หมอกควันเริ่มจางลง ได้เห็นฟ้าใสๆ ในตอนเช้า และก้อนเมฆในตอนเย็นที่ชัดขึ้น ลมหายใจของเราทุกชีวิตขึ้นอยู่กับต้นไม้ทั้งหลายบนภูเขาจริงๆ

คงไม่ใช่ใครอื่นที่ต้องรับผิดชอบกับปัญหาหมอกควันและมลพิษที่เกิดขึ้น เราทุกคนบนโลกใบนี้นี่เองที่มีส่วนสร้างปัญหาจากการอยู่การกินในทุกๆ วันของเรา

ทุกครั้งที่เรากินลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยว เราได้ตัดต้นไม้ลงอย่างไม่รู้ตัว หมูไก่เป็ดจากโรงงานขนาดใหญ่ต้องการอาหารจำนวนมาก และการปลูกข้าวโพดแบบเกษตรเชิงเดี่ยวต้องการพื้นที่จำนวนมหาศาลในการผลิตอาหารป้อนให้โรงงานเหล่านั้น ก่อนจะเข้าปากเราอีกที

ยุคสมัยที่พาเราเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองมากขึ้นทำให้ประชากรบนโลกส่วนหนึ่งสูญเสียเวลาและความสามารถในการผลิตอาหารเอง เราจึงต้องมีคนปลูกผักแทนเรา เลี้ยงสัตว์ขายเนื้อให้เรากิน แต่พวกเขาไม่ใช่เกษตรกรรายเล็กหรือนักปลูกผักในเมือง พวกเขาเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่อาสาเลี้ยงดูเรา

ทุกครั้งที่ลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยวถูกเรากัดกิน เราจึงกลืนกินผืนป่าลงไปด้วย เราได้ช่วยกันอุ้มชูคนเพียงหยิบให้ร่ำรวยขึ้นและผืนป่าก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยลง ส่วนเราก็ก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อความอยู่รอดต่อไป

ลูกชิ้นที่กลิ้งตกพื้น สะเทือนไปทั้งแผ่นดิน!

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

อเมริกันดรีม ฝันของเราหรือหรือฝันของใคร

ทุกปีมักจะมีไฟป่าเกิดขึ้นเสมอ ถึงแม้จะมีการทำแนวกันไฟก็ตามที ขณะนี้หลายชุมชนชาวบ้านกำลังต่อสู้กับไฟที่ลุกลามในหลายพื้นที่อย่างไม่ลดละ เพื่อให้ลำธารน้อยใหญ่ในภูเขายังไหลไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยา และต้นไม้ที่ยืนเด่นตระหง่านเป็นสักขีพยานว่าคนคือส่วนหนึ่งของป่าและดูแลป่าได้ ต้นไม้ไม่เคยลดละที่หยุดผลิตออกซิเจนให้เรา ยังคงมอบความรักให้เราเหมือนยังเชื่อในตัวมนุษย์ตัวเล็กๆ ว่า ทางออกและความหวังยังมีเสมอ เพียงแต่พวกเราอาจจะต้องฟังเสียงของป่า

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ในโอกาสที่มาเมืองไทย มานิช เจน และ มาดุร์ แวะมาหาผม หลังจากที่เราพบกันครั้งสุดท้ายที่เมืองราชาสถาน เมื่อ 8 ปีที่แล้ว มานิช เจน วัย 50 ปี เติบโต เล่าเรียน และทำงาน ในอเมริกากว่า 25 ปี เขาเคยทำงานในธนาคารโลก โครงการเอดส์แห่งประชาชาติ องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก และองค์กรขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง

วันหนึ่งเขาค้นพบว่าเขาไม่ได้มีความสุขนักที่อเมริกา เพราะเขาเห็นความไม่ชอบมาพากลของระบบที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะความทุกข์ใจของคนในสังคมที่กระหายความสำเร็จ เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านและก่อตั้งสร้างมหาวิทยาลัยสุวาราช มหาวิทยาลัยผิดกฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ของเขา ความฝันของเขาคือ อยากสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างความตระหนักรู้ถึงพิษภัยของระบบการศึกษากระแสหลัก และการตั้งคำถามกับโครงสร้างของระบบทั้งหลายที่เราควรได้พูดถึงอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่จะปักใจเชื่อในอะไรสักอย่าง

มานิชเติบโตมากับการนับถือศาสนาเจน เขาจึงไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่กินแม้กระทั่งหัวเผือก หัวมัน กระเทียม หัวหอม หรือพืชที่ต้องถูกกระชากออกมาจากดิน ตามหลักความเชื่อของศาสนาเจน พืชเหล่านี้คือสิ่งมีชีวิต ส่วนมาดุร์ หนุ่มวัย 24 ปีดูจะเคร่งน้อยลงมาหน่อย

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

‘น้ำกินที่นี่มาจากไหน’ พี่มานิชถาม

เราไปดูต้นน้ำที่ชาวบ้านหนองเต่าช่วยกันดูแลกัน ตอนนี้น้ำยังคงไหลตามปกติ หน้าร้อนจะมีน้ำน้อยลงแต่ก็เพียงพอสำหรับชุมชน พวกเรานั่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น มีเสียงลำธารและนกร้องให้ความผ่อนคลายกับเรามากทีเดียว 3 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราเดินเท้าเปล่ากลับ มีหนามทิ่มแทงฝ่าเท้าบ้างระหว่างทาง แต่ก็มันคุ้มค่าทุกครั้งเสมอ อาจจะเพราะเราทุกคนคือคนป่า คนที่ต้องอาศัยป่าในการหายใจ น้ำและอาหารที่มาจากดิน และพลังจากป่านั้นพิเศษเหลือเกิน

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

เรากลับมานั่งคุยกันต่อที่บ้าน มานิชเล่าให้ฟังว่า ปัญหาที่เรากำลังเผชิญมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าคือ เราถูกล่าอาณานิคมทางความคิด ถูกทำให้ไม่เป็นอิสระอีกต่อไป เราต้องไปโรงเรียนที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน สอนให้เราตักตวง เอาเปรียบ และเราทั้งหลายต่างกำลังเล่นเกมเก้าอี้ดนตรีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ระบบการศึกษากระแสหลักสามารถเป็นระบบอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุดได้เลย

เรารู้สึกสั่นคลอนและไม่มั่นคงเมื่อไหร่ที่เราไม่มีเงิน เราอยู่ในสังคมที่ไม่ไว้ใจกัน นี่คือสิ่งที่มานิชเรียกว่า อเมริกันดรีม โลกแห่งความฝันที่เราทุกคนกำลังเข้าไปเรียนรู้มัน ออกมาจากความฝันนี้ให้ได้โดยเร็ว

เขามองไปที่ภูเขาพลางเล่าต่อว่า ต้นไม้เหล่านั้นอาจจะกำลังบอกว่าให้เรายิ้ม ต้นไม้อาจกำลังหัวเราะ และกำลังเชียร์เราให้ไม่หมดหวังในตัวมนุษย์ มนุษย์ต่างหากที่หมดหวังในตัวเอง ต้นไม้อาจกำลังบอกเราว่าอย่าวิตกจนเกินไป หัวเราะออกมา

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

มานิชยังมีความหวังกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ถึงแม้เปลือกนอกของวัฒนธรรมดั้งเดิมอาจจะเปลี่ยนไป หรือหล่นหายไปบ้าง แต่สิ่งยืนยันว่าแก่นของภูมิปัญญาท้องถิ่นยังอยู่เราสามารถดูได้จากชุมชนที่สงบ ปลอดภัย การให้ การแบ่งปันช่วยเหลือกัน การไว้วางใจกัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เรายังได้เห็นต้นไม้ แม่น้ำที่ยังคงไหลไม่ขาดสาย ยังคงมีชีวิตอยู่กับเรา

