หลายปีมานี้เวลาฝนตกในเมือง กลิ่นดินที่ทำให้รู้สึกสดชื่น จืดจางลงไปกว่าที่เคยจำได้เมื่อตอนเด็ก ทุกครั้งเมื่อได้กลิ่นดิน ภาพสนามหญ้าหน้าโรงเรียนก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

หลังจากได้บัตรดำน้ำมาไม่นาน เราเดินทางไปดำน้ำที่เกาะเต่าเป็นทริปแรก ในตอนที่กำลังแกะแซนด์วิช ซึ่งเป็นอาหารกลางวันอยู่บนเรือที่โยกไปมา จู่ ๆ เราก็เริ่มผะอืดผะอม นี่คือการเมาเรือครั้งแรกในชีวิต กลิ่นหอมใหญ่สดของแซนด์วิชในมือลอยฟุ้งอยู่รอบตัว

หลังจากนั้น ทุกครั้งที่อยู่บนเรือ กลิ่นหอมใหญ่สดก็กลายเป็นกลิ่นต้องห้าม เพราะเมื่อไหร่ที่ได้กลิ่นขึ้นมา สมองเหมือนจะสั่งการให้ความจำของวันนั้นฟื้นกลับมา รวมไปถึงความรู้สึกผะอืดผะอมนั้นด้วย

น่าประหลาดใจที่ถึงแม้เราใช้ตาเป็นสัมผัสหลัก แต่กลิ่นบางกลิ่นกลับพาเราย้อนเวลากลับไปหาความทรงจำ ซึ่งชัดเจนยิ่งกว่าภาพที่เห็นด้วยตาเสียด้วยซ้ำ

กล่าวกันว่ากลิ่นนั้นเป็นสารเคมีที่ส่งตรงถึงสมอง ไม่ต้องผ่านการแปลงสัญญาณไปประมวลผลก่อน จึงทำให้เป็นสัมผัสที่ติดแน่นกับความทรงจำมากกว่าประสาทสัมผัสอื่น

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
เต่าทะเลว่ายผ่านแนวปะการังใต้ทะเลของเกาะเต่า

สำหรับมนุษย์ จมูกกลายเป็นประสาทสัมผัสที่ไร้ประโยชน์ในโลกใต้น้ำ เราเลยไม่เคยได้รู้ว่าแนวปะการังมีกลิ่นยังไง

เจ้าหน้าที่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น หยิบปะการังที่ยังมีชีวิตอยู่ขึ้นมาจากบ่อเพาะเลี้ยงให้เราดม น่าแปลกใจที่มันมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายดอกไม้ที่เรานึกชื่อไม่ออก หลายปีต่อมา นักวิชาการปะการังไทยช่วยตอบให้เราหายข้องใจว่า มันคล้ายกับกลิ่นดอกพิกุล 

นักวิจัยปะการังหลายคนเล่าให้ฟังว่า ปะการังแต่ละชนิดมีกลิ่นแตกต่างกันไป ไม่ใช่ทุกชนิดจะมีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ บางชนิดมีกลิ่นคล้ายสาหร่ายเปียก ๆ บางชนิดก็เป็นกลิ่นที่เฉพาะตัวมากจนระบุไม่ได้

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น

กลิ่นคือโมเลกุลทางเคมีที่กระจายล่องลอยออกไป ไม่ว่าตัวกลางที่พาไปจะเป็นอากาศหรือน้ำ

กลิ่นดินหลังฝนตกที่เราชอบ ที่จริงเป็นโมเลกุลทางเคมีที่แบคทีเรียในดินปล่อยออกมา เมื่อโดนน้ำฝนก็ฟุ้งตัวลอยกระจายไปในอากาศ แบคทีเรียชนิดนี้มีหน้าที่ช่วยย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ให้กลายเป็นธาตุอาหารในดิน กลิ่นที่พวกมันปล่อยออกมามีเป้าหมายหลักคือ ดึงดูดให้แมลงและสัตว์ขาปล้องหลายชนิดเข้ามาหา เพื่อจะนำสปอร์ของแบคทีเรียชนิดนี้กระจายออกไปสืบพันธุ์ในที่อื่น ๆ

ทากทะเลตัวจิ๋วมีอวัยวะรับกลิ่นขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัว ทากทะเลไม่มีอวัยวะรับภาพแบบดวงตาของมนุษย์ มันอาศัยกลิ่นพาไปสู่อาหารได้อย่างแม่นยำ บางชนิดอวัยวะรับกลิ่นคือเขาสูงคู่ที่อยู่บริเวณหัว บางชนิดมีขนเล็ก ๆ คล้ายขนจมูกยื่นออกมาจากท่อหลอดด้านหน้า

