เป็นแหล่งอ้างอิงอายุอานามของร้านที่แสนน่ารัก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

กิ่งปลูกปั้น Skipper Garden ขึ้นเพราะต้องการให้แขกไปใครมาได้รับพลังบวกจากต้นไม้พวกนี้ วางตัวเป็นแหล่งชาร์จแบตธรรมชาติ เปิดพื้นที่ป่ากลางเมืองให้ทุกคนมาพักผ่อนหย่อนใจ จิบกาแฟ นอนเปล รับลมกลางวันอุ่น ๆ มีสุมทุมพุ่มไม้เป็นเครื่องกีดกั้นความเครียดทิ้งไปตั้งแต่หน้าร้าน ร่มไทรใบบังเป็นร่มกางกั้นแสงแดดให้ต้องผิวแต่พอดี

“อาจจะไม่นาน ครู่สั้น ๆ แต่หากเยียวยาจิตใจคนได้ก็คุ้มแล้ว”

อ้อ! อาณาโดยรอบอันกว้างขวาง คือพื้นที่กึ่งสาธารณะที่กิ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาจัดกิจกรรมใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ไปจนถึงพอดิน Clay Studio โรงเรียนสอนทำเครื่องปั้นดินเผา

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 5135 7752

Facebook : Skipper Garden 

03

Hommali Story

แป้งข้าวหอมมะลิของดีเมืองร้อยเอ็ด สู่เมนูเบเกอรีแสนอร่อย

Hommali Story

‘เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ’

ใคร ๆ ก็รู้ว่าข้าวหอมมะลิคือของดีประจำเมืองหอโหวดแห่งภาคอีสาน แต่ครั้นจะปล่อยของดีอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่คิดคัดดัดแปลงให้งอกเงยงอกงามขึ้นก็น่าเสียดาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ภูมิ กองทุ่งมน แห่ง ‘Hommali Cafe’ ลูกร้อยเอ็ดที่ทดลองทำธุรกิจมาหลากหลายแขนง จึงหยิบแป้งข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาต่อยอด ผสานกับทักษะการทำขนมอบแบบฝรั่งที่เจ้าตัวไปเรียนมา ลองผิดลองถูกจนได้สูตรเบเกอรีแป้งข้าวหอมมะลิ เคล็ดลับเฉพาะหอมมะลิคาเฟ่เท่านั้น

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ร้านขนมแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศอบอุ่น สีสว่างสะอาดตา และเรื่องราวแห่งการสานต่อภูมิปัญญา แต่ยังแฝงไปด้วยวิสัยทัศน์ของเจ้าของร้าน ภูมิแบไต๋ว่าอยากพัฒนาสูตรให้เด็ดดวงจนวางขายตามร้านสะดวกซื้อ เสิร์ฟบนเครื่องบิน และส่งออกไปอวดของดีให้ชาวโลกได้ชิม ความฝันนี้ดูไม่ไกลเกินเอื้อมนัก เพราะเขาได้ แป้ง-พักตร์จิรา กองทุ่งมน ศรีภรรยา มาช่วยดูแลแผนการตลาดและกลยุทธ์

Hommali Cafe คือคาเฟ่แห่งภูมิปัญญา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าร้อยเอ็ดคือเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์แห่งอีสาน

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 09 9610 5986

Facebook : Hommali Story

04

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

อาร์ตคาเฟ่ที่พิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

‘อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101’ คือคาเฟ่กึ่งอาร์ตสเปซกลางเมืองร้อยเอ็ดของ ต้น-ปรัชญา บุณยทัต ชาวนนทบุเรี่ยนที่ย้ายมาร้อยเอ็ดตามพ่อแม่

เกิดขึ้นด้วยความต้องการให้มีพื้นที่ที่ใคร ๆ ก็เข้ามาลองสัมผัส เพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใช้เครื่องดื่มแก้วโปรดเป็นสื่อพาคนเข้าหาศิลปะอย่างแนบเนียน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ต้นไม่ใช่ศิลปินยิ่งใหญ่ที่เสกสรรงานศิลปะได้ตามใจหมาย เขาคือภูมิสถาปนิกคนธรรมดาผู้พึงพอใจกับการได้วาดรูปตามประสา เพียงแต่ไม่ต้องการให้กรอบความงามมาจำกัดจินตนาการไปอย่างน่าเสียดาย เขาหยิบชื่อ ‘อาร์ต ละ วาด’ ซึ่งเพี้ยนมาจากท่อนหนึ่งในเพลง เอาละเว้ย ของ โต้ง Twopee Southside เป็นชื่อร้าน ให้แขกไปใครมาได้อาละวาดสาดสีตามใจหมายได้อย่างไร้กังวล