มานิชเล่าต่อว่า ชีวิตคือของขวัญจากธรรมชาติงดงามและศักดิ์สิทธิ์เสมอ เมื่อเรากลับมาสร้างสังคมแห่งการเป็นผู้ให้ เราจะค้นพบความสุขอีกครั้ง เมล็ดพันธ์ุแห่งการให้อยู่ข้างในเราทุกคน

การให้ คือเทคโนโลยีเก่าแก่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณที่เราต้องให้ความสนใจ เพราะมันคือการเชื่อมเราเข้าด้วยกันอีกครั้ง

ทุกวันนี้มานิชถูกเชิญให้ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่บ่อยๆ ในเวทีนานาชาติ เขาบอกว่าสิ่งที่เขาพูดอาจจะสุดโต่ง แต่นั่นจะทำให้คนได้เห็นทางสายกลางจริงๆ บ่อยครั้งการประนีประนอมเกินไปไม่ได้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง แต่เจตนาลึกคือการสร้างพื้นที่การพูดคุยให้เกิดขึ้นให้มากที่สุด ถึงแม้เราอาจจะเห็นต่างและโต้เถียงกันบ้าง แต่เมื่อการพูดคุยจบลง ก็ควรกอดกันเพื่อให้เมล็ดพันธ์แห่งการพูดคุยได้เติบโตต่อไป มานิชทิ้งท้าย

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ความฝันเก่าๆของคนรุ่นใหม่

มาดุร์ วัย 24 ปี หลังจากจบมัธยมปลาย เขาตัดสินใจหยุดเรียนและพาตัวเองออกเดินทางตามภาคในอินเดีย เขาเชื่อว่ามันจะทำให้เขาได้พบกับสิ่งที่เขาแสวงหาจริงๆ หลังจากผ่านไป 2 ปีเขาตัดสินใจกลับมาช่วยพ่อที่ลาออกจากการสอนในมหาวิทยาลัยด้วยวัย 45 ปี เพราะเบื่อและอยากใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่มีทำในสิ่งตัวเองรักและเป็นประโยชน์จริงๆ

ครอบครัวของมาดุร์เปิด Sehatvan Bhopal ศูนย์สุขภาพองค์รวมที่ให้การเยียวยาฟื้นฟูผู้ป่วยที่เน้นการหลักการทำงานของธรรมชาติ เชื่อในความสามารถของร่างกายที่มีระบบฟื้นฟูตัวเอง ศูนย์ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ถึงแม้ผู้มารับการรักษาส่วนใหญ่เป็นวัยกลางคนและผู้ใหญ่ แต่กลุ่มเป้าหมายที่ทางศูนย์อยากทำงานด้วยมากที่สุดคือ คนรุ่นใหม่ เพื่อให้พวกเขาได้เตรียมตัวเองในการป้องกันตัวเองจากการเจ็บป่วยต่างๆ ซึ่งเกิดจากการบริโภคและการใช้ชีวิตที่ที่เปลี่ยนไป

หลักคิดสำคัญของศูนย์คือ ลดการพึ่งพาการใช้ยาทั้งแผนปัจจุบันและสมุนไพรในการรักษา และหันกลับมาเชื่อมั่นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายมีความสามารถในการเยียวยาตัวเอง สิ่งที่เราทำได้เลยคือการนำภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนกลับมาใช้ เช่น การพาตัวเองกลับไปหาธรรมชาติ การให้ความสำคัญกับเรื่องอาหาร การกิน ให้ร่างกายได้ทำงานอยู่เสมอ การดูแลจิตใจให้เบิกบาน

