เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ไปจนถึงมะเร็ง

โรคคุ้นหูกลุ่มนี้ถือว่าเป็นโรคใกล้ตัวที่ทางการแพทย์ให้ความสำคัญเพราะมีคนจำนวนมากที่เป็น มีแพทย์เฉพาะทางด้านนี้เยอะ การศึกษาและเก็บข้อมูลเพื่อเอาชนะโรคร้ายพวกนี้มีอยู่มาก และรักษาผู้ป่วยให้มีอาการที่ดีขึ้นได้ไม่ยาก

ยังมีโรคอีกกลุ่มหนึ่งที่เราไม่ค่อยคุ้นเคย ซึ่งมีอาการใกล้เคียงกับโรคทั่วไป แพทย์จึงทำการรักษาตามอาการ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ยังไม่สามารถรักษาให้หายได้สักที จนมาพบความจริงว่าเป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคที่มีอุบัติการณ์ และจำนวนผู้ป่วยไม่เยอะเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร กลุ่มคุณหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนี้ก็ยังมีไม่มาก ทำให้การศึกษาเกี่ยวโรคเหล่านี้มีน้อย บางโรคแทบไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน อย่างโรคปัสสาวะกลิ่นเมเปิ้ลไซรัป (MSUD) โรคแฟเบรย์ โรคโกเช่ร์ โรคพีเคยู ทางการแพทย์เรียกกลุ่มโรคอย่างหลังนี้ว่า ‘โรคหายาก’ หรือ Rare Disease นั่นเอง

ก็ในเมื่อชื่อก็บอกอยู่ว่าโรคหายาก เราก็ไม่น่าจะเป็นได้ง่าย ๆ ไม่น่าจะมาเกิดกับเราหรือคนใกล้ตัวเราได้ แต่รู้หรือไม่ว่าในประเทศไทยมีคนเป็นอยู่แล้วกว่า 3 ล้านคน! ซึ่งก็อาจมีมากกว่านี้ แต่กว่าแพทย์ผู้ทำการรักษาจะวินิจฉัยได้ถูกต้องก็กินเวลายาวนานหลายปี บางคนเป็น 10 ปี หรือหากวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องไม่ได้ ก็จะไม่มีทางจะหายได้เลยตลอดจนกระทั่งเสียชีวิต บางครั้งเสียชีวิตไปแล้ว ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไรเลยก็มี

ถึงตรงนี้หลายคนอาจเริ่มใคร่รู้ถึงโรคหายากว่ามีความสำคัญแค่ไหน หรืออยู่ใกล้ไกลตัวเรามากน้อยเพียงใด เราขอชวนไปพูดคุยกับ รศ.นพ.ธันยชัย สุระ นายกสมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์ทางการแพทย์ คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหายาก ที่มาช่วยไขข้อข้องใจเรื่องเกี่ยวกับโรคหายากนี้ให้มากยิ่งขึ้น

รศ.นพ.ธันยชัย สุระ นายกสมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์ทางการแพทย์ คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหายาก

โรคหายากที่คนไม่ค่อยรู้จัก แต่มีอยู่จริง

ปัจจุบันเราพบเจอโรคหายากจำนวนหลายพันโรค บางประเทศพบมากถึง 1 ใน 5,000 คน หรือบางประเทศอาจพบน้อย ในแสนคนจะเจอสักราย ในประเทศไทยมีประมาณ 10 โรคที่เจอบ่อย

จากการทำงานคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคหายากมากว่า 10 ปี คุณหมอธันยชัยได้ยกตัวอย่างบางโรคซึ่งเคยพบและได้ทำการรักษา เช่น โรคโกเช่ร์ (Gaucher Disease) คนไข้จะมาด้วยอาการที่อวัยวะภายในอย่างตับและม้ามโต มีเกล็ดเลือดต่ำ บางคนเป็นตั้งแต่เด็ก และกว่าจะวินิจฉัยถูกต้องก็ล่วงถึงวัยกลางคน อย่างคนไข้รายที่คุณหมอเคยเจอคืออายุ 42 ปีจึงจะเริ่มรักษาอย่างถูกต้อง ด้วยอาการแสดงที่แทบไม่ต่างกับเป็นโรคตับ ทำให้ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะไปพบแพทย์กี่คน ต่างก็วินิจฉัยว่าเป็นโรคตับอักเสบมาโดยตลอด

