คนธรรมดาเดินดินอย่างเราๆ การบินออกไปนอกอวกาศคงเป็นเรื่องไกลตัว

แต่ไม่ใช่สำหรับชาวเมืองฮันต์สวิลล์ (Huntsville) รัฐแอละบามา (Alabama) สหรัฐอเมริกา เพราะที่นี่คือศูนย์รวมของแหล่งค้นคว้าวิจัย ตลอดจนกระบวนการออกแบบและผลิตยานอวกาศที่สำคัญของโลก สมกับที่ได้รับฉายาว่า ‘Rocket City’

“ถ้าบ้านเรามีทุ่งกุลาร้องไห้เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ อู่จรวดอู่ยานอวกาศของอเมริกาก็คือที่นี่ เพราะในแง่การออกแบบและก่อสร้างส่วนใหญ่ก็อยู่ที่นี่แทบทั้งนั้น” กฤษณ์ คุนผลิน ตัวแทนศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เล่าให้เราฟัง

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ

คำกล่าวข้างต้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด เพราะแค่ก้าวขาลงจากเครื่องบิน เราจะได้พบจรวดที่ตั้งเรียงกันเป็นตับ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนของเมืองจะเจอแต่จรวด จรวด แล้วก็จรวด! แม้แต่โฆษณาในเมืองยังเป็นการอวดศักยภาพของจรวดรุ่นนั้นรุ่นนี้ เพราะที่นี่เขาเน้นขายจรวดกันทั้งเมืองจริงๆ

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพมากขึ้น คงต้องบอกว่าเมืองนี้มีตั้งแต่ส่วนงานออกแบบและผลิตยานอวกาศ ไปจนถึงส่วนการฝึกสอนเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในอวกาศ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ U.S. Space & Rocket Center และยังมีแท่นทดลองยิงจรวด ที่อยู่ภายในศูนย์ปฏิบัติการของ NASA Marshall Space Flight Center อีกด้วย

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ
เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ

ข่าวดีคือ จรวด ยานอวกาศ และเทคโนโลยี ที่เกริ่นมาทั้งหมดนี้จะไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป เพราะศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย ได้ให้โอกาสเด็กไทยผ่านโครงการ ทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศไทย หรือ Discover Thailand’s Astronauts Scholarship Program (DTAS) เพื่อให้เยาวชนได้เข้าถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับจรวดและอวกาศ ผ่านการฝึกสอนของบุคลากรมืออาชีพและสำหรับบุคคลทั่วไป พวกเขากำลังจัดทำโครงการโอเพ่นเฮาส์ เพื่อเปิดบ้านต้อนรับบรรดาสื่อมวลชนและนักวิจัยไทยอีกด้วย

แต่ถ้าคุณไม่ได้เข้าข่ายทั้งกลุ่มนักเรียน สื่อมวลชน และนักวิจัย ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะเพียงแค่คุณเลื่อนอ่านบทความนี้ต่อ ก็จะได้เที่ยวชมเมืองที่เต็มไปด้วยจรวดและยานอวกาศแห่งนี้จนหนำใจแน่นอน!

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ
เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ

U.S. Space & Rocket Center

หากจะบอกว่า U.S. Space & Rocket Center คือจุดเริ่มต้นความสำเร็จของ นีล อาร์มสตรอง ก็คงไม่ผิดนัก เพราะที่นี่คือแหล่งผลิตยานอวกาศ Apollo 11 ที่ได้พามนุษย์คนแรกขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ และจากวันที่ศูนย์ปฏิบัติการแห่งนี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1910 กระทั่งปัจจุบัน ก็ยังคงทำหน้าที่ออกแบบและผลิตยานอวกาศมาตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษ

และนอกจากการสร้างจรวดแล้ว พวกเขายังไม่ลืมที่จะผลิตบุคลากรรุ่นใหม่อย่างสม่ำเสมอ ที่นี่จึงมีการเปิดอบรมสำหรับบุคคลทั่วไป เกี่ยวกับการทำภารกิจในอวกาศ ทั้งการขับยานอวกาศ การทรงตัว การฝึกเดินบนดาวอื่น และยังมีศูนย์การเรียนรู้การอยู่อาศัยบนดาวอังคารอีกด้วย!