ปัจจัยเสี่ยงที่เรากำลังเผชิญทุกวันนี้คือ

  1. ทัศนคติในการใช้ชีวิต ความคิดความเชื่อที่เราต้องสะสม ต้องการเป็นคนที่มั่งมี จะทำให้เรากลัวที่จะสูญเสีย ซึงส่งผลทางจิตและส่งเสริมให้เรามีพฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพต่อของเรา
  2. สารเสพติดในอาหาร อาหารจำนวนมากที่เราบริโภคทุกวันนี้ทุกผลิตมาเพื่อให้ถูกปากเราจนเราไม่สามารถหยุดกินได้ บริษัทที่ผลิตอาหารจงใจให้เราติดใจรสชาติอาหาร เพื่อจะได้ขายทำกำไรโดยมีร่างกายของเราเป็นเดิมพัน สาเหตุการเสียชีวิตของมนุษย์มาจากการกินมากกว่าการก่อการร้ายเสียอีก
  3. อินซูลิน ฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนน้ำตาลในร่างกายให้เป็นไขมัน ถ้าเราบริโภคน้ำตาลมากร่างกายก็จะผลิตอินซูลินมากขึ้นซึ่งส่งผลทำให้เกิดโรคอ้วนตามมาและโรคอื่นก็จะตามมาในภายหลัง

อาการป่วยส่วนใหญ่ที่ทางศูนย์กำลังให้การรักษาคือความดัน เบาหวาน ไทรอยด์ การลดน้ำหนัก รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่างๆ รวมถึงการให้คำแนะนำด้านสุขภาพ มาดุร์อธิบายต่อว่า ปัญหาสุขภาพของเราทุกวันนี้คือ เรารักษาอาการของโรค อาการเจ็บป่วยต่างๆ โดยการใช้ยา แต่กลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การกิน การบริโภค สัตว์หลายชนิดมีความสามารถเปลี่ยนสีผิวตัวเองให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมนั้นๆ เพื่อความอยู่รอด แต่มนุษย์เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมมากกว่าการปรับตัว ซึ่งขัดต่อกลไกของธรรมชาติซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์และของโลกด้วยเช่นกัน

จีฟวัน หรือ ชีวัน ในภาษาฮินดีหมายถึง ชีวิต เมื่อดูความหมายของทั้งสองคำเราจะพบว่า

จีฟ หมายถึง สิ่งมีชีวิต

วัน หมายถึง ป่า

ป่าหรือธรรมชาติจึงเป็นรากฐานสำคัญของสรรพสิ่งทั้งหลายอย่างที่บรรพบุรุษได้กล่าวไว้กันว่า

ออ ที เก่อ ตอ ที เอาะ ก่อ เก่อ ตอ ก่อ

ได้กินจากป่า จงดูแลป่า ได้กินจากน้ำ ให้รักษาน้ำ

การใช้และรู้จักดูแลเป็นเทคโนโลยีเก่าแก่ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนและทันสมัย เหมือนความรักของต้นไม้ที่ยังล้ำสมัยเสมอ และเป้าหมายการมีชีวิตของต้นไม้นั้นสูงขึ้นตามกาลเวลาด้วยการให้อย่างไม่ลดละ การให้ทั้งชีวิตความหวังต่อมนุษย์และยังเชื่อมั่นว่ามนุษย์ก็มีความสามารถในการรดน้ำพรวนดินให้กับเมล็ดพันธ์ุแห่งการให้ได้เช่นกัน

ต่าบลึ๊

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

Writer & Photographer

โอชิ จ่อวาลู

นักการภารโรงที่ Lazy man College ผู้กำลังหัดเขียนเล่าเรื่อง

Lazy Man College

เรื่องราวการอยู่ร่วมกันของชาวปกาเกอะญอกับธรรมชาติ

เราจะพูดถึงความขี้เกียจปีละครั้ง

ปิดหมู่บ้านรอบสองได้หนึ่งเดือนเต็มๆ จนความรู้สึกของการหยุดนิ่งเอ่อล้นออกมามากมาย สองเท้าชักคันจนต้องหยิบกระเป๋าเป้ใบเก่า น้ำและเสบียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการเดินป่าหนแรกของปี มีโชค กระดิกหางให้สัญญาณว่าพร้อมแล้วเช่นกัน วันนี้เราตั้งใจจะไปเยี่ยมเขาลูกหนึ่งที่ห่างเหินกันมาหลายปีแล้ว ตอนนี้ได้ข่าวว่าต้นกุหลาบพันปีกำลังบานสะพรั่ง