มนุษย์ เครื่องดื่มแก้วโปรด งานศิลปะ ดูจะเป็น 3 สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่กลับเชื่อมโยงจนลงตัวอย่างน่าพิลึก ณ สถานที่แห่งนี้

ในอนาคต ต้นวางแผนให้อาร์ต ละ วาด แบ่งโซนร้านกาแฟกับสถานที่จัดเวิร์กชอปสอนระบายสีน้ำออกจากกันอย่างชัดเจน แถมอยากเติมพื้นที่แกลเลอรีแสดงผลงานไซส์ย่อมมาให้ครบวงจร เพื่อให้คนที่เข้ามาได้สัมผัสและตกหลุมรักศิลปะ

ที่ตั้ง : 33/63 ถนนกองพลสิบ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 2333 4095

Facebook : อาร์ต ละ วาด arts space & cafe 101

05

บ้านโบราณดี Gallery

ร้านอาหารจากบ้านเก่าของมัณฑนากรสาวกลับบ้าน

บ้านโบราณดี Gallery

ดวง-ดวงมณี สูงสันเขต คือสาวร้อยเอ็ดโดยกำเนิด 

เธอเป็นลูกสาวหล่าของครอบครัว มีกิจกรรมวาดภาพระบายสี ทำงานประดิดประดอย เป็นเครื่องแก้เหงาในวัยเยาว์

เธอติดตามรถพุ่มพวงของพ่อแม่ ตระเวนขายกับข้าวให้คนทั่วชุมชน พบปะทักทายผู้คนจนสนิทสนมประหนึ่งญาติตั้งแต่เด็กเช่นกัน

หลังเรียนจบเป็นมัณฑนากรเต็มตัว จึงตัดสินใจหอบฝันกลับถิ่นเกิด เพราะต้องการกลับมาดูแลพ่อแม่ ซึ่งนับวันก็ยิ่งอายุมากขึ้น เธอแปลงโฉมบ้านเก่าของครอบครัวเป็นร้านอาหาร เสิร์ฟกับข้าวสูตรคุณแม่ที่เคยทำเร่ขายกับรถพุ่มพวงและอร่อยเด็ดมัดใจคนทั้งย่านมาแล้ว แถมยังอุดหนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่นมาประกอบอาหารทุกจาน แจกจ่ายรายได้ให้ผู้เฒ่าผู้แก่อย่างทั่วถึง ส่วนพาร์ตเครื่องดื่ม เธออาศัยความชอบและทักษะการเรียนรู้ รังสรรค์ทุกเมนูขึ้นมาด้วยตัวเอง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

สรรพสิ่งที่ตกแต่งในร้านล้วนเป็นของกระจุกกระจิกที่ชวนหวนให้คิดถึงความอบอุ่นแห่งวันวาน เก่าเก็บบ้าง เขาให้มาบ้าง บางชิ้นดวงประดิษฐ์ขึ้นมาเองบ้าง ใครได้มาที่นี่ก็ล้วนอยากกลับบ้านไปนอนตักแม่

ดวงมณีอยากพิสูจน์ว่าคนรุ่นใหม่ก็กลับบ้านมาอยู่กับพ่อแม่ ใช้ของดีที่มีอยู่แล้วเป็นอาชีพได้จริง ไม่ใช่แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ

ที่ตั้ง : 28 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4297 4929

Facebook : บ้านโบราณดีgallery

06

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

ฟาร์มสเตย์กลางทุ่ง แหล่งจุบรรยากาศท้องทุ่งอีสาน

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

เพราะไม่อยากให้คนพื้นที่ลืมถิ่นเกิด ละทิ้งรากเหง้าของตัวเองไป ก้อง-วีรพล คำสุวรรณ หนุ่มนักดนตรีผู้ประสบภัยโรคระบาดตัวร้ายจึงหันหน้ากลับบ้าน เปลี่ยนบ้านพักกลางทุ่งที่ครอบครัวทำไว้สังสรรค์ส่วนตัวเฉพาะเพื่อนฝูงคนรู้ใจ เป็นฟาร์มสเตย์ที่พัก ให้แขกได้เข้ามาสัมผัสวิถีชาวนาขนานแท้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมต้องการกระจายรายได้ หากิจกรรมให้พ่อแม่ทำไม่เหงาห่อเหี่ยว จึงจัดแจงแบ่งหน้าที่ตามถนัด คุณพ่อดูแลนาและสวนโดยรอบให้เขียวชอุ่ม พร้อมชาร์จพลังสดชื่นจากธรรมชาติไว้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน คุณแม่งัดเสน่ห์ปลายจวัก ค้นสูตรลับเฉพาะตัวมาขโมยใจใครก็ตามที่ได้ชิม

