หมอกควันเริ่มจางลง ได้เห็นฟ้าใสๆ ในตอนเช้า และก้อนเมฆในตอนเย็นที่ชัดขึ้น ลมหายใจของเราทุกชีวิตขึ้นอยู่กับต้นไม้ทั้งหลายบนภูเขาจริงๆ

คงไม่ใช่ใครอื่นที่ต้องรับผิดชอบกับปัญหาหมอกควันและมลพิษที่เกิดขึ้น เราทุกคนบนโลกใบนี้นี่เองที่มีส่วนสร้างปัญหาจากการอยู่การกินในทุกๆ วันของเรา

ทุกครั้งที่เรากินลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยว เราได้ตัดต้นไม้ลงอย่างไม่รู้ตัว หมูไก่เป็ดจากโรงงานขนาดใหญ่ต้องการอาหารจำนวนมาก และการปลูกข้าวโพดแบบเกษตรเชิงเดี่ยวต้องการพื้นที่จำนวนมหาศาลในการผลิตอาหารป้อนให้โรงงานเหล่านั้น ก่อนจะเข้าปากเราอีกที

ยุคสมัยที่พาเราเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองมากขึ้นทำให้ประชากรบนโลกส่วนหนึ่งสูญเสียเวลาและความสามารถในการผลิตอาหารเอง เราจึงต้องมีคนปลูกผักแทนเรา เลี้ยงสัตว์ขายเนื้อให้เรากิน แต่พวกเขาไม่ใช่เกษตรกรรายเล็กหรือนักปลูกผักในเมือง พวกเขาเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่อาสาเลี้ยงดูเรา

ทุกครั้งที่ลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยวถูกเรากัดกิน เราจึงกลืนกินผืนป่าลงไปด้วย เราได้ช่วยกันอุ้มชูคนเพียงหยิบให้ร่ำรวยขึ้นและผืนป่าก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยลง ส่วนเราก็ก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อความอยู่รอดต่อไป

ลูกชิ้นที่กลิ้งตกพื้น สะเทือนไปทั้งแผ่นดิน!

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

อเมริกันดรีม ฝันของเราหรือหรือฝันของใคร

ทุกปีมักจะมีไฟป่าเกิดขึ้นเสมอ ถึงแม้จะมีการทำแนวกันไฟก็ตามที ขณะนี้หลายชุมชนชาวบ้านกำลังต่อสู้กับไฟที่ลุกลามในหลายพื้นที่อย่างไม่ลดละ เพื่อให้ลำธารน้อยใหญ่ในภูเขายังไหลไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยา และต้นไม้ที่ยืนเด่นตระหง่านเป็นสักขีพยานว่าคนคือส่วนหนึ่งของป่าและดูแลป่าได้ ต้นไม้ไม่เคยลดละที่หยุดผลิตออกซิเจนให้เรา ยังคงมอบความรักให้เราเหมือนยังเชื่อในตัวมนุษย์ตัวเล็กๆ ว่า ทางออกและความหวังยังมีเสมอ เพียงแต่พวกเราอาจจะต้องฟังเสียงของป่า

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ในโอกาสที่มาเมืองไทย มานิช เจน และ มาดุร์ แวะมาหาผม หลังจากที่เราพบกันครั้งสุดท้ายที่เมืองราชาสถาน เมื่อ 8 ปีที่แล้ว มานิช เจน วัย 50 ปี เติบโต เล่าเรียน และทำงาน ในอเมริกากว่า 25 ปี เขาเคยทำงานในธนาคารโลก โครงการเอดส์แห่งประชาชาติ องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก และองค์กรขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง

วันหนึ่งเขาค้นพบว่าเขาไม่ได้มีความสุขนักที่อเมริกา เพราะเขาเห็นความไม่ชอบมาพากลของระบบที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะความทุกข์ใจของคนในสังคมที่กระหายความสำเร็จ เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านและก่อตั้งสร้างมหาวิทยาลัยสุวาราช มหาวิทยาลัยผิดกฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ของเขา ความฝันของเขาคือ อยากสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างความตระหนักรู้ถึงพิษภัยของระบบการศึกษากระแสหลัก และการตั้งคำถามกับโครงสร้างของระบบทั้งหลายที่เราควรได้พูดถึงอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่จะปักใจเชื่อในอะไรสักอย่าง

