4 พฤษภาคม 2562
5.65 K

ตราไปรษณียากร หรือ ‘แสตมป์’ เป็นหนึ่งในเครื่องบันทึกภาพประวัติศาสตร์

ไปรษณียบัตรในสมัยก่อนทำหน้าที่คล้ายจดหมายเหตุ เพราะมีระบุทั้งวัน เวลา สถานที่ เหตุการณ์ นอกจากตัวอักษรที่เขียนอยู่แล้ว ก็มีรูปที่อยู่บนแสตมป์นั่นเอง หรือของสิ่งใดที่หาดูได้ยาก เช่นโบราณวัตถุ หรือสัตว์สูญพันธุ์ ก็มักจะถูกบันทึกไว้เป็นลวดลายบนแสตมป์

สำหรับประวัติศาสตร์ไทยก็เช่นกัน หากลองค้นดูจะพบว่าที่ผ่านมามีแสตมป์ที่เกี่ยวเนื่องในรัชกาลที่ 10 มามากถึง 11 ชุดแล้ว โดยแต่ละชุดทำหน้าที่บันทึกความทรงจำตามพระราชวโรกาสสำคัญต่างๆ ตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์

เมื่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์กำลังจะมาถึง นั่นคือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไปรษณีย์ไทยย่อมพลาดไม่ได้ ต้องออกแสตมป์ที่ระลึกสำหรับบันทึกเหตุการณ์นี้ด้วย The Cloud จึงขอร่วมเฉลิมฉลองผ่านการชวนคุณย้อนกลับไปดูแสตมป์ชุดต่างๆ ของไปรษณีย์ไทย ก่อนจะพาไปรู้จักแสตมป์ดวงใหม่สำหรับพระราชพิธีครั้งนี้ด้วย

ขอเชิญรับชม

 

01

ชุดที่ระลึกทรงบรรลุนิติภาวะ

28 กรกฎาคม 2515

พิมพ์ด้วยเทคนิค Photogravure ไกลถึงสำนักพิมพ์ของรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น

แสตมป์ ร. 10

 

02

ชุดที่ระลึกวันสถาปนามกุฎราชกุมาร

28 ธันวาคม 2515

ลักษณะ เทคนิค และที่พิมพ์ เหมือนชุดที่ 1 ทุกประการ เพียงแต่เปลี่ยนสีพื้นหลังเท่านั้น

แสตมป์ ร. 10

 

03

ชุดที่ระลึกเนื่องในวโรกาสคล้ายวันสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

28 ธันวาคม 2542

พระบรมรูปที่ปรากฏนำมาจากพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธยพระองค์ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2515

แสตมป์ ร. 10

 

04

ชุดที่ระลึกฉลองวันพระราชสมภพครบ 4 รอบ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

28 กรกฎาคม 2543

พระบรมรูปในฉลองพระองค์เครื่องแบบทหาร ด้านข้างมีภาพพระราชกรณียกิจเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงหว่านข้าวที่จังหวัดสุพรรณบุรี

แสตมป์ ร. 10

 

05

ชุดที่ระลึก 50 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

28 กรกฎาคม 2545

แสตมป์ ร. 10

 

06

ชุดที่ระลึก 60 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

28 กรกฎาคม 2555

แสตมป์ ร. 10

 

07

ชุด 64 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

28 ก.ค. 2559

นำเสนอพระฉายาลักษณ์ในกิจกรรม Bike for Mom ‘ปั่นเพื่อแม่’ วันที่ 16 สิงหาคม 2558 และ Bike for Dad ‘ปั่นเพื่อพ่อ’ วันที่ 11 ธันวาคม 2558 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อม 2 ภาพวาดฝีพระหัตถ์ ซึ่งได้รับพระราชทานภาพต้นแบบมาจัดพิมพ์แสตมป์

แสตมป์ ร. 10

 

08

ชุด 65 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

28 กรกฎาคม 2560

พระฉายาลักษณ์พระราชทานในฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ บนพื้นภาพสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ พร้อมข้อความบรรยาย เพิ่มเทคนิคปั๊มฟอยล์ทองบริเวณคำบรรยาย ชื่อชุด ชนิดราคา และคำว่าประเทศไทย

แสตมป์ ร. 10

 

09

ชุด 66 พรรษาฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

28 กรกฎาคม 2561

แสตมป์ ร. 10

 