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
อวัยวะรับกลิ่นของทากทะเลตัวนี้คือเขาสูงสีดำคู่ใหญ่ที่อยู่ทางด้านหัว
ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
ทากทะเลสายพันธุ์นี้มีขนยื่นออกมาจากท่อหลอดด้านหน้าคล้ายกับขนจมูก ซึ่งใช้ในการรับกลิ่น

ครั้งหนึ่งเรานั่งรอดูทากยิมโนดอริสเดินลัดเลี้ยวซ้ายที ขวาที แล้วเอาส่วนหัวมุดทรายลงไปงับทากอีกชนิดที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นทรายอย่างมิดชิด ทากยิมโนดอริสกินทากชนิดอื่นเป็นอาหาร พวกมันเป็นนักล่าและอาศัยการแกะรอยเหยื่อจากกลิ่น

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
ทากยิมโนดอริส

กระบะที่วางอยู่ท้ายเรือมีซากปลาตัวใหญ่ ๆ อยู่หลายตัว คนเรือใช้เท้าเหยียบบี้สลับกับตักน้ำทะเลราดให้ของเหลวจากซากปลากระจายออกมา กลิ่นคาวปลาจากทั้งเลือดและน้ำมันคลุ้งทั่วไปทั้งในอากาศ และในน้ำ

2 ใน 3 ส่วนของสมองฉลามยกให้การประมวลผลประสาทรับกลิ่น ฉลามใช้กลิ่นนำทางมากกว่าสายตา พวกมันรับกลิ่นได้ไกลเป็นระยะหลายร้อยเมตร

ในพื้นที่หลายแห่งมีฉลามใช้วิธีนี้เพื่อล่อให้คนเข้ามาดู ความอันตรายจากการใช้วิธีนี้คือ กลิ่นที่พวกมันรับเชื่อมโยงกับพฤติกรรมล่าเหยื่อ ทุกวันนี้หลายแห่งจึงเริ่มมีเสียงค้านการล่อฉลามด้วยคาวปลา เพราะกังวลถึงความปลอดภัยของนักดำน้ำ แต่อีกฝั่งก็ค้านกลับว่า การล่อให้ฉลามเข้ามาใกล้เรือ จะช่วยให้ได้พบเห็นตัวฉลามมากกว่าปกติ และช่วยในการวิจัยฉลามได้ดียิ่งขึ้น

การถกเถียงเรื่องนี้ยังไม่สิ้นสุด จนกว่าเราจะเข้าใจพวกมันได้อย่างแท้จริง

ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
กระบะใส่ซากปลา ที่ร้านดำน้ำใช้กลิ่นละลายไปในน้ำเพื่อล่อฉลาม
ไขปริศนากลิ่นใต้ทะล ปะการังกำลังสื่อสารอะไรกันผ่านการส่งกลิ่น
ฉลามขาวว่ายเข้ามาตามกลิ่นของเหยื่อล่อ เพื่อเช็กว่ามีอาหารที่มันกินได้หรือไม่

ในห้องวิจัย ปะการังที่เครียดจากอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นส่งกลิ่นออกมาต่างจากปกติ พวกมันส่งกลิ่นออกมาว่าเริ่มเครียด ก่อนจะแสดงตัวให้เราเห็นว่าป่วยด้วยการฟอกขาว แนวปะการังที่ดูสวยสดงดงามใต้ทะเล อาจจะกำลังเริ่มป่วยโดยที่เรามองไม่เห็น

เหล่าปะการังแข็งที่ส่งเสียงพูดไม่ได้ พวกจึงมันสื่อสารผ่านกลิ่น

กลิ่นกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำใต้ทะเล การตามกลิ่นคาวของฉลาม ไปจนถึงความหมายของกลิ่นอันหลากหลายจากปะการัง
กลิ่นกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำใต้ทะเล การตามกลิ่นคาวของฉลาม ไปจนถึงความหมายของกลิ่นอันหลากหลายจากปะการัง

ที่อ่าวเล็ก ๆ ริมฝั่ง ค่ำคืนหนึ่งในรอบปี ปะการังแข็งสายพันธุ์เดียวกันที่อยู่ห่างกันหลายสิบเมตรทำให้ความสัมพันธ์ระยะไกลกลายเป็นเรื่องง่าย พวกมันพร้อมใจปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาในเวลาเดียวกัน ตามที่นัดหมายไว้ผ่านสัญญาณกลิ่น การบรรเลงเพลงรักอันครึกโครมท่ามกลางความเงียบของท้องทะเล

บางทีหน้าต่างของหัวใจ อาจจะไม่ใช่ดวงตาอย่างที่เคยได้ยินกันมา

กลิ่นกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำใต้ทะเล การตามกลิ่นคาวของฉลาม ไปจนถึงความหมายของกลิ่นอันหลากหลายจากปะการัง

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

ต้นเดือนสิงหาคม

บ้านช่อนทอง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

18.30 น.

