ในวันที่ใจเหนื่อยล้าจากงานประจำมาเกือบ 2 ปี แถมต้องมาระวังโรคระบาด บั่นทอนจิตใจอย่างมาก ความกระหายในการเดินทางมันเรียกร้องอยู่ตลอด อยากพักผ่อนและค้นหาสิ่งแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน 

‘หาดไร่เลย์’ คือจุดหมายที่ใจเรียกร้อง หาดเล็ก ๆ ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาหินมีลักษณะคล้ายค้อนปอนด์ ตั้งอยู่ในอ่าวกระบี่ ช่วงบนเป็นแหลมแผ่นดินที่รถขับมาไม่ได้เพราะภูเขาปิดกั้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเกาะ 

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

เสน่ห์ของไร่เลย์ นอกจากธรรมชาติ ยังมีกิจกรรมแอดแวนเจอร์มากมาย ไฮไลต์คงหนีไม่พ้นการปีนผา จุดรวมพลนักปีนผาจากทั่วโลก ผมเองก็อยากเป็นหนึ่งในนั้น ต่างกันที่ประสบการณ์เป็นศูนย์ เพียงแค่อยากวัดใจและหาความสุขให้กับตัวเอง

เวลาวัดใจ

“พี่ครับ จะปีนผาต้องเตรียมอะไรบ้าง” ผมถาม

“ไม่ต้องเตรียมอะไร มีแค่ใจก็พอ” ครูฝึกหนุ่มประสบการณ์สูงจาก Tex Rock Climbing ตอบผมอย่างนั้น

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

ผมปักหมุดที่ Castle Wall ผายอดนิยมที่ครูฝึกใช้เป็นเส้นทางแรก ๆ ในการสอน ถือว่าเป็นจุดปีนผาที่สวยงามมากทีเดียว ความยากคือ จุดปีนผ้าจุดนี้ถูกใช้งานมานานนับ 10 ปี อาจทำให้หินมีความลื่นลำบากในการจับและเกาะอยู่บ้าง ซึ่งครูฝึกบอกว่าหากจัดระเบียบของร่างกายให้ถูกต้อง ประสานร่างกายและจิตใจเข้าด้วยกัน เชื่อในอุปกรณ์และฟังตามคำแนะนำ มันแทบไม่ต้องใช้แรง ขอแค่มีสมาธิ ทุกอย่างจะง่ายทันทีและไม่ต้องกังวล เพราะเชือกแข็งแรง ก้าวพลาด… ก็ไม่มีหล่น ฟังแล้วใจชื้นขึ้นหน่อย

พอถึงเวลาต้องปีนจริง ๆ นี่สิ

จู่ ๆ ใจผมเริ่มสั่น ความกล้าวันก่อนไปหลบอยู่ไหน ด้านบนคือสมรภูมิวัดใจที่ท้าทายใจเราเอง ก้าวแรกของผมค่อนข้างเคอะเขิน บาลานซ์ยังไม่ดี ยิ่งสูง ยิ่งสั่น มีก็แต่เสียงตะโกนของครูฝึกที่คอยปลอบประโลมความปอดแหกของตัวเรา ผมพยายามตั้งสติ เชื่อในข้างต้น ตามองด้านบน หูฟังเสียงตะโกน รู้ทั้งรู้ว่าปลอดภัยแต่ใจมันหวิวเสียเหลือเกิน ขึ้นไปครึ่งทางแล้วจะถอดใจก็เสียหน้าแย่

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

ผมหยุดพัก หลับตาพร้อมสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด ตั้งสมาธิแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน บอกกับตัวเองว่าทำได้ 

ผมปีนต่อไปโดยไม่มองด้านล่าง เผลอแป๊บเดียวจุดหมายอยู่แค่เอื้อม เสียงแว่วมาให้ช้าลงหน่อย ลองหยุดมองวิวเสียก่อน ปล่อยใจให้สบาย หรือไม่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเซลฟี่เก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ ผมทำตามอย่างไม่ลังเล จากความกลัวเปลี่ยนเป็นความสงบ ยิ่งสูงขึ้นกลับรู้สึกว่ายิ่งปลอดภัย ผมเผลอปล่อยใจอยู่นานก็เก็บโทรศัพท์และไปต่ออย่างใจเย็นจนถึงจุดหมาย

