The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

พูดถึงร้อยเอ็ด คุณผู้อ่านนึกถึงอะไร

บึงพลาญชัย หนองน้ำแห่งใหญ่ใจกลางเมือง หอโหวด แลนด์มาร์กใหม่ประจำร้อยเอ็ด หรือทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ราบผืนใหญ่ที่กินพื้นที่หลายจังหวัดภาคอีสาน แหล่งกำเนิดข้าวหอมมะลิพันธุ์เด็ด ของดีเมืองสิบเอ็ดประตู

แต่ร้อยเอ็ดวันนี้ที่เราพบ ช่างเป็นเมืองที่แสนคึกคักน่ารัก ไม่เฉพาะเวลาลงเล่น เห็นจะเป็นเพราะมีสถานที่ดีศรีจังหวัดมากมายเต็มไปหมด ตั้งแต่กิจการห้างร้านที่คนรุ่นใหม่ไฟแรงกลับมาพลิกแดนเกิดเมืองนอนให้ฟุ้งไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ต่อยอดข้าวหอมมะลิเป็นเบเกอรี ทายาทนายฮ้อยดีกรีปริญญาโทจากอเมริกาหันมาพัฒนาพันธุ์ควาย ของดีที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ มัณฑนากรสาวเปลี่ยนบ้านเก่าเป็นคาเฟ่ แหล่งรวมของใช้ย้อนวัยที่หวนบรรยากาศครั้งอดีตกลับมาอีกครั้ง ไปจนถึงร้านกาแฟในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

คอลัมน์ Take Me Out ขอพาทุกท่านตะลุย 10 สถานที่ ทั้งวิถีวัฒนธรรมและเชิงนิเวศ จากคนมีฝันและคนมีไฟ กลับมาชุบชีวิตให้ร้อยเอ็ดเป็นเมืองแห่งแรงบันดาลใจของภาคอีสาน

01

พอดิน Clay Studio

ห้องเรียนศิลปะโอเพนแอร์ที่เชื่อว่าแค่มีดินก็เพียงพอ

พอดิน Clay Studio

‘พอดิน’ มาจากภาษาอีสานว่า ‘พ้อดิน’ แปลว่า เจอดินแล้ว

แต่อีกความหมายที่ ตี๋เล็ก-บุญกิจ พันธุ์ศรีศักดิ์ ตั้งใจซ่อนไว้ในชื่อ คือ มีแค่ดินก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างงานศิลปะสักชิ้นหนึ่ง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตี๋เล็กคืออดีตเด็กสถาปัตย์ผู้เคยติด F วิชางานปั้นสมัยเรียน ปัจจุบันกลับเป็นเจ้าของ ‘พอดิน Clay Studio’ โรงเรียนสอนศิลปะงานปั้นดินเผาไซส์จิ๋วแห่งเมืองร้อยเอ็ด เพราะฝึกทักษะพื้นฐานและปรับทัศนะให้หันมาเห็นคุณค่าของดินกับปราชญ์ชาวบ้านที่บ้านค้อ จังหวัดมหาสารคาม ก่อนมุ่งหน้าไปขอทำงานกับ อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินปั้นดินที่เชียงราย ทว่าไม่มีโอกาสได้ร่วมงาน 

เขาจึงหันมาเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเอง จนมีโอกาสไปอวดโฉมผลงานในงาน ‘ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านอาร์ต’ งานเทศกาลศิลปะครั้งใหญ่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2562 นับจากนั้นจึงเริ่มจัดเวิร์กชอปสอนปั้นดินเผาให้แก่ผู้สนใจ แต่มากกว่าวิชาความรู้หรือทักษะหัตถกรรม สิ่งที่ตี๋เล็กตั้งเป้าอยากถ่ายทอด คือความสุขจากการได้ทำงานศิลปะ เพราะแต่ละชิ้นต้องใช้จินตนาการ ความอดทน ทะนุถนอมกว่าจะได้ผลงานอันแสนน่าภูมิใจออกมา

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

“ดินที่ดี คือดินที่มีอยู่ที่บ้าน” เขาว่า

ตอนนี้ตี๋เล็กหลงใหลวิชาปั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนเริ่มผลิตดินสำหรับงานปั้นโดยเฉพาะเพื่อจำหน่าย ควบคู่ไปกับการทำงานวิจัยการเคลือบเครื่องปั้นด้วยกากกาแฟอีกด้วย

พอดิน Clay Studio แฝงตัวอยู่กับ Skipper Garden ใช้พื้นที่กลางสวนเป็นห้องเรียนเปิดโล่ง พร้อมแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนตามงานเทศกาลต่าง ๆ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้คนหลากหลายได้เข้ามาสัมผัสงานฝีมือแขนงนี้ แทนที่จะอยู่นิ่งอยู่กับที่

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1542 2394

Facebook : พอดิน clay studio

02

Skipper Garden

ร้านกาแฟกลางป่ากึ่งพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีต้นไม้เยอะที่สุดในร้อยเอ็ด

Skipper Garden

ธรรมชาติบำบัดคนได้

กิ่ง-ปฏิญญากร บุราณรมย์ เจ้าของร้าน ‘Skipper Garden’ เชื่ออย่างนั้น เพราะเขามีคุณพ่อคอยปลูกฝังให้รักต้นไม้ตั้งแต่เด็ก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

วันเวลาล่วงไป จากดินรกร้าง ลูกหลานทอดทิ้งไปอยู่เมืองหลวง พร้อมป้ายประกาศให้เช่า กิ่งเปลี่ยนบ้านเป็นสวนส่วนตัว แต่เพราะอยากให้คนอื่นเข้ามาสูดไอดิน ดมกลิ่นหญ้า จึงปรับเป็นร้านกาแฟกลางป่า แผ่ร่มเงาแห่งการรักษ์ป่าครอบคลุมทั่วร้อยเอ็ดอย่างที่เห็น

ต้นไม้บางต้นเติบโตขึ้นเองอย่างไม่ตั้งใจ ไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ยก็ใหญ่ได้โดยธรรมชาติ

ต้นไม้บางต้นก็มีที่มาที่ไป

เขาเล่าพลางชี้ไม้ชี้มือให้ดูต้นขนุนหน้าห้องน้ำ พร้อมเฉลยว่าตัวเองทิ้งเมล็ดลงไปในดินตรงนั้นตอนเริ่มก่อสร้างร้าน ผ่านไปไม่นานก็สูงใหญ่ใบดก เป็นแหล่งอ้างอิงอายุอานามของร้านที่แสนน่ารัก

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

กิ่งปลูกปั้น Skipper Garden ขึ้นเพราะต้องการให้แขกไปใครมาได้รับพลังบวกจากต้นไม้พวกนี้ วางตัวเป็นแหล่งชาร์จแบตธรรมชาติ เปิดพื้นที่ป่ากลางเมืองให้ทุกคนมาพักผ่อนหย่อนใจ จิบกาแฟ นอนเปล รับลมกลางวันอุ่น ๆ มีสุมทุมพุ่มไม้เป็นเครื่องกีดกั้นความเครียดทิ้งไปตั้งแต่หน้าร้าน ร่มไทรใบบังเป็นร่มกางกั้นแสงแดดให้ต้องผิวแต่พอดี