มานิชเติบโตมากับการนับถือศาสนาเจน เขาจึงไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่กินแม้กระทั่งหัวเผือก หัวมัน กระเทียม หัวหอม หรือพืชที่ต้องถูกกระชากออกมาจากดิน ตามหลักความเชื่อของศาสนาเจน พืชเหล่านี้คือสิ่งมีชีวิต ส่วนมาดุร์ หนุ่มวัย 24 ปีดูจะเคร่งน้อยลงมาหน่อย

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

‘น้ำกินที่นี่มาจากไหน’ พี่มานิชถาม

เราไปดูต้นน้ำที่ชาวบ้านหนองเต่าช่วยกันดูแลกัน ตอนนี้น้ำยังคงไหลตามปกติ หน้าร้อนจะมีน้ำน้อยลงแต่ก็เพียงพอสำหรับชุมชน พวกเรานั่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น มีเสียงลำธารและนกร้องให้ความผ่อนคลายกับเรามากทีเดียว 3 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราเดินเท้าเปล่ากลับ มีหนามทิ่มแทงฝ่าเท้าบ้างระหว่างทาง แต่ก็มันคุ้มค่าทุกครั้งเสมอ อาจจะเพราะเราทุกคนคือคนป่า คนที่ต้องอาศัยป่าในการหายใจ น้ำและอาหารที่มาจากดิน และพลังจากป่านั้นพิเศษเหลือเกิน

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

เรากลับมานั่งคุยกันต่อที่บ้าน มานิชเล่าให้ฟังว่า ปัญหาที่เรากำลังเผชิญมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าคือ เราถูกล่าอาณานิคมทางความคิด ถูกทำให้ไม่เป็นอิสระอีกต่อไป เราต้องไปโรงเรียนที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน สอนให้เราตักตวง เอาเปรียบ และเราทั้งหลายต่างกำลังเล่นเกมเก้าอี้ดนตรีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ระบบการศึกษากระแสหลักสามารถเป็นระบบอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุดได้เลย

เรารู้สึกสั่นคลอนและไม่มั่นคงเมื่อไหร่ที่เราไม่มีเงิน เราอยู่ในสังคมที่ไม่ไว้ใจกัน นี่คือสิ่งที่มานิชเรียกว่า อเมริกันดรีม โลกแห่งความฝันที่เราทุกคนกำลังเข้าไปเรียนรู้มัน ออกมาจากความฝันนี้ให้ได้โดยเร็ว

เขามองไปที่ภูเขาพลางเล่าต่อว่า ต้นไม้เหล่านั้นอาจจะกำลังบอกว่าให้เรายิ้ม ต้นไม้อาจกำลังหัวเราะ และกำลังเชียร์เราให้ไม่หมดหวังในตัวมนุษย์ มนุษย์ต่างหากที่หมดหวังในตัวเอง ต้นไม้อาจกำลังบอกเราว่าอย่าวิตกจนเกินไป หัวเราะออกมา

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

มานิชยังมีความหวังกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ถึงแม้เปลือกนอกของวัฒนธรรมดั้งเดิมอาจจะเปลี่ยนไป หรือหล่นหายไปบ้าง แต่สิ่งยืนยันว่าแก่นของภูมิปัญญาท้องถิ่นยังอยู่เราสามารถดูได้จากชุมชนที่สงบ ปลอดภัย การให้ การแบ่งปันช่วยเหลือกัน การไว้วางใจกัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เรายังได้เห็นต้นไม้ แม่น้ำที่ยังคงไหลไม่ขาดสาย ยังคงมีชีวิตอยู่กับเรา

มานิชเล่าต่อว่า ชีวิตคือของขวัญจากธรรมชาติงดงามและศักดิ์สิทธิ์เสมอ เมื่อเรากลับมาสร้างสังคมแห่งการเป็นผู้ให้ เราจะค้นพบความสุขอีกครั้ง เมล็ดพันธ์ุแห่งการให้อยู่ข้างในเราทุกคน

การให้ คือเทคโนโลยีเก่าแก่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณที่เราต้องให้ความสนใจ เพราะมันคือการเชื่อมเราเข้าด้วยกันอีกครั้ง

ทุกวันนี้มานิชถูกเชิญให้ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่บ่อยๆ ในเวทีนานาชาติ เขาบอกว่าสิ่งที่เขาพูดอาจจะสุดโต่ง แต่นั่นจะทำให้คนได้เห็นทางสายกลางจริงๆ บ่อยครั้งการประนีประนอมเกินไปไม่ได้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง แต่เจตนาลึกคือการสร้างพื้นที่การพูดคุยให้เกิดขึ้นให้มากที่สุด ถึงแม้เราอาจจะเห็นต่างและโต้เถียงกันบ้าง แต่เมื่อการพูดคุยจบลง ก็ควรกอดกันเพื่อให้เมล็ดพันธ์แห่งการพูดคุยได้เติบโตต่อไป มานิชทิ้งท้าย

