เนื่องจากเดือนมีนาคมนี้มีวันสำคัญวันหนึ่ง นั่นก็คือ “วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” ซึ่งตรงกับวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน ดังนั้น ผมเลยขอนำเสนอหนึ่งในวัดที่สร้างขึ้นในรัชกาลของพระองค์ซึ่งพระองค์ทรงเป็นผู้มีพระราชดำริในการสร้างด้วยพระองค์เอง นอกจากนี้ วัดแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของอาคารพิเศษที่มีเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย และใกล้ๆ กันยังเป็นที่ตั้งของลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ อันเป็นที่ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์ของพระองค์ท่านด้วย เกริ่นมาขนาดนี้คิดว่าหลายคนน่าจะนึกออกแล้วว่าผมกำลังพูดถึงวัดอะไร ดังนั้น เราไปชมวัดราชนัดดารามวรวิหารกันครับ

วัดราชนัดดารามวรวิหารสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2386 โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของพระองค์ (และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นพระอัครมเหสีองค์แรกของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดีบรมราชเทวี)

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าโสมนัสฯ ยังเป็นผู้ก่อพระฤกษ์และเสด็จฯ มาทรงประกอบพิธียกขื่อพระอุโบสถด้วยพระองค์เองอีกด้วย ในการสร้างวัดราชนัดดารามวรวิหารแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (บุนนาค) อธิบดีกรมพระนครบาล เป็นผู้จัดหาสถานที่สร้างวัด โดยเลือกบริเวณสวนผลไม้ริมกำแพงพระนครติดกับวัดเทพธิดาราม 

ในการก่อสร้างวัดนั้น ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (บุนนาค) กำกับการสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร และศาลาการเปรียญ พระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา (ทัต บุนนาค) ที่ต่อมาจะได้ดำรงตำแหน่งเป็น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ เป็นแม่กองกำกับการก่อสร้างโลหะปราสาท และให้พระยามหาโยธา (ทอเรียะ) ผู้ที่ต่อมาคือเจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรียะ) กำกับการก่อสร้างกุฏิ เสนาสนะ กำแพงแก้ว เขื่อนรอบวัด และถนนที่ทะลุกำแพงลงสู่ท่าน้ำ วัดนี้จึงถือเป็นเมกะโปรเจกต์ในรัชกาลที่ 3 เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะการสร้างโลหะปราสาท อาคารพิเศษที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร

เมื่อเข้ามาถึงในเขตพุทธาวาสทางประตูฝั่งถนนมหาไชย เราก็จะเห็นพระอุโบสถของวัดตั้งตระหง่าน ขนาบหน้าและหลังด้วยพระวิหารและศาลาการเปรียญ โดยมีโลหะปราสาทตั้งเด่นอยู่ด้านหลัง เดี๋ยวผมจะพาไปชมให้ครบทุกหลังเลยครับ

พระอุโบสถของวัดราชนัดดารามแห่งนี้ถือเป็นอาคารสำคัญที่รัชกาลที่ 3 มีพระราชดำรัสเร่งให้สร้างเสร็จเป็นลำดับแรก ด้วยมีพระราชประสงค์จะอัญเชิญพระพุทธเสฏฐุตตมมุนินทร์มาประดิษฐานเป็นประธานของพระอุโบสถนี้ ความพิเศษของพระพุทธรูปองค์นี้คือ เป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองแดงที่ขุดพบจากอำเภอจันทึก จังหวัดนครราชสีมา และสร้างคู่กับพระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมา พระประธานของวัดเฉลิมพระเกียรติ อีกหนึ่งวัดที่พระองค์ทรงสถาปนาขึ้นในรัชกาลของพระองค์

พระอุโบสถหลังนี้ถือเป็นอาคารขนาดใหญ่หลังหนึ่งที่สร้างในรัชกาลที่ 3 ใหญ่กว่าพระวิหารและศาลาการเปรียญมาก ล้อมรอบทั้ง 8 ทิศด้วยซุ้มใบเสมา ซึ่งใบเสมาแต่ละใบนั้นด้านหนึ่งทำเป็นรูปธรรมจักร ส่วนอีกด้านทำเป็นรูปเทพนพเคราะห์ โดยมีชื่อผู้สร้างใบเสมาอยู่ที่ฐานของใบเสมาแต่ละใบครับ หน้าบันของพระอุโบสถทำเป็นลายเครือเถาดอกพุดตาน ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของหน้าบันในรัชกาลนี้ แทนที่จะทำเป็นลายพระนารายณ์ทรงครุฑหรือพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอย่างที่ทำกันมาแต่ก่อน

โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร
โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร

ภายในประดิษฐานพระพุทธเสฏฐุตตมมุนินทร์ (นามของพระพุทธรูปองค์นี้มีความหมายว่า พระพุทธองค์ผู้ทรงประเสริฐสูงสุดยิ่งใหญ่เหนือกว่าพระมุนีใดในโลก) เป็นพระประธาน ผนังภายในตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นในสมัยที่พระประสิทธิ์สุตคุณ (แดง เขมทตฺโต) เป็นเจ้าอาวาส ตรงกับรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากโทนสีของจิตรกรรมฝาผนังซึ่งเน้นสีน้ำเงินนั้นเริ่มได้รับความนิยมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา ประกอบกับมีภาพเหมือนของพระประสิทธิ์สุตคุณ (แดง เขมทตฺโต) อยู่ที่ผนังระหว่างประตูทางเข้าด้านหน้าอีกด้าน

ส่วนผนังเหนือประตูหน้าพระประธานเขียนภาพพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นฉากที่ต่อเนื่องจากจิตรกรรมที่ด้านหลังพระประธานเขียนเรื่องพระพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่วนผนังเหนือช่องหน้าต่างทั้งสองฝั่งเขียนภาพสวรรค์แบบสมัยใหม่ ประกอบด้วยท้องฟ้าสีฟ้า เมฆสีขาว พระอาทิตย์ พระจันทร์ วิมานเทวดา เทวดาและเทพธิดาเหาะพร้อมเครื่องสักการะ ที่สำคัญมีการเขียนกลุ่มดาวฤกษ์ 27 กลุ่มลงบนผนังด้วย ซึ่งการเขียนกลุ่มดาวฤกษ์ลงบนฝาผนังวัดนั้นถือเป็นของหายากมาก ในประเทศไทยพบเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น เช่น หอไตร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร หรืออุโบสถวัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งวัดเหล่านี้วาดเป็นรูปกลุ่มดาว แต่ของวัดราชนัดดารามวรวิหารวาดเป็นรูปเทวดาแทน

โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร
โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร
โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร

ไม่หมดเท่านั้น บนบานประตูและหน้าต่างของพระอุโบสถนี้ แทนที่จะเขียนภาพเทพทวารบาลแบบไทย แบบจีน หรือแบบฝรั่ง ไม่ครับ ที่นี่อัปเกรดทวารบาลขึ้นเป็นรูปเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ฮินดูทั้งหมด ทั้งพระนารายณ์ พระพรหม พระอิศวร พระอินทร์ พระพาย ฯลฯ โดยเทพเจ้าแต่ละองค์ถือของประจำพระองค์ พร้อมมีเทพพาหนะอยู่ด้านล่าง ที่สำคัญ มีชื่อกำกับอยู่ด้วย ดังนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเราจะดูไม่ออกว่าเทพเจ้าแต่ละองค์ท่านมีพระนามว่าอะไรบ้าง

โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร

พระวิหารและศาลาการเปรียญนั้นมีขนาดพอๆ กัน ศาลาการเปรียญอยู่หน้าพระอุโบสถ ผนังด้านในทำเป็นลายดอกไม้ร่วง พระประธานของศาลาการเปรียญหลังนี้เป็นพระพุทธรูปปางรำพึง ซึ่งเป็นปางที่ไม่ค่อยใช้เป็นพระประธานสักเท่าไหร่ พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปที่พระประสิทธิ์สุตคุณ (แดง เขมทตฺโต) มีดำริให้หล่อขึ้น โดยประดิษฐานร่วมกับพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ส่วนพระวิหารที่อยู่ด้านหลังพระอุโบสถนั้น ตกแต่งผนังด้านในด้วยลายดอกพุดตานในกรอบทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ มีพระชุติธรรมนราสพ (นามของพระพุทธรูปองค์นี้มีความหมายว่า พระผู้องอาจกว่านรชนผู้ชัชวาล) พระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามสมุทรเป็นพระประธาน พระพุทธรูปองค์นี้แต่เดิมยังไม่ได้ปิดทองและไม่มีชื่อ ผู้ที่ปิดทองและถวายพระนามให้พระพุทธรูปองค์นี้ก็คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