ก่อนหน้าสถานการณ์โรคระบาดตัวร้ายจะกลับมาอีกครั้ง ก้องเห็นว่าสถานการณ์ของพี่น้องวงการดนตรีซบเซาจนน่าใจหาย จึงจัดเทศกาลดนตรีเล็ก ๆ ขึ้นที่ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ ชื่อ ‘ในนามีเพลง’ ชวนศิลปินในพื้นที่มาสังสรรค์คลายเครียด ให้รู้ว่ายังมีกันและกันอยู่

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมยังกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่ ทำโครงการ ‘ส่งปิ่นโต’ ให้แม่ป้ารังสรรค์เมนูลับเฉพาะครัว อาหารพื้นถิ่น ใส่ปิ่นโตมาบริการนักท่องเที่ยวให้ได้กินวิถีชีวิตดั้งเดิมไม่ปรุงแต่ง

“ชีวิตชาวนาสร้างนิสัยคราฟต์ต่อการใช้ชีวิต” ก้องว่า

เขาตกหลุมรักวิถีเกษตรเข้าอย่างจังเมื่อได้มาต่อยอดปู่ย่า ฟาร์มสเตย์ วิ่งเล่นตามคันนา จับปู ดักปลา ยิงกะปอม แล้วประกอบอาหารแบบพื้นบ้าน เสน่ห์ข้อนี้ผูกเงื่อนตายระหว่างเขาเข้ากับฟาร์มสเตย์แห่งนี้

“วิถีชาวนาอาจไม่สะดวกสบาย แต่มันให้ทุกอย่างที่ชีวิตต้องการ ทั้งข้าวปลาอาหารและเงินทอง หากรู้วิธีบริหารจัดการที่ดี” 

ที่ตั้ง : ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด 45230 (แผนที่)

ร้านอาหารเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00 – 18.00 น.

ที่พักฟาร์มสเตย์ติดต่อทางเฟซบุ๊ก

โทรศัพท์ : 08 0750 9312

Facebook : ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

07

Midori Cafe

คาเฟ่ใบไม้สีเขียวฉบับแดนอาทิตย์อุทัยที่อบอุ่นดุจบ้านเพื่อน

Midori Cafe

Midori เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าใบไม้สีเขียว

อาร์ต-พิศุทธิ์ แสงสุริศรี ลูกหลานร้อยเอ็ดหยิบเอาความหลงใหลในธรรมชาติ โดยเฉพาะธรรมชาติแบบญี่ปุ่นที่เจ้าตัวมีโอกาสไปสัมผัส จากคราวไปเยี่ยมแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อย ๆ มาใช้เป็นธีมหลักในการตกแต่งร้าน สร้างมินิเจเปนทาวน์ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

นอกจากบรรยากาศแดนอาทิตย์อุทัย แตกต่างจากบริเวณโดยรอบ ความพิเศษที่อาร์ตบรรจงใส่ลงไปในร้าน คือบริการคั่วกาแฟแบบแก้วต่อแก้ว ด้วยความหลงใหลจนถึงขั้นมีโรงคั่วของตัวเอง ใครถนัดกาแฟคาแรกเตอร์แบบไหน กระซิบบอกอาร์ตให้จัดได้ตามต้องการ 

อาร์ตเผยความลับในใจว่าเขารักอาชีพนี้และร้านนี้อย่างมาก ลงทุนทุ่มเททุกเรี่ยวแรงตั้งแต่ Day 1 เขาจึงไม่เคยคิดย่อท้อ พร้อมตื่นเช้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มแก้วอร่อยตั้งแต่ 7 โมง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม วันหยุดราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันพิเศษโอกาสใด ก็ปิดบริการ Midori Cafe ไม่ได้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

คำโอภาปราศรัย เครื่องดื่มรสชาติดี บรรยากาศอบอุ่น ประสานพลังให้เราสัมผัสความเป็นกันเองได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าบริเวณร้าน

เหมือนมาบ้านเพื่อนเลย-เราคิด 

ที่ตั้ง : ซอยราชการดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2832 9897

Facebook : Midori Cafe

08

ฟาร์มควายดี 

ฟาร์มควายไทยพันธุ์ดีของเหลนนายฮ้อยดีกรี ป.โท อเมริกา 

ฟาร์มควายดี

ควาย คือเพื่อนข้างกายเกษตรกรไทยมานานเกินกว่าจะนับได้ แม้เป็นสัตว์ที่ถูกมองข้ามอยู่ตลอดเวลา โดนตีตราว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเขลา แต่เพื่อนสี่ขาเขาโง้งยาว เจ้าของนิยามถึกทนนี้ คือความสนใจของ เจ๋ง-จารุตตม์ เดชะพหุล หนุ่มนักเรียนนอก ดีกรีปริญญาโทจากอเมริกา

