คนธรรมดาเดินดินอย่างเราๆ การบินออกไปนอกอวกาศคงเป็นเรื่องไกลตัว

แต่ไม่ใช่สำหรับชาวเมืองฮันต์สวิลล์ (Huntsville) รัฐแอละบามา (Alabama) สหรัฐอเมริกา เพราะที่นี่คือศูนย์รวมของแหล่งค้นคว้าวิจัย ตลอดจนกระบวนการออกแบบและผลิตยานอวกาศที่สำคัญของโลก สมกับที่ได้รับฉายาว่า ‘Rocket City’

“ถ้าบ้านเรามีทุ่งกุลาร้องไห้เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ อู่จรวดอู่ยานอวกาศของอเมริกาก็คือที่นี่ เพราะในแง่การออกแบบและก่อสร้างส่วนใหญ่ก็อยู่ที่นี่แทบทั้งนั้น” กฤษณ์ คุนผลิน ตัวแทนศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เล่าให้เราฟัง

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ

คำกล่าวข้างต้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด เพราะแค่ก้าวขาลงจากเครื่องบิน เราจะได้พบจรวดที่ตั้งเรียงกันเป็นตับ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนของเมืองจะเจอแต่จรวด จรวด แล้วก็จรวด! แม้แต่โฆษณาในเมืองยังเป็นการอวดศักยภาพของจรวดรุ่นนั้นรุ่นนี้ เพราะที่นี่เขาเน้นขายจรวดกันทั้งเมืองจริงๆ

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพมากขึ้น คงต้องบอกว่าเมืองนี้มีตั้งแต่ส่วนงานออกแบบและผลิตยานอวกาศ ไปจนถึงส่วนการฝึกสอนเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในอวกาศ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ U.S. Space & Rocket Center และยังมีแท่นทดลองยิงจรวด ที่อยู่ภายในศูนย์ปฏิบัติการของ NASA Marshall Space Flight Center อีกด้วย

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ
เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ

ข่าวดีคือ จรวด ยานอวกาศ และเทคโนโลยี ที่เกริ่นมาทั้งหมดนี้จะไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป เพราะศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย ได้ให้โอกาสเด็กไทยผ่านโครงการ ทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศไทย หรือ Discover Thailand’s Astronauts Scholarship Program (DTAS) เพื่อให้เยาวชนได้เข้าถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับจรวดและอวกาศ ผ่านการฝึกสอนของบุคลากรมืออาชีพและสำหรับบุคคลทั่วไป พวกเขากำลังจัดทำโครงการโอเพ่นเฮาส์ เพื่อเปิดบ้านต้อนรับบรรดาสื่อมวลชนและนักวิจัยไทยอีกด้วย

แต่ถ้าคุณไม่ได้เข้าข่ายทั้งกลุ่มนักเรียน สื่อมวลชน และนักวิจัย ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะเพียงแค่คุณเลื่อนอ่านบทความนี้ต่อ ก็จะได้เที่ยวชมเมืองที่เต็มไปด้วยจรวดและยานอวกาศแห่งนี้จนหนำใจแน่นอน!

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ
เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ

U.S. Space & Rocket Center

หากจะบอกว่า U.S. Space & Rocket Center คือจุดเริ่มต้นความสำเร็จของ นีล อาร์มสตรอง ก็คงไม่ผิดนัก เพราะที่นี่คือแหล่งผลิตยานอวกาศ Apollo 11 ที่ได้พามนุษย์คนแรกขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ และจากวันที่ศูนย์ปฏิบัติการแห่งนี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1910 กระทั่งปัจจุบัน ก็ยังคงทำหน้าที่ออกแบบและผลิตยานอวกาศมาตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษ

และนอกจากการสร้างจรวดแล้ว พวกเขายังไม่ลืมที่จะผลิตบุคลากรรุ่นใหม่อย่างสม่ำเสมอ ที่นี่จึงมีการเปิดอบรมสำหรับบุคคลทั่วไป เกี่ยวกับการทำภารกิจในอวกาศ ทั้งการขับยานอวกาศ การทรงตัว การฝึกเดินบนดาวอื่น และยังมีศูนย์การเรียนรู้การอยู่อาศัยบนดาวอังคารอีกด้วย!

