Coincidence แปลว่า บังเอิญ 

แต่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เรามาที่ร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์อย่าง Co-Incidence เพื่อทำความรู้จักกับน้ำยาล้างจานชื่อน่ารักเหมือนผู้หญิงญี่ปุ่นอย่าง ‘ริงโกะ’ ซึ่งเกิดจากการปลูกปั้นของ เปิ้ล-ถนอมขวัญ ชุติธนวงศ์ นักออกแบบผู้ช่ำชองธุรกิจไลฟ์สไตล์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสปา ร้านกาแฟ ร้านอาหารมากมาย และความสำเร็จทางธุรกิจทั้งหมดของเธอก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ทั้งร้านกาแฟอย่าง Bar Storia del Caffè ที่เกิดจากการตั้งคำถามว่า “ทำไมเราขายแค่ของวินเทจ ไม่ทำกาแฟมาขายด้วย”

ร้านอาหารจีนอย่าง CHU ที่เริ่มจากการเป็นแฟนคลับรสมือบักกุ๊ดเต๋ของคุณลุงคุณป้าแล้วรู้สึกว่า “ทำไมไม่เปลี่ยนห้องแถวตรงนี้ให้เป็นร้านอาหารเสียเลยล่ะ”

ร้าน Calm Spa ที่เกิดจากการชอบไปสปาที่ทะเล แล้วนึกสงสัยว่า “ทำไมไม่มีสปาบรรยากาศแนวนี้ที่กรุงเทพฯ บ้าง” และอีกมากมาย

นอกจากลายเซ็นในสไตล์การตกแต่งร้าน หัวใจที่เหมือนกันในธุรกิจที่ผ่านมาของเปิ้ล คือความคลั่งไคล้และการตั้งคำถามว่า ทำไมยังไม่มีคนทำ

เช่นเดียวกับธุรกิจใหม่ล่าสุดอย่างน้ำยาล้างจาน ซึ่งมาจากกิจกรรมที่เธอชอบทำมากๆ

Ringo แบรนด์น้ำยาล้างจานของนักออกแบบ เจ้าของร้านอาหาร สปา คาเฟ่ ผู้หมกหมุ่นกับการล้างจาน

ริงโกะ คือน้ำยาล้างจานของคนสายออกแบบที่…

เป็นมิตรกับจาน ฟองน้อยหน่อย แต่ยังขัดคราบไขมันออกได้สะอาด เป็นมิตรกับมือ ไม่เคืองและคัน ด้วยส่วนผสมที่อ่อนโยนและสารสกัดจากอะโลเวรา เป็นมิตรกับจมูก กลิ่นหอมจากธรรมชาติ ด้วยน้ำมันสกัดจากมินต์ เป็นมิตรกับโลก ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ

แค่เห็นสรรพคุณก็อยากทำความรู้จักแบรนด์น้องใหม่ของเธอเสียแล้ว 

วันนี้ The Cloud ชวนเปิ้ล ผู้ริเริ่ม และ พลอย-พิมพลอย ตั้งจิตต์วัฒนา Project Coordinator ของแบรนด์ Ringo มาไขข้อสงสัยให้หมดจด ว่าการล้างจานแบบสบายใจและสบายมือเป็นอย่างไร ทำไมจึงอยากทำธุรกิจใหม่เอี่ยมนี้ขึ้นมา

เปิ้ล-ถนอมขวัญ ชุติธนวงศ์ และ พลอย-พิมพลอย ตั้งจิตต์วัฒนา

From Lifestyle to Living 

ใครหลายคนคงทำหน้าแปลกใจหากเราจะบอกว่า น้ำยาล้างจานเป็นหนึ่งในสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตให้ดีขึ้น 

เปิ้ลเล่าว่า เทรนด์ของร้านไลฟ์สไตล์ที่เธอพบเวลาไปต่างประเทศ คือร้านขายของแฟชั่นไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้า กระเป๋า อย่างเดียวอีกต่อไป หลายแบรนด์เริ่มนำน้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น มาขาย

“ที่ผ่านมา เราสนใจที่ร้านแฟชั่นหันมาขายสินค้า Home Goods ซึ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตครบวงจรมากขึ้น เราอยากให้คนรู้สึกว่า Living กับ Lifestyle เป็นเรื่องเดียวกัน” เปิ้ลเล่า

แม้แบรนด์ Co-Incidence ของเธอจะขายครีมบำรุงผิวและครีมทามืออยู่แล้ว เปิ้ลกลับมองว่าผลิตภัณฑ์บำรุงและทำความสะอาดแตกต่างกัน จึงตัดสินใจทำน้ำยาล้างจานภายใต้เแบรนด์ใหม่ เธอเริ่มจากการพัฒนาสูตรและส่วนผสม ซึ่งใช้เวลาถึง 6 เดือน นานกว่าครีมบำรุงอื่นๆ ที่เคยทำ

“สินค้าไลฟ์สไตล์ส่วนใหญ่ เช่น โลชั่น หรือสินค้าสปา เน้นความรื่นรมย์เป็นหลัก

จึงไม่ต้องอธิบายเยอะ แต่กับริงโกะ เรามีเรื่องเล่าที่อยากให้คนเข้าใจเยอะเลย ไม่อยากให้คนคิดว่าแบรนด์เด่นแค่เรื่องแพ็กเกจสวยงาม” เปิ้ลเล่าความตั้งใจของเธอ 

เพราะอยากทำให้จริงจัง จึงเป็นที่มาของน้ำยาล้างจานที่อยากบอกทุกคนว่า “เราใช้ชีวิตให้เป็นมิตรขึ้นอีกนิดได้นะ”

เปิ้ล-ถนอมขวัญ ชุติธนวงศ์ และ พลอย-พิมพลอย ตั้งจิตต์วัฒนา

แม่บ้านริงโกะผู้หมกหมุ่นกับการล้างจานให้สะอาด

ริงโกะเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า แอปเปิ้ล 

มาจากชื่อเจ้าของแบรนด์ ผู้ชอบหายเข้าไปในแผนก Natural Home Goods เวลาเดินห้างสรรพสินค้า