“เราไม่ได้คิดว่าการรักษาของแพทย์นั้นผิด เพราะว่าเวลาไปเจอแพทย์ก็รักษาตามอาการ และตามสิ่งที่เราคิดว่าน่าจะเป็นในครั้งแรก แต่ถ้าคนไข้ไปหาแพทย์คนเดิมเรื่อย ๆ เขาเห็นว่าเจอสี่ถึงห้าครั้งแล้ว ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เขาอาจต้องไปค้นคว้า ไปเปิดดู และส่งให้แพทย์ที่มีความชำนาญ”

อีกโรคหนึ่งซึ่งน่าสนใจคือ โรคแฟเบรย์ (Fabry Disease) ซึ่งทำให้ร่างกายขาดเอนไซน์บางชนิดที่มีหน้าที่ทำลายขยะภายในเซลล์ จนขยะนั้นไปสะสมตามอวัยวะที่มีเส้นเลือดเล็ก ๆ เยอะ เช่น หัวใจ สมอง ไต อวัยวะเหล่านี้จึงไม่สามารถทำงานได้ปกติ โรคที่ตามมาคือเส้นเลือดหัวใจตีบ หรือทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ไม่ปกติ บางครั้งไปอุดตันเส้นเลือดในสมอง ก็ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตตั้งแต่อายุยังน้อย

“คนไข้โรคนี้จะมาด้วยเรื่องของปลายประสาทอักเสบ เส้นเลือดในสมองหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ค่อย ๆ พัฒนามาแต่เด็ก มักไปอยู่ที่อากาศร้อนไม่ได้ ซึ่งอาการพวกนี้เจอได้ทั่วไป ถ้าไม่ได้ตระหนักก็รักษาแบบทั่วไป สิบยี่สิบปีถึงจะรู้ว่าเป็น มาตรวจจึงพบว่าเส้นเลือดหัวใจหรือเส้นเลือดไตบางส่วนอุดตันไปแล้ว ”

ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงอาการแสดงบางส่วนที่คุณหมออยากชี้ชวนให้เราเห็นได้ว่าโรคหายากนั้น มีอาการที่แทบจะเหมือนโรคทั่วไปที่เรารู้จักกัน ซึ่งส่งผลต่อการวินิจฉัยโรค หากคุณหมอผู้ทำการรักษาไม่นึกถึงโรคหายากเหล่านี้

รศ.นพ.ธันยชัย สุระ นายกสมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์ทางการแพทย์ คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหายาก
รศ.นพ.ธันยชัย สุระ นายกสมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์ทางการแพทย์ คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหายาก

โรคหายากมากอุปสรรค

โรคหายากส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 เป็นโรคทางพันธุกรรม ส่งต่อกันมาทางสายเลือดในครอบครัว บางคนอาจมีประวัติพ่อแม่เป็น บ้างก็เป็นตั้งแต่ปู่ย่าตายาย หายไปตอนรุ่นพ่อแม่ และกลับมาแสดงอาการตอนรุ่นหลาน ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่สามารถวินิจฉัยคนไข้ รวมทั้งพาญาติพี่น้องที่มีสายเลือดร่วมกันมาตรวจด้วย แล้วพบว่าสมาชิกในครอบครัวเป็นพาหะของโรคหายาก ก็จะป้องกันข้อแทรกซ้อนของโรคได้ไว ผู้ป่วยโรคหายากปกติแล้วจะมีประมาณร้อยละ 1 – 5 ของจำนวนประชากร ในประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นหลักล้านคน แต่ปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาแล้วเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น

นอกจากอาการของโรคที่มีผลต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วยแล้ว ยังมีอีกสารพัดอุปสรรคที่ผู้ป่วยต้องเผชิญตามมาเป็นหางว่าว อย่างแพทย์โรคหายากทั่วประเทศตอนนี้มีเพียง 25 คนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที และยังมีปัญหาความยุ่งยากในการส่งตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคในห้องแล็บ ที่ต้องมีการตรวจเพิ่มเติม ต้องออกแบบวิธีการตรวจขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ หรือต้องส่งไปตรวจที่ต่างประเทศ ซึ่งนำไปสู่เรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงมาก

การค้นคว้าและวิจัยวิธีการรักษาก็ใช้เวลานาน ส่วนหนึ่งมาจากการที่เจอโรคพวกนี้น้อย ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย อย่างยาพาราเซตามอลที่เป็นยาสามัญคู่บ้าน มีผู้ใช้เยอะเพราะใคร ๆ ต่างก็ปวดศีรษะ ทำให้มีความต้องการในท้องตลาดมากขึ้น ราคาก็ถูกลง แต่ขณะที่โรคหายากบางชนิดพบผู้ป่วยเพียง 1 ในแสนคน ดังนั้นเมื่อมีปริมาณความต้องการน้อย ค่าใช้จ่ายในการรักษาจึงค่อนข้างสูง และถึงแม้จะพอมีสตางค์ แต่ก็ใช่ว่าจะได้รับการรักษาได้ดั่งใจ บางครั้งจำเป็นต้องขอบริจาคจากบริษัทผู้ผลิตและชมรมผู้ป่วยโรคหายาก ดังนั้นที่ผ่านมาจึงจำเป็นที่จะต้องวางแผนเรื่องการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

คุยกับคุณหมอเฉพาะทางถึงโรคหายากที่เราไม่เคยรับรู้ แต่มีอยู่จริง แม้มีผู้ป่วยน้อย แต่กระทบสังคมในวงกว้าง
ทำความรู้จัก ‘โรคหายาก’ โรคแปลก ๆ ที่ฟังดูลึกลับ แต่สังคมควรรู้จักกันให้มาก ๆ

ก้าวใหม่เพื่อผู้ป่วย

ไม่นานมานี้โรคหายากเริ่มได้รับความสนใจจากภาครัฐมากขึ้น จากการผลักดันของกลุ่มแพทย์โรคหายากและชมรมกลุ่มผู้ป่วย ก่อนจะเกิดเป็น 24 โรคหายากที่นำร่องบรรจุอยู่ในกลุ่มโรคที่ครอบคลุมการรักษาตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือสิทธิบัตรทอง เมื่อ พ.ศ.2563 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นแรกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยได้มากขึ้นจากเดิม ทุกวันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ช่วยเหลือดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่การวินิจฉัยขั้นต้น และหากพบว่าเป็นผู้ป่วยโรคหายากแล้วจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยเฉพาะ ก็เบิกจ่ายค่ารักษาได้

คุณหมอกล่าวว่าแผนการขั้นต่อไป นอกจากเพิ่มเติมโรคหายากอื่น ๆ เข้าไปในสิทธิบัตรทองเพื่อให้ครอบคลุมมากที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญคือสร้างความตระหนักให้สังคมให้ความสนใจโรคหายากมากขึ้น เพราะการวินิจฉัยที่ช้าหรือไม่ตรงตามโรค จะทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที เมื่อคุณภาพชีวิตคนไข้ไม่ดี ก็ส่งผลไปถึงครอบครัวและผู้ดูแล พ่อแม่ต้องหยุดงานมาพยาบาล ต้องหาเงินมารักษา ต้องพึ่งการรักษาจากรัฐบาล ซึ่งภาพกว้างที่ตามมาคือการสูญเสียทางเศรษฐกิจระดับประเทศ เมื่อไหร่ที่แพทย์สามารถวินิจฉัยคนไข้กลุ่มนี้ได้เร็วขึ้น แล้วส่งมาให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วยจะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาได้

คุยกับคุณหมอเฉพาะทางถึงโรคหายากที่เราไม่เคยรับรู้ แต่มีอยู่จริง แม้มีผู้ป่วยน้อย แต่กระทบสังคมในวงกว้าง
คุยกับคุณหมอเฉพาะทางถึงโรคหายากที่เราไม่เคยรับรู้ แต่มีอยู่จริง แม้มีผู้ป่วยน้อย แต่กระทบสังคมในวงกว้าง

ร่วมมือร่วมใจ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถือเป็น ‘วันโรคหายาก’

ภาคประชาชนเองมี ‘มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก’ ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันของพ่อแม่ผู้ปกครองของผู้ป่วยโรคหายาก ทุกปีจะร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อพูดคุยถึงวิธีการดูแลผู้ป่วย และสิ่งที่ต่างคนประสบพบเจอมา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อพ่อแม่ผู้ป่วยหน้าใหม่ที่ยังไม่เข้าใจโรคพวกนี้ 

“บางคนมีปัญหาเรื่องของการเดินไม่ปกติ พ่อแม่บางคนที่อยู่ต่างจังหวัดก็มีวิธีช่วยเหลือลูก เช่น เอาราวไม้ไผ่มาทำที่เดิน เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน มันเป็นประโยชน์สำหรับเขา หรือแม้แต่การเป็นที่พึ่งทางใจและสร้างแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน”