ผมอยากเดินเท้าสำรวจป่าและสภาพร่างกายตัวเองที่แก่ขึ้นอีกหนึ่งปี และระหว่างทางอาจจะคิดอะไรออก เอาเข้าจริงความคิดที่เหมือนลิงกระโจนเข้าใส่เรามากมายในแต่ละวัน การเดินแล้วเอาความคิดออกไปก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน พวกพรานป่าเคยเล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่เขาชอบเข้าป่าเพราะมันสงบ ถึงแม้ไม่ได้ลั่นไก แต่ช่วงเวลาที่ได้เดินเหินไปตามภูเขาช่วยทำให้พวกเขามีความสุขไม่น้อยทีเดียว

เดินเท้าขึ้นยอดเขาไปดูดอกกุหลาบพันปีบาน ฟังตำนานความขี้เกียจแบบปกาเกอะญอ

เดินช้าๆ จึงเดินได้ไกล

ยังไม่ทันได้อบอุ่นร่างกาย ความชันมากกว่า 40 องศา คือจุดเริ่มต้นการเดินทางที่อ้าแขนต้อนรับเราด้วยความยินดี ในอดีตสันเขาตรงนี้เคยถูกแผ้วถางทางเผื่ออำนวยความสะดวกต่อการสัมปทานป่า ร่องรอยกว้างขวางขนาดทางรถยนต์จึงเห็นชัดเจน

เมื่อเดินสูงขึ้น มองลงไปด้านล่าง เราเห็นการมาถึงของฝุ่นควันได้ชัดเจน ซึ่งดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว มันมาเร็วกว่าเดิมถึงแม้ยังไม่มีไฟป่าเกิดขึ้น และยังไม่ถึงเดือนเมษายนเลย นั่นหมายความว่าไฟป่าอาจไม่ใช่สาเหตุหลักของ PM 2.5 ตอนนี้

เดินเท้าขึ้นยอดเขาไปดูดอกกุหลาบพันปีบาน ฟังตำนานความขี้เกียจแบบปกาเกอะญอ

เราเดินขึ้นไปอีก ทางเรียบบนเนินเขาสลับกับขึ้นและลง รอทดสอบความสามารถของปอดได้เป็นอย่างดี สักครู่ใหญ่รถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ ชาวม้งผ่านมา ผมได้รับเชิญให้ซ้อนท้าย มีโชควิ่งนำหน้าไปก่อน ระยะทางเพียง 50 เมตร ด้วยความเร็วของเครื่องยนต์ที่ทรงพลังกว่าหนังหุ้มกระดุกของมนุษย์ ผมคาดหมายว่ามันจะเป็น 50 เมตรที่สบาย

ผมซ้อนท้ายเพื่อนผู้ใจดี ขึ้นไปบนทางที่ต้องเลาะซ้ายที ขวาที บนไหล่เขา ล้อหน้าลอยขึ้นมาจากพื้นหลายครั้งให้หวาดเสียว ทางเป็นฝุ่นละเอียดเพราะนักบิดขึ้นมากันบ่อย ทำให้ล้อหมุนไม่สะดวกนักจนผมต้องโดดลงเพื่อช่วยเข็น ฝุ่นคลุ้ง เหงื่อไหลโชก และความหอบระดับพอดี คือสิ่งที่ผิดคาดอย่างมาก มีโชคขึ้นไปรอห้อยลิ้นอยู่ข้างบนแล้ว ความเร็วของเครื่องยนต์พ่ายแพ้ให้กับสัตว์สี่เท้าจนได้ ยังมีรถวิบากอีก 2 คันที่ล้มไม่เป็นท่า ถ้าในความเร็วมีความทุลักทุเล และมีความไม่แน่นอน การเดินเท้าช้าๆ เหมือนเต่าตลอดเส้นทางที่เหลือจึงน่าจะดีกว่า