เบื้องบนเหนือสวนยางพารา เสียงดังราวกับเกิดพายุ พร้อมกับเงาดำจำนวนมากบินข้ามไปเป็นแถวยาว มันคือเสียงปีกแหวกอากาศจากการบินของฝูงนกเงือกกรามช้างปากเรียบที่กลับจากทำภารกิจช่วงกลางวัน บริเวณนี้เป็นที่พักผ่อน พวกมันจะอยู่ที่นี่ไปตลอดคืน กระทั่งเช้ามืดจึงจะแยกย้าย

เที่ยวบินพันกิโลของนกเงือกกรามช้าง ห้วยขาแข้ง-มาเลเซีย ขาไปร้อยวัน ขากลับ 16 วัน!
นกเงือกกรามช้างปากเรียบ ขณะใช้เวลาอยู่ที่บ้านช่อนทอง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เป็นจุดพักช่วงเวลาหนึ่งก่อนไปจุดหมายปลายทาง

นกจำนวนกว่า 400 ตัว บินวน ๆ เหนือต้นสะเดาเทียม ก่อนหุบปีกทิ้งตัวลงเกาะตามกิ่ง มองไกล ๆ คล้ายใบไม้หนาทึบ พวกมันมาที่นี่หลายวันแล้ว ที่นี่ไม่ใช่จุดหมายปลายทางหรอก แต่เหลือระยะทางอีกไม่ไกล

จากจุดเริ่มต้นในผืนป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร พวกมันเดินทางมาแล้วกว่าพันกิโลเมตร ใช้เวลาเกือบ 100 วัน เส้นทางยาวไกล บางช่วงเลยเข้าไปในพื้นที่ประเทศพม่า วกกลับเข้ามาใหม่ แวะพักตามผืนป่าต่าง ๆ หลายแห่ง

นานมาแล้วที่วิถีชีวิตนกเงือกกรามช้างปากเรียบคล้ายเป็นปริศนา

พวกมันสร้างรังวางไข่ในป่าห้วยขาแข้งด้วยวิถีเดียวกับนกเงือกชนิดอื่น ๆ ตัวเมียเข้าไปขังตัวอยู่ในโพรง ตัวผู้ทำหน้าที่หาอาหารมาเลี้ยงดู

เมื่อลูกโตพอออกจากโพรง ออกมาโบยบินไม่นาน พวกมันก็หายไป ไม่มีใครรู้ว่าในช่วงฤดูฝน เหล่านกเงือกกรามช้างปากเรียบที่สร้างรังวางไข่ในป่าห้วยขาแข้งหายไปอยู่ไหน

เที่ยวบินพันกิโลของนกเงือกกรามช้าง ห้วยขาแข้ง-มาเลเซีย ขาไปร้อยวัน ขากลับ 16 วัน!

เทคโนโลยีซึ่งพัฒนาไปไกล เมื่อนำมาใช้กับการศึกษาชีวิตสัตว์ป่าช่วยให้คนรู้มากขึ้น นักวิจัยใช้วิธีติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุในระบบผ่านดาวเทียมไว้กับนก ข้อมูลที่ได้น่าตื่นใจ เพราะหลังลูกออกจากโพรงแล้ว นกเงือกกรามช้างปากเรียบจะออกเดินทางไกล จุดหมายปลายทางคือป่าเบรุ่ม พื้นที่อนุรักษ์ในประเทศมาเลเซีย

ปริศนาคลี่คลาย ความสงสัยลดน้อยลง ความนับถือความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติจัดสรรไว้เพิ่มมากขึ้น

เที่ยวบินพันกิโลของนกเงือกกรามช้าง ห้วยขาแข้ง-มาเลเซีย ขาไปร้อยวัน ขากลับ 16 วัน!

สำหรับสัตว์ป่า การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต พวกมันเดินทางเคลื่อนย้ายถิ่นตามฤดูกาล มีแหล่งอาหารเป็นตัวกำหนด หลายตัวเดินทางในระยะใกล้ ๆ มีไม่น้อยเคลื่อนย้ายไปไกลนับพันกิโลเมตร

ทุกชนิดตั้งแต่กุ้งตัวเล็ก ๆ ปลา ผีเสื้อ นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ไปจนถึงวาฬ

พวกมันเดินทางจากบ้าน ออกเดินทางโดยมีความหวังรออยู่เบื้องหน้า

สัตว์ป่าเดินทางมาเนิ่นนานแล้ว มีวิถีดังเช่นเคยเป็นมา ไม่ว่าหลายแห่งบนโลกจะไม่เหมาะสำหรับการเป็นแหล่งอาศัย โลกจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร 

ความมืดมนซึ่งต้องเผชิญเหล่านี้ไม่ทำให้สัตว์ป่าเลิกเดินทาง ไม่ทำให้พวกมันไร้ซึ่งความหวัง

การเดินทางย้ายถิ่นของพวกนกเห็นเป็นภาพชัดเจน หลายชนิดเดินทางร่วมกันเป็นฝูงใหญ่ มีหลายตัวเลือกเดินทางลำพัง มีเพียงเงาเป็นเพื่อนร่วมทาง

เที่ยวบินพันกิโลของนกเงือกกรามช้าง ห้วยขาแข้ง-มาเลเซีย ขาไปร้อยวัน ขากลับ 16 วัน!

