เบื้องหน้า คือ อาคารสีขาวกลางสวนหลังโออ่าราวกับอยู่อิตาลี

เบื้องหลัง คือ แม่น้ำนครชัยศรียามเย็นที่แดดลามไล้กระทบผิวน้ำ ทอแสงสีทองระยับ

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

เรานัดพบ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ที่ CASA PAPA.Home&Space สตูดิโอให้เช่าซึ่งร่วมทำกับหุ้นส่วนชีวิต กานดา สายทุ้ม และบ้านตากอากาศที่ในอนาคตมีแพลนย้ายมาอยู่ถาวร

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

ระยะเวลาเกือบชั่วโมง เราว่าไม่มากพอให้รู้สึกหน่ายการขับรถมาบ้านหลังนี้บ่อยๆ -แทบทุกวัน ยิ่งบรรยากาศดีเป็นใจเช่นนี้ 

ดับเครื่องจอดรถเพียงครู่เดียว เราเดินทะลุผ่านสวนสวย สระว่ายน้ำกลางแจ้ง เห็นต้นไม้ที่หรั่งเลือกมาลงเองกับมือ เข้าสู่ภายในบ้านแสนโปร่งโล่งรับแสงธรรมชาติทุกช่วงเวลา มีห้องที่จัดไว้สำหรับถ่ายภาพซึ่งกลายเป็นพื้นที่อยู่อาศัยในบางวัน ส่วนบริเวณชั้น 3 มีห้องทำงานของเขาและกานดา ชั้นถัดไปเป็นห้องนอนพักผ่อนที่เหมือนได้เข้าพักในโรงแรมหลายดาว

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

ทั้งหลัง หรั่งเลือกของมาตกแต่งภายในด้วยตัวเองทั้งหมด น้อยและมากเป็นมุมๆ อย่างลงตัว ที่เซอร์ไพรส์สุดๆ คือ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นของที่เขามีอยู่แล้ว ขนมาจากบ้านเก่า หรือไม่ก็เป็นของมือสอง อย่างโซฟาที่เขานำไปตัดเย็บหุ้มผ้าใหม่จนสวยเก๋ เหมือนกับหลุดมาจากคู่สีในนิตยสาร Pop Art!

มากกว่าดีไซน์เฉียบคม จึงหรูหราที่สเปซและวิธีคิด

นี่มันบ้านในฝันชัดๆ

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

CASA PAPA

Casa ในภาษาอิตาลีแปลว่าบ้าน ส่วน Papa ก็คือพ่อ

ย้อนไปก่อนกลายเป็นคฤหาสน์หลังงาม ที่ดินผืนนี้เป็นของคุณพ่อกานดา เคยเป็นสวนมะม่วงและมะพร้าว มีอาคารเดิมซึ่งเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนานไปกับแม่น้ำนครชัยศรี มีศาลาริมน้ำ ซึ่งทิ้งร้างไว้ราว 30 ปี ตอนแรกที่ซื้อคุณพ่อหมายใจจะทำโรงแรม ก่อนทั้งคู่เสนอทำเป็นสตูดิโอให้เช่าถ่ายภาพ-จัดเลี้ยง และเมื่อท่านไฟเขียว พวกเขาจึงลงมือวาดแปลนในหัว

แววตาช่างภาพของหรั่ง บอกว่าต้องทำให้ที่นี่สว่าง โปร่ง โล่ง เน้นแสงธรรมชาติที่เข้ามาได้อย่างรอบด้าน หน้าที่ปั้นให้ออกมาเป็นภาพจริงก็ส่งต่อไปยังสถาปนิกอย่าง เอกภพ สุขสุดไพศาล

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

บ้านหลังคาจั่ว 4 ชั้น สีสะอาด รายล้อมด้วยฟาซาดทรงโค้งแทนผนังทึบซึ่งเรียงล้อเชื่อมจรดฝ้าเพดาน และเสาภายในอาคารให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน แบ่งแต่ละห้องด้วยการตกแต่ง หน้าต่าง Arch หลายรูปทรง พร้อมปูพื้นด้วยกระเบื้องหลากสไตล์ เพื่อให้อารมณ์ที่แตกต่าง กระเบื้องบางห้องเป็นสีนวลตา บางห้องเป็นลายไม้เและหินอ่อน ส่วนที่น่ารักอย่างคือ มีชื่อเรียกเพื่อรำลึกถึงคุณพ่อทุกห้อง เช่น Coconut, Red Rose ต้นไม้-ดอกไม้ที่ท่านชอบ Martini, Vanilla เครื่องดื่ม-ไอศกรีมรสโปรด

