17 กรกฎาคม 2564
35 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

พูดถึงร้อยเอ็ด คุณผู้อ่านนึกถึงอะไร

บึงพลาญชัย หนองน้ำแห่งใหญ่ใจกลางเมือง หอโหวด แลนด์มาร์กใหม่ประจำร้อยเอ็ด หรือทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ราบผืนใหญ่ที่กินพื้นที่หลายจังหวัดภาคอีสาน แหล่งกำเนิดข้าวหอมมะลิพันธุ์เด็ด ของดีเมืองสิบเอ็ดประตู

แต่ร้อยเอ็ดวันนี้ที่เราพบ ช่างเป็นเมืองที่แสนคึกคักน่ารัก ไม่เฉพาะเวลาลงเล่น เห็นจะเป็นเพราะมีสถานที่ดีศรีจังหวัดมากมายเต็มไปหมด ตั้งแต่กิจการห้างร้านที่คนรุ่นใหม่ไฟแรงกลับมาพลิกแดนเกิดเมืองนอนให้ฟุ้งไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ต่อยอดข้าวหอมมะลิเป็นเบเกอรี ทายาทนายฮ้อยดีกรีปริญญาโทจากอเมริกาหันมาพัฒนาพันธุ์ควาย ของดีที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ มัณฑนากรสาวเปลี่ยนบ้านเก่าเป็นคาเฟ่ แหล่งรวมของใช้ย้อนวัยที่หวนบรรยากาศครั้งอดีตกลับมาอีกครั้ง ไปจนถึงร้านกาแฟในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

คอลัมน์ Take Me Out ขอพาทุกท่านตะลุย 10 สถานที่ ทั้งวิถีวัฒนธรรมและเชิงนิเวศ จากคนมีฝันและคนมีไฟ กลับมาชุบชีวิตให้ร้อยเอ็ดเป็นเมืองแห่งแรงบันดาลใจของภาคอีสาน

01

พอดิน Clay Studio

ห้องเรียนศิลปะโอเพนแอร์ที่เชื่อว่าแค่มีดินก็เพียงพอ

พอดิน Clay Studio

‘พอดิน’ มาจากภาษาอีสานว่า ‘พ้อดิน’ แปลว่า เจอดินแล้ว

แต่อีกความหมายที่ ตี๋เล็ก-บุญกิจ พันธุ์ศรีศักดิ์ ตั้งใจซ่อนไว้ในชื่อ คือ มีแค่ดินก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างงานศิลปะสักชิ้นหนึ่ง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตี๋เล็กคืออดีตเด็กสถาปัตย์ผู้เคยติด F วิชางานปั้นสมัยเรียน ปัจจุบันกลับเป็นเจ้าของ ‘พอดิน Clay Studio’ โรงเรียนสอนศิลปะงานปั้นดินเผาไซส์จิ๋วแห่งเมืองร้อยเอ็ด เพราะฝึกทักษะพื้นฐานและปรับทัศนะให้หันมาเห็นคุณค่าของดินกับปราชญ์ชาวบ้านที่บ้านค้อ จังหวัดมหาสารคาม ก่อนมุ่งหน้าไปขอทำงานกับ อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินปั้นดินที่เชียงราย ทว่าไม่มีโอกาสได้ร่วมงาน 

เขาจึงหันมาเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเอง จนมีโอกาสไปอวดโฉมผลงานในงาน ‘ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านอาร์ต’ งานเทศกาลศิลปะครั้งใหญ่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2562 นับจากนั้นจึงเริ่มจัดเวิร์กชอปสอนปั้นดินเผาให้แก่ผู้สนใจ แต่มากกว่าวิชาความรู้หรือทักษะหัตถกรรม สิ่งที่ตี๋เล็กตั้งเป้าอยากถ่ายทอด คือความสุขจากการได้ทำงานศิลปะ เพราะแต่ละชิ้นต้องใช้จินตนาการ ความอดทน ทะนุถนอมกว่าจะได้ผลงานอันแสนน่าภูมิใจออกมา

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

“ดินที่ดี คือดินที่มีอยู่ที่บ้าน” เขาว่า

ตอนนี้ตี๋เล็กหลงใหลวิชาปั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนเริ่มผลิตดินสำหรับงานปั้นโดยเฉพาะเพื่อจำหน่าย ควบคู่ไปกับการทำงานวิจัยการเคลือบเครื่องปั้นด้วยกากกาแฟอีกด้วย

พอดิน Clay Studio แฝงตัวอยู่กับ Skipper Garden ใช้พื้นที่กลางสวนเป็นห้องเรียนเปิดโล่ง พร้อมแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนตามงานเทศกาลต่าง ๆ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้คนหลากหลายได้เข้ามาสัมผัสงานฝีมือแขนงนี้ แทนที่จะอยู่นิ่งอยู่กับที่

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1542 2394

Facebook : พอดิน clay studio

02

Skipper Garden

ร้านกาแฟกลางป่ากึ่งพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีต้นไม้เยอะที่สุดในร้อยเอ็ด

Skipper Garden

ธรรมชาติบำบัดคนได้

กิ่ง-ปฏิญญากร บุราณรมย์ เจ้าของร้าน ‘Skipper Garden’ เชื่ออย่างนั้น เพราะเขามีคุณพ่อคอยปลูกฝังให้รักต้นไม้ตั้งแต่เด็ก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

วันเวลาล่วงไป จากดินรกร้าง ลูกหลานทอดทิ้งไปอยู่เมืองหลวง พร้อมป้ายประกาศให้เช่า กิ่งเปลี่ยนบ้านเป็นสวนส่วนตัว แต่เพราะอยากให้คนอื่นเข้ามาสูดไอดิน ดมกลิ่นหญ้า จึงปรับเป็นร้านกาแฟกลางป่า แผ่ร่มเงาแห่งการรักษ์ป่าครอบคลุมทั่วร้อยเอ็ดอย่างที่เห็น

ต้นไม้บางต้นเติบโตขึ้นเองอย่างไม่ตั้งใจ ไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ยก็ใหญ่ได้โดยธรรมชาติ

ต้นไม้บางต้นก็มีที่มาที่ไป

เขาเล่าพลางชี้ไม้ชี้มือให้ดูต้นขนุนหน้าห้องน้ำ พร้อมเฉลยว่าตัวเองทิ้งเมล็ดลงไปในดินตรงนั้นตอนเริ่มก่อสร้างร้าน ผ่านไปไม่นานก็สูงใหญ่ใบดก เป็นแหล่งอ้างอิงอายุอานามของร้านที่แสนน่ารัก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

กิ่งปลูกปั้น Skipper Garden ขึ้นเพราะต้องการให้แขกไปใครมาได้รับพลังบวกจากต้นไม้พวกนี้ วางตัวเป็นแหล่งชาร์จแบตธรรมชาติ เปิดพื้นที่ป่ากลางเมืองให้ทุกคนมาพักผ่อนหย่อนใจ จิบกาแฟ นอนเปล รับลมกลางวันอุ่น ๆ มีสุมทุมพุ่มไม้เป็นเครื่องกีดกั้นความเครียดทิ้งไปตั้งแต่หน้าร้าน ร่มไทรใบบังเป็นร่มกางกั้นแสงแดดให้ต้องผิวแต่พอดี

“อาจจะไม่นาน ครู่สั้น ๆ แต่หากเยียวยาจิตใจคนได้ก็คุ้มแล้ว”

อ้อ! อาณาโดยรอบอันกว้างขวาง คือพื้นที่กึ่งสาธารณะที่กิ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาจัดกิจกรรมใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ไปจนถึงพอดิน Clay Studio โรงเรียนสอนทำเครื่องปั้นดินเผา

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 5135 7752

Facebook : Skipper Garden 

03

Hommali Story

แป้งข้าวหอมมะลิของดีเมืองร้อยเอ็ด สู่เมนูเบเกอรีแสนอร่อย

Hommali Story

‘เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ’

ใคร ๆ ก็รู้ว่าข้าวหอมมะลิคือของดีประจำเมืองหอโหวดแห่งภาคอีสาน แต่ครั้นจะปล่อยของดีอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่คิดคัดดัดแปลงให้งอกเงยงอกงามขึ้นก็น่าเสียดาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ภูมิ กองทุ่งมน แห่ง ‘Hommali Cafe’ ลูกร้อยเอ็ดที่ทดลองทำธุรกิจมาหลากหลายแขนง จึงหยิบแป้งข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาต่อยอด ผสานกับทักษะการทำขนมอบแบบฝรั่งที่เจ้าตัวไปเรียนมา ลองผิดลองถูกจนได้สูตรเบเกอรีแป้งข้าวหอมมะลิ เคล็ดลับเฉพาะหอมมะลิคาเฟ่เท่านั้น

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ร้านขนมแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศอบอุ่น สีสว่างสะอาดตา และเรื่องราวแห่งการสานต่อภูมิปัญญา แต่ยังแฝงไปด้วยวิสัยทัศน์ของเจ้าของร้าน ภูมิแบไต๋ว่าอยากพัฒนาสูตรให้เด็ดดวงจนวางขายตามร้านสะดวกซื้อ เสิร์ฟบนเครื่องบิน และส่งออกไปอวดของดีให้ชาวโลกได้ชิม ความฝันนี้ดูไม่ไกลเกินเอื้อมนัก เพราะเขาได้ แป้ง-พักตร์จิรา กองทุ่งมน ศรีภรรยา มาช่วยดูแลแผนการตลาดและกลยุทธ์

