01

เคารพเกรดของคุณเอง 

หลายคนคงรู้สึกเหมือนกันว่ากว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แทบแย่ใช่มั้ย ทั้งต้องท่องจำตาราอย่างหนัก ติวสอบ เพื่อแข่งขัน เพราะฉะนั้นจึงคาดหวังว่า มหาวิทยาลัยจะต้องเป็นที่ท้าท้ายให้เราได้เรียนรู้ได้กว้างกว่า และพอกันทีกับการท่องจำเอาไปกาข้อสอบถูกผิด

ทันทีที่เข้าปี 1 มีเสียงเล่าลือมาว่า วิชาพื้นฐานวิชาหนึ่ง ทุกคนจะได้เกรดเอ หากท่องจำสารบัญหนังสือที่เรียนไว้ เพราะมันจะออกในข้อสอบ เราไม่เชื่อ และไม่ท่อง

ข้อสอบออกจริงๆ เราไม่เขียน ผลปรากฏว่าเราได้เกรดซี อาจารย์เรียกไปคุยและให้แก้ตัวใหม่ ด้วยการไปท่องจำสารบัญหนังสือเรียนมาตอบ

เราประชดด้วยการเขียนสารบัญชีวิตแบบที่เราอยากจะใช้ลงไป สรุปคือก็ได้เกรดซี เหมือนเดิม เรากลายเป็นตำหนิและจุดด่างพร้อยให้วิชาของอาจารย์คนนั้น แต่ไม่เป็นไรนะ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราเคารพในคุณค่าของเกรดซี ที่เราได้มาก็พอแล้ว 

02

ใช้ชีวิตให้เป็นบทเรียน ออกเดินทางจากหนังสือเล่มที่เราชอบ

โรงเรียนโรงเรียนหนึ่งที่เราได้ยินชื่อในกรุงโซล แล้วรอคอยที่จะได้พบกับพวกเขาเลย มีชื่อว่า Road Scholar โรงเรียนที่มีหลักสูตรให้ออกเดินทางบนท้องถนนทุกปีการศึกษา

ต้นปีเริ่มการศึกษา พวกเขาจะเอาหนังสือที่แต่ละคนชอบมาอ่านกัน แล้วก็เลือกเรื่องที่สนใจร่วมกัน วางแผนการเรียนรู้จากการเดินทางตลอดปี 

ทั้งโปรแกรมมีนักเรียนประมาณ 40 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่ ดร็อปเอาต์​ (Drop Out) จากการเรียนในกระแสหลัก เพราะไม่เชื่อในเส้นทางการเรียนเพื่อแข่งขันสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเอาเป็นเอาตายในสังคมเกาหลี

Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก
Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก

เด็กเหล่านี้เชื่อว่า ระหว่างทางมีเดือนมีดาวให้พวกเขาต้องแหงนมอง และพวกเขาต้องการมีเวลาเพื่อที่จะได้ค้นหาว่าตัวเองอยากทำอะไร อยากเรียนรู้อย่างไร และอยากจะเดินไปในเส้นทางชีวิตแบบไหน

เด็กนักเรียนคนหนึ่งบอกกับเราว่า โรงเรียนทั่วไปทำให้เรายุ่งอยู่ตลอดเวลาไม่ได้เห็นดาวเห็นเดือน

เพิ่งมาได้เห็นดาวเห็นเดือนจากการเดินทางในครั้งนี้ และเขามีเวลาที่จะได้สำรวจความชอบความถนัดของตัวเอง

Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก
Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก

จากการได้อ่านหนังสือที่ไม่ใช่ตำราเรียน โปรแกรมนี้ทำให้เขาได้อ่านหนังสือเล่มที่เพื่อนๆ ชอบ เพราะสุดท้ายพวกเขาจะต้องโหวตเลือกกันว่า ทุกคนจะออกเดินทางกับหนังสือเล่มไหนด้วยกัน

การเรียนในโรงเรียนกระแสหลักทำให้ไม่เคยมีเวลาว่าง แต่การได้เดินทางในโปรแกรมนี้ทำให้เราได้เวลาของเขากลับคืนมา 

Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก

03

ความหมายระหว่างชายแดน

Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก

ปีนี้หนังสือเล่มที่พวกเขาเลือกที่จะออกเดินทางร่วมกัน เป็นหนังสือที่มีธีมเกี่ยวกับเรื่อง ‘ความหมายระหว่างชายแดน’

พวกเขาออกแบบการเดินทางด้วยรถไฟจากสถานีในโซล สถานีสุดท้ายที่เป็นเส้นทางในฝันของคนเหนือและใต้ที่ไม่เคยได้เปิดใช้งานตามความฝัน ซึ่งจะเป็นสถานีที่รวมเหนือใต้และโลกเข้าด้วยกัน

Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก

เส้นทางที่จะเชื่อมทางเดินรถไฟข้ามทวีปเอเชีย จากปลายคาบสมุทรเกาหลี ผ่านเกาหลีเหนือ จีน ไซบีเรียของรัสเซีย ไปจนถึงทวีปยุโรป พวกเขาใช้เวลา 1 เดือนครึ่งบนรถไฟเพื่อเดินทางตามเส้นทางนั้น เป็นทริปใหญ่ในปีการศึกษา

Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก
Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก

เพื่อให้สมชื่อโรงเรียน วันแรกที่เราก็ได้นัดเจอกันตอนที่พวกเขาไปออกทริปย่อยระหว่างภาคการศึกษาพอดี และทริปนี้เป็นทริปพิเศษที่เราจะได้ตามพวกเขาไปที่ชายแดนระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ DMZ เขตปลอดปฏิบัติการทางทหารชายแดนเกาหลีเหนือ ใต้ ที่นี่เป็นทั้งสัญลักษณ์ของการต่อสู้ และเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างสันติภาพ

ความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในช่วง ค.ศ. 1950 นำมาสู่การแบ่งประเทศออกเป็น 2 ฝ่าย และหลังจากการทำสนธิสัญญาหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1953 ก็ได้มีการกำหนดเส้นแบ่งเขตแดน พร้อมกับเขตปลอดทหารหรือ Demilitarized Zone (DMZ)

ความหวังแห่งอนาคตกำลังกลับมา ในรอบปีที่แล้วเกาหลีเหนือทดลองขีปนาวุธหลายรอบ จนทำให้เกิดความระแวงของคนในชาติ ครูคนหนึ่งของโรงเรียนเล่าให้เราฟังว่า สงครามไม่เคยจบด้วยรัฐ ประชาชนต้องเป็นคนที่จบมันเอง 

Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก

ปีที่ผ่านมา หลายคนในโปรแกรมนี้ต่างรู้สึกตรงกันว่า การตื่นมาด้วยความหวาดระแวงว่าประเทศเกาหลีเหนือและใต้จะทำสงครามกันเมื่อไหร่ ทำให้พวกเขารู้สึกไม่มีความมั่นคงในชีวิตจนถึงกับต้องออกมาทำอะไรบางอย่าง

เขาใช้การเดินทางเส้นทางนี้เป็นสัญลักษณ์ เดินทางด้วยรถไฟ

ส่งเสียงแห่งความหวังของพวกเขาด้วยศิลปะดนตรี ที่เป็นภาษาแห่งสากล

ระหว่างทางเคยกังวลเรื่องภาษา แต่ว่าดนตรี ศิลปะที่เราแสดง ทำลายกำแพงภาษาเชื้อชาตินั้นออกไปได้

และระหว่างทาง พวกเขาจะใช้การร้องเล่นเต้นรำเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างทางกับคนต่างชาติ ต่างภาษา และแน่นอน นอกจากจะพบคนที่เห็นเหมือนแล้ว ต้องพบคนที่เห็นต่าง

ครูคนหนึ่งเล่าให้เราฟังว่า พวกเขาเขียนเพลง แต่งเพลง และคิดท่าเต้นนี้ขึ้นมาเอง เพื่อเป็นรากฐานสำหรับเขาในการจัดการกับความขัดแย้งเห็นต่าง และยังอาจเป็นเครื่องมือที่ทะลุกำแพงความต่างได้ง่ายที่สุด 

Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก

 04

เราเรียนบทกวีไปทำไม

กลับจาก DMZ เขตปลอดการยิงทางทหาร สุดสัปดาห์ต่อไปเราได้ไปเข้าห้องเรียน ที่เขาบอกว่าวันนี้มีห้องเรียนบทกวี

บทรำลึกถึงความรู้สึกจากสงคราม และดูหนังเกี่ยวกับสงครามระหว่างประเทศของพวกเขา ห้องเรียนบทกวีวันนี้ เขาอ่านบทกวีที่เกี่ยวกับครอบครัว คู่รักที่ต้องแยกจากกัน เพราะการขีดแบ่งแยกประเทศ เหนือและใต้ คนละการปกครอง

แต่ละคนเลือกบทกวีที่ตัวเองชอบมาอ่านด้วยกัน และเลือกอ่านแต่ละบทที่แต่ละคนชอบ และบางคนก็แต่งบทกวีของตัวเองขึ้นมา มีน้ำตาปริ่มๆ หลายๆ บทกวีในห้องเรียนนั้น

เด็กนักเรียนคนหนึ่งบอกเราว่า เขาไม่เคยเข้าใจว่าเรียนบทกวีแล้วจะไปประกอบอาชีพอะไรได้ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้น คือทำให้เขาได้รู้จักความงาม ความอ่อนโยน และเข้าใจชีวิตของตัวเองและคนอื่นมากขึ้นผ่านบทกวี

 05

The Road Less Traveled บทเรียนชีวิตที่เขียนบนท้องถนน 

ก่อนมาเข้าโปรแกรมนี้ เด็กหลายคนบอกว่า ตัวเองรู้สึกเปราะบาง ขัดแย้ง สับสน แตกต่าง และหวาดกลัวกับทั้งอนาคตของตัวเองและอนาคตของชาติ

การเดินทางกับโปรแกรมนี้ทำให้พวกเขาเห็นว่าแต่ละคนมีความรู้สึกเหล่านั้นได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าพอมีความรู้สึกแตกต่างแล้วต้องแปลกแยก 

Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก

การเดินทางผ่านชายแดนหลายประเทศจากเกาหลีใต้ไปถึงชายแดนทวีปยุโรป ทำให้ได้พบเห็นผู้คนที่เกิดมาแตกต่าง พูดคนละภาษา คนละวัฒนธรรม เป็นความหลากหลายและความงาม การใช้พลังของศิลปะ ดนตรี ทำให้พวกเขาสื่อสารกันได้โดยไม่มีพรมแดน

พวกเขาได้รู้จักพื้นที่ Public Space ให้ผู้คนออกมาเชื่อมต่อกันด้วยการเสพศิลปะ ดนตรี ระหว่างทุกสถานีรถไฟที่พวกเขาหยุดแสดงระหว่างทาง บนท้องถนน ทำให้พวกเขารู้สึกว่า ได้เชื่อมโยงจิตใจผู้คนให้อ่อนโยน สื่อสารกัน แล้วก็เห็นชีวิตที่ดีๆ ซึ่งคนอยู่กันอย่างมีคุณภาพชีวิต จึงคิดถึงคนอื่น มีปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตที่ดี รู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องกลัวสงคราม ไม่ต้องห่วงเรื่องปากท้อง มีพื้นที่แสดงออกทางความคิด นั่นล่ะคงเป็นชาติ เป็นเมือง เป็นสังคม เป็นโลก ที่เราทุกคนหวังจะเดินทางไปด้วยกัน 

Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก
Road Scholar โรงเรียนของเด็กดร็อปที่มีหลักสูตรการเรียนรู้เป็นการออกเดินทางตลอดปี, โรงเรียนทางเลือก

กลับจากการเดินทางทริปใหญ่เดือนครึ่ง เด็กๆ กลับมาเขียนบทเรียนชีวิตของตัวเองจากประสบการณ์เดินทาง

สารบัญแต่ละเล่มหนังสือของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย แม้ว่าพวกเขาจะเดินทางร่วมกันตลอดทั้งปี

