เชื่อว่าหลายคนเคยเดินผ่านถนนท่าแพ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ที่คึกคัก คราคร่ำด้วยนักท่องเที่ยว และรายล้อมด้วยอาคารบ้านเรือนเก่าแก่หลายหลัง มีทั้งถูกปิดตาย ปล่อยทิ้งร้าง ในขณะที่บางตึกปรับเปลี่ยนเป็นร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร โรงแรม หนึ่งในสถาปัตยกรรมโบราณอันโดดเด่นบนถนนเส้นนี้ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด คือ ‘บ้านตระกูลนิมากร’ ตึกไม้สักสไตล์โคโลเนียลสีเขียวขาวทั้งหลัง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ ‘ระมิงค์ทีเฮ้าส์’ หรือ ‘บ้านชาระมิงค์’ แบรนด์ชาสัญชาติไทยอันเก่าแก่ที่บุกเบิกโดย คุณตาประสิทธิ์ พุ่มชูศรี เกษตรกรผู้ค้นพบแหล่งชาประวัติศาสตร์ทางตอนเหนือของประเทศไทย และเป็นผู้ให้ความสำคัญกับการทำไร่ชาออร์แกนิกแบบยั่งยืนในถิ่นต้นน้ำปิงมานานกว่า 80 ปี 

Raming Tea House ร้านน้ำชาจากไร่ชาออร์แกนิกในบ้านโคโลเนียล 107 ปี บนถนนท่าแพ เชียงใหม่
Raming Tea House ร้านน้ำชาจากไร่ชาออร์แกนิกในบ้านโคโลเนียล 107 ปี บนถนนท่าแพ เชียงใหม่

“คุณตาเป็นเกษตรกรตัวอย่างในสมัยนั้น เป็นผู้ค้นพบแหล่งชาประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่มาก อยู่ทางตอนเหนือของไทย ต้นชาในถิ่นนั้นขึ้นอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ในป่า สมัยนั้นชาวบ้านยังไม่รู้จักการทำใบชาหรือการดื่มชาเลย แต่เขาเก็บใบชามาหมักทำเมี่ยงกินหรือเคี้ยว เน้นทำของชูกำลัง กินแทนกาแฟ

“สมัยที่คนไทยเริ่มติดต่อกับชาติตะวันตก ก็เริ่มรับวัฒนธรรมการดื่มชาเข้ามาด้วย แต่ตอนนั้นการดื่มชายังเป็นเรื่องของชนชั้นสูง ต้องนำเข้าใบชา ซึ่งมีราคาแพงมาก คุณตาเลยคิดว่าทำไมเราไม่ผลิตในประเทศเสียเอง เพราะประเทศไทยมีแหล่งชาดั้งเดิมอยู่แล้ว เป็นชาพันธุ์อัสสัม คุณตาจึงเดินทางไปประเทศอินเดีย เพื่อเรียนรู้การทำใบชาและนำเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ กลับมาด้วย”

Raming Tea House ร้านน้ำชาจากไร่ชาออร์แกนิกในบ้านโคโลเนียล 107 ปี บนถนนท่าแพ เชียงใหม่

แนน-วงเดือน วังวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาระมิงค์ จำกัด ทายาทรุ่นสาม แบ่งปันจุดเริ่มต้นของแบรนด์และทีเฮ้าส์แห่งนี้ด้วยความภูมิใจ เพราะชาระมิงค์นับเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมไร่ชาแห่งแรกในไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2480 โดยใช้ชื่อแบรนด์ ‘ใบชาตราภูเขา’ เริ่มทำโปรดักต์ชาเมื่อ พ.ศ. 2484 เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ชาระมิงค์’ ใน พ.ศ. 2510 เพื่อให้สอดคล้องกับแหล่งปลูกชาบนต้นน้ำแม่ปิง ซึ่งเดิมชื่อแม่ระมิงค์ 

