15 มกราคม 2564
3 PAGES
6 K

​เดือนมกราคมยังไม่หมดเวลาเที่ยว คงมีหลายคนเลือกเวลาไปเที่ยวไปกินต่างจากคนส่วนใหญ่ เมื่อตอนสิ้นปีต่อปีใหม่ที่หยุดยาวนั้นไม่ไปไหน ทำตัวเป็นเจ้าของกรุงเทพฯ คนน้อย ไปไหนก็ง่าย รถก็ไม่ติด ไปกินที่ไหนไม่แออัด ไม่ต้องเร่งรีบ พอหมดโปรโมชันปีใหม่ ใครๆ กลับกรุงเทพฯ แล้ว ก็ค่อยสวนออกไปเที่ยว ที่ท่องเที่ยวคนโหรงเหรง จะเลือกกินร้านไหนก็สะดวก นั่งกินลม ชมวิว แบบเฉื่อยๆ สบายใจ

​เรื่องไปกินลม ชมวิวนั้น ผมว่าอยู่ในอาหาร 5 หมู่ มีร้านชวนให้น่านั่ง กินอร่อย เย็นสบาย สะอาดสะอ้าน และวิวดี พูดง่ายๆ กินดี มีบรรยากาศ คนกรุงเทพฯ พอมีเวลาก็อยากไปหาบรรยากาศการกินนอกเมือง เอาของอร่อยใส่ปาก เอาขยะในสมองไปทิ้ง พักผ่อนสายตา เมื่อเลือกร้านอาหารที่มีอาหาร 5 หมู่ครบแล้ว ได้รสชาติถูกปากอีกก็ยิ่งคุ้ม ฉะนั้นในวันหยุด คนไหนได้ลายแทงร้านอาหารนอกเมืองมาจะอยู่ไม่สุข ต้องไปตรวจสอบวัดมาตรฐาน

​ครั้งนี้ว่าด้วยเรื่องวิวกับร้านอาหาร มีหลายรูปแบบ แต่ที่ฮิตตลอดกาลไม่เกินวิวแม่น้ำหรือริมคลอง ลองดูว่าดีอย่างไรถึงไม่เสื่อมความนิยม ที่ผมเคยเห็นมามีอย่างไรบ้าง และตอนนี้กระแสใหม่มาแรงเป็นอย่างไร

ลายแทงร้านอาหารริมแม่น้ำ ริมคลอง ริมทุ่งนา ที่เสิร์ฟอาหารตาอร่อยพอๆ กับรสชาติในจาน
ลายแทงร้านอาหารริมแม่น้ำ ริมคลอง ริมทุ่งนา ที่เสิร์ฟอาหารตาอร่อยพอๆ กับรสชาติในจาน

ข้อดีของริมแม่น้ำ ยิ่งกว้าง เรียบ ดูเย็นตา พอมีลมพัดก็เย็นตัว คนทำร้านอาหารชอบวิวแม่น้ำเพราะเป็นของฟรี แต่เอามาขายได้ ในหน้าฝน หน้าร้อน หน้าหนาว ดีไปหมดทุกหน้า แม้กระทั่งกลางคืน ถ้าร้านอาหารไหนได้ทำเลทองยิ่งขายดีสุดๆ อาจจะขายดีกว่าตอนกลางวันด้วยซ้ำไป

ร้านอาหารมีวิวแม่น้ำตอนกลางคืนมีหลายร้าน อย่างเช่น ร้านริมปิง ใกล้สะพานนวรัตน์ เชียงใหม่ ร้านนี้เชื่อว่าทุกคนต้องเคยไป กลางวันเงียบๆ แต่พอมืดปั๊บลูกค้ามากันเพียบ วิวแม่น้ำจะมีแสงไฟจากถนน จากห้องแถว จากป้ายโฆษณา ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม สะท้อนลงแม่น้ำปิงทอดแสงยาวๆ สวยสุด คนนั่งกินอาหารค่ำตรงริมระเบียงกินไปมองวิวไป ยิ่งมีคนที่ร่วมกินด้วยพูดจากันภาษาดอกไม้ คำว่าสมบูรณ์แบบยังน้อยไป