“เราตีความความเป็นริงโกะจากตัวตนของเรา นึกภาพเราเป็นเหมือนแม่บ้านญี่ปุ่นที่หมกมุ่นอยากล้างจานให้สะอาด” นี่คือคำแนะนำตัวจากเปิ้ล ผู้ปลูกปั้นริงโกะจากตัวตนของตัวเอง โดยมี พลอย และทีมงานอีก 2 คนได้แก่ เบนซ์-ธนวัต ศักดาวิษรักษ์ Design Director และ ฝ้าย-สุภาภรณ์ ตันตระกูล Project Coordinator ร่วมเป็นกำลังสำคัญ 

เปิ้ลเป็นคนชอบล้างจาน แต่พอล้างทีไรก็พบว่าเกิดอาการแพ้น้ำยาล้างจาน คันและมือเป็นขุยทุกที ด้วยความที่ไม่ชอบใส่ถุงมือเวลาล้างจาน ทำให้ต้องไปหาซื้อน้ำยาสูตรอ่อนโยน ไร้สารเคมี จากต่างประเทศมาใช้ เมื่อชอบซื้อของจากเมืองนอกบ่อยๆ จึงเริ่มอยาก

พัฒนาน้ำยาล้างจานสูตรอ่อนโยนให้ตัวเองและทุกคนได้ใช้บ้าง

แม้ชื่อจะบ่งบอกสัญชาติญี่ปุ่น แต่ริงโกะเป็นน้ำยาล้างจานสัญชาติไทย 100 เปอร์เซ็นต์ 

จากประสบการณ์ของเปิ้ล ผู้ริเริ่มแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ไทยมามากมาย เธอเล่าว่า แบรนด์ไทยในนิยามของเธอไม่จำเป็นต้องออกแบบด้วยลวดลายดั้งเดิมที่แสดงออกว่าเป็นไทย แต่เป็นไทยด้วยมุมมองและการตีความของนักออกแบบไทย

เช่นการออกแบบสินค้าของแบรนด์ Co-Incidence ซึ่งล้วนใช้นักออกแบบคนไทยทั้งหมด โดยนำสินค้า OTOP จากจังหวัดต่างๆ มาต่อยอดให้ตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งานและพัฒนาการออกแบบให้ดูทันสมัยขึ้น 

แม้จะมีการดัดแปลง ตีความใหม่ แต่ก็แสดงรากเหง้าความเป็นไทยออกมาผ่านผลงาน สิ่งสำคัญคือ ความตั้งใจที่อยากทำแบรนด์ออกมาให้ดี สร้างสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่เมืองไทยยังไม่มี

Ringo แบรนด์น้ำยาล้างจานของนักออกแบบ เจ้าของร้านอาหาร สปา คาเฟ่ ผู้หมกหมุ่นกับการล้างจาน

น้ำยาล้างจานของผู้แพ้ (ง่าย) 

เพื่อเป็นมิตรกับคนที่แพ้ง่าย ริงโกะจึงเน้น ‘ถอด’ ส่วนผสมให้เหลือสารเคมีน้อยที่สุด

ถอด สารเคมีอันตรายอย่างฟอร์มัลดีไฮด์ คลอรีน แอมโมเนีย ฟอสเฟต⠀ 

ถอด สีและกลิ่นสังเคราะห์ ใส่ส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติลงไปแทน

ถอด พาราเบนและ SLS ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวได้ง่าย 

ส่วนมากเรามักพบผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น Paraben-Free และ SLS-Free ในเครื่องสำอาง ผู้หญิงที่ผิวแพ้ง่ายจะเข้าใจดีว่าสารเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยง แต่สิ่งที่ไม่ค่อยมีใครนึกถึงคือ ผลิตภัณฑ์ที่ต้องสัมผัสกับผิวบ่อยๆ อย่างน้ำยาล้างจานก็ใส่สารเหล่านี้ลงไปด้วยเช่นกัน 

ริงโกะเลือกใช้สารลดแรงตึงผิวและขจัดคราบไขมันที่มีความอ่อนโยนและ

ก่อให้เกิดการระคายเคืองน้อยกว่า SLS อ่อนโยนชนิดที่ว่าเป็นสารที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ล้างขวดนมสำหรับทารก  

เป็นน้ำยาล้างจานที่นอกจากจะดูแลจานแล้วยังอ่อนโยนต่อมือเราด้วย 

แถมยังเป็นความอ่อนโยนที่เข้าใจคนล้างว่าคุ้นชินกับการล้างจานแบบไหน   

เปิ้ลบอกว่า ความจริงแล้วน้ำยาล้างจานสูตรที่อ่อนโยนที่สุดคือไม่มีฟองเลย 

แต่เหตุผลที่ริงโกะยังต้องมีฟองบ้าง เพราะคนคุ้นชินกับการล้างแบบมีฟอง เหมือนเวลาคนอาบน้ำก็ชอบให้มีฟอง จึงจะรู้สึกว่าสะอาด  

“เราทำวิจัยเล็กๆ ถามกลุ่มเป้าหมายว่า เลือกซื้อน้ำยาล้างจานจากปัจจัยอะไร ส่วนใหญ่ตอบว่า ฟอง เพราะมีฟองจึงรู้สึกว่าล้างสะอาด ที่เรายอมใส่ส่วนผสมให้เกิดฟองบ้าง เพราะคนส่วนใหญ่ยังติดล้างแบบมีฟองอยู่” พลอยเล่า ก่อนที่เปิ้ลจะเสริมว่า ในอนาคต เมื่อคนรู้จักและเข้าถึงริงโกะมากขึ้น พวกเธอตั้งใจจะทำสูตรที่มีฟองน้อยกว่านี้ให้จงได้ 

เปิ้ล-ถนอมขวัญ ชุติธนวงศ์ และ พลอย-พิมพลอย ตั้งจิตต์วัฒนา

ล้างจานอย่างไรไม่ให้ค้างคาใจและน้ำใสในลำธาร 

แม้จะมีส่วนผสมที่อ่อนโยนมาก ริงโกะก็ไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็นน้ำยาล้างจานออร์แกนิก แต่เป็นน้ำยาล้างจานที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ

ด้วยวัฏจักรของน้ำตามธรรมชาติ น้ำในแม่น้ำจะระเหยกลายเป็นไอน้ำ กลั่นตัวเป็นเมฆ แล้วหยดลงมาเป็นเม็ดฝน น้ำจากธรรมชาติเป็นหยดน้ำที่ใสบริสุทธิ์ แต่ธารน้ำที่ใสสะอาดเหล่านั้นต้องมาแปดเปื้อน เมื่อมนุษย์นำน้ำมาใช้ในชีวิตประจำวันทั้งซักผ้าและล้างจาน

ในแต่ละวันเสื้อผ้าและจานของเราสะอาดเอี่ยม แต่น้ำในแม่น้ำลำคลองกลับกลายเป็นน้ำเสียเจือมลพิษ ผิดกับข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ในบ้านเรา  

ริงโกะจึงปฏิเสธที่จะใส่ฟอสเฟต ซึ่งนิยมใส่ในผลิตภัณฑ์ซักผ้าและทำความสะอาด 

เพราะหากมีฟอสเฟตในน้ำเยอะ จะทำให้น้ำเสีย ทำลายระบบนิเวศในน้ำ

แต่เลือกใช้ส่วนผสมที่มีความสามารถในการย่อยสลายตามธรรมชาติสูงแทน 

“การย่อยสลายตามธรรมชาติ หรือ Biodegradable หมายถึง ความสามารถในการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในน้ำ ดิน อากาศ ให้กลายเป็นคาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน ทำให้ไม่มีสารตกค้างในสิ่งแวดล้อม” พลอยอธิบาย

หากไม่อยากล้างจานแล้วมีเรื่องค้างคาใจกับธารน้ำ การใช้น้ำยาล้างจานอย่างริงโกะ ที่เมื่อล้างจานเสร็จก็นำน้ำที่ใช้แล้วไปรดต้นไม้ต่อได้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ธรรมชาติสบายใจ

Ringo แบรนด์น้ำยาล้างจานของนักออกแบบ เจ้าของร้านอาหาร สปา คาเฟ่ ผู้หมกหมุ่นกับการล้างจาน

สะอาด-สว่าง-สงบ

ไม่ใช่แค่อยากสร้างโลกรื่นรมย์ที่ต้นไม้ร่มรื่นและน้ำใสสะอาดเท่านั้น แต่ริงโกะยังอยากสร้างความสุนทรีย์ในการล้างจาน ด้วยสัมผัสฟองนุ่มๆ และกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้คนล้างรู้สึกสบายใจอีกด้วย เปิ้ลรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดส่วนใหญ่มักมีกลิ่นฉุนเกินไป เวลาใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้อไหน คนก็บอกได้เลยว่าเป็นกลิ่นของยี่ห้ออะไร 

เพราะอยากให้ชีวิตเบาขึ้น ไม่มีน้ำหอมและกลิ่นสังเคราะห์ จึงออกมาเป็นน้ำยาล้างจานที่มีกลิ่นอโรม่าจากสารสกัดธรรมชาติ หากภาพจำของคนส่วนใหญ่คือแม่บ้านที่ล้างจานด้วยน้ำยาล้างจานกลิ่นมะนาว แม่บ้านแบบริงโกะก็คงเป็นแม่บ้านส่วนน้อย แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะเลือกล้างจานด้วยน้ำยากลิ่นมินต์

“คนไทยมักมีภาพจำว่าน้ำยาล้างจานต้องเป็นกลิ่นมะนาว เวลาไปกินโต๊ะจีนจะมีมะนาวใส่กะละมัง คนก็จำว่ามะนาวทำให้ไม่มัน แต่จริงๆ แล้วมะนาวไม่เกี่ยวกับความสะอาดของจาน แต่เกี่ยวข้องกับกลิ่น

“เราสนใจกลิ่นธรรมชาติ เวลาล้างแล้วได้กลิ่นอโรม่าสบายๆ ล้างแล้วมีความสุข” เปิ้ลเล่าถึงที่มาของมินต์ซึ่งเป็นกลิ่นเดียวที่ริงโกะมีตอนนี้ 

ภายใต้ขวดมินิมอลสีขาวที่เรียบๆ แต่ดูดี เหมาะจะวางไว้หลายๆ มุมของบ้าน คาเฟ่ หรือ ออฟฟิศ หากสังเกตให้ดีจะพบว่ารูปถ่ายจานที่แปะอยู่บนแต่ละขวดไม่เหมือนกัน แม้มีกลิ่นให้เลือกเพียงกลิ่นเดียว

Ringo แบรนด์น้ำยาล้างจานของนักออกแบบ เจ้าของร้านอาหาร สปา คาเฟ่ ผู้หมกหมุ่นกับการล้างจาน

“เราแค่ไม่อยากให้คนเบื่อ เบื่อขวดก็แค่ลองเปลี่ยนรูป” เปิ้ลหัวเราะ เธอบอกว่าตั้งใจออกแบบขวดให้เป็นสีขาว ไม่ใช่แค่เหตุผลทำให้แตกต่างจากแบรนด์ที่มีในตลาด แต่เป็นสัญญะให้รู้ว่าเป็นน้ำยาล้างจานสายคลีน

นอกจากรูปภาพและขวดที่ตั้งใจออกแบบมาอย่างดีแล้ว เร็วๆ นี้พวกเธอกำลังจะมีโปรเจกต์ที่ชวนคนมาสนุกกับการล้างจานผ่านงานภาพถ่ายแนวอาร์ต ที่ถ่ายรูปการล้างจานตามที่ต่างๆ อีกด้วย