Hommali Cafe คือคาเฟ่แห่งภูมิปัญญา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าร้อยเอ็ดคือเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์แห่งอีสาน

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 09 9610 5986

Facebook : Hommali Story

04

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

อาร์ตคาเฟ่ที่พิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

‘อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101’ คือคาเฟ่กึ่งอาร์ตสเปซกลางเมืองร้อยเอ็ดของ ต้น-ปรัชญา บุณยทัต ชาวนนทบุเรี่ยนที่ย้ายมาร้อยเอ็ดตามพ่อแม่

เกิดขึ้นด้วยความต้องการให้มีพื้นที่ที่ใคร ๆ ก็เข้ามาลองสัมผัส เพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใช้เครื่องดื่มแก้วโปรดเป็นสื่อพาคนเข้าหาศิลปะอย่างแนบเนียน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ต้นไม่ใช่ศิลปินยิ่งใหญ่ที่เสกสรรงานศิลปะได้ตามใจหมาย เขาคือภูมิสถาปนิกคนธรรมดาผู้พึงพอใจกับการได้วาดรูปตามประสา เพียงแต่ไม่ต้องการให้กรอบความงามมาจำกัดจินตนาการไปอย่างน่าเสียดาย เขาหยิบชื่อ ‘อาร์ต ละ วาด’ ซึ่งเพี้ยนมาจากท่อนหนึ่งในเพลง เอาละเว้ย ของ โต้ง Twopee Southside เป็นชื่อร้าน ให้แขกไปใครมาได้อาละวาดสาดสีตามใจหมายได้อย่างไร้กังวล

มนุษย์ เครื่องดื่มแก้วโปรด งานศิลปะ ดูจะเป็น 3 สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่กลับเชื่อมโยงจนลงตัวอย่างน่าพิลึก ณ สถานที่แห่งนี้

ในอนาคต ต้นวางแผนให้อาร์ต ละ วาด แบ่งโซนร้านกาแฟกับสถานที่จัดเวิร์กชอปสอนระบายสีน้ำออกจากกันอย่างชัดเจน แถมอยากเติมพื้นที่แกลเลอรีแสดงผลงานไซส์ย่อมมาให้ครบวงจร เพื่อให้คนที่เข้ามาได้สัมผัสและตกหลุมรักศิลปะ

ที่ตั้ง : 33/63 ถนนกองพลสิบ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 2333 4095

Facebook : อาร์ต ละ วาด arts space & cafe 101

05

บ้านโบราณดี Gallery

ร้านอาหารจากบ้านเก่าของมัณฑนากรสาวกลับบ้าน

บ้านโบราณดี Gallery

ดวง-ดวงมณี สูงสันเขต คือสาวร้อยเอ็ดโดยกำเนิด 

เธอเป็นลูกสาวหล่าของครอบครัว มีกิจกรรมวาดภาพระบายสี ทำงานประดิดประดอย เป็นเครื่องแก้เหงาในวัยเยาว์

เธอติดตามรถพุ่มพวงของพ่อแม่ ตระเวนขายกับข้าวให้คนทั่วชุมชน พบปะทักทายผู้คนจนสนิทสนมประหนึ่งญาติตั้งแต่เด็กเช่นกัน

หลังเรียนจบเป็นมัณฑนากรเต็มตัว จึงตัดสินใจหอบฝันกลับถิ่นเกิด เพราะต้องการกลับมาดูแลพ่อแม่ ซึ่งนับวันก็ยิ่งอายุมากขึ้น เธอแปลงโฉมบ้านเก่าของครอบครัวเป็นร้านอาหาร เสิร์ฟกับข้าวสูตรคุณแม่ที่เคยทำเร่ขายกับรถพุ่มพวงและอร่อยเด็ดมัดใจคนทั้งย่านมาแล้ว แถมยังอุดหนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่นมาประกอบอาหารทุกจาน แจกจ่ายรายได้ให้ผู้เฒ่าผู้แก่อย่างทั่วถึง ส่วนพาร์ตเครื่องดื่ม เธออาศัยความชอบและทักษะการเรียนรู้ รังสรรค์ทุกเมนูขึ้นมาด้วยตัวเอง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

สรรพสิ่งที่ตกแต่งในร้านล้วนเป็นของกระจุกกระจิกที่ชวนหวนให้คิดถึงความอบอุ่นแห่งวันวาน เก่าเก็บบ้าง เขาให้มาบ้าง บางชิ้นดวงประดิษฐ์ขึ้นมาเองบ้าง ใครได้มาที่นี่ก็ล้วนอยากกลับบ้านไปนอนตักแม่

ดวงมณีอยากพิสูจน์ว่าคนรุ่นใหม่ก็กลับบ้านมาอยู่กับพ่อแม่ ใช้ของดีที่มีอยู่แล้วเป็นอาชีพได้จริง ไม่ใช่แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ

ที่ตั้ง : 28 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4297 4929

Facebook : บ้านโบราณดีgallery

06

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

ฟาร์มสเตย์กลางทุ่ง แหล่งจุบรรยากาศท้องทุ่งอีสาน

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

เพราะไม่อยากให้คนพื้นที่ลืมถิ่นเกิด ละทิ้งรากเหง้าของตัวเองไป ก้อง-วีรพล คำสุวรรณ หนุ่มนักดนตรีผู้ประสบภัยโรคระบาดตัวร้ายจึงหันหน้ากลับบ้าน เปลี่ยนบ้านพักกลางทุ่งที่ครอบครัวทำไว้สังสรรค์ส่วนตัวเฉพาะเพื่อนฝูงคนรู้ใจ เป็นฟาร์มสเตย์ที่พัก ให้แขกได้เข้ามาสัมผัสวิถีชาวนาขนานแท้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมต้องการกระจายรายได้ หากิจกรรมให้พ่อแม่ทำไม่เหงาห่อเหี่ยว จึงจัดแจงแบ่งหน้าที่ตามถนัด คุณพ่อดูแลนาและสวนโดยรอบให้เขียวชอุ่ม พร้อมชาร์จพลังสดชื่นจากธรรมชาติไว้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน คุณแม่งัดเสน่ห์ปลายจวัก ค้นสูตรลับเฉพาะตัวมาขโมยใจใครก็ตามที่ได้ชิม

ก่อนหน้าสถานการณ์โรคระบาดตัวร้ายจะกลับมาอีกครั้ง ก้องเห็นว่าสถานการณ์ของพี่น้องวงการดนตรีซบเซาจนน่าใจหาย จึงจัดเทศกาลดนตรีเล็ก ๆ ขึ้นที่ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ ชื่อ ‘ในนามีเพลง’ ชวนศิลปินในพื้นที่มาสังสรรค์คลายเครียด ให้รู้ว่ายังมีกันและกันอยู่

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมยังกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่ ทำโครงการ ‘ส่งปิ่นโต’ ให้แม่ป้ารังสรรค์เมนูลับเฉพาะครัว อาหารพื้นถิ่น ใส่ปิ่นโตมาบริการนักท่องเที่ยวให้ได้กินวิถีชีวิตดั้งเดิมไม่ปรุงแต่ง

“ชีวิตชาวนาสร้างนิสัยคราฟต์ต่อการใช้ชีวิต” ก้องว่า

เขาตกหลุมรักวิถีเกษตรเข้าอย่างจังเมื่อได้มาต่อยอดปู่ย่า ฟาร์มสเตย์ วิ่งเล่นตามคันนา จับปู ดักปลา ยิงกะปอม แล้วประกอบอาหารแบบพื้นบ้าน เสน่ห์ข้อนี้ผูกเงื่อนตายระหว่างเขาเข้ากับฟาร์มสเตย์แห่งนี้

“วิถีชาวนาอาจไม่สะดวกสบาย แต่มันให้ทุกอย่างที่ชีวิตต้องการ ทั้งข้าวปลาอาหารและเงินทอง หากรู้วิธีบริหารจัดการที่ดี” 

ที่ตั้ง : ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด 45230 (แผนที่)

ร้านอาหารเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00 – 18.00 น.