ไม่มีการให้เกรดเพื่อจบการศึกษา

เพราะทุกเนื้อหาและตัวอักษรที่อยู่ในหนังสือเล่มที่แต่ละคนเขียน ไม่มีการท่องจำมาเขียนตอบ แต่ล้วนเป็นประสบการณ์และเรื่องเล่าในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งมีคุณค่าและควรแก่การเคารพเกินกว่าที่จะให้ใครสักคนตีออกมาเป็นเกรด

Writer & Photographer

เสาวนีย์ สังขาระ

Film Maker, Farmer, Facilitator ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีอิสระ บินสิ! โปรดักส์ชั่นเฮาส์ และรายการบินสิ! ผู้ก่อตั้งและอำนวยการเรียนการสอน ที่สวนศิลป์บินสิ Films Farm School

โรงเรียนทางเลือก

เรื่องราวของโรงเรียนทางเลือกเปลี่ยนโลกจากทั่วโลก

01 ความรัก ความยุติธรรม และแรงบันดาลใจในการเก็บเมล็ดพันธุ์ 

ยังจำความรู้สึกวันนั้นได้อยู่เลยว่าตื่นเต้นขนาดไหน… 

วันนั้นเป็นวันที่ได้รับอีเมลจากคนต้นแบบของเราคนหนึ่ง ทำให้เราตื่นเต้น จองตั๋วจากอินเดียไปลงเดลี แล้วจองรถไฟจากเดลี ไปที่เมืองเดราดุน (Dehradun) ทางตอนเหนือของอินเดียในวันเดียวกัน ครั้งนั้นเป็นทริปที่ไปอินเดียครั้งที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วน แม้ว่าทุกครั้งจะมีเรื่องราวน่าประทับใจไม่ซ้ำกัน แต่ครั้งนี้ฉันกำลังจะได้ไปพบกับป้าคนแกร่งคนหนึ่งของอินเดียชื่อ วันทนา ศิวะ เธอตอบอีเมลด้วยตัวเอง และบอกว่ายินดีมากที่จะให้ฉันเข้าพบและสัมภาษณ์ ในช่วงบ่ายของวันหนึ่งที่ศูนย์การเรียนรู้ ‘นวธัญญะ’ (Navdanya) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมุนาที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย และมาหลอมรวมเป็นแม่น้ำคงคา ได้ยินมาว่าเมืองนี้สวยมาก 

นวธัญญะ หมายถึง เมล็ดพันธุ์เก้าเมล็ด และ ของขวัญใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม ผู้รักษาเมล็ดพันธุ์คือผู้ให้เมล็ดพันธุ์ที่แท้จริง

โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน
โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน

แม้เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางจากไทยไปถึงที่นั่นรวดเดียว เพื่อพบ ป้าวันทนา ศิวะ เช้าวันนั้นเราก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย ถ้าใครรู้จักเธอจากภาพข่าว บทความสัมภาษณ์ หรือสารคดีต่างๆ บทสัมภาษณ์และท่าทางของเธอออกรสออกชาติดุเดือด เมื่อเธอพูดถึงปัญหาการตัดต่อ ครอบครองเมล็ดพันธุ์ของบรรษัทยักษ์ข้ามชาติและรัฐ แต่วันนั้นเธอเดินเข้ามาหาเราด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความเมตตาเอ็นดู 

คำถามแรกที่พุ่งไปหาเราพุ่งไปหาเธอเลยคือ “อะไรทำให้เธอมีความกล้าและอาวุธ ที่จะต่อสู้กับบรรษัทยักษ์ใหญ่ที่จ้องจะครอบครองเมล็ดพันธุ์บนโลกใบนี้” 

เธอยิ้มอีกครั้ง แต่สายตาเธอเปลี่ยนไป ความดุดันเอาเรื่องและจริงจังส่อมาในแววตา 

คำตอบของเธอมี 3 ข้อ 

ข้อที่ 1 ‘ความรัก’ เธอบอกว่า เพราะว่าเธอเคยเป็นแม่คน และเป็นลูกสาวมาก่อน เธอทั้งรู้จักและให้และรับ ความรักแบบที่ไม่มีเงื่อนไข เธอบอกว่าเมล็ดพันธุ์ก็มีความรักแบบนั้นให้กับผืนดิน มนุษย์ และสรรพสิ่ง เมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งที่ไม่ควรมีใครครอบครอง ตัดต่อ และหาผลประโยชน์ 