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

เดินสำรวจจากชั้นล่าง จะเห็นว่าเขากรุกระจกบานเฟี้ยมและเปิดออกจนสุดเพื่อให้ลมไหลผ่านโดยสะดวก เรื่องแสงต้องยอมรับว่าเด็ดขาด สวยขึ้นกล้องทุกมุม

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

ขึ้นมายังชั้น 2 – 3 เว้นทางเดินรอบระเบียง ค่อยกรุกระจกใสกั้นห้องติดผ้าม่านสีอ่อนพริ้วไสว เพื่อแบ่งตามการใช้สอย มีทั้งห้องทำงานของกานดา ห้องทำงานที่เต็มไปด้วยหนังสือของหรั่ง ห้องรับแขก แพนทรี่เล็กๆ พร้อมบันไดวนสู่ห้องนอนตากอากาศบนชั้น 4 ที่เบื้องหน้าเห็นวิวสองฝั่งสะพานรวมเมฆได้ทั้งยามเช้าจรดค่ำคืน

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

ด้วยความเป็นบ้านริมน้ำ เขาเลยมีคายัคลำเล็กๆ จอดเทียบท่าไว้ใช้งาน หรือวันไหนแดดลมดี มีเพื่อนมาเยี่ยม ก็จะชวนให้เรียกเรือหางยาว พาล่องลำน้ำชิมวิถีชีวิตชุมชน

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

บ้านคือตัวคน รสนิยม และงานศิลปะ

แรกเห็น คนอาจมองเห็นความหรูหราก่อนสิ่งอื่นใด ด้วยเริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจ แต่สิ่งที่กานดาและหรั่งตั้งใจทำไว้ และคิดจะทำเพิ่มหลังย้ายมาอยู่อย่างถาวรคือ ให้ที่นี่ง่ายต่อการอยู่ และทุกอย่างจะล้วนมาจากชีวิตของทั้งสอง ความงามอื่นใดที่คนมอง จึงคล้ายเป็นรสนิยมซึ่งเขาว่ามาจากประสบการณ์อันเพิ่มขึ้นของวัยแต่ละคน

“มันกลั่นกรองมาจากตัวเอง เราไม่ได้มองบ้านแบบนี้สวย แล้วสร้างตามหรือแต่งตามอะไร ที่นี่เป็นธุรกิจบ้านกานดา คุณพ่อบอกให้เขาดูแล พอเรามาอยู่ปุ๊บ มันก็เป็นอีกสเต็ปหนึ่ง ตอนนี้อายุสี่สิบกว่าแล้ว ผ่านอะไรมาเยอะ แต่ยังยึดความเรียบง่าย การอยู่ดี สุดท้ายต่อให้มันดูอลังการ ดูดีๆ ก็ยังมีความอยู่ง่าย”

หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ที่ CASA PAPA.Home&Space

หรั่งเล่าว่าเขามีบ้านอยู่แล้ว 3 หลังที่แต่ละหลังเติบโตและปรับตัวไปพร้อมกัน จากทาวน์เฮาส์หลังแรกที่อยู่ตัวคนเดียวแบบดิบๆ ไม่แบ่งห้อง ไม่มีเตียงนอน บางวันก็ผูกเปลนอนบ้าง ไปซื้อเต็นท์มากางบ้าง หุงข้าวหน้าบ้านก็มี เมื่อทำงานมีเงินเก็บมากพอ หลังที่สองก็ตามมา หลังนี้เขาว่าแม่มักเดินทางมาเยี่ยม มาอยู่ด้วย เลยต้องแคร์ครอบครัว มีฟังก์ชันห้องหับอย่างที่ควรจะเป็น แต่ต้นไม้แสนร่มรื่นและการนอนกับพื้นก็ยังแยกกันไม่ขาด ส่วนหลังที่สาม เป็นบ้านหลังแต่งงานที่คุณพ่อกานดาสร้างไว้ จากอยู่ง่ายๆ ก็เรียบร้อยและเนี้ยบขึ้น