เดินเท้าขึ้นยอดเขาไปดูดอกกุหลาบพันปีบาน ฟังตำนานความขี้เกียจแบบปกาเกอะญอ

มองลงไปด้านล่าง แปลงกะหล่ำและแปลงดอกไม้ของชุมชนพี่น้องม้งกำลังรอการเก็บเกี่ยว จากความหวังจะได้เงินก้อน หลายคนบ่นด้วยเสียงเดียวกันว่า ปีนี้ชาวสวนต่างบาดเจ็บกันไม่เบา ผักทั้งลำรถขายได้ไม่กี่พัน 

เดินเท้าขึ้นยอดเขาไปดูดอกกุหลาบพันปีบาน ฟังตำนานความขี้เกียจแบบปกาเกอะญอ

ผมว่าจะไม่คิดอะไรแล้ว แต่อยู่ดีๆ เรื่องของคนขี้เกียจก็เข้ามาทักทาย จอเกอะโดะ ผู้ไม่ขยันในนิทานของปกาเกอะญอ สำหรับผมแล้วเขาคือฮีโร่ ถึงแม้เขาดูจะช้าจนน่าอึดอัดใจเวลาผู้เฒ่าเล่าให้ฟัง

วันหนึ่งในฤดูฝน ต้นข้าวและพืชผักอื่นๆ ในไร่กำลังเติบโต เช่นเดียวกับหญ้าที่โตแข่งกับพืชไร่ แม่และภรรยาของจอเกอะโดะล่วงหน้าไปไร่ตั้งแต่เช้า จอเกอะโดะพึ่งตื่นและตามหลังไป กว่าจะถึงก็ใกล้เที่ยง เมื่อไปถึงกระท่อม แทนที่จะรีบจับคราดไปดายหญ้า จอเกอะโดะก็เอนกายลงนอนและเผลอหลับไปอย่างรวดเร็ว ตื่นขึ้นมาอีกที แม่และภรรยาก็กลับบ้านไปแล้ว

เย็นแล้ว ฝนยังตกปรอยๆ แดดสุดท้ายส่องมาที่กระท่อมของเขา จอเกอะโดะกระหายน้ำแต่ขี้เกียจไปตักกินในกระบอกไม้ไผ่ เขาตั้งใจเคลื่อนกายโดยยื่นหัวไปที่ชายคา หวังจะดื่มน้ำจากฝนที่ไหลลงตามชายคา

ขณะที่จอเกอะโดะอ้าปากและเม็ดฝนกำลังจะตกใส่ปาก รุ้งกินน้ำก็แย่งหยดน้ำของเขา เป็นอยู่แบบนั้นหลายครั้ง จนสุดท้ายจอเกอะโดะใช้ท่อนฟืนในกระท่อมฟาดเข้าไปที่สายรุ้ง มีเสียงอะไรบางอย่างตกลงพื้น เขาหยิบขึ้นมาดู มันคือเขี้ยวของรุ้งกินน้ำนั่นเอง

เดินเท้าขึ้นยอดเขาไปดูดอกกุหลาบพันปีบาน ฟังตำนานความขี้เกียจแบบปกาเกอะญอ

เขามองดูสิ่งโค้งที่อยู่ในมืออย่างสนใจ และคิดออกว่าน่าจะใช้ดายหญ้าได้ จอเกอะโดะออกจากกระท่อมเข้าไปในไร่ เขาลองดายหญ้าด้วยเขี้ยวของรุ้งกินน้ำ ปรากฏว่าเขาทำงานได้รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ

งานดายหญ้าเสร็จสิ้นลงในเวลาอันสั้น เขากลับบ้านด้วยหน้าตาที่อิ่มเอิบ เพราะจะมีเวลาพักผ่อนไปอีกหลายวัน แต่แม่และภรรยาของเขาไม่เชื่อ โอกาสที่จอเกอะโดะจะทำงานสำเร็จนั้นเท่ากับศูนย์ในความคิดของทั้งคู่ แต่มันก็คือความจริงที่ปรากฏให้เห็นในไร่

บังเอิญเกินไปที่คนที่ช้าและขี้เกียจอย่างจอเกอะโดะ จะได้รับของขวัญวิเศษอย่างไม่ตั้งใจ เพราะในโลกความเป็นจริง ช้าและขี้เกียจอาจมีมูลค่าเท่ากับศูนย์ นอกเสียจากโลกใบนี้ตั้งเป้าว่าเราจะค่อยๆ เดินไปด้วยกัน

ผู้เป็นใหญ่คือผู้ที่เป็นหนึ่งเดียวกับผืนป่า

ยอดเขาสูงโผล่ให้เห็นไกลๆ ผมพยายามไม่มองไปนั่น การมองไปที่เป้าหมายบ่อยๆ นอกจากจะทำให้เท้าคู่นี้อ่อนแรงได้แล้ว มันทำให้ลืมดูอะไรระหว่างทาง เช่น ต้นเฟิร์นป่าที่กำลังเปลี่ยนสี นกแซงแซวที่บินเฝ้าดูผู้มาเยือน หรือดินสีขาวที่เผยตัวเองออกมาจากการพังทลายของหน้าดินเมื่อฤดูฝนปีก่อน สิ่งเหล่านี้ไม่เคยมีค่าอะไรกับผู้ที่รีบเร่ง

ต้องขึ้นเนินอีกแล้ว มีโชคอาเจียนออกมา มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องเจ้าตูบบอกว่า เป็นไปได้ที่สุนัขจะอ่อนไหวต่อสภาพอากาศที่แย่ได้ง่าย ความสามารถการรับกลิ่นของสุนัขนั้นมากกว่ามนุษย์ถึงหนึ่งแสนเท่า มันจึงเป็นไปได้ว่าขณะที่เดินอยู่นี้ผมกำลังหายใจเอา PM 2.5 เข้าไปเต็มๆ

เดินเท้าขึ้นยอดเขาไปดูดอกกุหลาบพันปีบาน ฟังตำนานความขี้เกียจแบบปกาเกอะญอ

ก่อนสุนัขจะถูกเรียกขานด้วยชื่อแบบทุกวันนี้ พวกมันเคยมีชื่อว่า เส่อ ลู ทู แปลว่า ขันทอง ทุกครั้งที่มันได้ยินพระเจ้าเรียก มันทำทีเป็นไม่ได้ยิน เพื่อที่พระเจ้าจะเรียกมันว่าขันทอง หลายๆ ครั้ง จนกระทั่งพระเจ้าเริ่มรำคาญและสบถคำว่า ฉุ่ย ออกมา กลายเป็นชื่อเรียกเพื่อนแสนดีสี่ขาของมนุษย์จนถึงทุกวันนี้

ถึงแม้พยายามไม่มองยอดเขาที่เป็นจุดหมายปลายทาง แต่ผมก็คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะต้องไปให้ถึงตอนบ่าย 2 โมง ดูเหมือนเท้าทั้งสองข้างจะต้องป่ายปีนภูเขาอีกหลายลูก ก้อนเมฆช่วยบังแดดให้ทำให้ไม่ร้อนมาก การฝึกกลั้นหายใจ 1 นาทีช่วยในการหายใจในการเดินขึ้นเขาสูงชันได้ดีทีเดียว