“อาจจะไม่นาน ครู่สั้น ๆ แต่หากเยียวยาจิตใจคนได้ก็คุ้มแล้ว”

อ้อ! อาณาโดยรอบอันกว้างขวาง คือพื้นที่กึ่งสาธารณะที่กิ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาจัดกิจกรรมใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ไปจนถึงพอดิน Clay Studio โรงเรียนสอนทำเครื่องปั้นดินเผา

ที่ตั้ง : ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 5135 7752

Facebook : Skipper Garden 

03

Hommali Story

แป้งข้าวหอมมะลิของดีเมืองร้อยเอ็ด สู่เมนูเบเกอรีแสนอร่อย

Hommali Story

‘เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ’

ใคร ๆ ก็รู้ว่าข้าวหอมมะลิคือของดีประจำเมืองหอโหวดแห่งภาคอีสาน แต่ครั้นจะปล่อยของดีอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่คิดคัดดัดแปลงให้งอกเงยงอกงามขึ้นก็น่าเสียดาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ภูมิ กองทุ่งมน แห่ง ‘Hommali Cafe’ ลูกร้อยเอ็ดที่ทดลองทำธุรกิจมาหลากหลายแขนง จึงหยิบแป้งข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาต่อยอด ผสานกับทักษะการทำขนมอบแบบฝรั่งที่เจ้าตัวไปเรียนมา ลองผิดลองถูกจนได้สูตรเบเกอรีแป้งข้าวหอมมะลิ เคล็ดลับเฉพาะหอมมะลิคาเฟ่เท่านั้น

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ร้านขนมแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศอบอุ่น สีสว่างสะอาดตา และเรื่องราวแห่งการสานต่อภูมิปัญญา แต่ยังแฝงไปด้วยวิสัยทัศน์ของเจ้าของร้าน ภูมิแบไต๋ว่าอยากพัฒนาสูตรให้เด็ดดวงจนวางขายตามร้านสะดวกซื้อ เสิร์ฟบนเครื่องบิน และส่งออกไปอวดของดีให้ชาวโลกได้ชิม ความฝันนี้ดูไม่ไกลเกินเอื้อมนัก เพราะเขาได้ แป้ง-พักตร์จิรา กองทุ่งมน ศรีภรรยา มาช่วยดูแลแผนการตลาดและกลยุทธ์

Hommali Cafe คือคาเฟ่แห่งภูมิปัญญา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าร้อยเอ็ดคือเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์แห่งอีสาน

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 09 9610 5986

Facebook : Hommali Story

04

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

อาร์ตคาเฟ่ที่พิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว

อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101

‘อาร์ต ละ วาด Arts Space & Cafe 101’ คือคาเฟ่กึ่งอาร์ตสเปซกลางเมืองร้อยเอ็ดของ ต้น-ปรัชญา บุณยทัต ชาวนนทบุเรี่ยนที่ย้ายมาร้อยเอ็ดตามพ่อแม่

เกิดขึ้นด้วยความต้องการให้มีพื้นที่ที่ใคร ๆ ก็เข้ามาลองสัมผัส เพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใช้เครื่องดื่มแก้วโปรดเป็นสื่อพาคนเข้าหาศิลปะอย่างแนบเนียน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ต้นไม่ใช่ศิลปินยิ่งใหญ่ที่เสกสรรงานศิลปะได้ตามใจหมาย เขาคือภูมิสถาปนิกคนธรรมดาผู้พึงพอใจกับการได้วาดรูปตามประสา เพียงแต่ไม่ต้องการให้กรอบความงามมาจำกัดจินตนาการไปอย่างน่าเสียดาย เขาหยิบชื่อ ‘อาร์ต ละ วาด’ ซึ่งเพี้ยนมาจากท่อนหนึ่งในเพลง เอาละเว้ย ของ โต้ง Twopee Southside เป็นชื่อร้าน ให้แขกไปใครมาได้อาละวาดสาดสีตามใจหมายได้อย่างไร้กังวล

มนุษย์ เครื่องดื่มแก้วโปรด งานศิลปะ ดูจะเป็น 3 สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่กลับเชื่อมโยงจนลงตัวอย่างน่าพิลึก ณ สถานที่แห่งนี้

ในอนาคต ต้นวางแผนให้อาร์ต ละ วาด แบ่งโซนร้านกาแฟกับสถานที่จัดเวิร์กชอปสอนระบายสีน้ำออกจากกันอย่างชัดเจน แถมอยากเติมพื้นที่แกลเลอรีแสดงผลงานไซส์ย่อมมาให้ครบวงจร เพื่อให้คนที่เข้ามาได้สัมผัสและตกหลุมรักศิลปะ

ที่ตั้ง : 33/63 ถนนกองพลสิบ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 2333 4095

Facebook : อาร์ต ละ วาด arts space & cafe 101

05

บ้านโบราณดี Gallery

ร้านอาหารจากบ้านเก่าของมัณฑนากรสาวกลับบ้าน

บ้านโบราณดี Gallery

ดวง-ดวงมณี สูงสันเขต คือสาวร้อยเอ็ดโดยกำเนิด 

เธอเป็นลูกสาวหล่าของครอบครัว มีกิจกรรมวาดภาพระบายสี ทำงานประดิดประดอย เป็นเครื่องแก้เหงาในวัยเยาว์

เธอติดตามรถพุ่มพวงของพ่อแม่ ตระเวนขายกับข้าวให้คนทั่วชุมชน พบปะทักทายผู้คนจนสนิทสนมประหนึ่งญาติตั้งแต่เด็กเช่นกัน

หลังเรียนจบเป็นมัณฑนากรเต็มตัว จึงตัดสินใจหอบฝันกลับถิ่นเกิด เพราะต้องการกลับมาดูแลพ่อแม่ ซึ่งนับวันก็ยิ่งอายุมากขึ้น เธอแปลงโฉมบ้านเก่าของครอบครัวเป็นร้านอาหาร เสิร์ฟกับข้าวสูตรคุณแม่ที่เคยทำเร่ขายกับรถพุ่มพวงและอร่อยเด็ดมัดใจคนทั้งย่านมาแล้ว แถมยังอุดหนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่นมาประกอบอาหารทุกจาน แจกจ่ายรายได้ให้ผู้เฒ่าผู้แก่อย่างทั่วถึง ส่วนพาร์ตเครื่องดื่ม เธออาศัยความชอบและทักษะการเรียนรู้ รังสรรค์ทุกเมนูขึ้นมาด้วยตัวเอง

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

สรรพสิ่งที่ตกแต่งในร้านล้วนเป็นของกระจุกกระจิกที่ชวนหวนให้คิดถึงความอบอุ่นแห่งวันวาน เก่าเก็บบ้าง เขาให้มาบ้าง บางชิ้นดวงประดิษฐ์ขึ้นมาเองบ้าง ใครได้มาที่นี่ก็ล้วนอยากกลับบ้านไปนอนตักแม่

