18 Dec 2017
2 PAGES
5 K
Kantaro: The Sweet Tooth Salaryman (2017)
ช่องทางการดู: Netflix
ประเภท: TV series
Country : Japan
Director : Kentarô Moriya, Yusuke Ishida, Natsuki Takashima
ความเสียหาย : 1 ซีซั่น 12 ตอน ตอนละ 25 นาที (รวมแล้ว 3 ชั่วโมงนิดๆ ก็จบซีซั่น)

ชีวิตของผู้เขียนนั้นก็เหมือนคนทั่วไป ที่สมัยเด็กๆ ก็นิยมชมชอบกินขนมหวานมากกว่าข้าวปลา พอโตขึ้นมาสมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาจนถึงช่วงเริ่มต้นการทำงานใหม่ๆ การลงไปกินข้าวเที่ยงมักจะจบมื้อลงด้วยการหาขนมหวานๆ ล้างปากสักนิดหน่อย เท่าที่ร้านรอบออฟฟิศจะอำนวย ไม่ว่าจะไอติม โตเกียว ขนมเบื้อง สมูธตี้ น้ำแข็งไส (ไม่ใช่บิงซูหรอกค่ะ ตอนนั้นยังไม่มี ถึงมีแล้วก็กินบ่อยๆไม่ได้อยู่ดี-ฮา)

แต่พอทำงานมาได้อีกสักพักใหญ่ ถึงเจอสัจธรรมแห่งชีวิตว่า ความอ้วนมันไม่เข้าใครออกใคร… ขนาดว่าผู้เขียนแทบไม่ได้กินขนมอะไรเลย แค่นั่งหายใจเข้าออกในออฟฟิศเฉยๆ ไปวันๆ ก็ยังอ้วนขึ้นมาซะยังงั้นเลยนะคุณ ไม่ได้อ้วนธรรมดาด้วยนะ อ้วนขึ้นมาหลายกิโลด้วย ปัดโธ่ๆๆๆ

แล้วชีวิตระหว่างของหวานกับเราก็ค่อยๆ ห่างหายกันไป จนกระทั่งมีเพื่อนผู้ปรารถนาดี (แต่ประสงค์ร้าย) แนะนำผู้เขียนมาว่าดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วคิดถึงเราเลย ดูแล้วน่าจะชอบแน่ๆ โอเค นานๆ ทีเพื่อนจะนึกถึง ผู้เขียนก็เลยเปิดขึ้นมาดูซะ 1 ตอน

ซีรีส์เรื่องนั้นชื่อว่า Kantaro: The Sweet Tooth Salaryman

Kantaro: The Sweet Tooth Salaryman

โตเกียวเรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งของหวาน เพราะอุดมไปด้วยบรรดาของหวานหน้าตาโนะเนะน่ารักคาวาอิเนะ ทั้งขนมแบบญี่ปุ่นเองและขนมฝรั่งเศสซึ่งกระจายไปทั่ว ทั้งตามร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนมมากมายแทบทุกจุดของเมือง

พระเอกของซีรีส์เรื่องนี้ชื่อ Kantaro Ametami ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ชอบกินขนมหวานมาก ขนาดว่ามีบล็อกที่อัพเดตของหวานที่กินมาเป็นของตัวเอง ด้วยอาชีพโปรแกรมเมอร์ที่ต้องนั่งประจำในออฟฟิศ การกินของหวานของคันทาโร่เลยถูกจำกัดให้อยู่แค่ในวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

Kantaro: The Sweet Tooth Salaryman

Kantaro: The Sweet Tooth Salaryman

เวลาเราเจอคำคมตามเพจไลฟ์โค้ช ทุกคนมักจะบอกว่า ให้เอาความหลงใหลของเรามาสร้างรายได้ อีคันทาโร่มาเหนือกว่าครับ นอกจาก ‘ไม่สร้างรายได้’ แล้ว มันยัง ‘ทิ้งรายได้’ ด้วย เพราะพี่แกตัดสินใจเปลี่ยนงานมาเป็นเซลส์ของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งในโตเกียว เพื่อเวลาเดินสายออกไปหาลูกค้าที่เป็นร้านหนังสือแล้ว หลังเสร็จงานจะได้แอบแวบไปกินขนมต่างๆ ตามร้านเด็ดๆ ด้วย (อ้าว…อีนี่อู้งาน)