หัวใจสำคัญของคลาสการทำภารกิจนอกโลก คือการแบ่งหน้าที่และภาวะความเป็นผู้นำ เพราะสมาชิกทั้ง 16 คนในทีมต้องรับผิดชอบหน้าที่ต่างกัน ทั้งการควบคุมภาคพื้นดิน การบังคับยานอวกาศ และการปฏิบัติภารกิจนอกยาน เช่น การใช้และซ่อมแขนกล (Canada Arm) หรือการวางดาวเทียม เป็นต้น

NASA Visitor Center
NASA Visitor Center

การจำลองสภาวะไร้น้ำหนักบนอวกาศ ที่นี่อาศัยสระว่ายน้ำขนาดยักษ์ที่สูงเท่าตึก เมื่อใส่ชุดนักบินอวกาศดำลงไปลึกๆ จะได้สภาวะที่ใกล้เคียงสุญญากาศยิ่งขึ้น ส่วนทักษะการเดินบนดาวอื่นนั้น เนื่องจากว่าดาวเคราะห์แต่ละดวงมีแรงโน้มถ่วงต่างกัน อย่างดวงจันทร์ที่มีแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าโลกประมาณ 1 ใน 3 จึงต้องอาศัยเก้าอี้ทดน้ำหนัก ซึ่งจะแขวนอยู่กับตัวควบคุมน้ำหนัก เพื่อจำลองสภาวะบนดาวนั้นๆ ให้นักเรียนได้ฝึกเดินในท่วงท่าต่างๆ จนคุ้นเคย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ แบบจำลองของ International Space Station หรือสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการลอยฟ้าที่โคจรอยู่รอบโลก ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการค้นคว้าวิจัยให้นานาประเทศ ใครที่คิดว่าแบบจำลองบนพื้นโลกคงทำอะไรได้ไม่มาก คุณประเมินต่ำเกินไป! เพราะนี่คือแบบจำลองขนาดเท่าจริง ที่ใช้อธิบายการทำงานได้แบบละเอียดยิบเชียวล่ะ

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ
เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ

ส่วนอุปกรณ์การฝึกสอนทักษะอื่นๆ มีทั้งอุปกรณ์ที่ปลดประจำการจากนาซาและอุปกรณ์จำลองที่ทำเลียนแบบขึ้นมา ถ้าหากว่าใครโชคดี อาจได้เข้าคลาสกับนักบินอวกาศตัวจริงเสียงจริง ที่มักจะแวะมาเยี่ยมเยียนเป็นประจำ เพราะส่วนมากต่างเป็นศิษย์เก่าของที่นี่กัน

หลักสูตรของที่นี่มีตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ขั้นกลาง และขั้นสูง แอบกระซิบว่าแม้แต่ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) หรือ เจฟ พีซอส (Jeff Bezos) เองก็เคยเรียนหลักสูตรนี้เช่นกัน!

NASA Visitor Center

NASA

NASA Marshall Space Flight Center คือศูนย์ปฏิบัติการของนาซาที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งโดยปกติจะไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเยี่ยมชม เพราะภายในมีทั้ง Test Pad หรือแท่นทดลองยิงจรวด ที่สำคัญคือ มีครบทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นแรกถึงปัจจุบัน

และยังมี ISS Payload Center ศูนย์ปฏิบัติการที่ทำหน้าที่เป็นผู้ลำเลียงทั้งข้าวปลาอาหาร ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์สำหรับสถานีอวกาศนานาชาติเลยทีเดียว ระบบภายในส่วนนี้จึงเป็นหุ่นยนต์แทบทั้งหมด และเป็นสาเหตุให้ศูนย์แห่งนี้มีส่วนการวิจัยหุ่นยนต์ด้วย

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ
เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ

อีกหนึ่งความรับผิดชอบสำคัญของศูนย์ปฏิบัติการแห่งนี้คือ Space Launch System ซึ่งภารกิจล่าสุดคือการยิงจรวดไปดาวอังคาร ซึ่งตามแผนงานที่วางไว้ ถ้าไม่มีข้อผิดพลาด เราจะส่งมนุษย์คนแรกไปเหยียบดาวอังคารได้ภายใน 4 ปีข้างหน้า เป็นสาเหตุที่คนในแวดวงอวกาศมักจะเรียกเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ว่า Mars Generation นั่นเอง

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ
NASA Visitor Center

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการเข้ามาสัมผัสบรรยากาศของนาซา ที่นี่ก็มีส่วนของ NASA Visitor Center เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านอวกาศ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ ซึ่งภายในจะมี Aviation of Smithsonian เป็นพิพิธภัณฑ์จรวดและอวกาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่อีกด้วย

University and Supplier

ความพิเศษของ University of Alabama in Huntsville หรือ UAH คือ หลักสูตรเกี่ยวกับ Space Business ซึ่งเปิดสอนหลักสูตรธุรกิจอวกาศเป็นสถาบันแรกในสหรัฐฯ รวมถึงหลักสูตร Cyber Security ที่เป็นการทำงานร่วมกับศูนย์ FBI หรือหลักสูตรการสร้างจรวดและยานอวกาศที่เป็นการร่วมมือกับนาซา