ดวงมณีอยากพิสูจน์ว่าคนรุ่นใหม่ก็กลับบ้านมาอยู่กับพ่อแม่ ใช้ของดีที่มีอยู่แล้วเป็นอาชีพได้จริง ไม่ใช่แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ

ที่ตั้ง : 28 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4297 4929

Facebook : บ้านโบราณดีgallery

06

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

ฟาร์มสเตย์กลางทุ่ง แหล่งจุบรรยากาศท้องทุ่งอีสาน

ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

เพราะไม่อยากให้คนพื้นที่ลืมถิ่นเกิด ละทิ้งรากเหง้าของตัวเองไป ก้อง-วีรพล คำสุวรรณ หนุ่มนักดนตรีผู้ประสบภัยโรคระบาดตัวร้ายจึงหันหน้ากลับบ้าน เปลี่ยนบ้านพักกลางทุ่งที่ครอบครัวทำไว้สังสรรค์ส่วนตัวเฉพาะเพื่อนฝูงคนรู้ใจ เป็นฟาร์มสเตย์ที่พัก ให้แขกได้เข้ามาสัมผัสวิถีชาวนาขนานแท้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมต้องการกระจายรายได้ หากิจกรรมให้พ่อแม่ทำไม่เหงาห่อเหี่ยว จึงจัดแจงแบ่งหน้าที่ตามถนัด คุณพ่อดูแลนาและสวนโดยรอบให้เขียวชอุ่ม พร้อมชาร์จพลังสดชื่นจากธรรมชาติไว้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน คุณแม่งัดเสน่ห์ปลายจวัก ค้นสูตรลับเฉพาะตัวมาขโมยใจใครก็ตามที่ได้ชิม

ก่อนหน้าสถานการณ์โรคระบาดตัวร้ายจะกลับมาอีกครั้ง ก้องเห็นว่าสถานการณ์ของพี่น้องวงการดนตรีซบเซาจนน่าใจหาย จึงจัดเทศกาลดนตรีเล็ก ๆ ขึ้นที่ฟาร์มสเตย์แห่งนี้ ชื่อ ‘ในนามีเพลง’ ชวนศิลปินในพื้นที่มาสังสรรค์คลายเครียด ให้รู้ว่ายังมีกันและกันอยู่

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แถมยังกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่ ทำโครงการ ‘ส่งปิ่นโต’ ให้แม่ป้ารังสรรค์เมนูลับเฉพาะครัว อาหารพื้นถิ่น ใส่ปิ่นโตมาบริการนักท่องเที่ยวให้ได้กินวิถีชีวิตดั้งเดิมไม่ปรุงแต่ง

“ชีวิตชาวนาสร้างนิสัยคราฟต์ต่อการใช้ชีวิต” ก้องว่า

เขาตกหลุมรักวิถีเกษตรเข้าอย่างจังเมื่อได้มาต่อยอดปู่ย่า ฟาร์มสเตย์ วิ่งเล่นตามคันนา จับปู ดักปลา ยิงกะปอม แล้วประกอบอาหารแบบพื้นบ้าน เสน่ห์ข้อนี้ผูกเงื่อนตายระหว่างเขาเข้ากับฟาร์มสเตย์แห่งนี้

“วิถีชาวนาอาจไม่สะดวกสบาย แต่มันให้ทุกอย่างที่ชีวิตต้องการ ทั้งข้าวปลาอาหารและเงินทอง หากรู้วิธีบริหารจัดการที่ดี” 

ที่ตั้ง : ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด 45230 (แผนที่)

ร้านอาหารเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00 – 18.00 น.

ที่พักฟาร์มสเตย์ติดต่อทางเฟซบุ๊ก

โทรศัพท์ : 08 0750 9312

Facebook : ปู่ย่า ฟาร์มสเตย์

07

Midori Cafe

คาเฟ่ใบไม้สีเขียวฉบับแดนอาทิตย์อุทัยที่อบอุ่นดุจบ้านเพื่อน

Midori Cafe

Midori เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าใบไม้สีเขียว

อาร์ต-พิศุทธิ์ แสงสุริศรี ลูกหลานร้อยเอ็ดหยิบเอาความหลงใหลในธรรมชาติ โดยเฉพาะธรรมชาติแบบญี่ปุ่นที่เจ้าตัวมีโอกาสไปสัมผัส จากคราวไปเยี่ยมแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อย ๆ มาใช้เป็นธีมหลักในการตกแต่งร้าน สร้างมินิเจเปนทาวน์ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

นอกจากบรรยากาศแดนอาทิตย์อุทัย แตกต่างจากบริเวณโดยรอบ ความพิเศษที่อาร์ตบรรจงใส่ลงไปในร้าน คือบริการคั่วกาแฟแบบแก้วต่อแก้ว ด้วยความหลงใหลจนถึงขั้นมีโรงคั่วของตัวเอง ใครถนัดกาแฟคาแรกเตอร์แบบไหน กระซิบบอกอาร์ตให้จัดได้ตามต้องการ 

อาร์ตเผยความลับในใจว่าเขารักอาชีพนี้และร้านนี้อย่างมาก ลงทุนทุ่มเททุกเรี่ยวแรงตั้งแต่ Day 1 เขาจึงไม่เคยคิดย่อท้อ พร้อมตื่นเช้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มแก้วอร่อยตั้งแต่ 7 โมง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม วันหยุดราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันพิเศษโอกาสใด ก็ปิดบริการ Midori Cafe ไม่ได้

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

คำโอภาปราศรัย เครื่องดื่มรสชาติดี บรรยากาศอบอุ่น ประสานพลังให้เราสัมผัสความเป็นกันเองได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าบริเวณร้าน

เหมือนมาบ้านเพื่อนเลย-เราคิด 

ที่ตั้ง : ซอยราชการดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2832 9897

Facebook : Midori Cafe

08

ฟาร์มควายดี 

ฟาร์มควายไทยพันธุ์ดีของเหลนนายฮ้อยดีกรี ป.โท อเมริกา 

ฟาร์มควายดี

ควาย คือเพื่อนข้างกายเกษตรกรไทยมานานเกินกว่าจะนับได้ แม้เป็นสัตว์ที่ถูกมองข้ามอยู่ตลอดเวลา โดนตีตราว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเขลา แต่เพื่อนสี่ขาเขาโง้งยาว เจ้าของนิยามถึกทนนี้ คือความสนใจของ เจ๋ง-จารุตตม์ เดชะพหุล หนุ่มนักเรียนนอก ดีกรีปริญญาโทจากอเมริกา

สายเลือดนายฮ้อยจากคุณตาทวดกระตุ้นให้เขาสังเกตว่าเกษตรกรไทยไม่ได้มีรายได้ดีเท่าเกษตรกรฝรั่ง จากประสบการณ์ตรงเมื่อคราวไปเรียนต่อด้านการตลาดที่รัฐเนแบรสกา (Nebraska) เจ้าตัวจึงกลับมาทุ่มเทศึกษาควายอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับเรียนรู้วิถีเกษตรกรไทย จนเห็นแจ้งว่าเกษตรกรไทยขาดองค์ความรู้ในการทำเกษตรให้เป็นที่ต้องการของตลาด 

เขาจึงผลักดันการกระจายองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อม ๆ กับพัฒนาสายพันธุ์เพื่อนรักชาวนาอย่างควาย ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ให้ได้ควายสายพันธุ์ดีตรงตามความต้องการตลาดควาย

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ตลาดควายยิ่งใหญ่และน่าสนใจอย่างมาก มีทั้งสายสวยงาม สายควายเนื้อ สายควายนม และบรรดาควาย ๆ ในฟาร์มควายดีก็น่ารักจับใจ 

ปัจจุบันเจ๋งเป็นที่ปรึกษาสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย มีโอกาสได้ออกไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เลี้ยงควายอยู่บ่อย ๆ เพื่อพัฒนาและอนุรักษ์สายพันธุ์ควายไทยให้เจ๋งสมชื่อ

อนาคตเจ้าตัวยังมีแผนเปิดร้านอาหารกึ่งศูนย์เรียนรู้ เปลี่ยนความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ให้หันมารักน้องควายผ่านกิจกรรมสนุก ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : โทรติดต่อคุณเจ๋งเพื่อนัดเวลา

โทรศัพท์ : 09 2425 9499

Facebook : KWAI DEE – ฟาร์มควายดี

09

เมืองไม้บาติก

แหล่งผ้าบาติกแดนใต้ใจกลางอีสาน

เมืองไม้บาติก
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

ผ้าบาติกคือของดีจากแดนด้ามขวาน ลวดลายที่เห็นกันจนชินตามีตั้งแต่น้ำทะเลไปจนถึงต้นมะพร้าว สีสันฉูดฉาดแจ่มตา

อาจารย์ต่อศักดิ์ สิทธิสา คือผู้ริเริ่มพาผ้าบาติกแดนใต้มาสู่กลางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิด ‘เมืองไม้บาติก’ โรงเรียนสอนและโรงงานผลิตผ้าบาติกที่เขาพัฒนาจนเด่นดัง ใครได้ยินว่าร้อยเอ็ดมีผ้าบาติกเป็นของดี เป็นต้องขมวดคิ้วฉงน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

เมืองไม้บาติกพัฒนาทั้งลวดลายและสีสันของผ้าให้มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนบาติกดั้งเดิม ใช้ผ้าไหมทอมือของร้อยเอ็ดแท้ ๆ เพนต์ลวดลายธรรมชาติ สาดเฉดสีเอิร์ธโทนนวลตา ตรงใจลูกค้าทั้งไทยเทศ อาจารย์ต่อศักดิ์เปิดรับนักเรียนเฉพาะกิจ สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้วิธีทำผ้าฉบับกระชับ แวะเข้ามาเติมแต้มแต่งผ้าได้ตามจินตนาการความชอบ ใส่ไอเดียได้อย่างเต็มที่ หรือใครอยากเลือกช้อปไปเติมตู้ ก็เลือกสรรได้ตามอัธยาศัย 

อาจารย์ต่อศักดิ์เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า เมื่อ พ.ศ. 2547 เมืองไม้บาติกได้รางวัลโอทอประดับ 5 ดาว จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วจังหวัดเพื่อนบ้าน ทั้งยังได้รับคัดเลือกจากสายการบินไทย นำไปเป็นสินค้าโอทอปขายบนเครื่องบินอีกด้วย

จะซื้อใช้ซื้อฝาก ก็เป็นตาฮักไปเบิ้ด!

ที่ตั้ง : 281 หมู่ 2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 0 4356 9048

10

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

ร้านอาหารในเรือนเก่าริมบึงพลาญชัยของศิลปินแห่งชาติ

เอลเลฟินคาเฟ่ บ้านสวนพยอม

สีนะวัฒน์พาณิชย์ คือกิจการเก่าแก่คู่เมืองร้อยเอ็ดที่ แทน สีนะวัฒน์ ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กวิ่งซนมาด้วยความผูกพัน

พอถึงคราวได้ทำ ‘Elefin’ ธุรกิจร้านอาหารของตัวเองซึ่งมีสาขาอยู่ทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ จึงอยากกลับมาเปลี่ยนมรดกบ้านเก่าของครอบครัวริมบึงพลาญชัย เป็นร้านบริการอาหารและเครื่องดื่มภายใต้เครือเดียวกัน

10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร
10 จุดควรแวะเมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่คาเฟ่กลางสวนถึงฟาร์มควาย ที่เด็ดจนต้องเอ็ดตะโร

แทนหยิบเอาชื่อปู่ ‘สวน’ ย่า ‘พยอม’ มาเป็นชื่อสร้อยต่อท้ายประจำสาขา ด้วยอยากให้คนร้อยเอ็ดได้มีที่พักผ่อน แหล่งครัวอาหารอร่อยปลอดภัย เสิร์ฟเมนูคุณภาพและเครื่องดื่มสุขภาพ เป็นหมุดหมายสำคัญของเมือง เคียงคู่ไปกับการเป็นแหล่งรวมความทรงจำวัยเยาว์ของเขา

เอลเลฟินตกแต่งด้วยนานาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกิจกรรมทอผ้าไหมของ ย่าพยอม สีหะวัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะงานผ้า) พ.ศ. 2530 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และสะท้อนภูมิปัญญาชาวอีสาน เพิ่งปรับตัวเป็น House Museum อย่างเป็นทางการเพื่อเชิดชูเกียรติคุณย่า นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือจับปลาแบบดั้งเดิมของคุณปู่ ไปจนถึงโมเดลรถ ของสะสมส่วนตัวของแทน กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณอย่างน่ารัก

เรือนไม้ตึกแถวขนาด 4 คูหา 2 ชั้นยังคงอบร่ำไปด้วยเสน่ห์แห่งวันวานอยู่คู่เมืองร้อยเอ็ดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ตั้ง : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด (แผนที่)

เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7599 9222

Facebook : Elefin Cafe Bahn Suan Payorm ร้านอาหารเเละกาแฟ ริมบึงพลาญชัย ร้อยเอ็ด

Writer

กรภัทร พรมรักษา

ออกเดินทาง ซดกาแฟ มองท้องฟ้า ฟังเรื่องเล่า ประสบการณ์ไม่เคยเก่าเลย

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

บึงกาฬคือจังหวัดน้องใหม่ มีอายุอานามเพียง 10 ขวบปีเท่านั้น เกิดจากการมัดรวมบรรดา 8 อำเภอน้อยใหญ่ในจังหวัดหนองคาย และยกสถานะขึ้นเป็นจังหวัดลำดับที่ 77 ของประเทศไทย

เวลาเอ่ยถึงจังหวัดนี้คนส่วนใหญ่คงคิดว่ามีอะไร ๆ คล้ายหนองคายไปเสียหมด ตั้งแต่วิถีชุมชน สัมพันธ์ไทย-ลาวเลาะริมโขง อาหารการกิน วัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพญานาค ไปจนถึงเกาะแก่งแหล่งน้ำตามธรรมชาติ