สายเลือดนายฮ้อยจากคุณตาทวดกระตุ้นให้เขาสังเกตว่าเกษตรกรไทยไม่ได้มีรายได้ดีเท่าเกษตรกรฝรั่ง จากประสบการณ์ตรงเมื่อคราวไปเรียนต่อด้านการตลาดที่รัฐเนแบรสกา (Nebraska) เจ้าตัวจึงกลับมาทุ่มเทศึกษาควายอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับเรียนรู้วิถีเกษตรกรไทย จนเห็นแจ้งว่าเกษตรกรไทยขาดองค์ความรู้ในการทำเกษตรให้เป็นที่ต้องการของตลาด 

เขาจึงผลักดันการกระจายองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อม ๆ กับพัฒนาสายพันธุ์เพื่อนรักชาวนาอย่างควาย ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ให้ได้ควายสายพันธุ์ดีตรงตามความต้องการตลาดควาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตลาดควายยิ่งใหญ่และน่าสนใจอย่างมาก มีทั้งสายสวยงาม สายควายเนื้อ สายควายนม และบรรดาควาย ๆ ในฟาร์มควายดีก็น่ารักจับใจ 

ปัจจุบันเจ๋งเป็นที่ปรึกษาสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย มีโอกาสได้ออกไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เลี้ยงควายอยู่บ่อย ๆ เพื่อพัฒนาและอนุรักษ์สายพันธุ์ควายไทยให้เจ๋งสมชื่อ

อนาคตเจ้าตัวยังมีแผนเปิดร้านอาหารกึ่งศูนย์เรียนรู้ เปลี่ยนความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ให้หันมารักน้องควายผ่านกิจกรรมสนุก ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : โทรติดต่อคุณเจ๋งเพื่อนัดเวลา

โทรศัพท์ : 09 2425 9499

Facebook : KWAI DEE – ฟาร์มควายดี

09

เมืองไม้บาติก

แหล่งผ้าบาติกแดนใต้ใจกลางอีสาน

เมืองไม้บาติก
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ผ้าบาติกคือของดีจากแดนด้ามขวาน ลวดลายที่เห็นกันจนชินตามีตั้งแต่น้ำทะเลไปจนถึงต้นมะพร้าว สีสันฉูดฉาดแจ่มตา

อาจารย์ต่อศักดิ์ สิทธิสา คือผู้ริเริ่มพาผ้าบาติกแดนใต้มาสู่กลางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิด ‘เมืองไม้บาติก’ โรงเรียนสอนและโรงงานผลิตผ้าบาติกที่เขาพัฒนาจนเด่นดัง ใครได้ยินว่าร้อยเอ็ดมีผ้าบาติกเป็นของดี เป็นต้องขมวดคิ้วฉงน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

เมืองไม้บาติกพัฒนาทั้งลวดลายและสีสันของผ้าให้มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนบาติกดั้งเดิม ใช้ผ้าไหมทอมือของร้อยเอ็ดแท้ ๆ เพนต์ลวดลายธรรมชาติ สาดเฉดสีเอิร์ธโทนนวลตา ตรงใจลูกค้าทั้งไทยเทศ อาจารย์ต่อศักดิ์เปิดรับนักเรียนเฉพาะกิจ สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้วิธีทำผ้าฉบับกระชับ แวะเข้ามาเติมแต้มแต่งผ้าได้ตามจินตนาการความชอบ ใส่ไอเดียได้อย่างเต็มที่ หรือใครอยากเลือกช้อปไปเติมตู้ ก็เลือกสรรได้ตามอัธยาศัย 

อาจารย์ต่อศักดิ์เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า เมื่อ พ.ศ. 2547 เมืองไม้บาติกได้รางวัลโอทอประดับ 5 ดาว จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วจังหวัดเพื่อนบ้าน ทั้งยังได้รับคัดเลือกจากสายการบินไทย นำไปเป็นสินค้าโอทอปขายบนเครื่องบินอีกด้วย

จะซื้อใช้ซื้อฝาก ก็เป็นตาฮักไปเบิ้ด!

