Crazy Rich Asians

ประเภท Romantic Comedy-drama
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ผู้กำกับ Jon M. Chu
นักประพันธ์และผู้เขียนบท Kevin Kwan

Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians

บ้านทรายทองเวอร์ชันฮอลลีวูด เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Rachel Chu สาว American Born Chinese หรือทายาทชาวจีนโพ้นทะเลที่เกิดและเติบโตที่สหรัฐอเมริกา ต้องเดินทางไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนสนิทของ Nick Young แฟนหนุ่มในช่วงฤดูร้อนที่ประเทศสิงคโปร์

ทั้งคู่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่นิวยอร์ก พบรักและคบหากันโดยที่เรเชลไม่เคยรู้พื้นเพครอบครัวของนิกมาก่อน ในตอนแรกเธอคิดว่านิกคงจะมีบ้านหลังเล็กๆ และเธอจะได้ท่องเที่ยวในทวีปเอเชียที่ไม่เคยไปมาก่อน แต่กลับพบว่านอกจากนิกคือทายาทของครอบครัวที่รวยที่สุดในประเทศ ไม่ใช่แค่รวยธรรมดา แต่รวยระดับเอเชียเลยทีเดียว แถมเขายังเป็นหนุ่มที่ถูกหมายปองมากที่สุดอีกด้วย

Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians

และเรื่องวุ่นวายทั้งหลายคงจะไม่เกิดขึ้น ถ้าแม่ของนิกไม่ได้เกลียดเรเชลเข้าไส้ตั้งแต่แรกเห็น ฟังจากพล็อตแล้วจะว่าเหมือนละครน่ำเน่าของไทยเราก็ได้ ครอบครัวอภิมหาเศรษฐี ไฮโซในแถบทวีปเอเชียกีดกันลูกสะใภ้คนจนต่างชาติ พระนางต่อสู้ฝ่าฟัน เพื่อชนะใจครอบครัวและญาติๆ ให้ได้ น้ำเน่าเห็นเงาจันทร์เวอร์ชันฮอลลีวูดที่แท้จริง

Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians

แต่ประเด็นหลักที่น่าสนใจภายใต้ความแซ่บแบบละครไทยผสม The Great Gatsby และ Sex and the City คือการกระเทาะเปลือกค่านิยม ประเพณี ที่ขัดแย้งระหว่างคนต่างเจเนอเรชัน และทัศนคติที่แตกต่างกันระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

หนังเรื่องนี้สร้างจากนิยาย New York Time Best Seller ในชื่อเดียวกัน ซึ่งโด่งดังและได้การยอมรับมาตั้งแต่เป็นเวอร์ชันหนังสือแล้ว เรามองว่าเหตุผลหลักที่ทำให้หนังและหนังสือเรื่องนี้ได้ใจคนดูและนักอ่านทั่วโลก คือการ Break Asian Stereotype ได้อย่างมีชั้นเชิง

Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians

ถ้าใครคุ้นเคยกับวัฒนธรรมอเมริกันจะทราบดีว่า ภาพจำของคนเอเชียที่ฝังรากลึกอยู่บนแผ่นดินอเมริกา จะมี 2 จำพวกใหญ่นั่นคือ Asian Nerds และ Cool Asians แบบที่เราเห็นมานานนับสิบปีในหนังและซีรีส์ต่างๆ แต่ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว!

Jon M. Chu ผู้กำกับ ตั้งใจให้หนังเรื่องนี้เป็นกระแสทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะทวีปอเมริกาหรือเอเชีย เพื่อให้หนังที่เกี่ยวกับ Asian ได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น เพื่อเปิดโลกและเปิดตาให้ชาวตะวันตก ได้รู้ว่าคนเอเชียก็ไม่ได้มีแค่เด็กเนิร์ด หมอ และเจ้าของร้านชำอีกต่อไป แต่ให้รู้ว่าโลกแห่งคนรวยและความหรูหราในเอเชียมันเวอร์วังอลังการขนาดไหน

และต้องขอปรบมือให้กับฝ่ายคอสตูมและฉากของหนังเรื่องนี้ ที่สร้างสรรค์ความวับวาวโชนแสง ของครอบครัวผู้กุมอิทธิพลแห่งเอเชียออกมาได้สมศักดิ์ศรีเป็นที่สุด ภาพข้าวของแบรนด์เนมที่ปรากฏอยู่มากมายสะท้อนอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ นั่นคือความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ความรวยเว่อร์ของครอบครัวพระเอก เป็นภาพสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมระหว่างคนจนและคนรวยของทวีปเอเชียได้เป็นอย่างดี ข้อมูลจากองค์กรการกุศลอ็อกแฟมระบุว่า ปัจจุบันจำนวนมหาเศรษฐีระดับ ‘รวยล้นฟ้า’ ในเอเชียได้แซงหน้าทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปไปแล้ว แถมยังมีจำนวนมหาเศรษฐีที่มีมูลค่าทรัพย์สินมากกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มากที่สุดในโลกด้วย

เหนือสิ่งอื่นใด ความดีงามที่ประคับประคองให้หนังเรื่องนี้ ดำเนินมาจนถึงตอนจบได้อย่างงดงาม คือ Rachel Chu นางเอกของเรื่อง ตัวละครตัวนี้คือแบบอย่างของผู้หญิงยุคใหม่ที่ทั้งเก๋ไก๋ เฉลียวฉลาด และรู้ว่าควรถืออำนาจในมือไว้อย่างไร จึงจะสามารถชนะใจคนทั้งโลกได้ (โดยเฉพาะแม่พระเอก)

Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians

Crazy Rich Asians

ประเภท Romantic Comedy-drama
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ผู้กำกับ Jon M. Chu
นักประพันธ์และผู้เขียนบท Kevin Kwan

Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians

บ้านทรายทองเวอร์ชันฮอลลีวูด เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Rachel Chu สาว American Born Chinese หรือทายาทชาวจีนโพ้นทะเลที่เกิดและเติบโตที่สหรัฐอเมริกา ต้องเดินทางไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนสนิทของ Nick Young แฟนหนุ่มในช่วงฤดูร้อนที่ประเทศสิงคโปร์

ทั้งคู่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่นิวยอร์ก พบรักและคบหากันโดยที่เรเชลไม่เคยรู้พื้นเพครอบครัวของนิกมาก่อน ในตอนแรกเธอคิดว่านิกคงจะมีบ้านหลังเล็กๆ และเธอจะได้ท่องเที่ยวในทวีปเอเชียที่ไม่เคยไปมาก่อน แต่กลับพบว่านอกจากนิกคือทายาทของครอบครัวที่รวยที่สุดในประเทศ ไม่ใช่แค่รวยธรรมดา แต่รวยระดับเอเชียเลยทีเดียว แถมเขายังเป็นหนุ่มที่ถูกหมายปองมากที่สุดอีกด้วย

Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians

และเรื่องวุ่นวายทั้งหลายคงจะไม่เกิดขึ้น ถ้าแม่ของนิกไม่ได้เกลียดเรเชลเข้าไส้ตั้งแต่แรกเห็น ฟังจากพล็อตแล้วจะว่าเหมือนละครน่ำเน่าของไทยเราก็ได้ ครอบครัวอภิมหาเศรษฐี ไฮโซในแถบทวีปเอเชียกีดกันลูกสะใภ้คนจนต่างชาติ พระนางต่อสู้ฝ่าฟัน เพื่อชนะใจครอบครัวและญาติๆ ให้ได้ น้ำเน่าเห็นเงาจันทร์เวอร์ชันฮอลลีวูดที่แท้จริง

Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians

แต่ประเด็นหลักที่น่าสนใจภายใต้ความแซ่บแบบละครไทยผสม The Great Gatsby และ Sex and the City คือการกระเทาะเปลือกค่านิยม ประเพณี ที่ขัดแย้งระหว่างคนต่างเจเนอเรชัน และทัศนคติที่แตกต่างกันระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

หนังเรื่องนี้สร้างจากนิยาย New York Time Best Seller ในชื่อเดียวกัน ซึ่งโด่งดังและได้การยอมรับมาตั้งแต่เป็นเวอร์ชันหนังสือแล้ว เรามองว่าเหตุผลหลักที่ทำให้หนังและหนังสือเรื่องนี้ได้ใจคนดูและนักอ่านทั่วโลก คือการ Break Asian Stereotype ได้อย่างมีชั้นเชิง

Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians

ถ้าใครคุ้นเคยกับวัฒนธรรมอเมริกันจะทราบดีว่า ภาพจำของคนเอเชียที่ฝังรากลึกอยู่บนแผ่นดินอเมริกา จะมี 2 จำพวกใหญ่นั่นคือ Asian Nerds และ Cool Asians แบบที่เราเห็นมานานนับสิบปีในหนังและซีรีส์ต่างๆ แต่ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว!

Jon M. Chu ผู้กำกับ ตั้งใจให้หนังเรื่องนี้เป็นกระแสทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะทวีปอเมริกาหรือเอเชีย เพื่อให้หนังที่เกี่ยวกับ Asian ได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น เพื่อเปิดโลกและเปิดตาให้ชาวตะวันตก ได้รู้ว่าคนเอเชียก็ไม่ได้มีแค่เด็กเนิร์ด หมอ และเจ้าของร้านชำอีกต่อไป แต่ให้รู้ว่าโลกแห่งคนรวยและความหรูหราในเอเชียมันเวอร์วังอลังการขนาดไหน

และต้องขอปรบมือให้กับฝ่ายคอสตูมและฉากของหนังเรื่องนี้ ที่สร้างสรรค์ความวับวาวโชนแสง ของครอบครัวผู้กุมอิทธิพลแห่งเอเชียออกมาได้สมศักดิ์ศรีเป็นที่สุด ภาพข้าวของแบรนด์เนมที่ปรากฏอยู่มากมายสะท้อนอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ นั่นคือความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ความรวยเว่อร์ของครอบครัวพระเอก เป็นภาพสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมระหว่างคนจนและคนรวยของทวีปเอเชียได้เป็นอย่างดี ข้อมูลจากองค์กรการกุศลอ็อกแฟมระบุว่า ปัจจุบันจำนวนมหาเศรษฐีระดับ ‘รวยล้นฟ้า’ ในเอเชียได้แซงหน้าทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปไปแล้ว แถมยังมีจำนวนมหาเศรษฐีที่มีมูลค่าทรัพย์สินมากกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มากที่สุดในโลกด้วย

เหนือสิ่งอื่นใด ความดีงามที่ประคับประคองให้หนังเรื่องนี้ ดำเนินมาจนถึงตอนจบได้อย่างงดงาม คือ Rachel Chu นางเอกของเรื่อง ตัวละครตัวนี้คือแบบอย่างของผู้หญิงยุคใหม่ที่ทั้งเก๋ไก๋ เฉลียวฉลาด และรู้ว่าควรถืออำนาจในมือไว้อย่างไร จึงจะสามารถชนะใจคนทั้งโลกได้ (โดยเฉพาะแม่พระเอก)

Crazy Rich Asians,รีวิว Crazy Rich Asians

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

เดี๋ยวนี้ซีรีส์ นิยาย หรือการ์ตูนวาย เป็นกระแสทั่วบ้านทั่วเมืองเต็มไปหมด แถมยังมีคู่จิ้นหน้าใหม่ ควงกันแจ้งเกิดในวงการบันเทิงอยู่แทบทุกวัน สานต่อความฟินให้เหล่าแฟนคลับแบบไม่หยุดหย่อน 

หลายคนคิดว่ามังงะที่นำเสนอเรื่องความหลากหลายทางเพศ เจาะตลาดผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือสาวๆ นักชิปเท่านั้น แต่จริงๆ มังงะหมวดหมู่นี้มีหลากหลายรสชาติ ไม่ต่างจากเรื่องรักของคู่รักเพศตรงข้ามทั่วไป และหลายเรื่องก็สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ LGBTQ ในมุมมองที่หลากหลาย ลดอคติหรือความไม่รู้ของสังคมได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ ความสนุกและคุณภาพก็ไม่ด้อยไปกว่ามังงะแบบอื่นๆ 

ไหนๆ ก็เข้าสู่ Pride Month 2021 แล้ว เราขอร่วมเฉลิมฉลองด้วยการแนะนำมังงะหลากหลายสไตล์ทั้ง 6 เล่มต่อไปนี้ที่บอกเล่าความเป็นอิสระเสรีทางเพศวิถี ตั้งแต่ชีวิตรักสัตว์โลก รักแรกเมื่อครั้ง High School ชีวิตคู่ในวัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงการทำความเข้าใจในระดับครอบครัว เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่าน ได้เข้าถึงแก่นแท้ของคำว่า ‘หลากหลาย’ ด้วยใจที่เปิดกว้าง

01

My Brother’s Husband

ด้วยสายใยรัก

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผู้แต่ง : Genggoroh Takame

ประเภท : ดราม่า ครอบครัว สะท้อนสังคม

สำนักพิมพ์ : Futabasha (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ Dexpress)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 3 เล่มจาก 4 เล่ม

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/3oV01GG

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/3i06dfa

(ดัดแปลงเป็นซีรีส์ฉบับคนแสดงใน ค.ศ. 2018)

นี่ไม่ใช่การ์ตูนเกย์ของสาว Y แต่เป็นการ์ตูน LGBTQ ที่ทุกคนควรอ่าน ในฐานะที่เป็นมนุษย์

คำว่า ‘ครอบครัว’ คืออะไร

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผลงานที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั้งวงการมังงะ เพราะนอกจาก เกนทาโร่ ทากาเมะ (Genggoroh Takame) เจ้าพ่อการ์ตูนเกย์หมีจะไม่วาดฉากเนื้อหนังอันเป็นจุดขายมาตลอด My Brother’s Husband ยังเป็นมังงะเรื่องแรกที่เล่าถึงชีวิตครอบครัว สังคม พ่อ แม่ และเด็ก เป็นมิตรกับผู้อ่านทุกเพศทุกวัย ไม่ได้เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มอย่างเรื่องที่ผ่านๆ มา และผลตอบรับที่น่าพอใจแบบเกินคาด ก็ทำให้ศิลปินแนวเกย์อีโรติกท่านนี้ ผลิตผลงานแนวอบอุ่นหัวใจออกมาอีก

เรื่องราวชีวิตประจำวันอันแสนเรียบง่ายของครอบครัวเล็กๆ ในญี่ปุ่น ยาอิจิ คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวผู้อาศัยอยู่กับ คานะ ลูกสาววัยช่างพูดช่างเจรจาเพียงสองคน หลังจากที่ เรียวจิ น้องชายฝาแฝดของเขาเสียชีวิตลง การปรากฏตัวของสมาชิกคนใหม่ในบ้านจึงเริ่มขึ้น นั่นคือ ไมค์ เกย์ชาวแคนาดา คู่รักของเรียวจิ

