มีท่อนหนึ่งของเพลงดังตลอดกาลบอกไว้ว่า

“มีอะไรมันพังไปเชิญเอามาที่เรา หนักเบาเราซ่อมได้…ซ่อมให้”

เมื่อใดก็ตามที่เราใช้ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจตราบนานจนสิ้นอายุขัยของมัน บ้างก็หักมุมด้วยการโบกมือลาก่อนกำหนด ไม่ว่าข้าวของชิ้นนั้นเราจะสรรหาทุกวิธีเพื่อให้ได้มาด้วยตัวเอง ซื้อมาใช้คู่กับใครบางคนหรือเป็นของสำคัญจากคนสำคัญก็ตาม ของหนึ่งชิ้นอาจบรรจุเรื่องราวและความทรงจำไว้มากมายเกินกว่าตัวมันจะรู้ ครั้นแตกหักเสียหายก็ยากเหลือเกินที่จะย้ายมันจากลิ้นชักปิดตายที่ไม่อยากจะเปิด กล่องเหล็กที่ปล่อยให้สนิมเขรอะ หรืออาจต้องลงเอยอย่างโดดเดี่ยวในถุงสีดำ

Take Me Out รอบนี้เราอยากให้คุณนึกถึงของที่คุณอาจจะลืมไปแล้วว่ามีอยู่หรือเคยซ่อนเอาไว้ในเสี้ยวของความทรงจำ จงขุด คุ้ย หยิบขึ้นมาแล้วตรงดิ่งไปร้านซ่อม 9 ร้าน ที่เราอยากชวนคุณไปทำความรู้จัก ร้านรอบกรุงเหล่านี้คัดมาแล้ว รับรองว่าซ่อมได้ตั้งแต่ของเล็กจิ๋วอย่างกุญแจ ไต่ระดับไปซ่อมผ้า ซ่อมนาฬิกา ซ่อมเครื่องพิมพ์ดีด ฯลฯ

บอกแล้วว่า หนักเบาเราซ่อมได้…ซ่อมให้ 

01

ช่างตุ๋ย The Eye 

ร้านชุบชีวิตกล้องฟิล์มโบราณให้กลับมาใช้ได้นานอีกครั้ง

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ช่างตุ๋ย-อนุรักษ์ อินทชัย แห่ง The Eye

ชื่อเสียงเรียงนามของ ช่างตุ๋ย-อนุรักษ์ อินทชัย แห่ง The Eye คงคุ้นหูช่างภาพหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่หลงรักกล้องฟิล์มแอนะล็อก เพราะเขาเป็นหนึ่งในมือซ่อมกล้องฟิล์มโบราณที่มีผลงานการซ่อมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3,500 ตัว 

ย้อนกลับไปราว 20 กว่าปีก่อน นายช่างคนนี้ผันตัวจากช่างไฟฟ้าซ่อมเครื่องจักรในโรงงานทอผ้าย่านบางปู มาเป็นเด็กฝึกงานร้านกล้องของคุณอาย่านสะพานเหล็ก เขาเริ่มนิสัยคุ้ย แคะ แกะกลไกของกล้องจนค้นพบว่า การซ่อมกล้องเป็นความท้าทายที่เขากำลังค้นหาในฐานะ ‘ช่าง’ เมื่อฝึกปรือจนฝีมือแก่กล้า จึงตัดสินใจเปิดร้านซ่อมกล้องเป็นของตัวเอง

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ช่างตุ๋ย-อนุรักษ์ อินทชัย แห่ง The Eye
9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ช่างตุ๋ย-อนุรักษ์ อินทชัย แห่ง The Eye

The Eye ทำความรู้จักตากล้องหนุ่มสาวเป็นครั้งแรกที่สาขาภิรมย์พลาซ่า ก่อนจะย้ายมาปักหลักที่เมกาพลาซ่า ความเก่งกาจที่ทำให้เขายืนหนึ่งคือการรับซ่อมกล้องฟิล์มแบบแมกคานิก ช่างตุ๋ยการันตีว่าซ่อมได้ทุกแบรนด์ ทุกฟอร์แมต จนกลายเป็นร้านประจำของนักสะสมกล้องและช่างภาพระดับมืออาชีพ แอบกระซิบ บางคนรอคิวซ่อมกว่าครึ่งปีก็ยอม!