ที่ตั้ง : 281 หมู่ 2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 0 4356 9048

10

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

ร้านอาหารในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

สีนะวัฒน์พาณิชย์ คือกิจการเก่าแก่คู่เมืองร้อยเอ็ดที่ แทน สีนะวัฒน์ ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กวิ่งซนมาด้วยความผูกพัน

พอถึงคราวได้ทำ ‘Elefin’ ธุรกิจร้านอาหารของตัวเองซึ่งมีสาขาอยู่ทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ จึงอยากกลับมาเปลี่ยนมรดกบ้านเก่าของครอบครัวริมบึงพลาญชัย เป็นร้านบริการอาหารและเครื่องดื่มภายใต้เครือเดียวกัน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แทนหยิบเอาชื่อปู่ ‘สวน’ ย่า ‘พยอม’ มาเป็นชื่อสร้อยต่อท้ายประจำสาขา ด้วยอยากให้คนร้อยเอ็ดได้มีที่พักผ่อน แหล่งครัวอาหารอร่อยปลอดภัย เสิร์ฟเมนูคุณภาพและเครื่องดื่มสุขภาพ เป็นหมุดหมายสำคัญของเมือง เคียงคู่ไปกับการเป็นแหล่งรวมความทรงจำวัยเยาว์ของเขา

เอลเลฟินตกแต่งด้วยนานาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกิจกรรมทอผ้าไหมของ ย่าพยอม สีหะวัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะงานผ้า) พ.ศ. 2530 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และสะท้อนภูมิปัญญาชาวอีสาน เพิ่งปรับตัวเป็น House Museum อย่างเป็นทางการเพื่อเชิดชูเกียรติคุณย่า นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือจับปลาแบบดั้งเดิมของคุณปู่ ไปจนถึงโมเดลรถ ของสะสมส่วนตัวของแทน กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณอย่างน่ารัก

เรือนไม้ตึกแถวขนาด 4 คูหา 2 ชั้นยังคงอบร่ำไปด้วยเสน่ห์แห่งวันวานอยู่คู่เมืองร้อยเอ็ดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ตั้ง : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7599 9222

Facebook : Elefin Cafe Bahn Suan Payorm ร้านอาหารเเละกาแฟ ริมบึงพลาญชัย ร้อยเอ็ด

Writer

กรภัทร พรมรักษา

ออกเดินทาง ซดกาแฟ มองท้องฟ้า ฟังเรื่องเล่า ประสบการณ์ไม่เคยเก่าเลย

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

28 กุมภาพันธ์ 2561
40 K
The Cloud x Nirvana

ย่านพระราม 9 และละแวกข้างเคียงถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่กลางเมืองที่น่าไปใช้ชีวิต เพราะมีทั้งรถไฟฟ้าและถนนที่ช่วยให้เดินทางได้สะดวกสบาย แถมยังมีสถานที่สำคัญอย่างโรงเรียนและโรงพยาบาลรายรอบ แต่หากใครเริ่มเบื่อกับการทำงานในออฟฟิศบนตึกสูง หรือเดินช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าใหญ่ยักษ์ของย่านนี้ เราอยากชวนคุณลองลัดเลาะไปในซอกเล็กซอกน้อยรอบย่านพระราม 9 เพื่อพบกับ 7 สถานที่น่าสนใจของย่านนี้และเพื่อนบ้านใกล้เคียงซึ่งเอื้อให้เราสนุกกับกิจกรรมหลากหลาย

แล้วจะรู้ว่า ย่านที่อยู่คู่กับกรุงเทพฯ มานานนี้มีดีกว่าที่คิด

1

 พักผ่อนรับพลังธรรมชาติที่ The Hub Café and Eatery

ใครชอบนั่งเล่นใกล้ชิดธรรมชาติ ต้องลองมาทักทายต้นไม้ใหญ่ 5 ต้นที่แผ่กิ่งก้านอยู่รายรอบ The Hub Café and Eatery ร้านอาหารและคาเฟ่ของบริษัท Sun168 ร้านนี้เป็นหนึ่งในธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมของบริษัทที่เน้นคุณภาพทั้งอาหารและเครื่องดื่ม อาหารล้วนทำจากวัตถุดิบนำเข้า เมนูแนะนำคือ egg benedict เสิร์ฟกับซอสสุดพิเศษ และอุด้งต้มยำกุ้งแม่น้ำ ผัดออกมาหน้าตาคล้ายสปาเก็ตตี้ ส่วนเครื่องดื่ม มีทั้งกาแฟตามฤดูกาล ที่ทำแบบ slow bar จะดริป ไซฟ่อน โคลด์บริว ก็เลือกได้เต็มที่ หรือหากใครไม่ดื่มกาแฟ แนะนำ The Passions Hub น้ำเสาวรสผสมชาซีลอน ไม่ก็ Matoom Milk Tea ชานมไทยใส่น้ำเชื่อมะตูมซึ่งร้านเคี่ยวเอง