“บ้านก็เหมือนงานศิลปะ พวกรสนิยมหนีไม่พ้น โกหกไม่ได้ นี่ในมุมมองของเรานะ เพราะคนมีหลายแบบ บางคนมองบ้านเป็นเรื่องสำเร็จรูป ความหรูหรา ความเพียบพร้อม ต้องสบาย แต่เรามองความเป็นตัวตนมากกว่า ซึ่งก็ต้องมีปรับตัวนะ ทุกวันนี้กลายเป็นคนหาฝุ่น แบบลูบเลยอะ บางทีเลอะจุดเดียว หรืออะไรวางไว้แล้วมันขยับก็เห็นเลย” เขาขยายความติดตลก

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน
นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

บ้า(น)ทำเอง

หากนับความโชคดีที่ตัวตนของหรั่ง ไม่เป็นขั้วตรงข้ามสำหรับการอยู่ร่วมกับใครสักคน คงเป็นของสมนาคุณชีวิตที่น่าอิจฉา

“มันเป็นความโชคดีของเราด้วยที่กานดาเป็นคนง่ายๆ ง่ายมาก ก่อนหน้านั้นเขาก็เป็นตัวเขานะ เขาปรับตัวเข้ากับเราได้ พอเขามองว่า เออ ดีที่เราชอบแต่งบ้าน ให้เราจัดการไปเลย และเขาก็เชื่อมั่นในรสนิยมของเรา เราว่ามันเป็นเรื่องรู้ใจกันด้วย บางเรื่องเราก็ปล่อยให้กานดาจัดการไปเลยดีกว่า อย่างเรื่องทำงาน กานดาเป็นคนคุยกับลูกค้าเองหมด

“ส่วนที่ CASA PAPA เขามองว่าผู้ชายทำดีกว่าเพราะคล่องกว่า บางห้องก็จะออกแบบให้เขาเข้าใจ ไม่ใช่ตามใจฉัน ที่สำคัญหนึ่งคือความสะอาด สองฟังก์ชัน เราเอาข้อดีของกานดาคือฟังก์ชันมาปรับตัว บวกกับพอทำบ้านไปเรื่อยๆ สุดท้ายจะรู้ว่าฟังก์ชันจำเป็นนะในการอยู่จริง เลยเอาเข้ามาประยุกต์กับวิถีที่ไม่ยึดติดกับการตกแต่ง ซึ่งพอเป็นห้องกานดาก็ทำให้เหมาะกับการใช้สอย มีโซนทำงาน มีมุมเก็บของที่ชัดเจน”

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

ตัดอาคารสีขาวด้วยสีสันจัดจ้านของแต่ละห้อง ตกแต่งด้วยโซฟาดีไซน์สนุกซึ่งเป็นของมือสอง หรั่งนำไปหุ้มผ้าใหม่หลากหลายเท็กซ์เจอร์และจับคู่สีขั้วตรงข้าม เพิ่มลูกเล่น เขาว่าทำเช่นนี้ราคาย่อมเยากว่าเป็นไหนๆ บางตัวได้มาคู่ละพันบาทเท่านั้น 

นอกจากโซฟา เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เกือบทุกชิ้นก็เป็นของเก่าจากหลากหลายแหล่ง ทั้งร้านมือสองจากญี่ปุ่น จากเชียงใหม่ จากอินสตาแกรมเป็นส่วนใหญ่ เห็นอะไรที่ชอบ ที่ถูกใจ หรือแก้ไขอะไรได้ก็จะซื้อไว้

“ตอนหลังเรารู้สึกว่าการรียูส (Reuse) มันก็โอเค สนุกดีนะ ได้หาของเก่าๆ มาทำใหม่ ซ่อมแซมใหม่ จริงๆ ไม่ยึดติดกับสไตล์เลย ต่อให้แพงแล้วดีไซน์สวย เราพอใจกับสิ่งที่เห็นและสิ่งที่สัมผัสมากกว่า ไม่ได้ไปซีเรียสว่าชอบชิ้นนี้มาก ต้องได้ และไม่ได้มีความคิดว่าแบบบ้านนี้สวยจัง เราต้องมีบ้านแบบนี้ คือเรายังเดินร้านของเก่า แล้วพอฟลุ๊กเจอก็แบบ เออ โชคดีเว้ย”

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน
นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

บ้านที่ทำให้อยู่ติดบ้านแต่ไม่ยึดติด

แม้มีสถานะเป็นธุรกิจมากกว่า 3 ปี เพราะข้อแรกตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น แต่ที่ CASA PAPA มีความเป็นบ้านมากขึ้นทุกวัน คือการได้มาใช้ชีวิตอย่างที่อยาก 