ที่พักฟาร์มสเตย์ติดต่อทางเฟซบุ๊ก

โทรศัพท์ : 08 0750 9312

Facebook : ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

07

Midori Cafe

คาเฟ่ใบไม้สีเขียวฉบับแดนอาทิตย์อุทัยที่อบอุ่นดุจบ้านเพื่อน

Midori Cafe

Midori เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าใบไม้สีเขียว

อาร์ต-พิศุทธิ์ แสงสุริศรี ลูกหลานร้อยเอ็ดหยิบเอาความหลงใหลในธรรมชาติ โดยเฉพาะธรรมชาติแบบญี่ปุ่นที่เจ้าตัวมีโอกาสไปสัมผัส จากคราวไปเยี่ยมแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อย ๆ มาใช้เป็นธีมหลักในการตกแต่งร้าน สร้างมินิเจเปนทาวน์ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

นอกจากบรรยากาศแดนอาทิตย์อุทัย แตกต่างจากบริเวณโดยรอบ ความพิเศษที่อาร์ตบรรจงใส่ลงไปในร้าน คือบริการคั่วกาแฟแบบแก้วต่อแก้ว ด้วยความหลงใหลจนถึงขั้นมีโรงคั่วของตัวเอง ใครถนัดกาแฟคาแรกเตอร์แบบไหน กระซิบบอกอาร์ตให้จัดได้ตามต้องการ 

อาร์ตเผยความลับในใจว่าเขารักอาชีพนี้และร้านนี้อย่างมาก ลงทุนทุ่มเททุกเรี่ยวแรงตั้งแต่ Day 1 เขาจึงไม่เคยคิดย่อท้อ พร้อมตื่นเช้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มแก้วอร่อยตั้งแต่ 7 โมง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม วันหยุดราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันพิเศษโอกาสใด ก็ปิดบริการ Midori Cafe ไม่ได้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

คำโอภาปราศรัย เครื่องดื่มรสชาติดี บรรยากาศอบอุ่น ประสานพลังให้เราสัมผัสความเป็นกันเองได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าบริเวณร้าน

เหมือนมาบ้านเพื่อนเลย-เราคิด 

ที่ตั้ง : ซอยราชการดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2832 9897

Facebook : Midori Cafe

08

ฟาร์มควายดี 

ฟาร์มควายไทยพันธุ์ดีของเหลนนายฮ้อยดีกรี ป.โท อเมริกา 

ฟาร์มควายดี

ควาย คือเพื่อนข้างกายเกษตรกรไทยมานานเกินกว่าจะนับได้ แม้เป็นสัตว์ที่ถูกมองข้ามอยู่ตลอดเวลา โดนตีตราว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเขลา แต่เพื่อนสี่ขาเขาโง้งยาว เจ้าของนิยามถึกทนนี้ คือความสนใจของ เจ๋ง-จารุตตม์ เดชะพหุล หนุ่มนักเรียนนอก ดีกรีปริญญาโทจากอเมริกา

สายเลือดนายฮ้อยจากคุณตาทวดกระตุ้นให้เขาสังเกตว่าเกษตรกรไทยไม่ได้มีรายได้ดีเท่าเกษตรกรฝรั่ง จากประสบการณ์ตรงเมื่อคราวไปเรียนต่อด้านการตลาดที่รัฐเนแบรสกา (Nebraska) เจ้าตัวจึงกลับมาทุ่มเทศึกษาควายอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับเรียนรู้วิถีเกษตรกรไทย จนเห็นแจ้งว่าเกษตรกรไทยขาดองค์ความรู้ในการทำเกษตรให้เป็นที่ต้องการของตลาด 

เขาจึงผลักดันการกระจายองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อม ๆ กับพัฒนาสายพันธุ์เพื่อนรักชาวนาอย่างควาย ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ให้ได้ควายสายพันธุ์ดีตรงตามความต้องการตลาดควาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตลาดควายยิ่งใหญ่และน่าสนใจอย่างมาก มีทั้งสายสวยงาม สายควายเนื้อ สายควายนม และบรรดาควาย ๆ ในฟาร์มควายดีก็น่ารักจับใจ 

ปัจจุบันเจ๋งเป็นที่ปรึกษาสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย มีโอกาสได้ออกไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เลี้ยงควายอยู่บ่อย ๆ เพื่อพัฒนาและอนุรักษ์สายพันธุ์ควายไทยให้เจ๋งสมชื่อ

อนาคตเจ้าตัวยังมีแผนเปิดร้านอาหารกึ่งศูนย์เรียนรู้ เปลี่ยนความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ให้หันมารักน้องควายผ่านกิจกรรมสนุก ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : โทรติดต่อคุณเจ๋งเพื่อนัดเวลา

โทรศัพท์ : 09 2425 9499

Facebook : KWAI DEE – ฟาร์มควายดี

09

เมืองไม้บาติก

แหล่งผ้าบาติกแดนใต้ใจกลางอีสาน

เมืองไม้บาติก
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ผ้าบาติกคือของดีจากแดนด้ามขวาน ลวดลายที่เห็นกันจนชินตามีตั้งแต่น้ำทะเลไปจนถึงต้นมะพร้าว สีสันฉูดฉาดแจ่มตา

อาจารย์ต่อศักดิ์ สิทธิสา คือผู้ริเริ่มพาผ้าบาติกแดนใต้มาสู่กลางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิด ‘เมืองไม้บาติก’ โรงเรียนสอนและโรงงานผลิตผ้าบาติกที่เขาพัฒนาจนเด่นดัง ใครได้ยินว่าร้อยเอ็ดมีผ้าบาติกเป็นของดี เป็นต้องขมวดคิ้วฉงน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

เมืองไม้บาติกพัฒนาทั้งลวดลายและสีสันของผ้าให้มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนบาติกดั้งเดิม ใช้ผ้าไหมทอมือของร้อยเอ็ดแท้ ๆ เพนต์ลวดลายธรรมชาติ สาดเฉดสีเอิร์ธโทนนวลตา ตรงใจลูกค้าทั้งไทยเทศ อาจารย์ต่อศักดิ์เปิดรับนักเรียนเฉพาะกิจ สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้วิธีทำผ้าฉบับกระชับ แวะเข้ามาเติมแต้มแต่งผ้าได้ตามจินตนาการความชอบ ใส่ไอเดียได้อย่างเต็มที่ หรือใครอยากเลือกช้อปไปเติมตู้ ก็เลือกสรรได้ตามอัธยาศัย 

อาจารย์ต่อศักดิ์เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า เมื่อ พ.ศ. 2547 เมืองไม้บาติกได้รางวัลโอทอประดับ 5 ดาว จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วจังหวัดเพื่อนบ้าน ทั้งยังได้รับคัดเลือกจากสายการบินไทย นำไปเป็นสินค้าโอทอปขายบนเครื่องบินอีกด้วย

จะซื้อใช้ซื้อฝาก ก็เป็นตาฮักไปเบิ้ด!

ที่ตั้ง : 281 หมู่ 2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 0 4356 9048

10

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

ร้านอาหารในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

สีนะวัฒน์พาณิชย์ คือกิจการเก่าแก่คู่เมืองร้อยเอ็ดที่ แทน สีนะวัฒน์ ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กวิ่งซนมาด้วยความผูกพัน

พอถึงคราวได้ทำ ‘Elefin’ ธุรกิจร้านอาหารของตัวเองซึ่งมีสาขาอยู่ทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ จึงอยากกลับมาเปลี่ยนมรดกบ้านเก่าของครอบครัวริมบึงพลาญชัย เป็นร้านบริการอาหารและเครื่องดื่มภายใต้เครือเดียวกัน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แทนหยิบเอาชื่อปู่ ‘สวน’ ย่า ‘พยอม’ มาเป็นชื่อสร้อยต่อท้ายประจำสาขา ด้วยอยากให้คนร้อยเอ็ดได้มีที่พักผ่อน แหล่งครัวอาหารอร่อยปลอดภัย เสิร์ฟเมนูคุณภาพและเครื่องดื่มสุขภาพ เป็นหมุดหมายสำคัญของเมือง เคียงคู่ไปกับการเป็นแหล่งรวมความทรงจำวัยเยาว์ของเขา

เอลเลฟินตกแต่งด้วยนานาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกิจกรรมทอผ้าไหมของ ย่าพยอม สีหะวัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะงานผ้า) พ.ศ. 2530 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และสะท้อนภูมิปัญญาชาวอีสาน เพิ่งปรับตัวเป็น House Museum อย่างเป็นทางการเพื่อเชิดชูเกียรติคุณย่า นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือจับปลาแบบดั้งเดิมของคุณปู่ ไปจนถึงโมเดลรถ ของสะสมส่วนตัวของแทน กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณอย่างน่ารัก

เรือนไม้ตึกแถวขนาด 4 คูหา 2 ชั้นยังคงอบร่ำไปด้วยเสน่ห์แห่งวันวานอยู่คู่เมืองร้อยเอ็ดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ตั้ง : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7599 9222

Facebook : Elefin Cafe Bahn Suan Payorm ร้านอาหารเเละกาแฟ ริมบึงพลาญชัย ร้อยเอ็ด

Writer

กรภัทร พรมรักษา

ออกเดินทาง ซดกาแฟ มองท้องฟ้า ฟังเรื่องเล่า ประสบการณ์ไม่เคยเก่าเลย

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

นัดครั้งนี้เราใช้เวลา 1 วันเต็ม ในการตระเวนชิมและฟังเรื่องราวอันน่าสนใจของ 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่หากแค่ทานและเดินจากไปคงเหลือไว้เพียงความอร่อยติดลิ้น 

แต่บริการเพิ่มเติมที่ไม่อาจหาไหนเหมือนคือ ‘การส่งต่อเรื่องราว’ ที่ทำให้มื้อธรรมดากลายเป็นประสบการณ์อันน่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็น 

คอร์สโอมากาเสะที่ประมูลวัตถุดิบมาจากตลาดปลาญี่ปุ่นตอนตี 2 

ร้านอาหารฝรั่งที่ยกระดับการดื่มและการทานด้วยแบรนด์เครื่องแก้วออสเตรียอายุเกือบ 300 ปี

ชาบูและสุกี้ที่หมายมั่นให้คนทานอย่างถูกวิธีเพื่อความอร่อยแบบต้นตำรับญี่ปุ่น

หรือ ร้านอาหารจีนที่ใส่คำอวยพรลงในทุกจานให้คนทานโชคดีมีสุข

เอาล่ะ! เตรียมท้องให้ว่าง Take Me Out คราวนี้ขอเชิญทุกท่านเดินรับแอร์เย็นฉ่ำ เปิดลายแทงเลือกร้านที่ถูกใจ สัมผัสเรื่องราวหลังครัวที่ไม่เคยรู้ผ่านจิตวิญญาณของเหล่าเชฟและเจ้าของร้านผู้มุ่งมั่นคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟ โดยเฉพาะวัตถุดิบประจำฤดูที่หาทานได้เฉพาะช่วงนี้ในธีม ‘Taste of Autumn’