หัวใจสำคัญของคลาสการทำภารกิจนอกโลก คือการแบ่งหน้าที่และภาวะความเป็นผู้นำ เพราะสมาชิกทั้ง 16 คนในทีมต้องรับผิดชอบหน้าที่ต่างกัน ทั้งการควบคุมภาคพื้นดิน การบังคับยานอวกาศ และการปฏิบัติภารกิจนอกยาน เช่น การใช้และซ่อมแขนกล (Canada Arm) หรือการวางดาวเทียม เป็นต้น

NASA Visitor Center
NASA Visitor Center

การจำลองสภาวะไร้น้ำหนักบนอวกาศ ที่นี่อาศัยสระว่ายน้ำขนาดยักษ์ที่สูงเท่าตึก เมื่อใส่ชุดนักบินอวกาศดำลงไปลึกๆ จะได้สภาวะที่ใกล้เคียงสุญญากาศยิ่งขึ้น ส่วนทักษะการเดินบนดาวอื่นนั้น เนื่องจากว่าดาวเคราะห์แต่ละดวงมีแรงโน้มถ่วงต่างกัน อย่างดวงจันทร์ที่มีแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าโลกประมาณ 1 ใน 3 จึงต้องอาศัยเก้าอี้ทดน้ำหนัก ซึ่งจะแขวนอยู่กับตัวควบคุมน้ำหนัก เพื่อจำลองสภาวะบนดาวนั้นๆ ให้นักเรียนได้ฝึกเดินในท่วงท่าต่างๆ จนคุ้นเคย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ แบบจำลองของ International Space Station หรือสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการลอยฟ้าที่โคจรอยู่รอบโลก ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการค้นคว้าวิจัยให้นานาประเทศ ใครที่คิดว่าแบบจำลองบนพื้นโลกคงทำอะไรได้ไม่มาก คุณประเมินต่ำเกินไป! เพราะนี่คือแบบจำลองขนาดเท่าจริง ที่ใช้อธิบายการทำงานได้แบบละเอียดยิบเชียวล่ะ

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ
เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ

ส่วนอุปกรณ์การฝึกสอนทักษะอื่นๆ มีทั้งอุปกรณ์ที่ปลดประจำการจากนาซาและอุปกรณ์จำลองที่ทำเลียนแบบขึ้นมา ถ้าหากว่าใครโชคดี อาจได้เข้าคลาสกับนักบินอวกาศตัวจริงเสียงจริง ที่มักจะแวะมาเยี่ยมเยียนเป็นประจำ เพราะส่วนมากต่างเป็นศิษย์เก่าของที่นี่กัน

หลักสูตรของที่นี่มีตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ขั้นกลาง และขั้นสูง แอบกระซิบว่าแม้แต่ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) หรือ เจฟ พีซอส (Jeff Bezos) เองก็เคยเรียนหลักสูตรนี้เช่นกัน!

NASA Visitor Center

NASA

NASA Marshall Space Flight Center คือศูนย์ปฏิบัติการของนาซาที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งโดยปกติจะไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเยี่ยมชม เพราะภายในมีทั้ง Test Pad หรือแท่นทดลองยิงจรวด ที่สำคัญคือ มีครบทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นแรกถึงปัจจุบัน

และยังมี ISS Payload Center ศูนย์ปฏิบัติการที่ทำหน้าที่เป็นผู้ลำเลียงทั้งข้าวปลาอาหาร ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์สำหรับสถานีอวกาศนานาชาติเลยทีเดียว ระบบภายในส่วนนี้จึงเป็นหุ่นยนต์แทบทั้งหมด และเป็นสาเหตุให้ศูนย์แห่งนี้มีส่วนการวิจัยหุ่นยนต์ด้วย

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ
เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ

อีกหนึ่งความรับผิดชอบสำคัญของศูนย์ปฏิบัติการแห่งนี้คือ Space Launch System ซึ่งภารกิจล่าสุดคือการยิงจรวดไปดาวอังคาร ซึ่งตามแผนงานที่วางไว้ ถ้าไม่มีข้อผิดพลาด เราจะส่งมนุษย์คนแรกไปเหยียบดาวอังคารได้ภายใน 4 ปีข้างหน้า เป็นสาเหตุที่คนในแวดวงอวกาศมักจะเรียกเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ว่า Mars Generation นั่นเอง

