สำหรับคนชอบสถาปัตยกรรม รักบรรยากาศวินเทจ ชอบเดินเล่นชมเมืองสวยๆ หรือรสนิยมตรงกับทุกข้อที่กล่าวมา ย่านเมืองเก่าภูเก็ตคงเป็นจุดหมายที่น่าไปเยี่ยม อาคาร 2 ชั้นสไตล์เพอรานากันที่เรียงรายตามถนนสายเก่าคล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมที่ปีนังหรือมะละกา ตึกแถวของเมืองท่าติดทะเลผสมวัฒนธรรมจีนเข้ากับกลิ่นอายฝรั่ง ดีเทลเล็กๆ อย่างขอบโค้งของหน้าต่าง ลายฉลุบนกำแพง หรือระเบียงกว้างบนชั้นสอง ล้วนยืนหยัดทนแดด ฝน ลมทะเล และกาลเวลา มาอย่างสง่างาม

ฉันเดินดูตึกเก่าที่ภูเก็ตทั้งวันได้โดยไม่เบื่อ และชอบนอนพักในย่านเมืองเก่ามากกว่าโรงแรมใหม่ ไม่ใช่แค่เพราะความสวยน่ามอง แต่เพราะยุคสมัยของตึกแบบนี้จบลงไปแล้ว อดีตที่อาศัยอยู่ในอิฐปูนทำให้บ้านเรือนที่นี่มีความจริง มีความทรงจำ และมีความหมายพิเศษสำหรับแขกผู้มาเยือน

ชิโน-โปรตุกีส

ตึกสีชมพูพาสเทลแบบหนัง Wes Anderson ในซอยรมณีย์ ถนนถลาง เป็นหนึ่งในอาคารที่ฉันประทับใจมากที่สุด มันสวยเก๋ตามสมัย ขณะเดียวกันก็รักษาความดีงามของยุคเก่าไว้ครบถ้วน ชั้นล่างของตึกเป็นร้านไอศกรีม Torry’s Ice Cream ที่อร่อยเป็นบ้าเป็นหลัง ส่วนชั้นบนเป็นที่พักเล็กๆ ชื่อ 2rooms Boutique House โดยสองสามีภรรยา ทัช-ธรัช กับ ชมพู่-วทัญญู ศิวภักดิ์วัจนเลิศ สถาปนิกจาก Dhamarchitects ตัดสินใจลงทุนรีโนเวตอาคารเก่าเป็นโรงแรมที่สะท้อนตัวตนของพวกเขามากที่สุด

บ่ายวันหนึ่งที่อากาศร้อน (ร้อนพอจะเป็นข้ออ้างให้ซื้อไอศครีมกินหลายลูกโดยไม่รู้สึกผิด) ฉันได้โอกาสเข้าไปเมียงมองห้องพักแสนสวย และพูดคุยกับทัชเรื่องการตบแต่งอาคารเพอรานากันนี้ใหม่ ตั้งแต่โครงสร้างภายนอกจนถึงไอเดียเบื้องหลังทุกซอกทุกมุม

ชิโน-โปรตุกีส

บ้านตัวอย่าง

Dhamarchitects เป็นบริษัทสถาปนิกที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบโรงแรมในภาคใต้ ทัชชอบธรรมชาติ ส่วนชมพู่ชอบศิลปะ ทั้งคู่ผสานจุดเด่นของตนเองเข้ากับบริบทสิ่งแวดล้อมใกล้ทะเล ยิ่งรับงานออกแบบโรงแรมในภูเก็ตและพังงามากเข้า พวกเขาก็เริ่มมองเห็นจุดผิดปกติบางอย่างในการสร้างและรีโนเวตโรงแรมในปัจจุบัน

“เราทำโรงแรมบ่อยจนเป็นของถนัด และเจอว่าโปรแกรมที่เจ้าของโรงแรมให้มามักมีความผิดพลาด เวลาทำโรงแรม เจ้าของต้องไปกู้ต้องแบงก์มา เขาเชื่อว่าต้องทำห้องเยอะๆ เพื่อให้ได้เงินเยอะพอไปผ่อนแบงก์ ทีนี้พอในเมืองมีห้องเต็มไปหมด ก็ต้องแข่งฟันราคากันเละ ทั้งที่เพดานราคาก็ไม่สูงอยู่แล้วเพราะไม่เห็นวิวทะเล เราเลยคิดว่าเมืองเก่าควรมีห้องจำกัด หมดแล้วหมดเลย คุณต้องต่อคิวกันมานอน ยิ่งมีห้องน้อย ห้องก็จะเต็มเร็วขึ้น ราคาย่านนี้ก็สูงขึ้น”

สถาปนิกหนุ่มเล่าว่าเคสที่เขามักเจอคือลูกค้าถูกใจตึกเก่าเลยตั้งใจซื้อมาทำโรงแรม แต่พอคำนวณตัวเลขธุรกิจแล้วก็ต้องทุบตึกโบราณทิ้ง เพราะค่ารีโนเวตแพงกว่าสร้างใหม่ สุดท้ายเรื่องมักลงเอยที่การสร้างที่พักราคาย่อมเยาแห่งใหม่ขึ้นเสมอ