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

เส้นเรื่องของการ์ตูนเล่มนี้ เล่าผ่านคำถามนับครั้งไม่ถ้วนของคานะ เด็กสาวผู้ไม่คุ้นชินกับวิถีชีวิตคู่ของน้าชาย ที่ไม่มีผู้หญิงและผู้ชายเป็นองค์ประกอบ และต้องการค้นหาคำตอบว่าครอบครัวที่สมบูรณ์คืออะไร โดยมีไมค์ ผู้เป็นตัวแทนของกลุ่ม LGBTQ คอยตอบคำถาม ว่าความหลากหลายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่ต้น

การตีกรอบว่าต้องเป็นหญิงหรือชายเท่านั้นต่างหากที่เกิดขึ้นในภายหลัง ไมค์ค่อยๆ ผสานความรู้ความเข้าใจให้กับคานะอย่างเปิดกว้าง ไร้อคติ ส่วนยาอิจิทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์และคัดค้านเมื่อมีโอกาส

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

คำถามและคำตอบที่เกิดขึ้นภายในเนื้อเรื่อง ช่วยขยายภาพความเหลื่อมทับและความแตกต่างทางวัฒนธรรมในแต่ละสังคมเกี่ยวกับแนวคิดและมุมมองที่มีต่อ LGBTQ การ์ตูนเรื่องนี้จึงไม่เพียงแต่นำเสนอภาพความหลากหลายทางเพศอันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่ยังนำเสนอภาพความหลากหลายทางรูปลักษณ์ของคำว่าครอบครัวด้วยเช่นกัน

ไมค์ได้ท่องเที่ยวไปในญี่ปุ่น คานะกำลังสนุกที่ได้เรียนรู้ชุดความคิดใหม่ๆ อย่างใสซื่อ ส่วนยาอิจิเอง ก็ได้เดินทางเข้าไปในหัวอกหัวใจของเพื่อนร่วมโลกด้วยกัน

02

Wandering Son

หนุ่มแอบหวานกับสาวแอ๊บแมน

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผู้แต่ง : Takako Shimura

ประเภท : โรแมนติกดราม่า, Slice of Life, Coming of Age

สำนักพิมพ์ : Enterbrain (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ Zenshu Comic)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 13 เล่มจบ

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/3wFRvhq

มังงะโรแมนติกดราม่าที่มีอะไรมากกว่า Slice of Life

ความรัก มิตรภาพ ชีวิตวัยรุ่น และเส้นเรื่องแบบ Coming of Age เป็นสิ่งแรกที่คุณอาจนึงถึงเมื่อหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้น ยิ่งเห็นลายเส้นสีน้ำฟุ้งๆ วิ้งๆ ในเวอร์ชันอนิเมะแล้วล่ะก็ ร้อยทั้งร้อยอาจคิดว่าเป็นมังงะเนื้อหาปุยนุ่น เรื่องราวเบาสมองตามชื่อเรื่อง แต่เราไม่สามารถตัดสินหนังสือจากภาพปกได้จริงๆ 

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายของการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

เพราะนี่คือเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของกลุ่มเด็กประถมปลาย ที่กำลังจะทิ้งร่องรอยแห่งวันวานในวัยเด็ก ก้าวสู่สเตจใหม่ในชีวิตของการเป็นวัยรุ่นอย่างเต็มตัว นิโตริ เด็กชายผู้รักการทำขนม นอกจากใบหน้าที่สวยหวานเหมือนเด็กผู้หญิงแล้ว เขายังชอบแต่งตัวแบบเด็กผู้หญิงอีกด้วย แต่ก็ไม่ได้มีเด็กผู้ชายคนไหนมาตกหลุมรักนิโตริเหมือนพล็อตการ์ตูนทั่วๆ ไป แต่เป็นนิโตริเองต่างหากที่ดันไปตกหลุมรักเพื่อนร่วมห้องอย่าง ทาคัทสึกิ นักเรียนหญิงผู้รักการแต่งตัวแบบผู้ชายและมีหน้าตาหล่อเหลา

สิ่งที่ทำให้มังงะเรื่องนี้เป็นมากกว่า Slice of Life คือการปฏิเสธความเป็นเพศชายหรือหญิงตั้งแต่ระดับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ไปจนถึงระดับชีวิตและจิตวิญญาณของมนุษย์ เราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละคร ที่ต้องต่อสู่กับธรรมเนียมค่านิยมในสังคมเกี่ยวกับอัตลักษณ์เรื่องเพศเมื่อพวกเขาเริ่มเติบโตขึ้นในทุกๆ วัน เสื้อผ้าที่ไม่ตรงกับเพศสภาพ ไม่ใช่สัญลักษณ์ที่บ่งชี้ถึงความผิดแผก แต่เป็นเครื่องการันตีว่ามนุษย์เลือกใส่ เลือกเป็น หรือเลือกรักอะไรก็ได้ตามที่ปรารถนาโดยปราศจากเงื่อนไข

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายของการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ในศตวรรษที่ 21 ทรานส์แมน ทรานส์วูแมน ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวจากสังคมอีกต่อไป ในหลายโรงเรียนจากต่างประเทศทั่วโลก เช่น อเมริกา ไอร์แลนด์ ไต้หวัน หรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ่นเอง อนุมัติให้นักเรียนเลือกใส่เครื่องแบบตามเพศที่ตนเองต้องการ นี่ยังไม่รวมการร่าง พ.ร.บ. ต่างๆ เพื่อให้พลเมืองเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อของตนเองได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย

ความพร่าเลือนของกรอบทางเพศในสังคมปัจจุบัน ทั้งในด้านของรสนิยม การแสดงออก หรือแม้แต่การแต่งกาย ล้วนตอกย้ำให้เห็นถึงพัฒนาการของสิ่งที่เรียกว่าเสรีนิยม อุดมการณ์ที่เดินทางข้ามผ่านกาลเวลาและเติบโตขึ้นไปตามยุคสมัย

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแบบก้าวกระโดด แต่มันก็ไม่เคยหยุดนิ่ง

03

A Polar Bear in Love

อุ๋งจ๋า…หมีรักมาฝาก

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผู้แต่ง : Koromo

ประเภท : โรแมนติกคอมเมดี้

สำนักพิมพ์ : Kadokawa (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ PHOENIX-ฟีนิกซ์)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 4 เล่ม (ยังไม่จบ)

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/2TfD3y2

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/3wJLKPR

(ดัดแปลงเป็นซีรีส์แอนิเมชันขนาดสั้นใน ค.ศ. 2017 รับชมได้ที่ https://bit.ly/3wDN8mN )

A Polar Bear in Love

แมวน้ำอะไรเป็นแฟนหมี การ์ตูน LGBTQ ที่ท้าทายทุกกฎเกณฑ์แห่งห่วงโซ่อาหาร

ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด เพราะนี่คือมังงะที่มีหมีขาวและแมวน้ำเป็นนักแสดงนำ