“เราบอกกับกานดาว่า ถ้ามาอยู่ด้วยกันก็เต็มที่เลย บ้านนี้เอาให้สุดไปเลย หมายความว่า สวย ทำธุรกิจได้ มีร้านกาแฟ มีเพื่อนมาพัก คิดถึงขั้นถ้าไม่มีลูก จะทำเป็นบ้านพักคนชราด้วยซ้ำ

“บ้านเป็นชีวิตเราไปเลย เราคือสายรักบ้าน ถึงขั้นไม่อยากไปไหนเลยจริงๆ แต่ว่าไม่ได้ยึดติดขนาดนั้น เช่น หนึ่งปีอาจจะไปเที่ยวเมืองนอก เหมือนไปเปิดหูเปิดตา เปิดโลก แบบประเทศกูไม่มีแบบนี้เว้ย

“รู้สึกว่าอยู่บ้านก็มีความสุขดีเหมือนกัน ดูนู่น ดูนี่ แต่งบ้าน มีสมาธิอ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ ปลูกผักกินเอง ทำอาหาร ไล่ๆ เป็นเลเวล ยิ่งตอนนี้เราสี่สิบหกใช่ไหม ไปห้าหกสิบก็คง โอ้โห! หนักเข้าไปใหญ่ แก่แล้วไปกินดื่มอยู่ข้างนอกเราก็คงไม่ทำ บ้านมันก็เลยเป็นคำตอบสุดท้ายนะ”

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

นอกจากทุกเช้าหลังตื่นนอนที่หรั่งจะลุกขึ้นมาง่วนกับกิจกรรมในบ้าน เขายังหมั่นจัดบ้านใหม่เสมอ

“มนุษย์เวลาอยู่ซ้ำๆ จะมีพลังของการยึดติด เช่น บางคนย้ายที่นอนไม่หลับ เราห้องไหนกูก็หลับ หรือบางคนต้องอยู่มุมนี้เท่านั้น มันทำให้คนคนนั้นยึดติด บางคนของฉันอยู่มุมนี้ห้ามขยับ เราคือย้ายไปเรื่อยเลย แล้วได้ประโยชน์อีกเรื่องคือความสะอาด พอเราย้ายออก มีฝุ่นก็เช็ด หรือได้เห็นหนังสือที่สามปีลืมไปแล้วว่ามี เสื้อตัวนี้อยู่นี่เหรอ อะไรอย่างนี้ สนุกเหมือนกันนะ บางทีกานดาขึ้นมา อ้าวเฮ้ย! ย้ายไปไหน เราก็จัดใหม่เรียบร้อยหมดแล้ว”

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

ณ ตอนนี้ หรั่งรู้สึกว่าการมีบ้านที่สะอาดปลอดโปร่ง เห็นแสง มีลม ทำให้จิตใจสบาย เขาย้ำว่าบ้านเรียบโล่งหรือความมินิมอลใดๆ มีแก่นคือวิธีคิด 

“เมื่อก่อนมีของสะสม แต่มันก็ไม่สำคัญ ถ้าเราไม่ได้ใช้มัน กลายเป็นไม่ยึดติดแล้ว ทุกคนมีของที่ชินกับมันอยู่แล้วแหละ มันคือวิถีชีวิตของเรา ยิ่งบางคนที่บ้าของ บ้าแต่งบ้านมากๆ เก็บทุกอย่าง เอาเข้าจริงคือ โอ้โห ฝุ่น ซึ่งเราเคยผ่านยุคนั้นมา มีช่วงหนึ่งซื้อแหลก หลังๆ น้องผู้ช่วยมึงจะเอาอะไรก็เอาไป กลับบ้านช่วยเอาเก้าอี้ไปด้วย เช้ามากูแจกอีกแล้ว หนังสือก็ให้คนนู้นคนนี้ ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ทำอะไร เหมือนเราต้องมานั่งเฝ้าของเก่าอยู่ทุกวัน แล้วก็ยึดติดไปกับมันทั้งชีวิต”

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน
นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