10

แสตมป์พระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

28 กรกฎาคม 2561

ออกมาพร้อมชุดที่ 11 แต่ชุดนี้เป็นแสตมป์ทั่วไป ไม่ใช่แสตมป์ที่ระลึก มี 12 ชนิดราคา ไล่ตั้งแต่ 1 บาทไปถึง 100 บาทต่อดวง โดยราคาหลักหน่วยจะพิมพ์สีเดียว แต่หลัก 10 ขึ้นไปพิมพ์สองสี ใช้เทคนิคปั๊มดุนนูนกรอบภาพวงรีและลวดลายไทย และชนิดราคา 50 บาท กับ 100 บาท มีความพิเศษคือ ปั๊มฟอยล์แดงและฟอยล์ทองตามลำดับ ถือเป็น ‘แสตมป์พระฉายาลักษณ์’ ชุดแรกแห่งรัชกาลปัจจุบัน

แสตมป์ ร. 10

 

11

แสตมป์ที่ระลึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

แสตมป์ชุดล่าสุดนี้ ออกเผยแพร่ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 โดยเชิญพระฉายาลักษณ์พระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารบกเต็มยศ ประกอบอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และภาพพระบรมมหาราชวัง แสตมป์กำหนดเป็นชนิดราคา 10 บาท จัดพิมพ์จำนวน 3 ล้านดวง

แสตมป์ ร. 10

หากสังเกตเทียบกันดูจะพบว่ารูปแบบคล้ายคลึงกับเมื่อครั้งจัดสร้างแสตมป์ที่ระลึกบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2493

ความพิเศษของแสตมป์ชุดนี้ คือการจัดพิมพ์บนกระดาษฟอยล์เงินกระจก ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่จะทำให้ภาพตราไปรษณียากร มีความสดใส เปล่งประกายสวยงาม แวววาว สมพระเกียรติเนื่องในการพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ นับว่าเป็นครั้งแรกของวงการตราไปรษณียากรไทยเลยที่ใช้เทคนิคนี้

ความพิเศษไม่ได้มาง่ายๆ บริษัทไปรษณีย์ไทยต้องส่งกระดาษที่ใช้พิมพ์ไปเคลือบฟอยล์เงินกระจกที่ประเทศอังกฤษก่อน แล้วเคลือบทับด้วยฟิล์มใสอีกชั้นหนึ่งที่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อทำให้เกิดความเงาสะท้อนแสงเหมือนกระจก

นอกจากนั้น ยังพิมพ์ด้วยสี 5 สี คือฟ้า เหลือง แดง ดำ และขาว ทำให้ภาพมีสีสด โดยเฉพาะคำว่า ‘บรมราชาภิเษก ๒๕๖๒ CORONATION 2019’ และคำว่า ‘บาท BAHT’ ที่พิมพ์สีขาวให้โดดเด่น รวมถึงพิมพ์สีทองปั๊มดุนนูนที่อักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. คำว่า ‘ประเทศไทย THAILAND’ และตัวเลข 10 ปั๊มดุนนูนบริเวณพระฉายาลักษณ์ และพิมพ์ลายเส้นสีทองบริเวณพระปรางค์เจดีย์

หากใครสนใจแสตมป์ชุดนี้ จะมีวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม เป็นต้นไป ที่ไปรษณีย์ทั่วประเทศเลย

 

ภาพ : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2565
4.65 K

เบื้องหลังคลองภักดีรำไพที่ทอดยาวเลียบไปกับถนน คือทิวทัศน์ของภูเขาและหนึ่งฟ้ากว้างเคล้ากับหมอกจาง ๆ ที่มองแล้วรู้สึกสงบใจ ใครจะคิดว่าวิวนี้มองเห็นได้จากศูนย์การค้าอย่าง ‘เซ็นทรัล จันทบุรี’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ศูนย์การค้าแห่งนี้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดจันทบุรี ที่รุ่มรวยทั้งวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ อย่างภูเขา น้ำตก ทะเล ผลไม้เมืองร้อน ไปจนถึงอัญมณี ราวกับเป็น Hidden Gem แห่งภาคตะวันออกที่รอการเจียระไนให้เฉิดฉาย 