ทั้งหมดก็เพื่อทำให้คนรู้จักและเข้าใจริงโกะมากขึ้น    

น่าแปลก ที่ริงโกะเป็นแบรนด์ที่อยากมีคู่แข่ง 

แม้น้ำยาล้างจานรักษ์โลกจะมีกลิ่นและสรรพคุณไม่ต่างกัน

แต่พวกเธอก็พบว่ามีช่องว่างของตลาดที่ยังไม่มีคนทำ “เราไม่ได้คิดจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคหรือความเข้าใจของคนรุ่นก่อน แต่อยากสร้างตัวเลือกให้คนใช้ แล้วแต่ความถนัดและการใช้ชีวิตของแต่ละคนว่าชอบแบบไหน” เปิ้ลเล่า

ด้วยราคาที่สูงกว่าน้ำยาล้างจานที่มีตามท้องตลาดอยู่มาก ตลาดน้ำยาล้างจานทางเลือกจึงยังค่อนข้างเล็ก น้อยคนจะรู้ว่าน้ำยาล้างจานที่ดีต่อโลกและต่อตัวเองก็มีเหมือนกัน ความท้าทายของริงโกะจึงเป็นการแนะนำตัวให้คนรู้จักและเชื่อใจให้ได้ และลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของริงโกะคือคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงคนที่แพ้สารเคมีในน้ำยาล้างจาน

หากริงโกะเป็นแม่บ้านคนหนึ่ง ก็คงไม่ได้เป็นแม่บ้านที่อยากล้ม ‘รุ่นพี่’ ที่อยู่คู่ครัวของใครหลายคนมานาน แต่เป็น ‘แม่บ้านทางเลือกใหม่’ สำหรับคนที่พร้อมจะใช้ชีวิตที่เป็นมิตรขึ้น  

เปิ้ล-ถนอมขวัญ ชุติธนวงศ์ และ พลอย-พิมพลอย ตั้งจิตต์วัฒนา

หยดเล็กๆ ที่อยากช่วยโลก

สิ่งที่ริงโกะทำคือ สร้างโอกาสจากตลาดใหม่ โดยแก้ปัญหาเล็กๆ ที่พบในชีวิตประจำวัน 

โอกาสในการได้ใช้สินค้าที่เป็นมิตรขึ้น  

โอกาสในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ทำให้เรื่องห่วงใยสิ่งแวดล้อมอยู่ใกล้เรามากขึ้น แม้จะเริ่มจากจุดเล็กๆ อย่างการล้างจาน

ในอนาคต ทั้งเปิ้ลและพลอยคิดอยากต่อยอดริงโกะให้เป็นมากกว่าแบรนด์น้ำยาล้างจาน มีสินค้าตอบโจทย์การรักษาความสะอาดอย่างน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาเอนกประสงค์ น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น เปลี่ยนของใช้ในบ้านที่จำเจให้เป็นมิตรที่ครบชุดมากขึ้น รวมทั้งทำมุมเล็กๆ ในร้าน Co-Incidence ให้คนมาเติมน้ำยาได้ 

แม้น้ำยาล้างจานไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้ามีคนคิดเหมือนกันหลายคน จากน้ำยาล้างจานขวดเล็กๆ ที่แต่ละบ้านใช้ ก็เป็นจุดเริ่มต้นของพลังน้อยนิดแต่มหาศาลที่ทำให้บ้านหลังใหญ่ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันน่าอยู่ขึ้นได้ เพราะเมื่อน้ำของแต่ละบ้านไหลมารวมกันเป็นธารน้ำสายใหญ่ ที่จะกลายเป็นน้ำใสสะอาดหรือน้ำเสียปริมาณมากก็ได้

“ถึงเวลาแล้วที่เราต้องสนใจสิ่งเล็กๆ…สิ่งที่เราทำไม่ได้ช่วยเปลี่ยนโลกในทันที แต่ค่อยๆ ขยับไป” เปิ้ลทิ้งท้าย

Ringo แบรนด์น้ำยาล้างจานของนักออกแบบ เจ้าของร้านอาหาร สปา คาเฟ่ ผู้หมกหมุ่นกับการล้างจาน

Lesson Learnt

เมื่อทำธุรกิจไลฟ์สไตล์หลายอย่าง และสินค้าจะมีความเกี่ยวพันกันอยู่ จะทำให้โปรโมตง่ายขึ้น คนที่มาสปาได้เห็นสินค้าของ Co-Incidence คนที่มาร้าน Co-Incidence ได้เห็นน้ำยาล้างจานที่วางอยู่ อาจไม่ต้องลองใช้ในครั้งแรกที่พบเห็น แต่ได้รู้จักผ่านตาไปเรื่อยๆ เหนือสิ่งอื่นใดธุรกิจแต่ละแบบมีความยากง่ายต่างกัน สิ่งสำคัญที่สุดของทุกธุรกิจคือขายให้ถูกคนและถูกที่ ริงโกะจะไม่ดื้อเรื่องกลุ่มเป้าหมาย แต่ต้องรู้ว่าใครที่น่าจะซื้อและใครที่ไม่สนใจ

Where to Buy

1. Online Order at

Facebook : Ringo.homegoods

Instagram : @ringo.homegoods

2. Co-incidence House (Sukhumvit 49)

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

‘NANA Coffee Roasters’ สาขาบางนา ใน 10 โมงเช้าวันอังคาร วันที่ไม่ได้พิเศษอย่างเช้าวันจันทร์หรือเย็นวันศุกร์ นอกจากกลิ่นกาแฟหอมฟุ้ง บรรยากาศร้านขาวโปร่งโล่งสบาย ที่นั่งหลากหลายมุมในร้านยังถูกจับจองเยอะจนน่าประหลาดใจ ทั้งครอบครัวที่มากับเด็ก ๆ กลุ่มไบเกอร์ และผู้คนคอกาแฟที่ดูจะเป็นลูกค้าประจำ

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่แบรนด์สักแบรนด์หนึ่งจะเข้าไปนั่งในใจของลูกค้าได้ จากวันที่ยอดขาย 50 แก้ว 200 แก้ว สู่ 1,800 แก้วต่อวัน อะไรคือสิ่งที่ กุ้ง-วรงค์ ชลานุชพงศ์ เจ้าของร้านกาแฟผู้ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยดื่มกาแฟสักถ้วยในชีวิต ได้ค้นพบและร่วมสร้างกว่าจะมาเป็น NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ ‘ไม่เคยต่อรอง’ เรื่องคุณภาพของกาแฟ