ข้อที่ 2 ‘ความยุติธรรม’ ถึงให้เราแสร้งปิดตา เราก็ต้องเห็นความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชาวนา เกษตรกรในอินเดียที่ฆ่าตัวตายปีละเป็นแสน เพราะการหลอกลวงของบรรษัทข้ามชาติเหล่านี้ การตัดต่อพันธุกรรมเมล็ดพันธุ์ทำให้วิถีการปลูก การกิน การขาย เป็นไปทางที่พวกเขากำหนดได้ ไม่ว่าจะเป็นราคา วิถีการปลูกที่ต้องใส่ปุ๋ย ยา และตลาดที่พวกเขาสร้างกลไกตลาดขึ้นมา ถ้ามองเห็นความยุติธรรมนี้แล้วไม่ทำอะไร จะมีไปสู่หน้ากับชาวนาที่ปลูกข้าวให้เรากินอยู่ทุกวันได้อย่างไร 

ข้อที่ 3 ‘แรงบันดาลใจ’ เธอได้แรงบันดาลใจจากคานธีที่ต่อสู้กับราชอาณาจักรอังกฤษ โดยใช้เมล็ดฝ้ายเล็กๆ ทำให้คนกลับมาปั่นฝ้าย ทอผ้าฝ้ายใช้เอง ไม่ใช้ผ้านำเข้าจากราชอาณาจักรในยุคสมัยนั้น และปลุกประเทศให้ได้รับเอกราชในเวลาต่อมา 

เธอคิดว่าโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ กำลังต่อสู้เพื่อเอกราชอีกครั้งของประเทศอินเดีย ด้วยการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน 

โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน
โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน

02 ความฝันเปลี่ยนไป เมื่อรักษาภูเขาลูกนั้นไว้ได้ 

คำถามที่สอง 2 เราคือ “อะไรที่เป็นจุดเปลี่ยนให้ ป้าวันทนา ศิวะ ทำในสิ่งที่ทำทุกวันนี้ ครอบครัว การศึกษา หรืออะไร”

เธอเล่าให้ฟังว่าเคยฝันจะเป็นนักฟิสิกส์ เรียนตรงมาทางสาขานั้น แต่ว่าเติบโตมาในครอบครัวนักกิจกรรมยุคคานธีที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราช จุดเปลี่ยนจากนักฟิสิกส์ของเธอเริ่มจากงานวิจัยชิ้นหนึ่ง เธอต้องออกไปเก็บข้อมูลที่หมู่บ้านในหุบเขาแห่งหนึ่งหกเดือน แทนที่เธอจะได้งานวิจัยฟิสิกส์ของเธอกลับมา เธอกลับได้มีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเข้าร่วมขบวนการต่อสู้เพื่อรักษาภูเขาและป่าไม้ตรงนั้น ไม่ให้ถูกสัมปทานโดยบริษัทข้ามชาติ ตั้งแต่นั้นการอยู่ในห้องแล็บไม่มีความหมายกับเธออีกต่อไป 

เธอเริ่มการทำงานกับขบวนการภาคสังคม เพื่อต่อสู้เรียกร้องเรื่องอธิปไตยในการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม เพื่อรักษาเมล็ดพันธุ์อันอุดมสมบูรณ์ของอาหารที่หลากหลาย เธอทำงานในท้องไร่ ท้องนา สวนของเกษตรกรเป็นเวลาหลายปี จนเห็นว่ามันจับต้องและเห็นเป็นรูปธรรมได้ยาก จึงตั้งนวธัญญะขึ้นมา

