The Cloud x สารคดีสัญชาติไทย

ช่วงปลายปี การไล่ดูภาพจากการเดินทางตลอดปีที่ผ่านมาเป็นกิจกรรมที่เราชอบทำ ภาพแต่ละใบที่ผ่านตาทำหน้าที่กวนความทรงจำที่ตกตะกอนไปให้ฟุ้งกลับมา บางความทรงจำก็ผูกต่อร้อยยาวไปไกลกว่าที่เราจะควบคุมได้

ในภาพ ทุกชีวิตหยุดการเคลื่อนที่นิ่งสนิทจากสายตา แต่มันกลับเคลื่อนที่ต่ออย่างนุ่มนวลในความทรงจำ แสงอาทิตย์ที่ลอดผิวน้ำลงมากระทบตัวฝูงปลานักล่าเหยื่อตัวสีเงินเป็นประกาย ปลาตัวเล็กใสที่คลุมกองหินอยู่คล้ายพรมหนาก็เคลื่อนที่แหวกทางหลบตามกันไป มกราคมเป็นเดือนที่ดีสำหรับการดำน้ำในฝั่งทะเลอันดามัน สองสามปีที่ผ่านมาลูกปลาขนาดเล็กอัดแน่นคลุมกองหินริเชลิวที่กว้างใหญ่ขนาดประมาณครึ่งสนามฟุตบอลไว้เกือบมิด บ้างก็ว่าเป็นผลของการควบคุมการประมงที่เข้มงวดขึ้น จึงทำให้ฝูงปลากลับมาคึกคักขึ้น

กองหินริเชลิวเป็นจุดดำน้ำที่สร้างความทรงจำมากมายให้กับเรา เราเจอฉลามวาฬเป็นหนแรกในชีวิตก็ที่นี่ ปลาสับปะรดที่เป็นปลาในพื้นที่น้ำเย็นที่ก็เคยโผล่มาให้เห็นที่นี่ กุ้งตัวตลกที่เป็นความฝันของช่างภาพหลายคน เราก็เจอมันหนแรกที่นี่เช่นกัน

ฉลองปีใหม่ใต้น้ำ ดำน้ำสำรวจแนวปะการังก่อนเที่ยงคืนที่กองหินริเชลิว ชายฝั่งทะเลอันดามัน

ภาพใต้น้ำจากกองหินริเชลิวเมื่อต้นปีที่แล้ว ภาพนิ่งของฝูงปลา เคลื่อนที่ต่ออย่างนุ่มนวลในความทรงจำ

ฉลองปีใหม่ใต้น้ำ ดำน้ำสำรวจแนวปะการังก่อนเที่ยงคืนที่กองหินริเชลิว ชายฝั่งทะเลอันดามัน

ฝูงลูกปลาตัวเล็กใสคลุมกองหินริเชลิวอย่างหนาแน่น

พื้นที่หน้าโพรงที่พวกกุ้งตัวตลกแอบอยู่กว้างเพียงพอให้นักดำน้ำเข้าไปได้ทีละคน เราลอยตัวรอห่างๆ ให้ถึงคิว ข่าวการพบเจอกุ้งตัวตลกที่กองหินริเชลิวเคยเป็นข่าวใหญ่สำหรับไดฟ์ลีดเดอร์ในพื้นที่ เมื่อเปิดฤดูกาลของการดำน้ำฝั่งอันดามัน ไดฟ์ลีดเดอร์จากเรือทุกลำต่างก็พยายามตามหาพวกมันทุกซอกโพรงหิน กองหินขนาดใหญ่มีโพรงหินมากมายให้พวกมันซ่อนตัว บางปีก็พบตัวพวกมันเร็วตั้งแต่ต้นฤดูกาล บางปีพวกมันก็อยู่ยาวที่โพรงเดิม แต่บางปีพวกมันก็โผล่ตัวมาให้เห็นแค่เพียงหนเดียว แล้วก็หายตัวไป