หากปรับจูนโฟกัสให้แคบลงเข้าหาบึงกาฬสักนิด แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งหินสามวาฬ ในเขตพื้นที่อนุรักษ์เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ ป่าดงสีชมพู และถ้ำนาคา ในอุทยานแห่งชาติภูลังกา ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม ก็ฟังดูคุ้นผู้คนในปัจจุบันนี้มากขึ้นหน่อย

แต่บึงกาฬที่เรารู้จักไม่ใช่แบบนั้น

นอกเหนือจากความดีงามที่ว่ามาแล้ว บึงกาฬยังเป็นเมืองซึ่งสอดแทรกความใหม่ร่วมสมัยเข้ากับความเก่าแก่เก๋ไก๋ได้อย่างแนบเนียน เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ที่ยักย้ายกลับแดนเกิด เปิดกิจการห้างร้านเจ๋ง ๆ เลียบเคียงไปกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบึงกาฬ ชุบชีวิตให้จังหวัดกลับมาคึกคัก เคียงคู่กับวัฒนธรรมดั้งเดิมทรงคุณค่าได้อีกครั้ง

คอลัมน์ Take Me Out คราวนี้ ขอพาคุณผู้อ่านเลียบล่องท่องโขง สัมผัสบึงกาฬเก่า-บึงกาฬใหม่ ผ่าน 10 สถานที่ทั่วอาณาจักรนาคา ควบทั้งเชิงนิเวศ วัฒนธรรม และความเชื่อ ที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าจังหวัดน้องเล็กรายนี้ก็มีดีไม่แพ้จังหวัดพี่ใหญ่หัวเมือง!

01 

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

พิพิธภัณฑ์บ้านอีสานโบราณอายุ 60 ปีที่พลิกจาก Local สู่เลอค่า
เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ก้าวแรกที่ย่างกรายเข้าเขตบ้านเก่า ที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ก็หวนให้คิดถึงความทรงจำเมื่อครั้งวัยเยาว์ ผู้เฒ่าผู้แก่ และกลิ่นถ่านไม้ยามนึ่งข้าวเหนียว

ที่นี่บอกเล่าเรื่องราววิถีอีสานได้ฉมังนัก-ผมคิด

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

พิพิธภัณฑ์นี้เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของ ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดังผู้ประสบความสำเร็จในระดับโลก เขาเปลี่ยนบ้านเก่าที่ตัวเองเติบใหญ่มาเป็นพิพิธภัณฑ์กึ่งศูนย์การเรียนรู้ประจำชุมชน ต่อยอดความดีงามทุกด้านในหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ตั้งแต่สถาปัตยกรรม อาหารการกิน วิถีชีวิต และความเชื่อเรื่องพญานาค ปรับปรุงให้อยู่ในรูปแบบที่หวือหวาน่าสนใจ สมกับคอนเซ็ปต์ ‘จาก Local สู่เลอค่า’

ห้องหับยังคงจัดวางข้าวของดั้งเดิมไว้อยู่กับที่ ราวกับใช้งานอยู่เป็นนิตย์ สะท้อนชีวิตชาวบึงกาฬขนานแท้ พื้นที่จัดสรรปันส่วนให้เป็นระเบียบน่าชมสมกับเป็นพิพิธภัณฑ์ มีบริเวณกว้างโดยรอบสำหรับทำกิจกรรมที่จะสับเปลี่ยนเวียนหมุนไปตามโอกาส แถมด้วยพญานาค 4 ตระกูลสุดป๊อป สีเขียวตัดม่วงชวนมอง มื้ออาหารท้องถิ่นเสิร์ฟแบบทันสมัย เครื่องจักสานสะท้อนวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้คือการปรับตัวที่ฟู้ดสไตลิสต์คนเก่งประสานมือกับน้องพี่ในชุมชน 

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

เขาคนนี้ทุ่มเทพลิกผืนดินบ้านเกิด เปลี่ยนกาฬเก่าสู่กาฬใหม่ได้อย่างน่ายกย่อง

เหมือนความสุขแบบบ้าน ๆ ที่ถูกอัดลงในกรอบหลุยส์หรูหรา ทว่าคุณค่าดั้งเดิมยังอุดมอยู่อย่างครบถ้วน หอมหวาน ไม่จางหาย และน่าชื่นชมยกย่อง

ที่ตั้ง : ตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6229 7626

Facebook : พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จ.บึงกาฬ

02

สตรีทอาร์ตชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่

คืนชีพชุมชนทางผ่านด้วยสตรีตอาร์พญานาคสุดจ๊าบ
สตรีทอาร์ตชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่

หมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ไม่ใช่ทางผ่านหรือชุมชนห่างไกลอีกต่อไป

เพราะนอกจากมีพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ยังมีสตรีทอาร์ตสุดจ๊าบตามบ้านแต่ละหลัง สร้างความสนุกสนานยามขับรถผ่าน เป็นที่เพลิดเพลินเจริญตาให้แก่บรรดาผู้ผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี

ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ ร่วมพลังกับคนในชุมชน นำคติความเชื่อเรื่องพญานาคมาดัดแปลงเป็นตัวการ์ตูนน่ารัก เพนต์ลงบนผนังเหย้าเรือนของพี่น้องชาวขี้เหล็กใหญ่ เพื่อสร้างบรรยากาศชุมชนให้มีชีวิตชีวา อบอวลด้วยมวลแห่งความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิดการปรับตัวให้เท่าทันสังคมที่เปลี่ยนไป โดยใช้สตรีทอาร์ตเป็นเครื่องมือสร้างสุข

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่
เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ขาบใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารคำสอนที่สอดแทรกไปกับความงาม และศิลปะยังช่วยเยียวยาจิตใจ เป็นพลังบวกให้แก่ผู้พบเห็นไม่แพ้ดนตรีหรืออาหารอร่อย ๆ สักมื้อ แต่ภาพศิลปะเหล่านี้คงเป็นอาหารตาที่แม้ไม่เติมกระเพาะให้อิ่มท้อง แต่เติมเรี่ยวแรงให้อิ่มใจ

อ้อ! พลางเดินทอดน่องลัดเลาะทั่วชุมชนทักทายแม่ป้า ด้วยรอยยิ้มบ้าง เสียงหัวเราะบ้าง คำโอภาปราศรัยจากใจบ้าง ก็อย่าลืมตามหา Easter Egg ที่ซุกซ่อนอยู่ตามซอกมุมทั่วหมู่บ้านนี้ล่ะ 

ที่ตั้ง : ตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

03

ศิลปะบำบัดในโรงพยาบาลโซ่พิสัย

ศิลปะสุดคิวต์แต่งแต้มโรงหมอ ชุบชูจิตใจทั้งคนไข้และญาติ
ศิลปะบำบัดในโรงพยาบาลโซ่พิสัย

แวบแรกที่เห็น ลืมไปเลยว่านี่คือสถานพยาบาลรักษาอาการป่วย ลบภาพจำโรงพยาบาลรัฐแบบเดิม ๆ จนสิ้น เพราะเปลี่ยนสถานที่บำบัดโรคภัยที่ไม่น่าอภิรมย์ เป็นโรงพยาบาลที่อวลอบตลบไปด้วยความน่ารัก ไม่ใช่แค่จากภาพศิลปะบำบัดจรรโลงใจ แต่เริ่มจากวิสัยทัศน์ของ นายแพทย์สุรพงษ์ ลักษวุธ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