01
Umi

รสชาติแห่งท้องทะเล จากงานประมูลปลาที่ตลาดญี่ปุ่นสู่คอร์สโอมากาเสะ

ท่ามกลางร้านรวงที่แข่งกันทำหน้าร้านให้ใหญ่โดดเด่น เราเดินวนไปมามองหาประตูบานเล็กเพียงบานเดียวของร้าน Umi เพื่อพาตัวเองเข้าสู่โลกแห่งท้องทะเลที่แดนอาทิตย์อุทัย

หลายคนคงรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อร้าน Umi เพราะสาขาเกษรวิลเลจถือเป็นสาขาที่ 2 นับจากสาขาสุขุมวิท 49 ซึ่งมีอายุ 8 ปีแล้ว แต่ที่คุ้นเคยไม่แพ้กันอาจเป็นชื่อของ ทศพล ชัยชนะวิชชกิจ หนึ่งในเจ้าของร้านที่ควบตำแหน่งหนึ่งในสามผู้ก่อตั้ง โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ Hummingbird

Umi ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

Umi มีหุ้นส่วนสามคนได้แก่ ทศพล ชัยชนะวิชชกิจ ณัฐ พงศ์ธนากร และศุภักษร จงศิริ โดยณัฐเป็นผู้ดูแลเรื่องการหาวัตถุดิบจากญี่ปุ่นตั้งแต่คราวที่โอมากาเสะเจ้าแรก ๆ ยังต้องเผชิญคำถามว่าโอมากาเสะคืออะไร ขณะที่ปัจจุบันการรับประทานอาหารรูปแบบนี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว 

“สิ่งแรกที่เรานึกถึงคือวัตถุดิบ ซึ่งก่อนเปิดร้าน เราเปิดบริษัทนำเข้าเพื่อควบคุมราคาให้แต่ละคอร์สจับต้องได้ แต่มันก็มาพร้อมความเสี่ยงในกรณีของไม่ได้มาตรฐาน ทิ้งทั้งหมดก็มี”

กว่าทุกอย่างจะลงตัว ณัฐต้องใช้สายสัมพันธ์ในการติดต่อกับชาวญี่ปุ่น เพื่อประมูลปลาจากตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ‘ตลาดปลาโทโยซุ’ แหล่งรวบรวมวัตถุดิบชั้นดีทั้งในและนอกประเทศ

“ไม่มีใครรู้ว่าแต่ละวันจะได้ปลาอะไร ซัพพลายเออร์ของผมถามแค่ว่า ช่วงราคาที่อยากได้คือเท่าไหร่ ถ้าเกินจะเอาหรือไม่ ถ้าไม่เอาให้เลือกอย่างอื่นแทนไหม เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เขาประมูลกันตอนตี 2 ของเมืองไทย โทรไม่ได้ ต้องตัดสินใจทันที ผมถึงบอกว่าความสัมพันธ์อันดีเป็นสิ่งสำคัญ”

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

ทศพลอธิบายท่ามกลางบรรยากาศห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมอบอุ่นสะอาดตา เบื้องหลัง เชฟบรรพต บุญกลม ที่กำลังหั่นปลาอยู่หลังเคาท์เตอร์ คือภาพวาดสไตล์มินิมอลที่ทำให้ทุกเมนูโดดเด่นยิ่งขึ้น

“ส่วนมากเราเน้นวัตถุดิบในฤดู คือหาง่ายและควรเป็นช่วงก่อนการวางไข่ เพราะไขมันเยอะทำให้รสชาติเข้มข้น อาหารแนะนำในช่วงนี้จึงเป็นปลาคัตสึโอะจากจังหวัดมิยางิ และทาโกะจากเมืองซาจิมะ”

เมนูจานแรกที่ยกมาคือ ‘ทาโกะ นิโมโนะ’ 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งราดด้วยเม็ด Golden Mustard จากญี่ปุ่น (ไม่เผ็ด) และอีกชิ้นราดด้วยวาซาบิ เพื่อชูรสชาติของปลาหมึกที่ต้มในโชยุรสหวาน แต่เวลาทานแนะนำให้เริ่มด้วยมัสตาร์ด เพื่อเปิดรสสัมผัสอันเต็มเปี่ยมของวัตถุดิบ

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

เมนูต่อมาคือ ‘Special grade Katsuo’ มาในรูปแบบซาชิมิ 2 ชิ้น ราดด้วยหอมบดญี่ปุ่นสีเขียวและมัสตาร์ด

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

“การไล่เรียงรสชาติของวัตถุดิบไม่ต่างจากการสร้างเพลย์ลิสต์ให้ลูกค้า เราไล่จากรสอ่อนไปรสเข้ม เช่น ปลาเนื้อขาว ปลาหนังเงิน เข้มข้นขึ้นมาอีกคือปลาที่มีเนื้อสีแดงหรือส้ม อิคุระ และปลาไหลตบด้วยซอส ตามด้วยซุป ให้ไข่หวานเป็นตัวล้าง ก่อนจบด้วยของหวาน” เชฟบรรพตเล่าจบ เสียงท้องของเราก็ร้องตั้งแต่หัววัน

ทั้งสองเมนูข้างต้นเป็นเพียงจานเรียกน้ำย่อยสำหรับทุกท่านที่กำลังอ่านอยู่ เพราะคอร์สจริงมีให้ทานอย่างต่ำ 16 เมนู โดยวัตถุดิบประจำฤดูอย่างปลาทัตสึโอะจะอยู่ทั้งในคอร์สโอมากาเสะ (คอร์สกลาง) และอุมิ โอมากาเสะ (คอร์สใหญ่) ส่วนทาโกะจะอยู่ในคอร์สใหญ่อย่างเดียว 

ฟังแล้วใครอยากฝากท้องไว้กับร้าน Umi สามารถสำรองที่นั่งได้ล่วงหน้า แล้วอย่าลืมหาช่องว่างชวนเชฟคุย เผื่อคุณจะได้รู้เคล็ดลับความอร่อย หรือแลกเปลี่ยนความรักและความรู้ที่มีต่อญี่ปุ่นและปลาดิบกัน

ที่ตั้ง : ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ 

วัน-เวลาทำการ : อังคาร – อาทิตย์ 12.00 น. – 14.00 น. และ 18.00 – 23.00 น.

โทรศัพท์ : 089 899 4949 (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)

Facebook : https://www.facebook.com/Umigaysorn 

02
Isola by Signor Sassi

อิตาลีเมืองไทย อาหารจานใหญ่เพื่อช่วงเวลาของครอบครัวและเพื่อนฝูง

คราวนี้เราเปลี่ยนสไตล์การกินให้ฟินเหมือนอยู่อิตาลีโดยไม่ต้องขึ้นเครื่องไปถึงถิ่น เพราะ อัครวินทร์ เตชะอุบล แห่ง Akara Hospitality ได้ยกอิตาลีมาอยู่ในตึกเกษรให้แล้ว ภายใต้การรวมแบรนด์ระหว่าง Isola และ Signor Sassi จาก San Carlo Group ประเทศอังกฤษ กลายมาเป็น Isola by Signor Sassi ที่เราเพิ่งมาถึง

หน้าร้านสุดเก๋ทาสีน้ำเงินสดใส บนทางเข้าประดับด้วยกันสาดผ้าใบครึ่งวงกลมสไตล์ยุโรป ข้างประตูตกแต่งด้วยแผ่นป้ายสีทองเขียนชื่อสาขาต่างเมืองเอาไว้ทั้ง London, Qatar และหนึ่งในนั้นคือ Bangkok แห่งนี้

Isola by Signor Sassi ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

“ร้านของเราตกแต่งด้วยผลเลมอนซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากแถบชายฝั่ง Italian Riviera สำคัญเลยคือการสร้างบรรยากาศให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนมาร่วมโต๊ะอาหารกับที่บ้านหรือมาสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ลิ้มลองอาหารตามฤดูกาลจากวัตถุดิบที่ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องมาจากอิตาลีเท่านั้น เพราะเราเลือกที่คุณภาพ ซึ่งต้องดีที่สุด”

Simone Del Ferro General Manager ชาวอิตาเลียนเล่าพลางให้เรานึกถึงภาพยนตร์แอนิเมชันยอดฮิตทางช่อง Disney+ Hotstar เรื่อง Luca ซึ่งมีชายฝั่งอันงดงามแห่งเดียวกันเป็นฉากหลัง

เมื่อเดินเข้าร้าน พนักงานออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่นและเชื้อเชิญให้นั่งบนเก้าอี้สานแสนสบาย นอกจากผลเลมอนสีเหลืองสะดุดตาบนเพดาน อีกสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือไวน์รสเลิศนำเข้าจากแดนพิซซ่าที่ตั้งเรียงรายอยู่บนชั้นวาง ซึ่งช่วยเสริมอรรถรสให้อาหารดั้งเดิมกลมกล่อมยิ่งขึ้น

“ทุกเมนูต้องผ่านการปรุงโดยเชฟชาวอิตาเลียน เพื่อให้แขกลิ้มรสชาติที่แท้จริง และเรายังคงคอนเซปต์ Feel like home โดยออกแบบเมนูให้สามารถแบ่งปันแก่ครอบครัวและเพื่อนฝูงได้ ยกตัวอย่าง รีซ็อตโตหมึกดำจะเสิร์ฟเป็นจานใหญ่มาก ต้องมากันหลายคนถึงจะทานหมด”

