Gala

Genre: performance art
Country: France
Director: Jérôme Bel

“นักเต้นมืออาชีพเหมือนกันหมดนั่นแหละ พวกเขารูปร่างเหมือนๆ กัน มีวัฒนธรรมเหมือนๆ กัน นี่ล่ะคือสิ่งที่ผิดปกติ”

หลังโรงละครช้าง Jérôme Bel จุดบุหรี่มวนบางเฉียบแล้วอัดควันเข้าปอด ศิลปินชาวฝรั่งเศสสวมเสื้อยืดเก่าๆ คอย้วย และรองเท้าแตะคีบ ดูเผินๆ ใครจะรู้ว่าชายที่ดูธรรมดาเหลือแสนคนนี้คือคนที่นักวิจารณ์ทั่วโลกบอกว่าเป็นอัจฉริยะ

Jérôme Bel

ผู้กำกับและนักออกแบบท่าเต้นคนนี้ทำงานกับคณะนักเต้นมืออาชีพอยู่สิบกว่าปี วันหนึ่งเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าการเคลื่อนไหวเหล่านั้นกลวงเปล่าไร้ความหมายสำหรับเขา เฌโรมลาออกมานั่งอ่านหนังสือปรัชญาและประวัติศาสตร์การเต้นอยู่ 2 ปี และค้นพบคำตอบว่าศิลปะการแสดงที่เขาอยากทำเป็นอย่างไร

มันต้องไม่สมบูรณ์แบบ

“เราพยายามที่จะทำตัวเข้มแข็ง หล่อสวย มีพลัง แต่ผมไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลย ถึงใครจะบอกว่างานของผมมีพลัง ทุกครั้งที่จะแสดง ผมก็ยังไม่แน่ใจ ผมว่าสังคมเราเจริญผิดที่ผิดทางนะ เราถูกสอนจากพ่อแม่ จากโรงเรียนมาทั้งชีวิตว่าต้องเต้นให้ดี ต้องไม่ทำพลาด ทั้งที่ชีวิตก็มีแต่ข้อผิดพลาดทั้งนั้น

“เราควรยอมรับความอ่อนแอ เรียนรู้ที่จะยอมรับความล้มเหลว ไม่ต้องอาย ไม่ต้องเศร้า ยอมรับมันสิ บางทีความล้มเหลวก็ชัดเจนกว่าความสำเร็จ อย่างน้อยเราก็รู้ว่าพลาดตรงไหน แต่เวลาทำอะไรสำเร็จ บางทีเราก็ไม่รู้เลยว่าทำอะไรถูก ดังนั้นเราน่าจะคืนสมดุลให้ความจริง”

เกือบ 3 ปีก่อน เฌโรมออกแบบการแสดงหนึ่งขึ้นมา เป็นการแสดงที่ใช้คน 15 – 20 คนที่แตกต่างหลากหลายมากที่สุด มีทั้งเด็ก คนหนุ่มสาว คนชรา คนพิการ นักเต้นมืออาชีพ คนที่ไม่เคยขึ้นเวทีแสดงมาก่อนเลยในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้า หมอ หรือครู ทุกคนอายุต่างกัน รูปร่างหน้าตาต่างกัน ไม่มีทักษะเคลื่อนไหวที่เหมือนกันเลยสักคน

การแสดงนี้ชื่อว่า Gala

Gala

อย่าเพิ่งคิดว่ามันเป็นงานเลี้ยงรวมคนชายขอบที่เราควรเอาใจช่วยด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ ตรงกันข้าม การแสดงที่จับเอาความล้มเหลวผิดพลาดมาโชว์ให้เห็นจะๆ นี้ประสบความสำเร็จมากจนเดินสายเล่นรอบโลก ทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย สิ่งที่น่าทึ่งคือทุกเมืองที่ทีมงานเดินทางไป พวกเขาจะตามหานักแสดงท้องถิ่นใหม่ทั้งหมด และใช้เวลาในการซ้อมเพียง 4 วันเท่านั้น แถมโดยปกติ ผู้กำกับยังไม่ได้ไปด้วยอีกต่างหาก!

