ทุกฤดูข้าวใหม่ ฉันคนหนึ่งล่ะที่จะลองซื้อข้าวนั้นข้าวนี้มาเป็นเสบียง รู้ตัวอีกทีข้าวแพ็กเล็ก-แพ็กใหญ่ก็เต็มบ้านไปหมด ปรากฏจะกินก็ไม่ทันมอดสักที เหตุเพราะบ้านหนึ่งบ้านกินข้าวไม่เหมือนกัน คุณแม่ชอบกินข้าวซ้อมมือ คุณน้าชอบกินข้าวกล้อง คุณน้องชอบกินข้าวขัดขาว

ส่วนตัวเราขี้เสียดาย ข้าวอะไรเหลือ จะข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ก็จับรวมหุงผสม บางทีหุงข้าวปน ๆ กันหลายชนิดหลายสายพันธุ์ ก็อร่อยดีไปอีกแบบ แถมยังสวยน่ากินด้วย

สงสัยเหมือนกันว่าจะมีใครทำชอบทำแบบนี้เหมือนกันบ้างนะ วันนี้ลุงรีย์ลองเอาบันทึกที่จดไว้มากางดูกัน ในบันทึกลงวันที่ไว้ ตอนนั้นมีโอกาสได้ไปร่วมด้วยช่วยกันกับ ชาวนาไทอีสาน จัดงานชิมข้าวใหม่

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

หนึ่งในทีม อุ้ม-คนึงนิตย์ ชะนะโม ตอนนี้ได้จัดตั้ง Rice Acadamy ทำแปลงดำมือ พัฒนาพันธุ์ข้าวแบบดั้งเดิม วิจัยโภชนาการของข้าว และสร้างพื้นที่สำหรับคนรักการกินข้าวขึ้นได้

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

อุ้มเคยบอกไว้ว่า บางทีคนเมืองขาดโอกาสเห็นกระบวนการการเดินทางของข้าว บวกกับความสะดวกสบายต่าง ๆ ในปัจจุบัน ก็มีเผลอคิดไปเองว่า ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวขาว เป็นชนิดของข้าว จำสลับสับสน 

ก่อนอื่นเลยต้องชวนคนเมืองทำความรู้จักข้าวว่าเรากินข้าวแบบไหนกันอยู่ และรสนิยมการกินข้าวของเราแต่ละคนก็ต่างกัน อยู่ที่ว่าจะชื่นชอบข้าวอะไร

หลัก ๆ เลย ข้าวมีอยู่ 3 แบบ

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

ข้าวกล้อง 

คือข้าวที่สีเอาเปลือกออกหรือผ่านขั้นตอนการสีเพียงครั้งเดียว โดยจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวยังอยู่ ลักษณะของข้าวกล้องมีสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นอกจากนั้นข้าวกล้องยังมีเส้นใยอาหาร ช่วยป้องกันการดูดซึมไขมันชนิดอิ่มตัว 

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

ข้าวซ้อมมือ 

คือข้าวกล้องที่นำมาผ่านกระบวนการขัดสีเพิ่มขึ้น เพื่อขัดเอาเยื่อหุ้มเมล็ดออกไปเพียงบางส่วน ซึ่งจุดประสงค์หลักก็เพื่อให้ข้าวที่หุงสุกแล้วมีความนุ่ม ทานง่ายขึ้น คุณค่าทางโภชนาการยังอยู่ครบ เว้นแต่เส้นใยอาหารและเกลือแร่บางส่วนอาจสูญเสียไปบ้าง

รู้จักข้าวแต่ละชนิดก่อนหุงผสม สร้างสูตรอร่อยจากแบบไม่ให้เหลือเศษ

ข้าวขัดขาว

คือข้าวที่นำไปสีกะเทาะเปลือกออก แล้วนำไปขัดสีเอาส่วนเยื่อหุ้มออกไป ทำให้ได้ข้าวที่มีเมล็ดสีขาว เมื่อรับประทานจะให้แป้งและพลังงานเท่านั้น สารอาหารอื่น ๆ เหลืออยู่ปริมาณน้อย ต่างจากข้าวกล้อง