“สมมติคุณมีตึกแถว 1 คูหา 2 ชั้น ชั้นล่างต้องเป็นที่รับแขก มันจะแบ่งได้สักกี่ห้องเชียว แบ่งเป็นห้องข้างหน้ากับห้องข้างหลังดีสุด ตรงกลางมีทางเดินกับห้องเล็กๆ เบ็ดเสร็จแล้วคุณอยากได้เงินเท่าไหร่ บางทีเราก็ถามเขาไปกวนๆ นะ พี่กล้าทำห้องเดียวใหญ่ๆ แล้วขายราคาเท่า 3 ห้องมั้ย ยิ่งห้องเยอะ ต้นทุนก็อีกเรื่องนึงนะ ทั้งค่าเตียง ค่าอุปกรณ์ปูที่นอน เขามักจะไม่เชื่อ ถามกลับเสมอว่าทำได้จริงเหรอ เราเลยอยากทำ mock-up ขึ้นมาให้ดู จำลองธุรกิจให้เขาดูด้วยว่ามันเป็นไปได้”

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

“จริงๆ ไอเดียของเราคือ 1 room คอนเซปต์แรกคือ 1 ชั้นมี 1 ห้อง แต่เผอิญเราได้ 2 ห้องเลยทำเป็น 2 rooms เราไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนมาพักทุกวัน เดือนนึงมี 10 – 20 วันก็เพียงพอแล้ว เราพยายามบอกเรื่องนี้กับลูกค้าทุกคนที่เข้ามา พาเขามาดูตัวอย่างที่นี่ ล่าสุดลูกค้าที่อยากได้ห้องเยอะก็เปลี่ยนใจแล้ว เอาห้องน้อยๆ ก็ได้ พอเห็นภาพก็นึกออกว่ามันน่าอยู่ เห็นความเป็นไปได้หลายทางในการทำที่พัก”

สถาปนิกหนุ่มสาวใส่ความเชื่อของตัวเองเต็มที่ลงในการออกแบบโรงแรมเล็กๆ เมื่อไม่มีโจทย์ลูกค้ามากำหนด สิ่งเดียวที่เป็นตัวตั้งในสมการออกแบบคือข้อจำกัดของอาคารเก่าเท่านั้น

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

เชื่ออย่างไหน ทำอย่างนั้น

อาคาร 2 คูหานี้เคยเป็นสำนักพิมพ์ผลิตแผ่นพับภาษาอังกฤษชื่อ Art and Culture ที่รวมรวมเรื่องงานศิลปะในภูเก็ตมานานนับ 10 ปี เมื่อเจ้าของที่เป็นชาวต่างชาติตัดสินใจย้ายออกจากตึก Dhamarchitects เข้ามาเซ้งตึกต่อกับบริษัทตันติโกวิทย์ และเปลี่ยนสำนักงานติดแอร์ทั้งหลังให้กลายเป็นอาคารโปร่งกึ่ง outdoor ตามสไตล์บ้านแบบบาบ๋าย่าหยาอีกครั้ง

เมื่อเดินผ่านหน้าบ้านที่เป็นร้านไอศครีม กลางบ้านสีเหลืองคือคอร์ตกว้าง หลังคาเปิดออกเห็นท้องฟ้า มีบ่อรับน้ำฝนตรงกลาง ด้านหลังมีบันไดขึ้นไปชั้นสองที่แยกออกเป็นห้องพัก 2 ปีก

ชิโน-โปรตุกีส

“การอยู่บนเกาะภูเก็ตทำให้วัสดุที่ใช้แพงขึ้นเพราะมีค่าขนส่ง แต่สิ่งที่ได้มาฟรีคือแดด ลม ฝน ที่นี่แดดจัด ลมแรง ฝนมาทีก็หนักเลย ของพวกนี้มันทำให้ฤดูกาลมันชัด เราไม่สามารถไม่คิดถึงมันได้ อีกอย่างคือตึกเก่าจะมีแพตเทิร์นของมัน เห็นบ่อน้ำก็รู้ว่าเคยเป็นคอร์ต พอเปิดโรงแรมก็ต้องเอาพวกนี้มาเล่น ฝนตกก็ให้เห็นไปเลยว่าตก มีที่ให้ลมระบายได้ แล้วสถาปัตยกรรมที่โอเคมันต้องเล่นกับแสงเงา เราต้องคิดว่าอาคารเราสวยที่สุดตอนกี่โมง อย่างที่นี่ตอนเช้าๆ จะสวยดี สบายหน่อยเพราะไม่ร้อน เน้นให้อยู่สบายแบบกว้างๆ โล่งๆ คือเราจะป้องกันแดดฝน 100% เลยก็ได้ ใครก็ทำได้ ปิดให้หมดเลย แต่เราอยากให้เข้า ให้โดนสักหน่อย เปียกบ้างก็ไม่เป็นไร”

“เราโตมาแบบฝนตกแล้วคว้าสบู่วิ่งออกไป แล้วพี่ชายคว้าแชมพูตามหลัง บางทีฝนหยุด ฟองยังไม่หมดก็มี แต่เดี๋ยวนี้คนกลัวฟ้ากลัวฝนกันหมด นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้ตากฝนแบบเบิกบานใจ เลยอยากออกแบบให้ความรู้สึกเก่าๆ มันกลับมา”