“ความลับของผมคือทำงานให้น้อย กำกับให้น้อย ทุกอย่างต้องเรียบง่ายมากๆ เพราะนักแสดงไม่ใช่มืออาชีพ พวกเขาจำท่าเต้นทั้งหมดไม่ได้หรอก แค่มีคอนเซปต์ให้จับก็พอ เด็กอายุ 5 ขวบก็เข้าใจได้

“Gala ทุกที่ต่างกัน เพราะแต่ละวัฒนธรรมมีการใช้ร่างกายไม่เหมือนกัน บางที่นักแสดงกล้าแสดงออก บางที่ขี้อาย บางที่ก็ทำงานยาก ดังนั้นมันเลยน่าสนใจ เป็นการแสดงที่นักเต้นมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมมาก”

เฌโรมดับบุหรี่ เหตุผลที่เขานั่งอยู่ในซอยประชาอุทิศ 61 ชานเมืองกรุงเทพฯ แทนที่จะเป็นฟิลาเดลเฟียหรือนิวยอร์ก เพราะเขาชอบกรุงเทพฯ และมาแสดงละคร Pichet Klunchun and me กับพิเชษฐ กลั่นชื่น ที่โรงละครเล็กๆ ของนักรำไทยคนนี้

ได้เวลาดูละคร ไฟบนเวทีสว่างขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของนักยิมนาสติก เด็กอนุบาล นักเต้นลีลาศ คนเป็นดาวน์ซินโดรม นักเต้นบัลเลต์ ผู้ใหญ่วัยเกษียณ นักแสดงโขน ผู้หญิงข้ามเพศ คนใช้วีลแชร์ พวกเขาสวมเสื้อผ้าฉูดฉาดทรงเครื่องออกมาเต้นบัลเลต์ เพลงแจ๊ส ไปจนถึงเดินถอยหลังตามเพลงไมเคิล แจ๊คสันGala

หลังช่วงเวลาเปลี่ยนฉากสั้นๆ นักแสดงวิ่งหายไปสลับเสื้อผ้ากันใส่อย่างน่าขบขัน ชายนุ่งเดรสลายดอก อีกคนสวมถุงน่องกากเพชร มีเสื้อจิ๋วห้อยคอ ส่วนเด็กน้อยใส่ชุดยิมนาสติก สาวคนหนึ่งสวมชุดวอร์มโพรกพราก ต่างคนผลัดกันนำคนอื่นๆ เต้นเป็นกลุ่ม มีทั้งตีลังกา กระโดด เดาะบอล ฉีกแข้งฉีกขา จีบมือ จนถึงเลื้อยไปมา

ไม่มีใครเต้นสวยทุกท่า สง่าทุกบทเพลง พวกเขายึกยักทุลักทุเลอยู่บนเวทีจนผู้ชมหัวเราะเอ็นดู ใครจะเถียงได้ว่านั่นไม่ใช่การเต้น จะอ้วน ผอม แก่ หรือเด็ก พวกเขาเต้นอย่างมีความสุข เต้นอย่างมีพลัง เต้นด้วยจิตวิญญาณจนคนดูตบมือโห่ร้องเชียร์ดังลั่น แทบจะลุกขึ้นไปออกลีลาตามจังหวะดนตรี

Gala

Gala

“บางคนไม่ชอบงานนี้เลย บางคนก็บอกว่านี่คืองานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ แต่ผมไม่แคร์หรอก สิ่งที่ผมอยากทำคือแสดงให้เห็นว่าโลกนี้มีความหลากหลายแค่ไหน บางคนในยุโรปคิดว่าทุกคนควรจะเหมือนกันหมด ชอบอะไรเหมือนๆ กัน คิดเหมือนๆ กัน ทุกคนจะมีความสุข แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ผมไม่คิดงั้นนะ ผมมีความสุขเวลาเห็นความแตกต่าง ดังนั้นการแสดงนี้เลยเป็นการเมืองมาก”

คำพูดของผู้กำกับลอยเข้ามาในความคิดฉันเมื่อถึงฉากสุดท้าย การเต้นรุนแรงถึงขั้นเหวี่ยงเสื้อผ้าทิ้งเต็มเวที เราไม่ได้เห็นนักเต้น แต่เห็นมนุษย์ เห็นตัวเองอยู่ใต้แสงไฟ เราต่างเต้นรำอย่างล้มเหลวน่าหัวร่อ แต่มันไม่ได้น่าสมเพชเลยสักนิด ความพยายามที่จะใช้ชีวิตของทุกคนล้วนงดงาม