สรุปก็คือ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวขาว คือข้าวสายพันธุ์เดียวกัน แต่กระบวนการสีต่างกัน ถ้าเราลองเลือกข้าวมากินให้ถูกปาก สังเกตเอาจุดเด่นของข้าวแต่ละชนิดมาชั่งใจแล้วหุงผสม ก็อาจจะได้ความสนุกในการกินข้าวเพิ่มขึ้นอีกนะ วันนี้จะเอาบันทึกที่จดไว้มากางให้ทำตามไปพร้อม ๆ กัน

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

อุปกรณ์เบื้องต้น

  1. ข้าวประเภทต่าง ๆ
  2. หม้อข้าวหรือหม้อนึ่ง
  3. ถ้วยตวง
  4. ตราชั่ง
  5. พิมพ์ข้าว
‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

ขั้นตอนและหลักการง่าย ๆ ในการหุงข้าวผสม 5 อย่าง

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

1. เลือกข้าวจากสีและลักษณะ เลือกข้าวต่างประเภทกันได้ เพื่อความหลากหลายทั้งสีสัน สัมผัส และรสชาติ

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

2. จัดสมดุลปริมาณข้าวและจำแนกประเภท สิ่งสำคัญมากคือการคำนึงถึงกายภาพของข้าวแต่ละกลุ่ม โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด
‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

ปริมาณที่แนะนำระหว่างการทดลองทำ ควรเทียบเป็นสัดส่วน เช่น ¼ หรือ ½ เป็นต้น เพื่อค้นหาสัดส่วนที่ชอบ

นอกจากคำนึงถึงข้าวแต่ละประเภทแล้ว ยังต้องคำนึงถึงข้าวเก่า ข้าวใหม่อีกด้วย การนับอายุของข้าว ยึดเดือนเก็บเกี่ยวเป็นหลัก ข้าวนาปี ข้าวใหม่ของแต่ละฤดูกาลมีอายุ 1 ปี พอข้าวจากปีถัดไปถูกเก็บเกี่ยวมาจำหน่าย ข้าวใหม่ของปีก่อนก็จะกลายเป็นข้าวเก่า

เวลาขายหรือซื้อต้องถามเดือนและปีที่เก็บเกี่ยว ถ้าเราเห็นทั่วไปในฉลากข้าวที่ทับด้วยปีถัดไปที่ข้าวอยู่ในตลาด เช่น ข้าวเหนียวหอมคนึงนิตย์ที่เกี่ยวในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 จะเรียกว่าข้าวใหม่ปี 65/66 จนเมื่อถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 ก็จะกลายเป็นข้าวเก่า 

แต่ถ้าในมุมของคนกินข้าวอย่างเรา ๆ ข้าวใหม่คือข้าวที่เพิ่งเกี่ยวใหม่จากนา มาพร้อมความนุ่มและหอมฟุ้ง เต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร สรรพคุณทางยา เมล็ดข้าวขาวใส จมูกข้าวยังติดอยู่กับเมล็ด เวลาซาวข้าวน้ำค่อนข้างใสและหุงไม่ค่อยขึ้นหม้อ ข้าวใหม่เหมาะกับการทำข้าวต้ม

ส่วนข้าวเก่าคือข้าวที่เก็บไว้นานค้างปี เมล็ดข้าวมีสีขาวขุ่น มีรอยหักเล็กน้อย เวลาซาวข้าวน้ำจะขาวขุ่น หุงขึ้นหม้อ เมล็ดข้าวไม่ติดกันเพราะมียางข้าวน้อยและแข็งกว่าข้าวเก่า จึงเหมาะกินกับแกง เพราะข้าวไม่เละ ทำข้าวผัดหรือข้าวแช่ 

3. ควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ทั้งน้ำ ความร้อน เวลา และอุปกรณ์ที่ใช้ 

สิ่งสำคัญคือปริมาณน้ำ ซึ่งจะส่งผลให้ข้าวที่ออกมานั้นสุกพอดี แข็งร่วน หรือแฉะ นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนได้จากขนาดของอุปกรณ์ ความร้อน และเวลา จึงไม่มีสูตรตายตัว ควรบันทึกเพื่อปรับปรุง

4. เทคนิค เราหุงข้าวผสมได้ 2 แบบ

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

แบบแรกคือ คำนวณสัดส่วนตั้งแต่เริ่ม แล้วหุงรวดเดียวให้จบเลย ข้อดีคือหุงรวดเดียวสะดวก ส่วนข้อเสียคืออาจสุกไม่เสมอ และสีของข้าวเจือปนกัน

การใส่ข้าวสีอ่อนให้มาก ใส่ข้าวสีเข้มให้น้อย เลี่ยงการผสมข้าวที่สีใกล้เคียงกัน และหากใช้หม้อแรงดัน ยิ่งทำให้ข้าวสุกเสมอได้ดีขึ้น

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด
‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

แบบที่สองคือ หุงแยกข้าวที่ละชนิดให้สุกตามอุณหภูมิแล้วนำมาผสมกันทีหลัง ข้อดีคือข้าวสุกเสมอ ผสมสีข้าวได้ตามใจชอบ แต่ข้อเสียคือใช้เวลามาก และต้องหมั่นเช็กจังหวะสุกของข้าว

ถ้าใช้วิธีนี้จะสามารถเลี่ยงการตกสีของข้าวสีเข้มและสีใกล้เคียงกัน ทำให้เลือกผสมสีได้ตามใจได้ข้าวออกมาสวยน่าทาน

รู้จักข้าวแต่ละชนิดก่อนหุงผสม สร้างสูตรอร่อยจากแบบไม่ให้เหลือเศษ

5. การเก็บ การอุ่น และการนำข้าวไปใช้

ถ้าเราหุงข้าวออกมาไปทางแข็ง แนะนำใช้ทำข้าวผัดและแช่แข็งได้ นำมาผัดอีกครั้งยิ่งอร่อย

ถ้าเราหุงข้าวออกมาไปทางแฉะ ใช้ทำโจ๊กหรือข้าวต้ม

ถ้าเราค้นพบสัดส่วนที่เหมาะหุงได้พอดิบพอดี ใช้เป็นข้าวสวยกินปกติ

รู้จักข้าวแต่ละชนิดก่อนหุงผสม สร้างสูตรอร่อยจากแบบไม่ให้เหลือเศษ
รู้จักข้าวแต่ละชนิดก่อนหุงผสม สร้างสูตรอร่อยจากแบบไม่ให้เหลือเศษ

ส่วนหนึ่งการข้าวผสมกันลักษณะนี้ก็เกิดจากการลองผิดลองดู จดบ้างไม่จดบ้าง

แล้ววันหนึ่ง เชื่อว่าข้าวที่เรากินอยู่ทุกวันจะกินสนุกขึ้น อร่อยขึ้นกว่าที่เคย คงคุณค่าทางสารอาหารขนานไปพร้อมกับการให้คุณค่ากับชาวนาและผืนดิน

ที่สำคัญ ได้กินข้าวหมดเกลี้ยง ไม่หลงเหลือข้าวก้นถุง ไปถึงเจ้าตัวมอดอีกด้วย เพราะเรากินต่างกัน จึงเกิดความหลายหลายในการกิน อีกทั้งข้าวก็เติบโตและพัฒนาไปกับเรา

ที่ Rice Acadamy บอกไว้ว่า ‘ข้าวคือชีวิต’ ทุก ๆ เดือนกรกฎาคมจะเปิดให้สมัครไปดำนา มีโอกาสก็ไปเยี่ยมทุ่งนา ซึ่งเป็นครูของทุกคนครับ