เรื่องราวของเจ้าหมีขาวเพศผู้ผู้หลงรักแมวน้ำ สัตว์ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาหารอันโอชาของตนและยังเป็นเพศผู้เหมือนกันอีกด้วย กลายเป็นเรื่องราวความรักแบบ Hybridization ข้ามสายพันธุ์ หรือจะเรียกว่ารักต้องห้ามก็คงจะฟังขึ้นอยู่เหมือนกัน

A Polar Bear in Love

“ฉันก็ไม่แคร์”

เป็นประโยคที่เจ้าหมีขาวตอบกลับแมวน้ำ เมื่อน้องอุ๋งของเราพยายามบอกว่าตนเองนั้นเป็น ‘เพศผู้’ (แถมฉันยังไม่ได้เป็นหมีขาวแบบเธอด้วยนะ) นี่จึงเป็นการทำลายกำแพงเงื่อนไขทางความสัมพันธ์ทั้งในแง่สายพันธุ์และเพศสภาพ พาให้เราคอยเอาใจช่วยเจ้าสองตัวนี้ไปจนจบเล่ม ซึ่งหากมองเผินๆ อาจเป็นการ์ตูนสัตว์โลกน่ารัก เนื้อหาสดใสเบาสมอง แต่ก็ซ่อนประเด็นเนื้อหาเกี่ยวกับวงจรและห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตไว้ในหลายมิติ และถึงแม้ว่า Mood & Tone จะออกสีหม่นๆ เทาๆ ไปบ้างคละเคล้าไปตามอารมณ์ เมื่อสัตว์ทั้งสองได้ทบทวนว่าความรักครั้งนี้อาจไม่ได้ลงเอยอย่างที่คาดหวังไว้ แต่ก็มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะคอยกลบเกลื่อนอารมณ์เหล่านั้นให้จางลงได้ตลอดทั้งเรื่อง

A Polar Bear in Love

ความรักเป็นหน่วยความรู้สึกที่มีหลากหลายรูปแบบ มากเกินกว่าที่มนุษย์อย่างพวกเธอจะแบ่งแยกได้ว่าสิ่งนี้ใช่หรือไม่ใช่ความรัก แล้วก็ดูเหมือนว่า จะไม่ใช่หน้าที่ของพวกมนุษย์ในการทำอะไรแบบนั้นเสียด้วยสิ

หมีขาวและแมวน้ำ (ไม่ได้กล่าว)

04

Our Dreams at Dusk

เพียงพบบรรจบฝัน

Our Dreams at Dusk

ผู้แต่ง : Yuhki Kamatani

ประเภท : ดราม่า สะท้อนสังคม

สำนักพิมพ์ :  Shogakukan (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ Zenchu Comic)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 3 เล่ม จาก 4 เล่ม (ยังไม่จบ) 

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่  : https://bit.ly/2RUEDFf

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/34nL1aV

เพราะพื้นที่ของพวกเราคือ ‘ห้องนั่งเล่น’

การ์ตูนว่าด้วยเรื่องประสบการณ์แห่งการพบพานสิ่งต่างๆ ในชีวิตของตัวละคร LGBTQ 

 เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ทาคาสุ นักเรียนชายชั้น ม.ปลาย ตัดสินใจจะจบชีวิตตัวเองลง เมื่อเพื่อนร่วมชั้นจับได้ว่าเขาเป็นเกย์ นั่นจึงทำให้เขาได้พบกับ ‘ห้องนั่งเล่น’ แห่งหนึ่ง ที่ไม่ได้มีไว้นั่ง นอนหรือกินป๊อปคอร์นตอนดูหนังเหมือนห้องนั่งเล่นทั่วไป แต่นี่คือพื้นที่แห่งการบอกเล่าและความเข้าใจของผู้มีความหลากหลายทางเพศเช่นเดียวกับเขาอีกมากมาย

Our Dreams at Dusk

ตัวละครที่มาใช้บริการห้องนั่งเล่นแห่งนี้ มีตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ไปจนถึงวัยชรา บ้างก็อยู่ในภาวะสับสน มึนงง ไม่กล้ายอมรับตัวตนของตนเอง บ้างก็มีประสบการณ์อันแสนขื่นขมจากโลกภายนอกที่ตีค่าความหลากหลายให้กลายเป็นความแปลกประหลาด แต่สิ่งเหล่านั้น จะกลายเป็นคำพูดบางเบาไร้ความหมาย

เมื่อพวกเขาย่างกรายเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ ที่ที่มอบความรู้สึกปลอดภัยให้แก่พวกเขา

Our Dreams at Dusk

‘ฉันจะไม่ถาม’

คือคำตอบของเจ้าของห้องนั่งเล่น ที่จะไม่ถามหรือพยายามบอกให้ตัวละครแก้ปัญหาชีวิตด้วยวิธีแบบนี้หรือแบบนั้น แต่จะให้พวกเขาได้เล่า ระบาย แบ่งปัน และหาคำตอบด้วยตัวเอง เช่นเดียวกันกับหนังสือเล่มนี้ ที่ไม่ได้พยายามยัดเยียดความคิดใส่สมองของผู้อ่าน ว่าพวกคุณต้องเข้าใจพวกเรา หรือสอนว่า LGBTQ ที่ดีต้องเป็นอย่างไร แต่ผู้อ่านจะได้เรียนรู้ เข้าใจ และเติบโตไปพร้อมๆ กับทุกเรื่องเล่าของตัวละคร

 โดยไม่รู้สึกว่ากำลังโดนอบรมหรืออ่านหนังสือประเภทเทศนาโวหารอะไรทำนองนั้น

05

Bloom Into You

สุดท้ายก็คือเธอ

Bloom Into You

ผู้แต่ง : Nio Nakatani

ประเภท : โรแมนติก, Slice of Life, Coming of Age

สำนักพิมพ์ : ASCII Media Works (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ PHOENIX Magenta)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 8 เล่มจบ

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่  : https://bit.ly/3fqJIOK

(ดัดแปลงเป็นซีรีส์แอนิเมชันสั้นใน ค.ศ. 2018 รับชมได้ทาง Netflix)

Bloom Into You

จำได้ไหม ตกหลุมรักครั้งแรกเป็นอย่างไร

เราขอพานักอ่านทุกท่านย้อนวันวานสู่การตกหลุมรักครั้งแรก ด้วยมังงะแนว Slice of Life เอาใจสาวกยูริ ในขณะที่ โคอิโตะ ยู นักเรียน ม.ปลาย ชั้นปี 1 กำลังเดินหาห้องสภานักเรียน เธอจึงได้พบกับนักเรียนหญิงรุ่นพี่สุดเพอร์เฟกต์อย่าง นานามิ โทโกะ เข้าโดยบังเอิญ ความใกล้ชิดและความผูกพันในระหว่างทำงานสภานักเรียนด้วยกัน ทำให้ โทโกะสาวป๊อปสุดเท่ที่มีทั้งหญิงชายมากหน้าหลายตามาสารภาพรัก แต่เธอก็ยังไม่เคยรู้สึกใจเต้นแรงกับใครสักคนเข้าจริงๆ เกิดความรู้สึกพิเศษมากเกินกว่าคำว่ารุ่นน้องกับยู ทั้งสองจึงเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ครั้งนี้อย่างค่อยไปเป็นค่อยไป รู้จักตัวเอง และเรียนรู้ซึ่งกันและกันมาเรื่อยๆ 

