ได้ยินมาหลายครั้งว่า ‘สกาลา’ คือโรงภาพยนตร์ stand alone ที่สวยที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ ผมยังไม่กล้าฟันธงว่าสวยที่สุดในเอเชียอาคเนย์หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ในสายตาของตัวเอง ที่นี่คือโรงภาพยนตร์ที่สวยที่สุดในประเทศและยังมีชีวิตอยู่

นอกจากนั้นผมเคยได้ยินชื่อของ ‘สกาลา’ ว่าไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทย โรงภาพยนตร์ชื่อซ้ำกันนี้มีมากกว่าหนึ่งแห่งในโลก

แล้วทำไมชื่อ ‘สกาลา’ ถึงได้รับความนิยม

พอไปค้นความหมายของคำว่า La scala ในภาษาอิตาเลียนนั้นแปลว่า บันได (staircase) ทำให้ยิ่งเกิดคำถามน่าคิดว่า บันไดเกี่ยวข้องกับโรงภาพยนตร์ได้อย่างไร

บันไดอันศักดิ์สิทธิ์

ย้อนกลับไปในประเทศอิตาลี ราวปี ค.ศ. 1778 ยุคสมัยที่สังคมชนชั้นสูงนิยมดูมหรสพ การแสดงโอเปร่าและบัลเล่ต์ ทำให้ก่อกำเนิดโรงอุปรากรขนาดใหญ่ขึ้นมาในเมืองมิลาน ชื่อว่า Teatro alla Scala เป็นโรงอุปรากรสถาปัตยกรรมรูปแบบ Neoclassic ที่มีชื่อเสียงและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ภายในประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงตามสถานะกิจกรรมของชนชั้นสูง

และย้อนกลับไปไกลกว่านั้นอีกนิด ก่อนที่โรงอุปรากรแห่งนี้จะสร้างขึ้น เดิมที่ตรงนี้คือโบสถ์ Santa Maria della Scala อันหมายถึงบันไดสู่พระแม่มาเรีย เป็นหนทางศักดิ์สิทธิ์สู่สรวงสวรรค์นั่นเอง และจากนั้นความนิยมของคำว่า La Scala หรือชื่อแบบสั้นๆ ของ Teatro alla Scala ก็ติดปากผู้ชมมหรสพทั้งหลายทั่วโลก

La scala
en.wikipedia.org/wiki/La_Scala

จากมิลานสู่เกาะอังกฤษ

ในช่วงศตวรรษที่ 19 กระแสความนิยมดูมหรสพกระจายออกไปไกล ทำให้เกิดสถาปัตยกรรมต่างๆ ขึ้นมารองรับกิจกรรมประเภทนี้ และที่เกาะอังกฤษก็เช่นกัน หัวมุมถนน Charlotte ในลอนดอน มีอาคารเก่าแก่ที่เปิดแสดงละครมาอย่างยาวนาน แต่ถูกไฟไหม้ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 เสียหายอย่างมาก จนเมื่อปี ค.ศ. 1903 – 1905 หมอชาวอังกฤษ Edmund Distin Maddick ได้เข้ามาซื้อตึกหัวมุมถนนนี้ แล้วให้ Frank Verity สถาปนิกผู้คร่ำหวอดการออกแบบโรงมหรสพสมัยนั้น ดัดแปลงอาคารกลายมาเป็นโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1911 และตั้งชื่อว่า ‘Scala Theatre’ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีโถงบันไดอันโอ่อ่าสมกับความหมายเดิมเลยก็ตาม