กุ้งสีขาวตัวเล็ก แต้มลายสีฟ้าชมพูสดเปรอะไปทั่วตัว ขยับตัวขยุกขยิกคล้ายกับท่วงท่าการเต้นรำ พวกมันดูคล้ายดอกไม้บอบบางที่ไหวตัวตามลม บางคนก็มองลวดลายของพวกมันต่อกันเป็นหน้าตัวตลกที่มีจมูกยื่น กุ้งขยับตัวพยายามหลบให้พ้นจากแสงไฟที่ส่องเข้ามาในโพรง โพรงด้านในมืดสนิทเหมาะสมกับการเป็นที่หลบซ่อนตัว กุ้งเดินหมุนตัวไปจนโผล่มาให้เห็นลายบนหลังของมันชัดเต็มตา

เพื่อนนักดำน้ำคนนึงเคยเล่าถึงลายหัวใจที่ซ่อนอยู่บนด้านหลังของพวกมัน ไม่เคยมีใครพูดถึงลายหัวใจของกุ้งตัวตลกให้เราได้ยินมาก่อนเพื่อนคนนี้ เมื่อนึกถึงลายหัวใจที่ไม่คาดฝันทำให้เราเผลอยิ้มออกมาพร้อมกับตะกอนความทรงจำที่ฟุ้งต่อไปอีกทอดหนึ่ง

ฉลองปีใหม่ใต้น้ำ ดำน้ำสำรวจแนวปะการังก่อนเที่ยงคืนที่กองหินริเชลิว ชายฝั่งทะเลอันดามัน

กองหินริเชลิวมีของซ่อนอยู่แทบทุกพื้นที่

ปลาสับปะรด ปลาในพื้นที่น้ำเย็นซึ่งเคยพบเห็นในไทยเฉพาะที่กองหินริเชลิว

ปลาสับปะรด ปลาในพื้นที่น้ำเย็นซึ่งเคยพบเห็นในไทยเฉพาะที่กองหินริเชลิว

ในช่วงปีที่ยังทำงานเป็นไดฟ์ลีดเดอร์อยู่ภูเก็ต มีข่าวการเจอกุ้งตัวตลกที่หาดกะตะ จากจุดดำน้ำที่ไม่มีใครอยากไปลงนอกเหนือเวลาทำงาน กลายเป็นจุดที่พอมีเวลาว่างก็จะชวนเพื่อนๆ ไปดำน้ำเล่นกันจนชิน ช่วงนั้นพวกเราเจอทั้งปลากบ ทากทะเลสายพันธุ์แปลกๆ หมึกสายมิมิคที่หายาก และสิ่งมีชีวิตใต้น้ำแปลกๆ อีกหลายอย่างที่นี่ ช่วงเวลานั้นเราจำหินและแนวปะการังของหาดกะตะได้อย่างขึ้นใจ ถ้าเลี้ยวมุมนี้ไปจะมีฟองน้ำครกอันใหญ่ ถ้าว่ายข้ามไปจะเจอแอ่งทราย ถ้าหากตัดไปทางลานทรายด้านซ้ายจะมีหมู่บ้านดอกไม้ทองของปลาการ์ตูน

หาดกะตะกลายเป็นจุดดำน้ำที่สะสมตะกอนแห่งทะเลความทรงจำของพวกเราไว้ รวมไปถึงความทรงจำพิเศษของคืนหนึ่ง

คืนส่งท้ายปีเก่าปีหนึ่ง เพื่อนไกด์ดำน้ำชาวสวิสที่สนิทกัน ชวนไปดำน้ำดูแพลงตอนเรืองแสง และนับถอยหลังส่งท้ายปีด้วยกันที่หาดกะตะ ในเวลานั้นพื้นที่ริมหาดของภูเก็ตยามกลางคืนเงียบสงบ แทบไม่มีแสงสีใดๆ งานฉลองปีใหม่ส่วนใหญ่จัดกันที่โรงแรมซะมากกว่า

เพื่อนคนที่ชี้ให้เห็นลายหัวใจบนกุ้งตัวตลกก็เป็นหนึ่งใน 5 คนที่ไปด้วยกันในคืนนั้น ทั้งกลุ่มไม่มีใครเคยฉลองปีใหม่ด้วยวิธีนี้มาก่อน นักดำน้ำ 5 คนกระจายตัวมาจากทั่วโลก เพิ่งมารู้จักกันที่ภูเก็ตจากการทำงานเป็นไกด์ดำน้ำด้วยกันในร้านเดียวกัน ถึงแม้จะมาจากหลายประเทศแต่มาสนิทกันง่ายเพราะความสนใจในโลกใต้น้ำของพวกเราตรงกัน