และถ้าจะเล่าถึงเมืองแห่งจรวดนี้อย่างครบถ้วนรอบด้านที่สุด นอกจากมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในเมืองแล้ว โดยรอบศูนย์ปฏิบัติการและมหาวิทยาลัยยังมีบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องตั้งเรียงรายอยู่ ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรม R&D ทางด้านจรวดและอวกาศที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา เพราะยกมาทั้ง Northrop Grumman, Lockheed Martin, Boeing ซึ่งรับหน้าที่ในการออกแบบตามออร์เดอร์จากทางศูนย์ฯ ตลอดจนบริษัท Supplier อื่นๆ ทั้งวัสดุ กระเบื้อง และ GPS ของระบบจรวดและยานต่างๆ

สำหรับคนที่ไม่อยู่ในแวดวงอวกาศหรือวิทยาศาสตร์คงอดครุ่นคิดไม่ได้ว่า ถ้าได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนฮันต์สวิลล์จริงๆ จะเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้มากน้อยเพียงใด และอีกหนึ่งคำถามสำคัญคือ

เราจะรู้เรื่องพวกนี้ไปทำไม

อย่างแรก เราควรรู้ตัวก่อนว่าทุกวันนี้เรื่องราวเกี่ยวกับอวกาศ ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอันไกลโพ้นอีกต่อไป

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษา 10 คนจาก University of Southern California ยิงจรวดของพวกเขาเองออกไปนอกโลกได้สำเร็จ และทุกวันนี้เราใช้เทคโนโลยีอวกาศกันตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนกันอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็น GPS นำทาง การพยากรณ์อากาศ หรือแม้กระทั่งเตาไมโครเวฟ

NASA Visitor Center
NASA Visitor Center

คราวนี้เริ่มรู้สึกว่าอวกาศอยู่ใกล้เรามากขึ้นหรือยัง

ในอดีตเมื่อ 59 ปีก่อน อวกาศอาจเป็นการช่วงชิงพื้นที่ทางอำนาจก็จริง แต่ทุกวันนี้เราจะเห็นว่ามิติทางธุรกิจเข้ามามีบทบาทสำคัญ ทั้งในแง่การแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติ การวางดาวเทียมรอบโลกเพื่อรองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทุกอย่างกำลังถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นเรื่อยๆ และอัตราการเติบโตของวงการนี้ดูจะรวดเร็วขึ้นทุกวัน

แม้แต่ผู้อำนวยการศูนย์ฯ คนปัจจุบันอย่าง เอ็ด บัคบี (Ed Buckbee) ยังเรียนจบด้านวารสารศาสตร์ เขาอาจไม่ใช่คนที่ปล่อยจรวดเป็น และไม่ได้รู้เรื่องฟิสิกส์มากเท่านักวิจัยคนอื่นๆ แต่เขามีทักษะการรับและถ่ายทอดสารที่โดดเด่น และที่สำคัญคือ เขารู้วิธีการถ่ายทอดฟิสิกส์ให้คนทั่วไปเข้าใจ อย่างที่น้อยคนนักจะทำได้

คนที่จะได้เป็นนักบินอวกาศจริงๆ อาจมีเพียงหยิบมือ แต่วิทยาการขั้นสูงของที่นี่ได้รวบรวมและเชื่อมโยงศาสตร์และศิลป์อีกมากมายหลายแขนง

เชื่อเถอะ ว่าอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวขนาดนั้น

NASA Visitor Center

การแข่งขันชิงทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศไทย ก่อตั้งโดยศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ และศูนย์ข้อมูล NASA เพื่อรณรงค์ให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการสร้างประดิษฐกรรมในไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น และกลายเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน ปีนี้มีทุนการศึกษาสำรวจอวกาศเบื้องต้น 4 ทุน ผู้ได้รับทุนจะเป็นตัวแทนเยาวชนไทยไปศึกษาด้านการสำรวจอวกาศเบื้องต้นที่ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ และศูนย์ข้อมูล NASA เป็นเวลา 10 วัน ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.spacecampthailand.com หรือเพจเฟซบุ๊ก Spacecamp Thailand

ภาพ : กฤษณ์ คุนผลิน และ NASA

Writer

Avatar

สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล

เด็กนิเทศ เอกวารสารฯ กำลังอยู่ในช่วงหัดเขียนอย่างจริงจัง แต่บางครั้งก็ชอบหนีไปวาดรูปเล่น มีไอศครีมเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในยามอ่อนล้า

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load