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ความฝันเก่าๆของคนรุ่นใหม่

มาดุร์ วัย 24 ปี หลังจากจบมัธยมปลาย เขาตัดสินใจหยุดเรียนและพาตัวเองออกเดินทางตามภาคในอินเดีย เขาเชื่อว่ามันจะทำให้เขาได้พบกับสิ่งที่เขาแสวงหาจริงๆ หลังจากผ่านไป 2 ปีเขาตัดสินใจกลับมาช่วยพ่อที่ลาออกจากการสอนในมหาวิทยาลัยด้วยวัย 45 ปี เพราะเบื่อและอยากใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่มีทำในสิ่งตัวเองรักและเป็นประโยชน์จริงๆ

ครอบครัวของมาดุร์เปิด Sehatvan Bhopal ศูนย์สุขภาพองค์รวมที่ให้การเยียวยาฟื้นฟูผู้ป่วยที่เน้นการหลักการทำงานของธรรมชาติ เชื่อในความสามารถของร่างกายที่มีระบบฟื้นฟูตัวเอง ศูนย์ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ถึงแม้ผู้มารับการรักษาส่วนใหญ่เป็นวัยกลางคนและผู้ใหญ่ แต่กลุ่มเป้าหมายที่ทางศูนย์อยากทำงานด้วยมากที่สุดคือ คนรุ่นใหม่ เพื่อให้พวกเขาได้เตรียมตัวเองในการป้องกันตัวเองจากการเจ็บป่วยต่างๆ ซึ่งเกิดจากการบริโภคและการใช้ชีวิตที่ที่เปลี่ยนไป

หลักคิดสำคัญของศูนย์คือ ลดการพึ่งพาการใช้ยาทั้งแผนปัจจุบันและสมุนไพรในการรักษา และหันกลับมาเชื่อมั่นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายมีความสามารถในการเยียวยาตัวเอง สิ่งที่เราทำได้เลยคือการนำภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนกลับมาใช้ เช่น การพาตัวเองกลับไปหาธรรมชาติ การให้ความสำคัญกับเรื่องอาหาร การกิน ให้ร่างกายได้ทำงานอยู่เสมอ การดูแลจิตใจให้เบิกบาน

ปัจจัยเสี่ยงที่เรากำลังเผชิญทุกวันนี้คือ

  1. ทัศนคติในการใช้ชีวิต ความคิดความเชื่อที่เราต้องสะสม ต้องการเป็นคนที่มั่งมี จะทำให้เรากลัวที่จะสูญเสีย ซึงส่งผลทางจิตและส่งเสริมให้เรามีพฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพต่อของเรา
  2. สารเสพติดในอาหาร อาหารจำนวนมากที่เราบริโภคทุกวันนี้ทุกผลิตมาเพื่อให้ถูกปากเราจนเราไม่สามารถหยุดกินได้ บริษัทที่ผลิตอาหารจงใจให้เราติดใจรสชาติอาหาร เพื่อจะได้ขายทำกำไรโดยมีร่างกายของเราเป็นเดิมพัน สาเหตุการเสียชีวิตของมนุษย์มาจากการกินมากกว่าการก่อการร้ายเสียอีก
  3. อินซูลิน ฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนน้ำตาลในร่างกายให้เป็นไขมัน ถ้าเราบริโภคน้ำตาลมากร่างกายก็จะผลิตอินซูลินมากขึ้นซึ่งส่งผลทำให้เกิดโรคอ้วนตามมาและโรคอื่นก็จะตามมาในภายหลัง

อาการป่วยส่วนใหญ่ที่ทางศูนย์กำลังให้การรักษาคือความดัน เบาหวาน ไทรอยด์ การลดน้ำหนัก รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่างๆ รวมถึงการให้คำแนะนำด้านสุขภาพ มาดุร์อธิบายต่อว่า ปัญหาสุขภาพของเราทุกวันนี้คือ เรารักษาอาการของโรค อาการเจ็บป่วยต่างๆ โดยการใช้ยา แต่กลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การกิน การบริโภค สัตว์หลายชนิดมีความสามารถเปลี่ยนสีผิวตัวเองให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมนั้นๆ เพื่อความอยู่รอด แต่มนุษย์เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมมากกว่าการปรับตัว ซึ่งขัดต่อกลไกของธรรมชาติซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์และของโลกด้วยเช่นกัน