และบนผนังด้านหลังเหนือพระประธานมีการเจาะช่องเป็นห้องเวชยันต์พิมาน 3 ห้อง อันเป็นพระบรมราชสัญลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในห้องทั้ง 3 ประดิษฐานพระพุทธรูป มีฉัตรเบญจาขนาบ 2 ข้าง โดยทั้งหมดอยู่เหนือช้างสามเศียร

โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร
โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร

และอาคารที่สำคัญที่สุดของวัด นั่นก็คือ โลหะปราสาท ซึ่งถือเป็นอาคารพิเศษของวัดและเป็นอาคารประธานของวัดราชนัดดารามวรวิหารอย่างแท้จริง โลหะปราสาทหลังนี้ถือเป็นโลหะปราสาทหลังที่ 3 ของโลกต่อจาก ‘มิคารมาตุปราสาท’ โลหะปราสาทหลังแรกที่สร้างขึ้นโดยนางวิสาขา ณ ประเทศอินเดีย และหลังที่สองที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าทุฏฐคามณี กษัตริย์แห่งกรุงอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา

ปัจจุบัน มีเพียงโลหะปราสาทที่วัดราชนัดดารามวรวิหารเท่านั้นที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่จะบอกว่าสมบูรณ์ก็อาจพูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะการสร้างโลหะปราสาทนั้นถือเป็นงานที่ค้างคาและเพิ่งจะเสร็จสมบูรณ์จริงๆ เมื่อไม่กี่ปีที่มาผ่านมานี้เอง เพราะในสมัยรัชกาลที่ 3 โลหะปราสาทแห่งนี้ทำได้เพียงแค่โครงก่ออิฐสลับกับศิลาแลงโดยยังไม่ได้ฉาบปูนเลยด้วยซ้ำ ก่อนที่จะทำพื้น ฉาบปูน ตั้งยอดฉัตรชั้นบนในสมัยของพระประสิทธิ์สุตคุณ (แดง เขมทตฺโต) ก่อนที่โครงสร้างภายนอกจะมาสมบูรณ์แบบเวอร์ชันยอดสีขาวในสมัยที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ภายหลังมีการบูรณปฏิสังขรณ์ให้เกิดโลหะปราสาทเวอร์ชันยอดสีดำ และกลายเป็นเวอร์ชันยอดสีทองดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร

โลหะปราสาทนี้เป็นปราสาท 7 ชั้นมีบันไดเวียนอยู่ตรงกลาง มียอดปราสาทรวมกันทั้งสิ้น 37 ยอด โดยที่ในปัจจุบันชั้นล่างจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโลหะปราสาท และเมื่อค่อยๆ ไต่ขึ้นไปในแต่ละชั้นก็จะมีการจัดแสดงป้ายให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสุภาษิตธรรม การเดินจงกรม การนั่งสมาธิ พระอริยบุคคล เมื่อขึ้นไปถึงชั้นที่ 6 เราก็จะเห็นวิวโดยรอบได้ ทั้งวิวของวัดราชนัดดารามวรวิหารเอง หรือสถานที่อื่นๆ เช่น วัดสุทัศนเทพวราราม วัดอรุณราชวราราม ภูเขาทองวัดสระเกศ หรือแม้แต่พระบรมมหาราชวังเราก็มองเห็นได้ โดยมีป้ายติดอยู่ที่แต่ละด้านบอกให้เรารู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ส่วนด้านบนสุดเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุครับ

โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร

และหลายคนอาจไม่รู้ นอกจากกลุ่มอาคารหลักเหล่านี้แล้ว ยังมีอาคารสำคัญอีกคู่หนึ่งของวัดแห่งนี้อยู่อีก นั่นก็คือ เขาพระฉาย (พระพุทธบาท) ซึ่งที่ตั้งปัจจุบันอยู่บริเวณแผงพระเครื่อง น่าเสียดายว่าไม่ปรากฏว่าทั้งสองสร้างขึ้นเมื่อไหร่ รู้เพียงว่ารอยพระพุทธบาทที่ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในมณฑปนั้นเดิมประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหาร สันนิษฐานว่าทั้งพระพุทธฉายและมณฑปน่าจะสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