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

ผลของการออกแบบโดยใช้สัญชาติญาณและอ่านร่องรอยสถานที่ ทำให้อาคารหลังนี้กลับไปมีหน้าตาคล้ายคลึงกับสมัยก่อนโดยบังเอิญ ระหว่างที่ค้นข้อมูลเรื่องบ้านเก่า สถาปนิกหนุ่มได้เจอคนเก่าแก่ที่เฉลยให้เขาฟังว่าอาคารหลังนี้เคยเป็นร้านกาแฟมา 70 ปี มีเจ้าของกิจการคนเดียวไม่เคยเปลี่ยนมือ

“ตึกนี้ถือเป็นตึกที่ประหลาด ถ้าเป็นห้องแถวเขามักจะซอยเป็นห้องๆ แต่ตึกนี้ออกแบบมาตั้งแต่แรกให้มี 2 คูหา บ้านอยู่ข้างบน ข้างล่างเป็นร้าน เขาบอกว่าสมัยก่อนมันก็หน้าตาแบบนี้แหละ แค่บันไดเป็นบันไดทึบขึ้นข้างเดียว เราก็เชื่อว่ามันควรจะเป็นแบบนี้”

ชิโน-โปรตุกีส

ลงมือเปลี่ยนแปลง

ก่อน Dhamarchitects เข้ามาปรับปรุงพื้นที่ ชั้นบนของตึกเป็นห้องทำงานเจ้าของสำนักพิมพ์ ส่วนชั้นล่างเป็นที่ทำงานพนักงาน ปัญหาเดิมของตึกทึบเดินแอร์ทั้งระบบคือความมืดและความร้อนอับ บันไดพาดคร่อมปิดบ่อน้ำ สถาปนิกหนุ่มสาวจัดการรื้อพื้นชั้น 2 บันได และหลังคาบางส่วนออก แล้วทำบันไดใหม่เป็นแบบ outdoor ให้พื้นที่เปิดโล่งและบ่อน้ำได้กลับมาใช้งานอีกครั้งหนึ่ง

กำแพงด้านหลังบ้านเจาะรูเป็นวงกลมขนาดใหญ่ 2 วงซ้อนกันเพื่อให้ผนังมีความพรุน ไม่ทึบตัน ทัชอธิบายว่าเขาไม่สามารถรื้อกำแพงได้ตามชอบใจเพราะตึกเก่าใช้ผนังรับน้ำหนัก เลยต้องเลือกเจาะแค่บางส่วนให้แดดส่องและลมระบาย

“ที่เจาะผนังเป็นรูปนี้เพราะ 1 รูมก็คือ 1 เซลล์ มันเป็น 2 เซลล์ผสานกัน และเป็นโลโก้ของ 2 rooms ด้วย มองแล้วมันเหมือนตัวดับเบิ้ลโอของคำว่า room”

ชิโน-โปรตุกีส

เราเดินขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นสองที่แบ่งเป็นปีกซ้ายขวา แต่ก่อนพื้นที่นี้ล้อมด้วยกระจกใสและมีบานเลื่อน สองสามีภรรยาไม่รื้อกระจกออกเพราะใช้กันเสียงได้ แต่ใช้วิธีปูไม้ล้อมกระจกอีก 1 ชั้นเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้ห้องพัก ห้องนอนทั้งสองห้องขนาดไม่สมมาตรเพราะตัวตึกเอียงเล็กน้อย แต่ออกแบบให้คล้ายคลึงเหมือนห้องแฝด ด้านหน้าห้องนอนจะมีห้องน้ำบานเฟี้ยมกึ่ง outdoor ด้านหน้า ส่วนห้องนอนสีน้ำเงินขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มดูภูมิฐาน ให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าอยู่เหมือนบ้าน

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

ตกแต่งภายใน

นอกจากเตียง ตู้เสื้อผ้า โซฟานั่งเล่น ห้องนอนของ 2rooms Boutique House ยังมีโต๊ะให้เขียนหนังสือและทานข้าว เพราะเจ้าของตั้งใจออกแบบให้แขกที่มาพักนั่งนอนเล่นได้ทั้งวันในห้องแบบ open plan และแทนที่จะซื้อภาพสีน้ำหรือสีน้ำมันมาตกแต่งห้อง พวกเขาก็ติดภาพสเกตช์โรงแรมต่างๆ ที่เคยออกแบบหรือรีโนเวตแทน

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

“ตัวตึกภายนอกมันช่วยเราได้เยอะ ข้างนอกเราไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะมันต่อเนื่องกันทั้งซอยอยู่แล้ว แต่ข้างในเราต้องทำให้มันมีลูกเล่น ทำให้เป็นแบบจีนยุคแรกๆ ไม่ออกสไตล์โคโลเนียล และเครื่องเรือนจะผสมความเป็นจีนกับอย่างอื่นนิดหน่อย เอาเครื่องเรือนมือสองมาผสมปนๆ กัน อย่างโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้ใส่ทีวีก็เอามาทำเป็นมินิบาร์ แต่ไม่มีทีวี เพราะเราเป็นคนไม่ดูทีวี และเชื่อว่าคนสมัยนี้ก็ไม่ค่อยดูทีวี เขาดูไอแพ็ดดูมือถือกัน เราว่าถ้าติดไปอย่างงั้นๆ อย่าติดเลยดีกว่า แต่ถ้าเป็นโรงแรมของลูกค้า เขาก็จะอยากให้มีสักหน่อย (หัวเราะ)”