จีฟวัน หรือ ชีวัน ในภาษาฮินดีหมายถึง ชีวิต เมื่อดูความหมายของทั้งสองคำเราจะพบว่า

จีฟ หมายถึง สิ่งมีชีวิต

วัน หมายถึง ป่า

ป่าหรือธรรมชาติจึงเป็นรากฐานสำคัญของสรรพสิ่งทั้งหลายอย่างที่บรรพบุรุษได้กล่าวไว้กันว่า

ออ ที เก่อ ตอ ที เอาะ ก่อ เก่อ ตอ ก่อ

ได้กินจากป่า จงดูแลป่า ได้กินจากน้ำ ให้รักษาน้ำ

การใช้และรู้จักดูแลเป็นเทคโนโลยีเก่าแก่ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนและทันสมัย เหมือนความรักของต้นไม้ที่ยังล้ำสมัยเสมอ และเป้าหมายการมีชีวิตของต้นไม้นั้นสูงขึ้นตามกาลเวลาด้วยการให้อย่างไม่ลดละ การให้ทั้งชีวิตความหวังต่อมนุษย์และยังเชื่อมั่นว่ามนุษย์ก็มีความสามารถในการรดน้ำพรวนดินให้กับเมล็ดพันธ์ุแห่งการให้ได้เช่นกัน

ต่าบลึ๊

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

Writer & Photographer

โอชิ จ่อวาลู

นักการภารโรงที่ Lazy man College ผู้กำลังหัดเขียนเล่าเรื่อง

Lazy Man College

เรื่องราวการอยู่ร่วมกันของชาวปกาเกอะญอกับธรรมชาติ

ฤดูร้อนมักทำให้เราคิดถึงป่า ภูเขา ทะเล แม่น้ำ ที่ปัดเป่าคลายร้อนให้กายและใจของเราได้เป็นอย่างดี เราจึงนัดกันออกเดินทางไปไกลออกไปจากเชียงใหม่ไม่มากนัก มีบทกวีที่ยังคงเดินทางเงียบๆ กลางหุบเขาริมแม่น้ำเงาซึ่งไหลผ่านจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน เราจะได้กลับไปเยี่ยมเพื่อนเก่า ป่านนี้คงโตขึ้นเยอะ และพวกเขาต้องมีอะไรสนุกแบ่งปันกับเราอย่างแน่นอน

แม่น้ำเงา

9 โมงเช้าวันจันทร์ เราออกเดินทางจากเชียงใหม่บนทางหลวงหมายเลข 108 ก่อนจะลดความเร็วเลี้ยวขวาที่อำเภอฮอด มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สะเรียง และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข 105 ที่เราต้องนั่งคุยกันในรถอีกนาน กว่าจะเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง

เครื่องยนต์ 4 ล้อคันแกร่งพาเราเลาะเลี้ยวเข้าป่า ขึ้นดอยลงเขา ขวามือของเรา นักเดินทางชื่อแม่น้ำเงากำลังสวนทางกับเราอย่างช้าๆ โครงการถนนคอนกรีตกำลังฉาบทาถนน เครื่องจักรกำลังขุดเซาะไหล่เขา ปรับดินเกลี่ยทางเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางของคน ความเร็วนี้เองเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญที่มนุษย์ไล่กวดมาช้านาน แต่เราก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าความเร็วจะพาเราไปที่ใด

ถนนลูกรังกำลังหยอกล้อกับล้อรถที่เหยียบย่ำให้ฝุ่นคลุ้ง จนรถคันหลังต้องชะลอความเร็ว เพื่อวิสัยในการมองเห็นที่ไม่เป็นอันตรายต่อการขับขี่ ส่วนเด็กแว้นและผู้ใหญ่ไม่แว้นบนเบาะรถมอเตอร์ไซค์ อาจจะกลายร่างเป็นมนุษย์สีเหลืองได้เมื่อเดินทางถึงบ้าน 

นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นฝุ่นบนถนนที่หนาท่วมล้อรถหลายนิ้ว เวลาเต้นของฝุ่นผงออร์แกนิกบนถนนกำลังจะหมดลง เพราะแผ่นคอนกรีตที่มาล่าอาณานิคมบนไหล่เขากำลังเคลื่อนประชิดใกล้เข้ามาทุกที 