นวธัญญะเป็นทั้งโรงเรียนเรื่องเมล็ดพันธุ์ มหาวิทยาลัยเรื่องนิเวศวิทยาในการดูแลโลก ฟื้นดูดิน น้ำ และความหลากลายทางชีวภาพ ผู้สอนและผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นคุณย่าคุณยายชาวนา เกษตรกรชาวบ้านกันเอง รื้อฟื้นความรู้พื้นเมืองที่อุดมไปด้วยอารยธรรมเชิงนิเวศของคนรุ่นก่อน 

นวธัญญะ มีธนาคารเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองจากชุมชนทั่วอินเดียกว่า 150 แห่ง โดยการออม แบ่งปัน และเพาะพันธุ์พันธุ์พื้นเมืองจาก 22 รัฐในอินเดีย เก็บโดยการ ปลูก กิน แจกจ่าย เมล็ดพันธุ์จึงจะมีวงจรชีวิตจริง 

นวธัญญะ ทำให้อาหารไม่ใช่สินค้าที่ผลิตด้วยสารพิษและสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งผลักดันให้สัตว์สูญพันธุ์ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แพร่โรคภัยไข้เจ็บ และโรคระบาดใหญ่ 

อาหารคือชีวิต อาหารคือสุขภาพ การปลูกอาหารในระบบนิเวศ คือการดูแลโลกและการฟื้นฟูดิน น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อคุณเชื่อมต่อโดยตรงผ่านการรับประทานอาหารออร์แกนิก เพื่อดูแลสุขภาพและสุขภาพของผู้ผลิต เกษตรกร ผู้บริโภค และโลก ไปด้วยกัน 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

03 กลับมาเรียนรู้จากคนรุ่นย่ายาย 

คำถามที่ 3 คือ “เธอเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์นี้จากไหน” 

เธอชี้ไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งแกะเมล็ดข้าวโพด เธอบอกว่าป้าคนนั้นชื่อ บิจา (Bija) เป็นคนทำงานในบ้านของเธอตั้งแต่ยังเล็ก ลำพังเธอเองโตมากับการศึกษากระแสหลักในโรงเรียน ไม่เคยได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้หรอก ตอนที่เธอประกาศว่าจะทำโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์ เธอก็ให้ป้าบิจาพาไปที่หมู่บ้านที่ป้าเกิด และเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ที่นั่น 

เธอได้เห็นพันธุ์ข้าวที่ไม่กลัวน้ำท่วม แต่จะสูงกระโดดยืดขึ้นมาในเวลาที่น้ำหลาก ได้เห็นพันธุ์มะเขือเทศหลายสิบชนิด และพืชพรรณธัญญาหารอื่นๆ ที่เธอไม่เคยได้กินมาก่อนในชีวิต เธอจึงขอให้ป้าบิจามาเป็นครูคนแรกของโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์แห่งนี้ รวมทั้งเชิญคุณป้าคุณย่าคุณยายที่อยู่ในหมู่บ้านทั่วประเทศอินเดียมาเป็นครู และแลกเปลี่ยนรวบรวมความรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ โดยทุกคนนำเมล็ดพันธุ์ที่ตัวเองและบรรพบุรุษเก็บสะสมต่อเนื่องกันไว้มาที่นี่ด้วย การเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์เหล่านี้จากบรรพบุรุษ ได้ถูกส่งต่อไปให้กับชาวนาเกษตรกรทั่วประเทศอินเดียแล้ว 

ที่นี่ยังทำงานวิจัย มีอาสาสมัครนักฝึกงานที่มาทำฐานข้อมูลเรื่องความหลากหลายทางชีวิภาพของเมล็ดพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเธอเคยเป็นนักฟิสิกส์มาก่อน เธอจึงต้องการฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ไว้ด้วย 

วันที่เราไป เรายังได้พบกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส อเมริกา เยอรมนี ที่มาเข้าเรียนโปรแกรม Earth Democracy University พวกเขาบอกว่าคอร์สเรียนมีระยะเวลา 6 เดือน ในช่วง 2 เดือนแรกต้องเขียนหลักสูตรการเรียนรู้ขึ้นมาเอง จากการได้ลงภาคสนามไปอยู่กับชาวนา เกษตรกร สืบค้นปัญหา ทดลองปฏิบัติ จนเข้าใจชีวิตและกลไกและหายนะของการครอบครองตัดต่อพันธุกรรมของเมล็ดพันธุ์ในสังคมอินเดียก่อน จากนั้นพวกเขาถึงจะได้เริ่มสืบค้นหาคำตอบ และวิธีการที่จะนำเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิมและความหลากหลายกลับมา 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