กุ้งตัวตลกซ่อนตัวอยู่ในโพรงหินที่ปลอดภัย

กุ้งตัวตลกซ่อนตัวอยู่ในโพรงหินที่ปลอดภัย

รูปหัวใจที่ซ่อนอยู่บนตัวกุ้งตัวตลกต้องมองจากด้านบนเท่านั้นจึงจะมองเห็นได้

รูปหัวใจที่ซ่อนอยู่บนตัวกุ้งตัวตลกต้องมองจากด้านบนเท่านั้นจึงจะมองเห็นได้

พวกเราแวะซื้อเครื่องดื่มสำหรับการฉลองลงไปนับถอยหลังข้ามปีกันใต้น้ำ นัดแนะวิธีการเปิดขวดเพื่อกินเครื่องดื่ม ที่ใต้น้ำเราต้องคาบอุปกรณ์หายใจอยู่ตลอดเวลา การดื่มเครื่องดื่มจากขวดทำไม่ได้ง่ายๆ เหมือนบนบก เมื่อแต่งตัวประกอบอุปกรณ์ดำน้ำเสร็จก็มาตั้งนาฬิกาให้ตรงกัน แล้วเดินผ่านหาดทรายสีขาวที่มีแสงจันทร์ส่องรำไรไปที่ทะเลด้านหน้า

เราเริ่มดำน้ำกันก่อนเที่ยงคืนประมาณ 10 นาที ทุกคนว่ายวนๆ สำรวจแนวปะการังรอบข้างด้วยความเคยชิน มุ่งสู่ความลึกใต้ทะเล ก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อยพวกเรานั่งล้อมวงกันที่พื้นทรายกว้างที่ความลึกประมาณ 5 เมตร ทุกคนปิดแสงไฟฉายใต้น้ำที่พกติดตัวกันมา หยิบขวดเครื่องดื่มมาถือเตรียมไว้ในมือ พร้อมกับคอยจ้องดูนาฬิกา สายตาเริ่มปรับให้คุ้นชินกับความมืดรอบตัว แสงจันทร์คืนนี้ค่อนข้างสว่าง เรามองเห็นเพื่อนที่นั่งล้อมวงกันอยู่ครบถึงแม้จะไม่ได้เปิดไฟ

เมื่อได้เวลา พวกเราเริ่มทำสัญญาณมือนับถอยหลัง 5 4 3 2 1

เสืยงตะโกนสวัสดีปีใหม่ถูกเปล่งออกมาพร้อมฟองอากาศหายใจ มีแสงวาบและเสียงระเบิดมาจากเหนือน้ำด้านบน โรงแรมใกล้หาดจุดพลุขึ้นฟ้า แสงพลุสว่างวาบให้เรามองเห็นได้จากใต้น้ำ พวกเราชนขวดเครื่องดื่มในมือแล้วเปิดดื่ม ของเหลวในขวดไหลปนกับน้ำทะเลทันทีที่เปิดออก รสชาติของการฉลองปีใหม่ใต้น้ำแปร่งเค็ม ไม่เหลือความอร่อยแต่สนุกที่ได้ทดลอง

หาดกะตะในยามกลางคืน ในบางครั้งก็มีกั้งตั้กแตนสีหวานที่ไม่ค่อยเจอในพื้นที่อื่นผ่านมาให้เห็น

หาดกะตะในยามกลางคืน ในบางครั้งก็มีกั้งตั้กแตนสีหวานที่ไม่ค่อยเจอในพื้นที่อื่นผ่านมาให้เห็น

กุ้งหน้าตาแปลกในโพรงฟองน้ำครกของหาดกะตะ

กุ้งหน้าตาแปลกในโพรงฟองน้ำครกของหาดกะตะ

ปีใหม่ปีนั้นเป็นปีเดียวที่พวกเราได้ไปฉลองกันใต้น้ำ กลุ่มเพื่อนในวันนั้น หลังจากแยกย้ายออกจากภูเก็ต ทุกคนก็กลับสู่ชีวิตที่แตกต่างกัน บางคนแทบจะไม่ได้ดำน้ำอีกแล้วด้วยหน้าที่การงานที่เปลี่ยนไป