เที่ยว Rocket City เมืองสำคัญแห่งวงการอวกาศโลก ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่จรวดและยานอวกาศ
NASA Visitor Center

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการเข้ามาสัมผัสบรรยากาศของนาซา ที่นี่ก็มีส่วนของ NASA Visitor Center เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านอวกาศ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ ซึ่งภายในจะมี Aviation of Smithsonian เป็นพิพิธภัณฑ์จรวดและอวกาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่อีกด้วย

University and Supplier

ความพิเศษของ University of Alabama in Huntsville หรือ UAH คือ หลักสูตรเกี่ยวกับ Space Business ซึ่งเปิดสอนหลักสูตรธุรกิจอวกาศเป็นสถาบันแรกในสหรัฐฯ รวมถึงหลักสูตร Cyber Security ที่เป็นการทำงานร่วมกับศูนย์ FBI หรือหลักสูตรการสร้างจรวดและยานอวกาศที่เป็นการร่วมมือกับนาซา

และถ้าจะเล่าถึงเมืองแห่งจรวดนี้อย่างครบถ้วนรอบด้านที่สุด นอกจากมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในเมืองแล้ว โดยรอบศูนย์ปฏิบัติการและมหาวิทยาลัยยังมีบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องตั้งเรียงรายอยู่ ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรม R&D ทางด้านจรวดและอวกาศที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา เพราะยกมาทั้ง Northrop Grumman, Lockheed Martin, Boeing ซึ่งรับหน้าที่ในการออกแบบตามออร์เดอร์จากทางศูนย์ฯ ตลอดจนบริษัท Supplier อื่นๆ ทั้งวัสดุ กระเบื้อง และ GPS ของระบบจรวดและยานต่างๆ

สำหรับคนที่ไม่อยู่ในแวดวงอวกาศหรือวิทยาศาสตร์คงอดครุ่นคิดไม่ได้ว่า ถ้าได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนฮันต์สวิลล์จริงๆ จะเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้มากน้อยเพียงใด และอีกหนึ่งคำถามสำคัญคือ

เราจะรู้เรื่องพวกนี้ไปทำไม

อย่างแรก เราควรรู้ตัวก่อนว่าทุกวันนี้เรื่องราวเกี่ยวกับอวกาศ ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอันไกลโพ้นอีกต่อไป

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษา 10 คนจาก University of Southern California ยิงจรวดของพวกเขาเองออกไปนอกโลกได้สำเร็จ และทุกวันนี้เราใช้เทคโนโลยีอวกาศกันตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนกันอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็น GPS นำทาง การพยากรณ์อากาศ หรือแม้กระทั่งเตาไมโครเวฟ

NASA Visitor Center
NASA Visitor Center

คราวนี้เริ่มรู้สึกว่าอวกาศอยู่ใกล้เรามากขึ้นหรือยัง

ในอดีตเมื่อ 59 ปีก่อน อวกาศอาจเป็นการช่วงชิงพื้นที่ทางอำนาจก็จริง แต่ทุกวันนี้เราจะเห็นว่ามิติทางธุรกิจเข้ามามีบทบาทสำคัญ ทั้งในแง่การแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติ การวางดาวเทียมรอบโลกเพื่อรองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทุกอย่างกำลังถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นเรื่อยๆ และอัตราการเติบโตของวงการนี้ดูจะรวดเร็วขึ้นทุกวัน

แม้แต่ผู้อำนวยการศูนย์ฯ คนปัจจุบันอย่าง เอ็ด บัคบี (Ed Buckbee) ยังเรียนจบด้านวารสารศาสตร์ เขาอาจไม่ใช่คนที่ปล่อยจรวดเป็น และไม่ได้รู้เรื่องฟิสิกส์มากเท่านักวิจัยคนอื่นๆ แต่เขามีทักษะการรับและถ่ายทอดสารที่โดดเด่น และที่สำคัญคือ เขารู้วิธีการถ่ายทอดฟิสิกส์ให้คนทั่วไปเข้าใจ อย่างที่น้อยคนนักจะทำได้