ฟังดูแย่นะครับ แต่มันไม่ได้แย่อย่างที่อ่านหรอก คนญี่ปุ่นก็ยังเป็นคนญี่ปุ่นวันยังค่ำ พี่คันทาโรแกจะตั้งใจทำงานเป็นอย่างมากเวลาอยู่ในออฟฟิศ แม้แต่เวลาไปหาลูกค้าก็ตั้งใจรีบทำงานให้เสร็จเร็วๆ เพื่อให้เวลากินขนมนั้นไม่รบกวนเวลาทำงานในส่วนอื่นๆ ของวัน โอเค ตั้งใจทำงานเพื่อให้มีเวลาเหลือถือว่าเป็นการจัดการเวลาที่ดี

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อเดียวกันครับ ถ้าเราเคยอ่านการ์ตูนทำอาหาร เวลาที่ตัวเอกกินอะไรไปมันจะมีซีนตกตะลึงกับรสชาติที่แสนวิเศษ เรื่องนี้มีทุกแบบที่พูดมาเลย แถมยังเล่นใหญ่กว่ารัชดาลัยเธียเตอร์เสียอีก 8 เท่า อย่างเช่นกินน้ำแข็งไสแล้วสดชื่นเหมือนยืนอยู่แล้วมีสายน้ำเย็นมาสาดใส่หน้า เมล่อนอร่อยก็มีฉากเต้นรำกับเจ้าหญิงเมล่อนอะไรแบบนี้ด้วย

Kantaro: The Sweet Tooth Salaryman

แต่เดี๋ยว อย่าเข้าใจผิด ที่เขียนมาทั้งหมดนี่คือคำชม เพราะทุกสิ่งในเรื่องนี้มันออกมาตลก สนุก และบันเทิงมาก ขนมหวานต่างๆ ถ่ายมาสวยงาม ละเมียดละไม มีทั้งถ่ายใกล้ถ่ายไกล เห็นตั้งแต่วิธีเตรียมวิธีทำ เห็นความละเอียดใส่ใจในทุกๆ ขั้นตอน

หลังจากดูจบแล้วแทบอยากจะกำเงินกดจองตั๋วเครื่องบินไปโตเกียวมันเสียเดี๋ยวนั้นเลย แม้ว่าจะห่างหายจากการกินขนมมานานแล้วก็ตาม

ใช่, ร้านทุกร้าน เมนูทุกเมนู ในเรื่องนี้มีอยู่จริงและสามารถไปตามรอยได้ แล้วจะรออะไรล่ะครับ จองตั๋วสิ!

น้ำแข็งไส ขนมหวาน

แต่ก่อนจะไปไกลถึงขั้นนั้น ตัดภาพกลับมากลางดึกคืนหนึ่งของมนุษย์เงินเดือนในกรุงเทพฯ ที่นอนหิวท้องร้องเพราะพิษขนมในเรื่อง ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วว่าเพื่อนผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายคนนั้นจะแนะนำให้ดูทำไม จริงๆ ด้วยคอนเซปต์ของหมวด Living เราควรจะได้ประโยชน์จากการพักผ่อนดูหนังอะไรแบบนี้ แต่กับเรื่องนี้ผู้เขียนยอมรับว่านึกประโยชน์อย่างอื่นไม่ออกนอกจากความอยากไปกินขนมที่โตเกียวอย่างเดียว

ถ้าอย่างนั้นก็ขอขมวดจบไปแบบฝืนๆ แถๆ แล้วกันว่า การดูซีรีส์เรื่องนี้น่าจะช่วยให้ทุกคนตั้งใจขยันทำงานหาเงินอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อจองตั๋วไปกินตามรอยให้หมดทุกร้านได้อย่างง่ายดาย เราขอเอาใจช่วยทุกคนนะ

Bon Appétit!

คำเตือน : ควรบริโภคแต่น้อยและหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจ้า

Kantaro: The Sweet Tooth Salaryman

CONTRIBUTOR

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

อดีตนักศึกษาสถาปัตย์ที่หันเหเปลี่ยนอาชีพมาเป็นช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก และนักหัดเขียน โดยพึ่งมีหนังสือของตัวเองเล่มแรกชื่อ 'ราชาสถาน นิทานตื่นนอน'