คุณหมอสุรพงษ์ตั้งใจเปลี่ยนโรงหมอแห่งนี้เป็นบ้านหลังอบอุ่น ไม่ว่าผู้ป่วยมากน้อยรายไหนได้เข้าเขตแดนนี้มา ล้วนต้องแข็งแรงทั้งกายและใจกลับไป ญาติพี่น้องมาเฝ้าไข้ก็ต้องมีกำลังใจดี มุมมองนี้เปิดโอกาสให้ โบ-อิสรีย์ ฉัตรดอกไม้ไพร นักเรียนจิตอาสาผู้มาฝึกงานที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ร่วมมือกับขาบ ฟู้ดสไตลิสต์เจ้าถิ่น มาผัดแป้งแปลงโฉม แต่งแต้มสีสันเรื่องราวลงบนผืนผนังทั่วทั้งสถานพยาบาลประจำอำเภออายุ 30 ปี ให้มีชีวิตชีวา

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ภาพพญานาคเอกซเรย์ คุณหมอพญานาคกำลังผ่าตัด หรือนางพยาบาลพญานาคกำลังทำคลอด ทั้งหมดล้วนเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่โบสาดลงไปอย่างไม่ยั้งมือ รับกับโครงการของผู้อำนวยการ ที่พร้อมปรับสถานพยาบาลให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกระเบียดนิ้ว อำนวยความสะดวกสบายทั้งกายใจไม่แพ้รีสอร์ตหรือโรงแรม

ป่วยไข้ยามไหน ขอมาพักรักษาตัวที่นี้นะ-ผมรำพึงในใจพลางเดินชมงาน

ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ตราบใดที่ใจแข็งแรงพร้อมสู้ ไม่ว่าโรคภัยใดก็เอาชนะได้ทั้งนั้น

ที่ตั้ง : 143 หมู่ 2 ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 4248 5100

Facebook : โรงพยาบาลโซ่พิสัย

04

วัดพระแม่ถวายพระกุมารในวิหาร

โบสถ์คริสต์ริมโขงอายุ 200 ปี ศูนย์รวมจิตใจชาวคริสต์บุ่งคล้า
วัดพระแม่ถวายพระกุมารในวิหาร

สองข้างทางในอำเภอบุ่งคล้าเต็มไปด้วยโบสถ์คริสต์สลับกับวัดไทย ผู้คนที่นี่ต่างศาสนาแต่อยู่ร่วมกันด้วยความเคารพอย่างน่าทึ่ง

น่าประทับใจ

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ริมแม่น้ำโขง ใจกลางตัวอำเภอ คือที่ตั้งของโบสถ์คริสต์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปี อาจารย์โชคดี คุณโดน เล่าตำนานว่า ที่นี่เกิดขึ้นจากนักบุญชาวคริสต์ไถ่ตัวข้าไทจากเมืองลาว แล้วข้ามฟากมาตั้งรกรากที่บ้านภูสวาท ทำให้ชาวบ้านศรัทธา พร้อมเปลี่ยนมานับถือคริสต์ศาสนา และกระจายความเชื่อออกไปทั่วบริเวณหมู่บ้าน

ประจักษ์หลักฐานคือโบสถ์ตรงหน้า ลำพังสถาปัตยกรรมอาจบอกเล่าเรื่องราวได้ไม่ชัดเจน แต่หากมาถูกช่วง ตรงกับหน้าเทศกาล จะได้สัมผัสประเพณีชาวคริสต์ โดยเฉพาะเทศกาลอีสเตอร์ ที่จะแห่กันขึ้นเขาไปทำพิธี หรือเทศกาลแห่ดาวในวันคริสต์มาสอีฟ

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ไม่ไกลกันมี ‘คักแท๊ะ แสนพันโฮมสเตย์’ ที่พร้อมนำเที่ยวชุมชนบุ่งคล้าระดับมืออาชีพ สัมผัสสินค้าโอทอปท้องถิ่น พร้อมฟังประวัติศาสตร์เล่าขานที่ไม่ได้จดจารึกไว้ที่ไหน แต่มาจากปากผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน

 ที่ตั้ง : ตำบลหนองเดิ่น อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

05

กว้างคูณยาว

คาเฟ่ของลูกหลานบึงกาฬที่ตั้งใจให้เป็นแลนด์มาร์กจังหวัด

         เขาว่ากันว่า หากคนรุ่นใหม่บึงกาฬกลับมาทุ่มทุนลงมือทำกิจการสักแห่ง ต้องเป็นเพราะความรักล้วน ๆ

กว้างคูณยาว คาเฟ่ของ ธี-พิพัฒน์พงศ์ นาใจปัด ชาวบึงกาฬรุ่นใหม่คือเครื่องยืนยัน

อดีตนักเรียนเบเกอรี่จากเลอ กอร์ดอง เบลอ ผู้เริ่มต้นทำร้านกาแฟและขนมหวานที่จังหวัดชลบุรีด้วยความรัก ประสบความสำเร็จมากมายจนต้องขยายสาขา สู่หัวเรี่ยวหัวแรงสร้างสรรค์คาเฟ่แห่งนี้ให้เป็นแลนด์มาร์กท้องถิ่น ให้พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ฝากท้องยามหิว และเติมคาเฟอีนเข้ากระแสเลือดยามบ่าย

ธีตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องการดันเพดาน สร้างบรรทัดฐานให้บึงกาฬ ยิ่งมีใครมาเปิดแข่งแล้วดีกว่า เจ้าตัวกลับยิ่งดีใจเสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นการช่วยกันกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวเมืองบ้านเกิดให้คึกคักได้ 

ความเด็ดดวงของกว้างคูณยาว นอกจากใช้เมล็ดกาแฟจากโรงคั่วเฉพาะที่ดอยช้าง ซึ่งธีซื้อไว้เพราะหลงใหลกาแฟและใส่ใจวัตถุดิบ ขนมนมเนยทุกชิ้นในร้านก็ล้วนมาจากสูตรลับเฉพาะของธีที่พัฒนาต่อยอดจากสมัยเรียน 

(อร่อยอย่าบอกใครเชียวแหละ)

หลังจากได้สัมผัสกว้างคูณยาวและสนทนากับธี เราคิดทันทีว่าความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของกำไรอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความสุขที่ได้ทำอะไรเพื่อถิ่นเกิดเมืองนอน พร้อมส่งต่อความสุขนั้นผ่านเมนูอาหารที่ทำขึ้นอย่างตั้งใจ

ยุคของบึงกาฬฉบับใหม่น่ารักอุ่นใจไม่แพ้บึงกาฬเวอร์ชันเก่า ๆ เลย

ที่ตั้ง : 220 หมู่ 2 ตำบลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน 07.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 06 2495 3366

Facebook : กว้างคูณยาว คาเฟ่

06

กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ (ผ้าขาวม้าดารานาคี)