หากถามว่าจุดเด่นของมังงะเรื่องไหนนี้อยู่ตรงไหน ก็คงเป็นการนำเสนอภาพความรักของ LGBTQ แบบไม่หวือหวา ฉูดฉาด หรือมีฉากเรียกเรตติ้งอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายและค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต่างจากความรักของหญิงชายคู่อื่นๆ นอกจากนี้ยังถ่ายทอดบทบาทที่สำคัญของเพื่อน ครอบครัว และโรงเรียน ซึ่งมีผลต่อช่วงชีวิตวัยรุ่นของเด็กคนหนึ่งได้อย่างสมจริง

Bloom Into You

 เนื้อหาที่เรียบง่ายแต่ละเมียดละไม บวกกับลายเส้นและการลงน้ำหนักแสงอย่างพอเหมาะพอดี จึงเป็นการส่งผ่านความอบอุ่นจากปลายปากกาของผู้เขียนสู่การทัศนาทางสายตาของนักอ่าน ไม่ว่าจะทำออกมาในรูปแบบมังงะหรืออนิเมะ ก็ยังคีพคาแรกเตอร์ของโทโกะและยูได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ 

เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ Bloom Into You ถูกยกขึ้นแท่นเป็นมังงะเล่ม Recommended ที่ครองใจสาวกยูริหลายๆ คน

06

What did you eat yesterday?

เมื่อวานเจ๊ทานอะไร?

What did you eat yesterday?

ผู้แต่ง : Nio Nakatani

ประเภท : โรแมนติกคอมเมดี สะท้อนสังคม

สำนักพิมพ์ : Kodansha (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 16 เล่ม (ยังไม่จบ)

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/2TfWl6s

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/3hWwye1

(ดัดแปลงเป็นละครซีรีส์ฉบับคนแสดงใน ค.ศ. 2019 รับชมได้ทาง https://bit.ly/3vwTS62 )

What did you eat yesterday?

ตะหลิว หม้อ ช้อน ทัพพี ทั้งหมดนี้ (เกือบ) เป็นตัวเอกของเรื่อง

เป็นเรื่องธรรมดาที่ชีวิตคู่ในวัยผู้ใหญ่ ย่อมไม่สวยงามราบรื่นในทุกกระบวนความ เพราะพ่วงมาด้วยภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ และยิ่งเป็นคู่รัก LGBTQ แล้วด้วย การรักษาภาพลักษณ์ในสังคมจึงเป็นเงื่อนไขข้อสำคัญอีกประการหนึ่ง

เส้นเรื่องเล่าถึงการดำเนินชีวิตประจำวันของคู่รักเกย์ในแมนชั่นแห่งหนึ่ง คาเคย์ ชิโร่ ทนายวัย 43 ปี ผู้รักการทำอาหารพอๆ กับความสงบในชีวิต และ ยาบูกิ เคนจิ ลูกจ้างร้านตัดผมผู้มีพรสวรรค์ในการคุยกับลูกค้ามากกว่าการตัดผม นอกจากนี้ Fumi Yoshinaga ยังยกพื้นที่เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ในหนังสือเล่มนี้ ให้กับกรรมวิธีรังสรรค์เมนูในแต่ละมื้ออาหารอย่างประณีตบรรจง 

What did you eat yesterday?

นอกจากการทำอาหารและชีวิตประจำวันของคู่รักวัยกลางคน เมื่อวานเจ๊ทานอะไร? ยังเป็นมังงะที่พาเราไปลัดเลาะสอดส่องทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อกลุ่ม LGBTQ แฝงปมปัญหาของตัวละครที่ต่างได้รับบาดแผลจากความคาดหวังในสังคมและคนรอบข้าง เนื่องจากค่านิยมในญี่ปุ่นที่ไม่ได้ให้การยอมรับและเปิดกว้างแก่ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเช่นพวกเขา 

ในขณะเดียวกัน เราก็จะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครที่ค่อยๆ ยืนหยัดตัวตนให้สังคมได้รับรู้ ทำไมต้องหลบซ่อน ทำไมต้องปิดบัง เราถูกเพ่งเล่งเพียงเพราะไม่ใช่ชายจริงหญิงแท้อย่างนั้นหรือ

อย่าคิดว่าการ์ตูนเรื่องนี้จะฉายภาพการกัดฟันต่อสู้และชะตาชีวิตของคู่รัก LGBTQ แบบดราม่า เพราะเนื้อหาในเล่มก็สดใสซาบซ่าไม่ต่างจากชื่อเรื่อง การเหน็บแนม จิกกัด และวิพากษ์วิจารณ์ค่านิยมเรื่องเพศในสังคมแบบติดตลก ยังเป็นคุณสมบัติสำคัญอีกข้อหนึ่ง ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้

ด้วยการนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่แปลกใหม่ ฉีกกฎของการ์ตูน Yaoi ที่ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังนำเสนอวิถีชีวิต มุมมอง และทัศนคติของผู้คนในสังคมได้อย่างกลมกลืนไปกับพล็อตเรื่อง จึงทำให้ เมื่อวานเจ๊ทานอะไร? เป็นที่รู้จักกันดีในวงการมังงะทั้งไทยและต่างประเทศมานาน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็น Cookbook คอยแบ่งปันสูตรอาหารอร่อยๆ ให้กับนักอ่าน ได้ลองเอาไปทำตามกันที่บ้านอีกด้วย  แต่อย่าอ่านตอนกลางคืนเด็ดขาด เพราะจะหิวจนต้องไปเปิดตู้เย็นหามื้อดึกทานแบบไม่รู้ตัว (เตือนแล้วนะ)

เดี๋ยวนี้ซีรีส์ นิยาย หรือการ์ตูนวาย เป็นกระแสทั่วบ้านทั่วเมืองเต็มไปหมด แถมยังมีคู่จิ้นหน้าใหม่ ควงกันแจ้งเกิดในวงการบันเทิงอยู่แทบทุกวัน สานต่อความฟินให้เหล่าแฟนคลับแบบไม่หยุดหย่อน 

หลายคนคิดว่ามังงะที่นำเสนอเรื่องความหลากหลายทางเพศ เจาะตลาดผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือสาวๆ นักชิปเท่านั้น แต่จริงๆ มังงะหมวดหมู่นี้มีหลากหลายรสชาติ ไม่ต่างจากเรื่องรักของคู่รักเพศตรงข้ามทั่วไป และหลายเรื่องก็สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ LGBTQ ในมุมมองที่หลากหลาย ลดอคติหรือความไม่รู้ของสังคมได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ ความสนุกและคุณภาพก็ไม่ด้อยไปกว่ามังงะแบบอื่นๆ 

ไหนๆ ก็เข้าสู่ Pride Month 2021 แล้ว เราขอร่วมเฉลิมฉลองด้วยการแนะนำมังงะหลากหลายสไตล์ทั้ง 6 เล่มต่อไปนี้ที่บอกเล่าความเป็นอิสระเสรีทางเพศวิถี ตั้งแต่ชีวิตรักสัตว์โลก รักแรกเมื่อครั้ง High School ชีวิตคู่ในวัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงการทำความเข้าใจในระดับครอบครัว เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่าน ได้เข้าถึงแก่นแท้ของคำว่า ‘หลากหลาย’ ด้วยใจที่เปิดกว้าง

01

My Brother’s Husband

ด้วยสายใยรัก

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผู้แต่ง : Genggoroh Takame

ประเภท : ดราม่า ครอบครัว สะท้อนสังคม

สำนักพิมพ์ : Futabasha (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ Dexpress)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 3 เล่มจาก 4 เล่ม