เขาอธิบายขณะที่เมนูแรกยกมาเสิร์ฟตามคำเรียกร้อง ตบด้วยเสียง โอ้โห! เพราะขนาดจานใหญ่กว่าที่คาดไว้มาก

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

เนื่องจากฤดูกาลนี้มีความโดดเด่นอยู่ที่ Seafood ทางร้านจึงแนะนำเมนู ‘Black Ink Risotto with Cuttlefish, Truffle & Scallop’ รีซ็อตโตหมึกดำจากหมึกกระดอง ท็อปด้วยเห็ดทรัฟเฟิลจากอิตาลี ข้างกันคือ Grilled Scallop ส่งตรงจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองเป็นวัตถุดิบคุณภาพที่ควรทานในฤดูเพื่อเพิ่มรสสัมผัสอันโอชะ

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

จานต่อมาคือ ‘Melanzane Al Forno’ (Baked Sliced aubergine, with parmesan cheese & tomato sauce) ทำจากมะเขือม่วงหั่นบางอบกับพาเมซานชีสและซอสที่ทำจากมะเขือเทศอิตาลีของแท้ บอกเลยว่าถึงจานจะใหญ่ไม่เท่ารีซ็อตโตหมึกดำ แต่ความอร่อยเท่ากันไม่เถียง

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

ตบท้ายด้วยของหวาน ‘Lemon Cheesecake’ ชีสเค้กโฮมเมดครัมเบิ้ล แต่งหน้าด้วยเลเมอนเคิร์ดและเลมอนเบิร์นกลิ่นหอม Simone บอกว่านี่คือจานแนะนำที่ต้องสั่งปิดท้ายเรียกความเฟรชก่อนกลับบ้าน

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

หากใครอยากหาเครื่องดื่มมาแกล้ม นอกจากไวน์ยังมีน้ำผลไม้และบาร์ค็อกเทลคอยบริการ พร้อมเสียงเพลงอิตาลีที่สร้างบรรยากาศให้ไม่ขาด เช่นเดียวกับ Simone ในชุดทักซิโด้ที่คอยดูแลและเอนเตอร์เทนลูกค้าอยู่ตลอด

วันหยุดนี้ถ้าไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ลองมาดื่มด่ำกับบรรยากาศรื่นเริงของชายฝั่ง Italian Riviera ปล่อยตัวปล่อยใจเสมือนได้ลาพักร้อน แล้วเอนจอยกับการกินอาหารสไตล์ครอบครัวและเพื่อนฝูงดู

Buon Appetito!

ที่ตั้ง : ชั้น G ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ 

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 12.00 – 24.00 น. (ปิดรับออร์เดอร์ 23.00 น.)

โทรศัพท์ : 06 4532 6424 (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)

Facebook : https://www.facebook.com/IsolabySignorSassi 

03
HEI YIN

ร้านอาหารจีนกวางตุ้งที่สรรเสริญความสมบูรณ์ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงคนทาน เสิร์ฟทุกจานดั่งคำอวยพร

ณ เมืองกวางโจวที่มีอาณาเขตติดทะเลจีนใต้และภูเขาทางตอนเหนือ ฝนโปรยปรายให้ความชุ่มฉ่ำ และมีดอกไม้บานสะพรั่งตลอดปี ความอุดมสมบูรณ์แห่งธรรมชาติได้ผลิดอกออกผลเป็นผลิตผลทางการเกษตรตามฤดูกาล เหมาะแก่การเป็นแหล่งอาหารที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย

ครั้นเมื่อต้องเผชิญกับความแห้งแล้งนานหลายปี เทพสวรรค์ 5 องค์ได้ขี่แพะลงมาจากฟากฟ้าและบันดาลให้พื้นดินอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ชาวกวางโจวจึงร่วมฉลองที่กลับมาเพาะปลูกได้ดังเดิม

ที่กล่าวไปข้างต้นคือที่มาของชื่อ HEI YIN (เฮย ยิน) แปลว่า การเฉลิมฉลอง ซึ่งร้านอาหารจีนที่เราเพิ่งมาถึงต้องการเฉลิมฉลองให้กับความอุดมสมบูรณ์และความเป็นเลิศของอาหารกวางตุ้งนั่นเอง

HEI YIN ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

บริเวณหน้าร้านฉาบด้วยสีหยกและสีทองเรียบหรู เมื่อเดินตรงเข้าสู่ประตูวังมังกรจะพบกับฉากหลังที่มองเผิน ๆ คงเหมือนเหล็กดัดทำรั้วทั่วไป แต่ จินตนา พงษ์ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานฝ่ายสื่อสารองค์กร อธิบายให้เราฟังว่า นั่นคือสัญลักษณ์รวงข้าว ซึ่งเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ ส่วนการตกแต่งอื่น ๆ ในร้านก็ล้วนมีความหมายที่เกี่ยวข้องกัน

“เรามีห้องให้บริการทั้งหมด 4 ห้อง รองรับทุกความต้องการ โดยเฉพาะครอบครัวที่อยากมาใช้เวลาร่วมกัน ห้องใหญ่ชื่อว่า Mountain จุคนได้ราว 16 คน จะเห็นโคมไฟเปรียบเสมือนหยดน้ำจากภูเขาที่มอบความชุ่มชื้น ห้อง Sea มีโคมไฟปะการังประดับให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้ท้องทะเล ห้อง Earth ใช้สีโทนอุ่นของพื้นดิน ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ และห้อง Sun ผนังเป็นสีแดง มีโคมไฟทรงกลมเปร่งรัศมีเหมือนดวงอาทิตย์ ส่วนโคมไฟที่โถงกลางทำจากขนห่านซึ่งหมายถึงปุยเมฆ 

“ลูกค้าต้องการนั่งประชุม นั่งทานข้าว หรือนั่งทำงานก็จองได้ตามต้องการ” เธออธิบายพร้อมพาเราเดินผ่านฝูงชนที่นั่งเต็มจนไม่เห็นเก้าอี้ว่าง

อีกหนึ่งความหมายและความจริงที่พนักงานในร้านทุกคนอยากให้แขกได้กลับไปคือ ‘ความรุ่งเรือง’ และ ‘คำอวยพร’ ซึ่งพวกเขาได้บรรจงใส่ลงไปในทุกเมนูด้วยความตั้งใจ ยกตัวอย่าง เมนูฮะเก๋าและปลาทองนำโชคคือการอวยพรให้ลูกค้าทานแล้วมีโชคมีลาภ

“จุดเด่นของเราคือรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ให้บริการทั้งติ่มซำและอาหารจีนสูตรต้นตำรับ สร้างสรรค์โดยเชฟ แจ็คกี้ ชาน เชฟมือทองจากฮ่องกง ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี นั่นทำให้รสชาติของเราเป็นตำรับกวางตุ้งแท้ แต่ทำในรูปแบบ Modern-twist เพื่อให้คนรุ่นใหม่ทานได้และจดจำว่าอาหารจีนไม่ได้เลี่ยน ไม่ได้มันอย่างที่เคยได้ยินมา”

เชฟของ HEI YIN เป็นชาวจีนแท้ที่พูดภาษาไทยไม่ได้ แต่แสดงฝีมือให้ประจักษ์ผ่านรสชาติอาหาร โดยเมนูใหม่ที่เชฟเพิ่งคิดค้นขึ้นมาสำหรับฤดูกาลนี้มีอยู่ 2 จาน ทำจากวัตถุดิบชนิดเดียวกันคือ ‘เป๋าฮื้อ’ แต่แตกต่างกันที่ประเทศต้นทาง ซึ่ง ‘ยำเป๋าฮื้อวาซาบิและฮะเก๋าทอดพริกเกลือ’ เป็นเป๋าฮื้อจากแอฟริกา ขณะที่ ‘เป๋าฮื้อสไลด์กุ้งปะการังราดมันปู’ มาจากเม็กซิโก ซึ่งจะมีขนาดตัวใหญ่กว่า ราคาสูงกว่า และให้สัมผัสที่เหนียวนุ่มยิ่งกว่า 

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

เราใช้ตะเกียบกลางที่ทางร้านจัดไว้คีบบางส่วนเข้าปาก ขอบอกว่าเป๋าฮื้อนุ่มเด้งสมคำร่ำลือแถมยังมีวาซาบิช่วยตัดเลี่ยน ที่สำคัญคือควรทานคู่พริกและหอมทอดบนจาน เพราะทำให้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น

อีกเมนูที่ถูกยกมาวางข้างกันคือ ‘ก๋วยเตี๋ยวหลอดห่อปอเปี๊ยะไส้กุ้งและติ่มซำปลาทอง’ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มหลากหลายชนิดให้เลือกสรร แต่หนึ่งในนั้นที่พลาดไม่ได้คือ ซอส XO สูตรต้นตำรับจากเชฟคนแรกที่คิดค้น โดยเขาส่งต่อสูตรมาทางลูกชายซึ่งเคยทำงานให้กับร้านในเครือเดียวกับ HEI YIN