รวมถึงยังมีการรณรงค์เรื่องโรคหายากอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมรู้จักโรคหายากมากขึ้น โดยในปีหลัง ๆ มานี้เริ่มเพิ่มเติมการจัดการเสวนาเข้ามา เชิญทั้งคนไข้และหมอที่เจอโรคมาเจอกัน หรือในหลายโรงพยาบาลตามต่างจังหวัดที่แพทย์ตรวจพบผู้ป่วยก็เริ่มมีการจัดกิจกรรมวันโรคหายากมากขึ้น เกิดขึ้นเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันทั่วประเทศ

ขณะที่ในส่วนของแพทย์ผู้ทำการรักษาโรคหายากเอง แม้จะมีจำนวนน้อย แต่ก็มีการรวมกลุ่มพูดคุยกันโดยตลอด ทั้งในแง่ของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงร่วมมือกันส่งเสียงไปยังรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดนโยบายช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสร้างความตระหนักรู้เรื่องโรคหายากให้ขยายวงกว้างสู่สังคมมากขึ้น

ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น โรคหายากถือเป็นสิ่งที่หลายประเทศพบเจอ ประเทศไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญและจริงจังกับโรคหายากเป็นอย่างมาก ตัวเลขผู้ป่วยโรคหายากมากกว่าในบ้านเราหลายเท่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้วิธีตรวจเด็กหลังคลอด (New Born Screening) คือทำการตรวจเลือดของเด็กตั้งแต่แรกเกิด ทำให้ตรวจเจอผู้ป่วยโรคหายากได้เพิ่มขึ้นแต่เนิ่นๆ ซึ่งคุณหมอบอกว่า กรณีนี้ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดีจากต่างประเทศที่ควรนำมาปรับใช้เพื่อรับมือกับโรคหายากในบ้านเรา

“อยากเห็นอนาคตของโรคหายากที่เปลี่ยนไปในมิติที่ดีขึ้น เพราะมันมีอาการแบบทั่วไปที่หาได้ไม่ยาก แต่เราต้องตระหนักว่าถ้าอาการทั่วไปที่เป็นอยู่แล้ว รักษาไม่หายในครั้งสองครั้ง ต้องคิดถึงโรคกลุ่มพวกนี้ เราต้องเร่งพัฒนาให้เกิดระบบการรักษาโรคหายากที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วย อย่างน้อยก็ให้เขาสามารถมีชีวิตอยู่กับครอบครัวได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” รศ.นพ.ธันยชัยกล่าวสรุปปิดท้าย

คุยกับคุณหมอเฉพาะทางถึงโรคหายากที่เราไม่เคยรับรู้ แต่มีอยู่จริง แม้มีผู้ป่วยน้อย แต่กระทบสังคมในวงกว้าง

จากความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เพื่อผู้ป่วยโรคหายาก จึงเกิดการต่อยอดสู่การประชุม The first Southeast Asia Rare Disease Summit ที่กำลังจะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 20 – 21 มกราคม 2565 ภายใต้หัวข้อ ‘Bringing Rarity to Reality’ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความตระหนักให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วย ผู้วางนโยบายด้านสาธารณสุข ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการโรคหายากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศอื่น ๆ เพื่อผลักดันให้สังคมได้ตระหนักและเข้าใจปัญหาของโรคหายากมากขึ้น โดยสมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์ทางการแพทย์ เป็นหนึ่งในคณะผู้จัดงานที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดการสร้างโอกาสและความเท่าเทียมให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาโดยจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

เดินทางกันไปยังประเทศที่มีขนาดใหญ่กว่าจังหวัดภูเก็ตเพียง 185.6 ตารางกิโลเมตร นั่นคือขนาดของประเทศสิงคโปร์ที่มีประชากรอาศัยอยู่เกือบ 6 ล้านคน ขณะที่ความยิ่งใหญ่ด้านเทคโนโลยีก้าวไปไกลถึงขั้นได้รับการขนานนามว่า Silicon Valley of Asia ในฐานะ Hub of Innovation and Technology

ครั้งนี้ The Cloud ได้รับคำชวนจาก IBM เพื่อมาชมงาน Think Singapore – Businesses in Asia showcase ‘A New Era of Innovation’ with IBM ท่ามกลางบรรยากาศของนวัตกรรมอันก้าวหน้า และมีเป้าหมายร่วมกันคือการพาทุกคนไปสู่ความยั่งยืน