Scala Theatre
scala.co.uk

โปรตุเกส สกาลา และแอฟริกา

ในช่วงศตวรรษที่ 19 ยุคสมัยอาณานิคมของโปรตุเกสมาถึงชายฝั่งแอฟริกาเช่นกัน มาพร้อมๆ กับความเจริญเติบโตของเมืองในอาณานิคมอย่างเมืองมาปูโต ประเทศโมซัมบิก เกิดสถาปัตยกรรมสไตล์ Art Deco ที่กำลังเป็นที่นิยมสมัยนั้นเต็มบ้านเต็มเมือง ทั้งอาคารบ้านเรือน และสถานที่ราชการต่างๆ ก็ออกแบบไปในทิศทางนี้ รวมไปถึงโรงภาพยนตร์ ‘Scala’ ที่สร้างในปี ค.ศ. 1931 โดยบริษัทภาพยนตร์ของแอฟริกาใต้ และยังคงเป็นโรงภาพยนตร์ stand alone ที่เปิดให้บริการอยู่

แม้ภายในโรงจะไม่มีบันไดที่โออ่านัก แต่ก็คงเสน่ห์ด้วยเก้าอี้ไม้หุ้มเบาะหนัง ยึดขาเก้าอี้ด้วยเหล็กหล่อแบบโบราณ และมีตัวอักษรโลหะ A, B, C, D, … ติดไว้กับพื้นไม้เพื่อบอกแถวที่นั่ง

Scala
Scala
Scala
Scala
Scala

สกาลาในสยาม

กลับมาที่เมืองไทย ถ้าจะนับตามลำดับโรงภาพยนตร์ในย่านสยามสแควร์นี้ ก็ต้องเรียงตามลำดับพี่น้อง คือ สยาม, ลิโด และสกาลา ทั้งสามแห่งเคยอยู่ภายใต้การดูแลของ คุณพิสิฐ ตันสัจจา ประธานโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ ผู้บุกเบิกพัฒนาพื้นที่อันห่างไกลความเจริญย่านปทุมวัน จนกลายเป็นแหล่งความเจริญหน้าหนึ่งของสังคมไทย จากโรงภาพยนตร์ทั้งสามโรง จะเห็นว่าสกาลานั้นเป็นผลงานออกแบบอย่างวิจิตรบรรจงที่สุด

รูปแบบสถาปัตยกรรมของสกาลานับเป็นเพชรน้ำงามของสถาปัตยกรรม Art Deco ในประเทศไทยจริงๆ ฝีมือของสถาปนิกอย่างคุณจิระ ศิลป์กนก นั้นการันตีความทันสมัยไว้กับอาคารหลายแห่งในกรุงเทพฯ เช่น โรงแรมอินทราที่ประตูน้ำ ธนาคารแห่งประเทศไทยที่ถนนสุรวงศ์ โรงภาพยนตร์เอเธนส์ โรงภาพยนตร์วงเวียนใหญ่รามา รวมไปถึงรูปแบบของธนาคารกสิกรอีกหลายๆ สาขา

แม้จะเป็นช่วงปลายของความนิยมกระแสโมเดิร์น แต่สถาปนิกกลับเลือกใช้ศิลปะแบบ Art Deco คือการใช้เส้นโค้งและเส้นตรงเรียบง่ายแต่แข็งแรง มีการใช้เส้นที่คมชัด เหลี่ยมมุมชัดเจน มักได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ รวมไปถึงรูปทรงเรขาคณิต ในยุคนั้นคนทั่วไปจะมีทัศนคติต่อศิลปะ Art Deco ว่าเป็นศิลปะแห่งความหรูหรา

ฉะนั้น สิ่งที่โรงภาพยนตร์สกาลาแห่งนี้แสดงความหรูหราให้เราเห็นได้ชัดเจน คือ บริเวณโถงบันไดทั้งหมดนั้น ถูกออกแบบอย่างประณีต ทั้งฝ้าเพดานและเสาคอนกรีตโค้ง ลวดลายประดับอื่นๆ ล้วนมีความหมาย เช่น ฝ้าลวดลายม้วนฟิล์ม ลายด้านหลังเคาน์เตอร์ขายตั๋ว รวมไปถึงโคมไฟระย้าจากอิตาลี ทั้งหมดนี้ส่งเสริมให้คำว่า Scala มีโถงบันไดที่อลังการสมความหมาย