แต่ผมมีเหตุผลนะครับ เพราะในรัชกาลนี้เกิดปรากฏการณ์สำคัญอย่างหนึ่งขึ้น นั่นก็คือเทรนด์การสถาปนารอยพระพุทธบาทในกรุงเทพมหานครให้เป็นดั่งรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ซึ่งวัดราชนัดดารามวรวิหารก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่น่าเสียดายว่าวัดนี้น่าจะไม่ได้รับความนิยมมากนัก จนจัดได้เพียงไม่กี่ครั้งก็คงไม่ได้จัดในที่สุด

โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร

พระฉายของวัดราชนัดดารามวรวิหารทำเป็นเพิงผาเรียบๆ ประดับงานปูนปั้นเป็นรูปพระพุทธเจ้าและพระสาวก โดยมีรูปพระพุทธเจ้าปางอุ้มบาตรอยู่ตรงกลาง ขนาบ 2 ข้างด้วยรูปพระสาวกยืนข้างละ 2 องค์ ทั้งหมดล้วนครองจีวรแบบห่มคลุมมีริ้วตามธรรมชาติ ด้านหน้ามีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทโดยที่มีเจดีย์ขนาดเล็กตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างพระฉายและมณฑปพระพุทธบาท

โลหะปราสาท อาคารพิเศษหลังเดียวในไทยและหลังที่ 3 ของโลกที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร

และนี่คือความงามของวัดราชนัดดารามวรวิหาร หนึ่งในสี่พระอารามหลวงที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงสถาปนาด้วยพระองค์เอง และยังเป็นพระอารามสำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ที่ควรค่าแก่การไปชมอย่างยิ่ง สำหรับใครที่เคยไปชมมาแล้วอยากไปชมอีกก็ไปชมได้ หรือถ้าใครที่ยังไม่เคยไปชม ผมก็อยากจะแนะนำให้ไปชมวัดนี้ครับผม


เกร็ดแถมท้าย

  1. วัดราชนัดดารามวรวิหารถือเป็นวัดที่เดินทางไปชมได้ไม่ยาก จะโดยขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถแท็กซี่ หรือ เรือคลองแสนแสบก็ได้ หรือจะเป็นรถส่วนตัวก็ได้เหมือนกันครับ แต่อยากแนะนำให้ใช้ขนส่งสาธารณะมากกว่าเพราะที่จอดรถในวัดมีไม่เยอะนัก ถ้าจอดผิดที่เดี๋ยวจะโดนล็อกล้อซะก่อนนะครับ
  2. นอกจากวัดราชนัดดารามวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวยังสร้างวัดขึ้นอีก 3 วัด ได้แก่ วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร วัดเทพธิดารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร และ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร จังหวัดนนทบุรี ซึ่งผมเคยเขียนเรื่องของวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ใน The Cloud ใครสนใจ ไปอ่านเพิ่มเติมได้นะครับ ส่วนอีก 2 วัดไว้จะหาจังหวะเขียนถึงในโอกาสถัดๆ ไปครับ
  3. นอกจากวัดราชนัดดารามวรวิหารแล้ว ยังมีวัดอีกหนึ่งแห่งที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติให้กับสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดีด้วยนะครับ นั่นก็คือ วัดโสมนัสราชวรวิหาร ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใครสนใจลองแวะไปชมได้นะครับ อยู่ในกรุงเทพมหานครเรานี่เอง
  4. ส่วนข้อมูลของวัดราชนัดดารามวรวิหารหาในอินเทอร์เน็ตได้มากพอสมควร แต่หนังสือที่ผมใช้อ้างอิงหลักคือ ราชนัดดามหาเจษฎานุสรณ์ ครับผม

Writer & Photographer

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ก่อนจะเล่าเรื่องราวในความทรงจำเรื่องหนึ่งให้ฟัง ต้องขอเกริ่นก่อนเล็กน้อยว่า ที่ทุกท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ไม่ได้เป็นคนเขียนนะครับ เนื่องในโอกาสพิเศษ ผม คุณพ่อของต้า เจ้าของคอลัมน์อารามบอย จะขอเป็นคนเล่าเรื่องเอง แต่ไม่ต้องห่วง เรื่องราวในครั้งนี้ก็ยังคงเกี่ยวข้องกับวัดเหมือนเช่นเคย