แน่นอนว่าความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แท้จริงแล้ว ทุกคน ทุกองค์กร ทุกสังคม และทุกสิ่ง ต้องการความยั่งยืนในการบริหารจัดการ เพื่อก้าวไปในอนาคตได้อย่างดีและมั่นคงกว่าเก่า

อธิบายแล้วอาจฟังดูน่าเบื่อ เพราะฉะนั้น เราขอนำทุกท่านทัวร์งานพร้อม คุณสุรฤทธิ์ วูวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มเทคโนโลยี บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เพื่อรู้จักกับ 5 นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา รวมถึงตอบคำถามว่า ทำไมความยั่งยืนจึงกลายเป็นเทรนด์ที่ต้องสนใจ

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก
ภาพ : IBM

01 Envizi – Sustainability Performance Management

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก
ภาพ : IBM

เราเห็นผู้คนมากหน้าหลายตาเดินทางเข้ามาชมงานนี้ตั้งแต่เช้า มีทั้งสื่อมวลชนและพนักงานของ IBM จากทั่วโลก ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนล่วงหน้าด้วยความสนใจ

บูทแรกที่เราเดินไปถึงคือ Envizi – Sustainability Performance Management เจ้าของบูทชาวฝรั่งเศสอธิบายให้ฟังถึงเทรนด์ความยั่งยืนที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ

ปัจจุบันความยั่งยืนคือทางรอดขององค์กรไม่ใช่แค่ทางเลือกว่าจะสนใจหรือไม่ องค์กรทั่วโลกทั้งรัฐและเอกชน ต่างรับแรงกดดันจากหน่วยงานที่กำกับดูแลนักลงทุน และผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศ ให้ต้องดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

ความยั่งยืนในที่นี้ไม่ใช่แค่การรักษาสิ่งแวดล้อม หรือรับผิดชอบมลพิษที่องค์กรของตนก่อ แต่ยังรวมถึงการดำเนินนโยบายอย่างจริงจัง โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้พนักงาน นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้องพัฒนางานร่วมกันได้บนความเชื่อใจอย่างยืนยาว นอกจากนี้ การพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถและศักยภาพที่เหมาะสม เพื่อให้พวกเขานำความรู้ไปต่อยอดได้ในอนาคต ก็ถือเป็นการพัฒนาคนอย่างยั่งยืนอีกประการ

ผลสำรวจ Global CEO Study ของสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (Institute for Business Value หรือ IBV) ประจำปี 2565 ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ CEO ทั่วโลกมองว่าความยั่งยืนเป็นประเด็นที่ท้าทาย แต่ต้องให้ความสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในอีก 2 ปีข้างหน้า หากองค์กรไหนจัดการเรื่องความยั่งยืนได้ดี ก็จะสะท้อนผ่านภาพลักษณ์องค์กรให้เห็นในอีก 5 ปี

เมื่อทั่วโลกให้ความสำคัญ นักลงทุนคงไม่ยอมควักเงินสนับสนุนบริษัทที่ไม่สนใจความยั่งยืน ตั้งแต่การพัฒนาคน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการดูแลสังคม และแน่นอนว่าผู้บริโภคที่ตรวจสอบไม่ได้แม้กระทั่งกระบวนการผลิตน้ำดื่ม 1 ขวด ว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ก็คงไม่อยากซื้อน้ำขวดนั้นจากบริษัทที่ไม่โปร่งใสแน่นอน

Envizi ถูกพัฒนาขึ้นมาในฐานะโปรแกรมที่ทำให้องค์กรมองเห็นข้อมูลมหาศาล เกี่ยวกับการใช้พลังงานทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบ เพื่อวิเคราะห์หาจุดที่ต้องพัฒนา ประเมินความเสี่ยง และบริหารจัดการกลยุทธ์อย่างเหมาะสม ก่อนจะไปถึงปลายทาง คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

โดยสรุปแล้ว Envizi เป็น AI ที่บอกสถิติชนิดที่เห็นกันไปเลยว่า ทุกวันนี้องค์กรใช้ไฟฟ้าไปแล้วกี่หน่วย มีคาร์บอนฟุตพรินต์หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกปล่อยออกมาเท่าไหร่ ใช้น้ำไปมากน้อยแค่ไหน สร้างขยะไปกี่กิโลกรัม ทำ CSR ทั้งหมดกี่ครั้ง ตลอดจนเส้นทาง Supply Chain การผลิต การขนส่ง สร้างความเสี่ยงต่อภูมิอากาศอย่างไร รวมถึงติดตามการใช้พลาสติกในบริษัทอีกด้วย