“ชาระมิงค์เป็นชาจากต้นน้ำในพื้นที่ 2 อำเภอ คือแม่แตงและดอยหลวงเชียงดาว เป็นต้นน้ำปิงที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ต้นชามีมอส ไลเคน มาอาศัยด้วย เราตั้งใจปลูกชาตามระบบนิเวศของป่าแถวนั้นให้มากที่สุด ชาระมิงค์จึงเติบโตอย่างทนทานตามธรรมชาติ และไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมีหรือปุ๋ยบำรุงในการปลูกชาเลย เราพยายามรักษาสภาพแวดล้อมในป่าแถบนั้นให้ได้มากที่สุด เราไม่ตัดไม้หรือทำลายสิ่งมีชีวิตในป่า แม้แต่รังผึ้งเราก็ปล่อยไว้แบบนั้น น้ำผึ้งเราก็ไม่เก็บ พืช สัตว์ แมลง อยู่ด้วยกันได้หมด เรียกว่าป่าในอดีตเป็นอย่างไร เราก็เก็บรักษาไว้แบบนั้นจนถึงทุกวันนี้” เธอเล่าความตั้งใจที่ทำมาตลอด

Raming Tea House ร้านน้ำชาจากไร่ชาออร์แกนิกในบ้านโคโลเนียล 107 ปี บนถนนท่าแพ เชียงใหม่

ชาระมิงค์จึงเป็นชาที่มีความเป็นธรรมชาติและบริสุทธ์มาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นกำเนิด สายพันธุ์ รวมทั้งคนดูแลชาที่เป็นชาวเขาท้องถิ่น พวกเขาสืบทอดความรู้เรื่องการปลูกชารุ่นสู่รุ่น ทั้งหมดนี้กลายเป็นความโดดเด่นของชาระมิงค์ที่หาไม่ได้จากชาแบรนด์ไหน โดยเฉพาะชาที่อิมพอร์ตจากต่างประเทศ

“เราอยากให้คนไทยได้ดื่มชาที่มีเอกลักษณ์ สดใหม่ มีกลิ่นหอม ส่งตรงจากถิ่นกำเนิด และเราไม่เก็บไว้ในสต็อกนาน แตกต่างจากชาที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาผ่านกระบวนการต่าง ๆ ข้ามน้ำข้ามทะเลนานมากกว่าจะมาถึงเรา ความสดใหม่ของชาก็ไม่เท่ากันแล้ว”

ในฐานะที่แนนเป็นคนหลงใหลการดื่มชามานาน มีโอกาสเดินทางไปทดลอง เรียนรู้เรื่องชาจากหลายประเทศและหลายวัฒนธรรม เช่น ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศญี่ปุ่น เธอมองว่าชาที่ดี คือชาที่สะท้อนรสชาติแบบตรงไปตรงมา มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ที่สำคัญ ควรเป็นชาที่ดื่มแล้วให้ความรู้สึกคลีน ไม่มีอะไรตกค้างในปากหรือคอ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้หาได้จากชาระมิงค์ 

Raming Tea House ร้านน้ำชาจากไร่ชาออร์แกนิกในบ้านโคโลเนียล 107 ปี บนถนนท่าแพ เชียงใหม่

“ชาอาจจะไม่ได้มีคาแรกเตอร์เหมือนกาแฟที่กินปุ๊บแล้วตื่นตัว แต่เสน่ห์ของชาคือให้ความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย ด้วยประสบการณ์การทำชามากว่า 80 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณตาที่บินไปเรียนรู้จากประเทศอินเดีย และการลองผิดลองถูกอย่างยาวนาน เราจึงมีเทคนิคการดึงคาแรกเตอร์ของชาออกมาให้ได้มากที่สุด และทำให้รสชาติของชาดั้งเดิมมากที่สุด

 “เวลาซื้อผักจากตลาด เราจะล้างก่อนลงมือทำอาหาร แต่โดยทั่วไปเราไม่ล้างใบชา หากเก็บใบชามาจากแหล่งที่ใช้สารเคมีหรือปลูกในที่ที่มีสารปนเปื้อน เศษฝุ่น มลพิษ เท่ากับว่าเราบริโภคสารตกค้างเหล่านี้เข้าไปด้วย แต่ชาระมิงค์ของเป็นออร์แกนิก ไม่มีสารเคมีใด ๆ และได้รับการรับรองจากอเมริกาด้วย”