แต่ความทรงจำดีๆ ของวันเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน มันแค่ตกตะกอนลงไปนอนรอที่อยู่ด้านล่าง รอคอยการฟุ้งกระจายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

Avatar

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกต่างตื่นตะลึงกับภาพภาพหนึ่งในโลกโซเชียล เมื่อได้เห็นภาพของเสือดาวหิมะตัวหนึ่งเดินลุยหิมะ และมีฉากหลังเป็นยอดเขาสูงชันที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะ ของช่างภาพหญิงคนหนึ่งที่เธอเขียนเล่าประสบการณ์อันยากลำบากว่า ต้องเดินฝ่าหิมะไปนับร้อยกิโลเมตรกว่าจะได้ภาพนี้มา

ผ่านไปไม่ถึงเดือน Alpine International ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ใหญ่เกี่ยวกับการปีนเขาจากฝรั่งเศส ได้ตีพิมพ์บทความหนึ่งที่กล่าวถึงภาพที่กลายเป็นไวรัลแชร์กันไปทั่วโลกนี้ว่า ภาพนี้ไม่ใช่ของจริง มีการสัมภาษณ์ช่างภาพธรรมชาติที่มีชื่อเสียงหลายคนซึ่งมีประสบการณ์ในการเดินทางบันทึกภาพเสือดาวหิมะ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ คน และขอภาพจากไฟล์ต้นฉบับจากเจ้าตัวเพื่อมายืนยัน (แต่เจ้าตัวไม่ได้ส่งไฟล์ต้นฉบับมาให้)

ผลสรุปที่ค่อนข้างจะออกมาตรงกันก็คือ ภาพที่ทำให้ผู้คนตื่นเต้นกันไปทั่วโลกนั้นอาจไม่ใช่ภาพจริงที่บันทึกภาพมา แต่อาจเป็นการตัดต่อนำหลาย ๆ ภาพของหลาย ๆ คนมาประกอบกัน ช่างภาพสัตว์ป่าหลายคนออกมาบอกว่า แม้ว่าเสือดาวหิมะจะได้ชื่อว่า เสือดาวหิมะ แต่มันมักอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นหิน ไม่มีหิมะปกคลุมมากเท่าไร ในพื้นที่ระดับต่ำลงมาจากยอดเขา เพราะว่าถ้ามันขึ้นไปอยู่สูงขนาดนั้น จะไม่มีเหยื่อให้ล่าเป็นอาหาร การที่มันจะขึ้นไปปรากฏตัวในบริเวณใกล้ยอดเขาจึงดูไม่ค่อยมีเหตุผลสักเท่าไร ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการถ่ายภาพ Landscape ออกมาบอกว่า ยอดเขาในภาพนั้นมีการตัดต่อยอดด้านข้าง ๆ ออกไปและนำไปแปะกับภาพอื่น

สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ ภาพชุดนี้ได้รับรางวัลจากการประกวดภาพหลายรายการ และทำรายได้จากการขาย Original Print ไปไม่น้อย คำถามที่เกิดขึ้นก็มาจากหลายสำนัก บางกลุ่มก็จะบอกว่าแล้วไง ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็แต่งภาพกันทั้งนั้น ในขณะที่บางสำนักออกมายืนยันถึงสัจจะของภาพถ่าย โดยเฉพาะคุณค่าในการบันทึกภาพของภาพ Wildlife ที่ไม่ต่างไปจากในแวดวง Journalist และคำถามบางส่วนยังนำไปถึงว่า เธอคนนั้นที่เป็นช่างภาพสัตว์ป่านั้น มีตัวตนจริง ๆ อยู่ในโลกใบนี้หรือเปล่า หรือเป็นแค่ภาพที่อวตารมาในโลกโซเชียล ซึ่งอาจจะเป็นเพียงตัวตนใน Metaverse เมื่อมีผู้ค้นพบว่าแม้กระทั่งภาพ Profile ก็ยังมีการตัดต่อภาพเข้าไปกับฉากหลังของเทือกเขาหิมะ…