ปัจจุบันมีองค์กรทั่วโลกที่ใช้เทคโนโลยี Envizi เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลหลังบ้านอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็น IBM, Microsoft, Uber, Autodesk, S&P Global, Morgan Stanley หรือ Honeywell

02 Crime Scene Investigation Training with Watson Discovery

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

ถือเป็นอีกหนึ่งบูทที่เราต้องเหลียวหลังมองด้วยความอยากรู้อยากลอง เพราะเห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนใส่แว่น VR (Virtual Reality) ยื่นมือออกไปข้างหน้า ทำนิ้วเป็นรูปตัว L ขยับไปขยับมา

พวกเขามองเห็นอะไรบางอย่างที่เราไม่เห็น

พอหันไปมองหน้าจอด้านหลังของบูท เราก็รู้ว่าพวกเขากำลังตรวจสอบศพแบบ 3D ที่นอนอยู่บนพื้น! แถมเรายังเหยียบศพนั้นอยู่ด้วย!

กิจกรรมตรงหน้าคือการฝึกตรวจสอบร่องรอยอาชญากรรมในสถานที่จริง (Crime Scene Investigation : CSI) โดยผสมระหว่างเทคโนโลยีเสมือนจริง (Reality Technology) กับแว่น Microsoft HoloLens ฉายภาพสถานที่เกิดเหตุแบบสมจริง ซึ่งสิ่งนี้ช่วยให้ผู้เรียนด้าน CSI ฝึกตามรอยอาชญากรได้ในสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่แทบไม่ต่างจากการเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

สาเหตุที่ทำให้วิธีการนี้ยั่งยืน คือ การฝึกฝนที่ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุก่อน ทั้งยังไม่ต้องกลัวว่าจะทำลายหลักฐานหรือร่องรอยสำคัญ โดยผู้ฝึกเข้าระบบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ใช้มือหยิบจับอาวุธหรือหลักฐานขึ้นมาตรวจสอบได้ พร้อมเปิดข้อมูลในคลังเพื่อสืบสวนได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึงมีฟังก์ชันถ่ายภาพและบันทึกภาพได้ตามอัธยาศัย

ฟีเจอร์สำคัญของโปรแกรม CSI คือการนำ IBM Watson Discovery ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI เข้ามาสืบค้นและดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องขึ้นมาอยู่ตรงหน้า ทั้งประวัติอาชญากร เหตุอาชญากรรมในอดีต แพตเทิร์นการก่อเหตุ และการฆาตกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากฐานข้อมูลในองค์กรและเว็บไซต์ทั่วไป เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกรอบด้านที่มีประสิทธิภาพสำหรับเจ้าหน้าที่ฝึกหัดวิเคราะห์เหตุอาชญากรรม

03 Gas Leak Detection with IBM Acoustic Insights

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

มาถึงบูทโปรดที่ดูภายนอกไม่คิดอะไร แต่เมื่อได้ทราบข้อมูลแล้วกลับประทับใจไม่รู้ลืม

เราได้ยินเสียงดัง ฟี่! ลากยาวมาจากที่ไหนสักแห่งในห้องจัดแสดง นั่นคือเสียงก๊าซรั่วจำลอง จากบูท Seeing Sound with AI

ถูกแล้ว เทคโนโลยีตัวนี้ทำให้เรามองเห็นเสียงด้วยตา!

หูของมนุษย์ไม่อาจได้ยินเสียงของทุกอย่าง แค่เทียบกับหูของแมวหรือสุนัขก็เทียบไม่ติดแล้ว ดังนั้นการใช้ IBM Acoustic Insights เข้ามาช่วยจับเสียงที่ผิดปกติ จึงตอบโจทย์การแก้ปัญหาที่มองไม่เห็น อย่างน้อยก็ไม่ต้องรอให้ก๊าซรั่วเสียงดังกว่าเดิมจนห้ามการลุกลามไม่ได้