และแน่นอน สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ความอร่อยของเมนู และความน่านั่งของร้าน คือแนวคิดของการออกแบบสถาปัตยกรรมของร้าน ซึ่งยึดอยู่กับต้นไม้อายุห้าสิบกว่าปีในบริเวณ สถาปนิกตั้งใจวางผังอาคารโดยคำนึงถึงต้นไม้ทั้งห้าต้นเป็นหลัก รวมถึงตัวอาคารก็ออกแบบให้มีลักษณะโปร่ง หน้าต่างเยอะ เพื่อโชว์สีเขียวชอุ่มรอบด้านอย่างเต็มภาคภูมิ หากมานั่งทำงานที่นี่ ก็ช่วยบรรเทาอาการปวดสายตาด้วยด้วยการมองไปนอกหน้าต่างได้ หรือจะนั่งรับบรรยากาศใบไม้ร่วงที่ลานด้านนอกร้าน ก็มีปลั๊กเตรียมไว้ให้นะ

ที่อยู่: 199/9 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนพระรามเก้า เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 09.00 – 21.00 น.
ติดต่อ: 092 789 7181 หรือทาง Facebook l The Hub Cafe and Eatery 
2

เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานในโกดังที่ BIG Co-Working Space

หากการต้องเข้าออฟฟิศแห้งแล้งบนตึกป็นเรื่องทรมานใจ เราแนะนำให้ลองเปลี่ยนมาทำงานที่ BIG Co-Working Space ชื่อ BIG นอกจากจะแปลว่าใหญ่แล้วยังย่อมาจาก business innovation garage วนิก มโนมัยพิบูลย์ เจ้าของตั้งชื่อนี้เพราะเห็นว่ากรุงเทพฯ ควรมีพื้นที่โล่งเพื่อให้ธุรกิจสตาร์ทอัพได้สร้างสรรค์ผลงาน คล้ายเมื่อครั้งที่ สตีฟ จ๊อบส์ และผองเพื่อนก่อตั้งบริษัท Apple ในโรงรถ เขาจึงเปลี่ยนโกดังสินค้าเก่าในซอยเล็กริมถนนพระราม 9 ให้เป็น co-working space หลากหลายรูปแบบ ทั้งพื้นที่เอนกประสงค์ตรงกลางซึ่งจัดวางโต๊ะเก้าอี้ได้ตามใจปรารถนา ที่คุยงาน 2 คน พื้นที่นอกอาคารสำหรับผ่อนคล้าย ออฟฟิศส่วนตัวสำหรับเช่าระยะยาว และห้องประชุม โดยผู้ใช้บริการจะเลือกนั่งตรงไหนก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสมของงานนั้น

co-working space แห่งนี้คิดค่าเข้าเป็นรายวัน วันละ 250 บาท มีชากาแฟฟรีไม่อั้น หรือหากฟรีแลนซ์คนไหนอยากใช้เป็นประจำ ก็เหมาจ่าย 4,000 บาทต่อเดือนได้เลย ส่วนออฟฟิศส่วนตัว จะต้องมากันจำนวน 6 คนขึ้นไปและทำสัญญาเช่า 6 เดือนขึ้นไปเท่านั้น

ที่อยู่: 129 ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
เวลาทำการ:  วันจันทร์-วันศุกร์ 09.00 – 21.00 น. /    วันเสาร์-วันอาทิตย์ 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 081 649 5939 หรือที่ www.bigcoworking.space
3

ช็อปเฟอร์นิเจอร์ในบรรยากาศรื่นรมย์นอกห้างใหญ่ที่ 1 Of a Kind Nordic Furniture

คนรักบ้านคนไหนมองหาที่หย่อนใจนอกอาคารคอนกรีต เราขอแนะนำให้แวะเวียนมาที่ร้าน 1 Of a Kind Nordic Furniture ในซอยพระรามเก้า 46 ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหารและร้านเฟอร์นิเจอร์ที่แทบทุกชิ้นส่งตรงมาจากประเทศโซนสแกนดิเนเวีย ที่มาของร้านเริ่มจากเมื่อครั้งที่ รวินท์ วจะโนภาส และ พรรณสวลี พิมพ์สมฤดี ไปเรียนในยุโรป และได้เดินทางไปพบเจอเฟอร์นิเจอร์ถูกใจ พวกเขาสะสมมาเรื่อยๆ พร้อมกับเรียนรู้ว่าสิ่งเหล่านี้คือเฟอร์นิเจอร์สไตล์สแกนดิเนเวียน หรือนอร์ดิกนี่เอง ความชื่นชอบส่วนตัวนี้จึงลุกลามกลายมาเป็นการเปิดร้านขายเฟอร์นิเจอร์เสียเลย