นอกจากรสชาติออริจินัลของตัวชาที่เป็นเสน่ห์ของชาระมิงค์ สถาปัตยกรรมโบราณที่มีอายุร่วมกว่าศตวรรษ ซึ่งถูกปรับเปลี่ยนเป็นระมิงค์ทีเฮ้าส์สุดคลาสสิก ก็กลายเป็นภาพจำของชาระมิงค์เช่นกัน 

โดยครอบครัวของแนนตั้งใจคงความดั้งเดิมไว้ให้มากที่สุด

Raming Tea House ร้านน้ำชาจากไร่ชาออร์แกนิกในบ้านโคโลเนียล 107 ปี บนถนนท่าแพ เชียงใหม่
Raming Tea House ร้านน้ำชาจากไร่ชาออร์แกนิกในบ้านโคโลเนียล 107 ปี บนถนนท่าแพ เชียงใหม่

“บ้านหลังนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2458 โดย ขุนอนุกรบุรี ข้าราชการไทยเชื้อสายจีนในสมัยรัชกาลที่ 6 บางส่วนมีการผุพังไปตามกาลเวลา แต่ครอบครัวของเราพยายามคงสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด ส่วนไหนที่ต้องซ่อมแซม เราก็ต่อเติมให้เหมือนเดิม จนได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมเด็จพระเทพฯ ใน พ.ศ. 2547 และเป็นบ้านโบราณเพียงไม่กี่หลังในเชียงใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้อย่างสมบูรณ์ 

“แนนอยากชวนให้คนไทยหรือคนท้องถิ่นเข้ามาที่ระมิงค์ทีเฮ้าส์ เราอยากให้ทุกคนเข้ามาชม มาถ่ายรูปสถาปัตยกรรมโบราณหลังนี้ ไม่ต้องเข้ามาดื่มชาหรือกินข้าวก็ได้ เรายินดีต้อนรับ”

Raming Tea House ร้านน้ำชาจากไร่ชาออร์แกนิกในบ้านโคโลเนียล 107 ปี บนถนนท่าแพ เชียงใหม่

ถ้าใครมานั่งจิบชาที่ระมิงค์ทีเฮ้าส์ จะได้ดื่มด่ำกับความดั้งเดิมในทุกสัมผัส รวมถึงการเสิร์ฟชาด้วยเครื่องเคลือบศิลาดล เซรามิกสีเขียวไข่กาแตกลายงา งานช่างฝีมือเก่าแก่ตั้งแต่สมัยล้านนา ซึ่งทุกวันนี้หาคนทำยากมาก และระมิงค์ทีเฮ้าส์ยังเสิร์ฟอาหารที่หากินที่อื่นไม่ได้ เช่น เมี่ยงหมูย่างใบชาสด ผัดไทยและสปาเกตตี้ที่ใช้ใบชาเป็นเบสในการทำซอส ทุกเมนูมีส่วนผสมของใบชาที่ช่วยเพิ่มรสอูมามิ รวมทั้ง ‘สโคนข้าวก่ำ’ กินคู่ ‘คาเวียร์กาแฟ’ แกล้มแยมมะม่วง แยมเสารสสไตล์โฮมเมด จิบคู่กับชาหอม ๆ หรือลิ้มลองชาสูตรพิเศษที่ใช้ใบชายอดแรกของฤดูกาล ให้แร่ธาตุแบบเน้น ๆ และให้รสชาติที่ดีที่สุดของปี 

ลิ้มลองชารสชาติบริสุทธิ์ที่ Raming Tea House เติบโตท่ามกลางธรรมชาติในป่าเก่าแก่ของไทย ในบ้านโคโลเนียลและสวนอังกฤษใจกลางเชียงใหม่