AI ดังกล่าวถูกโปรแกรมสั่งให้จดจำเสียงในภาวะปกติ และเริ่มวิเคราะห์แพตเทิร์นเสียงที่ลอยเข้าเซ็นเซอร์รับเสียงว่าผิดปกติหรือไม่ ยกตัวอย่าง หากมีก๊าซรั่วในห้องเครื่อง AI จะทราบทันทีจากการวิเคราะห์เสียงที่ผิดปกติ และเริ่มวิเคราะห์ว่าเสียงดังกล่าวเป็นก๊าซอะไร (เพราะเสียงของก๊าซแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน) และเสียงนั้นมาจากจุดไหน (ท่อไหน) เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปแก้ไขที่ต้นเหตุได้อย่างรวดเร็ว

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

IBM Acoustic Insights เป็นประโยชน์มากในอุตสาหกรรมการผลิต เพราะช่วยให้โรงงานพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ และลดโอกาสการหยุดทำงานหรือลดความล้มเหลวของเครื่องจักรได้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดเวลาตรวจสอบการทำงานที่ต้องใช้คน เพราะต้องยอมรับว่า หลายครั้งคุณภาพการตรวจสอบโดยมนุษย์ก็ไม่คงที่ ล่าช้า และต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์สูงตรวจสอบอย่างละเอียด

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

แน่นอนว่าการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อใช้ในโรงงานที่เต็มไปด้วยท่ออย่างเดียวคงน่าเสียดาย AI ตัวนี้จึงถูกนำไปต่อยอดการใช้งานในวงการอื่น เช่น ตรวจจับเสียงไอของไก่ในฟาร์ม หากไก่ป่วย เสียงจะผิดปกติจน AI แจ้งเตือนให้นำไก่ตัวนั้นออกไป ก่อนที่การแพร่ระบาดจะลุกลาม หรือแม้กระทั่งด้านความปลอดภัยบนน่านฟ้า AI ก็จับเสียงโดรนตัวเล็กตัวน้อยที่หูของมนุษย์ไม่ได้ยินได้ด้วย

หากนำเทคโนโลยีอื่นมาทำงานควบคู่กัน จะเสริมประสิทธิภาพในการตรวจสอบได้ดียิ่งกว่าเดิม ยกตัวอย่าง การใช้กล้องเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของเสียง ผ่านสีที่แสดงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์

04 Edge-based Analytics Drive Smarter Operations (Boston Dynamics Spot)

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก
ภาพ : IBM

สุดยอดน้องหมาไม่มีขน ไม่ต้องกลัวว่าน้องจะเห่าใส่ เพราะน้องเห่าได้จริง แถมยังพูดกับคุณได้ด้วย!

Boston Dynamics Spot ไม่ใช่เทคโนโลยีหุ่นยนต์สุนัขตัวแรก แต่เป็นอีกหนึ่งหุ่นยนต์ที่ตอบโจทย์ด้านความแข็งแรงและความสู้ ไม่ล้ม ไม่สะดุด เดินขึ้นบันไดได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งจุดนี้พัฒนามาจาก Pain Point ของหุ่นยนต์ตัวก่อน ๆ ที่พ่ายแพ้ต่อโรงงานหรือไซต์งานขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน หรือแม้กระทั่งสถานที่แคบ มีพื้นผิวขรุขระก็เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ โดยเฉพาะประเภทที่ใช้ล้อ

Spot เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี AI, IoT (Internet of Things), Edge Computing และ 5G เข้าด้วยกัน พร้อมความสามารถในการวิเคราะห์ เพื่อช่วยตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับมนุษย์ เช่น โรงผลิตไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยสายไฟและท่อน้ำ โรงแยกก๊าซที่มีรูรั่วของท่อ เส้นทางภายในเหมืองก่อนเปิดให้เจ้าหน้าที่ใช้ รวมถึงเขตก่อสร้าง

ภาพ : IBM

ความฉลาดของ Spot ไม่หยุดอยู่แค่การเคลื่อนไหว เพราะเชื่อมต่อกับ Edge Computing พร้อมรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในจุดที่หุ่นยนต์เข้าไปได้ เพื่อประมวลสิ่งที่เห็นหรือได้ยินแบบเรียลไทม์ โดยอาศัย AI วิเคราะห์ภาพและเสียงของ IBM คอยช่วย นอกจากนี้ การเชื่อมต่อกับ 5G ยังทำให้ Spot สื่อสารกับทีมงานที่ไม่ได้อยู่หน้างานได้ทันที

เจ้าของบูทลองเปิดภาพที่มาจากกล้องของ Spot ให้เราชม ซึ่งสถานที่ที่หุ่นยนต์ตัวนี้อยู่คือ สหรัฐอเมริกา!