ความพยายาม ความอดทน และนิสัยนักทดลอง เป็นท่าไม้ตายที่ช่างตุ๋ยปล่อยลงไปในการซ่อมกล้องทุกตัว เพราะกล้องแต่ละประเภท แต่ละแบรนด์ มีปัญหาไม่เหมือนกัน บางทีต้องใช้เวลา 3 วันอยู่กับกล้องเพียงตัวเดียว ช่างตุ๋ยว่ายิ่งซ่อมมาก ยิ่งมีประสบการณ์มาก พร้อมหยิบสิ่งเหล่านั้นมาชุบชีวิตกล้องฟิล์มและหัวใจเจ้าของผู้หลงใหลแอนะล็อกอีกครั้ง

แม้วันนี้กล้องตัวโปรดรุ่นคุณปู่ในมือคุณจะไม่มีศูนย์ใหญ่ให้บริการซ่อม จงอย่ากังวล เพราะ The Eye ของช่างตุ๋ยยังคงเปิดรอฟื้นกล้องฟิล์มโบราณให้กลับมาลั่นชัตเตอร์และบันทึกความทรงจำได้อีกคราในคูหาขนาดเล็กย่านวังบูรพา

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ช่างตุ๋ย-อนุรักษ์ อินทชัย แห่ง The Eye

พิกัด : ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าเมกา วังบูรพา

โทรศัพท์ : 08 1559 7487

02

กิจสงวนพานิช 

ร้านซ่อมกระเป๋าเดินทางมือเก๋าแห่งเมืองเก่าเยาวราช

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, กิจสงวนพานิช ซ่อมกระเป๋าเดินทาง

ปิ๊งป่อง…ปิ๊งป่อง

ยินดีต้อนรับผู้โดยสารทุกท่านเข้าสู่ กิจสงวนพานิช ร้านซ่อมกระเป๋าเดินทางโดยช่างรุ่นเก๋า เฮียเป๋า-สุพจน์ เฉลิมนิรันดร นักซ่อมมือวางอันดับหนึ่งที่พิชิตใจนักเดินทางมานานกว่า 30 ปี ด้วยเทคนิค ซ่อมยังไงก็ได้ให้ดีกว่าของเดิม

ภายในตึกแถวขนาดหนึ่งคู่หาบริเวณตรอกหลังโรงพยาบาลกลางเป็นพื้นที่ซ่อนตัวของกิจสงวนพานิช ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีวัดมังกรที่คึกครื้นดาษดื่นด้วยผู้คน ใกล้ชนิดที่ว่าเดินลากกระเป๋าเดินทางแล้วล้อยังไม่ทันสึกก็ถึง! 

เฮียเป๋าทักทายเราด้วยเรื่องเล่าวัยเด็ก เขาเติบโตมากับพ่อที่เป็นเจ้าของโรงงานผลิตกระเป๋านักเรียนหนังสีดำที่หลายคนต้องเคยหนีบรักแร้ไปโรงเรียน บวกกับแม่เป็นช่างซ่อมกระเป๋าฝีมือดี ทำให้เขาซึบซับเรื่องคุณภาพมาจากพ่อและทักษะการซ่อมจากแม่ ลูกชายในวันนั้นใช้ศาสตร์ทั้งหมดที่มีมาเอาดีด้านซ่อมกระเป๋าหลังจากโรงงานผลิตกระเป๋าปิดตัวลง

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, กิจสงวนพานิช ซ่อมกระเป๋าเดินทาง
9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, กิจสงวนพานิช ซ่อมกระเป๋าเดินทาง

ประจวบเหมาะกับทำเลของกิจสงวนพานิชอยู่เคียงข้างกับเซียงกง (วงเวียน 22) แหล่งค้าอะไหล่เก่าและบ้านหม้อ ที่เป็นเหมือนขุมทรัพย์ของช่างซ่อม ทำให้เฮียเป๋ารักษาอาการป่วยของกระเป๋าเดินทางได้แทบทุกอาการ ไม่ว่าจะหูหิ้วกระเป๋าหัก (ซ่อมได้) ล้อแตก (ซ่อมได้) ซิปหลุด (ซ่อมได้) จะอาการหนักขนาดไหนก็ไม่เป็นปัญหา นั่นยิ่งทำให้บรรดาลูกค้าติดใจและแวะเวียนมาหาเฮียเป๋าอยู่เสมอ จนบางทีกระเป๋าเดินทางที่รอซ่อมวางเต็มพื้นที่และล้นออกมาด้านนอกของอาคารตึกแถว