มองทะลุผ่านกระจกออกไปจากห้องโดยสารแคบๆ ฝุ่นผงเหล่านั้นก็ไม่ได้ต่างไปชีวิตคนชายขอบ คนจนที่ไม่รู้ว่าจะถูกไล่ที่เมื่อไหร่ 

เราแวะพักที่อุทยานแห่งชาติแม่เงา มีเด็กนักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนกำลังเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำ บ้างนอนแช่น้ำ บ้างกำลังฝึกว่ายท่าผีเสื้อ ส่วนคนที่เล่นน้ำมาพักหนึ่งก็ออกมานอนอาบแดดคลายหนาว เหล่าซือบางคนสนุกจนเกือบแยกไม่ออกว่าใครเป็นครู ใครคือนักเรียน

คาบเรียนนอกห้องสี่เหลี่ยมเป็นที่โปรดปรานของเด็กไม่น้อย ได้แต่หวังว่าน้องๆ จะมีคาบเรียนแบบนี้บ่อยๆ ในฤดูร้อน

เพื่อนเก่า แม่น้ำเงา และบทกวีวัยเยาว์ การพักผ่อนช่วงฤดูร้อนที่ทำให้เห็นการเติบโตของชีวิต

แม่น้ำเงามีต้นทางจากอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนไหลข้ามพรมแดนสมมติเข้ามาในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอนและตาก เดินทางไปสมทบกับแม่น้ำยวมกับแม่น้ำเมย และไปบรรจบกับพี่ใหญ่อย่างโฃ่โกล หรือแม่น้ำสาละวินที่บ้านสบเมย มีบทธาของปกาเกอะญอ กล่าวไว้ว่า

“หากแม่น้ำเมยสามารถไหลทะลุผ่านโฃ่โกลได้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะปรากฏให้เราเห็นอีกครั้ง”

ยังมีบทธาที่พูดถึงกิเลน ราชสีห์ ผู้มีลวดลายเหมือนต้นบุก พวกมันจะกลืนกินชีวิตผู้คน ทั้งยังชอบกินต้นไม้ ก้อนหิน ดินทราย ตลอดสายน้ำสาละวิน

หากใครเคยไปหมู่บ้านสบเมยแล้วมองลงไปที่แม่น้ำ 2 สายที่มาบรรจบกัน เป็นไปได้ยากมากที่แม่น้ำเล็กกว่า จะไหลทะลุผ่านพลังอำนาจของแม่น้ำที่ใหญ่กว่าอย่างโฃ่โกล

นักมวยบางคนอาจแบกน้ำหนักของคู่ชกที่ใหญ่กว่าและล้มคู่ต่อสู้ได้ แต่แม่น้ำเงาไม่ใช่นักมวย แม่น้ำเงาเป็นเพียงนักเดินทางที่บังเอิญไหลไปเจอกับหมุดหมายของบทกวีบทนั้น ถ้าความบังเอิญทำให้แม่น้ำเงาต้องคิดถึงการต่อสู้ขึ้นมาจริงๆ มันคงเป็นนักต่อสู้ตัวน้อยที่ไหลเย็นแต่ไม่ถอย

บ้านริมเงา 

ในที่สุดเราเดินทางมาถึงบ้านอุมโละ ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อีกฟากฝั่งของแม่น้ำเงาที่ห่างไปไม่กี่สิบหลา เป็นอำเภอท่าสองยางเขตจังหวัดตาก คงมีเพียงฝูงนกนางแอ่นบนฟ้าที่บินมาทักทาย และบอกเราว่า ปีกบางๆ ของพวกมันเป็นอิสระจากพรมแดนสมมติของมนุษย์มานานแล้ว

อะไรบางอย่างดลใจให้เราจอดรถเพื่อแวะยืดเส้นยืดสายที่ร้านค้าเล็กๆ ข้างทาง เรานึกขึ้นได้ว่าเราควรมีอาหารมังสวิรัติติดไม้ติดมื้อเข้าไป เพราะเจ้าบ้านที่เราจะพักด้วยไม่กินเนื้อสัตว์

เพื่อนเก่า แม่น้ำเงา และบทกวีวัยเยาว์ การพักผ่อนช่วงฤดูร้อนที่ทำให้เห็นการเติบโตของชีวิต
เพื่อนเก่า แม่น้ำเงา และบทกวีวัยเยาว์ การพักผ่อนช่วงฤดูร้อนที่ทำให้เห็นการเติบโตของชีวิต