จากห้องขนาดกะทัดรัดหน้าโกดังเก็บเฟอร์นิเจอร์ซึ่งมีมุมคาเฟ่ให้ลูกค้าที่มาเลือกซื้อของได้นั่งพักผ่อน ทำไปทำมา คาเฟ่ก็ขยับขยายกลายเป็นร้านอาหารอิตาเลียน และยึดพื้นที่ชั้นล่างของโกดัง เฟอร์นิเจอร์ทั้งหลายจึงย้ายกันไปอยู่ด้านบน หรือไม่ก็ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของร้าน หากแวะเข้ามากินข้าว แนะนำให้ลองสอดส่ายสายตาสำรวจ แล้วถูกใจโต๊ะเก้าอี้ตัวไหน ลองถามทางร้านดู เผื่อจะได้มันติดกลับบ้านไปอยู่ด้วย

ที่อยู่: ตรงข้าม The Nine ซอยพระรามเก้า 49 ถนนพระรามเก้า เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 11.00 – 21.00 น. (ปิดวันพุธ)
ติดต่อ: 02 718 3260 หรือทาง Facebook : 1 of a kind 
4

ออกกำลังกาย เสริมสร้างกำลังใจที่สวนสาธารณะ รฟม. พระราม 9

คนอาจไม่รู้ว่าย่านพระราม 9 มีพื้นที่สีเขียวขนาดกะทัดรัดแต่คุณภาพเยี่ยมซุกซ่อนอยู่ เพราะสวนแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ถึงจะมีรั้วล้อมเป็นสัญลักษณ์รูป MRT ให้หน้าตาดูคล้ายสำนักงาน แต่ รฟม. ก็เปิดให้คนเข้าไปใช้บริการได้ในช่วงเช้าและช่วงเย็น จะวิ่งหรือจะขี่จักรยานก็สุดแต่จะปรารถนา ในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ ทางวิ่งจะอยู่รอบบึงนั้น ส่วนทางขี่จักรยานจะมีตามทางรถวิ่งเพื่อให้มีระยะปั่นยาวๆ แม้ขนาดจะไม่ใหญ่เท่าไรนัก แต่ก็ให้บรรยากาศสวนเมืองกรุงอันเงียบสงบ เหมาะกับการแวะมาก่อนหรือหลังเวลางานอย่างมาก หากนำรถมาก็มีที่จอดรถตรงหน้าสำนักงานให้ด้วยนะ

ที่อยู่: 175 ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
เวลาทำการ:  วันจันทร์-วันศุกร์ 05.00 – 07.00 น. และ 17.30 – 19.00 น. / วันเสาร์-วันอาทิตย์ 05.00 – 09.00 น. และ 16.30 – 18.30 น.
ติดต่อ: 02 716 4000
5

ตามหาทรงผมถูกใจในบรรยากาศผ่อนคลายที่ The Barber & Shop, Warate’s no.2

วันหยุดนี้ หากคุณผู้ชาย (หรือคุณผู้หญิงผมสั้น) ท่านไหนอยากทำผม แต่เขินไม่กล้าเข้าร้านซาลอนทั่วไป เราขอเสนอ The Barber & Shop ใว้ให้พิจารณา ที่นี่มีบริการเต็มรูปแบบให้คุณได้ผ่อนคลายเต็มที่ ทั้งสระผม ทำผม โกนหนวด นวดไหล่ ท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุคแต่เป็นกันเองของร้านหัวมุมขนาด 1 ห้อง เมื่อได้ลองไปใช้เวลาสักชั่วโมงร้านนี้แล้ว รับรองว่าคุณจะเดินออกจากร้านพร้อมประสบการณ์ดีๆ และทรงผมสุดเนี้ยบแน่นอน

ทรงผมที่ร้านนี้ถนัดจะเป็นผมทรงทางการ เหมาะกับการทำงานและออกงาน โดยมีช่างชำนาญอยู่ 4 คนประจำเก้าอี้ 4 ตัว แต่ละคนจะรับได้เพียงประมาณ 10 คิวต่อวันเท่านั้น หากใครอยากใช้บริการจึงแนะนำอย่างยิ่งยวดให้โทรเข้ามาจองคิวก่อนล่วงหน้าประมาณ 1 วัน และหากเป็นบริการพิเศษที่ต้องใช้เวลา เช่น ย้อมผม โปรดแจ้งไว้ด้วย หากไม่จองไว้ก่อนอาจจะต้องรอ 2 – 3 ชั่วโมงเลยนะ