ชาว Dhamarchitects อยากให้แขกอยู่กับตัวเอง อยู่กับความเรียบง่าย และใช้ชีวิตช้าลง พื้นที่หน้าเตียงจึงมีเครื่องเล่นแผ่นเสียงพร้อมแผ่นเสียงพร้อมสรรพแทนที่โทรทัศน์

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

“เรา 40 แล้ว เราเบื่อที่เราลืมเพลงที่เราฟัง ลืมว่าตั้งค่ากล้องไว้ว่าอะไร เพราะของที่สะดวกมันคิดแทนเราหมด เลยเลือกของที่ดึงสติกลับมาหมดเลย กลับมาใช้อะไรช้าๆ แอนะล็อก ของสมัยที่เรายังเด็กกว่านี้ คิดมากกว่านี้ เวลาฟังเพลงก็ไม่ฟังเพลย์ลิสต์ที่ไหลไปเรื่อยๆ อย่างเครื่องเล่นแผ่นเสียง 5 เพลงก็ต้องลุกขึ้นไปเปลี่ยนแผ่นแล้ว แต่เราก็มีของที่เรารู้สึกว่าสำคัญนะ ไม่ได้ตั้งใจให้แขกต้องลำบาก เตรียมปลั๊กแบบนานาชาติ จานชามเผื่อซื้อของมากินในห้อง คือคิดเผื่อคนพักเลย ไม่ได้คิดว่าทำโรงแรมแล้วต้องทำแค่นั้นแค่นี้พอ”

พื้นที่รื่นรมย์

การพักผ่อนที่ 2rooms Boutique House ไม่มี welcome drink แต่จะมี welcome scoop จากร้านไอศครีมด้านหน้าให้กินวันละลูก ทัชเล่าให้ฟังว่าเขาตัดสินใจให้ร้าน Torry เช่าพื้นที่หน้าตึกทันทีที่ได้ชิมไอศครีม ปัจจุบันซอยรมณีย์จึงเป็นจุดแวะเยี่ยมที่มีชีวิตชีวา ผู้คนเดินเข้าออกเพื่อพักผ่อนหย่อนใจตลอดทั้งวัน

“ซอยรมณีย์ ชื่อนี้บอกแล้วว่ามันเกี่ยวกับธุรกิจโคมเขียวโคมแดงต่างๆ คนจะลงทุนบางคนเขาก็รู้สึกว่าที่มันไม่มงคล แต่เส้นนี้เป็นเส้นเดียวที่ตึกทุกหลังยังสมบูรณ์ใกล้เคียงแบบเดิมอยู่ เราน่าจะลองเปลี่ยนค่านิยมลบๆ จากรมณีย์แบบนั้นให้กลายเป็นรมณีย์อีกแบบนึง เป็นที่พักที่ดี และทำให้ย่านนี้ดีขึ้นได้”

สถาปนิกหนุ่มตบท้าย ฉันกวาดตามองถนนสายเล็กๆ เบื้องหน้าที่ดูอบอุ่นน่ารักแล้วเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาพูด รมณีย์ในปัจจุบันกำลังมอบความรื่นรมย์แจ่มใสให้กับทุกคนที่ผ่านมาเยือน

ชิโน-โปรตุกีส

2 rooms Boutique House

สถาปนิก: ธรัช ศิวภักดิ์วัจนเลิศ, วทัญญู ศิวภักดิ์วัจนเลิศ
16 ซอยรมณีย์ ถนนถลาง ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต
FB | 2rooms Boutique House
076 354 335

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Re-Place

เบื้องหลังการรีโนเวตอาคารเก่า

เครื่องมือบันทึกความทรงจำของบางคนอาจเป็นหน้ากระดาษ รูปถ่าย ภาพวาด หรือแม้กระทั่งการจรดตัวอักษรบนโลกโซเชียลมีเดีย แต่สำหรับครอบครัวอัสสกุล พวกเขาเลือกบันทึกเรื่องราวที่ผูกพันไว้ในสถาปัตยกรรม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านสำหรับสมาชิกครอบครัว 50 กว่าชีวิต ออฟฟิศ และกิจการค้าขาย กระทั่งได้หวนกลับมาอีกครั้งในฐานะ ‘บ้าน’ ที่เปิดต้อนรับการจดจำครั้งใหม่ในอีกหลายรูปแบบ