จากนี้ไป มนุษย์จะมีทางเลือกในการเข้าตรวจสอบสถานที่เสี่ยงภัย ทั้งยังมีผู้ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์และข้อมูลถึงหน้างาน ทำให้การทำงานเป็นไปโดยง่าย รัดกุม และมั่นคง โดย Spot ถูกนำไปใช้จริงแล้วในหลายประเทศ เช่นเดียวกับสิงคโปร์ที่รัฐบาลใช้หุ่นยนต์สุนัขเดินไปตามสวนสาธารณะ เพื่อสำรวจและแจ้งเตือน (เห่าหรือพูดผ่านระบบ Speak Through ของหุ่นยนต์) เมื่อประชาชนไม่เว้นระยะห่างทางสังคม หรืออยู่ใกล้กันมากกว่า 6 ฟุต

น่าเสียดายที่เราไม่มีโอกาสได้เห็น Spot ตัวจริงทั้งในงานและในสวนสาธารณะของสิงคโปร์ แต่เราเชื่อว่าในอนาคตจะมีหุ่นยนต์รูปแบบต่าง ๆ เดินขวักไขว่ให้เห็นกันทั่วไป

05 Gamified Experience of Cyber Range

เรามาถึงบูทสุดท้ายที่จัดมู้ดแอนด์โทนราวกับเกมเซ็นเตอร์ และเมื่อเดินเข้าไปก็พบว่า นี่คือบูทเกมจริง ๆ ที่มอบประสบการณ์ให้เราเป็นผู้ปกป้องบริษัทจากแฮกเกอร์!

เกมนี้เกิดจากแนวคิดที่ต้องการจัดการด้านความปลอดภัยขององค์กรอย่างยั่งยืน โดยทีมสตาฟอธิบายให้เราฟังว่า การจัดการด้านความปลอดภัยไม่ควรเป็นหน้าที่ของแผนก IT หรือใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะข้อมูลอันมีค่าของบริษัทคือสมบัติของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายการเงิน ฝ่ายการตลาด ฝ่ายกฎหมาย หรือแม้กระทั่ง CEO ดังนั้นหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น พวกเขาทุกคนควรรู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และปกป้ององค์กรอย่างไร เพียงเท่านี้เราก็จะมีกำลังพลมากกว่าเดิมหลายเท่า

ความไม่แน่นอนของภัยไซเบอร์ ทำให้องค์กรต้องเตรียมป้องกันตนเองจากการเป็นเป้าโจมตีอย่างสม่ำเสมอ โดย IBM Security เป็นเทคโนโลยีการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบเกม เพื่อให้พนักงานในองค์กรได้สัมผัสสถานการณ์กดดันและตื่นตระหนกเวลาที่มีเหตุโจมตีจริง

ตัวอย่างที่นำมาโชว์ในงาน Think Singapore คือสถานการณ์ที่แฮกเกอร์โจมตีสนามบิน และเราเป็นพนักงานที่ถูกขอให้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ โดยต้องประเมินความเสียหายและความเสี่ยง เพื่อตัดสินใจว่าจะป้องกันแฮกเกอร์อย่างไร ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามจนสร้างความเสียหายมากกว่าเดิม

บอกเลยว่า บรรยากาศของเกมทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ และความสำคัญของการป้องกันข้อมูลออนไลน์เป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าทุกคนในบริษัทมีความรู้เรื่องการจัดการสถานการณ์ ย่อมเกิดความยั่งยืนในการจัดการได้จริง

แม้เทคโนโลยีที่กล่าวมาทั้งหมดจะดูไกลตัว แต่ในปัจจุบัน ชีวิตที่เกี่ยวโยงกับโลกออนไลน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งคือบทพิสูจน์ว่า มนุษยชาติไม่อาจปฏิเสธเทคโนโลยีได้อีกต่อไป และในอนาคต ทุกสิ่งที่อยู่ในงาน Think Singapore มีโอกาสจะขยายผลเข้าไปในทุกประเทศ สังคม และองค์กร เพื่อช่วยบริหารจัดการและพัฒนาตั้งแต่บุคลากรไปจนถึงผลผลิตของบริษัท โดยมอบผลลัพธ์อันมีประสิทธิภาพแก่ทุกฝ่ายยิ่งขึ้นไป นั่นคือความยั่งยืนที่ทั่วโลกกำลังพูดถึง

Writers

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load