กุ้งถามเราว่าชอบดื่มอะไร ชอบดื่มแบบไหน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและเป็นกันเอง หายไปสักพัก กาแฟหอมฟุ้งที่กุ้งเลือกให้มาเสิร์ฟที่โต๊ะ แล้วบทสนทนาของเราก็เริ่มต้นขึ้น

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

แล้วเราจะตามหาเราจนเจอ

เส้นทางธุรกิจของกุ้งย้อนกลับไปได้นับทศวรรษ กว่าจะมาเป็น NANA Coffee Roasters ในวันที่กุ้งลาออกจากการเป็นวิศวกรเครื่องกลของโรงงานแห่งหนึ่งหลังทำงานมาร่วมสิบปี ด้วยความเบื่อหน่ายในชีวิตมนุษย์ออฟฟิศ ความอยากค้นหาตนเอง และความริเริ่มอยากลองเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ ณ ตอนนั้นความอยากยังไม่สัมพันธ์กับความรู้ทางธุรกิจที่มี

เขาเริ่มจากศูนย์ และธุรกิจแรกของเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับกาแฟแม้แต่นิด แต่เป็นแฟรนไชส์โรงเรียนสอนภาษาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม้โรงเรียนจะไปได้ดี แต่กุ้งรู้สึกว่าชีวิตยังดีขึ้นได้อีก เขาจึงเริ่มเปิดร้านถ่ายรูปโดยร่วมลงทุนกับคนข้างบ้าน ขยายเป็น 9 สาขาในพื้นที่นนทบุรี ควบคู่กับโรงเรียนสอนภาษา

แล้วชีวิตนักธุรกิจไฟแรงของกุ้งก็โดนคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าอย่างจัง

“พอเราทำร้านถ่ายรูปไป 9 สาขา ก็เจอการเปลี่ยนเทคโนโลยีจากฟิล์มเป็นดิจิทัล ทำให้วงการถ่ายรูปอยู่ในยุคตกต่ำ คนไม่ยอมเอาไฟล์มาอัดงาน ยอดขายตก

“ตอนนั้นหนี้เยอะมาก เราต้องซื้อเครื่องถ่ายรูปใหม่ ประมาณ 13 – 14 ปีที่แล้ว ทำให้ผมมีหนี้ 10 กว่าล้าน เหมือนเราอยู่บนหลังเสือแล้วลงไม่ได้”

จนกระทั่ง กานดา โทจำปา หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า กุ้งหญิง แนะนำให้ลองขายกาแฟสด ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในช่วง พ.ศ. 2550 – 2551

“ตอนนั้นผมอายุ 42 แล้ว แต่ยังไม่เคยกินกาแฟสักแก้วเลย” เขาหัวเราะ

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

ด้วยความเนื้อหอมของกาแฟสดในตอนนั้นบวกกับใจตัวเองที่ชอบความท้าทาย เขาจึงเริ่มเรียนชงกาแฟกับ อ๋า-ศุภชัย ศรีวิตตาภรณ์ แห่ง Bluekoff ครูกาแฟคนแรกของเขา 

ส่วนร้านกาแฟร้านแรกของกุ้ง (ก่อนจะเป็น) NANA Coffee Roasters ก็ดัดแปลงมาจากร้านถ่ายรูปสาขาแจ้งวัฒนะ จากการตัดกระจกครึ่งหนึ่งมาทำเคาน์เตอร์ ให้บาริสต้าอยู่ในห้องแอร์ชงกาแฟ เขาขายได้วันละ 30 แก้ว

ถ้าเป็นกุ้ง NANA แล้วล่ะก็… เขาคงจะไม่หยุดแค่นั้น

“เราสงสัยว่าเราใหม่ไป ทำไม่เก่ง หรือทำเลไม่ดี”

กุ้งเดินสำรวจร้านข้าง ๆ ที่ขายได้วันละร้อยแก้ว และตัดสินใจจะเปิดสาขาสองจากร้านถ่ายรูปสาขาเมืองทอง

“ก็ทำเหมือนเดิม ตัดกระจกครึ่งหนึ่ง ร้านนั้นเพิ่งปิดไปเมื่อปลายปีก่อน ขายได้วันละประมาณ 200 แก้ว”

เขาเพลิดเพลินกับกาแฟคั่วเข้มใส่นมข้นหวานขายอยู่ 3 – 4 ปี จนกระทั่งเริ่มคิดว่ามันไปต่อไม่ได้ จึงลาออกจากธุรกิจทั้งหมดที่ทำอยู่ และไปเรียนรู้เรื่องการชิมกาแฟเต็มตัว

สิ่งที่กุ้งทำทั้งวันและทุกวันตลอด 10 เดือน คือ คั่วและชิมกาแฟ จนสอบเป็น Q Grader หรือนักชิมกาแฟ ได้เป็นคนที่ 7 ของประเทศ ในวันที่กาแฟพิเศษยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย

ทะเลสีขาว

จากธุรกิจกาแฟสดสู่กาแฟพิเศษ NANA Coffee Roasters ก้าวสู่การเป็นร้านกาแฟระดับต้น ๆ ของประเทศด้วยการขายประสบการณ์ในการดื่มและสื่อสารเรื่องราวไปถึงลูกค้า 

นี่คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้มีจุดยืนที่แตกต่าง ท่ามกลางตลาดกาแฟไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

“เราต้องแยกว่าเราอยู่ใน Red Ocean หรือเปล่า ซึ่งผมว่าเราไม่ได้อยู่ใน Red Ocean

“การทำร้านกาแฟต้องมีเคล็ดลับ มีเทคนิคเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเขาต้องมาหาคุณให้ได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เราต้องสร้างอาณาจักรของตัวเอง ผมมองว่าเราอยู่ใน White Ocean เราอยู่ของเรา คนอื่นที่จะเข้ามาแข่งไม่ได้แข่งเรื่องราคา แต่แข่งเรื่องคุณภาพและบริการ”