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

‘บ้าน’ ที่กล่าวถึงคือ ‘บ้านตรอกถั่วงอก’ อาคารพาณิชย์ขนาด 5 คูหา ตั้งชื่อเรียกตามย่านในถนนสันติภาพ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเมื่อไร่เรียงอายุย้อนไปราว 1 ศตวรรษ คุณอาจเคยรู้จักที่นี่ในชื่อ ห้างทองเบ๊ลี่แซ ซึ่งถ้าทัน ยุค 2490 ไม่มีใครไม่เคยได้ยิน สารคดีปล้นเบ๊ลี่แซ ของ สมบูรณ์ วิริยะสิริ ที่กลายเป็นภาพยนตร์ดัง ศาสนารักของนางโจร (2493) หรือที่ทำการบริษัทไทยสมุทรประกันชีวิตในอีก 50 ปีให้หลัง ตามคำบอกเล่าของ ซัน อัสสกุล ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้รับอาสาพาเราสำรวจอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของพื้นที่ที่ตั้งใจสนับสนุนแพสชัน แรงบันดาลใจ และคอมมูนิตี้ของเหล่าคนทำงานสร้างสรรค์แห่งนี้

01

“เราไม่สร้างคำนิยามว่าคืออะไร
“ถ้าให้พูดตามตรง เราไม่อธิบายมันดีกว่า”

ซันเริ่มต้นพูดถึงตึกแถว 5 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นเหตุผลแแรกให้คุณพ่อ (กีรติ อัสสกุล) อยากชุบชีวิตบ้านที่ทรุดโทรมผ่านการเวลาสู่บันทึกที่มาที่ไปของตระกูลไว้ย้ำความทรงจำครอบครัว และเหตุผลลำดับที่สองให้ทุกคนกลับมารวมตัวกัน ในสถานที่ไหว้บรรพบุรุษ แต่ไหน ๆ ต้องรีโนเวตทั้งที ถ้าทำให้สวยน่าอยู่เพียงชั้นเดียว อีกไม่นานคงกลับสู่สภาพเดิม เพราะไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็นกิจจะลักษณะ จึงเป็นเหตุผลลำดับที่ 3 ให้สี่พี่น้อง วินด์ ซัน แซนด์ และ ซี อัสสกุล ช่วยกันคิดโปรเจกต์พัฒนาบ้านหลังนี้ผ่านโจทย์การอยู่ได้ในระยะยาวของอาคาร เคารพสิ่งที่มีอยู่และเป็นสิ่งที่ทุกคนสนใจร่วมกัน 

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

หลังจากใช้เวลาคิดอยู่นาน บูทีกโฮเทล ร้านอาหาร บาร์ หรือธุรกิจบริการต่าง ๆ ที่จัดการบริหารด้วยตัวเองเป็นอันต้องปัดตก เพราะเหล่าพี่น้องลงความเห็นกันว่า อยากทำครีเอทีฟสตาร์ทอัพ

“เรามีธีมชัดเจนว่าจะซัพพอร์ตคนที่มาทำงานด้วย เชื่อในสิ่งที่เขาทำและต้องเชื่อมโยงกับเรา” 

หากถอยกลับไปมองย่านเยาวราช แทบทั้งเส้นประกอบด้วยตึกแถว แต่สเปซที่ใหญ่พอให้สร้างคอมมูนิตี้สักอย่างหนึ่งได้น้อยมากจนแทบไม่มี ดังนั้น พื้นที่ทั้ง 4 ชั้นที่เหลือจึงออกแบบให้โล่งกว้างที่สุด ยึดจากแปลนเดิมที่เป็นตึกแถวตอนลึก มีคอร์ตยาร์ตตรงกลางแบ่งเป็น 2 ฝั่ง โดยชั้น 1 3 และ 4 เป็นห้องขนาดใหญ่ราว 120 ตารางเมตร และฝั่งด้านหลังราว 31 ตารางเมตร ให้หมุนเวียนจัดนิทรรศการ หรือให้เช่าสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการพบปะ ต่อยอดแพสชัน และมีเพียงชั้น 2 ชั้นเดียวที่วางระบบครัวเอาไว้

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

02

“การไม่อธิบายอย่างชัดเจนว่าตึกนี้มีไว้ทำอะไร
“ทำให้สถานที่ดูน่าสนใจและคนรู้สึกว่ามีสิ่งใหม่ตลอด”

ที่ผ่านมาบ้านตรอกถั่วงอกเคยจัดงาน Ghost 2565: อยู่ยังไงให้ไม่ตาย ของ Ghost Foundation ก่อตั้งโดย กรกฤต อรุณานนท์ชัย เป็นการการฉาย Video Installations ว่าด้วยเรื่องจิตวิญญาณ วัฒนธรรม สังคม บริบทพื้นที่ และองค์ประกอบจากอดีตที่หวนกลับมาใหม่ในความทรงจำ ผ่านรากแนวคิดแบบหลอนวิทยา (Hauntology) เมื่อจัดในย่านคนจีนเยาวราชและบ้านเก่า จึงมีมิติอาหารผ่านกระทะว็อกที่ Wendy’s Wok World มาเสิร์ฟ Chef’s Table โดยมีผู้คนรอบย่านมารับหน้าที่พนักงาน และร่วมกับ Na Projects กลุ่มคนทำงานเพื่อสังคมที่ใช้อาหารสนับสนุนการศึกษาด้านอาชีพแก่เยาวชนในกลุ่มเสี่ยงรวมถึงผู้ลี้ภัยด้วย