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/3oV01GG

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/3i06dfa

(ดัดแปลงเป็นซีรีส์ฉบับคนแสดงใน ค.ศ. 2018)

นี่ไม่ใช่การ์ตูนเกย์ของสาว Y แต่เป็นการ์ตูน LGBTQ ที่ทุกคนควรอ่าน ในฐานะที่เป็นมนุษย์

คำว่า ‘ครอบครัว’ คืออะไร

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผลงานที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั้งวงการมังงะ เพราะนอกจาก เกนทาโร่ ทากาเมะ (Genggoroh Takame) เจ้าพ่อการ์ตูนเกย์หมีจะไม่วาดฉากเนื้อหนังอันเป็นจุดขายมาตลอด My Brother’s Husband ยังเป็นมังงะเรื่องแรกที่เล่าถึงชีวิตครอบครัว สังคม พ่อ แม่ และเด็ก เป็นมิตรกับผู้อ่านทุกเพศทุกวัย ไม่ได้เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มอย่างเรื่องที่ผ่านๆ มา และผลตอบรับที่น่าพอใจแบบเกินคาด ก็ทำให้ศิลปินแนวเกย์อีโรติกท่านนี้ ผลิตผลงานแนวอบอุ่นหัวใจออกมาอีก

เรื่องราวชีวิตประจำวันอันแสนเรียบง่ายของครอบครัวเล็กๆ ในญี่ปุ่น ยาอิจิ คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวผู้อาศัยอยู่กับ คานะ ลูกสาววัยช่างพูดช่างเจรจาเพียงสองคน หลังจากที่ เรียวจิ น้องชายฝาแฝดของเขาเสียชีวิตลง การปรากฏตัวของสมาชิกคนใหม่ในบ้านจึงเริ่มขึ้น นั่นคือ ไมค์ เกย์ชาวแคนาดา คู่รักของเรียวจิ

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

เส้นเรื่องของการ์ตูนเล่มนี้ เล่าผ่านคำถามนับครั้งไม่ถ้วนของคานะ เด็กสาวผู้ไม่คุ้นชินกับวิถีชีวิตคู่ของน้าชาย ที่ไม่มีผู้หญิงและผู้ชายเป็นองค์ประกอบ และต้องการค้นหาคำตอบว่าครอบครัวที่สมบูรณ์คืออะไร โดยมีไมค์ ผู้เป็นตัวแทนของกลุ่ม LGBTQ คอยตอบคำถาม ว่าความหลากหลายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่ต้น

การตีกรอบว่าต้องเป็นหญิงหรือชายเท่านั้นต่างหากที่เกิดขึ้นในภายหลัง ไมค์ค่อยๆ ผสานความรู้ความเข้าใจให้กับคานะอย่างเปิดกว้าง ไร้อคติ ส่วนยาอิจิทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์และคัดค้านเมื่อมีโอกาส

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

คำถามและคำตอบที่เกิดขึ้นภายในเนื้อเรื่อง ช่วยขยายภาพความเหลื่อมทับและความแตกต่างทางวัฒนธรรมในแต่ละสังคมเกี่ยวกับแนวคิดและมุมมองที่มีต่อ LGBTQ การ์ตูนเรื่องนี้จึงไม่เพียงแต่นำเสนอภาพความหลากหลายทางเพศอันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่ยังนำเสนอภาพความหลากหลายทางรูปลักษณ์ของคำว่าครอบครัวด้วยเช่นกัน

ไมค์ได้ท่องเที่ยวไปในญี่ปุ่น คานะกำลังสนุกที่ได้เรียนรู้ชุดความคิดใหม่ๆ อย่างใสซื่อ ส่วนยาอิจิเอง ก็ได้เดินทางเข้าไปในหัวอกหัวใจของเพื่อนร่วมโลกด้วยกัน

02

Wandering Son

หนุ่มแอบหวานกับสาวแอ๊บแมน

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผู้แต่ง : Takako Shimura

ประเภท : โรแมนติกดราม่า, Slice of Life, Coming of Age

สำนักพิมพ์ : Enterbrain (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ Zenshu Comic)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 13 เล่มจบ

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/3wFRvhq

มังงะโรแมนติกดราม่าที่มีอะไรมากกว่า Slice of Life

ความรัก มิตรภาพ ชีวิตวัยรุ่น และเส้นเรื่องแบบ Coming of Age เป็นสิ่งแรกที่คุณอาจนึงถึงเมื่อหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้น ยิ่งเห็นลายเส้นสีน้ำฟุ้งๆ วิ้งๆ ในเวอร์ชันอนิเมะแล้วล่ะก็ ร้อยทั้งร้อยอาจคิดว่าเป็นมังงะเนื้อหาปุยนุ่น เรื่องราวเบาสมองตามชื่อเรื่อง แต่เราไม่สามารถตัดสินหนังสือจากภาพปกได้จริงๆ 

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายของการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

เพราะนี่คือเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของกลุ่มเด็กประถมปลาย ที่กำลังจะทิ้งร่องรอยแห่งวันวานในวัยเด็ก ก้าวสู่สเตจใหม่ในชีวิตของการเป็นวัยรุ่นอย่างเต็มตัว นิโตริ เด็กชายผู้รักการทำขนม นอกจากใบหน้าที่สวยหวานเหมือนเด็กผู้หญิงแล้ว เขายังชอบแต่งตัวแบบเด็กผู้หญิงอีกด้วย แต่ก็ไม่ได้มีเด็กผู้ชายคนไหนมาตกหลุมรักนิโตริเหมือนพล็อตการ์ตูนทั่วๆ ไป แต่เป็นนิโตริเองต่างหากที่ดันไปตกหลุมรักเพื่อนร่วมห้องอย่าง ทาคัทสึกิ นักเรียนหญิงผู้รักการแต่งตัวแบบผู้ชายและมีหน้าตาหล่อเหลา

สิ่งที่ทำให้มังงะเรื่องนี้เป็นมากกว่า Slice of Life คือการปฏิเสธความเป็นเพศชายหรือหญิงตั้งแต่ระดับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ไปจนถึงระดับชีวิตและจิตวิญญาณของมนุษย์ เราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละคร ที่ต้องต่อสู่กับธรรมเนียมค่านิยมในสังคมเกี่ยวกับอัตลักษณ์เรื่องเพศเมื่อพวกเขาเริ่มเติบโตขึ้นในทุกๆ วัน เสื้อผ้าที่ไม่ตรงกับเพศสภาพ ไม่ใช่สัญลักษณ์ที่บ่งชี้ถึงความผิดแผก แต่เป็นเครื่องการันตีว่ามนุษย์เลือกใส่ เลือกเป็น หรือเลือกรักอะไรก็ได้ตามที่ปรารถนาโดยปราศจากเงื่อนไข

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายของการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ในศตวรรษที่ 21 ทรานส์แมน ทรานส์วูแมน ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวจากสังคมอีกต่อไป ในหลายโรงเรียนจากต่างประเทศทั่วโลก เช่น อเมริกา ไอร์แลนด์ ไต้หวัน หรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ่นเอง อนุมัติให้นักเรียนเลือกใส่เครื่องแบบตามเพศที่ตนเองต้องการ นี่ยังไม่รวมการร่าง พ.ร.บ. ต่างๆ เพื่อให้พลเมืองเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อของตนเองได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย

ความพร่าเลือนของกรอบทางเพศในสังคมปัจจุบัน ทั้งในด้านของรสนิยม การแสดงออก หรือแม้แต่การแต่งกาย ล้วนตอกย้ำให้เห็นถึงพัฒนาการของสิ่งที่เรียกว่าเสรีนิยม อุดมการณ์ที่เดินทางข้ามผ่านกาลเวลาและเติบโตขึ้นไปตามยุคสมัย

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแบบก้าวกระโดด แต่มันก็ไม่เคยหยุดนิ่ง

03

A Polar Bear in Love

อุ๋งจ๋า…หมีรักมาฝาก

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผู้แต่ง : Koromo

ประเภท : โรแมนติกคอมเมดี้

สำนักพิมพ์ : Kadokawa (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ PHOENIX-ฟีนิกซ์)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 4 เล่ม (ยังไม่จบ)

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/2TfD3y2

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/3wJLKPR

(ดัดแปลงเป็นซีรีส์แอนิเมชันขนาดสั้นใน ค.ศ. 2017 รับชมได้ที่ https://bit.ly/3wDN8mN )

A Polar Bear in Love

แมวน้ำอะไรเป็นแฟนหมี การ์ตูน LGBTQ ที่ท้าทายทุกกฎเกณฑ์แห่งห่วงโซ่อาหาร

ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด เพราะนี่คือมังงะที่มีหมีขาวและแมวน้ำเป็นนักแสดงนำ

เรื่องราวของเจ้าหมีขาวเพศผู้ผู้หลงรักแมวน้ำ สัตว์ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาหารอันโอชาของตนและยังเป็นเพศผู้เหมือนกันอีกด้วย กลายเป็นเรื่องราวความรักแบบ Hybridization ข้ามสายพันธุ์ หรือจะเรียกว่ารักต้องห้ามก็คงจะฟังขึ้นอยู่เหมือนกัน

A Polar Bear in Love

“ฉันก็ไม่แคร์”

เป็นประโยคที่เจ้าหมีขาวตอบกลับแมวน้ำ เมื่อน้องอุ๋งของเราพยายามบอกว่าตนเองนั้นเป็น ‘เพศผู้’ (แถมฉันยังไม่ได้เป็นหมีขาวแบบเธอด้วยนะ) นี่จึงเป็นการทำลายกำแพงเงื่อนไขทางความสัมพันธ์ทั้งในแง่สายพันธุ์และเพศสภาพ พาให้เราคอยเอาใจช่วยเจ้าสองตัวนี้ไปจนจบเล่ม ซึ่งหากมองเผินๆ อาจเป็นการ์ตูนสัตว์โลกน่ารัก เนื้อหาสดใสเบาสมอง แต่ก็ซ่อนประเด็นเนื้อหาเกี่ยวกับวงจรและห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตไว้ในหลายมิติ และถึงแม้ว่า Mood & Tone จะออกสีหม่นๆ เทาๆ ไปบ้างคละเคล้าไปตามอารมณ์ เมื่อสัตว์ทั้งสองได้ทบทวนว่าความรักครั้งนี้อาจไม่ได้ลงเอยอย่างที่คาดหวังไว้ แต่ก็มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะคอยกลบเกลื่อนอารมณ์เหล่านั้นให้จางลงได้ตลอดทั้งเรื่อง

A Polar Bear in Love

ความรักเป็นหน่วยความรู้สึกที่มีหลากหลายรูปแบบ มากเกินกว่าที่มนุษย์อย่างพวกเธอจะแบ่งแยกได้ว่าสิ่งนี้ใช่หรือไม่ใช่ความรัก แล้วก็ดูเหมือนว่า จะไม่ใช่หน้าที่ของพวกมนุษย์ในการทำอะไรแบบนั้นเสียด้วยสิ

หมีขาวและแมวน้ำ (ไม่ได้กล่าว)

04

Our Dreams at Dusk

เพียงพบบรรจบฝัน

Our Dreams at Dusk

ผู้แต่ง : Yuhki Kamatani

ประเภท : ดราม่า สะท้อนสังคม

สำนักพิมพ์ :  Shogakukan (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ Zenchu Comic)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 3 เล่ม จาก 4 เล่ม (ยังไม่จบ) 

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่  : https://bit.ly/2RUEDFf

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/34nL1aV

เพราะพื้นที่ของพวกเราคือ ‘ห้องนั่งเล่น’

การ์ตูนว่าด้วยเรื่องประสบการณ์แห่งการพบพานสิ่งต่างๆ ในชีวิตของตัวละคร LGBTQ 

 เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ทาคาสุ นักเรียนชายชั้น ม.ปลาย ตัดสินใจจะจบชีวิตตัวเองลง เมื่อเพื่อนร่วมชั้นจับได้ว่าเขาเป็นเกย์ นั่นจึงทำให้เขาได้พบกับ ‘ห้องนั่งเล่น’ แห่งหนึ่ง ที่ไม่ได้มีไว้นั่ง นอนหรือกินป๊อปคอร์นตอนดูหนังเหมือนห้องนั่งเล่นทั่วไป แต่นี่คือพื้นที่แห่งการบอกเล่าและความเข้าใจของผู้มีความหลากหลายทางเพศเช่นเดียวกับเขาอีกมากมาย

Our Dreams at Dusk

ตัวละครที่มาใช้บริการห้องนั่งเล่นแห่งนี้ มีตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ไปจนถึงวัยชรา บ้างก็อยู่ในภาวะสับสน มึนงง ไม่กล้ายอมรับตัวตนของตนเอง บ้างก็มีประสบการณ์อันแสนขื่นขมจากโลกภายนอกที่ตีค่าความหลากหลายให้กลายเป็นความแปลกประหลาด แต่สิ่งเหล่านั้น จะกลายเป็นคำพูดบางเบาไร้ความหมาย

เมื่อพวกเขาย่างกรายเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ ที่ที่มอบความรู้สึกปลอดภัยให้แก่พวกเขา

Our Dreams at Dusk

‘ฉันจะไม่ถาม’

คือคำตอบของเจ้าของห้องนั่งเล่น ที่จะไม่ถามหรือพยายามบอกให้ตัวละครแก้ปัญหาชีวิตด้วยวิธีแบบนี้หรือแบบนั้น แต่จะให้พวกเขาได้เล่า ระบาย แบ่งปัน และหาคำตอบด้วยตัวเอง เช่นเดียวกันกับหนังสือเล่มนี้ ที่ไม่ได้พยายามยัดเยียดความคิดใส่สมองของผู้อ่าน ว่าพวกคุณต้องเข้าใจพวกเรา หรือสอนว่า LGBTQ ที่ดีต้องเป็นอย่างไร แต่ผู้อ่านจะได้เรียนรู้ เข้าใจ และเติบโตไปพร้อมๆ กับทุกเรื่องเล่าของตัวละคร

 โดยไม่รู้สึกว่ากำลังโดนอบรมหรืออ่านหนังสือประเภทเทศนาโวหารอะไรทำนองนั้น

05

Bloom Into You

สุดท้ายก็คือเธอ

Bloom Into You

ผู้แต่ง : Nio Nakatani

ประเภท : โรแมนติก, Slice of Life, Coming of Age

สำนักพิมพ์ : ASCII Media Works (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ PHOENIX Magenta)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 8 เล่มจบ