ความพิเศษของร้านซ่อมแห่งนี้ที่เรายกป้ายให้คะแนนเต็มเห็นจะเป็นการบริการที่มีความเร็วระดับปีศาจ ถ้าลูกค้าจำเป็นต้องซ่อมด่วน เพียงเดินทอดน่องชมนกชมไม้แถวนั้นหรือพักหย่อนใจหน้าบ้านระหว่างรอช่างซ่อม ไม่นานเกินรอก็รับกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่กลับมาใช้งานได้เหมือนใหม่กลับบ้านได้เลย ส่วนข่าวดีที่อยากป่าวประกาศคือ ลูกชายเฮียเป๋ามาสืบทอดวิทยายุทธการซ่อม แถมคุณพ่อแอบชมลูกชายให้เราฟังว่า ตอนนี้ลูกชายของเขาเริ่มจะซ่อมเก่งกว่าแล้ว

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, กิจสงวนพานิช ซ่อมกระเป๋าเดินทาง

พิกัด : ซอยโรงพยาบาลกลาง ถนนมังกร

โทรศัพท์ : 0 2222 1503 

03

เจ้หมวย 

ร้านชุนเสื้อผ้าขนาดกะทัดรัดแห่งเยาวราช

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ร้านชุนผ้า

“อาม่าเคยถามเราว่าทำเป็นมั้ย เราไม่เคยทำจริง เคยแต่ทำเล่น ด้วยความอวดเก่งเลยบอกอาม่าว่าทำเป็น อาม่าเลยยื่นให้ทำ ตัวเราก็ไม่เคยทำนะ แต่รู้ว่ามันต้องทำยังไง แล้วดันทำได้จริงด้วย” เจ้หมวย เล่าความสมัยเด็กอย่างอารมณ์ดีถึงทักษะเย็บปักถักร้อยที่ติดตัวมาตั้งแต่วัยเยาว์ พลางมือก็แทงเข็มสีเงินวับซ้ายทีขวาทีลงบนกางเกงยีนส์ผ้าสีน้ำเงินเข้ม

เจ้หมวยเป็นเด็กเยาวราช วิ่งซนจนเป็นเจ้าถิ่น และอาศัยครูพักลักจำการชุนผ้าจากคนแถวนั้น จนได้ลองชุนผ้าเองครั้งแรกเพราะความอยากอวดวิชาแลกกับเงิน 1 สลึงจากอาม่า พอเป็นสาว เธอก็ช่วยแม่ชุนผ้า ชุนไปชุนมาจนชำนาญ เจ้หมวยออกมาจับจองพื้นที่ทำมาหากินของตัวเองบริเวณหัวมุมถนนซอยผดุงด้าว จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้เป็นเวลา 51 ปี

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ร้านชุนผ้า
9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ร้านชุนผ้า

เจ้หมวยแอบเม้าว่า ก่อนหน้านี้มีจุดปักหลักเดิมคือหน้าร้านทีวี ถัดไปอีก 3 ช่วงตึก ถือเป็นทำเลทองขึ้นหิ้ง ไม่ใช่เพราะลูกค้าชุกชุม แต่นั่งชุนผ้าตรงนั้นเจ้หมวยได้ซ่อมผ้าไปด้วยดูหนังไปด้วย

แม้เวลาจะหมุนผ่านกว่าครึ่งศตวรรษ มาตรฐานการชุนผ้าของเจ้หมวยยังดีเหมือนสมัยยังสาว

“การชุนผ้าก็เหมือนการทอผ้า ต้องเสริมด้ายใหม่ ค่อยๆ ถักลงไปทีละเส้น” เจ้หมวยเฉลยเทคนิคเด็ด

ด้วยราคาเป็นมิตร คิดตามสภาพแผลจริงของเสื้อผ้า ทำให้ลูกค้าหลายคนติดอกติดใจ บางคนเป็นลูกค้าประจำมานาน 20 – 30 ปี เธอว่า ชุนเสื้อ ชุนกางเกงให้ตั้งแต่เป็นนักเรียน จนตอนนี้แต่งงาน มีลูกโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว

“เคยมีลูกค้าคนหนึ่งเรียกเราว่าเจ้หมวยร้อยเข็ม เราตอบเขาว่า ร้อยเข็มอะไร เจ้ทำมาเป็นพันๆ เข็มแล้ว” 