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

“สุดยอดเลยพี่” เสียงครูฝึกชื่นชมอย่างภูมิใจ

เอาเข้าจริงก็ไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่ หากแต่ใจเราปรุงแต่งเพียงเพราะมันสูง พอได้ห้อยต่องแต่งอยู่ตรงนั้น ผมสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบ ผ่อนคลาย และเบาใจอย่างบอกไม่ถูก ณ เวลานั้นมันสลัดความน่าเบื่อของชีวิตทิ้งลงไปได้บ้าง 

ที่สำคัญ รู้สึกภูมิใจเล็กน้อยที่เอาชนะความกลัวในใจตนเองได้ 

“จะลงแล้วบอกนะ” เสียงตะโกนอีกครั้งจากครูฝึก ผมพยักหน้าพร้อมโรยตัวอย่างช้า ๆ ฟอร์มแอ็คท่าแบบ ทอม ครูซ

“ลงมาเลย เชือกปลอดภัย สั่งมาจากจีน” ครูฝึกมาดเข้มพูดปนเสียงหัวเราะ

ผมมัวแต่ยิ้มรับมุกจนลืมโพสท่าที่เตรียมไว้ บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ลงมาได้ก็บุญแล้วยังจะห่วงท่าอีก ฮ่า ๆ

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่
หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

เวลาพักใจ

หลังจากทำกิจกรรมที่หัวใจสูบฉีดพอให้ปลุกความเป็นชาย ผมที่ยังคึกและอินกับการปีนผาอยากจะไปลุยต่อที่ลากูน แน่ล่ะ-ใจมันได้ แต่ร่างกายเจ้ากรรมดันไม่เห็นด้วย แขนและขาอ่อนแรง เจ็บกล้ามเนื้อ เพราะไม่ได้วอร์มร่างกายและเกร็งมากเกินไปขณะปีน จนทำให้ต้องพักความโลดโผนไปก่อน เย็นวันนี้เลยตัดสินใจเดินเล่นที่หาดถ้ำพระนาง และชมแสงสุดท้ายที่ไร่เลย์ฝั่งตะวันตก

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

หาดทรายขาวทอดยาวประมาณ 400 เมตร ภูเขาหินเด่นเป็นสง่า ตั้งท่าเหมือนคอยใครสักคนมาพบเจอ หาดถ้ำพระนางวันนี้ดูสงบกว่าที่เคย ผู้คนกระจายอยู่ตามจุดให้พอไม่เหงา บ้างก็อาบแดด พายซัพบอร์ด มองแล้วดูมีชีวิตชีวา ช่วงน้ำลงรายละเอียดบนหาดเริ่มเผยความงามที่ซ่อนไว้ราวกับต้องการให้ค้นหา มันล่อใจให้เดินลัดเลาะจนพบกับมุมลับที่แปลกตา อดจะถ่ายภาพเก็บไว้ไม่ได้จริง ๆ

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว
หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

หลังจากถ่ายภาพอยู่พักใหญ่ ผมเลือกไปต่อที่ถ้ำค้างคาว อีกสถานที่อันซีนบนหาดไร่เลย์ 

จากหาดถ้ำพระนางเดินไปจนสุด เลี้ยวขวา แล้วค่อย ๆ ก้มตัวลงลอดผ่านแนวไม้ที่ขวางอย่างไม่เป็นมิตร ทางขึ้นมีหินขรุขระเล็กใหญ่ประปรายดูลำบากไปหน่อย ยังดีที่มีเชือกให้เกาะ ในถ้ำลื่นและมืดอยู่มาก หากมีไฟฉายติดมาด้วยคงดี 

การใส่แตะขอบฟ้ามาคงเป็นสิ่งผิดพลาดครั้งใหญ่ ไม่ขาพลิกก็ลื่นหัวแตก ใช้เวลาและกำลังพอควรกว่าจะถึงจุดโรยตัว ผมต้องปีนขึ้นมาอย่างลำบากและลงอย่างทุลักทุเล แต่แลกกับวิวแล้วก็คุ้มค่า แค่ได้ขึ้นมาเห็นคนโรยตัวลงจากถ้ำก็คุ้มแล้ว

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

รู้ตัวอีกทีปล่อยเวลาให้ทำงานจนเลยเถิด ลืมไปว่าต้องไปเก็บแสงสุดท้ายที่ฝั่งตะวันตก

หาดไร่เลย์ตะวันตกคือจุดสุดท้ายที่ผมเลือกจะพักใจ หาดกว้างไกลสุดสายตาไร้ซึ่งผู้คน โล่งเสียจนคิดว่าเป็นหาดส่วนตัวบรรยากาศเป็นใจต่อคนหมดไฟแบบผม ณ เวลานั้น ผมเดินไปจนสุดหาด หยุดพักนั่งฟังเสียงคลื่นแล้วทบทวนตัวเองอีกครั้ง 