ที่อยู่:  The Nine Center Rama 9 ระหว่างร้าน S&P และ Boots ถนนพระรามเก้า เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 10.00 – 21.00 น. (ปิดวันพุธ)
ติดต่อ: 02 056 7879 หรือที่ www.thebarberandshop.com
6

ชิมของหวานกลางมวลดอกไม้ที่ BAKER X FLORIST Café

หากรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับเมืองสีเทา แวะมารับการโอบกอดจากของหวานและดอกไม้ได้ที่นี่ ด้วยการตกแต่งสไตล์โมร็อกโกที่คุมสีเอิร์ธโทน ด้านหนึ่งมีหน้าร้านสำหรับให้บริการจัดดอกไม้ ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นร้านกาแฟ ที่มีทั้งอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม บาร์พนักงานตั้งอยู่กลางห้องเพื่อให้มองเห็นลูกค้าได้ครบโต๊ะ จะเลือกนั่งโต๊ะเล็กๆ สำหรับ 2 – 3 คนที่ด้านหลัง โต๊ะใหญ่สำหรับมาเป็นกลุ่มที่ด้านหน้า หรือในสนามหญ้าด้านนอก ก็บรรยากาศดีทั้งนั้น

เมนูดีที่ร้านแนะนำเป็นขนมและเครื่องดื่มซึ่งผสมผสานธรรมชาติลงไปด้วย เริ่มจาก Bakers Plant ที่หน้าตาเหมือนเสิร์ฟกองดิน มีดอกไม้ใบหญ้าโรยด้านบน แต่เมื่อใช้พลั่วน้อยตักเข้าไปแล้วจะเซอร์ไพรส์กับสิ่งที่อยู่ภายใต้ กินคู่กับเครื่องดื่ม Autumn Branch ลาเต้ร้อนผสมคาราเมลอบเชย ที่รสอ่อนแต่กลิ่นหอม ตัดกับรสหวานของคุ้กกี้และครีมได้อย่างดี หรือหากไม่ชอบกาแฟ ก็ขอเสนอ Fleur De Cao ช็อกโกแลตร้อนเข้มข้น 70% ที่หนักแน่นเต็มเหนี่ยว ไม่ขมเกินหรือหวานเกิน ดื่มผ่านฟองนุ่มเบาด้านบนแล้วเข้ากันพอดี และหากสังเกต จะได้กลิ่นดอกไม้อ่อนๆ ที่ปลายรสชาติด้วยนะ

ที่อยู่: 66 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนพระรามเก้า เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 09.00 – 20.00 น. (ปิดวันอังคาร)
ติดต่อ: 090 669 5624 หรือทาง Facebook : Baker x Florist
7

เปิดหูเปิดตาวันหยุดที่ Batcat Museum & Toys Thailand

วันหยุดนี้ใครเบื่อห้างและอยากหาประสบการณ์ในสถานที่แปลกใหม่ เราขอแนะนำสถานที่ซึ่งอยู่ละแวกใกล้เคียงย่านพระราม 9 นั่นคือ Batcat Museum & Toys Thailand ซึ่งมีของสะสมเกี่ยวกับแบทแมนเยอะที่สุดในโลก!

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นของ สมชาย นิติมงคลชัย ผู้ที่สะสมของเกี่ยวกับภาพยนตร์มา 15 ปีแล้ว และเมื่อเขาได้ดูภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight เขาก็ชื่นชอบตัวละครนี้และเริ่มสะสมของเกี่ยวกับแบทแมนเรื่อยมา ปัจจุบันนี้มีรวมกว่า 50,000 ชิ้น ทั้งที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์และเก็บแยกอยู่ในโกดัง ชิ้นเด่นที่สมชายอยากชี้ชวนให้ดูคือ ‘เข็มขัดแบทแมน’ ที่เป็นของหายากที่สุด เพราะเป็นของเล่นตั้งแต่ยุค 60 ประมูลได้มาในราคา 25,000 เหรียญสหรัฐ และหุ่นสังกะสีตัวละครหลักของแบทแมนซึ่งเป็นชุดแรกของโลกที่มีครบทั้งชุด เรียกว่าใครชื่นชอบอัศวินรัตติกาลคนนี้ห้ามพลาดเลย

ที่อยู่: ติดแยกลำสาลี 3701 ถนนศรีนครินทร์ เขตหัวหมาก กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 09.00 – 17.00 น. ปิดวันจันทร์
ติดต่อ: 02 375 9006 หรือ Facebook l   batcat museum & toys thailand 

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load