แน่นอนที่สุดว่าการถ่ายภาพนั้นได้นำไปปรับใช้ในหลาย ๆ วงการ ไม่เพียงเฉพาะในแง่มุมของศิลปะหรือการประกวดภาพเพียงอย่างเดียว จากปรากฏการณ์ที่ผ่านมานี้ ทำให้ผู้คนเริ่มเข้าใจชัดเจนมากขึ้นถึงคุณค่าของภาพถ่ายในเชิง Natural History หรือภาพถ่าย Wildlife กับการถ่ายภาพในเชิงศิลปะ ว่าสิ่งที่แตกต่างกันในเชิงคุณค่าของภาพแต่ละภาพนั้นก็คือ Document ที่ภาพนั้นได้บันทึกมา ไม่ใช่แค่ประเด็นความงามที่เกิดขึ้นมาจากการแต่งแต้มเอาอะไรเข้าไปมากมาย เพียงเพื่อจัดให้เกิดเป็นองค์ประกอบภาพที่ลงตัวมากที่สุดเท่านั้น

ดราม่าการรีทัชภาพสัตว์ป่า คำถามถึงคุณค่าที่แท้จริง ความสมบูรณ์แบบ และการปรับภาพถ่าย

ภาพของวาฬเพชรฆาต หรือ Killer Whale (Orcinus Orca) ภาพนี้เป็นภาพที่ไม่คม ไม่ชัด และไม่สวย เพราะข้อจำกัดของอุปกรณ์เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ซึ่งต้องใช้ฟิล์มบันทึกภาพ แต่เป็นภาพที่มีคุณค่าในเชิง Document ชิ้นหนึ่ง เพราะผมบันทึกภาพมาจากบริเวณนอกกองหินริเชลิว ที่อยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นการบันทึกภาพวาฬชนิดนี้จากใต้น้ำครั้งแรกในประเทศไทย ราว ๆ พ.ศ. 2540 วาฬเพชรฆาตในกลุ่มนี้ไม่ได้พลัดหลงมา แต่เป็นกลุ่มที่เดินทางร่อนเร่อยู่ในทะเลเปิด มีสถิติการพบเห็นในน่านน้ำเขตร้อนอยู่เสมอ ทั้งในมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ราว 4 – 5 ปีถึงจะมีรายงานพบเห็นเข้ามาในน่านน้ำไทยสักครั้ง

เรื่องราวของสัจจะในภาพถ่ายก็เป็นที่ถกเถียงกันมาเนิ่นนานว่า อะไรคือจริงหรือลวง และเราปรับแต่งแก้ไขภาพถ่ายได้แค่ไหน แน่นอนที่สุด ในยุคสมัยที่ช่างภาพแทบทุกคนในโลก รวมถึงผู้คนที่ถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลหรือโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่ย่อมอยากให้ภาพของตนนั้นดูโดดเด่นขึ้นมาจากข้อมูลที่ท่วมท้น ในโลกที่ถูกจำกัดการมองเห็นได้ในชั่วพริบตา ก่อนที่เราจะสไลด์ภาพผ่านจอมือถือไป

ภาพที่ดูโดดเด่นน่าสนใจมักจะได้นิ้วโป้งสีฟ้าหรือหัวใจสีแดง และถูกแชร์ ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการเปิดของระบบอัลกอริทึมอย่างท่วมท้นในเวลาเพียงไม่กี่วัน อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของช่างภาพหรือคนคนหนึ่งไปชั่วเวลาเพียงข้ามคืน รายได้ต่าง ๆ รวมทั้งชื่อเสียงและผลประโยชน์มากมายที่จะกลับคืนมาสู่เจ้าตัวนั้นอาจมากมายเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด เรื่องของสัจจะในภาพถ่ายจึงเป็นเรื่องที่หลาย คนตั้งใจมองข้ามไป จนกระทั่งมีคนจับโป๊ะได้ว่าภาพที่เห็นนั้นแทบไม่มีความจริงอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังเลย

ดราม่าการรีทัชภาพสัตว์ป่า คำถามถึงคุณค่าที่แท้จริง ความสมบูรณ์แบบ และการปรับภาพถ่าย

ภาพของฉลามเสือดาวหรือ Zebra Shark (Stegostoma tigrinum) ขณะกำลังจับคู่เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ ในห้วงของความลึกในบริเวณกองหินนอกเกาะตาชัย ผมบันทึกมาเมื่อ 20 กว่าปีก่อน นั่นเป็นหนึ่งในช่วงเวลาพิเศษของธรรมชาติที่เราต้องใช้เวลาและโอกาสให้ไปอยู่ตรงนั้นถูกที่ ถูกเวลา เราจะได้เห็นและสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในชั่วพริบตา และสิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ เรากะเกณฑ์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นที่ใดและเวลาไหน

ในยุคสมัยของกล้องฟิล์ม ช่างภาพส่วนใหญ่ถ่ายภาพด้วยฟิล์มสไลด์ ภาพส่วนใหญ่นั้นจบลงที่การบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าในขณะนั้น ก่อนฟิล์มจะถูกส่งไปล้างที่แล็บ และปรากฏให้เห็นเป็นภาพสไลด์ขึ้นมา ต้องใช้ทักษะและการเรียนรู้ในเบื้องต้นในการควบคุมกล้องในระดับหนึ่ง เพราะว่าฟิล์มสไลด์หรือ Color Reversal Film นั้นเป็นฟิล์มที่มี Lattitude ค่อนข้างแคบ และบันทึกภาพออกมาค่อนข้างตรงไปตรงมา สัมพันธ์กับการตั้งค่าในการเปิดรับแสงของช่างภาพคนนั้น 

ภาพที่ออกมา ไม่ว่าจะมืดเกินไป สว่างเกินไป บันทึกมาอย่างไรก็ได้ภาพเช่นนั้น การปรับแต่งภาพในฟิล์มสไลด์เรียกว่าแทบทำไม่ได้เลย นอกจากการสแกนจากฟิล์มสไลด์ให้มาเป็นไฟล์ดิจิทัลก่อนปรับแต่งภาพ หรือในยุคก่อนที่จะมีสแกนเนอร์ มีกรรมวิธีวุ่นวายไม่เหมือนกับฟิล์มเนกาตีฟสีหรือขาวดำที่ควบคุมหลาย ๆ อย่างในขั้นตอนการอัดภาพในห้องมืดได้ 

และที่สำคัญคือ เรายังมีภาพต้นฉบับไว้เพื่อยืนยันถึงสิ่งที่บันทึกมา ฟิล์มสไลด์สีจึงเป็นอุปกรณ์ที่ในวงการสำนักข่าวและนิตยสารใช้มาอย่างแพร่หลายตั้งแต่ยุค 60 มาจนถึงต้นยุค 2000 ก่อนถูกแทนที่ด้วยระบบกล้องดิจิทัล

ดราม่าการรีทัชภาพสัตว์ป่า คำถามถึงคุณค่าที่แท้จริง ความสมบูรณ์แบบ และการปรับภาพถ่าย

สิงโตทะเลกาลาปากอสในขณว่ายแหวกเข้าไปอยู่ท่ามกลางฝูงปลา Selemas Porgy นับพันนับหมื่นตัว ผมบันทึกภาพมาจากเกาะกาลาปากอสในปี 2006 แม้ว่าจะเดินทางกลับไปกาลาปากอสอีก 2 – 3 ครั้ง แต่ผมก็ไม่ได้พบเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้อีกเลย

การเปลี่ยนอุปกรณ์จากกล้องฟิล์มมาเป็นกล้องดิจิทัล ไม่ใช่เหตุผลหลักเพียงอย่างเดียวที่ทำให้สัจจะของภาพนั้นเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยบางอย่างมีส่วนช่วยเร่งให้การรับรู้ของเราเปลี่ยนแปลงค่านิยมบางอย่างไปเช่นกัน สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้อย่างหนึ่งก็คือ ภาพจากกล้องดิจิทัลแทบทุกภาพต้องผ่านกระบวนการ ผ่านโปรแกรมต่าง ๆ และต้องปรับแต่งภาพเพื่อชดเชยข้อด้อยบางอย่าง กล้องดิจิทัลในยุคแรกยังมีข้อจำกัดบางประการที่ยังบันทึกภาพมาได้ไม่ดีนัก และเมื่อศาสตร์ของการแก้ไขข้อบกพร่องในการบันทึกภาพนั้นพัฒนาขึ้น ก็กลายเป็นอีกศาสตร์ที่ง่ายต่อการบิดเบือนสัจจะในภาพถ่าย 