เซ็นทรัลพัฒนาจึงปักหมุดพื้นที่กว่า 40 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยมีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และคอนเวนชันฮอลล์สำหรับจัดงานแสดงสินค้าและงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยมีโจทย์คือทำอย่างไรให้เชื่อมโยงพื้นที่จากภายในอาคารสู่ภายนอกอาคารได้อย่างลื่นไหล กลมกลืน รวมทั้งใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเกิดเป็นศูนย์การค้าแบบ Semi-outdoor ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกิน เที่ยว ช้อปปิ้งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ 

ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ คือดีไซน์ที่ไม่ป่าวประกาศว่าเป็นอาคารหน้าใหม่ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในจังหวัดจันทบุรี หากเป็นการผสมผสานความทันสมัยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว รวมถึงการออกแบบพื้นที่ให้โอบรับกับวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายช่วงวัย 

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เสน่ห์เมืองจันท์ที่แทรกซึมอยู่ในการออกแบบ

ถ้ามีใครถามหาคู่มือ ‘รู้จักจันทบุรีฉบับรวบรัด’ เราคงแนะนำให้เดินทางมายังเซ็นทรัล จันทบุรี เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนการรวบรวมเอาความรุ่มรวยของทั้งจังหวัด มาไว้ในการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Charming Chanthaburi’ หรือ ‘มหัศจรรย์จันทบุรี’ 

หากมองจากภายนอกตัวอาคาร เราจะพบสัญลักษณ์ของเมืองจันท์อย่าง Art Feature กระต่ายสีขาวแสนน่ารักในหลากหลายอิริยาบถรอบ ๆ ศูนย์การค้า ชวนให้เรารู้สึกสดใสและอบอุ่นหัวใจในเวลาเดียวกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนบริเวณด้านหน้า เราจะเห็นฟาซาด (Façade) หรือองค์ประกอบด้านหน้าของอาคาร เป็นสีน้ำตาลอิฐที่มีรูปทรงโค้งมนซ้อนทับกันหลายชั้น โดยลวดลายดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายเสื่อจันทบูร ผสมผสานกับประกายของอัญมณีเมืองจันท์

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน เราจะพบว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของอาคารเป็นแบบเปิดโล่งหรือ Semi-outdoor เพื่อรับแสงและลมธรรมชาติ โดยตัวอาคารค่อนข้างโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย เมื่อรวมกับวัสดุกึ่งปูนกึ่งไม้ ยิ่งได้กลิ่นอายของบ้านเรือนในชุมชนริมน้ำจันทบูร แต่ความละเอียดของสถาปัตยกรรมดังกล่าวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อมองลึกลงไปจนถึงดีเทลเล็ก ๆ อย่างเสาบริเวณชั้น 1 จะเห็นว่าเสาถูกตกแต่งด้วยเสื่อจันทบูรลายเก๋ ตลอดจนลายกระเบื้องบริเวณศูนย์อาหาร (Food Patio) ก็มีการเลือกใช้สีสันและแพตเทิร์นที่คล้ายกับเสื่อกกเช่นกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงจันทบุรี คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรสชาติผลไม้เมืองร้อน อย่างเงาะ มังคุด ทุเรียน หรือลองกอง ซึ่งความน่ารักของบริเวณชั้น 2 คือ โซนสำหรับนั่งพักที่บ่งบอกถึงความเป็นจันทบุรี ผ่านเฟอร์นิเจอร์สีสวยดีไซน์สร้างสรรค์ โดยเฉพาะเก้าอี้รูปทรงทุเรียนและมังคุดสุดมินิมอล ราวกับเป็นผลงานศิลปะที่นั่งได้จริง

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

คงกลิ่นอายความเป็นชุมชน

นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงท้องถิ่นแล้ว สิ่งที่ทำให้เซ็นทรัล จันทบุรี โดดเด่น คือการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยชูอัตลักษณ์ของดีแห่งจันทบุรี นำร้านรวงและสินค้าท้องถิ่นมาเปิดขายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของดีเมืองจันท์ ในงานสีสันจันทบูร ร้านกาแฟคราฟต์ของนักธุรกิจท้องถิ่นรุ่นใหม่อย่าง กาแฟบ้านทวด และ ‘โซนพลอยจันท์’ ที่เต็มไปด้วยร้านอัญมณีชื่อดังของจังหวัด