สกาลา
Scala
Scala
สกาลา

บันไดที่ถูกทิ้งร้าง

แต่ถ้ายังรู้สึกเฉยๆ กับ ‘บันได’ ของสกาลาในเมืองหลวง ยังมีพี่น้องของสกาลาอีกแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในต่างจังหวัด ผมว่าบันไดของที่นี่ดูอลังการกว่าสกาลากรุงเทพฯ จุดหมายสุดท้ายของเราคือ โรงภาพยนตร์เมืองทองรามา เป็นโรงภาพยนตร์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดสิงห์บุรี

จะว่าไปรูปร่างหน้าตาของโรงหนังแห่งนี้แทบจะถอดแบบกันมา เพียงแต่โถงตรงกลางนั้นไม่ได้วิจิตรอะไรมากมายนัก ฝ้าเพดานและเสาคอนกรีตก็เรียบๆ แต่สิ่งที่ทำให้โรงหนังแห่งนี้มีเสน่ห์ก็คือ บันไดทางขึ้นชั้นสองที่ออกแบบไว้งดงาม แม้จะไม่ได้แบ่งเป็น 2 ฝั่งเหมือนในกรุงเทพฯ แถมยังมีป้ายตัวอักษรอันเก่าของสกาลามาติดไว้ที่ชั้นสองเนื่องจากอยู่ในเครือเดียวกัน

ปัจจุบันแม้ถูกปล่อยรกร้างไม่ได้ใช้งาน แต่หากลองจินตนาการย้อนอดีตในสมัยรุ่งเรืองก็พอจะนึกออกว่าบรรยากาศของการชมภาพยนตร์ ณ โรงหนังริมน้ำแห่งนี้ก็คงตระการตาไม่แพ้ในเมืองเช่นกัน

โรงหนัง
เมืองทองรามา
สกาลา
โรงหนัง

Writer & Photographer

Avatar

วีระพล สิงห์น้อย

ช่างภาพสถาปัตยกรรม และเจ้าของเพจภาพถ่ายอาคารเปี่ยมเสน่ห์ชื่อ FOTO_MOMO

ปี 1960 ในยุคสมัยที่กรุงเทพฯ เต็มไปด้วยโก๋หลังวัง …ห่างออกไปอีก 200 กว่ากิโลเมตรทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในทุ่งตะโกรายของที่ราบสูงแอ่งโคราช วิทยาลัยเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา เพิ่งก่อตั้งมาได้ 3 ปี กลางที่ราบโล่งนั้นมีไซต์งานก่อสร้างเล็กๆ กลุ่มนักศึกษาแผนกวิชาสถาปัตยกรรมลงมือปฏิบัติการเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยการทำงานภาคสนาม ร่วมแรงกันผสมปูนซีเมนต์ ผูกเหล็ก ตีไม้แบบ เทคอนกรีต กันด้วยมือตัวเอง ภายใต้การดูแลของอาจารย์และผู้รับเหมามืออาชีพ

พวกเขากำลังสร้างสถานที่ประชุมสัมมนาขนาดเล็ก รองรับนักศึกษาที่จะเพิ่มมากขึ้นในสมัยนั้น เป็นอาคารคอนกรีตง่ายๆ มีเวทีสำหรับทำกิจกรรม การแสดงต่างๆ สามารถจุคนได้สัก 200 คน ไม่มีระบบปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียง ตามสภาพเทคโนโลยีและความพร้อมที่ตนเองมีอยู่ อาคารหลังเล็กๆ นั้นอาจจะไม่พิเศษอะไรเลยหากเป็นเหมือนอาคารทั่วไป แต่นี่คืออาคารสำหรับคน 200 คน ภายใต้หลังคาคอนกรีตแผ่นเดียว ที่จะไม่มีเสา!!