เช่นเดียวกับผู้ชมทั้งโรงละคร ฉันลุกขึ้นยืนตบมือให้นักเต้นมือสมัครเล่น ผู้เป็นมืออาชีพในการใช้ชีวิต

ขอขอบคุณ: ศิริวรรณ ปากเมย

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

เดี๋ยวนี้ซีรีส์ นิยาย หรือการ์ตูนวาย เป็นกระแสทั่วบ้านทั่วเมืองเต็มไปหมด แถมยังมีคู่จิ้นหน้าใหม่ ควงกันแจ้งเกิดในวงการบันเทิงอยู่แทบทุกวัน สานต่อความฟินให้เหล่าแฟนคลับแบบไม่หยุดหย่อน 

หลายคนคิดว่ามังงะที่นำเสนอเรื่องความหลากหลายทางเพศ เจาะตลาดผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือสาวๆ นักชิปเท่านั้น แต่จริงๆ มังงะหมวดหมู่นี้มีหลากหลายรสชาติ ไม่ต่างจากเรื่องรักของคู่รักเพศตรงข้ามทั่วไป และหลายเรื่องก็สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ LGBTQ ในมุมมองที่หลากหลาย ลดอคติหรือความไม่รู้ของสังคมได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ ความสนุกและคุณภาพก็ไม่ด้อยไปกว่ามังงะแบบอื่นๆ 

ไหนๆ ก็เข้าสู่ Pride Month 2021 แล้ว เราขอร่วมเฉลิมฉลองด้วยการแนะนำมังงะหลากหลายสไตล์ทั้ง 6 เล่มต่อไปนี้ที่บอกเล่าความเป็นอิสระเสรีทางเพศวิถี ตั้งแต่ชีวิตรักสัตว์โลก รักแรกเมื่อครั้ง High School ชีวิตคู่ในวัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงการทำความเข้าใจในระดับครอบครัว เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่าน ได้เข้าถึงแก่นแท้ของคำว่า ‘หลากหลาย’ ด้วยใจที่เปิดกว้าง

01

My Brother’s Husband

ด้วยสายใยรัก

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผู้แต่ง : Genggoroh Takame

ประเภท : ดราม่า ครอบครัว สะท้อนสังคม

สำนักพิมพ์ : Futabasha (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ Dexpress)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 3 เล่มจาก 4 เล่ม

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/3oV01GG

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/3i06dfa

(ดัดแปลงเป็นซีรีส์ฉบับคนแสดงใน ค.ศ. 2018)

นี่ไม่ใช่การ์ตูนเกย์ของสาว Y แต่เป็นการ์ตูน LGBTQ ที่ทุกคนควรอ่าน ในฐานะที่เป็นมนุษย์

คำว่า ‘ครอบครัว’ คืออะไร

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผลงานที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั้งวงการมังงะ เพราะนอกจาก เกนทาโร่ ทากาเมะ (Genggoroh Takame) เจ้าพ่อการ์ตูนเกย์หมีจะไม่วาดฉากเนื้อหนังอันเป็นจุดขายมาตลอด My Brother’s Husband ยังเป็นมังงะเรื่องแรกที่เล่าถึงชีวิตครอบครัว สังคม พ่อ แม่ และเด็ก เป็นมิตรกับผู้อ่านทุกเพศทุกวัย ไม่ได้เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มอย่างเรื่องที่ผ่านๆ มา และผลตอบรับที่น่าพอใจแบบเกินคาด ก็ทำให้ศิลปินแนวเกย์อีโรติกท่านนี้ ผลิตผลงานแนวอบอุ่นหัวใจออกมาอีก

เรื่องราวชีวิตประจำวันอันแสนเรียบง่ายของครอบครัวเล็กๆ ในญี่ปุ่น ยาอิจิ คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวผู้อาศัยอยู่กับ คานะ ลูกสาววัยช่างพูดช่างเจรจาเพียงสองคน หลังจากที่ เรียวจิ น้องชายฝาแฝดของเขาเสียชีวิตลง การปรากฏตัวของสมาชิกคนใหม่ในบ้านจึงเริ่มขึ้น นั่นคือ ไมค์ เกย์ชาวแคนาดา คู่รักของเรียวจิ