เจ้หมวยทิ้งท้ายด้วยอารมณ์ขัน พร้อมกับกางเกงในมือที่อยู่ตอนต้นบทสนทนาซ่อมเสร็จพอดีหลังจบบทสนทนา

พิกัด : หัวมุมขวามือซอยผดุงด้าว ถนนเจริญกรุง 

04

สมศักดิ์พิมพ์ดีด 

ร้านซ่อมพิมพ์ดีดมากประสบการณ์ที่คุ้นเคยกับทุกตัวอักษรบนแป้นพิมพ์

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, สมศักดิ์พิมพ์ดีด

1 2 3 4 5 6 7 8 9 0 

สมศักดิ์พิมพ์ดีด ขอประทานกราบเรียนมายังผู้จัดการที่เคารพทราบ พิมพ์ดีดเครื่องนี้ปรับซ่อมโดยนายช่าง

พื้นที่ขนาด 2 คูหาบริเวณต้นซอยจรัญฯ 5 ตรงข้ามสถานกงสุลเลโซโท เต็มไปด้วยเครื่องพิมพ์ดีดที่รอซ่อมและรอเจ้าของมารับกลับบ้าน มองตรงเข้าไปจะเจอโต๊ะไม้ประจำตำแหน่งของ สมศักดิ์ หัตถกิจ เจ้าของ สมศักดิ์พิมพ์ดีด ร้านซ่อมเครื่องพิมพ์ยุคเก่าก่อนที่เชี่ยวชาญเครื่องพิมพ์ดีด IBM และ Olympia เป็นพิเศษ การันตีด้วยการซ่อมมาแล้วทั่วราชอาณาจักร 

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, สมศักดิ์พิมพ์ดีด
9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, สมศักดิ์พิมพ์ดีด

สมศักดิ์สมัยเป็นหนุ่มเคยฝึกงานในร้านพิมพ์ดีด ฝึกฝนฝีมือเพียงไม่กี่ปีก็แววดีก้าวกระโดดกว่าเพื่อนในรุ่น จนออกมาเปิดร้านซ่อมพิมพ์ดีดเป็นของตัวเอง พิมพ์ดีดนับร้อยนับพันที่หมดอายุขัยล้วนถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งพิมพ์ดีดสมัยรัชกาลที่ 5 พิมพ์ดีดไฟฟ้า 2 ภาษารุ่นบุกเบิก หากนับนิ้วรวมทักษะและประสบการณ์ที่นายช่างสะสมมามากกว่า 50 ปี เราจึงไม่แปลกใจเลยเมื่อต้องการซ่อมพิมพ์ดีด ร้านที่ต้องมาหาคือที่นี่

ปัจจุบันด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ช่างสมศักดิ์รับงานซ่อมต่างจังหวัดน้อยลง แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงคุณมีเครื่องพิมพ์ดีดที่ล่วงโรยตามกาลเวลา (ไม่จำกัดจำนวนเครื่อง) ส่งมาให้ช่างสมศักดิ์ตรวจอาการและรักษาได้ที่หน้าร้าน 

พิกัด : จรัญสนิทวงศ์ซอย 5 ตรงข้ามกงสุลเลโซโท 

โทรศัพท์ : 08 6753 9519

05

มิตรบริการ 

ร้านซ่อมนาฬิกาโบราณที่ไขลานด้วยใจบริการฉันมิตร

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, มิตรบริการ เตาปูน

มิตรบริการเป็นร้านซ่อมนาฬิกาที่ซ่อมมาตั้งแต่รุ่นพ่อ รับดูแลตั้งแต่นาฬิกาตั้งโต๊ะ นาฬิกาข้อมือ มาจนถึงรุ่นลูกที่พัฒนาไปรับซ่อมนาฬิกาแมกคานิกแบบโบราณ แถมใช้แนวทางการจัดคิวงานแบบอู่ซ่อมรถมาตรฐานชั้นดี

ระหว่างเดินผ่านตึกแถวหลายต่อหลายร้าน มิตรบริการ ดูกลมกลืนแนบสนิท จนเราทะลุประตูกระจกเข้ามาบริเวณห้องทำงานของ ช่างวิว-สมภพ ศิริเจริญวัฒน์ ก็พบกรุนาฬิกาโบราณหน้าตาแปลกตา บางเรือนอายุอานาม 200 กว่าปี ระบบกลไกนาฬิกาผลิตจากเยอรมนีด้วยแผ่นทองเหลืองอย่างหนา เป็นข้อช่วยสังเกตว่านาฬิกาเรือนนั้นเป็นนาฬิกาโบราณของแท้