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

นอกจากนิทรรศการศิลปะ เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม บ้านตรอกถั่วงอกเคยเปิดบ้านเป็น Pop-up Living Room เป็นระยะเวลา 4 วันให้กับ Soho House คลับเฮาส์สำหรับคนแวดวงศิลปะและครีเอทีฟ ที่กำลังจะเปิดตัวในย่านสุขุมวิท 31 งานนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างคอมมูนิตี้และประสบการณ์การรับรู้แนวใหม่กับแบรนด์ รวมถึงงานดินเนอร์ส่วนตัวที่เล่าตัวตนผ่านเมนูของแบรนด์ LOUIS VUITTON และงานเปิดตัวเครื่องเพชรแบรนด์ไทย Premiera ส่วนงานล่าสุด คือ Dinner + Sing Song ที่กลับมาคอลแลบกับ Na Projects อีกครั้ง หลังจากทานข้าวเสร็จก็สนุกไปกับการร้องคาราโอเกะในอีกห้องหนึ่งของบ้าน

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

แม้งานทั้งหมดที่ผ่านมายังมีไม่มาก เพราะเพิ่งพร้อมเปิดบ้านได้ไม่นาน แต่ก็ไม่น้อยไปสำหรับตัวอย่างการสร้างสรรค์ของสเปซใหม่ ๆ ในแบบที่ทายาทหนุ่มอยากเห็นและอยากให้เป็น

“ผมว่าคนมาที่นี่เขาอยากเชื่อมโยงกันด้วยแรงบันดาลใจมากกว่า ซึ่งหายากนะ แต่การจะอธิบายว่า ให้เขามาดื่ม มาทานอาหาร มาทำธุรกิจที่นี่ ดูจะกลายเป็นการเจาะจงว่าตึกนี้ทำหน้าที่อะไรหรือทำกำไรเพียงอย่างเดียว จริง ๆ ที่ผ่านมา สิ่งที่เราทำก็ได้กำไรบ้าง ไม่ได้กำไรบ้าง และการที่สเปซอยู่ระหว่างการทำกำไรและไม่ทำกำไร มันคือโอกาสในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่มาเยือน 

“ทุกคนที่มาจัดงานหรือมาทำธุรกิจ ผมรู้สึกว่าเขามาด้วยใจ ส่วนคนมาเยี่ยมชม เขาอาจมาดูงานศิลปะ แต่ในที่สุด เขาจะรู้สึกถึงแพสชันของคนจัด แพสชันของผมซึ่งสร้างสถานที่แบบนี้ขึ้นมา ผมว่าที่นี่มีเรื่องเล่าที่ลึกกว่าแค่อาหาร เครื่องดื่ม หรือบรรยากาศ” เจ้าบ้านขมวดเหตุผลที่ไม่นิยามตัวเอง

03

“เราพยายามหาบาลานซ์หรือองค์ประกอบ
“ที่เป็นความทรงจำของตึกนี้สำหรับทุกคน”

นอกจากข้อจำกัดเรื่องโครงสร้างที่ผุพังมากเพราะปิดไว้ไม่ได้ใช้งานราว 50 ปี เสาบางต้นแยกตัวออกจากการรับน้ำหนัก จึงต้องแก้ด้วยการลงเสาเข็มใหม่ ซันเล่าว่าความท้าท้ายในการการรีโนเวตอาคารเก่า คือการไม่พยายามทำอะไรมากเกินไป บาลานซ์เอาของใหม่ไปใส่ แล้วก็ดูแลรักษาของเก่า

ตัวอาคารไม่ปรากฏชัดว่าเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่มีความงามตามสมัยนิยม ณ ขณะนั้น โดยสร้างตามแบบแผนของชาวจีนโพ้นทะเล ให้เป็นที่พักอาศัยร่วมกับการค้าขาย หรือ ‘บ้านร้านค้า’ (Shophouse) ที่ผสานความเป็นจีนและตะวันตกเข้าด้วยกัน เสริมความอู่ฟู่ด้วยการประดับตกแต่งเสา-บันไดด้วยงานปูนปั้นแบบกรีกและโรมัน ใช้กระเบื้องสไตล์เพอรานากัน ลวดลายเรขาคณิตเรียงต่อกัน มีสีสันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงประตูและหน้าต่างไม้ฝีมือช่างท้องถิ่นที่ผ่านกาลเวลามาพร้อมกัน

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

การรีโนเวตเพื่อให้เป็นพื้นที่ให้เช่า ต้องยอมแลกความงดงามบางอย่างกับฟังก์ชัน เพื่อบันทึกสภาพเดิมของตึกไว้ให้ได้มากที่สุด ซันเล่าว่าพี่ชายของเขาชักชวนให้ Vernadoc มาบันทึกทั้งตึกผ่าน Vernacular Drawing เพื่อเก็บแปลนเก่าและรายละเอียดความทรงจำต่าง ๆ ที่อาจตกหล่นระหว่างทางเอาไว้