04 การศึกษาผลิตผู้บริโภคที่เชื่อง 

คำถามสุดท้าย “การศึกษาในกระแสหลักมีส่วนทำให้เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านและความหลากหลายหายไปได้อย่างไร” 

เธอหัวเราะให้คำถามนี้ และมีคำตอบที่ทำให้เรายิ้มไม่ออก เธอบอกว่าการศึกษาในโรงเรียนในสถาบันทุกวันนี้ ได้แต่สอนให้เราไปเป็นลูกจ้างของบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่เหล่านั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และเปลี่ยนวิถีให้เราเป็นผู้บริโภคที่เชื่อง เราคิดว่าเราเป็นผู้มีการศึกษาเลือกอยู่เลือกกินได้ แต่ที่ไหนล่ะ ในตลาดทุกวันนี้มีพืชพันธุ์ผักอยู่ไม่กี่ชนิด ล้วนเป็นพืชพันธุ์ผักที่ตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้ขนส่งและเก็บได้นาน แต่หารสชาติที่แท้จริงของพืชพันธุ์เหล่านั้นไม่ได้เลย เราจึงต้องพึ่งสารปรุงรสต่างๆ ในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย การศึกษาส่งเราไปในวิถีชีวิตที่เร่งรีบ และสุดท้ายเก็บเงินเพื่อรักษาตัวในบั้นปลายชีวิต 

นวธัญญะนอกจากเป็นโรงเรียนสำหรับชาวนา เกษตรกร นักกิจกรรมแล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนที่มีการศึกษาแล้วรู้ตัวว่าได้เดินออกไปไกลจาก ปัจจัยพื้นฐานในการมีชีวิตที่แท้นั่นก็คือ ปัจจัย 4 อาหาร บ้าน ยา และความสุขเรียบง่ายที่ได้กลับมาใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัว ดิน น้ำ อากาศบริสุทธิ์ ผีเสื้อ ดอกไม้ มากกว่านี้ อะไรอีกที่ชีวิตเราต้องการนักหนา 

และที่นี่ทำให้คนเห็นว่า เมื่อเรามีพื้นฐานในชีวิตที่เรียบง่ายมากเท่าไหร่ เราก็จะแบ่งปันได้มากกว่า 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

05 การส่งต่อเมล็ดพันธุ์

หลังจากได้พบกับ ป้าวันทนา ศิวะ ที่นวธัญญะในทริปอินเดียครั้งนั้น ฉันก็ไม่ได้กลับอินเดียอีกเลยในอีกหลายปี 

เมล็ดพันธุ์ที่ ป้าวันทนา ศิวะ ได้มอบให้ ไม่ได้เป็นเมล็ดพันธุ์สักเมล็ดที่จับต้องได้ในวันนั้น สิ่งที่ป้าวันทนาได้ส่งต่อให้ฉัน อาจจะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตอยู่ในใจของฉันมาตลอด วันหนึ่งที่ฉันได้มีโอกาสปักหลักลงดิน สร้างอาณาจักรเล็กๆ สวนศิลป์บินสิ Films Farm School ของฉันเอง ฉันก็ได้เริ่มเก็บเมล็ดพันธุ์ และส่งต่อของขวัญและเมล็ดพันธุ์ให้กับคนอื่นๆ ด้วยเช่นกันทั้งในไร่นาสวน และในใจของพวกเขา  

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

Writer & Photographer

เสาวนีย์ สังขาระ

Film Maker, Farmer, Facilitator ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีอิสระ บินสิ! โปรดักส์ชั่นเฮาส์ และรายการบินสิ! ผู้ก่อตั้งและอำนวยการเรียนการสอน ที่สวนศิลป์บินสิ Films Farm School

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load