บ่ายโมงกับ 59 นาที คือเวลาที่ใกล้เคียงมากกับเวลาที่คิดไว้ มียายคนหนึ่งเคยเล่าว่า ภูเขาที่นี่เคยมีคนพบเห็นฝูงม้าที่ควบด้วยมนุษย์ แต่ไม่เคยมีใครรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร มาจากไหน

อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าว่า เคยมีนายพรานหลงเข้าไปในป่า รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในหมู่บ้านแล้ว บ้างเล่าว่ามีคนเดินป่าเข้าไปตัดไม้ ครั้นจะออกมาก็หาทางกลับไม่เจอ กระทั่งขอโทษขอโพยต่อเจ้าป่าเจ้าเขาตรงนั้นจึงกลับออกมาได้

ผู้เฒ่ารุ่นก่อนเวลาเข้าป่าจะไม่กระทืบเท้า โยนก้อนหิน หรือพูดคุยเสียงดัง เพื่อแสดงความเคารพต่อผืนดินผืนป่าตรงนั้น บางทีเจ้าป่าเจ้าเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือนกหนูที่ท่องเที่ยวไปมาในบ้านของพวกเขา การอยู่เงียบมองดูนกนางแอ่นบินโฉบไปมาบนหน้าผา เป็นของขวัญวันพักผ่อนที่ดีมาก

โชคดีที่บนนี้ไม่มีใครขึ้นมาส่งเสียงดัง นอกจากมีโชคที่ตอนนี้นอนสลบอยู่บนความสูงเกือบ 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ผมได้ใช้เวลากับภูเขาตลอดช่วงบ่าย ราวกับได้รับอนุญาตให้เป็นเจ้าของภูเขาลูกนี้ หากแต่เป็นการครอบครองเพียงขณะหนึ่ง ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้นเลย

ดอกกุหลาบพันปีสีแดงกำลังบานสะพรั่งจริงๆ บางดอกโรยราไปแล้วหลังจากทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากฤดูหนาวอย่างสมบูรณ์แบบ

เดินเท้าขึ้นยอดเขาไปดูดอกกุหลาบพันปีบาน ฟังตำนานความขี้เกียจแบบปกาเกอะญอ

หลังจากใช้เวลาอยู่บนยอดดอยอันสงบที่สุดที่หนึ่งเท่าที่เคยเดินทางมา ก็ได้เวลากลับบ้าน การลงเขาเป็นช่วงเวลาที่เราจะรู้ตัวเองมากที่สุดว่าเราผ่านโลกมาเท่าไหร่แล้ว และทุกคนก็รู้ว่าความโรยราจะมาถึง แบบดอกกุหลาบพันปีดอกนั้นแน่นอน

แต่ผมสงสัยว่าทำไมนิทานคนขี้เกียจ ไม่มีตอนที่จอเกอะโดะจากโลกนี้ไป

หรือเป็นไปได้ไหมว่าความขี้เกียจคืออมตะ ถ้ามนุษย์บนโลกไม่ขยันอย่างที่เป็นเหมือนทุกวันนี้ โลกของเราอาจจะสงบสุขกว่าที่ควรจะเป็น ผมไม่ได้คิดเล่นๆ นะครับ ผมคิดมาตลอดและยังคิดต่อไป

แต่ถ้าเป็นแบบนั้น เราจะพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้อย่างไร ถ้ามีแต่คนขี้เกียจ

ผมไม่รู้เลยครับ ผมรู้แต่จะโอกาสพาพวกเราเข้าป่าอีกนะครับ ถ้าโชคดีเราอาจจะได้เดินป่าด้วยกันจริงๆ สักวัน

ขอบคุณผาแง่มที่ต้อนรับพวกเราเสมอ

เดินเท้าขึ้นยอดเขาไปดูดอกกุหลาบพันปีบาน ฟังตำนานความขี้เกียจแบบปกาเกอะญอ

Writer & Photographer

โอชิ จ่อวาลู

นักการภารโรงที่ Lazy man College ผู้กำลังหัดเขียนเล่าเรื่อง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load