ผ้าขาวม้าหมักโคลนแม่น้ำโขง ฝีมือแม่ป้าชุมชนบ้านสะง้อ

ดารานาคี ขึ้นชื่อลือชาว่าเด่นดังเรื่องผ้าขาวม้าหมักโคลนย้อมสีธรรมชาติ ช่างงามเฉพาะตัว

มาบึงกาฬคราวนี้ หากไม่แวะมาสัมผัสวิถีการทำผ้าขาวม้าแบบดั้งเดิมฉบับชุมชนบ้านสะง้อ แห่งตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ คงน่าเสียดายแย่

แยม-สุพัตรา แสงกอมี ทายาทรุ่นสองผู้เชื่อมสัมพันธ์ชุมชนผ่านแบรนด์ดารานาคี หยิบเอาคำว่า ‘ดารา’ ซึ่งแปลว่าดวงดาว จงใจเปรียบเทียบถึงผ้าขาวม้าที่ลูกอีสานมักพกติดตัวไปที่ไหน ๆ เสมือนดวงดาวที่มองจากที่ใดก็เห็นเด่นชัด รวมกับคำว่า ‘นาคี’ หมายถึงพญานาคศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อร่วมกันของชุมชนริมโขง

ได้ภูมิปัญญาจากรุ่นหนึ่ง แม่สมพร แสงกองมี ประกอบกับแหล่งโคลนเก่าแก่ประจำชุมชน หมักผ้าขาวม้าจนนุ่มนิ่มน่าสัมผัส ย้อมสีธรรมชาติจากวัตถุดิบใกล้ตัว ดอกไม้ ใบไม้ เปลือกไม้ ได้ออกมาเป็นเส้นใยคุณภาพดี นำมาถักทอด้วยเทคนิคเฉพาะ เป็นลวดลายทันสมัย 12 รูปแบบ ตั้งแต่ลายเก๋ไก๋ไปจนถึงลายสองฝั่งโขง สวยทนครบจบในผืนเดียว

ปัจจุบันดารานาคีขยับขยายสู่วงกว้าง ต่อยอดผ้าขาวม้าเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบโก้ น้อยแต่มากที่แท้จริง กระจายรายได้ กระจายรอยยิ้มสู่ชุมชนอย่างถ้วนทั่ว ปรับวิถีบึงกาฬเก่าสู่วงการบึงกาฬใหม่ได้อย่างเฉียบคมแยบคาย

เมื่อใดที่ฤดูฝนสิ้นสุดลง ต้นฝ้ายต่างพร้อมใจผลิดอกออกฝัก ส่งความรักจากผืนดินสู่แม่ป้ามากประสบการณ์ เมื่อนั้น สายใยแห่งการถักทอแปรรูปฝ้ายธรรมชาติเป็นผ้าขาวม้าดารานาคีจึงเริ่มต้นขึ้น

ที่ตั้ง :  ตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 08 3357 3456

Facebook : ดารานาคี

07

Roo-Seuk-Dee cafe&studio

ร้านถ่ายรูปที่ผันตัวเป็นคาเฟ่ แหล่งพลังงานบวกใจกลางบึงกาฬ

         Roo-Seuk-Dee cafe&studio คาเฟ่ขนาด 1 คูหาที่แบ่งพื้นที่ใช้สอยอีก 1 คูหาติดกันกับร้านถ่ายภาพ เป็นธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว ขลุ่ย-ศิวรักษ์ ปิยจิตรไพรัช ลูกหลานบึงกาฬ

ขลุ่ยเดินทางบนถนนสายวิชาชีพที่ร่ำเรียนมาได้ไม่นานก็กลับมารับไม้ต่อ แต่วงการถ่ายภาพถูก Disrupt อย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขลุ่ยตัดสินใจแบ่งพื้นที่ครึ่งหนึ่งเปิดบาร์กาแฟขนาดกะทัดรัด แรกเริ่มเดิมทีตั้งใจให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางหารายได้ แต่เพราะหลงใหลได้ปลื้ม ขายไปขายมาจนรู้สึกดีเข้าอย่างจัง จึงพัฒนาเป็น Roo-Seuk-Dee cafe&studio คาเฟ่ใจกลางเมืองบึงกาฬ

ขลุ่ยเล่าว่า เขาไม่หยุดพัฒนาร้าน ตั้งใจออกเมนูใหม่ ๆ รายเดือนมาเอาใจลูกค้าเสมอ พิถีพิถันตั้งแต่กระบวนการเลือกวัตถุดิบ หยิบเอาของดีประจำฤดูกาลมาทำเครื่องดื่มแก้วโปรด อย่างเดือนนี้ ขลุ่ยเสิร์ฟ Bitter Mint อเมริกาโน่สีเข้มผสมความเปรี้ยวหอมจากเปปเปอร์มินต์ไซรัป คมเข้ม เย็นลึก ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

ไม่ว่าโลกจะหมุนไปอย่างไร สำหรับขลุ่ย การพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่มีให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็เหมือนการเติมถ่านใส่กองไฟ ที่ต้องหมั่นเติมอย่าให้วอด รู้จังหวะ กะเวลา จะได้ลุกโชนไม่ขาดช่วง

นั่งจิบกาแฟพลางชมรถราสัญจรไปมา ความจอแจของเมืองบึงกาฬ รอยยิ้มเปื้อนหน้าลุงป้าที่ขับยวดยานผ่านหน้าเรา คันแล้วคันเล่า 

“รู้สึกดีจริง ๆ”

ที่ตั้ง : 312 หมู่ 1 ถนนบึงกาฬ-พังโคน (ทางหลวงหมายเลข 222) ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

วัน-เวลา : จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 18.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 10.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7708 1480

Facebook : Roo-Seuk-Dee cafe&studio

08

ฮกฟาร์มสเตย์

ฟาร์มของสาวไอทีที่กลับบ้านเกิดมาเป็นเกษตรกร

“ทำไมคนรุ่นก่อนอยู่กันได้โดยไม่ใช้เงิน”

การกลับมาอยู่บ้านใกล้ชิดพ่อแม่ เป็นเหตุผลไม่กี่ข้อที่มีน้ำหนักมากพอจะทำให้ มณ-สุมณฑา สาขาคำ อดีตพนักงานไอทีผู้มีคำถามนี้คาใจ ยูเทิร์นกลับมาสู่แดนดินถิ่นเกิด ลาออกจากงานประจำผันตัวเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่แบบฟูลไทม์

สวนรกชัฏราวกับไม่ได้ตั้งใจปลูก พืชพันธุ์นานาชนิดกระจายตัวอย่างไร้ระเบียบอยู่ทั่วบริเวณ ‘ฮก ฟาร์มสเตย์’ อำเภอเซกา คือเสน่ห์ของฟาร์มชาวบ้านแห่งนี้ มณปล่อยให้ผลหมากรากไม้เติบโตและอยู่ร่วมกันตามธรรมชาติ เป็นระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ ปลอดสารเคมี ใครมาเยี่ยมเยือนเดินเด็ดยอดผัก ผลไม้ ได้ตามอิสระไร้กังวล (ระวังก็เพียงหนอนเท่านั้น)