กุ้งเรียนรู้สิ่งนี้ได้จากทุก ๆ สาขาของ NANA Coffee Roasters ที่เปิดมา

ร้านแรก สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา สอนว่าทำเลไม่ใช่ทุกอย่าง – คุณภาพต่างหากที่จะพาคนมาหาเรา

ร้านที่สอง สาขาพรานนก สอนว่าการดูแลร้านกาแฟ 160 ที่นั่ง และการขายได้ 1,800 แก้วต่อวันต้องทำอย่างไร – การบริการที่ดีคือหัวใจหลัก

ร้านที่สาม สาขาอารีย์ สอนว่าทำเลที่ดีคือแต้มต่อของธุรกิจ – ให้คนมาหาเราได้ง่ายขึ้น

บทเรียนทั้งหมดพาเขามาสู่ร้านนี้ สาขาที่สี่ที่บางนา

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย
NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

นานา ณ บางนา

ก่อนจะมาเป็นนานาที่บางนา ที่นี่เคยเป็นร้านอาหารมาก่อน 

“เจ้าของที่ดินเป็นลูกค้าผมที่สาขาเลียบทางด่วนฯ เหมือนโชคที่เราจะได้เจอกัน ผมยืนชงกาแฟ เขามาซื้อกาแฟ แล้วเขาก็บอกว่า หนูมีทำเลแถวบางนา พี่สนใจไปเปิดร้านไหม”

ประจวบเหมาะกับที่ปรึกษาทางธุรกิจของกุ้ง (ควบตำแหน่งลูกค้าสาขาเลียบทางด่วนฯ เช่นเดียวกัน) เคยแนะนำทำเลทองที่บางนาและถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ คำแนะนำนี้วนเวียนอยู่ในหัวเขามาหลายปีไม่เคยหายไปไหน 

“พอลูกค้าพูดว่า บางนา กม.1 ผมปิ๊งเลย”

ที่ดินผืนนี้ที่บางนา ณ ตอนนั้นเป็นร้านอาหารชื่อ อบอวน มหาชัย

“เขาบอกว่าที่อยากให้พี่กุ้งมาคือ อยากให้ไปเปิดร้านกาแฟข้างหลัง” เรามองไปรอบ ๆ ร้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นเขียวขจี ภาพที่เห็นในวันนี้ยังไงก็ไม่ใช่ ‘ร้านกาแฟข้างหลัง’ แน่ ๆ 

“แต่ผมบอกว่าถ้าได้ที่แค่นั้นคงไม่มา ถ้าจะมาต้องขอพื้นที่ทั้งหมด” เขาเป็นคนแบบนั้น ทำอะไรทำจริง

โชคเข้าข้างเขา เพราะตรงกับช่วงโควิด-19 ทำให้ธุรกิจร้านอาหารไม่รุ่งเรืองเท่าที่ควร เจ้าของที่ดินจึงตัดสินใจให้ NANA Coffee Roasters มาเปิดร้านแรกในฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก

ที่ดินริมถนนบางนา กม.1 เลยกลายเป็นผ้าใบผืนใหญ่ให้กุ้งได้ลงมือสร้างภาพฝันของธุรกิจ

“สาขาบางนาเหมือน Showcase ของเรา มันรวมการตกผลึกด้านการทำร้านกาแฟพิเศษ มีหลาย ๆ อย่างที่ซ่อนอยู่แม้กระทั่งถาดที่เสิร์ฟ มีแนวคิดหลายอย่างที่เราใส่เข้ามา มีการบอกเรื่องราว

“พอลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน เขาควรจะได้พลังงานบวกกลับไป ได้แรงบันดาลใจบางอย่างกลับไป อย่างมาที่นี่ แค่เขาเห็นบาร์ เห็นวิธีการทำงาน เห็นวิธีการนำเสนอเรื่อง เห็นอาคาร หรืออะไรก็ตาม มันต้องมีสักอย่างที่ทำให้เขารู้สึกดี”

บางนาจึงเป็นที่ตั้งของสาขาที่สี่ของ NANA Coffee Roasters ซึ่งผสมผสานเรื่องสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และกาแฟ รวมไปถึงแรงบันดาลใจเข้าด้วยกัน 

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย
NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

03 Coffee Ecosystem

ดูเหมือนว่าสิ่งหลักที่กุ้งและทีมทำคือการขายกาแฟ แต่หากขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น เราจะเห็น NANA Coffee Roasters อยู่ในทุก ๆ อณูของวงการกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

เพาะกล้า

สีน้ำมันคุณภาพดีคงถูกเสกสร้างเป็นภาพวาดที่สวยไม่ได้หากไม่มีศิลปิน เหมือนที่กุ้งเชื่อว่าบาริสต้าคือกุญแจสำคัญของกาแฟที่ดี เกิดมาเป็นอีกบทบาทหนึ่งของกุ้ง คือ ‘ครูกุ้ง’

ตั้งแต่ในยุคที่ Q Grader เริ่มมีการเปิดสอบในเมืองไทย เขาเริ่มสอน ติวเข้ม และส่งสอบ จนกระทั่งนักเรียนในชั้นสอบผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เฉลี่ยทั้งโลกมีคนได้เป็นนักชิมกาแฟเพียง 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

“ทุกวันนี้ทุกคนก็เติบโตในสายธุรกิจกาแฟ เป็น World Judge คั่วกาแฟ จะเห็นว่าคนที่เติบโตได้ดีในวงการกาแฟพิเศษคือ ต้องมีแพสชัน” นี่คือความภูมิใจของครูกาแฟ ผู้อยากเห็นวงการกาแฟไทยก้าวไปข้างหน้า

ผ่านมา 7 – 8 ปีจากวันนั้น มีคนมาเรียนกับครูกุ้งไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 คน

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

ต้นน้ำ

“ภาพที่คนมองเรา อาจจะคิดว่าเราขายแต่กาแฟนอก จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เราซื้อกาแฟไทยปีหนึ่ง 30 ตัน กาแฟนอกเราซื้อไม่เยอะ ไม่ถึง 10 ตัน” 