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่  : https://bit.ly/3fqJIOK

(ดัดแปลงเป็นซีรีส์แอนิเมชันสั้นใน ค.ศ. 2018 รับชมได้ทาง Netflix)

Bloom Into You

จำได้ไหม ตกหลุมรักครั้งแรกเป็นอย่างไร

เราขอพานักอ่านทุกท่านย้อนวันวานสู่การตกหลุมรักครั้งแรก ด้วยมังงะแนว Slice of Life เอาใจสาวกยูริ ในขณะที่ โคอิโตะ ยู นักเรียน ม.ปลาย ชั้นปี 1 กำลังเดินหาห้องสภานักเรียน เธอจึงได้พบกับนักเรียนหญิงรุ่นพี่สุดเพอร์เฟกต์อย่าง นานามิ โทโกะ เข้าโดยบังเอิญ ความใกล้ชิดและความผูกพันในระหว่างทำงานสภานักเรียนด้วยกัน ทำให้ โทโกะสาวป๊อปสุดเท่ที่มีทั้งหญิงชายมากหน้าหลายตามาสารภาพรัก แต่เธอก็ยังไม่เคยรู้สึกใจเต้นแรงกับใครสักคนเข้าจริงๆ เกิดความรู้สึกพิเศษมากเกินกว่าคำว่ารุ่นน้องกับยู ทั้งสองจึงเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ครั้งนี้อย่างค่อยไปเป็นค่อยไป รู้จักตัวเอง และเรียนรู้ซึ่งกันและกันมาเรื่อยๆ 

หากถามว่าจุดเด่นของมังงะเรื่องไหนนี้อยู่ตรงไหน ก็คงเป็นการนำเสนอภาพความรักของ LGBTQ แบบไม่หวือหวา ฉูดฉาด หรือมีฉากเรียกเรตติ้งอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายและค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต่างจากความรักของหญิงชายคู่อื่นๆ นอกจากนี้ยังถ่ายทอดบทบาทที่สำคัญของเพื่อน ครอบครัว และโรงเรียน ซึ่งมีผลต่อช่วงชีวิตวัยรุ่นของเด็กคนหนึ่งได้อย่างสมจริง

Bloom Into You

 เนื้อหาที่เรียบง่ายแต่ละเมียดละไม บวกกับลายเส้นและการลงน้ำหนักแสงอย่างพอเหมาะพอดี จึงเป็นการส่งผ่านความอบอุ่นจากปลายปากกาของผู้เขียนสู่การทัศนาทางสายตาของนักอ่าน ไม่ว่าจะทำออกมาในรูปแบบมังงะหรืออนิเมะ ก็ยังคีพคาแรกเตอร์ของโทโกะและยูได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ 

เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ Bloom Into You ถูกยกขึ้นแท่นเป็นมังงะเล่ม Recommended ที่ครองใจสาวกยูริหลายๆ คน

06

What did you eat yesterday?

เมื่อวานเจ๊ทานอะไร?

What did you eat yesterday?

ผู้แต่ง : Nio Nakatani

ประเภท : โรแมนติกคอมเมดี สะท้อนสังคม

สำนักพิมพ์ : Kodansha (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 16 เล่ม (ยังไม่จบ)

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/2TfWl6s

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/3hWwye1

(ดัดแปลงเป็นละครซีรีส์ฉบับคนแสดงใน ค.ศ. 2019 รับชมได้ทาง https://bit.ly/3vwTS62 )

What did you eat yesterday?

ตะหลิว หม้อ ช้อน ทัพพี ทั้งหมดนี้ (เกือบ) เป็นตัวเอกของเรื่อง

เป็นเรื่องธรรมดาที่ชีวิตคู่ในวัยผู้ใหญ่ ย่อมไม่สวยงามราบรื่นในทุกกระบวนความ เพราะพ่วงมาด้วยภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ และยิ่งเป็นคู่รัก LGBTQ แล้วด้วย การรักษาภาพลักษณ์ในสังคมจึงเป็นเงื่อนไขข้อสำคัญอีกประการหนึ่ง

เส้นเรื่องเล่าถึงการดำเนินชีวิตประจำวันของคู่รักเกย์ในแมนชั่นแห่งหนึ่ง คาเคย์ ชิโร่ ทนายวัย 43 ปี ผู้รักการทำอาหารพอๆ กับความสงบในชีวิต และ ยาบูกิ เคนจิ ลูกจ้างร้านตัดผมผู้มีพรสวรรค์ในการคุยกับลูกค้ามากกว่าการตัดผม นอกจากนี้ Fumi Yoshinaga ยังยกพื้นที่เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ในหนังสือเล่มนี้ ให้กับกรรมวิธีรังสรรค์เมนูในแต่ละมื้ออาหารอย่างประณีตบรรจง 

What did you eat yesterday?

นอกจากการทำอาหารและชีวิตประจำวันของคู่รักวัยกลางคน เมื่อวานเจ๊ทานอะไร? ยังเป็นมังงะที่พาเราไปลัดเลาะสอดส่องทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อกลุ่ม LGBTQ แฝงปมปัญหาของตัวละครที่ต่างได้รับบาดแผลจากความคาดหวังในสังคมและคนรอบข้าง เนื่องจากค่านิยมในญี่ปุ่นที่ไม่ได้ให้การยอมรับและเปิดกว้างแก่ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเช่นพวกเขา 

ในขณะเดียวกัน เราก็จะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครที่ค่อยๆ ยืนหยัดตัวตนให้สังคมได้รับรู้ ทำไมต้องหลบซ่อน ทำไมต้องปิดบัง เราถูกเพ่งเล่งเพียงเพราะไม่ใช่ชายจริงหญิงแท้อย่างนั้นหรือ

อย่าคิดว่าการ์ตูนเรื่องนี้จะฉายภาพการกัดฟันต่อสู้และชะตาชีวิตของคู่รัก LGBTQ แบบดราม่า เพราะเนื้อหาในเล่มก็สดใสซาบซ่าไม่ต่างจากชื่อเรื่อง การเหน็บแนม จิกกัด และวิพากษ์วิจารณ์ค่านิยมเรื่องเพศในสังคมแบบติดตลก ยังเป็นคุณสมบัติสำคัญอีกข้อหนึ่ง ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้

ด้วยการนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่แปลกใหม่ ฉีกกฎของการ์ตูน Yaoi ที่ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังนำเสนอวิถีชีวิต มุมมอง และทัศนคติของผู้คนในสังคมได้อย่างกลมกลืนไปกับพล็อตเรื่อง จึงทำให้ เมื่อวานเจ๊ทานอะไร? เป็นที่รู้จักกันดีในวงการมังงะทั้งไทยและต่างประเทศมานาน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็น Cookbook คอยแบ่งปันสูตรอาหารอร่อยๆ ให้กับนักอ่าน ได้ลองเอาไปทำตามกันที่บ้านอีกด้วย  แต่อย่าอ่านตอนกลางคืนเด็ดขาด เพราะจะหิวจนต้องไปเปิดตู้เย็นหามื้อดึกทานแบบไม่รู้ตัว (เตือนแล้วนะ)

Writer

ณัฐชา เกิดพงษ์

นักฝึกเขียน ผู้มีกาแฟและหมาปั๊กเป็นปัจจัยที่ 5 และเพิ่งค้นพบว่าการอยู่เฉยๆ ยากพอๆ กับการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load