‘เบลนด์ข้าว’ เคล็ดลับการผสมข้าวเพื่อหาสูตรกินสนุกจากข้าวหลายชนิด

หากอยากรู้หลักการเบลนด์ข้าวเป็นเรื่องเป็นราว Rice Academy ออกแบบกระบวนการร่วมกับร้านอาหารไทยร่วมสมัย AKKEE โดยครั้งนี้จะใช้ข้าวแถบอีสานหลากหลายชนิด หุงผสมกับ Noritake โมจิบาร์เล่ย์ของญี่ปุ่น ครั้งนี้คอมโบคูณสองความสนุก โดยลุงรีย์ควงแขนกับเจ้าภาพสถานที่ slowcombo จัดงานเบลนด์ข้าวเป็นพิเศษขึ้นมา เปิดรับสมัครถึงสิ้นเดือน ต.ค. นี้ โดยคัดเลือก 20 คนจากฝีมือการลงครัวเบลนด์ข้าว และส่งเมนูมาประกวดกัน

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่นี่

Writer & Photographer

Avatar

ลุงรีย์

เกษตรกรฮิปปี้ เมืองกรุง เป็นคนขี้เสียดาย ทำงานเกี่ยวกับการจัดการขยะเศษอาหาร ชอบเลี้ยงไส้เดือน และเป็นพ่อบ้านใจกล้า

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

24 ธันวาคม 2565
2 K

ในยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจ Sustainable Fashion กันอย่างจริงจังมากขึ้น ใช้เวลาทำความรู้จักแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน สืบหาประวัติและที่มาก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อของชิ้นหนึ่ง ตั้งใจเตรียมตัวและเดินทางไปงานแลกเสื้อผ้า รวมถึงสนับสนุนการสวมใส่เสื้อผ้ามือสอง

แต่นั่นคือทั้งหมดของแฟชั่นยั่งยืนแล้วหรือยัง 

อีกทางเลือกหนึ่งที่เริ่มลงมือทำเองได้ที่บ้าน คือ ‘การซ่อมแซมเสื้อผ้า’ ซึ่งลดกระบวนการผลิตจากทรัพยากรใหม่ต่าง ๆ และเสริมส่งให้อายุการใช้งานเสื้อผ้าของคุณ รวมไปถึงอายุของโลกของเรายาวขึ้นอีกนิด วิธีการซ่อมที่อยากแนะนำนั้นไม่ซับซ้อน เพียงใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในบ้าน ผสานกับความสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัว เสกให้เสื้อผ้าเก่านั้นดูใหม่ขึ้นในพริบตา

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ ผ้า

กว่าเสื้อผ้าสุดเก๋ตัวหนึ่งในตู้จะเดินทางมาอยู่บนตัวเรานั้น มันผจญภัยผ่านหลายกระบวนการแทบนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาวัสดุ การผลิตในระบบอุตสาหกรรมผ่านแรงงานจำนวนมาก การบรรจุใส่หีบห่อและขนส่ง การวางขายในร้านหรือออนไลน์ ไปจนถึงการทำลายชิ้นส่วนที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ

เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจะอยู่กับผู้บริโภคนานที่สุดในช่วง ‘การใช้งาน’ เมื่อเสื้อผ้าเกิดร่องรอยขึ้น ผู้ใส่ก็อาจไม่อยากใช้งานเสื้อผ้านั้นอีกต่อไป เพราะรู้สึกว่า ‘มันเก่า ไม่สมบูรณ์ ดูไม่เรียบร้อย’ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแนวคิดการซ่อมเสื้อผ้าเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น กลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจและกำลังถูกพูดถึงในหลายประเทศ นั่นคงเป็นเพราะทุกคนตระหนักเรื่องความยั่งยืน และร่วมอยากเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้น เราลองลงมือเย็บปักพร้อมกันทีละขั้นตอน