“พอของเยอะมันก็เครียด เพราะเราอยู่กับของรกๆ ห้องทึบๆ ไม่ได้ แล้วเราได้ไปบ้านศิลปินฝรั่งเศสที่ย้ายมาอยู่ไทยกับภรรยาชาวญี่ปุ่น เขาอายุหกเจ็ดสิบแล้วนะ เช่าคอนโดฯ แถวสุขุมวิททั้งชั้นแบบหรูมากเลย ทำเป็นกระจกโล่งโปร่ง เขาเอารูปตอนอยู่ปารีสให้ดู ดีเทลทุกอย่างจัดเต็ม แต่อยู่นี่เขาทิ้งทุกอย่างหมด ไม่เอาของสะสมมาเลย ขนมาแค่ผลงานของเขา เก้าอี้ก็ซื้อไม่กี่ตัวแล้วคลุมผ้าติดงานศิลปะ กลางบ้านมีเคาน์เตอร์ทำอาหาร เขาบอกว่าโลกของความเรียบง่าย ความมินิมอลที่แท้จริงคือศาสนา เราก็เชื่อในเรื่องหลักธรรมะด้วย พวกมินิมอล เซน มันไม่ใช่กระแสอย่างเดียว จริงๆ การแต่งบ้าน เลยมาจากจิตใจคนนั่นแหละ”

หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ที่ CASA PAPA.Home&Space
นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

บทสนทนาออกรสชาติพาเราไหลไปเรื่องอื่นอยู่พักใหญ่ๆ ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบน้ำเต็มแก่ ช่างภาพผู้ยอมรับอย่างหมดจดว่าติดบ้านเงียบลงสักครู่ ราวกับใช้ความคิดทบทวนบางอย่าง ก่อนทำลายความเงียบนั้นด้วยน้ำเสียงขำๆ ปนจริงจัง

“ถ้าพูดกันตรงๆ ตอนนี้เราแทบจะทิ้งดิ่งแล้ว อยากอยู่แต่บ้าน บางทีอยากปลูกผัก กวาดบ้านถูบ้าน แทบไม่อยากทำงานทำการ เฮ้ย! เกินไปไหมเนี่ย ต้องปลุกตัวเองว่า ‘ใจเย็นมึง ทำงานหน่อยนะ’(หัวเราะ)”

หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ที่ CASA PAPA.Home&Space
นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ (Mary Poppins)

อูมปา ลูมปาส์ (Oompa Loompas)

The Sound of Music

อรุณธตี รอย

ชื่อด้านบนนี้ถูกพูดถึงในบทสนทนาเรื่องที่มาที่ไปของบ้านโพสิทีฟ ซึ่งเจ้าของบ้าน แอ-พนิดา พลบุตร เล่าแต่ละเรื่องด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ขณะพาชมบ้านขนาดเล็กของเธอที่โอบล้อมด้วยแปลงกุหลาบและต้นไม้นานาชนิด ซึ่งทุกอย่างเป็นดอกไม้กินได้ อย่างทาร์รากอน ชบาเมเปิ้ล อัญชัน สายน้ำผึ้ง

เมื่อเดินผ่านแปลงดอกไม้ไปอีกฝั่งหนึ่ง เห็นอาคารปูนเปลือยทรงเหลี่ยมพร้อมโต๊ะใหญ่ใต้ระแนง นั่นคือสตูดิโอศิลปะ Artanyway ของเพื่อนสนิทที่คุณแอชักชวนมาสร้างใกล้ ๆ กัน 

ส่วนอีกฟากหนึ่งของถนนเป็นบ้านพี่สาวและสวนกุหลาบขนาดไม่เล็ก รวบรวมกุหลาบหลากสายพันธุ์เพื่อพัฒนาคอมบูฉะ ผลิตภัณฑ์อันเป็นต้นทางการสร้างบ้านหลังนี้ของเธอ เดินถัดไปไม่ไกลเป็นบึงน้ำขนาด 8 ไร่ที่มีสายลมพัดระรื่น ต้นไม้ใหญ่เอนชาย และนกเป็ดน้ำริมบึง

บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เธอตั้งใจออกแบบให้มีขนาดเล็กพอดีกับการอยู่และทำงาน เน้นพื้นที่สวนเป็นหลัก

“นี่เป็นบ้านของตัวเราโดยเฉพาะเลย เราอยากอยู่ยังไงก็ทำมันออกมา ไม่ใช่การฝันเอา แต่มาจากความประทับใจทีละเล็กทีละน้อย จากประสบการณ์ จากหนังที่เราดู เพลงที่เราฟัง หนังสือที่เราอ่าน เป็นจินตนาการตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วว่าเราอยากให้บ้านมีอะไร