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

เส้นเรื่องของการ์ตูนเล่มนี้ เล่าผ่านคำถามนับครั้งไม่ถ้วนของคานะ เด็กสาวผู้ไม่คุ้นชินกับวิถีชีวิตคู่ของน้าชาย ที่ไม่มีผู้หญิงและผู้ชายเป็นองค์ประกอบ และต้องการค้นหาคำตอบว่าครอบครัวที่สมบูรณ์คืออะไร โดยมีไมค์ ผู้เป็นตัวแทนของกลุ่ม LGBTQ คอยตอบคำถาม ว่าความหลากหลายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่ต้น

การตีกรอบว่าต้องเป็นหญิงหรือชายเท่านั้นต่างหากที่เกิดขึ้นในภายหลัง ไมค์ค่อยๆ ผสานความรู้ความเข้าใจให้กับคานะอย่างเปิดกว้าง ไร้อคติ ส่วนยาอิจิทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์และคัดค้านเมื่อมีโอกาส

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

คำถามและคำตอบที่เกิดขึ้นภายในเนื้อเรื่อง ช่วยขยายภาพความเหลื่อมทับและความแตกต่างทางวัฒนธรรมในแต่ละสังคมเกี่ยวกับแนวคิดและมุมมองที่มีต่อ LGBTQ การ์ตูนเรื่องนี้จึงไม่เพียงแต่นำเสนอภาพความหลากหลายทางเพศอันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่ยังนำเสนอภาพความหลากหลายทางรูปลักษณ์ของคำว่าครอบครัวด้วยเช่นกัน

ไมค์ได้ท่องเที่ยวไปในญี่ปุ่น คานะกำลังสนุกที่ได้เรียนรู้ชุดความคิดใหม่ๆ อย่างใสซื่อ ส่วนยาอิจิเอง ก็ได้เดินทางเข้าไปในหัวอกหัวใจของเพื่อนร่วมโลกด้วยกัน

02

Wandering Son

หนุ่มแอบหวานกับสาวแอ๊บแมน

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผู้แต่ง : Takako Shimura

ประเภท : โรแมนติกดราม่า, Slice of Life, Coming of Age

สำนักพิมพ์ : Enterbrain (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ Zenshu Comic)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 13 เล่มจบ

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/3wFRvhq

มังงะโรแมนติกดราม่าที่มีอะไรมากกว่า Slice of Life

ความรัก มิตรภาพ ชีวิตวัยรุ่น และเส้นเรื่องแบบ Coming of Age เป็นสิ่งแรกที่คุณอาจนึงถึงเมื่อหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้น ยิ่งเห็นลายเส้นสีน้ำฟุ้งๆ วิ้งๆ ในเวอร์ชันอนิเมะแล้วล่ะก็ ร้อยทั้งร้อยอาจคิดว่าเป็นมังงะเนื้อหาปุยนุ่น เรื่องราวเบาสมองตามชื่อเรื่อง แต่เราไม่สามารถตัดสินหนังสือจากภาพปกได้จริงๆ 

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายของการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

เพราะนี่คือเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของกลุ่มเด็กประถมปลาย ที่กำลังจะทิ้งร่องรอยแห่งวันวานในวัยเด็ก ก้าวสู่สเตจใหม่ในชีวิตของการเป็นวัยรุ่นอย่างเต็มตัว นิโตริ เด็กชายผู้รักการทำขนม นอกจากใบหน้าที่สวยหวานเหมือนเด็กผู้หญิงแล้ว เขายังชอบแต่งตัวแบบเด็กผู้หญิงอีกด้วย แต่ก็ไม่ได้มีเด็กผู้ชายคนไหนมาตกหลุมรักนิโตริเหมือนพล็อตการ์ตูนทั่วๆ ไป แต่เป็นนิโตริเองต่างหากที่ดันไปตกหลุมรักเพื่อนร่วมห้องอย่าง ทาคัทสึกิ นักเรียนหญิงผู้รักการแต่งตัวแบบผู้ชายและมีหน้าตาหล่อเหลา