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

ผมกับครอบครัวเที่ยววัดด้วยกันมากว่า 20 ปีแล้ว ในช่วงเวลานี้ก็ไปวัดมาแล้วแทบทุกแบบ ทั้งวัดร้าง วัดเก่า วัดใหม่ วัดที่ไปครั้งเดียวแล้วไม่ได้ไปอีก และวัดที่ไปแล้วก็ยังได้ไป จนถึงตอนนี้น่าจะไปมาเกิน 100 วัดไปนานแล้ว แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี แต่วัดแห่งหนึ่งก็ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอมา แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ตาม และวัดนั้นก็คือ วัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง

รักแรกที่วัดพระธาตุลำปางหลวง

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

ผมไปวัดพระธาตุลำปางหลวงครั้งแรกเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ปีนั้นเป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวกับครอบครัวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ครั้งนั้นไป 3 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ตาก และลำปาง พอไปถึงก็เอารถไปจอดอยู่ด้านล่างใกล้ ๆ ทางขึ้น พอลงรถไปก็เจอพวกแม่หมออยู่ริมถนนเลย ดูดวงบ้าง ขายของบูชาพระธาตุบ้าง ลูกชายผมตอนนั้นก็ได้กระดาษเขียนเรื่องพระธาตุประจำปีเกิดมาด้วย

พอเดินขึ้นบันได ผ่านประตูโขงไป ถึงจะเห็นวิหารหลวงก่อน แต่ไปสะดุดตากับลานทราย เพราะลานทรายในสมัยนั้นครอบคลุมพื้นที่ข้างบนแทบทั้งหมด มองไปตรงไหนก็เป็นทราย เวลาเดินบนพื้นทรายแล้วนุ่ม เดินด้วยเท้าเปล่าได้เลยไม่ร้อน เพราะถึงผิวหน้าจะร้อน แต่ย่ำลงไปแล้วข้างล่างเย็น และที่สะดุดตาที่สุดก็คือองค์พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุองค์ไม่ใหญ่ แต่โดดเด่นเหลือเกินแม้จะมีอาคารอื่นอยู่โดยรอบ แถมสัดส่วนขององค์พระธาตุก็สวยมาก กลายเป็นความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

นอกจากพระธาตุลำปางหลวงแล้ว วิหารแต่ละหลังที่อยู่รอบพระธาตุก็สวยงาม มีเอกลักษณ์ วิหารหลวงมีพระเจ้าล้านทองอยู่ภายในกู่ พระเจ้าดูแปลกตา ไม่เคยเห็นมาก่อน มีวิหารน้ำแต้ม วิหารหลังเล็กที่มีจิตรกรรมอยู่ซ้ายขวา ข้างหลังมีต้นโพธิ์สีทองอยู่ แล้วก็มีวิหารพระพุทธ วิหารทึบหลังเดียวที่อยู่ข้างบน ข้างในพระพุทธรูปองค์ใหญ่และมีลายคำอยู่ตามเสา

พอดูโดยรอบพระธาตุเสร็จก็เดินทะลุไปข้างหลัง ไปที่พิพิธภัณฑ์ของวัดเพื่อไปกราบพระแก้วดอนเต้า พระพุทธรูปสำคัญของวัดที่ตั้งอยู่ในตู้ สมัยนั้นพิพิธภัณฑ์ยังดูรก ๆ มีข้าวของและพระพุทธรูปตั้งอยู่เต็มไปหมด

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

เมื่อความเปลี่ยนแปลงมาเยือน

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

หลังจากนั้น เวลาไปเที่ยวเหนือกับครอบครัว ทุกครั้งที่ผ่านลำปางก็จะต้องแวะวัดพระธาตุลำปางหลวงทุกครั้ง อย่างน้อยก็ขึ้นไปกราบพระนมัสการพระพุทธรูป และทุกครั้งที่ไปก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับวัด จากเมื่อก่อนเคยจอดด้านหน้าได้ ก็ต้องขยับไปจอดที่ลานจอดรถ ด้านหน้าที่เคยมีบรรดาแม่หมอดูดวงก็หายไปหมดกลายเป็นสวน ด้านข้างที่เคยมีตลาดก็หายไป บรรดาร้านค้าไปอยู่แถวลานจอดรถแทน