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

“อาหารที่นี่หากออกจากครัวมากรอบ ทิ้งไว้ก็กรอบ ถ้าทำออกมานิ่ม โดนลมก็ยังนิ่ม ไม่ต้องกลัวรสชาติเสีย และไม่ต้องกลัวว่าวัตถุดิบที่ใช้จะถูกทิ้งอย่างสูญเปล่า ถ้าพูดถึงเป็ดปักกิ่งย่างไม้ลิ้นจี่ ซึ่งเป็นเมนูเด็ดของร้าน ลูกค้าซื้อ 1 ตัวได้เนื้อแล้ว 1 จาน ได้หนังเป็ดกรอบ สามารถนำไปทำเมนูให้เลือกทานได้อีก 9 เมนู แม้แต่โครงเป็ดก็นำไปต้มได้ รับรองว่าคุ้มค่า”

ระหว่างพูดคุยมีเสียงหัวเราะเริงร่าดังให้ได้ยินเป็นระยะ ช่วงเวลาไหนเลยจะมีความสุขเท่าช่วงที่ได้กินของอร่อย หากเป็นเช่นนั้นก็เชิญทุกท่านแวะเวียนมาทานเป๋าฮื้อประจำฤดู หรือติ่มซำแสนอร่อย วันไหนหิวหนักอย่าลืมโทรสั่งเป็ดล่วงหน้า ฝากท้องกันไว้ที่ HEI YIN กินอิ่มแล้วกลับไปพร้อมคำอวยพร

ที่ตั้ง : ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ 

วัน-เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงกลางวัน : เวลา 11.00 – 15.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 14.30 น.) และ ช่วงเย็น : 18.00 – 22.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย: 21:30 น.)

โทรศัพท์ : 080 964 5423 (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)

เฟซบุ๊ก : https://www.facebook.com/heiyinbangkok

เว็บไซต์ : https://www.heiyinbangkok.com/ 

04
Nabezo Premium

ร้านชาบูและสุกี้ที่ยกต้นตำรับจากญี่ปุ่นมาเสิร์ฟให้ถึงที่ มีปณิธานคือคงความอร่อยและกินอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้มจนอิ่ม

เดินตามกลิ่นมาจนพบหน้าร้านที่ประดับด้วยโนเรน (ผ้าม่านหน้าร้านอาหารญี่ปุ่น) แม้จะยังไม่เห็นภายใน แต่ก็จำได้ดีว่านี่คือกลิ่นของน้ำซุปชาบูและสุกี้ที่คุ้นเคย!

Nabezo Premium ส่งตรงจากญี่ปุ่นด้วยความชอบและความต้องการที่จะกระจายความพรีเมียมให้แก่สาวกในวงการหม้อต้มของ สุรเวช เตลาน เจ้าของ Mo-Mo-Paradise บุฟเฟ่ต์สุกี้และชาบูที่อยู่ในอ้อมอกอ้อมใจใครหลายคน

Nabezo Premium ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

ปัจจุบัน Nabezo Premium ที่สุรเวชรับมาจากเจ้าของชาวญี่ปุ่นมีเปิดแค่ในประเทศไทยเท่านั้นเพื่อเสิร์ฟเนื้อระดับพรีเมียมนั่นคือ 

‘เนื้อ Omi-Gyu เกรด A5’ หนึ่งในสามสุดยอดเนื้อของประเทศญี่ปุ่น หั่นสไลด์ชิ้นโตกว่าคำ เรียกว่าทานจุใจ ส่งตรงจากฟาร์มเลี้ยงแบบปิดในภูมิภาคคันไซ ซึ่งควบคุมทั้งอุณหภูมิและป้องกันโรคติดต่อทำให้สัตว์ไม่เครียดและให้ผลลัพธ์เป็นเนื้อคุณภาพ

‘เนื้อ X-Wagyu’ คัดพิเศษเพื่อ Nabezo Premium เท่านั้น โดยทางร้านเพิ่งนำเข้ามาใหม่เพื่อให้ทุกคนได้มาลิ้มลองที่เกษร

เนื้อ X-Wagyu เป็นวัวสายพันธุ์อาจิไซแห่งคุมาโมโตะที่เกิดจากการผสมระหว่างแม่วัวสายพันธุ์โฮลสไตน์ (วัวนม) กับพ่อวัวสายพันธุ์แจแปนนีส แบล็คแฮร์ (คุโรเกะขนดำ) ถูกเลี้ยงดูอย่างดีท่ามกลางธรรมชาติ ทำให้เนื้อมีความอร่อยลงตัว รสสัมผัสหลังทานล้ำเลิศแบบลืมไม่ลง ที่สำคัญคือลายไขมันแทรกสวยงามราวหินอ่อน แต่นุ่มลิ้นละลายในปาก มีทั้งหมด 6 ส่วน คัดเลือกโดยเชฟของทางร้าน

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว
7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

‘ปลาบุริ’ ปลาญี่ปุ่นที่หาทานได้ยากในเมืองไทย หากขนาดความยาวลำตัวอยู่ที่ 40 เซนติเมตรจะเรียกว่าปลาฮามาจิ ส่วนปลาบุริคือชื่อเรียกเฉพาะตัวที่มีขนาด 80 เซนติเมตรขึ้นไป ซึ่งราคาสูง แต่สัดส่วนไขมันแทรกในเนื้อมากทำให้รสชาติหวาน มัน กลมกล่อม

7 ร้านอาหาร 'Gaysorn Village' ส่งต่อจิตวิญญาณคนทำให้คนทานอิ่มทั้งรสชาติและเรื่องราว

“เราต้องการคงไว้ซึ่ง Food Culture และวิธีทานแบบดั้งเดิม รสชาติและคุณภาพจึงต้องพรีเมียมเท่านั้น 

“เนื้อและปลาจะเสิร์ฟอยู่ในคอร์สใหม่ที่ทางร้านแนะนำ ทางลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าอยากทานน้ำซุปแบบไหน เนื้ออะไร ไม่ต้องกังวลว่าทำเองแล้วจะไม่อร่อย เพราะเรามี Advisor บริการตั้งแต่ลูกค้านั่ง คำแรกก็จะช่วยทำ เพื่อให้ได้ความสุกที่พอดี ดึงรสชาติวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด เราแนะนำทั้งหมด จนลูกค้าอิ่มและเดินออกไป” จุรีมาศ พิทักษ์เจริญเขต Kitchen Manager ของร้านกล่าว

ตอนนี้โต๊ะใหญ่ด้านขวาของเราละลานตาไปด้วยเมนูจากเซ็ตเนื้อ ขณะที่โต๊ะข้างกันอัดแน่นด้วยเมนูจากเซ็ตปลาบุริ เราคิดในใจว่าต้องยกมาทานกันทั้งครอบครัวถึงจะหมด แต่จุรีมาศบอกว่าทั้งหมดนั้นสำหรับ 1 ท่านเท่านั้น

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

เมนูเรียกน้ำย่อยของร้านมีให้เลือก 2 จาน ขึ้นอยู่กับประเภทเนื้อที่ลูกค้าเลือก โดยเมนูส่วนนี้จะเปลี่ยนแปลงทุก 2 สัปดาห์ เพื่อความน่าสนใจและอาจแตกต่างกันระหว่างสาขา ซึ่งวันนี้เราได้ชิม เมนู ‘Hotate Sou-te’ (หอยโฮตาเตะ มันฝรั่ง และรากบัวทอด) รสสัมผัสกรอบนอกนุ่มในและหวานฉ่ำ

หลังเลือกอาหารจานหลักได้แล้วจะเป็นการเลือกอาหารปิดท้าย 1 จาน โดยแต่ละซุปจะมีให้เลือก 2 เมนู ระหว่างราเมงและข้าวหน้า

ตบท้ายด้วยการเลือก 1 ใน 4 ของหวานสไตล์ญี่ปุ่นฟิวชันจากฝีมือของเชฟชาวญี่ปุ่นประจำร้าน ได้แก่ Melty Snow (สายไหม วาฟเฟิลผลไม้อบแห้ง ราดด้วยซอสชาเขียว) Four Seasons Dango (ดังโงะ 4 ฤดูของญี่ปุ่น คือ ชาเขียว มันม่วง ชาไทย และชาซากุระ) Strawberry Glory (เนื้อมูสมาพร้อมแยมสตอเบอรี่ เพิ่มไม้แห้งและถั่วหลากชนิด) และ Crystal Paradise (ไอศกรีมยูซุ เสิร์ฟพร้อมเยลลี่กลิ่นยูซุ เนื้อส้มแมนดาริน และน้ำเชื่อมคุโรมิสึ)

“ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบและการทานอย่างถูกวิธีจริง ๆ จะทำให้อาหารยิ่งอร่อย เริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อยรสอ่อนแล้วไล่รสขึ้นไป ที่นี่จึงเสิร์ฟกันเป็นคอร์ส เพื่อช่วยจัดลำดับ

“บางคนอาจใส่ทุกอย่างรวมกันทั้งผักทั้งเนื้อ แต่ชาบูเราจะแกว่งเนื้อลงไปก่อน ทานจนอิ่มแล้วค่อยทานผักต่อ ตบด้วยคาร์โบไฮเดรต ส่วนสุกี้จะเอาผักลงไปต้มก่อนเพื่อให้ความหวานของผักซึมคู่กับซอส รสชาติจะกลมกล่อมขึ้น เนื้อค่อยตามลงไป นั่นคือแบบที่เราแนะนำ” จุรีมาศทิ้งท้าย