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, มิตรบริการ เตาปูน
9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, มิตรบริการ เตาปูน

นาฬิกาบางเรือนตัวเรือนเป็นไม้ ดีไซน์น่ารักเหมือนหลุดออกมาจากนิทานพื้นบ้านยุโรป แต่ทุกเรือนที่อยู่ในห้องนี้ประสบปัญหาเดียวกันคือ เดินได้ไม่คล่องเหมือนเดิม ช่างวิวได้รับเทคนิคการซ่อมนาฬิกามาจากคุณพ่อ ผสมผสานกับความละเอียดลออแบบช่างซ่อมรถยนตร์เก่า ทำให้บรรดาเครื่องบอกเวลาที่มาถึงมือช่างวิวนอกจากจะเดินได้ตรงเหมือนใหม่ ยังได้ขัดสีฉวีวรรณจนโลหะนั้นขึ้นเงาแวววับ แถมรับประกันด้วยว่าจะเดินบอกเวลาอย่างเถรตรงไปได้นานอีกหลายปี

นอกจากมิตรบริการจะให้บริการเป็นมิตรสมชื่อ ยังให้บริการอย่างมืออาชีพ มีระบบป้ายชื่อในการจัดลำดับงาน เพื่อให้ลูกค้าสบายใจว่าไม่มีการลัดคิว รวมถึงเก็บข้อมูลลูกค้าทุกรายเพื่อให้บริการซ่อมบำรุงตามกำหนดอย่างถ้วนหน้า

บอกเลยว่าร้านซ่อมนาฬิกาในห้องแถวนี้ไม่ธรรมดา เพราะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

พิกัด : บริเวณสามแยกเตาปูน ใกล้ศูนย์บริการฮอนด้า

โทรศัพท์ : 08 5914 4440

06

ซ่อมด้วยรัก

ร้านซ่อมถ้วยชามกระเบื้องที่มีส่วนผสมจากยางรักและความรัก

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ตูน-ชยานันท์ อนันตวัชกร เจ้าของเพจ ซ่อมด้วยรัก Kintsugi Thai

สำหรับผู้ชื่นชอบการชงชาแบบจีนและญี่ปุ่น สิ่งที่ขาดไม่ได้คืออุปกรณ์ ทั้งกาน้ำชาและถ้วยชาใบโปรด หลังจากผ่านการใช้งานมายาวนาน อาจมีบางครั้งที่เราเผลอทำถ้วยชาใบโปรดแตกหรือเสียหาย 

ตูน-ชยานันท์ อนันตวัชกร เจ้าของเพจ ซ่อมด้วยรัก Kintsugi Thai หนึ่งในผู้หลงใหลการดื่มชา สะสมแก้วชา และครั้งหนึ่งเขาพลาดพลั้งทำแก้วชาแตก กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นศึกษาวิธีการซ่อมรอยร้าวของถ้วยชาและงานกระเบื้องให้กลับมาใช้งานได้อีก เมื่อถึงจุดชำนาญ ซ่อมด้วยรัก Kintsugi Thai จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อรับซ่อมงานแก้วชามกระเบื้องและอื่นๆ ด้วยรักอย่างที่เขาตั้งใจไว้ 

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ตูน-ชยานันท์ อนันตวัชกร เจ้าของเพจ ซ่อมด้วยรัก Kintsugi Thai
9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ตูน-ชยานันท์ อนันตวัชกร เจ้าของเพจ ซ่อมด้วยรัก Kintsugi Thai

Kintsugi (คินซึกิ) คือวิธีการซ่อมจานชามกระเบื้องที่แตกร้าวให้กลับมาประสานอีกครั้งแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีจากรุ่นสู่รุ่น เริ่มจากการลงยางรักอย่างพิถีพิถันและใจเย็น รอให้ยางรักค่อยๆ ทำหน้าที่ประสานรอยร้าวแล้วจึงลงผงทองตามลงไป โดยแต่ละขั้นตอนมีวิธีที่ต้องใช้เวลานานและใส่ใจรายละเอียด