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

พอขึ้นไปข้างบน บรรยากาศข้างบนก็เปลี่ยน เริ่มมีอาคาร มีเต็นท์เพิ่มเติมขึ้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดก็คือลานทราย จากครั้งแรกที่มามีลานทรายอยู่เต็มไปหมด เริ่มมีการเอากระเบื้องมาปูแทนที่ทราย แม้แต่รอบพระธาตุก็มีจากที่ครั้งแรกไม่มี แล้วต้องเดินไปด้วยเท้าเปล่า ร้อนเท้ามาก เดินได้ไม่นานก็ต้องรีบใส่รองเท้าไม่ก็เข้าไปในร่ม ตอนหลังดีหน่อยที่เขาเอาออกไปเยอะแต่ก็ยังไม่หมด ยังเหลือบริเวณรอบองค์พระธาตุอยู่ดี

ผู้คนหรือกิจกรรมรอบ ๆ ก็มีทั้งที่เพิ่มขึ้นและหายไป จำได้ว่าครั้งแรกจะมีการถวายรูปปั้นวัว เพราะพระธาตุลำปางหลวงเป็นพระธาตุประจำปีฉลู สมัยก่อนตามพระธาตุประจำปีเกิดจะมีการถวายรูปสัตว์ประจำปีเกิดแทบทุกที่ แต่ไปครั้งหลัง ๆ ก็ไม่เห็นแล้ว และไม่ใช่แค่ที่นี่ รวมถึงพระธาตุประจำปีเกิดองค์อื่น ๆ ด้วย

จริงอยู่ที่ความเปลี่ยนแปลงนำพาความสวยงาม ความเป็นระเบียบ ความสะดวกสบาย เข้ามา แต่บรรยากาศหลาย ๆ อย่างก็พลอยเปลี่ยนไปด้วย ส่วนตัวรู้สึกเสียดาย เพราะยังรู้สึกประทับใจวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ได้สัมผัสในครั้งแรกมากที่สุด ชอบความโล่งของพื้นที่ที่ทำให้เห็นวัด เห็นพระธาตุได้ชัดเจน รวมถึงวิถีแบบเก่า ๆ บรรยากาศเดิม ๆ ยังอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย จนยังแอบคิดอยู่บ่อย ๆ ว่า อยากให้กลับไปเหมือนเดิม เหมือนครั้งแรกที่มา

ไปหลายครั้ง ได้หลายสิ่ง

ถึงวัดจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ความประทับใจที่มีต่อพระธาตุลำปางหลวงก็ไม่เคยเปลี่ยน ถ้าใครมาถามว่าชอบเจดีย์องค์ไหนมากที่สุด ผมก็คงตอบพระธาตุลำปางหลวงอยู่ดี แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมุมมองหรือรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้รู้ได้เห็นมากขึ้น

อย่างพระธาตุกลับหัว ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ทุกคนต้องไปดูกัน ผมเพิ่งจะได้ดูตอนไปครั้งที่ 3 โน่น เพราะครั้งแรกไม่รู้ รู้แต่ที่วัดพระธาตุจอมปิงมีพระธาตุกลับหัว เลยได้ไปดูที่นั่น พอกลับไปรอบที่ 3 ก็เลยไปดู อยู่ในหอพระพุทธบาทเยื้อง ๆ กับพระธาตุ แต่ผู้หญิงขึ้นไม่ได้ ผู้ชายขึ้นได้อย่างเดียว ครั้งนั้นเลยขึ้นไปดูกับลูกชาย แต่ส่วนตัวไปดูแล้วเฉย ๆ คือพระธาตุกลับหัวก็สวย แต่ถ้าจะดูพระธาตุ รู้สึกว่าดูของจริงสวยกว่า

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา
พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

พอลูกชายเรียนที่คณะโบราณคดี เวลามาดูวัดพระธาตุลำปางหลวงก็สนุกมากขึ้น เพราะผมก็เข้าใจในศิลปะมากขึ้น ทั้งรูปแบบของเจดีย์ กู่พระเจ้าล้านทอง เริ่มรู้ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เรียกว่าอะไร เริ่มดูจิตรกรรมฝาผนังที่อยู่ที่วิหารหลวงกับวิหารน้ำแต้มออก เวลาไปทีไรก็ได้ความรู้ แล้วก็ได้ถาม ได้คุย ได้แลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองกับลูกชายด้วย จากที่ครั้งแรกมาแค่ชื่นชมความงามของพระธาตุและสิ่งต่าง ๆ ในวัดอย่างเดียว

พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี
พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี

แล้วยิ่งพอรู้มากขึ้น ก็กลายเป็นยิ่งเพิ่มความประทับใจในองค์พระธาตุลำปางหลวงมากขึ้นอีก ทั้งรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร เมื่อเทียบกับพระธาตุองค์สำคัญ ๆ หลายองค์ทางภาคเหนือ เช่น พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุหริภุญชัย ทั้งสัดส่วนของพระธาตุที่ดูกี่ครั้งก็รู้สึกว่าลงตัวเหลือเกิน กลายเป็นยิ่งชื่นชอบในองค์พระธาตุ และชื่นชมคนที่ออกแบบพระธาตุไปพร้อม ๆ กัน

พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี
พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี

คำขอต่อองค์พระธาตุ

อาจจะส่วนตัวสักหน่อย แต่ในใจก็ยังอยากให้วัดพระธาตุลำปางหลวงเก็บรักษาสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ให้ดี ตรงไหนผุ ตรงไหนพัง ก็ต้องซ่อมแซม แต่ต้องซ่อมให้ดี ให้คงสภาพเดิม ไม่ใช่สักแต่ว่าซ่อม แต่ผิดเพี้ยนผิดแผกไปจากเดิม แบบนั้นก็ไม่ดี 

และถ้าเป็นไปได้ อยากเห็นลานทรายแบบครั้งแรกที่ผมเห็น อยากให้เอากระเบื้องออกจากบริเวณรอบพระธาตุ เวลาไปนมัสการพระธาตุจะได้เดินบนพื้นทราย แล้วก็อยากให้คนลำปางรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ เพราะผมชอบอัธยาศัยของคนลำปาง พวกเขาเป็นคนที่พร้อมต้อนรับ พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้มาเยือน อีกอย่างก็อย่าให้พุทธพาณิชย์เข้ามาแทรกซึมมากจนเกินพอดี ไม่ได้บอกว่าห้ามมี แต่ควรมีอย่างพอดี

ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองส่วนตัวของผม เป็นความทรงจำของผมที่มีต่อวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ผมเอามาแบ่งปัน ผมไม่ได้บอกให้คุณคิดเหมือนผม รู้สึกเหมือนผม เพราะทุกคนมีความประทับใจ มีความชื่นชอบ มีรสนิยมต่างกันอยู่แล้ว แต่ที่จะฝากก็คือ อยากให้ทุกคนช่วยกันเก็บรักษาสิ่งดี ๆ เอาไว้ บ้านเรามีสิ่งที่ดี สิ่งที่งามเยอะแยะ อยากให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เก็บรักษาของเหล่านี้ไว้ เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งที่สิ่งนั้นหายไป เราจะได้ไม่มาเสียดายทีหลัง เพราะบางสิ่งเปลี่ยนแล้วเอากลับมาได้ แต่บางสิ่งเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนไปเลย

เกร็ดแถมท้าย

  1. วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นหนึ่งในพระธาตุเจดีย์สำคัญของจังหวัดลำปางและดินแดนล้านนา สังเกตได้จากการมีเวียงพระธาตุ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่พบร่วมกับพระธาตุสำคัญองค์อื่น ๆ ในล้านนา
  2. การเดินทางมายังวัดพระธาตุลำปางมีทั้งใช้รถส่วนตัว หรือจะเหมารถจากในตัวเมืองลำปางมาก็ได้ หรือหากอยากลองขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถสองแถวสายเกาะคา-ลำปางได้
  3. หรือถ้าใครสนใจเรื่องเงาพระธาตุ ที่จังหวัดลำปางยังมีอีกหลายวัดที่มีเงาพระธาตุเช่นกัน เช่น วัดพระธาตุจอมปิง วัดพระธาตุดอยน้อย วัดอักโขชัยคีรี รวมถึงวัดประตูป่อง หรือวัดผาแดงหลวงก็มีเช่นกัน
  4. นอกจากวัดพระธาตุลำปางแล้ว ในตัวเมืองยังมีพระธาตุสำคัญอีกหลายองค์ ทั้งวัดพระแก้วดอนเต้า วัดพระธาตุเสด็จ รวมถึงยังมีวัดสำคัญในตัวเมืองอีกหลายวัดที่น่าไปชม ใครที่ยังไม่เคยไป แนะนำให้ลองไปดูสักครั้งครับ

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

พรชัย ลิ้มหัสนัยกุล

พ่อค้าและนักเดินทางผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะและการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้คน

Photographers

พรชัย ลิ้มหัสนัยกุล

พ่อค้าและนักเดินทางผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะและการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้คน

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load