คนที่จะได้เป็นนักบินอวกาศจริงๆ อาจมีเพียงหยิบมือ แต่วิทยาการขั้นสูงของที่นี่ได้รวบรวมและเชื่อมโยงศาสตร์และศิลป์อีกมากมายหลายแขนง

เชื่อเถอะ ว่าอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวขนาดนั้น

NASA Visitor Center

การแข่งขันชิงทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศไทย ก่อตั้งโดยศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ และศูนย์ข้อมูล NASA เพื่อรณรงค์ให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการสร้างประดิษฐกรรมในไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น และกลายเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน ปีนี้มีทุนการศึกษาสำรวจอวกาศเบื้องต้น 4 ทุน ผู้ได้รับทุนจะเป็นตัวแทนเยาวชนไทยไปศึกษาด้านการสำรวจอวกาศเบื้องต้นที่ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ และศูนย์ข้อมูล NASA เป็นเวลา 10 วัน ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.spacecampthailand.com หรือเพจเฟซบุ๊ก Spacecamp Thailand

ภาพ : กฤษณ์ คุนผลิน และ NASA

Writer

สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล

เด็กนิเทศ เอกวารสารฯ กำลังอยู่ในช่วงหัดเขียนอย่างจริงจัง แต่บางครั้งก็ชอบหนีไปวาดรูปเล่น มีไอศครีมเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในยามอ่อนล้า

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“สินค้าเรามีความ Creative บวก Functional นี่แหละความสนุกที่ทำให้ต่างจากที่อื่น” 

คำโปรยจากปาก คุณภา-อุรวี วรรณมโนมัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Medium & More ภายใต้บริษัท Frasers Property Commercial (Thailand) นำพาเรามาที่นี่

เคยรู้สึกเหมือนกันไหมว่าศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัวและเรื่องน่าสนุกอย่างล้นเหลือ ไม่ใช่แค่ข้าวของตกแต่งในหอศิลป์ หรือเพียงรูปภาพที่จัดแสดงขึ้นโดยใส่กรอบทองตั้งโชว์ แต่ศิลปะนั้นอยู่รอบตัวเราอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน หรือจิปาถะนานาสิ่ง

ถ้ายังไม่เห็นภาพ วันนี้เราขอพาไปทำความรู้จักกับ Medium and More ร้านคอนเซปต์สโตร์ที่ทำให้พวกเราเห็นกันอย่างชัดเจนว่าศิลปะนั้นอยู่รอบตัว และเรารู้สึกสนุกกับงานศิลป์ สนิทกับศิลปินได้ ผ่านสินค้าในร้านบนพื้นที่ชั้น 3 ของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่นี่เป็นมากกว่าร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ เพราะเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักงานศิลป์และงานทำมือที่ให้พื้นที่ระหว่างคน ศิลปะ และร้านค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ต้องการเป็นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต’ ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ เพิ่มเติมด้วยความสนุกจากการช้อปปิ้ง ทำให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการทำกิจกรรมและจับจ่ายสินค้าได้ไม่ว่าช่วงวัยใด ตามสโลแกนของ ‘Life Means More’ หรือ ‘ชีวิตที่มากกว่า’

นี่คือพื้นที่ที่ให้เราทุกคนใช้เวลาว่างเพลิดเพลินกับการทำงานอดิเรก ทำเวิร์กชอป เพลิดเพลินกับการซื้อและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่จำกัดเวลา ไม่ว่าเพศหรือวัยใดก็มีส่วนร่วมกับ Medium and More ได้เสมอ บนพื้นที่ 1,525 ตารางเมตร ที่จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ๆ เพื่อตอบสนองต่อผู้มีความสนใจในไลฟ์สไตล์ ศิลปะ งานฝีมือ ตามความชอบแตกต่างกันออกไป จะมีโซนไหนบ้าง ไปลุยกัน!