ร้านในกรุงเทพฯ ที่มีวิวกลางคืนก็ใช่ย่อย ร้านที่มองเห็นวัดอรุณฯ นั่นเด็ดขาดอยู่แล้ว อีกที่หนึ่งมองเห็นสะพาน พระราม 8 ที่เรียกว่า กินลม ชมสะพาน เรื่องวิวกินลม ชมสะพานนั้นผมเคยมีประสบการณ์ เมื่อตอนทำงานใหม่ๆ ทำงานประสาทกิน พอเย็นวันหนึ่งอยากไปหาเบียร์กินเงียบๆ แถวท่าน้ำถนนตก ให้ห่างไกลผู้คนหน่อย ปรากฏว่าที่นั่นมีแต่ร้านขายผัดไทย จะกินแทนเบียร์คงไม่ได้เรื่อง

เผอิญมีเรือข้ามฟากไปขึ้นวัดดาวคะนองฝั่งตรงข้าม ดูเข้าท่าก็โดดลงเรือไป ขึ้นท่าน้ำที่เป็นโป๊ะสำหรับเติมน้ำมันเรือ ยี่ห้อเชลล์นี่แหละ เจ้าของโป๊ะมีร้านง่ายๆ เปิดโล่งเห็นแม่น้ำกว้างสุดสายตา เขาขายของกระจุกกระจิกพร้อมอาหารตามสั่งเล็กน้อยให้คนใกล้ๆ วัด คนนี้มีอารมณ์อันสุนทรีย์ มีเครื่องเสียงชั้นเยี่ยม และมีแผ่นเสียงเพลงเพราะๆ เยอะ นั่นก็ได้ที่กินเบียร์ดูวิวสมใจอยาก แถมเห็นสะพานกรุงเทพฯ มีไฟสะท้อนในน้ำไกลๆ สวยปิ๊ง

อะไรไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่เจ้าของร้านคนที่ว่า เลือกแผ่นเสียงเพลง Bridge over Troubled Water ของ Simon & Garfunkel มาเปิด ตอนนั้นเพิ่งดังเป็นพลุในอเมริกา แล้วมาดังในเมืองไทยแบบไม่ทิ้งห่าง ทุกอย่างช่างพอดีลงตัว มีวิวแม่น้ำพาโนรามา มีเบียร์เป็นเพื่อน กินลม ชมสะพานด้วยสายตา แถมสะพานยังเข้าไปในหู ไพเราะอีกต่างหาก เลยจำแม่น

เรื่องวิวแม่น้ำกับร้านอาหารที่เป็นคู่แฝดกัน คนทำร้านอาหารฝีมือต้องมาก่อน มีวิวเสริม ทำร้านให้น่านั่ง มีบริเวณจอดรถได้ จะเป็นสูตรสำเร็จ แถวอยุธยาตรงถนนเลียบแม่น้ำ ตั้งแต่วัดพนัญเชิงมามีหลายร้านติดๆ กัน บางปะอินตรงหลังพระราชวังบางปะอินก็มีร้านยางเดี่ยว นั่นเก่าแก่โบร่ำโบราณ ตอนนี้มีร้านยายกับตาเป็นบ้านๆ ใต้ถุนสูง แถบปทุมธานีก็เยอะ มีร้านครูจุก บ้านปากคลอง บ้านตานิด ทั้งหมดนี้ใครติดใจร้านไหนก็กินร้านนั้น

มีหลายคนที่อยากทำร้านอาหารริมแม่น้ำ แต่ไม่มีที่เหมาะๆ เมื่อก่อนใช้วิธีเช่าที่วัด ความที่ทุกวัดจะอยู่ริมน้ำ การเช่าที่วัดได้เปรียบที่มีที่จอดรถเยอะแยะ แต่ตอนหลังๆ วัดไม่ให้เช่า บางทีคนทำร้านอาหารเองก็ไม่อยากเช่า เพราะเมื่อวัดมีงานต้องใช้พื้นที่ให้คนมากินอาหารไปหาที่จอดที่อื่น หรือคนมากินอาหารได้ยินวัดใช้เครื่องเสียงหมื่นวัตต์ก็เรียบร้อย