สิ่งที่ทำให้มังงะเรื่องนี้เป็นมากกว่า Slice of Life คือการปฏิเสธความเป็นเพศชายหรือหญิงตั้งแต่ระดับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ไปจนถึงระดับชีวิตและจิตวิญญาณของมนุษย์ เราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละคร ที่ต้องต่อสู่กับธรรมเนียมค่านิยมในสังคมเกี่ยวกับอัตลักษณ์เรื่องเพศเมื่อพวกเขาเริ่มเติบโตขึ้นในทุกๆ วัน เสื้อผ้าที่ไม่ตรงกับเพศสภาพ ไม่ใช่สัญลักษณ์ที่บ่งชี้ถึงความผิดแผก แต่เป็นเครื่องการันตีว่ามนุษย์เลือกใส่ เลือกเป็น หรือเลือกรักอะไรก็ได้ตามที่ปรารถนาโดยปราศจากเงื่อนไข

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายของการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ในศตวรรษที่ 21 ทรานส์แมน ทรานส์วูแมน ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวจากสังคมอีกต่อไป ในหลายโรงเรียนจากต่างประเทศทั่วโลก เช่น อเมริกา ไอร์แลนด์ ไต้หวัน หรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ่นเอง อนุมัติให้นักเรียนเลือกใส่เครื่องแบบตามเพศที่ตนเองต้องการ นี่ยังไม่รวมการร่าง พ.ร.บ. ต่างๆ เพื่อให้พลเมืองเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อของตนเองได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย

ความพร่าเลือนของกรอบทางเพศในสังคมปัจจุบัน ทั้งในด้านของรสนิยม การแสดงออก หรือแม้แต่การแต่งกาย ล้วนตอกย้ำให้เห็นถึงพัฒนาการของสิ่งที่เรียกว่าเสรีนิยม อุดมการณ์ที่เดินทางข้ามผ่านกาลเวลาและเติบโตขึ้นไปตามยุคสมัย

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแบบก้าวกระโดด แต่มันก็ไม่เคยหยุดนิ่ง

03

A Polar Bear in Love

อุ๋งจ๋า…หมีรักมาฝาก

6 มังงะ LGBTQ อบอุ่นหัวใจ สำรวจความหลากหลายการ์ตูนญี่ปุ่นใน Pride Month 2021

ผู้แต่ง : Koromo

ประเภท : โรแมนติกคอมเมดี้

สำนักพิมพ์ : Kadokawa (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ PHOENIX-ฟีนิกซ์)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 4 เล่ม (ยังไม่จบ)

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/2TfD3y2

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/3wJLKPR

(ดัดแปลงเป็นซีรีส์แอนิเมชันขนาดสั้นใน ค.ศ. 2017 รับชมได้ที่ https://bit.ly/3wDN8mN )

A Polar Bear in Love

แมวน้ำอะไรเป็นแฟนหมี การ์ตูน LGBTQ ที่ท้าทายทุกกฎเกณฑ์แห่งห่วงโซ่อาหาร

ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด เพราะนี่คือมังงะที่มีหมีขาวและแมวน้ำเป็นนักแสดงนำ

เรื่องราวของเจ้าหมีขาวเพศผู้ผู้หลงรักแมวน้ำ สัตว์ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาหารอันโอชาของตนและยังเป็นเพศผู้เหมือนกันอีกด้วย กลายเป็นเรื่องราวความรักแบบ Hybridization ข้ามสายพันธุ์ หรือจะเรียกว่ารักต้องห้ามก็คงจะฟังขึ้นอยู่เหมือนกัน

A Polar Bear in Love

“ฉันก็ไม่แคร์”