ห้องสร้าง(สัง)สรรค์

บอกตามตรงว่าเมื่อบ่ายที่เราเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในร้านครั้งแรก เราเดินไปโดยไม่รู้ว่าจะพบเจอกับสิ่งใดบ้าง ด้วยเนื้อที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและปริมาณสินค้าที่เยอะราวกับยกห้างสรรพสินค้าทั้งตึกมาไว้ที่นี่ พอเดินไปสักพัก ก็ได้ข้อสรุปว่าพื้นที่หลัก ๆ ของ Medium and More แบ่งออกเป็น 2 โซน 

หนึ่ง โซน Kitchen & Cooking และ สอง โซน Art & Craft 

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เริ่มจากมุมที่เรียกว่า The Classroom เป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมเวิร์กชอป ใครที่อยากวาดภาพ ปั้นดิน แม้แต่เรียนชงกาแฟก็ใช้ห้องนี้ทำกิจกรรมเหล่านั้นได้ เพราะนี่คือพื้นที่รวบรวมผู้คนในลักษณะของการทำเวิร์กชอปกลุ่มใหญ่ราว 10 – 20 คน ทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ มีผู้สอนให้คำชี้แนะอย่างใกล้ชิด

ในระหว่างที่เรากำลังนั่งเล่นอยู่ในห้อง Classroom คุณภาเริ่มบทสนทนาขึ้น

“พื้นที่ของเราน่าสนุกตรงที่ เวลามาเดินเป็นครอบครัวก็แยกย้ายกันเดินได้ คุณลูกไปจุดหนึ่ง คุณพ่อไปจุดหนึ่ง คุณแม่ไปอีกจุดหนึ่ง มีหลากหลายมุมให้เลือกตามความชอบ บางครั้งมานั่งทำกิจกรรมด้วยกันที่ Classroom ก็ได้ เราถือว่ามุมนี้เป็นคอมมูนิตี้ใหม่ที่มีความน่าสนใจ แถมยังสนุกด้วย”

ด้วยความสงสัย เราถามต่อว่ากลุ่มเป้าหมายของร้านนี้เป็นคนกลุ่มไหน วัยใด 

“เราไม่ได้เลือกคนด้วยช่วงอายุเลย แต่เราเลือกด้วยไลฟ์สไตล์ของคนมากกว่า” เธอยิ้ม ก่อนจะขยายความ “จริง ๆ กลุ่มเวิร์กชอปที่เราทำ เราอยากเชิญชวนคนที่อยากทำงานศิลปะต่าง ๆ มาใช้พื้นที่ตรงนี้ อีกกลุ่มหนึ่งสำหรับคนที่อยากเรียนรู้วิชาใหม่ ๆ และเราไม่จำกัดอายุ มีตั้งแต่กลุ่มเด็กเล็ก จนถึงคนสูงวัย ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ของกลุ่มวัยรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นของคนทุกกลุ่ม ทุกคนมาได้หมดค่ะ” 

เราเห็นด้วยกับคำตอบนี้มาก

เพราะอีกหลาย ๆ มุมที่กำลังจะพูดถึง ต้องถูกใจใครหลายคนแน่นอน ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง

ห้องของการหาทำ

มุมต่อมาเป็นบริเวณที่มีความสร้างสรรค์มาก นั่นคือ Crafter Studio 

ทางร้านมี Crafter ที่มานั่งทำกิจกรรมร่วมกับลูกค้าด้วย ไม่ต้องกังวลแม้ว่าคุณจะไม่มีพื้นฐานงานคราฟต์ เพราะ Crafter ประจำร้านจะอยู่ช่วยคุณตลอดกิจกรรม ตั้งแต่กิจกรรมปั้นดิน ปลูกต้นไม้ ประดิษฐ์กล่องดนตรี วาดภาพสีน้ำ เย็บปักถักร้อย จนถึงทอผ้าและกิจกรรม MARK.IT การสลักลายที่บ่งบอกความเป็นตัวเองลงบนขวดน้ำ ขอบอกว่ากิจกรรมตรงนี้เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังตามหาของขวัญวันเกิดชิ้นพิเศษชิ้นเดียวในโลก หรืออยากทำงานทำมือเพื่อความเพลิดเพลิน พื้นที่ของ Crafter Studio ยินดีต้อนรับคุณในทุก ๆ วัน เพียงแค่มาจองคิวกับ Crafter ก็จะได้ทำกิจกรรมที่กล่าวมาจนสมใจอยาก