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“เราชอบเรือนกระจกในหนัง The Sound of Music เราก็ทำกระจกโปร่งรอบบ้านเลย เราอยากให้บ้านมีไก่บอกทิศทางลมบนหลังคาแบบ แมรี่ ป๊อบปิ้นส์ เราอยากให้บ้านมีนาฬิกาคุคคูนะ เราก็หามาเติม เคาน์เตอร์ที่ทำงานต้มชา ต้มยา เราก็ให้ช่างวัดความสูงระดับที่พอดีกับเรา ไม่ใช่พอดีกับช่าง เราออกแบบให้บ้านโปร่ง มีต้นไม้ทุกมุม ทุกที่ โดยไม่ต้องยกเข้ายกออก เราเดินใส่รองเท้าไปทั่ว ๆ บ้านได้ไม่มีใครว่า พื้นบ้านเราเช็ดสะอาดได้ตลอดถึงแม้จะเดินสวมรองเท้าเข้ามา บ้านนี้คือที่ทำงานที่เราอยากทำเมื่อไหร่ก็ได้ อยู่ได้นาน ๆ ด้วยความสุข และห้องนอนเล็ก ๆ เราอยากได้เตียงสี่เสาและผ้าอินเดียอย่างนี้นะ สำหรับเราแล้วผ้าอินเดียมีกลิ่นของมัน กลิ่นที่จะไม่มีวันจางหาย กลิ่นนั้นมันหอมสำหรับเรา

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ
บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“เราออกแบบอย่างที่ชอบ เลือกวัสดุเองทุกอย่าง สีเขียวของบ้านก็เลือกเอง เป็นคนชอบสีเขียวแบบนี้ ดูชุ่มชื่น สบายตา หรือแม้แต่สวนกุหลาบ ซุ้มกุหลาบของบ้านและอะไรก็ตามที่เก็บกินเองได้ นี่คือจินตนาการในวัยเด็กของเราที่กำลังดำเนินไป”

คุณแอบอกว่า แต่ละคนล้วนต้องการพื้นที่แห่งความสุข แต่ละคนอาจแตกต่าง บางคนอาจชอบอยู่คอนโดหรืออะไรก็ตาม สำหรับเธอแล้ว “เราชอบเดินบนพื้นดิน ชอบดอกไม้ ชอบสายลมเคลื่อนไหวที่มาจากธรรมชาติจริง ๆ เพราะฉะนั้น พื้นที่แห่งความสุขของเราหน้าตาเป็นแบบนี้”

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

เพราะความช่างสังเกต ช่างสงสัย และตั้งคำถามตั้งแต่เด็ก ๆ จนเติบโต เธอจึงมักให้ความสำคัญกับรายละเอียดของชีวิต เธอบอกว่าถ้าไปเจออะไรสักอย่างที่ชอบ ก็จะคิดและมองให้เห็นว่าทำไมจึงเป็นอย่างนี้ คนสร้างงานเหล่านั้นเขาเติบโตมาอย่างไรจึงทำได้นะ เบื้องหลังการงานเหล่านั้นมาจากไหน ระหว่างพูดคุยเธอเอ่ยชื่นชม อรุณธตี รอย (Arundhati Roy) นักเขียนหญิงชาวอินเดียผู้เขียน เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็ก ๆ และ กระทรวงสุขสุด ๆ

“อย่าง อรุณธตี รอย พออ่านงานเธอแล้วเราก็ อุ๊ย! เขาเกิดมายังไง ทำไมเขียนงานออกมาได้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้ ชอบมาก อะไรอย่างนี้แหละค่ะที่พอเราเห็น เราชอบ เราก็จะคิดกับมันมาก และส่วนตัวก็ชอบฟังเพลงอินเดียและดูหนังอินเดียด้วย (หัวเราะ)” 

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

มุมบ้านของเธอจึงเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งใช้ในการทำงานและของโปรดปราน อย่างชั้นวางชาหลากหลายแหล่งที่มาที่ได้มาจากการเดินทาง หรือผนังที่ออกแบบให้เป็นชั้นวางแสดงผลงานถ้วยชาต่าง ๆ ทั้งงานปั้นมือของศิลปินเชียงใหม่และงานมือสองจากญี่ปุ่น ซึ่งเธอสัมผัสได้ถึงการส่งต่อเรื่องราวผ่านงานปั้นเหล่านั้น