ที่จริงริมคลองดีๆ น้ำสะอาดๆ ในกรุงเทพฯ ก็น่าจะใช้ได้ ยังไม่เห็นใครทำ เผอิญผมไปเห็นคลองที่หนึ่งที่เมือง San Antonio Texas อเมริกา เมืองนั้นมีความสำคัญอยู่ 2 อย่างที่คนต้องไป ที่แรกเป็น Fort Alamo หรือป้อมอาลาโม นั่นเป็นมรดกโลกไปแล้ว อีกที่เป็น San Antonio Canal หรือที่เรียกว่า The River Walk

คลองที่นี่เก่าแก่มาก ตั้งแต่สมัยคาวบอยขี่ม้า คาดปืน ยิงกันโป้งป้าง แล้วมาเป็นยุคทันสมัย มีตึกรามบ้านช่องริมคลอง แต่ด้านหน้าตึกทั้งหมดอยู่ริมถนน คลองทำหน้าที่เป็นที่ระบายน้ำเสียมานาน พอ ค.ศ. 1929 เมืองคงเหลือทนกับคลองน้ำเสีย กรรมการเมืองกับนักภูมิสถาปัตย์ก็เปลี่ยนระบบใหม่ ทำน้ำจนสะอาดใสแจ๋ว ปรับภูมิทัศน์ให้มีทางเดินเรียบทั้งสองฝั่ง ปลูกต้นไม้ ระบบไฟพร้อม มี Street Furniture

คลองนี้ยาว 4 กิโลเมตร ใช้เวลาปรับปรุงนานเหมือนกัน ชาวเมืองถูกใจเห็นดีเห็นงาม เปลี่ยนระบบใช้สอยใหม่ ด้านหน้าตึกที่เคยอยู่ริมถนน กลับมาเป็นด้านริมคลองแทน เรียกว่าสลับกัน ริมคลองนั้นก็ขายอาหารตั้งโต๊ะ เก้าอี้ กินวิวไปด้วย มีบาร์ มีหอศิลปะ ขายของที่ระลึก ต่อๆ มายิ่งสวยขึ้น ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ในคลองมีเรือเปิดหลังคาพานั่งท่องเที่ยวชมวิว ปลายสุดของคลองมีห้างใหญ่ทันสมัยมาก นักท่องเที่ยวคนไหนไม่ไปป้อมอาลาโมกับคลองนี้ถือว่าไปไม่ถึงเมือง San Antonio

ผมย้อนมาดูเมืองไทย นึกถึงคลองแสนแสบ คลองบางลำพู และคลองที่เพิ่งรื้อฟื้นสภาพความเป็นคลองใหม่ให้กลับมาดูดี เมื่อเป็นประโยชน์ขึ้นมา คนก็จะรักคลอง การช่วยดูแลรักษาคลองก็จะตามมาและง่ายขึ้น

ลายแทงร้านอาหารริมแม่น้ำ ริมคลอง ริมทุ่งนา ที่เสิร์ฟอาหารตาอร่อยพอๆ กับรสชาติในจาน

การกินโดยดูวิวแม่น้ำไปด้วย ถึงจะไม่เสื่อมความนิยม แต่ตอนนี้ก็มีวิวใหม่เป็นทุ่งนาที่โดนใจคนกรุงเทพฯ ปกติของคนเราจะชอบสีเขียวเป็นพื้นอยู่แล้ว เป็นสีที่ให้ความสดชื่น ผ่อนคลาย ความสงบ แล้วสีเขียวของต้นข้าวในนานั้นจะเขียวเท่ากันหมด ความสูงก็เสมอเท่ากันด้วย อีกอย่างทุ่งนายังเปลี่ยนโทนสีได้ ตอนข้าวเริ่มแก่ก็เป็นสีเขียวอีกอย่าง ตอนพร้อมที่จะเกี่ยวก็เป็นสีทอง แค่นั้นยังไม่พอ เวลาแสงแดดตอนบ่ายถึงเย็นที่เป็นแสงข้าง เมื่อทอดแสงกับนาข้าว อย่างนั้นเรียกว่าธรรมชาติเนรมิตความสวยมาให้