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เราเดินสำรวจพื้นที่ตรงนี้อีกนิด แนะนำให้รู้คุณรู้จักมุมทำ ‘กล่องดนตรี’ ที่เปิดให้เราเลือกได้ตั้งแต่แรกเริ่มว่าต้องการฐานกล่องดนตรีแบบไหน ใส่หุ่นตุ๊กตาอะไร อยากได้เพลงแนวใด ล้วนแล้วแต่นำทุกอย่างที่ต้องการมาประกอบกันเป็นกล่องดนตรีสุดพิเศษที่มีแค่ชิ้นเดียวในโลกจากสองมือของเราเอง

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

การทำ ‘สวนในขวด’ ก็ดี ชำระเงินปุ๊บ ทำเวิร์กชอปได้ทันที โดยมีคุณครูใจดีจัดหาอุปกรณ์ให้ ก่อนเปิดบทเรียนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ แถมวิธีดูแลให้ด้วย

จากสวนในขวด ที่นี่ยังเพิ่มระดับความตระการตาไปสู่ ‘สวนในตู้’ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ตู้นี้ออกแบบมาสำหรับเลี้ยงต้นไม้โดยเฉพาะ มีระบบแสง สี เสียง น้ำ ไฟ ภายในตู้ยังปล่อยฝนตกและหมอกได้ ล้ำมากเสียงธรรมชาติในตัว 20 กว่าเสียง ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ เสมือนหนึ่งว่าได้จำลองป่าเขาลำเนาไพรในธรรมชาติมาไว้ในกรอบกระจกสี่เหลี่ยมนี้ก็ไม่ปาน แม้ว่าภายในตู้มีน้ำและหมอก แต่ตู้นี้ใสตลอดเวลา ด้วยนวัตกรรมทำความสะอาดในตัวเอง เพิ่มความไฮเทคเข้าไปอีกด้วยการควบคุมผ่านมือถือ ใช้งานง่าย สะดวก จบในที่เดียว เหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญ ให้ตัวเองก็ได้ ให้คนพิเศษก็ดี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ขยับมาอีกหน่อยกับพื้นที่สำหรับงานปั้นทุกรูปแบบ ไม่ว่าเสียงเรียกร้องในใจคุณปรารถนาจะปั้นงานออกมาเป็นรูปทรงใดก็บอกนักปั้นได้ ที่นี่ไม่จำกัดหัวคิดสร้างสรรค์ จะเป็นจาน ชาม แก้ว แจกัน เครื่องประดับ หรือสิ่งใดแล้วแต่ใจสั่ง เพียงแค่บอกความต้องการ แล้วคุณครูจะช่วยกันเสกพร้อมกับคุณ

ค่าบริการของกิจกรรมของมีราคาแบบปั้นชิ้นเดียวจนถึงราคาปั้นแบบบุฟเฟต์ ท่านใดไม่สันทัดด้านการปั้นแต่อยากมีส่วนร่วมกับผลงาน ที่นี่ก็มีสินค้างานปั้นสำเร็จรูปที่คุณซื้อมาลงสีเองได้

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ถัดมาเป็นโซนงานปัก งานทอ เปิดรับลูกค้าแบบวอล์กอินให้มานั่งทำโดยไม่ต้องจองให้เสียเวลา เมื่อทอผ้าเสร็จ ก็นำไปขึ้นรูปเป็นกระเป๋าหรือซื้อเป็นชุดแล้วนำกลับไปทำที่บ้านก็ได้เช่นกัน

เล่ามาทั้งหมดนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าต้องเสียเวลามาขลุกตัวอยู่ที่ Medium and More คราวละนาน ๆ เพราะใครที่ไม่ประสงค์จะลองผิดลองถูกท่ามกลางลูกค้าในร้านที่สัญจรผ่านไปมา ก็อุดหนุน DIY Kits กลับไปทำงานคราฟต์สุดชิลล์ที่บ้านได้ เราขอรับรองว่าเพลิดเพลินและเรียกสมาธิได้ดีเยี่ยม 

ห้องศิลเปรอะ

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนใหญ่ลำดับต่อมาคือ Art & Craft ที่รวบรวมอุปกรณ์ศิลปะ สีต่าง ๆ รวมถึงสีแปลกใหม่อย่าง Thai Tone เฉดสีโบราณของไทยซึ่งจะหาได้ยากจากที่อื่น มีให้เลือกทั้งสีโปสเตอร์ สีน้ำ หรือสีที่นำไปทำฟิกเกอร์ ที่นี่มีไม่ต่ำกว่า 50 เฉดสีให้เลือกสรร ถือว่าครบสูตรสำหรับคนชอบงานวาดภาพระบายสี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