เป็นประโยคที่เจ้าหมีขาวตอบกลับแมวน้ำ เมื่อน้องอุ๋งของเราพยายามบอกว่าตนเองนั้นเป็น ‘เพศผู้’ (แถมฉันยังไม่ได้เป็นหมีขาวแบบเธอด้วยนะ) นี่จึงเป็นการทำลายกำแพงเงื่อนไขทางความสัมพันธ์ทั้งในแง่สายพันธุ์และเพศสภาพ พาให้เราคอยเอาใจช่วยเจ้าสองตัวนี้ไปจนจบเล่ม ซึ่งหากมองเผินๆ อาจเป็นการ์ตูนสัตว์โลกน่ารัก เนื้อหาสดใสเบาสมอง แต่ก็ซ่อนประเด็นเนื้อหาเกี่ยวกับวงจรและห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตไว้ในหลายมิติ และถึงแม้ว่า Mood & Tone จะออกสีหม่นๆ เทาๆ ไปบ้างคละเคล้าไปตามอารมณ์ เมื่อสัตว์ทั้งสองได้ทบทวนว่าความรักครั้งนี้อาจไม่ได้ลงเอยอย่างที่คาดหวังไว้ แต่ก็มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะคอยกลบเกลื่อนอารมณ์เหล่านั้นให้จางลงได้ตลอดทั้งเรื่อง

A Polar Bear in Love

ความรักเป็นหน่วยความรู้สึกที่มีหลากหลายรูปแบบ มากเกินกว่าที่มนุษย์อย่างพวกเธอจะแบ่งแยกได้ว่าสิ่งนี้ใช่หรือไม่ใช่ความรัก แล้วก็ดูเหมือนว่า จะไม่ใช่หน้าที่ของพวกมนุษย์ในการทำอะไรแบบนั้นเสียด้วยสิ

หมีขาวและแมวน้ำ (ไม่ได้กล่าว)

04

Our Dreams at Dusk

เพียงพบบรรจบฝัน

Our Dreams at Dusk

ผู้แต่ง : Yuhki Kamatani

ประเภท : ดราม่า สะท้อนสังคม

สำนักพิมพ์ :  Shogakukan (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ Zenchu Comic)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 3 เล่ม จาก 4 เล่ม (ยังไม่จบ) 

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่  : https://bit.ly/2RUEDFf

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/34nL1aV

เพราะพื้นที่ของพวกเราคือ ‘ห้องนั่งเล่น’

การ์ตูนว่าด้วยเรื่องประสบการณ์แห่งการพบพานสิ่งต่างๆ ในชีวิตของตัวละคร LGBTQ 

 เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ทาคาสุ นักเรียนชายชั้น ม.ปลาย ตัดสินใจจะจบชีวิตตัวเองลง เมื่อเพื่อนร่วมชั้นจับได้ว่าเขาเป็นเกย์ นั่นจึงทำให้เขาได้พบกับ ‘ห้องนั่งเล่น’ แห่งหนึ่ง ที่ไม่ได้มีไว้นั่ง นอนหรือกินป๊อปคอร์นตอนดูหนังเหมือนห้องนั่งเล่นทั่วไป แต่นี่คือพื้นที่แห่งการบอกเล่าและความเข้าใจของผู้มีความหลากหลายทางเพศเช่นเดียวกับเขาอีกมากมาย

Our Dreams at Dusk

ตัวละครที่มาใช้บริการห้องนั่งเล่นแห่งนี้ มีตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ไปจนถึงวัยชรา บ้างก็อยู่ในภาวะสับสน มึนงง ไม่กล้ายอมรับตัวตนของตนเอง บ้างก็มีประสบการณ์อันแสนขื่นขมจากโลกภายนอกที่ตีค่าความหลากหลายให้กลายเป็นความแปลกประหลาด แต่สิ่งเหล่านั้น จะกลายเป็นคำพูดบางเบาไร้ความหมาย

เมื่อพวกเขาย่างกรายเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ ที่ที่มอบความรู้สึกปลอดภัยให้แก่พวกเขา

Our Dreams at Dusk

‘ฉันจะไม่ถาม’

คือคำตอบของเจ้าของห้องนั่งเล่น ที่จะไม่ถามหรือพยายามบอกให้ตัวละครแก้ปัญหาชีวิตด้วยวิธีแบบนี้หรือแบบนั้น แต่จะให้พวกเขาได้เล่า ระบาย แบ่งปัน และหาคำตอบด้วยตัวเอง เช่นเดียวกันกับหนังสือเล่มนี้ ที่ไม่ได้พยายามยัดเยียดความคิดใส่สมองของผู้อ่าน ว่าพวกคุณต้องเข้าใจพวกเรา หรือสอนว่า LGBTQ ที่ดีต้องเป็นอย่างไร แต่ผู้อ่านจะได้เรียนรู้ เข้าใจ และเติบโตไปพร้อมๆ กับทุกเรื่องเล่าของตัวละคร