ฉะนั้น วิวทุ่งนาจึงเข้าตาคนทำร้านอาหาร เดี๋ยวนี้ผุดที่โน่นที่นี่ มีทั่วไปหมด นครปฐม ราชบุรี ฉะเชิงเทรา นครสวรรค์ เชียงใหม่ มีทั้งนั้น อยุธยาไม่ต้องพูดถึงมีเป็นเทือก

ลายแทงร้านอาหารริมแม่น้ำ ริมคลอง ริมทุ่งนา ที่เสิร์ฟอาหารตาอร่อยพอๆ กับรสชาติในจาน
ลายแทงร้านอาหารริมแม่น้ำ ริมคลอง ริมทุ่งนา ที่เสิร์ฟอาหารตาอร่อยพอๆ กับรสชาติในจาน

ผมเห็นที่ปทุมธานีนั่นก็มีหลายร้าน และจะตามมาอีก โดยเฉพาะตรงต้นถนน 347 จากปทุมธานี ไปบางปะอิน ตรงนั้นมีความได้เปรียบที่มีต้นตาลแน่นและยังทำนาอยู่ ก็เท่ากับว่าทุ่งนาสีเขียวๆ มีต้นตาลประกอบฉาก และยังมีดีอีกอย่างที่คนทำนาจะทำนาต่อเนื่อง เว้นเวลาห่างไม่นาน เกี่ยวไปได้สักพักก็ลงมือปลูกข้าวใหม่อีกแล้ว ฉะนั้น วิวซังข้าวแห้งๆในนาจะมีไม่นาน ตรงแถบนี้เข้าตานักทำร้านอาหารหลายเจ้า แม้กระทั่งร้านก๋วยเตี๋ยวก็เอากับเขาด้วย

ผมแนะนำครับ สำหรับคนอยากทำร้านอาหารริมทุ่งนาทั่วไปยังมีโอกาส เพียงแต่ว่าดูวิวให้ขาด ทุ่งนากว้างใหญ่สีเขียวสวยก็จริง แต่ปลายทุ่งเห็นโรงงาน เห็นตึกแถว เห็นถนนหลวงรถวิ่งกันระนาว อย่างนั้นเรียกว่าเป็นเสี้ยนวิว แบกกราวนด์ก็เป็นเรื่องสำคัญ แล้วทิศทางของแสงข้างก็มองข้ามไม่ได้

ลายแทงร้านอาหารริมแม่น้ำ ริมคลอง ริมทุ่งนา ที่เสิร์ฟอาหารตาอร่อยพอๆ กับรสชาติในจาน

อีกอย่างตีโจทย์ทำตัวร้านให้แตก ทำสะพานทางเดินเข้าไปในนาแล้วมีซุ้มไม้ไผ่หลังคามุงหญ้าแฝกง่ายๆ สำหรับให้ลูกค้านั่งกินนั้น ดูไม่ต่างจากซุ้มบ่อตกปลา หรือทำอาคารห้องกระจกติดแอร์ทันสมัยก็จริง แต่ขัดแย้งกับความเป็นทุ่งนา วิธีดีที่สุดให้สถาปนิกมาช่วยตีโจทย์ให้ ทำเท่ๆ แต่กลมกลืนกับท้องทุ่งท้องนา ลงทุนทำร้านหลายเงิน แต่ขี้เหนียวค่าออกแบบ ถ้าคนอื่นมาทำทีหลัง แต่ดีกว่า ก็ต้องลาแล้ว ลาลับ กับทุ่งนา

จากวิวริมแม่น้ำ ริมคลอง วิวทุ่งนา วิวภูเขา วิวน้ำตก ลำธารน้ำไหล วิวทะเล มีมาแล้วทั้งนั้น ในอนาคตจะมีใหม่ๆ อีกแน่ๆ ใครทำก่อนได้ก่อน ไม่ต้องห่วงทำแล้วใครจะมา ลูกค้านั้นกระหายกินดีมีบรรยากาศอยู่แล้ว 

ตราบใดที่มีวันหยุด ตราบนั้นมีลูกค้าครับ

Writer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