เสียงจ้อกแจ้กเริ่มเงียบ ท้องฟ้ามืด นกเงือกกรามช้างปากเรียบที่เกาะเบียดกันแน่นตามกิ่งต้นสะเดาเทียม มองเห็นเป็นเงาตะคุ่มอยู่ในความมืด

ไม่ว่าจะเรียกการเดินทางของสัตว์ป่าว่าอย่างไร พวกมันเดินทางเพราะสัญชาตญาณ เพราะเป็นหน้าที่ เป็นความหวัง หรือเพราะแค่ตาม ๆ กันไป แต่เมื่อถึงเวลา พวกมันจะออกเดินทาง

หลายตัวเป็นการเดินทางครั้งแรก ขณะหลายตัวอาจรู้ดีว่านี่เป็นการเดินทางครั้งสุดท้าย และแน่นอนว่าทุกการเดินทางย่อมมีบางตัวไปไม่ถึงจุดหมาย และบางตัวกลับไม่ถึงบ้าน

นกเงือกกรามช้างกว่า 400 ตัว กับการเดินทางปริศนา เมื่อลูกออกจากโพรงแล้ว มันจะออกเดินทางไกลกว่าพันกิโล แล้วกลับมาใหม่เมื่อหมดฤดูฝน

ไม่มีอะไรหยุดยั้งการเดินทาง หรือปิดกั้นความหวังถึงแหล่งอาหารที่รออยู่เบื้องหน้า

ในระยะทางกว่าพันกิโลเมตรของนกเงือกกรามช้างปากเรียบ ตลอดเส้นทางที่หยุดพัก พวกมันนำพาพันธุ์พืชมาแพร่กระจาย พันธุ์ไม้หลากชนิดแพร่ไปจากถิ่น อาหารที่ได้เป็นแค่ผลพลอยได้จากการทำหน้าที่

หน้าที่ซึ่งพวกมันกระทำมานานนับพัน ๆ ปีแล้ว

หากจุดหมายมีแหล่งอาหารอันสมบูรณ์ การเดินทางของสัตว์ป่าอาจพูดได้ว่ามีความหวังที่อยู่เบื้องหน้า

บางทีสำหรับจะคนต่างออกไป เมื่อจากไปไกล คนมักคิดถึงที่ที่จากมา

นกเงือกกรามช้างกว่า 400 ตัว กับการเดินทางปริศนา เมื่อลูกออกจากโพรงแล้ว มันจะออกเดินทางไกลกว่าพันกิโล แล้วกลับมาใหม่เมื่อหมดฤดูฝน

นกเงือกกรามช้างปากเรียบเดินทางไกลแสนไกล มุ่งหน้าแหล่งอาหาร ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย และเมื่อฤดูแห่งความรักมาถึง พวกมันจะกลับบ้าน

ชีวิต ไม่ว่าจะเดินทางไปไกลแสนไกลเพียงไร จุดเริ่มต้นคือที่ซึ่งจะย้อนกลับมา

นกเงือกกรามช้างกว่า 400 ตัว กับการเดินทางปริศนา เมื่อลูกออกจากโพรงแล้ว มันจะออกเดินทางไกลกว่าพันกิโล แล้วกลับมาใหม่เมื่อหมดฤดูฝน

เทคโนโลยีช่วยให้วิถีชีวิตอันเป็นปริศนาของเหล่าสัตว์ป่าคลี่คลายขึ้นเรื่อย ๆ

จากผืนป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร นกเงือกกรามช้างปากเรียบมุ่งหน้าลงใต้ จุดหมายปลายทางที่ป่าเบรุ่มประเทศมาเลเซียระยะทางกว่าพันกิโลเมตร แวะพักตามผืนป่าหลายแห่ง ใช้เวลากว่า 100 วัน

หมดฤดูฝน ใกล้ถึงฤดูกาลแห่งความรัก พวกมันจะเดินทางกลับ

เที่ยวกลับนี้ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 16 วัน

ไม่น่าแปลกใจที่ขากลับใช้เวลาน้อยมาก 

เพราะครั้งนี้จุดหมายปลายทางของพวกมันคือบ้าน…

บ้านอันเป็นที่ซึ่งเมื่อจากไปไกล ทุกชีวิตนึกถึง

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load