มณเปิดฟาร์มเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับใครที่อยากสัมผัสวิถีเกษตรกรชาวบ้าน มีห้องหับสำหรับอำนวยความสะดวกหากใครต้องการพักค้างอ้างแรม ถ้าอยากเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง มณก็พร้อมบริการจัดหา

ต้นไม้ที่ค่อย ๆ เติบโตอย่างธรรมชาติก็เหมือนกับความสุขที่ค่อย ๆ เบ่งบานในใจของมณ แผ่ดอกออกผลจนเหลือกินเหลือใช้ พร้อมแจกจ่ายให้คนรอบตัว ไม่ต้องไปวิ่งไขว่คว้าให้รู้สึกสุขครึ่งทุกข์ครึ่ง เพราะจริง ๆ แล้ว เราเลือกความสุขเองได้ และตอบคำถามตั้งต้นได้ด้วยตัวเอง

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 2 หนองทุ่ม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ 38150 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7343 5041

Facebook : H OK Farm Stay

09

เกลือบ่อหัวแฮด

บ่อเกลือสินเธาว์อายุ 200 ปีที่ดังไกลระดับโลก

“บึงกาฬมีเกลือสินเธาว์คุณภาพเยี่ยมที่เชฟทั้งไทยเทศต่างยอมรับ”

ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อ จนกระทั่งได้มาสัมผัสบ่อเกลือหัวแฮด แหล่งเกลือสินเธาว์ริมแม่น้ำสงคราม เขตรอยต่อบึงกาฬ-สกลนคร ขอชิมลิ้มรสกับลิ้นตัวเอง รสชาติแปลกแตกต่างจนต้องซูฮกให้!

ฤทธิ์-สมฤทธิ์ เจริญชัย ประธานกลุ่มบ่อเกลือหัวแฮดเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนมีโรงต้มเกลือนับร้อย แต่ราคาเกลือสวนทางกับความโลกาภิวัตน์ของโลก ขยับช้าราวกับทากวิ่งตามกระต่าย กิจการตามฤดูกาลอย่างอาชีพต้มเกลือจึงค่อย ๆ บางตาจนน่าใจหาย แม้ไม่วิกฤตถึงขั้นต้องปิดตัวลงทุกราย แต่รายได้ไม่มากพอจะทำให้อยู่ได้ในโลกปัจจุบัน

โรงต้มบ่อเกลือหัวแฮดแต่ละเจ้ายังคงทำงานสเกลเล็กระดับครอบครัว หลังจากดูดขึ้นจากลำน้ำสงคราม พักไว้ คนหนึ่งต้มจนได้ผลึกเม็ดละเอียด คนหนึ่งขมีขมันกรอกลงถุง ช่วยกันขันแข็ง แลกมาด้วยความรักและเอาใจใส่ล้วน ๆ เราเร่งผลิตสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติไม่ได้ ในเมื่อธรรมชาติให้คุณแก่เรา ก็ไม่ควรนำระบบอุตสาหกรรมมาเปลี่ยนวิถีชีวิตดั้งเดิมแต่โบราณ ฤทธิ์ยืนยันว่าแนวทางของบ่อเกลือหัวแฮดคือพัฒนาขยับขยายตามกำลัง ขับเคลื่อนด้วยความสุขและความหวัง

พลังงานความสุขที่แผ่ถึงผลึกเกลือ สร้างรสกลมกล่อมราวปาฏิหาริย์ที่ผีปู่ผีย่าดลบันดาล ให้รสชาติเกลือดังไกลไปต่างแดน ความพิเศษนี้ไม่ได้เกิดจากการปรุงแต่งจากโลกอุตสาหกรรม แต่เป็นไปด้วยความใส่ใจของคนต้มเกลือ

ที่ตั้ง : ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน 

โทรศัพท์ : 09 8180 7342

10

เซาโฮมสเตย์ เฮือนไทญ้อ

เฮือนไม้โบราณที่ชวนนอนดื่มด่ำวิถีชาวไทญ้อริมโขง

ข้าวเหนียวพูนกระติ๊บพร้อมจกปั้น เมนูอาหารจากปลาน้ำโขงตัวเขื่อง ผักสวนครัวปลอดเคมีสดใหม่ จัดวางอย่างพิถีพิถันบนขันโตก มีเสียงน้ำโขงและทัศนียภาพฟากลาวเป็นเครื่องชูรส-แค่คิดน่ะครับ มันยังไม่เกิดขึ้นหรอกถ้ายังไม่ได้ไปเยือนเซาโฮมสเตย์ เฮือนไทญ้อ

เฮือน แปลว่าบ้าน ไทญ้อ คือชาวลาวเวียงจันทน์ที่อพยพข้ามฟากมาไทย แต่เฮือนไทญ้อแห่งนี้ คือบ้านโบราณที่ พ่อจุล ดอนโสม และ แม่บุญล้ำ ดอนโสม พยายามคงลักษณะทางสถาปัตยกรรมเฉพาะกลุ่มไทยญ้อเอาไว้อย่างครบถ้วน เปิดเป็นโฮมสเตย์ให้แขกได้มาสเตย์โฮมอย่างอบอุ่น นอนสัมผัสวิถีชีวิตไทญ้อ ชุมชนบึงกาฬดั้งเดิมได้เต็มตื่น

ห้องหับกว้างขวาง ลมโกรกโปร่งโล่งเย็นสบาย มีเก้าอี้ระนาดพร้อมให้เอนกาย

นอกจากเรือนไม้สองชั้น อาคารหลักของบริเวณ ยังมียุ้งข้าวโบราณที่ถูกซื้อยกมาทั้งหลัง ทรง ‘ช้างโย้ขี้’ อธิบายลักษณาการลาดเอียงของเสาและอาคารได้เห็นภาพแจ่มแจ้ง อนาคตหมายมาดไว้ให้เป็นนิทรรศการไซส์มินิสำหรับแสดงผลงานศิลปะ

ที่นี่อบอุ่น เป็นกันเอง เราสัมผัสข้อนี้ได้ชัดเจนจนรู้ซึ้ง ไม่ว่าจะทุนต่ำสูงมากน้อยแค่ไหน แต่หากสร้างขึ้นด้วยความสุข และมอบให้ด้วยความสุข ผู้รับก็ยิ่งสุขทวีขึ้นไป ส่งเสน่ห์อันหอมหวานของบึงกาฬฉบับเก่าเข้าเต็มจมูก

ที่ตั้ง : ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน

โทรศัพท์ : 08 2363 331 8

Facebook : บ้านพักเฮือนไทญ้อ

Writer

กฤษฎา ผลไชย

ศิลปินอิสระ กับงานสารพัดรับจ้าง แรงงานที่รับงานไม่จำเจ มีอิสระทางความคิด และใช้จินตนาการได้ตามใจ

Photographer

ศรัทธา ลาภวัฒนเจริญ

ได้รับรางวัลแว่นแก้ว งานเขียนประเภทสารคดีเยาวชน พ.ศ. 2547 ชนะเลิศประกวดภาพถ่ายบึงกาฬผ่านเลนส์ ทำสำนักพิมพ์เล็กๆ พร้อมกับทำเพจ Buengkan day และเปิดร้านกาแฟบึงกาฬพาสปอร์ต

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load