 โดยไม่รู้สึกว่ากำลังโดนอบรมหรืออ่านหนังสือประเภทเทศนาโวหารอะไรทำนองนั้น

05

Bloom Into You

สุดท้ายก็คือเธอ

Bloom Into You

ผู้แต่ง : Nio Nakatani

ประเภท : โรแมนติก, Slice of Life, Coming of Age

สำนักพิมพ์ : ASCII Media Works (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์ PHOENIX Magenta)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 8 เล่มจบ

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่  : https://bit.ly/3fqJIOK

(ดัดแปลงเป็นซีรีส์แอนิเมชันสั้นใน ค.ศ. 2018 รับชมได้ทาง Netflix)

Bloom Into You

จำได้ไหม ตกหลุมรักครั้งแรกเป็นอย่างไร

เราขอพานักอ่านทุกท่านย้อนวันวานสู่การตกหลุมรักครั้งแรก ด้วยมังงะแนว Slice of Life เอาใจสาวกยูริ ในขณะที่ โคอิโตะ ยู นักเรียน ม.ปลาย ชั้นปี 1 กำลังเดินหาห้องสภานักเรียน เธอจึงได้พบกับนักเรียนหญิงรุ่นพี่สุดเพอร์เฟกต์อย่าง นานามิ โทโกะ เข้าโดยบังเอิญ ความใกล้ชิดและความผูกพันในระหว่างทำงานสภานักเรียนด้วยกัน ทำให้ โทโกะสาวป๊อปสุดเท่ที่มีทั้งหญิงชายมากหน้าหลายตามาสารภาพรัก แต่เธอก็ยังไม่เคยรู้สึกใจเต้นแรงกับใครสักคนเข้าจริงๆ เกิดความรู้สึกพิเศษมากเกินกว่าคำว่ารุ่นน้องกับยู ทั้งสองจึงเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ครั้งนี้อย่างค่อยไปเป็นค่อยไป รู้จักตัวเอง และเรียนรู้ซึ่งกันและกันมาเรื่อยๆ 

หากถามว่าจุดเด่นของมังงะเรื่องไหนนี้อยู่ตรงไหน ก็คงเป็นการนำเสนอภาพความรักของ LGBTQ แบบไม่หวือหวา ฉูดฉาด หรือมีฉากเรียกเรตติ้งอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายและค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต่างจากความรักของหญิงชายคู่อื่นๆ นอกจากนี้ยังถ่ายทอดบทบาทที่สำคัญของเพื่อน ครอบครัว และโรงเรียน ซึ่งมีผลต่อช่วงชีวิตวัยรุ่นของเด็กคนหนึ่งได้อย่างสมจริง

Bloom Into You

 เนื้อหาที่เรียบง่ายแต่ละเมียดละไม บวกกับลายเส้นและการลงน้ำหนักแสงอย่างพอเหมาะพอดี จึงเป็นการส่งผ่านความอบอุ่นจากปลายปากกาของผู้เขียนสู่การทัศนาทางสายตาของนักอ่าน ไม่ว่าจะทำออกมาในรูปแบบมังงะหรืออนิเมะ ก็ยังคีพคาแรกเตอร์ของโทโกะและยูได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ 

เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ Bloom Into You ถูกยกขึ้นแท่นเป็นมังงะเล่ม Recommended ที่ครองใจสาวกยูริหลายๆ คน

06

What did you eat yesterday?

เมื่อวานเจ๊ทานอะไร?

What did you eat yesterday?

ผู้แต่ง : Nio Nakatani

ประเภท : โรแมนติกคอมเมดี สะท้อนสังคม

สำนักพิมพ์ : Kodansha (ฉบับแปลไทย สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ)

ความยาว : ฉบับแปลไทย 16 เล่ม (ยังไม่จบ)

อ่านฉบับหนังสือเล่มได้ที่ : https://bit.ly/2TfWl6s

อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/3hWwye1

(ดัดแปลงเป็นละครซีรีส์ฉบับคนแสดงใน ค.ศ. 2019 รับชมได้ทาง https://bit.ly/3vwTS62 )

What did you eat yesterday?