เราไม่ได้เห็นเพียงความพรีเมียมของวัตถุดิบที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ยังเห็นความใส่ใจที่เต็มเปี่ยมข้ามแผ่นดินมาจนถึงเมืองไทย นอกจากเนื้ออร่อยที่ทุกท่านไม่ลืม ไออุ่นเหนือหม้อและบริการของพนักงานยังเป็นมิตรภาพที่ท่านจะได้พบพานในร้านที่พาคนรักสุกี้และชาบูมาเจอกัน

ที่ตั้ง : ชั้น 3 (โซนเกษรทาวเวอร์) ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

เวลาทำการ : 11.00 น. – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 062 336 8444 (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)

Facebook : https://www.facebook.com/NabezoPremium/

05
Riedel Restaurant & Wine Cellar

ยกระดับการดื่มไวน์และอาหารด้วยเครื่องแก้วแบรนด์ Riedel อายุเกือบ 300 ปี

สัมผัสแรกที่ทำให้รับรู้ถึง ‘ความพิเศษ’ ของร้าน ‘Riedel Restaurant & Wine Cellar’ คือการจรดแก้วน้ำเปล่าธรรมดาเข้ากับริมฝีปากเพื่อดับกระหาย ตอนนั้นได้แต่คิดแล้วก็สงสัย ทำไมปากแก้วถึงได้บางเฉียบ น้ำหนักและรูปทรงพอดีมือต่างจากภาชนะทั่วไปขนาดนี้

“เราคือไวน์บาร์แห่งแรกของโลกที่ใช้ชื่อ Riedel ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องแก้วที่มีชื่อเสียง TOP 5 ของโลก ก่อตั้งมาตั้งแต่ 1756 ความพิเศษคือทำจากคริสตัล เครื่องแก้วทุกชิ้นในร้านไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ แก้วค็อกเทล หรือแก้วไวน์ อยู่ภายใต้แบรนด์นี้ทั้งหมด” Patrick Martens F&B Director ชาวเยอรมันให้คำตอบ

Riedel Wine Bar & Cellar ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

“นอกจากเครื่องแก้วแบรนด์ Riedel เรายังเป็นร้านที่เสิร์ฟ Wine By The Glass มากที่สุด 40 ตัว เปลี่ยนทุก 2 เดือน โดย ดีเค ดิเรกฤทธิ์ Sommelier ของร้านคัดสรรไวน์มาจากทั่วโลกพร้อมให้คำแนะนำไวน์ควบคู่ไปกับการทานอาหาร ไวน์แต่ละตัวเสิร์ฟ 3 ไซส์ คือ 30 ml. สำหรับคนอยากลองดื่มดูว่าตรงกับที่ซอมเมอลิเยร์ของเราบอกไหม ถ้าชอบค่อยกดไซส์ 75 ml. หรือ 150 ml. ตามได้”

Patrick เล่าพร้อมพาชมบรรยากาศในร้านที่สองข้างทางเข้าเต็มด้วยไวน์หลากลาเบลแช่อยู่ในตู้ พร้อมส่วนหนึ่งที่วางอยู่ใน Wine Emotion ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของร้าน

เราเชื่อว่าเหล่านักธุรกิจและนักดื่มไวน์คงต้องหลงรัก เพราะ Riedel ช่วยดึงอารมณ์ รสชาติ และกลิ่นของไวน์ออกมาได้เป็นอย่างดี ชนิดที่โรงแรมหลายแห่งยังเทียบไม่ได้ในเรื่องความหลากหลายของแก้ว แต่เราก็อยากบอกเช่นกันว่า ความดีงามของแก้วคริสตัลยังทำให้นักดื่มน้ำเปล่าอย่างเราเข้าถึงสัมผัสที่แตกต่างได้พอสมควร 

อย่างไรก็ตาม ร้านแห่งนี้ก็ไม่ได้ต้อนรับเพียงผู้สรรหาสุดยอดเครื่องดื่มเท่านั้น เพราะอาหารสไตล์ Classic-European จากการดูแลของ Patrick ผู้มีประสบการณ์ในสายงานเชฟอย่างยาวนานก็ยินดีแบ่งปันให้กับทุกคนมาร่วมเอนจอย

“ด้วยชื่อ Wine Bar & Cellar ทำให้เมนู Dinner ของร้านขายดีมาโดยตลอด เราจึงออกแบบเมนูสำหรับช่วงกลางวัน All Day Lunch เพิ่มเติม โดยตั้งใจให้ลูกค้าจับคู่กับไวน์ได้ เมนูจึงค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ Starter Tapas ไปจนถึงพิซซ่า พาสต้า และ Cold Cuts ชีส ที่ลูกค้าชมเยอะมาก ส่วนวัตถุดิบประจำฤดูกาลของร้านเราจะเป็น Seafood อย่าง Scallop ก็นำเข้าจากฮอกไกโด เพราะมีคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุด”

ยังไม่ทันได้เดินชมแก้วไวน์ ‘Grilled Iberico Pork Pluma’ เสต็กหมูนำเข้าจากสเปน ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ช่วง Dinner ก็ถูกยกมาวางไว้บนโต๊ะขณะที่ไอหอมกรุ่นเลยขึ้นปะทะเลนส์กล้อง เนื้อหมูชิ้นใหญ่ถูกหั่นไว้อย่างพอดีคำ วางขนาบข้างด้วยซอสรสเลิศ เหลือเพียงหาไวน์ที่เหมาะสมมาช่วยส่งเสริม

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

เมนูต่อมา ‘Chili Garlic Prawns​’ เป็นซิกเนเจอร์ของร้านในหมวด Tapas กุ้งตัวโตเต็มคำชนิดไม่ผิดหวังมาคู่กับเลมอนหั่นซีกและขนมปังกรอบเคี้ยวกรุบ ซึ่งทั้งสองจานมีมาตั้งแต่ร้านเปิดและไม่สามารถนำออกจากเมนูได้ เนื่องจากเป็นที่ต้องการของลูกค้าอยู่ตลอด ไม่น่าแปลกใจหาก Patrick จะแนะนำให้ลองจานนี้

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

ส่วนเมนู All Day Lunch สองจานถัดมาเริ่มด้วย Starter เบา ๆ คือ ‘Xató Salad’ ผสมด้วยปลาคอดเค็ม ปลาแอนโชวี่ ผักกาดโรเมน ผักเคล เบบี้คอส และมะกอกดำ ที่สำคัญคือซอสสเปน Xató ตามด้วยโฮมเมดพาสต้า ‘Spaghetti Seafood Marinara’ อัดแน่นด้วยของดีประจำฤดู วางด้วย Seared Seafood หอยเชลล์ตัวใหญ่นำเข้าจากญี่ปุ่น กุ้ง Tiger Prawn และปลาหมึก Calamari จับจากธรรมชาติในทะเลไทย คลุกเคล้ากับซอสมะเขือเทศ พริก กระเทียม ออริกาโน และโหระพาอิตาเลียน

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

“นอกจากรสชาติอาหารที่จะช่วยให้ลูกค้าได้พบกับประสบการณ์พิเศษ เรายังสร้างบรรยากาศให้เพลิดเพลินด้วยเสียงดนตรี โดย Dinner จะมี Live Band (Jazz) มาเล่นตั้งแต่วันพฤหัสบดีจนถึงวันอาทิตย์ 19.30 – 22.30 น. ให้คนในร้านใช้เวลาอย่างไม่เร่งร้อน อยู่กับปัจจุบัน จิบเครื่องดื่มที่ชอบ พูดคุยกับคนคอเดียวกัน ฟังเพลง และทานอาหาร

“อีกสิ่งสำคัญคือเราจำหน่ายเครื่องแก้ว และ Decanter เพื่อให้ความหรูหรา แยกตะกอนในไวน์เก่า และทำให้ไวน์ที่เก็บนานได้หายใจ เอากลิ่นหอมของมันออกมา ลูกค้าที่เห็นเราใช้ระหว่างเสิร์ฟแล้วชื่นชอบก็มาเลือกซื้อในช้อปได้”

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

คราวนี้เราไม่ได้ปิดท้ายด้วยการชิมอาหาร แต่เราชิมบรรยากาศที่ดีจนเชื่อว่าต้องกลับมาอีกครั้ง

หากคุณยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์ที่ดีต่อท้องและดีต่อใจ ณ Riedel Restaurant & Wine Cellar ลองหาเวลาว่างสักครั้งมากับคนคอเดียวกัน เราเชื่อว่าสิ่งที่กล่าวไปข้างต้นจะไม่เกินจริงเลย

ที่ตั้ง : ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

เวลาทำการ : 11.00 น. – 24.00 น.