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

พลังของความชอบและใส่ใจรายละเอียดเป็นที่มาของการงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา คุณแอเล่าว่าเดิมเคยทำงาน Skin Therapy แต่หยุดลงเนื่องจากปัญหาสุขภาพ หลังจากนั้นพี่สาวชวนไปทำงานธุรกิจ ก่อนที่เธอจะหยุดทุกอย่างแล้วกลับมาพูดคุยกับตัวเองอย่างจริงจังระหว่างเดินทาง (ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอโปรดปราน) “ชอบเดินทางมาก บางทีเราไปได้ความรู้ ได้ไปไขปริศนาบางอย่างระหว่างทาง” 

และนั่นเป็นที่มาให้เธอเริ่มใกล้ชิดและลงลึกกับการทำ ‘คอมบูฉะ’ ผลิตภัณฑ์ชาหมักที่เธอสร้างสรรค์และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 6 – 7 ปีที่ผ่านมา

อูมปา ลูมปาส์ ฉบับโพสิทีฟ

“ได้ดูอูมปา ลูมปาส์ ใน The Chocolate Factory ไหมคะ จุลินทรีย์ในคอมบูฉะมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ เป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เข้าไปช่วยดูแลเรา ตรงนี้เป็นการเริ่มต้นที่จะดูแลสุขภาพ เป็นกุญแจไข แกร๊ก! ทุกอย่างเปิด ร่างกายก็จะดีขึ้น แค่ท้องสบาย ทุกอย่างก็สบายหมด”

คุณแอเล่าว่าเริ่มต้นเรียนรู้แล้วมาลองทำกินเอง แจกพี่น้องเพื่อนฝูง จากทำกินเล็ก ๆ ก็ขยายจนมีแบรนด์เป็นของตัวเอง และเมื่อเริ่มทำจริงจัง เธอจึงมองว่าการทำงานให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุดต้องอยู่ในที่ที่เหมาะสม

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“ทำบ้านนี้เพื่อการทำงานเลยค่ะ เพราะอยากเลือกอะไรที่ดีที่สุด ที่ดินตรงนี้เป็นที่ของครอบครัว เป็นที่ที่โปร่ง อากาศดี เราก็มาสร้างบ้านเล็ก ๆ ให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สะอาด จัดสรรห้องหมักโดยเฉพาะ และการต้มชา ต้มยา (Decoction) ก็ต้องเป็นที่ที่เหมาะสม เพราะมันใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ

บ้าน Positive : Home Studio กลางสวนดอกไม้จากฉากโปรดในหนังสือคนทำคอมบูฉะ

“ตรงนี้เป็นที่ที่เรามาแล้วสบาย สบายแล้วเราก็จะได้ทำงานได้ดี เดินไปตรงโน้นตรงนี้ ทุกอย่างพร้อม ไม่ติดขัดอะไรในการทำงาน ทุกอย่างโพสิทีฟไปหมด”

นอกจากนั้นเธอเล่าว่าทุกวันนี้ยังอ่านบทความอย่างสม่ำเสมอเพื่อสะสมความรู้เพิ่มเติม และแลกเปลี่ยนกับผู้คนด้วยการเดินทาง สรรหาพืชพรรณมาปลูกเพื่อเพิ่มความซับซ้อนให้ตัวยาสมุนไพร สะสมพันธุ์กุหลาบหอม (สุด ๆ) จากทั่วโลก แล้วทำไมต้องเน้นดอกไม้ เราถามเธอ คำตอบของเธอสะท้อนบุคลิกหญิงสาวได้ชัดเจน 

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“เราต้องการความนุ่มนวลของดอกไม้ พลังของดอกไม้ที่เรานำมาใช้ได้ เป็นการนำความอ่อนโยนเข้าไปในชีวิตผ่านชาหมัก ซึ่งทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็ควรได้รับพลังเหล่านี้นะคะ”

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

Artanyway

ในพื้นที่ใกล้ ๆ บ้านเป็นอาคารปูนเปลือย Artanyway ของเพื่อนสนิท ซึ่งเป็นทั้งศิลปินและอาจารย์สอนศิลปะ ต้อย-พดุงศักดิ์ คชสำโรง ซึ่งคุณแอชักชวนให้มาสร้างสตูดิโอทำงานศิลปะใกล้ ๆ กัน เธอเล่าอย่างไม่ปิดบังว่าทั้งสองคนเปลี่ยนสถานะจากคนรักกลายมาเป็นเพื่อน เป็นมิตรที่ดูแลกันและกันด้วยความจริงใจ ช่วยเหลือและเกื้อกูลกันอย่างมิตรแท้ที่พึงมีต่อกัน