ตะหลิว หม้อ ช้อน ทัพพี ทั้งหมดนี้ (เกือบ) เป็นตัวเอกของเรื่อง

เป็นเรื่องธรรมดาที่ชีวิตคู่ในวัยผู้ใหญ่ ย่อมไม่สวยงามราบรื่นในทุกกระบวนความ เพราะพ่วงมาด้วยภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ และยิ่งเป็นคู่รัก LGBTQ แล้วด้วย การรักษาภาพลักษณ์ในสังคมจึงเป็นเงื่อนไขข้อสำคัญอีกประการหนึ่ง

เส้นเรื่องเล่าถึงการดำเนินชีวิตประจำวันของคู่รักเกย์ในแมนชั่นแห่งหนึ่ง คาเคย์ ชิโร่ ทนายวัย 43 ปี ผู้รักการทำอาหารพอๆ กับความสงบในชีวิต และ ยาบูกิ เคนจิ ลูกจ้างร้านตัดผมผู้มีพรสวรรค์ในการคุยกับลูกค้ามากกว่าการตัดผม นอกจากนี้ Fumi Yoshinaga ยังยกพื้นที่เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ในหนังสือเล่มนี้ ให้กับกรรมวิธีรังสรรค์เมนูในแต่ละมื้ออาหารอย่างประณีตบรรจง 

What did you eat yesterday?

นอกจากการทำอาหารและชีวิตประจำวันของคู่รักวัยกลางคน เมื่อวานเจ๊ทานอะไร? ยังเป็นมังงะที่พาเราไปลัดเลาะสอดส่องทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อกลุ่ม LGBTQ แฝงปมปัญหาของตัวละครที่ต่างได้รับบาดแผลจากความคาดหวังในสังคมและคนรอบข้าง เนื่องจากค่านิยมในญี่ปุ่นที่ไม่ได้ให้การยอมรับและเปิดกว้างแก่ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเช่นพวกเขา 

ในขณะเดียวกัน เราก็จะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครที่ค่อยๆ ยืนหยัดตัวตนให้สังคมได้รับรู้ ทำไมต้องหลบซ่อน ทำไมต้องปิดบัง เราถูกเพ่งเล่งเพียงเพราะไม่ใช่ชายจริงหญิงแท้อย่างนั้นหรือ

อย่าคิดว่าการ์ตูนเรื่องนี้จะฉายภาพการกัดฟันต่อสู้และชะตาชีวิตของคู่รัก LGBTQ แบบดราม่า เพราะเนื้อหาในเล่มก็สดใสซาบซ่าไม่ต่างจากชื่อเรื่อง การเหน็บแนม จิกกัด และวิพากษ์วิจารณ์ค่านิยมเรื่องเพศในสังคมแบบติดตลก ยังเป็นคุณสมบัติสำคัญอีกข้อหนึ่ง ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้

ด้วยการนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่แปลกใหม่ ฉีกกฎของการ์ตูน Yaoi ที่ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังนำเสนอวิถีชีวิต มุมมอง และทัศนคติของผู้คนในสังคมได้อย่างกลมกลืนไปกับพล็อตเรื่อง จึงทำให้ เมื่อวานเจ๊ทานอะไร? เป็นที่รู้จักกันดีในวงการมังงะทั้งไทยและต่างประเทศมานาน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็น Cookbook คอยแบ่งปันสูตรอาหารอร่อยๆ ให้กับนักอ่าน ได้ลองเอาไปทำตามกันที่บ้านอีกด้วย  แต่อย่าอ่านตอนกลางคืนเด็ดขาด เพราะจะหิวจนต้องไปเปิดตู้เย็นหามื้อดึกทานแบบไม่รู้ตัว (เตือนแล้วนะ)

Writer

ณัฐชา เกิดพงษ์

นักฝึกเขียน ผู้มีกาแฟและหมาปั๊กเป็นปัจจัยที่ 5 และเพิ่งค้นพบว่าการอยู่เฉยๆ ยากพอๆ กับการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load