ภาพบางภาพ เราดูแล้วเหมือนมีพระอาทิตย์อยู่มากกว่าหนึ่งดวงบนโลก ภาพของดารา นางแบบ ในหน้าปกนิตยสารที่ปรับแต่งรีทัชเพื่อให้ดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ กลายมาเป็นบรรทัดฐานของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในการแต่งภาพหน้าใสในโทรศัพท์มือถือ และกลายมาเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการบันทึกภาพของใน Metaverse ทุกวันนี้ เราต่างรับรู้ว่าไม่มีอะไรจริงแท้ในภาพถ่าย 

คำว่าสวยหน้าสดนั้นดูเหมือนไม่มีอยู่จริง คำว่าเผลอ ๆ เป็นแค่ท่าหนึ่งในการโพสท่า และแคนดิดนั้นบางทีก็ถ่ายมาด้วยตากล้องมืออาชีพที่จ้างให้เดินตามถ่ายอย่างจงใจ เมื่อแทบทุกคนบนโลกนี้รู้สึกว่าตนเองเป็นดารา อยู่บนจอเล็ก ๆ ที่มีแชนแนลของตนเองอย่างเท่าเทียมกัน

สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่า ไม่ใช่เรื่องการปรับแต่งภาพโดยใช้แอปฯ หรือโปรแกรมต่าง ๆ หากคือความจริงที่เลื่อนไหลไปตามบรรทัดฐานของสังคมมากกว่า แน่นอนที่สุดในยุคสมัยฟิล์มก็มีเหตุการณ์หลาย อย่างที่เคยอุบัติขึ้นมาจากการบิดเบือนปรับแต่งภาพโดยใช้ภาพถ่าย แต่ทุกวันนี้ทุกคนเข้าถึงกระบวนการในการบิดเบือนง่าย ๆ เพียงแค่ 2 คลิกเพียงเท่านั้น

ทุกวันนี้ในวงการข่าว สำนักข่าวต่าง ๆ เริ่มปรับให้ช่างภาพถ่ายภาพโดยใช้ไฟล์ในสกุล Jpeg เพียงอย่างเดียว ห้ามถ่ายภาพต้นฉบับจากไฟล์ Raw แล้วนำมาปรับภาพในโปรแกรม แต่ให้ส่งไฟล์ภาพ Jpeg จากหลังกล้องที่ช่างภาพบันทึกภาพมาโดยตรง เพราะสิ่งที่สำนักข่าวถือเป็นหลักในการทำงานก็คือความรวดเร็วและความเที่ยงตรง อย่างน้อยที่สุดภาพนั้นก็ถูกบันทึกภาพมาแบบนั้นผ่านสายตาของช่างภาพ และบันทึกลงมาในไฟล์ภาพนั้นจริง ๆ

แน่นอนที่สุดในวงการโฆษณา แฟชั่น หรือแม้กระทั่งภาพถ่ายศิลปะนั้น เรื่องของความงาม ความสมบูรณ์แบบ (แม้กระทั่งความไม่สมบูรณ์แบบ) ที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ ช่างภาพ หรือศิลปินต้องการสื่อออกมา ย่อมสำคัญมากไปกว่าข้อเท็จจริงที่บันทึกมา

ในขณะที่งานบางอย่างไม่ว่าจะเป็นงาน Wildlife หรือ Natural History คุณค่าของมันยังคงอยู่ที่ Document ในภาพซึ่งบันทึกมาอย่างตรงไปตรงมา 

ดราม่าการรีทัชภาพสัตว์ป่า คำถามถึงคุณค่าที่แท้จริง ความสมบูรณ์แบบ และการปรับภาพถ่าย