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช
ภาพ : VERNADOC THIALAND

ร่องรอยต่อของอดีตที่อยากเก็บไว้ บวกกับการเติมของใหม่เข้ามาเพื่อการใช้งานเชิงฟังก์ชันนี้เอง ทำให้พวกเขาใช้เวลาถึง 5 ปีในการรีโนเวตทุกส่วนอย่างประณีต งานที่ใช้เวลานานคือพวกโครงสร้าง เพื่อให้มั่นใจแข็งแรง และวางระบบต่าง ๆ พร้อมรองรับการใช้งาน ด้วยความที่เคยเป็นตึกแถว 5 คูหา ผ่านการเป็นออฟฟิศของบริษัทไทยสมุทรประกันชีวิตมาแล้ว 1 ชั่วรุ่น จึงมาพร้อมกับกำแพงปูนกั้นแบ่งชั้น แบ่งห้องครบครัน ทำให้พื้นที่ด้านในมืดทึบ ระหว่างคอร์ตยาร์ดเต็มไปด้วยคอมเพรสเซอร์แอร์จนแทบมองไม่เห็นพื้น เขาเลือกแทนที่ความแข็งกร้าวของผนังเหล่านั้นด้วยการกรุกระจกใส เพื่อเปิดโล่งและนำแสงสว่างเข้าสู่พื้นที่ให้มากที่สุด แต่ไม่ลืมรักษาคาแรกเตอร์ของบ้านด้วยการวางประตูหน้าต่างและส่วนที่เป็นโครงสร้างไม้ไว้ในจุดเดิมทั้งหมด อีกนัยสำคัญคือการยึดโยงความเก่าและใหม่ที่ว่า ส่วนข้อดีของการกรุกระจกยังทำให้ผู้คนในแต่ละชั้นเห็นการเคลื่อนไหวของกันและกัน สร้างชีวิตชีวาให้กับพื้นที่มากขึ้น

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช
บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

แม้พื้นชั้นอื่น ๆ จะเป็นของเดิม แต่มีชั้นหนึ่งที่ทำขึ้นใหม่ โดยเลือกใช้กระเบื้องที่ตัดลายเดียวกับข้างบนออกมาเป็นชิ้น ๆ และนำมาประกอบกัน เพื่อให้เหมือนเงาสะท้อนจากกระเบื้องด้านบน

มีของบางอย่างที่จำเป็นต้องรื้อออกเพื่อขยายพื้นที่ อย่างช่องบันไดระหว่างชั้น 2-3 ก็นำลูกตั้งและลูกนอนมาเก็บไว้แทนที่ช่องพื้นที่ปิดไป หรือกะเทาะกำแพงออกเพื่อสร้างทางเดินเชื่อมรอบบ้าน ที่ไม่ได้ปิดผิวให้เรียบเนียนเสียทีเดียว ยังคงเผยในเห็นร่องรอยวัสดุเดิมเพื่อบอกว่าที่ตรงนี้เคยเป็นอย่างไรมาก่อน

ปัดฝุ่นบ้านเก่าย่านตรอกถั่วงอก เป็นพื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการบันทึกรอยต่อความทรงจำเก่าและใหม่ให้ทุกคน

“ตึกในสภาพเดิมสวยอยู่แล้ว เป็นอาคารพาณิชย์ทั่วไป มีการก่อสร้างที่หาไม่ได้แล้วในวันนี้ อีกเรื่องหนึ่งคือกาลเวลา เวลาผ่านไป ทำให้สภาพทุกอย่างมีความเก่าที่ยังคงความสวยงาม”

หากมองอย่างพินิจพิเคราะห์บ้านหลังนี้มีจุดน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ สิ่งที่ควรจะเป็นเส้นตรงในบ้านหลังนี้ส่วนมากเป็นเส้นเฉียง และไม่อยู่ในเส้นกริด อย่างคอร์ตยาร์ดที่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู เสา คานที่วางเฉียง อาจจะด้วยลักษณะที่ดิน บวกกับการก่อนสร้างสมัยก่อนที่ไม่ได้มีเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อทำให้ทุกอย่างเป๊ะ นี่เองเป็นเสน่ห์ที่ทำให้อาคารมีความจริงชัดในความทรงจำ และยังมีอีกหลายคาแรกเตอร์ที่เก็บไว้ ไม่ใช่เพราะแค่เกี่ยวข้องกับความทรงจำเจ้าของบ้าน แต่เป็นใครสักคนที่เคยมาที่นี่

ปัดฝุ่นบ้านเก่าย่านตรอกถั่วงอก เป็นพื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการบันทึกรอยต่อความทรงจำเก่าและใหม่ให้ทุกคน

“ถ้าลงไปชั้น 4 จะเห็นรอยไหม้ที่พื้นกระเบื้องตรงระเบียง เราไม่ได้เปลี่ยนมัน เพราะว่าเป็นจุดที่เราเผากระดาษกงเต็กทุกครั้งที่มาไหว้ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่เรามีต่อที่นี่ หรือแม้กระทั่งสี เราเพิ่งมาทราบในช่วงนี้ว่ามันเป็นสีเขียว เพราะเมื่อก่อนเห็นเป็นสีน้ำตาลหนา ๆ ช่างที่มาขัดเขาเอากระจกไปเก็บ และเห็นตรงรอยต่อว่าเป็นสีเขียว เราเลยขอให้เขาขัดสีเคลือบข้างนอกออก เพื่อให้เป็นสีแรก ซึ่งอันนี้ไม่ได้อยู่ในความทรงจำเราเลยนะ แต่เราว่ามันเกี่ยวข้องกับความทรงจำของคนอื่น