อาคารคุรุสัมมนาคาร 2503

อาคารไร้เสา,อาคารคุรุสัมมนาคาร,ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์, วีระพล สิงห์น้อย, ดร.วทัญญู ณ ถลาง

อาคารไร้เสา,อาคารคุรุสัมมนาคาร,ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์, วีระพล สิงห์น้อย, ดร.วทัญญู ณ ถลาง อาคารไร้เสา,อาคารคุรุสัมมนาคาร,ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์, วีระพล สิงห์น้อย, ดร.วทัญญู ณ ถลาง อาคารไร้เสา,อาคารคุรุสัมมนาคาร,ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์, วีระพล สิงห์น้อย, ดร.วทัญญู ณ ถลาง

ไม่มีเสาเราจะอยู่อย่างไร

ด้วยการออกแบบของ ดร.วทัญญู ณ ถลาง ผู้อำนวยการวิทยาลัยในสมัยนั้น และ อาจารย์นคร ศรีวิจารย์ สถาปนิกทั้งสองคนท้าทายความทันสมัยด้วยหลังคาโครงสร้างแบบไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์ (Hyperbolic Paraboloid) มาใช้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ความโค้งแบบสามมิติของมันทำให้เกิดพื้นที่ใต้หลังคามากพอที่จะเกิดที่ว่างขึ้นในนั้น เหลี่ยมมุมหลังคาทั้งหกด้านที่โค้งขึ้นลงสลับกัน ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างระบบเสาคาน ไม่จำเป็นต้องมีเสามารับน้ำหนัก เพียงแค่ยื่นหลังคาปลายแหลมทั้งสามด้านจรดลงกับพื้นก็เกิดเป็นรูปทรงตั้งอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง

สมการของไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์

อะไรคือไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์ อธิบายง่ายๆ อย่างคนไม่เก่งคณิตศาสตร์ มันคือสมการรูปแบบหนึ่งที่จะมาช่วยเราคำนวณโครงสร้างทางวิศวกรรม

อาคารไร้เสา,อาคารคุรุสัมมนาคาร,ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์, วีระพล สิงห์น้อย, ดร.วทัญญู ณ ถลาง อาคารไร้เสา,อาคารคุรุสัมมนาคาร,ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์, วีระพล สิงห์น้อย, ดร.วทัญญู ณ ถลาง อาคารไร้เสา,อาคารคุรุสัมมนาคาร,ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์, วีระพล สิงห์น้อย, ดร.วทัญญู ณ ถลาง

พาราโบลา-ถ้าเรามีสามเหลี่ยมทรงกรวยถือไว้ในมือ กรวยอันนี้เนื้อนิ่มเหมือนไข่ต้ม วานให้เพื่อนอีกคนหนึ่งดึงเส้นด้ายตึงๆ ค่อยๆ เฉือนปาดตัดรูปทรงกรวยทิ้งไปบางส่วน เฉือนแบบให้โดนฐานกรวย ให้มันแหว่งๆ อย่าให้เกิดหน้าตัดรูปวงรีเป็นใช้ได้ นั่นก็คือภาคตัดกรวยที่เราจะได้เส้นโค้งอันหนึ่งที่เรียกว่า พาราโบลา

พาราโบลอยด์-ทีนี้หยิบเส้นโค้งสมมุตินั้นมา นึงถึงเวลาคนปั้นหม้อดินเผา นำเส้นโค้งพาราโบลามาตั้งหรือหงายก็ได้บนแป้นหมุน แล้วให้มันหมุนรอบตัวเองจนครบวง ก็จะได้รูปทรงสามมิติอันใหม่เรียกว่า พาราโบลอยด์ ที่จริงแล้วเราก็เห็นพาราโบลอยด์ได้จากของใกล้ตัว เช่น จานรับสัญญาณดาวเทียม หรือแผ่นสะท้อนแสงในหน้ากระบอกไฟฉาย

ไฮเปอร์โบลา-ก็คือนำเส้นโค้งพาราโบลา 2 เส้นมาคว่ำหงายเข้าหากัน คล้ายวงเล็บ 2 อันหันหลังชนกัน

ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์-ก็ใช้วิธีเดียวกัน จับรูปทรงพาราโบลอยด์ 2 อันมาคว่ำหงายชนกัน บิดให้เกิดเป็นรูปทรงคล้ายๆ อานม้า

เฮ้อ…เหนื่อยไหมครับกับสมการทางคณิตศาสตร์ จินตนาการกันจนตาลาย แวะหยิบขนมใกล้มือมากินเล่น พอดีว่าไปเจอมันฝรั่งแผ่นกรอบๆ มากิน นั่นแหละครับ มันฝรั่งในกระป๋องยาวๆ นั่นก็ปรากฏว่าเป็นรูปร่างของไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์เหมือนกัน!!

อาคารไร้เสา,อาคารคุรุสัมมนาคาร,ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์, วีระพล สิงห์น้อย, ดร.วทัญญู ณ ถลาง

กลับมาที่โคราช

จบเรื่องไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์ไว้ก่อน นอกจากเรื่องความยากในการคำนวณสูตรนี้แล้ว ความยากอีกอย่างหนึ่งของอาคารหลังนี้ก็คือ ขั้นตอนการก่อสร้าง เนื่องจากหลังคาผืนนี้เป็นคอนกรีตแผ่นเดียวอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นตอนเทปูนจึงต้องทำให้ปูนเซ็ตตัวภายในครั้งเดียว จะหยุดพักให้กลางคันไม่ได้ เดี๋ยวปูนจะเสียประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักจนเกิดอันตรายได้

ระหว่างการก่อสร้างคุรุสัมมนาคารนี้ เกิดคำถามขึ้นมากมายว่า มั่นใจได้อย่างไรว่าแผ่นหลังคาคอนกรีตหนักๆ แบบนี้จะไม่พังลงมา ทั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้ ม.ร.ว.จาตุรีสาณ ชุมพล วิศวกรผู้ร่วมออกแบบโครงสร้างอันทันสมัยนี้ มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า นักศึกษาและคณาจารย์ผู้ออกแบบมั่นใจในความแข็งแรงมาก บอกให้คนหลายๆ คนไปยืนที่ปลายหลังคาสูงๆ นั่นเพื่อพิสูจน์ว่าหลังคาผืนนี้ได้รับการออกแบบมาอย่างดีและปลอดภัยแน่นอน

อาคารไร้เสา,อาคารคุรุสัมมนาคาร,ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์, วีระพล สิงห์น้อย, ดร.วทัญญู ณ ถลาง อาคารไร้เสา,อาคารคุรุสัมมนาคาร,ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์, วีระพล สิงห์น้อย, ดร.วทัญญู ณ ถลาง

ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์ในต่างประเทศ

ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นคนเดียวที่ใช้ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์มาออกแบบอาคาร ยังมีสถาปนิกชาวสเปนที่เป็นสถาปนิกตัวพ่อในการใช้โครงสร้างคอนกรีตเปลือกบางแบบนี้ อย่างเช่นอาคาร Casa Bacardi ที่เปอร์โตริโก ก็สร้างในปีใกล้เคียงกับคุรุสัมมนาคาร แตกต่างกันที่ของโคราชมีแปลนหกเหลี่ยม ของเปอร์โตริโกมีแปลนสี่เหลี่ยม สวยไม่แพ้กันทั้งสองแห่ง

อาคารไร้เสา,อาคารคุรุสัมมนาคาร,ไฮเปอร์โบลิกพาราโบลอยด์, วีระพล สิงห์น้อย, ดร.วทัญญู ณ ถลาง

คุรุสัมมนาคารได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ปี 2558 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และยังคงตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา

ภาพ : FOTO_MOMO

Writer & Photographer

Avatar

วีระพล สิงห์น้อย

ช่างภาพสถาปัตยกรรม และเจ้าของเพจภาพถ่ายอาคารเปี่ยมเสน่ห์ชื่อ FOTO_MOMO

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load