สำหรับคนที่สนใจอยากเรียนรู้เรื่องชาอย่างลึกซึ้ง แนนเปิดโรงเรียน Asian School of Tea – Thailand เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้เรื่องชาในทุกมิติ รวมทั้งสอนให้เข้าถึงวัฒนธรรมการปลูกชาออร์แกนิก และยกระดับชาของไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านคอร์สเรียนหลากหลายรูปแบบ ทั้งคอร์ส Tea Connoisseur สำหรับเตรียมตัวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องชา โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน เรียนรู้การใช้ประสาทสัมผัสในการแยกแยะกลิ่น-รส การดื่มชาและชงชาในแบบต่าง ๆ ส่วนคอร์ส Tea Tasting & Blending Masterclass สอนการใช้ศาสตร์และศิลป์ เล่นแร่แปรธาตุเพื่อเบลนด์ชาให้เป็นเอกลักษณ์และสร้างเมนูของตัวเอง และคอร์ส Tea Sommelier หลักสูตรเจาะลึกที่เรียนรู้เฉพาะชาแบบครบถ้วน รวมทั้งการใช้เครื่องมือชงชา การเตรียมชา การชงชาให้รสชาติดี เหมาะสำหรับคนที่อยากเสิร์ฟชาในร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม สอนโดยผู้เชี่ยวชาญคนไทยและต่างชาติที่มีประสบการณ์ในวงการชากว่า 20 ปี

ลิ้มลองชารสชาติบริสุทธิ์ที่ Raming Tea House เติบโตท่ามกลางธรรมชาติในป่าเก่าแก่ของไทย ในบ้านโคโลเนียลและสวนอังกฤษใจกลางเชียงใหม่

“โดยส่วนตัว แนนชอบเรียนรู้เรื่องชาและวัฒนธรรมของประเทศอื่น ๆ เพราะการเรียนรู้เรื่องชาไม่มีที่สิ้นสุด เราพบว่าโรงเรียนสอนชาของฝรั่งมีหลายแห่ง แต่โรงเรียนที่พาไปดูแหล่งปลูกด้วยมีน้อยมาก เพราะเขาไม่มีแหล่งชาของตัวเอง ไม่มีการสอนการเก็บชา วิธีการดูสายพันธุ์ชาต่าง ๆ มีแค่การเรียนทฤษฎีในห้องสี่เหลี่ยม เรามีไอเดียว่า ในเมื่อเรามีแหล่งชาที่เปรียบเสมือนแหล่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เราก็น่าจะเปิดโรงเรียนที่เผยแพร่และส่งต่อความรู้เรื่องชา เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้หายไป”

ทุกวันนี้เราเห็นคาเฟ่กาแฟมากกว่าร้านชา แต่หากมองในระดับโลก แนนบอกว่าชาเป็นเครื่องดื่มที่คนนิยมเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำเปล่า ในประเทศใหญ่ ๆ อย่างจีนหรืออินเดีย คนส่วนใหญ่ไม่ได้จิบชาเพียงวันละ 1 หรือ 2 แก้วแบบกาแฟ แต่เขาดื่มชากันทั้งวัน และถือเป็นส่วนหนึ่งของประเพณี-วัฒนธรรมด้วย

“เพราะการดื่มชาคือการดื่มวัฒนธรรม ในชามีเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และมีจิตวิญญาณของคนปลูก” แนนตบท้ายก่อนชวนเราจิบอาฟเตอร์นูนทีในสวนสวยที่ซ่อนตัวอยู่ในระมิงค์ทีเฮ้าส์แห่งนี้

ลิ้มลองชารสชาติบริสุทธิ์ที่ Raming Tea House เติบโตท่ามกลางธรรมชาติในป่าเก่าแก่ของไทย ในบ้านโคโลเนียลและสวนอังกฤษใจกลางเชียงใหม่

Raming Tea House Siam Celadon

ที่ตั้ง : 158,162 ถนนท่าแพ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 0 5323 4518, 09 3134 3341

Facebook : Raming Tea House Siam Celadon

Writer

Avatar

นันทรัตน์ สันติมณีรัตน์

นักเขียนฟรีแลนซ์ที่ชอบทดลองทำหลายอาชีพ

Photographer

Avatar

ศรีภูมิ สาส่งเสริม

ช่างภาพเชียงใหม่ ชอบอยู่ในป่า มีเพื่อนเป็นช้าง และชาวเขาชาวดอย

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load