อยู่ๆ ก็มีสาวน้อยปรากฏตัวออกมาจากในร้าน จิเว เจ้าบ้านที่เราตั้งใจไปเยี่ยมนั่นเอง จิเวบอกว่าวันนี้แม่ชวนพี่ต้นโพธิ์และน้องๆ ตามไปรักษาผู้ป่วยอีกหมู่บ้านหนึ่ง ตอนบ่ายๆ ถึงจะกลับมา จิเวขอแม่มาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าของร้านขายของ พวกเราจึงได้เช็กอินกับเจ้าบ้านตัวน้อยแบบไม่ได้นัดหมาย

พวกเราบางส่วนเดินตามหลังจิเว ที่พาเราไปรู้จักกับทางลัดกลับบ้าน เราเดินผ่านนาแปลงเล็กๆ ก่อนจะถึงริมแม่น้ำ

ตะไคร่สีเขียวในฤดูกำลังแหวกว่ายไปกับฝูงปลาตัวน้อย ก้อนหินใต้น้ำลื่น ถ้าเดินไม่ระวังก็อาจจะได้ว่ายน้ำข้ามฝั่งแทน แม่น้ำเงาไหลเย็นสบายใจ เช่นเดียวกับสองเท้าเปล่าเปลือยของจิเวที่เดินข้ามแม่น้ำอย่างสบายตีน เท้าคู่นั้นคงสนิทมักคุ้นกับจังหวะของแม่น้ำสายนี้เป็นอย่างดี ถึงได้รับอนุญาตให้ข้ามฝั่งไปได้อย่างรวดเร็ว

ขึ้นจากฝั่งมาถึงสวนหลังบ้าน ต้นไม้ต่างถิ่นอย่างสะตอซึ่งเดินทางมาจากทางใต้ ออกใบรับหน้าร้อนให้ร่มเงาอย่างดี เช่นเดียวกับต้นมังคุดหน้าบ้านที่รอวันสุกให้เด็กปีนเล่นและเก็บผลกิน ต้นหม่อนมีผลสุกสีดำโน้มกิ่งลงมาเป็นซุ้มนำทางเข้าสู่ลานดินหน้าบ้าน หันซ้ายมีต้นลิ้นจี่ กล้วย ขนุน ก็ช่วยให้ความร่มรื่นเช่นกัน หันขวากลับมาต้นข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ก็มีให้เก็บไปปรุงอาหาร 

ถ้าเราเดินเข้าบ้านทางถนน เราจะเห็นหน้าต่างจากชั้นสองเปิดทิ้งไว้หนึ่งบานทักทายสายตาของเรา เมื่อเดินเข้าไปใกล้ตัวบ้านก่อนจะขึ้นบันไดไม้ เราจะพบข้อความภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ บางคำเริ่มเลือนลางจนเกือบจะอ่านไม่ออก ตัวหนังสือที่เขียนด้วยถ่านสีดำบนแผ่นไม้มีข้อความว่า

“DARK AGE IS COMING NOW POST CIVILIZATION IT IS NOT MY MISTAKE THAT YOU CANNOT UNDERSTAND”

เพื่อนเก่า แม่น้ำเงา และบทกวีวัยเยาว์ การพักผ่อนช่วงฤดูร้อนที่ทำให้เห็นการเติบโตของชีวิต

สักพักใหญ่ๆ เจ้าบ้านอีกที่เหลืออีก 6 คนก็กลับมาถึง เราได้พบกับเพื่อนเก่าจนครบแล้ว ได้เวลาก่อฟืน หุงข้าว ทำอาหารกินกัน ฟ้ามืดลง นกแซงแซวคงเข้านอนแล้ว อากาศกำลังดี บทสนทนาล้อมรอบกองไฟสลับกับเสียงเพลงของคลีโพที่เด็กๆ ยังจำได้ จุดที่เราอยู่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ จึงไม่มีการไถหน้าจอเกิดขึ้นให้เรารู้สึกห่างเหินกัน

กอแปทะ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมแม่น้ำเงาที่ยังสงบ โดยเฉพาะกลางคืน เราได้ยินเสียงของป่าและแม่น้ำได้ชัดเจน

ดาวบนฟ้าส่องสว่างให้เห็น ได้เวลาเข้านอนแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