กุ้งเชื่อมั่นในคุณภาพกาแฟไทย และอยากส่งต่อเรื่องราวจากต้นน้ำเกษตรกรไทย ไม่ใช่เพียงผ่านรสชาติกาแฟที่ดี แต่ผ่านสิ่งที่ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง

“เนื่องจากทีมเราขึ้นไปเก็บกาแฟเอง ตั้งแคมป์ในไร่กาแฟครั้งหนึ่งประมาณ 5 – 10 วัน ได้เห็นว่าข้างบนเหมือนสวรรค์บนดิน สิ่งหนึ่งที่เราทำมาเป็นรูปธรรมเลยคือการจัด Barista Camp ซึ่งจัดมา 6 ปีแล้ว

“มีลำธารไหลผ่าน มีบ้านพัก ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ เราก็ปั่นไฟใช้ เราเห็นว่าเกษตรกรพยายามทำกาแฟแบบออร์แกนิกจริง ๆ” กุ้งพรรณนาบรรยากาศของไร่กาแฟให้เราเห็นภาพมากขึ้น

“เราจึงอยากให้ลูกค้าได้สัมผัสกับธรรมชาติเหล่านั้น รวมทั้งอาจจะเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เขาได้เห็นเราในธรรมชาติ ได้เข้าใจธรรมชาติ”

ปลายน้ำ

ในวันที่กล้าเติบโตและต้นน้ำดำเนินไปได้ดี กุ้งและทีมก็ไม่ลืมพัฒนาตนเอง แตกกิ่งก้านสาขา จากในช่วงโควิด-19 ระลอกแรกที่ยังไม่มีทั้งบริการขายออนไลน์และเดลิเวอรี่ 

“จากวันนั้นเราพยายามขายออนไลน์ แล้วเชื่อไหมครับ เราขายได้เดือนละ 50,000 บาท ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้หน้าร้าน เพราะอะไร เพราะทำไม่เป็น” กุ้งหัวเราะลั่น

แม้จะถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจเต็มตัวกับประสบการณ์กว่าสิบปี กุ้งก็มีวันที่ทำไม่เป็นกับเขาเหมือนกัน

“มันเป็นอีกธุรกิจที่ชื่อเสียงของธุรกิจออฟไลน์ไม่มีผลกับยอดขายออนไลน์เลย มีรุ่นน้องผมคั่วกาแฟแค่ 2 ปี ขายออนไลน์ดีมาก วันที่เราขายได้ 50,000 เขาขายได้ 2 ล้านบาทต่อเดือน

เขาว่าประโยค ‘สนามหญ้าข้างบ้านมักเขียวกว่าบ้านเราเสมอ’ เป็นเรื่องจริง ทำเราหัวเราะครืน แต่กุ้งไม่เพียงชะโงกหน้ามองสนามหญ้าข้างบ้าน เขาให้ลูกชายก้าวเข้ามาศึกษาและช่วยส่วน Online Marketing จนดันยอดขายเกิน 7 หลักในช่วงเวลา 4 เดือน

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

ปลายน้ำที่ส่งตรงถึงละแวกบ้านคุณ

“เดลิเวอรี่นี่ยิ่งมัน ผมจะเล่าให้ฟัง” แววตาของกุ้งเต็มไปด้วยประกายความสนุก “เป็นที่มาของ Harudot ซึ่งเป็น Second Brand ของเรา”

ในช่วงโควิดตอนแรก กุ้งและกุ้งหญิงพยายามติดต่อเดลิเวอรี่เจ้าดังอย่าง Grab, LINE MAN แต่ด้วยรัศมีทำการที่จำกัด จึงหาช่องทางในการตั้ง Cloud Kitchen ในเมือง ซึ่งตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่เสี่ยงเกินจะรับไว้ 

ณ ตอนนั้น ศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบขายส่งแม็คโครติดต่อมาพอดี เป็นช่วงที่ร้านกาแฟมวลชนจะถอนการลงทุน มีทั้งหมดเป็นร้อยสาขา NANA Coffee Roasters เลือกเฉพาะสาขาในกรุงเทพฯ ชั้นใน 

“ไหน ๆ มันมาถึงตรงนี้แล้ว แทนที่จะทำเป็น Dark Kitchen เพราะถ้าเป็นครัวมืด เราจะได้บาริสต้าคุณภาพต่ำลง บาริสต้าเป็นอาชีพที่สปอตไลต์ต้องส่องเขา คุณต้องยืนอยู่บนสแตนด์ คุณต้องรู้สึกภูมิใจ แล้วคุณต้องเด่น เราถึงจะได้คนดี ๆ เข้ามา”

จากที่ตั้งใจให้เป็นเพียง Cloud Kitchen ของแบรนด์หลัก ก็เกิดเป็นแบรนด์ที่สองชื่อ Harudot ของลูกชายควบคู่ไปด้วย 

Positioning ของสองแบรนด์ต่างกัน ใช้กาแฟคนละตัว ต้นทุนต่างกัน รสชาติไม่เหมือน แต่อร่อยคนละแบบ โดยมีมาตรฐานเดียวกันทั้งอุปกรณ์และพนักงาน จนให้พนักงาน Harudot ย้ายไปทำที่ NANA Coffee Roasters ได้เลยโดยไม่ต้องฝึกเพิ่ม เพราะเขาเองก็ต้องเสิร์ฟเมนูสำหรับเดลิเวอรี่ของแบรนด์แรกเช่นกัน

“ปีที่แล้วปีเดียว เราเปิดไป 4 สาขา บ้าพลังมาก ในขณะที่ทุกคนลดสเกล เรากลับสวนกระแส แล้วแนวความคิดนี้ก็ประสบความสำเร็จ ผมขายได้”

ถึงจะมีวันที่กุ้งทำไม่เป็น แต่ดูเหมือนจะไม่มีวันที่เขาทำไม่ได้

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

นานาบทเรียน

“ผมเคยอยู่ญี่ปุ่นมา 6 ปี ได้เห็นว่าร้านราเมงที่นั่นมีปัญหาเยอะมาก มันเป็นธุรกิจครัวเรือน คนส่วนใหญ่ที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เจ๊ง มีหนี้เป็นสิบล้าน เราเห็นว่าร้านที่อยู่ได้ เขาทุ่มเทขนาดไหน เขาตีเส้นเอง ตัดเส้นเอง ทำน้ำซุปให้อร่อย ทำเองทุกอย่าง กว่าจะได้เงินจากกระเป๋าลูกค้าไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องทำงานจริง ๆ แล้วคุณจะเข้าถึงมัน”