โทรศัพท์ : 02 656 1133

Facebook : https://www.facebook.com/Riedelwinebarbkk 

เว็บไซต์ : http://www.riedelwinebarbkk.com/

06
1823 Tea Lounge by Ronnefeldt

เลาจ์ชาจากแบรนด์เยอรมันอายุย่าง 200 ปี ที่ให้ทุกท่านสัมผัสบริการชาพรีเมียมโดย Tea Master

ทานอาหารมื้อหนักกันมาพอสมควร เรายังมีตัวเลือกสำหรับคนรักการจิบชาและละเลียดชิมของหวานยามว่าง ที่ ‘1823 Tea Lounge by Ronnefeldt’ เลาจ์ชาแบรนด์เยอรมันอายุย่าง 200 ปี นับตั้งแต่ปี 1823 ตามป้ายสีทองที่ตั้งโดดเด่นอยู่หน้าร้าน

1823 Tea Lounge by Ronnefeldt ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

ทางเข้าที่เปิดกว้างไร้ประตูใดกั้นพากลิ่นหอมอบอวลของมวลชาลอยทะลุแมสให้เราได้สูดจนเต็มปอด หลังเดินเข้าไปจับจองที่นั่งไม่นาน วรภัทร พรประเสริฐสม ผู้จัดการร้านก็เดินมาแนะนำเมนูชุดพิเศษให้ฟัง

“ชุดเมนู Royal Delight High Tea Set เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมการดื่มชาตะวันตกกับวัตถุดิบตามฤดูกาล ซึ่งเมนูนี้ได้ร่วมกับทางโครงการหลวงในการคัดสรรวัตถุดิบ ทั้งคาเวียร์ เห็ดเห็ดพ็อตโตเบลโล่ มะเขือเทศ พริกหวาน แตงกวา คาเวียร์ และลูกฟิก นำมาปรุงเป็นคานาเป้และขนมรวมแล้ว 8 อย่าง ทั้งของหวานและของคาว สามารถสั่งได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป 

“เรามีชาชั้นดีที่เก็บเกี่ยวครั้งแรกของฤดูให้เลือกสรร ส่วนเซ็ตนี้แนะนำที่ให้ทานคู่กันคือ Darjeeling Springtime ที่เก็บเกี่ยวจากที่ราบทางตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัย มีกลิ่นหอมของดอกไม้ เอกลักษณ์ของรสชาตินุ่มละมุนกว่าชาดำอื่น ยิ่งทานคู่กับขนมรสชาติเบายิ่งให้ความรู้สึกสดชื่น” เขาอธิบายอย่างเชี่ยวชาญ

เมนูของคาวแนะนำเริ่มด้วย ‘Strawberry Gazpacho’ หรือซุปเย็นของสเปน เสิร์ฟพร้อมกุ้งลายเสือและคาเวียร์จากโครงการการหลวง ‘Puff Chicken & Portobello Mushrooms’ ด้านในเป็นไก่และเห็ดกระดุมผัดร่วมกับครีมใส่ในแป้งโวโลวองท์ ตบด้วย ‘แซนด์วิชแตงกวาญี่ปุ่น’ ใส่ Pesto Sauce เอาไว้ด้านใน และ ‘Homemade Foie Gras Terrine’

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

เมนูของหวานมีทั้ง ‘มาการอง’ ‘เค้กชาเอิร์ลเกรย์ผสมช็อกโกแลต’ ตกแต่งด้วยเปลือกส้ม ‘พานาคอตต้า’ และ ‘สโคน’ ซึ่งมีลักษณะร่วนทานแล้วเข้ากับชาที่ทางร้านจัดมา

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

“Ronnefeldt เป็นแบรนด์ชาเยอรมันแต่ไม่ใช่คนปลูก เราเป็นผู้คัดเลือกชาจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดทั่วโลก จุดเด่นคือการเดินเก็บเกี่ยวด้วยมือ ยอดชาหนึ่งยอดสองใบ เพราะเครื่องจักรไม่สามารถคัดเลือกได้อย่างละเอียดและต้องการลดความบอบช้ำ โดยที่เยอรมันจะไม่มีที่ให้นั่งดื่ม แต่ 1823 Tea Lounge by Ronnefeldt เป็นเลาจ์ชาที่แรกและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยชากว่า 40 ตัว”

กมลพรรณ แสนก่ำ Tea master ของร้านบรรยายให้เราฟัง เธอคือผู้ให้คำปรึกษาเรื่องชาแก่แขกทุกท่านที่มาเยือนให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด เริ่มจากการแนะนำชาขายดี 5 ตัวของร้านได้แก่ Bangkok Blend, Darjeeling Summner, Gaysorn Blend, Morgentau และ Rooibos Cream Orange 

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

“Bangkok Blend เป็นสูตรที่เกิดจากเหตุผลว่าประเทศไทยเป็นเมืองผลไม้ จึงนำอู่หลงมาเบลนด์กับสับปะรดและมะละกอ หรือ Rooibos Cream Orange คือสมุนไพรไม่มีคาเฟอีน ตัวนี้ของมาทีไรไม่เคยเหลือเลย ส่วน Morgentau ในภาษาเยอรมันแปลว่า หยาดน้ำค้างในยามเช้า จะมีกลิ่นสดชื่น มะม่วง เลมอน ผสมซิตรัสนิด ๆ”

เธอเล่าพอสังเขปพร้อมยื่นแก้วชาร้อนมาให้เรา 

ก่อนจิบได้กลิ่นหอมฟุ้งของดอกไม้ 

จิบแรกแปลกใจที่อุณหภูมิพอดี ไม่ร้อนลวกปาก

จิบสองเราสัมผัสถึงความนุ่ม ไม่ฝาดเหมือนที่เคยดื่ม 

จิบสาม อ้าว! หมดแล้ว

กมลพรรณทิ้งท้ายเชิญชวนเราดื่มชาให้ร่างกายผ่อนคลายและฟื้นฟูสุขภาพ คุณอาจดื่มชาดำเพื่อลดคอเลสเตอรอลและไขมัน หรือดื่มชาเขียวเพื่อบำรุงผิวพรรณ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงผลลัพธ์เล็ก ๆ ที่จะได้กลับไป เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือการได้ใช้เวลาเพื่อเติบเต็มตัวเอง ปล่อยใจให้ล่องลอย พักผ่อน และดื่มด่ำกับปัจจุบัน

ที่ตั้ง : ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

เวลาทำการ : 10.00 น. – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 02 656 1086

เว็บไซต์ : https://www.1823ronnefeldtbkk.com/ 

Facebook : https://www.facebook.com/1823ronnefeldtbkk/

07
Ginza Sushi Ichi

ปูขน

เป็นอีกครั้งที่เรามองหาประตูไม้บานเลื่อนสไตล์มินิมอล เพื่อส่งตัวเองข้ามมิติไปยังแดนอาทิตย์อุทัย หน้าร้านของ ‘Ginza Sushi Ichi’ ร้านซูชิโอมากาเสะ Michelin Star 1 ดาว มอบบรรยากาศอบอุ่นเป็นการต้อนรับ ก่อนเดินเข้าไปพบกับเคาท์เตอร์สะอาดสะอ้านที่มีเชฟยืนรออยู่

ทุกอย่างคือความเรียบหรูดูอร่อยอย่างแท้จริง

Ginza Sushi Ichi ร้านอาหาร 'Gaysorn Village'
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

หากไม่ใช่อุนิ หอย หรือสารพันปลาชั้นดี ในฤดูกาลนี้ วัตถุดิบสำคัญที่เป็นไฮไลท์และพระเอกยืนหนึ่งคงหนีไม่พ้น ‘ปูขนญี่ปุ่น’ (Kegani) ที่ทางร้านขอบอกว่าพลาดไม่ได้!

ปูขนญี่ปุ่นเป็นวัตถุดิบพิเศษที่นำเข้าจากชายฝั่งฮอกไกโดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว (ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม) ซึ่งถือเป็นช่วงที่ปูขนสร้างไขมันในตัวมากที่สุด ทำให้มีมันปูมากเป็นพิเศษ ทานแล้วสัมผัสได้ถึงรสชาติของเนื้อที่หวานนุ่ม มีความมันมากกว่าการทานปูขนในช่วงเดือนอื่น

Ginza Sushi Ichi คัดสรรเฉพาะปูขนตัวเป็น ๆ มาจากตลาดปลาวันต่อวัน โดยส่งตรงขึ้นเครื่องให้ถึงในวันนั้น เพราะเมื่อนำปูที่สดไปต้มสุกในระยะเวลาอันพอเหมาะ ความหวานและความหอมจะโดดเด่นกว่าเก่า 

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

หากสั่งเมนูจากปูขนทั้งตัว เชฟจะช่วยรังสรรค์ออกมาเป็นเมนู 3 เมนู ได้แก่ 

เนื้อส่วนก้ามปู ทานคู่กับน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษของร้าน 

เนื้อส่วนอก โรยหน้าด้วยมันปูหอม ๆ 

และเนื้อส่วนที่เหลือนำมาปรุงรสอย่างกลมกล่อม ผสมกับข้าวและไข่หอยเม่น นำไปอบเพิ่มความหอม จากนั้นจึงโรยด้วยไข่ปลาแซลมอน ถือเป็นเมนูจากวัตถุดิบพิเศษที่ควรค่าและคุ้มค่าแก่การลิ้มลองอย่างยิ่ง

เราขอกระซิบเบา ๆ ว่า เมนูจากปูขนสั่งได้แล้วตั้งแต่เดือนกันยายน ที่ Ginza Sushi Ichi at Gaysorn Village เท่านั้น แต่เพราะเป็นเมนูพิเศษจึงต้องสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 5 – 7 วัน

ใครพร้อมแล้ว ยกหูเรียกหาความอร่อยได้เลย

สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่
สัมผัสประสบการณ์อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มเรื่องราว ผ่าน 7 ร้านอาหารใน ‘Gaysorn Village’ ที่ยกต้นตำรับมาแบ่งปันถึงที่

ที่ตั้ง : ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

เวลาทำการ : อังคาร – อาทิตย์ เวลา 11:30 – 14:30 และ 17:30 – 22:00

โทรศัพท์ : 02 070 0014

Facebook : https://www.facebook.com/ginzasushiichiBKK/

เว็บไซต์ : http://www.ginza-sushiichi.jp/english/shop/bangkok.html

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load