บทกวีวัยเยาว์

เช้าตรู่ของวันใหม่ อากาศกำลังดี เราทยอยตื่นมาทักทายเจ้าบ้านจนครบทั้งหมด 7 ชีวิต ต้นโพธิ์ พี่ชายคนโต ตามด้วย กันยา มาลี จิเว พรานป่า นาดิน และ แม่เก๋ หรือที่ชาวบ้านเรียกขานด้วยความนับถือว่า บูญทูโม หรือ แม่บุญทอง

พี่เก๋ช่วยรักษาชาวบ้านด้วยภูมิปัญญาแบบองค์รวมที่ต่อชีวิตผู้คนมานักต่อนัก ด้วยอาศัยองค์ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเช่นการฝังเข็มควบคู่กับการใช้ยาสมุนไพร การปรับเรื่องการกิน การงดเว้นเนื้อสัตว์ และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพ คือความคิดความเชื่อของคนนั่นเอง

คนไข้หลายคนเปลี่ยนมากินอาหารมังสวิรัติและมีอาการดีขึ้น บางคนเจ็บป่วยรุนแรงแต่ก็หายราวกับปาฏิหาริย์ เพราะการปรับเปลี่ยนตัวเองทั้งเรื่องการกินและวิธีคิดซึ่งไม่ง่ายนัก รายที่ได้ผล เพราะเกิดขึ้นจากการเข้าใกล้ความตายจึงเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างเด็ดขาด

ควันในครัวลอยคลุ้ง เจ้าบ้านกำลังทำอาหารกันอยู่ การไม่กินเนื้อสัตว์ทำให้การทำอาหารที่นี่ง่ายขึ้นมาก วันนี้มีผัดผัก น้ำพริก แกงเขียวหวานเจ และเมนูน่าสนใจสำหรับมื้อเช้าคือ น้ำพริกยอดข่า ที่จิเวตั้งใจให้เราได้ลิ้มลองฝีมือของลูกครัววัยกระเตาะ 

เพื่อนเก่า แม่น้ำเงา และบทกวีวัยเยาว์ การพักผ่อนช่วงฤดูร้อนที่ทำให้เห็นการเติบโตของชีวิต

ข่าอ่อนหรือต้นข่าที่กำลังโผล่ขึ้นมาจากดิน ขมิ้น เกลือ พริก และตะไคร้ต้น คือเครื่องปรุงทั้งหมด นำหัวหรือต้นข่าอ่อนที่แกะเอาเฉพาะส่วนที่อ่อนไปต้มจนนุ่ม โขลกพริก ขมิ้น เกลือ ลูกตะไคร้ต้น แล้วนำไปผัดน้ำมันเติมน้ำเล็กน้อย ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย ก็จะได้นำพริกข่าอ่อนสูตรบ้านริมเงาไว้กินแก้หิวแล้ว

กินข้าวเช้าเสร็จเยี่ยมไร่ในเงาของพี่ต้นข้าว ลูกคนแรกของพี่เก๋และพี่ยอด ถ้าเด็กหญิงต้นข้าวในวันนั้นยังมีชีวิตป่านนี้ก็จะโตเป็นสาวอายุ 20 ปีพอดี

จิเวหยิบผ้าทอผืนเล็กฝีมือของพี่ต้นข้าวมาให้พวกเราดูก่อนจะเอามาโพกหัว พี่เก๋เล่าว่า ต้นขนุนที่เราได้กินเป็นต้นขนุนที่ต้นข้าวปลูกไว้เมื่อครั้งยังเด็กมาก ปีนี้มันออกผลดกให้นกหนูมาแบ่งไปกิน

บ้านไม้ในไร่ตีนเขามีบทกวีที่เขียนใส่กระดาษแปะติดตามผนังบ้าน ที่ตอนนี้ถูกรวบรวมและได้รับการตีพิมพ์ในชื่อ เมล็ดเล็กเล็กๆ มีต้นไม้ใหญ่อยู่ข้างใน โดยสำนักพิมพ์นาคร

จิเวและนาดินน้องเล็กพาพวกเราไปดูต้นน้ำเล็กๆ ที่เป็นน้ำดื่มน้ำใช้ของที่นี่ เขื่อนเล็กๆ มีใบไม้ทับถมปิดทางน้ำ จิเวใช้มือเก็บใบไม้ออก เราได้เห็นกุ้งต้นน้ำครอบครัวใหญ่ที่ดูแลต้นน้ำให้เด็ก