ชยานันท์เรียนรู้ไปถึงแก่นแท้ จนพบว่าความไม่สมบูรณ์แบบคือความสวยงามอีกแบบหนึ่ง สิ่งของที่ผ่านการใช้งานมากพอจะมีรอยบิ่นหรือรอยแตก แต่ยังคงความสวยงามของมันไว้ เขาเล่าให้ฟังว่าส่วนใหญ่สิ่งของแต่ละอย่างที่ลูกค้านำมาให้ซ่อมล้วนเป็นของที่มีคุณค่าทางจิตใจ เป็นสิ่งที่ของที่มีเรื่องราวและความสุขแอบซ่อนอยู่ เขาจึงเพิ่มความใส่ใจลงไปในทุกขั้นตอนของการซ่อมแซม เมื่อของชิ้นนั้นกลับไปหาเจ้าของอีกครั้ง มันยังคงเป็นของที่มีคุณค่าทางใจต่อเจ้าของ และเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความไม่สมบูรณ์เช่นครั้งหนึ่งที่มันเคยแตกมาก่อน

ถ้าจะบอกว่า ซ่อมด้วยรัก ใส่ความรักและความใส่ใจลงในทุกรอยแตกร้าว เราว่าไม่เกินความจริงเลย

Facebook : ซ่อมด้วยรัก Kintsugi Thai 

โทรศัพท์ : 08 6786 3902

07

ก.วิมลสุนทร

ร้านสังฆภัณฑ์กึ่งร้านซ่อมเครื่องดนตรีที่ใส่ใจทุกปัญหาของคีย์บอร์ด

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ก.วิมลสุนทร

“โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ก็เคยมาซ่อมด้วยนะ” คนที่เอาเครื่องดนตรีมาซ่อมร้านนี้ไม่ได้มีแค่นั้น ยังมีหมู คาไลโดสโคป สมาชิกวงฟลัวร์สมาชิกวงไมโคร รวมถึงโปรดิวเซอร์ค่าย RS ก็แวะเวียนมาใช้บริการซ่อมแซมของ ช่างรินทร์ 

ใครเดินผ่านหน้าร้าน ก.วิมลสุนทร ครั้งแรก คงสงสัยว่าที่นี่ประกอบกิจการอะไรบ้าง ภายนอกขายเครื่องดื่มและส้มตำ ภายในร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ที่ห้อยวางอยู่ประปราย แต่ลึกเข้าไปภายในห้องตึกแถวแห่งนี้ คุณจะเห็นคีย์บอร์ดวางไว้ราวกับผู้ป่วยรอการตรวจไข้ ข้างๆ มีจอทีวีขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนโต๊ะพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์วางระเกะระกะ ขณะที่ช่างซ่อมคีย์บอร์ดและเปียโนไฟฟ้ากำลังซ่อมแซมเครื่องดนตรีตัวโปรดของลูกค้าอยู่

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ก.วิมลสุนทร

ช่างรินทร์เคยเล่นดนตรีมาก่อน เขาไม่ได้จบด้านดนตรีหรือวิศวกรรมไฟฟ้าแต่เรียนจบด้านศิลปะ จึงดึงความละเอียดประณีตมาใช้ในการซ่อมแซม โดยเฉพาะวงจรเซอร์กิตที่ละเอียดซับซ้อน จุดเริ่มต้นการซ่อมของช่างรินทร์คือสมัยเป็นนักดนตรี การส่งอุปกรณ์ไปซ่อมมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เขาจึงลงมือซ่อมเครื่องดนตรีเอง หลังจากนั้นก็ซ่อมให้เพื่อน จนฝีมือชำนาญ คนในบ้านจึงลงประกาศในเว็บบอร์ดจนช่างรินทร์เป็นที่รู้จัก

สิ่งที่ทำให้เขามีชื่อคือความละเอียดอ่อนในการมองปัญหาในเครื่องดนตรีแต่ละตัว หากตัวเมนบอร์ดพังหรือวงจรเซอร์กิตเสียหาย สิ่งที่เขาทำไม่ใช่การโยนของเก่าทิ้งแล้วเปลี่ยนใหม่ แต่จะไล่หาต้นตอปัญหาที่เกิดขึ้นในเมนบอร์ดแล้วเปลี่ยนอะไหล่ตรงนั้น หากมีอะไหล่ที่ซ่อมไม่ได้ อย่างเปียโนที่มีลิ่มชำรุดหลายลิ่ม ช่างรินทร์ก็ไม่ยอมเปลี่ยนใหม่ยกแผง แต่พยายามจับแพะชนแกะอยู่บ่อยครั้งถึงขั้นว่าบรรจงหล่ออะไหล่ขึ้นมาเองก็ทำมาแล้ว! 