นุ-ภานุพงศ์ นรเศรษฐกมล ช่างภาพใต้น้ำชาวไทยอีกคนที่มีผลงานน่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ขณะกำลัง Free Dive ลงไปเพื่อบันทึกภาพท่ามกลางฝูงปลากระเบนราหูหรือ Manta Ray ในบริเวณอ่าว Hanifaru ในมัลดีฟส์ เขาใช้เวลานับสิบวันเฝ้ารอให้เกิดปรากฏการณ์ที่พิเศษเช่นนี้ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงเพื่อแค่จะได้บันทึกภาพอันสวยงาม

ปีนี้เป็นปีที่สำคัญปีหนึ่งในแวดวงของ Wildlife Photographer ชาวไทย เมื่อมีเด็กไทย 2 คนได้รับรางวัลชนะเลิศและดีเด่นในประเภทเยาวชน จาก WPY หรือ Wildlife Photographer of the Year จัดขึ้นโดย Natural History Museum ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งนับเป็นการประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกรายการหนึ่ง ถ้าจะเปรียบให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเป็นเสมือนรางวัลออสการ์ของการถ่ายภาพ Wildlife 

สิ่งที่สำคัญมากไปกว่าภาพที่งดงาม คือความน่าเชื่อถือในข้อมูลของภาพถ่ายนั้น ๆ กำแพงที่ปิดกั้นช่างภาพชาวเอเชียกับการยอมรับของชนชาติตะวันตกมาเนิ่นนานได้ถูกทำลายลงไปแล้ว ด้วยผลงานจากเด็กไทย 2 คนที่ก้าวข้ามความลังเลและสงสัย ไปสู่การยอมรับในระดับสากลได้

ดราม่าการรีทัชภาพถ่ายสัตว์ป่าที่ได้รางวัลใหญ่ คุณค่าที่แท้จริงของภาพ การแต่งภาพ การเปลี่ยนฟิล์มสไลด์สู่ดิจิทัล

บางทีคุณค่าของการถ่ายภาพ Wildlife อาจไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไกลสุดขอบโลกเพื่อบันทึกภาพหรือเรื่องราวที่ไม่เคยมีคนบันทึกภาพมาก่อน หรือสถานที่ที่ผู้คนแห่กันไปถ่ายภาพ เพื่อจะได้ผลลัพธ์ของภาพที่คาดเดาได้ออกมาคล้าย ๆ กัน สถานที่นั้นอาจเป็นแค่บึงน้ำข้างบ้าน และภาพพฤติกรรมของปลาช่อนในขณะเฝ้าดักรอเหยื่ออยู่ใต้กอบัวอันรกร้าง ในพื้นที่ธรรมชาติอันพิสุทธิ์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเราก็ได้ เพราะว่าทุกที่มีเรื่องราวและระบบนิเวศที่น่าสนใจอยู่ทั่วโลก

เมื่อ 30 ปีก่อน ผมกับช่างภาพสัตว์ป่ารุ่นพี่ก็เคยสงสัยและตั้งคำถามว่า ทำไมนิตยสารชั้นนำของโลกอย่าง National Geographic ถึงต้องส่งช่างภาพเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาบันทึกภาพในที่ต่าง ๆ รวมทั้งในประเทศไทย เพราะว่าช่างภาพในเมืองไทยมีความสามารถไม่พอ หรือว่าประเด็นความน่าเชื่อถือในข้อมูลและความถูกต้องในการบันทึกภาพ อาจจะสำคัญไปกว่าความงามของภาพนั้น ๆ ก็เป็นได้

ตัวอย่างที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ การถ่ายภาพ Wildlife เริ่มเป็นที่นิยมมากในประเทศจีน แต่สิ่งที่เราสังเกตเห็นคือในการประกวดภาพของ WPY แทบจะไม่มีผลงานของช่างภาพชาวจีนปรากฏให้เห็น ซึ่งอาจเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า สำหรับงาน Wildlife และ Natural History นั้น ความน่าเชื่อถือในข้อมูลที่ถูกบันทึกมานั้น อาจสำคัญไปกว่าความงามที่ได้มาจากข้อเท็จจริงอันลางเลือน

Writer & Photographer

Avatar

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load