“เราหามิตรไม่ได้ง่ายนะ เราอยู่กันมา 20 ปี ถึงแม้มันจะหยุดอยู่ที่ 14 ปี พอถึงจุดหนึ่ง เราเปลี่ยนมาเป็นเพื่อนปุ๊บ มันโปร่ง สบาย ส่งเสริมกันและกัน มนุษย์เราอย่างน้อยต้องมีเพื่อนสนิทสักคน

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“แล้วพอเรามาอยู่ตรงนี้ แทบไม่ค่อยได้เจอเพื่อนคนอื่น ๆ เลย เพราะเราเป็นคนบ้างานมาก อยู่ตรงนี้เรารู้สึกว่าเรานิ่งและมีพลัง เราไม่อยากให้อย่างอื่นมารบกวน เพราะเราทำงานบำบัด ต้องมีสมาธิและมีความสุข”

คุณต้อยเล่าถึง Artanyway ว่า ตั้งใจทำเป็นสตูดิโอทำงานศิลปะ และในปีหน้าจะเปิดเป็น Artist Residency สำหรับศิลปินทั่วโลกที่ต้องการมาหาแรงบันดาลใจทำงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับชุมชมและสถานที่ทำงานศิลปะใกล้ชิดธรรมชาติ นอกจากนั้น พื้นที่เล็ก ๆ โปร่งสบายแห่งนี้จะเปิดเวิร์กชอปเล็ก ๆ เพื่อขยายความหมายของศิลปะให้กว้างไปกว่าการวาดรูป อาจเป็นพื้นที่สนทนาทางศิลปะ หรือเรียนรู้ตัวตนผ่านงานศิลปะ เพราะศิลปะควรเป็นเครื่องมือในการแสดงออกทางเสรีภาพของมนุษย์ เพื่อทำความรู้จักเข้าใจตนเองและเข้าใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ คุณแอบอกว่าไม่ต้องการให้คนมองว่า “โห เราเจ๋ง แต่เราอยากให้ดูงานที่เราทำมากกว่า และบางสิ่งบางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหรอก มันต้องค่อย ๆ ทำ เราต้องตั้งจุดหมายไว้ให้มั่นคง ส่วนทางที่เราจะเดินไปถึง เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ขอเพียงเราอย่าได้เปลี่ยนหรือทิ้งสิ่งที่เราตั้งใจไว้ แอเองตั้งใจมานานแล้วตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าอยากทำยา อยากช่วยคนที่ไม่สบาย เพราะเราก็ไม่สบาย เราเป็นภูมิแพ้ เรารู้ว่ามันทุกข์ยากขนาดไหนในความไม่สบายนั้น เพราะฉะนั้น บางสิ่งบางอย่างที่เราช่วยเขาได้ เราก็ต้องทำให้เต็มที่

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

“แต่เต็มที่ของเรานั้น ต้องรู้ว่าเราทำแค่ไหนถึงจะเหมาะ อย่าทำมากเกินไป เพราะมันไม่มีประโยชน์

“นอนก็นอนแค่นี้ นอนที่เราชอบ ทำพื้นที่ที่ให้ความสะดวกสบาย ไม่ต้องใหญ่โต แต่ให้พื้นที่ของเราให้ความอิสระกับเราได้ ให้เราได้ปลดปล่อยและรับพลังงานที่ดี อยู่สบาย ๆ อากาศดี ไม่ต้องมากไป ไม่ต้องน้อยไป ให้พอดี ๆ ดีที่สุด”

บ้าน Positive ที่เชียงใหม่ของ พนิดา พลบุตร และสตูดิโอ Artanyway ที่สร้างจากฉากในหนังสือและหนังหลายเรื่อง

Writer

สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

จบเกษตร แล้วต่อด้านสิ่งแวดล้อม แต่เติบโตด้านการงานด้วยการเขียนหนังสือมาตลอด ชอบพูดคุยกับผู้คน ชอบต้นไม้ ชอบสวน ชอบอ่าน ชอบงานศิลปะและชอบหนังสือภาพ ทุกวันนี้จึงพาตัวเองคลุกคลีอยู่กับสิ่งที่ชอบที่ชอบ ด้วยการเขียนหนังสือ ทำงานศิลปะ เดินทาง และเปิดร้านหนังสือ(ภาพ)ออนไลน์ Of Books and Bar

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load