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ เข็ม

‘เย็บ ปัก ถัก ร้อย’ หลายคนแค่ฟังก็รู้สึกยาก เพราะนึกถึงวิธีการที่ละเอียดจนน่าปวดหัว อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็น่าจะใช้งานไม่ง่าย จะทำตามอย่างไรยังคิดไม่ออก ใจเย็นก่อน! เราคัดเลือกอุปกรณ์คู่ใจในการเริ่มลงมือซ่อมเสื้อผ้าครั้งแรกสำหรับมือใหม่มาให้แล้ว 

ไม่ต้องมีจักรเย็บผ้าอันใหญ่ ๆ เพราะการเย็บปักด้วยมือนั้นง่าย เริ่มต้นทำด้วยเข็ม ด้าย และอื่น ๆ อีกมากมายในวิชา กพอ.

1. เสื้อผ้าที่มีร่องรอย

2. เข็มเย็บผ้าหรือเข็มปักผ้า

3. ด้าย ไหมปัก หรือไหมพรม 

4. สะดึง

5. เข็มหมุด

6. กรรไกรก้ามปูหรือทั่วไป

7. ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ มือ

1. หยิบเสื้อผ้าที่มีร่องรอยซึ่งเก็บซ่อนไว้ไม่ยอมโยนทิ้งไปขึ้นมาสักหนึ่งชิ้น ร่องรอยดังกล่าวจะเป็นรูขาด รอยเลอะเปรอะเปื้อน หรือความไม่ตั้งใจใดก็ได้

2. สังเกตร่องรอย แล้วลองใช้เวลาทบทวนที่มาและเรื่องราวของเสื้อผ้าชิ้นนั้น

3. ขึงสะดึงให้ตึงรอบ ๆ ร่องรอย จะได้สะดวกต่อการทำงานเย็บปัก

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

4. ร่างลวดลายอย่างง่าย โดยอาจอิงกับจินตนาการหรือสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงจากเรขาคณิต และเส้นสายจากธรรมชาติ

5. ในที่นี้เราเลือกเสื้อสีส้มตัวโปรดที่ไม่ได้หยิบมาซ่อมสักที เสื้อเชิ้ตนี้มีรอยขาดขนาดเล็กตรงด้านหลังของแขนขวา ร่องรอยไม่ได้ใหญ่มาก แต่เวลาใช้งานเพื่อนบางคนก็มักจะทักว่า “เสื้อขาดตรงนี้หรือเปล่า” ตอนนี้คงถึงเวลารักษารอยกันแล้วล่ะ

6. ขอหยิบรูปทรง ‘Sparkle’ ซึ่งมีลวดลายเหมือนประกายส่องแสงและขั้นตอนการเย็บไม่ซับซ้อนจนเกินไป ผนวกกับเรื่องราวในตอนนั้นที่ซื้อเสื้อตัวนี้จากตลาดที่อากาศร้อน และมีแสงแดดจากพระอาทิตย์ส่องเป็นประกาย 

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

7. นำรูปทรงที่เลือกสรรในจินตนาการหรือในอินเทอร์เน็ตมาลงมือร่างที่ร่องรอยบนผ้า โดยใช้ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า หากไม่มี ใช้ดินสอหรือสีธรรมดาเขียนลงไปอ่อน ๆ ก็ได้

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

8. เลือกสีด้ายที่เข้ากับผ้าในมุมมองของคุณ จะเป็นคู่สีตรงข้าม สีข้างเคียงกัน หรือสีที่โปรดปรานก็ย่อมได้ ในที่นี้ขอเลือกสีที่ชอบซึ่งเป็นสีส้ม อ่อนลงเล็กน้อยและไม่โดดจากสีเสื้อจนเกินไป จากนั้นจึงร้อยด้ายเข้าในเข็ม และมัดปมที่ปลายด้าย