แถมด้วยกองทัพเครื่องเขียนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด กระดาษ ทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับเครื่องเขียน พร้อมด้วยมุม Office Supply เปรียบเหมือนกับร้านเครื่องเขียนขนาดย่อม ที่นักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ มาเลือกสรรตามหาซื้อของที่นี่ได้ครบจบในที่เดียว

ห้องนักสะสม

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มพัฒนา นั่นคือ Character และ Collectible สำหรับคนที่มีความหลงใหลและมีไฟในการเก็บสะสม ขอชวนมาชม Collectible Items ที่มุมนี้ และมีฟิกเกอร์หลากหลายชนิด อาทิ ฟิกเกอร์การ์ตูน ฟิกเกอร์ลวดลายของเหล่าบรรดาศิลปิน เช่น TinyTan หรือ BT21 by BTS ตลอดจนกล่องสุ่มลิขสิขธิ์แท้ แม้แต่สินค้าของ Care Bears หรือ Mr. Men & Little Miss. ก็มีให้เลือกชมได้ตามสบาย

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้อย่าง Bearbrick ก็มีตั้งแต่ไซส์เล็ก 100% ขยับไปเป็น 400% จนกระทั่ง 1,000% พวกที่มาใหม่เป็นต้นว่า Bearbrick Snoopy หรือของศิลปิน Keith Haring ก็มีรวมไว้ที่นี่ 

ถ้าหากใครอยากลงทุนขนาดย่อม สินค้าตัวนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบา

ห้อง Life Gadgets

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เมื่อโลกนี้ตกอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 มีอุปกรณ์หลายชนิดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแบบ New Normal นำมาซึ่งมุมสินค้าจำพวก Life Gadgets ที่ช่วยให้ชีวิตกักตัวอยู่บ้านราบรื่น ตัวอย่างสินค้าที่วางจำหน่ายในบริเวณ เช่น ขาตั้งโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ รวมถึงอุปกรณ์ไอทีอีกสารพัด

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องครัว

ห้องครัวของที่นี่ มีตั้งแต่อุปกรณ์ทำครัวที่เป็นของคนรุ่นใหม่ ใช้งานง่าย เรียกว่าว่า Easy Living ตามเทรนด์ ทำเองได้ถึงแม้ว่าจะอยู่หอพัก มีขนาดตั้งแต่ชิ้นเล็กมาก จนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นมหึมา

ยกตัวอย่าง เแบรนด์ LocknLock มินิมอล เก๋ไก๋ มีสไตล์ เหมาะกับกลุ่มนักศึกษาและพนักงานออฟฟิศที่หัวใจยังวัยรุ่น เพราะราคาไม่แรงอย่างรูปลักษณ์ อุดหนุนได้หลาย ๆ ชิ้น สบาย!

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนชิ้นที่เห็นอยู่นี้คือ FIKA กระทะยอดนิยมในหมู่ยูทูบเบอร์แดนโสมขาว ทางร้านมี 3 สีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของได้ทั้งสีพีช สีขาวครีม และสีเขียว จุดเด่นของโซนนี้ คือ มีเครื่องครัวแบบ Collectible ด้วย เช่น เตา Bruno คอลแลปกับกระต่าย Miffy และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นที่เป็นตัวการ์ตูน หรือจาน ชาม ก็เป็นลวดลาย Snoopy สุดน่ารัก จะเรียกว่าข้าวของเครื่องใช้ที่นี่เป็นของที่กึ่ง ๆ สะสมก็ว่าได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องชา กาแฟ

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

อีกหนึ่งมุมในโซนห้องครัวที่โดดเด่นอย่างยิ่งใน Medium and More คือมุม Tea & Coffee ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในช่วงโควิด-19 เนื่องจากผู้คนหันมาหาความสนุกจากการทำกาแฟเองที่บ้าน ทางร้านจึงมีเครื่องมือทั้งหมดในการทำชาและกาแฟค่อนข้างครบ ตั้งแต่เมล็ดจนถึงแก้วกาแฟ