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

‘ตลาดจริงใจ’ ที่มีผักและผลไม้จากสวนในท้องถิ่น เช่น มะปี๊ดหรือส้มจี๊ด หน่อไม้ มังคุด ลองกอง เงาะ ฯลฯ ส่วนบริเวณ Semi-outdoor ของชั้น G ก็ได้รวมเอาของดีจาก 10 อำเภอดังมาจัดจำหน่ายอีกด้วย

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนภายนอกอาคาร ยังมี ‘จุดชมจันท์’ ที่มองวิวบริเวณคลองภักดีรำไพได้แบบ 360 องศา โดยชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่ ‘Seed Of Siam’ คาเฟ่ที่ตั้งใจจะฟื้นคืนกาแฟจันทบูรที่เคยห่างหายไปนับร้อยปี ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟจันทบูร คือรสช็อกโกแลตที่จิบแล้วมีรสหวานตบท้าย เรียกว่าเป็นอีกโซนหนึ่งที่ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศและรสชาติในแบบฉบับของเมืองจันท์เลยทีเดียว

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เซ็นทรัล จันทบุรี ยังจ้างงานคนท้องถิ่นมาทำงานในศูนย์การค้า เปิดโอกาสให้ชาวจันทน์ที่ต้องไปทำงานต่างบ้าน ได้มีโอกาสกลับมาทำงานในจังหวัด ดูแลท้องถิ่น และสร้างความรู้สึกให้ชุมชนได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดตัวเอง

พื้นที่สาธารณะที่โอบรับคนทุกวัย

อีกจุดเด่นของเซ็นทรัล จันทบุรี คือพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์ผู้คนทุกช่วงวัย โดยภายในอาคารจะมี ‘บ้านชานจันท์’ Co-working Space ร้านกึ่งคาเฟ่สำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ ถัดไปไม่ไกลจากบริเวณนั้นยังมีสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่เด็ก ๆ เข้าไปปีนป่ายเล่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เมื่อเดินออกมาจากโซน Semi-outdoor เราจะพบพื้นที่กว่า 4 ไร่ที่ถูกพัฒนามาเป็น ‘สวนเพลิน’ เพื่อตอบโจทย์การพักผ่อนหย่อนใจของชาวจันทบุรี สำหรับคนที่อยากนั่งเงียบ ๆ ก็มี ‘เรือนจันทบูร’ ให้หย่อนใจทอดสายตามองวิวแม่น้ำและภูเขา ส่วนสายออกกำลังกาย ที่นี่มีทั้งลู่วิ่งรอบสวน ความยาวกว่า 400 เมตร จุดจอดจักรยาน ลานสเกตบอร์ด สนามบาสเกตบอล เครื่องออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น ไปจนถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
เรือนจันทบูร
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
สวนเพลิน

ถัดจากโซนสัตว์เลี้ยง คือบริเวณ ‘ลานอินจัน’ ที่ตั้งชื่อตามต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี โดยลานนี้จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ความพิเศษคือท่ามกลางไม้ดอกไม้ประดับ เราจะเห็นต้นอินจันและผลไม้ท้องถิ่นอย่างมะปี๊ด มังคุด และทุเรียน ปลูกแซมอยู่ภายในสวน เพื่อรอวันให้เราได้ยลโฉม (และอาจจะได้ลิ้มรส) เมื่อต้นไม้เหล่านี้ผลิดอกออกผลเต็มที่

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

หากย้อนกลับมามองในภาพรวมของเซ็นทรัล จันทบุรี เราจะไม่ได้เห็นเพียงผู้คนที่ก้าวเข้ามาซื้อสินค้าและบริการเท่านั้น แต่เราจะเห็นผู้มาเยือนที่ได้ทำความรู้จักจังหวัดนี้ผ่านดีไซน์และร้านรวงต่าง ๆ ได้เห็นเด็ก ๆ กำลังเล่นสนุก วัยรุ่นมาถ่ายรูปเช็กอิน วัยทำงานมาใช้พื้นที่ Co-working Space ครอบครัวพาเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นออกกำลังกาย เพราะนอกจากการเป็นศูนย์การค้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่แห่งนี้ยังเชื่อมต่อผู้คนมากหน้าหลายตาให้เข้ามาใช้ชีวิต และสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรีได้อย่างเต็มอิ่ม

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load