“สำหรับผมการซ่อมเป็นงานฝีมือ อันไหนซ่อมได้ ผมจะหาทางซ่อมให้จนได้ แต่อันไหนที่ผมซ่อมไม่ได้ ผมก็จะบอก เพราะผมไม่อยากให้ลูกค้าเสียเวลายกมา” ช่างรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงตรงไปตรงมา ทำให้รู้ว่าเขาเป็นคนที่จริงใจ 

นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ลูกค้าวางใจให้เขาเป็นที่หนึ่ง

พิกัด : ก.วิมลสุนทร ปากซอยพหลโยธิน 5 เขตพญาไท

โทรศัพท์ : 08 6990 4202

08

ช่างเส่ย 

ร้านซ่อมกุญแจมือวางอันดับหนึ่งแห่งเจริญกรุง 31 

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ร้านซ่อมกุญแจ

ถนนเจริญกรุงเป็นถนนที่มีความเก่าแก่และแฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ ปัจจุบันมีกิจการเก่าแก่อยู่ไม่กี่แห่ง ใครจะไปรู้ว่าเราจะได้พบกับร้าน ช่างเส่ย ช่างซ่อมกุญแจที่อยู่บนถนนแห่งนี้มาเนิ่นนานกว่า 50 ปี 

ช่างเส่ยไม่มีหน้าร้าน มีเพียงเพิงไม้เล็กๆ ที่วางอยู่บนพื้น เครื่องปั๊มกุญแจขนาดใหญ่ที่มีอายุกว่า 30 ปี พร้อมกับพวงกุญแจที่ยัง ‘ไร้เขี้ยว’ กุญแจแบบเรียบที่ยังไม่ได้ทำการปั๊มห้อยเรียงรายอยู่บนราวเพิง ทุกคนในย่านรู้จักช่างเส่ยเป็นอย่างดี ด้วยรอยยิ้มที่สดใสและท่าทีการพูดคุยที่เป็นมิตร แม้เบื้องหลังชีวิตไม่ได้สดใส

“ถ้าเราไม่ทำ ก็ไม่รู้จะไปทำอะไรเหมือนกัน” อาจฟังดูเศร้า แต่ช่างเส่ยทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเห็นฟัน 

ช่างเส่ยเติบโตมาในครอบครัวคนจีนแต้จิ๋วที่เดินทางมาทำมาหากินในประเทศไทยช่วงเกิดความอดอยากในประเทศจีน ด้วยความดิ้นรนหาเลี้ยงครอบครัวหลังจากที่พ่อเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้ช่างเส่ยกลายมาเป็นลูกมือให้กับช่างกุญแจ ยุคสมัยนั้นมีอยู่แห่งเดียวในกรุงเทพฯ คือย่านวังบูรพา บริเวณดิโอลด์สยาม

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, ร้านซ่อมกุญแจ

สมัยนั้นยังไม่มีเครื่องปั๊มกุญแจ และยังไม่มีช่างทำกุญแจมากมายเหมือนเช่นทุกวันนี้ วิธีการซ่อมกุญแจหรือปั๊มกุญแจมีวิธีเดียวคือการฝน นับเป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยความชำนาญอย่างมาก หลังจากช่างเส่ยได้เรียนวิชาทำกุญแจเพียง 5 – 6 ปี ก็ออกมาตั้งร้านของตัวเองที่ถนนเจริญกรุง นับเป็นร้านทำกุญแจแห่งแรกๆ ในย่านนี้

การซ่อมและทำกุญแจเปรียบเสมือนทั้งชีวิตของช่างเส่ย ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านหลังจากมีเครื่องปั๊มกุญแจ ทำให้ช่างทำกุญแจมีเยอะมากขึ้น จากงานทำกุญแจเป็นงานฝีมือกลับกลายเป็นงานที่ใครๆ ก็ทำได้ ถึงกระนั้นช่างเส่ยก็หันมาปั๊มกุญแจด้วยเครื่อง แต่จุดเด่นของช่างเส่ยคือไม่ว่าจะซ่อมหรือปั๊มกุญแจ จะมีการฝนงานให้เนี้ยบอยู่เสมอ เป็นความเคยชินเดิมที่ติดมาจากการทำกุญแจด้วยมือ 