ณ วันที่คุณวางมือจากธุรกิจนี้ ลูกชายต้องเรียนรู้อะไรบ้าง – เราถามเขา เขาหยุดคิดสักครู่ ก่อนตอบว่าเรื่องแรกคือเรื่องของ ‘คน’ 

ทักษะเรื่องคนคือสิ่งแรกที่ต้องมี

“คนเป็น Key Success ถ้าเราคนเดียว คงทำงานใหญ่และเยอะขนาดนี้ไม่ได้ เราต้องไว้ใจคนและให้ความสำคัญกับเขา

“ทำยังไงที่จะสามารถดึงศักยภาพของพนักงานแต่ละคนให้พร้อมทำงาน ต้องดูรอบด้านว่าเขามาทำงานแล้วมีความสุขไหม เขามีเงินใช้ไหม เพราะว่านั่นจะกระทบกับงานตรง ๆ เลย” 

สิ่งที่สำคัญสำหรับกุ้งในการรับคนเข้าทำงาน ไม่ใช่ความรู้แต่เป็นทัศนคติ เพราะความรู้เป็นสิ่งที่สอนกันได้ และกุ้งทำสิ่งนี้ได้ดีซะด้วย

“จุดแข็งที่เรามั่นใจคือการเทรนนิ่ง ในเมื่อเราเทรนให้คนอื่นทำงานได้ คนของเราเองก็ต้องทำงานได้ และจะทำทุกสาขาให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน”

ถ้าอยากเป็นบาริสต้าที่นี่ คุณไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน เขาบอกกับบาริสต้าทุกคนว่า ในที่สุดทุกคนอยากมีร้านกาแฟ เขาไม่เคยขอให้ใครอยู่ทำงานกันไปนาน ๆ แต่ขอให้ทุกคนที่มาทำงานเรียนรู้จากเขาให้มากที่สุด

กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่ทีมดีที่ขับเคลื่อน NANA Coffee Roasters ไปข้างหน้า แต่รวมไปถึงครอบครัวของทีมที่ต้องเสียสละให้พวกเขาไปทำงานดึกดื่นหรือในวันหยุด กุ้งขอบคุณทุกคนด้วยใจจริง

เรื่องที่สองคือ ‘องค์ความรู้’ คือการที่เข้าใจเรื่องกาแฟจริง ๆ

“ในวงการแข่งขันกาแฟ คำเดียวที่สำคัญที่สุดคือ Consistency ทำยังไงให้สม่ำเสมอ มันยากเพราะกาแฟเป็นสินค้าเกษตร ทุก ๆ ล็อตไม่เคยเหมือนกัน

“ลูกค้ามากินกาแฟ มันเป็นสิ่งที่สัมผัสปากเขาทุกวัน ถ้าเปลี่ยนไปนิดเดียวเขาจะรู้เลยว่านี่ไม่ใช่ แล้วเราให้ความรู้สึกแบบนี้กับเขาทุกวัน จนวันหนึ่งเขาไปเจอร้านกาแฟที่ใช่ เขาจะไม่กลับมาอีกเลย”

และเรื่องสุดท้ายที่แม้ไม่ได้ออกจากปาก แต่สัมผัสได้ในทุก ๆ คำที่กุ้งเล่าคือ ‘ใจรัก’

เราถามว่ากาแฟคืออะไรสำหรับเขา เขาตอบว่า “กาแฟไม่เคยเหมือนกันสักวัน มันคือความตื่นเต้น เหมือนบางคนที่เทรดหุ้น ทำไมมานั่งเทรดหุ้นทุกวัน เพราะมันตื่นเต้น ผมว่าเขาเสียมากกว่าได้ แต่มันตื่นเต้น มันทำให้เราตื่นเต้นทุกวัน เวลาได้กาแฟใหม่มาต้องคั่วแล้วชิมคืนนั้น มันทนให้ข้ามคืนไม่ได้” 

กาแฟเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจของชายคนนี้ให้ยังคงเป็นเด็ก ซุกซน และมีไฟพัฒนาธุรกิจต่อไป

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ
จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

นานาในดวงใจ

“อยากให้ NANA Coffee Roasters เป็นร้านกาแฟในดวงใจของคนไทยทุกคน ให้เขาชื่นชม ชื่นชอบ อยากให้คนที่เป็นเจ้าของนานาต่อไป ได้ดูแลพนักงานของตัวเองให้ดี”

กุ้งเน้นย้ำความสำคัญเรื่องคนและการดูแล ‘3 ขาหลัก’ 

หนึ่ง คือตัวเองและผู้ลงทุน

สอง คือทีม

และสาม คือลูกค้า

“หาก 3 คนนี้มีความสุข ธุรกิจไหน ๆ ก็อยู่แบบยั่งยืนได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอก แต่นั่นคือสิ่งที่ต้องทำ”

Lessons Learned

  • ธุรกิจที่ดำรงอยู่ได้และประสบความสำเร็จ เพราะทีมที่แข็งแรงและทีมที่แข็งแรงนั้นสร้างขึ้นมาจากความเห็นอกเห็นใระหว่างคนในทีม
  • องค์ประกอบของทักษะเรื่องคน องค์ความรู้ และใจรัก จะสร้างนักธุรกิจและธุรกิจที่ดี
  • เริ่มต้นด้วยทัศนคติ ‘ทำได้และจะทำ’
  • จงเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการ แล้วธุรกิจเราจะเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับสังคมที่เราร่วมพัฒนา

 

Writer

ธฤดี อุดมธนะไพบูลย์

นักคิดเต็มเวลา นักเขียนบางเวลา รักวิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และการได้นั่งคุยกับผู้คนในวันฝนตก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load