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

9. ปักเข็มขึ้นมาบนผ้าจุดหนึ่งตามรอยดินสอ ให้ปมที่ผูกไว้อยู่ด้านในเสื้อผ้า และปักเข็มลงบนจุดต่อไปตามที่ร่างไว้ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

10. ปักขึ้นและลงเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากสร้างกรอบให้รูปทรง จากนั้นปักขึ้นลงคล้ายการระบายสีให้เต็มพื้นที่ รูปทรงจะปรากฏขึ้นช้า ๆ ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับลวดลายที่เลือกว่าซับซ้อนมากน้อยเท่าไร ต้องใช้เวลาแค่ไหนในการรังสรรค์

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

11. ในระหว่างนี้เราเลือกใช้ด้ายมากกว่าหนึ่งสี เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับเสื้อเชิ้ตที่มีอายุขัยตัวนี้ และตั้งใจสื่อสารว่านี่เป็นลวดลายที่มีมิติ สร้างขึ้นจากความละเมียดละไม ไม่ได้ต้องการลบร่องรอยให้กลืนหายไป

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

12. ซ่อมเสร็จแล้ว! เสื้อเชิ้ตตัวเก่านี้ดูใหม่ขึ้นเป็น ‘ประกาย’ จากพลังความตั้งใจและความสร้างสรรค์ พร้อมให้นำไปสวมใส่ต่อ

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

ซ่อม กับ ใส่

สวมใส่ไปกับรอยซ่อม ไม่ต้องเขินอาย! 

แม้เสื้อผ้าตัวแรกที่ผ่านการซ่อมแซมสำเร็จแล้ว อาจดูไม่สมบูรณ์และถูกใจสักทีเดียว ไม่เป็นไร นี่คือการเรียนรู้และลงมือทำจากฝีมือของเราที่พัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ขั้นตอนการเย็บปักถักซ่อมเบื้องต้นนี้ เป็นเพียงวิธีการพื้นฐานที่ทุกคนทดลองหาวิธีการที่เหมาะกับตัวเองได้โดยการลงมือทำต่อไป พอซ่อมเสร็จแล้ว อย่าลืมนำเสื้อผ้าที่มีร่องรอยและลวดลายไปสวมใส่เป็นประจำด้วยความภาคภูมิใจ เพราะความสร้างสรรค์ล้วนเกิดขึ้นด้วยความพยายามจากสองมือของเรา 

การซ่อมเสื้อผ้าเป็นอีกทางเลือก หากคุณอยากเริ่มลงมือทำอะไรง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน การเย็บปักลวดลายให้ร่องรอยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะลดปริมาณการใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ สนับสนุนการบริโภคแฟชั่นอย่างยั่งยืน หรือทำให้อยากใช้งานเสื้อผ้าตัวนั้นต่อไป แต่ยังสร้างสมาธิระหว่างการเย็บปัก ความภูมิใจในการเริ่มต้นลงมือใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แถมยังนำผลงานสร้างสรรค์ลวดลายต่าง ๆ ไปอวดเพื่อนได้ด้วยนะ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

วันไหนเสื้อผ้าเกิดร่องรอย ก็ซ่อมแซมวนไป จนกว่าจะสวมใส่ต่อไม่ได้!

หากอยากรู้แนวคิดและหลักการซ่อมแซมเสื้อผ้า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการยืดอายุเสื้อตัวโปรดต่อไป ลองมาทำความรู้จักกับ Community ที่ส่งเสริมการซ่อมเสื้อผ้า ใช้งานซ้ำ และเล่าเรื่องราวแฟชั่นยั่งยืน ได้ที่

https://www.facebook.com/amore.amend

Writer

Avatar

วีณา พันธุ์ธีรานุรักษ์

นักออกแบบที่ชอบแอบบอกว่าตัวเองเป็นเป็ด สนใจเรื่องความยั่งยืนไปจนถึงการพบคนแปลกหน้า และสักวันจะเลี้ยงหมาที่ตั้งชื่อเผื่อเอาไว้ให้ได้

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load