“ถ้าพูดคงเหมือนโม้ แต่เมื่อก่อนเราไม่เป็นสองรองใครเรื่องความประณีต” ช่างเส่ยส่งท้ายด้วยท่าทางเคอะเขิน

พิกัด : หน้าหอพักกัญญาลักษณ์ ริมถนนเจริญกรุง ใกล้วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวน)

09

Jewelry Clinic Center 

ร้านซ่อมจิวเวอรี่ครบวงจร สวย จบ หนึ่งเดียวย่านรังสิต

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, Jewelry Clinic Center

นอกจากความสวยความงามบนใบหน้าที่เข้าคลินิกได้แล้ว ความสวยงามของจิวเวอรี่ก็เข้าคลินิกได้เหมือนกัน

 ชวนทำความรู้จักกับ Jewelry cilnic center ร้านซ่อมจิวเวอรี่ชื่อดังย่านรังสิตของ แอ้-กรรัก รักษาบุญญนนท์ เจ้าของและผู้ดูแลร้านด้วยความเอาใจใส่มากว่า 20 ปี คลินิกอัญมณีแห่งนี้เกิดขึ้นเพราะแอ้เป็นคนนักสะสมเพชรพลอยและเครื่องประดับต่างๆ เพราะอยากแต่งเสริมเพิ่มความสวยให้กับเครื่องประดับของตน จึงเสาะหาช่างซ่อมจิวเวอรี่หลายที่ จนโชคชะตาพาไปรู้จักกับช่างกลุ่มหนึ่งที่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นช่างประจำของร้านไปแล้ว และแอ้เองยังเริ่มศึกษางานด้านนี้อย่างจริงจัง จนทำให้คลินิกแห่งนี้เป็นจริงขึ้นมา

9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, Jewelry Clinic Center
9 ร้านซ่อมรอบกรุง ที่เปลี่ยนกุญแจ นาฬิกา พิมพ์ดีด และสารพัดของเสียให้กลับมา Spark Joy อีกครั้ง, Jewelry Clinic Center

ความพิเศษไม่เหมือนใครของที่นี้คือ ทางร้านตั้งใจเปิดกระจกโล่งเพื่อให้ลูกค้ามองเห็นทุกขั้นตอนการซ่อมแซม และเมื่อส่งซ่อมแล้วรอรับกลับในวันนั้นๆ ได้เลย แถมบริการซ่อมแซมจิวเวอรี่ของที่นี่เรียกว่ามีครบจบที่เดียว ไม่ต้องแวะที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นบริการซ่อมแซม ฝังเพชรพลอยที่หลุดออกจากตัวเรือน ล้างทำความสะอาดไปจนถึงการประกาศขาย

สิ่งที่ทำให้ร้านอยู่มานานเกือบ 20 ปีและเป็นเพียงเจ้าเดียวย่านรังสิต คือความเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและความซื่อสัตย์ที่มีต่อลูกค้า ทำให้เกิดการบอกกันปากต่อปาก แม้ว่ายุคนี้จะเป็นยุคที่คนหาร้านซ่อมเจ้าอื่นมากมายบนอินเทอร์เน็ต แต่ Jewelry Cilnic แห่งนี้ยังคงเป็นร้านที่ยืนหนึ่งผ่านกาลเวลาทุกยุคทุกสมัย
พิกัด : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ชั้น 2 โซนเซนทรัล ตรงข้ามธนาคารกสิกรไทย และชั้นใต้ดิน ติดบันไดเลื่อนฝั่งเซนทรัล

โทรศัพท์ : 0 2958 0595

Writers

ภูมิ เพชรโสภณสกุล

อดีตนักศึกษาเอกปรัชญา นักหัดถ่าย นักหัดเขียน เป็นทาสแมว ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรี

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

ณัฐณิชา โอภาสเสรีผดุง

นิสิตสถาปัตย์ สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตย์ ไลฟ์สไตล์ เวลาว่างหมดไปกับแมวและของกิน

Photographers

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

ภูมิ เพชรโสภณสกุล

อดีตนักศึกษาเอกปรัชญา นักหัดถ่าย นักหัดเขียน เป็นทาสแมว ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรี

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load