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

ในเวลาอันสั้น ผมสลัดเรื่องกังวลใจทิ้งไปจนหมด เอนจอยกับทุกสิ่งที่ได้ทำ ได้ใช้ชีวิตโดยไร้การวางแผนและปล่อยวางความรู้สึก เหมือนได้ชาร์จพลัง ผมมีความสุขเป็นอย่างมาก มากเสียจนไม่อยากกลับไปทำงาน แต่ถ้าอยู่นานกว่านี้คงเคยตัวแน่ ๆ

พระอาทิตย์กำลังร่ำลา แต่เผอิญไอ้ฝนบ้าดันตกเสียอย่างนั้น ผมหันหลังให้แสงสุดท้าย มือรีบคว้ากล้องเข้ากระเป๋าและวิ่งตากฝนด้วยความสนุก แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าเต็มที แต่ ณ ขณะที่วิ่งอยู่นั้น กลับรู้สึกว่า

‘นี่เป็นความเหนื่อยที่โคตรมีความสุขที่สุดในรอบ 2 ปีนี้เลยว่ะ’

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

เวลาของความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ หากแต่ความทรงจำมักหยุด… จำเวลานั้นไม่เคยลืม

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ศุภสัณห์ เศรษฐภัทรชัย

หนุ่มบางกอก หาเลี้ยงปากท้องด้วยอาชีพ Graphic ชอบถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ขี้เบื่อไปซะทุกอย่างยกเว้นกาแฟ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

16 กรกฎาคม 2565
2 K

“ถ้านี่คือหนังสยองขวัญ ใครจะเป็นคนแรกที่ตายก่อน (วะ)”

มือคู่หนึ่งซึ่งเย็นเฉียบจับบานประตูท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นลงทุกที รอบตัวพวกเราไม่มีสิ่งอื่นนอกจากความเงียบสงัด ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว เหลือเพียงแสงเรือง ๆ หรี่ ๆ ตัดกับทิวสนที่ยืนทะมึนท้ากาลเวลามานานเกือบร้อยปี บรรยากาศโดยรอบสุดแสนจะวังเวง ชวนให้นึกถึงฉากของหนังสยองขวัญสักเรื่อง ที่วัยรุ่นรวมตัวกันมาแฮงก์เอาต์ในช่วงปิดเทอม แล้วต้องพบกับเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวที่ค่อย ๆ เด็ดชีวิตตัวละครให้หมดลมหายใจไปทีละคน

“คนที่ดูอ่อนแอที่สุดนั่นแหละคือคนที่จะรอด” ผมพูดไปตามหนังที่เคยดูมา

น้องผู้หญิงในทีมคนหนึ่งทำหน้าตาเหยเกขณะผมพูดประโยคนั้น พลางพึมพำว่าอย่าได้ไปเล่าต่อให้ใครฟังเชียวว่า คืนนี้เราต้องมาพักในโรงแรมสภาพไหน

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

พวกเรากำลังพักอยู่ในโรงแรมขนาดใหญ่ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น Spa Resort ที่หรูหราใหญ่โตที่สุดในยุครุ่งเรืองของสหภาพโซเวียต รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองตากอากาศแห่งหนึ่งของประเทศจอร์เจีย คือเมือง Tskaltubo ความรุ่งเรืองในอดีตฉายภาพให้เห็นผ่านตัวตึกขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นอย่างน่าเกรงขาม โอบล้อมอาคารอำนวยการของรีสอร์ตที่มีสัณฐานเป็นโถงขนาดใหญ่แบบสถาปัตยกรรมคอมมิวนิสต์

ที่นี่ถูกทิ้งร้างมานานหลังความรุ่งเรืองของอดีตม่านเหล็กจบลงไปพร้อมสงครามเย็น นายทุนนานาชาติพยายามเข้ามาฟื้นฟูรีสอร์ตแห่งนี้ แต่ด้วยขนาดของพื้นที่ที่ใหญ่เกินไป ประกอบกับการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยาวนาน ทำให้รีสอร์ตได้รับการฟื้นฟูเพียงบางส่วนและยังคงรกร้าง อาคารส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพปรักหักพัง ไม่ได้รับการซ่อมบำรุง สระว่ายน้ำไม่มีน้ำ เผยให้เห็นก้นสระที่แห้งขอดและมีเศษใบไม้กองอยู่เต็มพื้น บรรยากาศในคืนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเรานอนอยู่ในโบราณสถานมากกว่ารีสอร์ตแอนด์สปา