“สิ่งที่เราชอบเห็นมากคือเวลาที่มีคุณปู่ คุณตา หรือมีแขกที่มางานเขาไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย แล้วไม่ร้องไห้ก็ช็อก เพราะเขาจำได้ว่าเคยวิ่งเล่น เคยอยู่ที่นี่ หรือว่ามีความทรงจำกับที่นี่ แล้วเขาก็บอกว่า เออ สีของประตูมันเคยเป็นแบบนี้เลย พื้นยังไม่ได้เปลี่ยน หรือบันไดตรงกลางระหว่างชั้นหนึ่งและชั้นสองก็เป็นบันไดเดิมเลยนะ แคบ ๆ เดินได้ทีละคน” ซันแบ่งปันความทรงจำของคนอื่นให้เราฟัง

ปัดฝุ่นบ้านเก่าย่านตรอกถั่วงอก เป็นพื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการบันทึกรอยต่อความทรงจำเก่าและใหม่ให้ทุกคน

ความท้าทายสุดท้ายที่ซันบอกว่ายากพอ ๆ กับเรื่องโครงสร้าง คือการสื่อสารรายละเอียดในเรื่องสี เพราะอย่างที่บอกว่าไม่ได้อยู่ในความทรงจำของเขา รวมถึงช่างเองก็ด้วย

“มีอยู่วันหนึ่งเราไม่ได้เข้ามาดูหน้างาน ช่างอาจจะคิดว่าหน้าต่างไม้สีนี้มันเก่า ดูไม่สวย เขาเลยขัดออกเกือบหมด เหลืออยู่หนึ่งบาน แต่ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของสตอรี่ที่นี่ไปแล้ว”

เขาเล่าพลางพาเดินไปดูหน้าต่างบานสุดท้ายของชั้น 3 ที่ยังหลงเหลือสีเดิมให้เห็น

ปัดฝุ่นบ้านเก่าย่านตรอกถั่วงอก เป็นพื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการบันทึกรอยต่อความทรงจำเก่าและใหม่ให้ทุกคน

04

“ตึกมีชีวิต มีจิตวิญญาน
“ถ้าเราทำสิ่งที่ดีต่อสเปซ เรารู้สึกว่าตึกเองก็แฮปปี้”

ในอนาคตซันวางแผนว่าอยากให้ที่นี่เป็นการทดลองเพื่อมองหาผู้เช่าในระยะยาว พร้อมกับการทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายให้คนมาโดยตั้งใจ ชั้นแรกอาจเป็นคาเฟ่ ชั้นที่ 2 เป็นร้านอาหาร ส่วนชั้น 3-4 เป็นบาร์ ส่วนพื้นที่ชั้นอื่น ๆ ก็จัดนิทรรศการแบบหมุนเวียน เพื่อให้มีคนมาใช้งานตึกให้คึกคักอยู่ตลอด

“ความแตกต่างระหว่างตึกแถวอื่นกับที่นี่ คือคอมมูนิตี้ เพราะเรามีหลายชั้น หลายสเปซ เขาได้ดูนิทรรศการ อยากกินกาแฟก็กินกาแฟได้ หรือมาดินเนอร์ที่นี่แล้วขึ้นไปดื่มต่อข้างบนก็ได้

“ผมว่าตรงนี้มันทำให้คอนเซปต์ของตัวตึกและคอนเซปต์ของแต่ละเจ้าที่จะมาเช่าในตึกนี้มันแข็งแรงขึ้น และการที่มีหลาย ๆ เจ้าในตึกเดียวกัน ผมมองว่ามันเป็นการซัพพอร์ตกันและกัน” 

เราใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการสำรวจอาคาร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกเรื่องราวไม่ให้ตกหล่น ก่อนร่ำลากันในบ่ายแก่ ๆ

บางครั้งในแง่บริบทของเมืองเราอาจให้ความสนใจต่อสิ่งปลูกสร้างที่มีประวัติศาสตร์สำคัญ โดยอาจหลงลืมความเป็นพื้นถิ่น หรือจุดเล็กน้อยที่สุดท้ายจะประกอบกันเป็นบริบทใหญ่ และในแง่ของการขับเคลื่อนเมืองอย่างสร้างสรรค์ เราหวังว่าเรื่องราวของบ้านตรอกถั่วงอก จะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาพื้นที่เล็ก ๆ ที่เติบโตอย่างเป็นมิตรกับย่านเก่า ผู้คน และมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการรักษาคุณค่าของอาคารเก่ากับการต่อยอดไปตามยุคสมัยได้ไม่มากก็น้อย

ปัดฝุ่นบ้านเก่าย่านตรอกถั่วงอก เป็นพื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการบันทึกรอยต่อความทรงจำเก่าและใหม่ให้ทุกคน

บ้านตรอกถั่วงอก

ที่ตั้ง : 306 ถนนสันติภาพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

เว็บไซต์ : www.baantrok.com

Instagram : baantrok

Writer

Avatar

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load