ขอชวนทำความรู้จักแบรนด์ KINTO มีจุดขายอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ Rivers รุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินป่าและดื่มกาแฟ เพราะแก้วแต่ละตัวซื้อชิ้นส่วนมาประกอบกันให้เป็นอุปกรณ์ทำกาแฟได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนนี่คืออุปกรณ์ที่ใช้งานแบบโฮมยูส มีให้เลือกหลากหลายทั้ง Dripper หรือ Moka Pot ที่มีทั้งกา ตาชั่ง ครบหมด หรือจะเป็นพวก Cold Brew ก็มี แม้กระทั่งเมล็ดกาแฟก็มา เช่น กาแฟไทยชื่อดังจากเชียงใหม่ GRAPH, AKHA AMA และมีโกโก้จาก Siamaya มีทั้งโกโก้พาวเดอร์ โกโก้นิปส์ และเครื่องดื่มช็อกโกแลต

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ตัวนี้เป็นแก้วอโรมาของญี่ปุ่น ทางแบรนด์ Origami เขาเคลมว่าจะได้กลิ่นกาแฟหอมหวนขึ้นมาเมื่อใช้แก้วนี้ดื่ม เพราะด้วยรัศมีของปากแก้วที่ให้ความพอดีก้บจมูกคน เมื่อดื่มแล้วจมูกของเรากับปากแก้วจะมีระยะเว้นห่างที่พอดีกัน จึงทำให้ได้กลิ่นชัดกว่าแก้วอื่น ๆ ถึงได้เรียกว่าแก้วอโรม่า

“ส่วนใหญ่เราจะรวมของที่เป็นเหมือนเครื่องครัวและไลฟ์สไตล์” คุณภาย้ำใจความสำคัญ

ห้องศิลปิน

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

จุดเด่นที่มาพร้อมกับการเปิดร้าน คือการรวมตัวงานของศิลปินต่าง ๆ ในมุม Artist Corner มีผลงานจากศิลปินหลายแขนงมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น MAMUANG งานของ คุณตั้ม วิสุทธิ์ และงานของ Thai Young Artist อาทิ Fluffy Omelett, Memiann, Bring home the Bacon, Unmelt รวมถึงงานของศิลปินต่างชาติ 

“งานศิลปินคืองานที่เรามองว่าเป็นอีกหนึ่ง Hobby ของศิลปะ ที่นี่พยายามจะ Related เข้าไปกับศิลปิน เรามีขวดน้ำ Keith Haring เรามีผลงานของศิลปินใหญ่ ๆ และเรารู้สึกสนุกกับงานของน้อง ๆ ศิลปินคนไทยด้วย น้อง ๆ ก็จะเก่งกันมาก ทำงานออกแบบต่าง ๆ Illustrator เยอะมาก ทำ NFT ก็มี”

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

และที่นี่ยังมีมุมเล็ก ๆ อีกมุม ชื่อว่า THAI THAI ขายของที่ระลึกจากศิลปินคนไทย เช่น ยาดม ยาอม ยาหม่อง ครก สาก ขายแม้กระทั่งมะม่วงอบแห้ง! เรียกว่าเป็นของฝากชิ้นที่เก๋ไก๋ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ต้องชื่นชอบ เพราะแต่ละอย่างดูเป็นสินค้าไทยแลนด์โอนลี่มาก ๆ

ห้องแห่งการแบ่งปัน

“เราพยายามจะผลักดันให้น้อง ๆ ได้มีตลาด มีพื้นที่ปล่อยของกันมากขึ้น” 

คุณภาทิ้งท้ายก่อนจะจบบทสนทนาด้วยแววตาและน้ำเสียงจริงใจ ทำให้เรารู้สึกอย่างแท้จริงว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับศิลปินคนไทยและวงการศิลปะ และนำมาปรับให้เข้ากับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ผู้สูงวัย หรือกลุ่มคนที่ไม่อินเรื่องศิลปะก็ตาม

Medium and More ขอเป็นพื้นที่ที่ต้อนรับทุกคนเสมอ

และที่นี่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า อย่างแท้จริง

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More

ที่ตั้ง : ชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ เลขที่ 944 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

เว็บไซต์ : mediumandmore.com

Facebook : Medium and More

Writers

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load