เพื่อนเก่า แม่น้ำเงา และบทกวีวัยเยาว์ การพักผ่อนช่วงฤดูร้อนที่ทำให้เห็นการเติบโตของชีวิต
เพื่อนเก่า แม่น้ำเงา และบทกวีวัยเยาว์ การพักผ่อนช่วงฤดูร้อนที่ทำให้เห็นการเติบโตของชีวิต

เด็กๆ เดินฝ่าหนามในป่าอย่างชำนาญ ไม่มีริ้วรอยขีดข่วนให้เห็นก่อนจะไปปีนต้นหมากให้พี่ๆ ดู ก่อนจะกลับเข้าหมู่บ้าน พี่คลี และ พี่เอก แซ็กป่า เล่นเพลงให้เด็กๆ และพี่เก๋ฟัง ก่อนเสียงร้องจะเงียบลงเหลือเพียงเสียงกีตาร์และทำนองของแซกโซโฟนที่นุ่มนวล เราแต่ละคนเลือกอ่านบทกวีที่แปะไว้ อ่านไปพร้อมกับเสียงดนตรีบรรเลง บทกวีบางบทมีใจความว่า

“ฉันคือบทกวี

เมล็ดจากต้นธารเถื่อน

หยั่งรากดิน

ต้น กิ่ง ก้าน ใบ หยั่งฟ้า

ไม่ใช่คำกวี ไม่ใช่หน้ากระดาษ

ไร้อักษร ไร้ภาษา

เมล็ดเล็กๆ ที่ห่อหุ้มป่าใหญ่

อยู่ในฉัน

อยู่ในเธอ”

ตอนบ่ายเด็กๆ พาเราไปเล่นน้ำกันที่สะพานแขวนไม่กว้างมาก มีรถมอเตอร์ไซค์สัญจรไปมา ทำให้สะพานโยกโคลงเคลง จิเวโดดลงน้ำที่ความสูงไม่ต่ำกว่า 4 เมตร พรานป่าว่ายน้ำไปรับพี่สาวก่อนจับมือกันขึ้นจากน้ำ

โรคขาดธรรมชาติคงไม่เกิดขึ้นกับเด็กที่นี่ เด็กๆ ใช้ร่างกายมือและเท้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ เด็กๆ ทุกคนเรียนรู้การหุงข้าว ตัดฟืน ทำอาหาร ขุดดิน เก็บผัก ทักษะการใช้ชีวิตที่ได้รับการบ่มเพาะจาก พ่อ แม่ พี่ และฤดูกาลที่แตกต่างกัน ทำให้เด็กๆ ก้าวเท้าเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจ

เวลา 2 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนพวกเราจะกลับ จิเวใช้เวลาว่างหลังจากไปเล่นน้ำ ทอผ้าผืนเล็กเป็นที่ระลึกให้พี่โอม แทนมิตรภาพที่ได้ถักทอขึ้นมาด้วยความตั้งใจ

เพื่อนเก่า แม่น้ำเงา และบทกวีวัยเยาว์ การพักผ่อนช่วงฤดูร้อนที่ทำให้เห็นการเติบโตของชีวิต
เพื่อนเก่า แม่น้ำเงา และบทกวีวัยเยาว์ การพักผ่อนช่วงฤดูร้อนที่ทำให้เห็นการเติบโตของชีวิต

บุญทูโมจะยังอุทิศชีวิตท่องเที่ยวเยียวยาผู้คนต่อไป เช่นเดียวกับเด็กๆ ที่จะเติบโตต้อนรับความเปลี่ยนของชีวิตอย่างไม่หยุดนิ่งเคียงคู่แม่เงา ถนนคอนกรีตแข็งแรงกำลังหลั่งไหลเอาสิ่งใหม่ๆ เข้ามา แต่บทกวีก็จะเดินทางและมีชีวิตของพวกเขาต่อไป

ขอคาราวะดวงวิญญาณของ วีระศักดิ์ ยอดระบำ ต้นข้าว ขอบคุณพี่เก๋และบทกวีทั้ง 6 หน่อที่ดูแลพวกเราอย่างดี ขอบคุณพี่โอม พี่โอ๋ คลีโพ เอก แซ็กป่า นุ น๊อต ที่ดูแลกันตลอดการเดินทาง

สวัสดีวันสงกรานต์

เพื่อนเก่า แม่น้ำเงา และบทกวีวัยเยาว์ การพักผ่อนช่วงฤดูร้อนที่ทำให้เห็นการเติบโตของชีวิต

Writer & Photographer

โอชิ จ่อวาลู

นักการภารโรงที่ Lazy man College ผู้กำลังหัดเขียนเล่าเรื่อง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load