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

หลังหลืบเสาอันมืดทะมึนและเสียงพื้นไม้ที่ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าดชวนขนลุก ผมหัวเราะและบอกกับทุกคนว่า ไม่มีอะไรหรอก เราจะผ่านคืนนี้ไปได้ด้วยดี ถ้าใครเจอบุคคลในประวัติศาสตร์โผล่มาทักทายก็ช่วยบอกผมด้วย ผมในฐานะคนที่สนใจประวัติศาสตร์ มีอะไรอยากจะพูดคุยกับคนเหล่านั้นตั้งมากมาย และใช่แล้วครับ! ในคืนนั้นผมชิงหลับไปก่อนเป็นคนแรก และไม่รู้สึกตัวอีกเลยกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น

ก้าวแรกบนแผ่นดินจอร์เจีย

จอร์เจียที่พวกเราจินตนาการไว้ควรจะเป็นทริปสีพาสเทล ไม่น่าจะต้องเผชิญกับความลุ้นระทึกใด ๆ เพราะฉะนั้น การมีที่พักในคืนที่ 5 จาก 6 คืนของเรา แม้มีบรรยากาศหลอน ๆ อยู่สักหน่อย แต่ก็เป็นที่น่าจดจำไม่น้อย

วันนี้จอร์เจียไม่ได้ตกอยู่ภายใต้เงาทะมึนของสหภาพโซเวียตอีกแล้ว เพราะประเทศนี้กลายเป็นประเทศที่กำลังใช้การท่องเที่ยวมาเป็นจุดขายทางเศรษฐกิจอย่างโดดเด่น ภาพจำของจอร์เจียในความรู้สึกของคนทั่วไปจึงเต็มไปด้วยภาพเทือกเขาอันสวยงาม และรอยยิ้มของผู้คนที่เป็นมิตร

คณะเดินทางไปจอร์เจียของพวกเราครั้งนี้ ประกอบด้วยสมาชิก 8 คน 4 คนแรกคือผมและเพื่อนสมัยเรียนอีก 3 คน ส่วนอีก 4 คน เป็นแฟนของเพื่อน รุ่นน้องของผม ภรรยา กับน้องสาวของรุ่นน้องผมที่ตามมาด้วยอีกคน ผมทึกทักแบบเข้าข้างตัวเองในฐานะคนจัดทริปว่า แม้หลายคนจะไม่เคยเที่ยวกับพวกผมมาก่อน แต่ทุกคนน่าจะประทับใจการเดินทางครั้งนี้อย่างแน่นอน (เพราะมีผมเป็นหัวหน้าทัวร์ให้ทุกคนนั่นเอง อิอิ)

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

‘จอร์เจีย’ เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่มีประชากรเพียง 4 ล้านเศษ ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อของทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย โอบล้อมด้วยอ้อมกอดของเทือกเขาคอเคซัส และกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่มีทัศนียภาพสวยงามเพลินใจ มีกลิ่นอายของความเป็นยุโรป ในขณะที่ราคาค่าครองชีพไม่ต่างจากกรุงเทพฯ มากนัก แต่ที่นี่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า จึงใช้เวลาเตรียมตัวเดินทางน้อยกว่า ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้จอร์เจียกลายเป็นประเทศในกระแสนิยมของชาวไทย และเริ่มกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในหมู่ผู้โหยหาการเดินทางไปต่างประเทศ

มารี (Mari Tinashvili) ไกด์ท้องถิ่นที่กลายเป็นเพื่อนคนหนึ่งของผมรอต้อนรับพวกเราที่กรุงทบิลิซี (Tbilisi) เมืองหลวงของประเทศ เธอเริ่มต้นพาพวกเราสัมผัสประเทศบ้านเกิดของเธอ ด้วยการย่ำเท้าเข้าไปในเขตเมืองเก่าของกรุงทบิลิซี เมืองนี้ตั้งขึ้นเมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 6 โดยพระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถาปนาทบิลิซีให้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักร คือ กษัตริย์วาคตัง กอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) พื้นที่นี้มีชัยภูมิติดแม่น้ำ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่ดีต่อสุขภาพ มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เนื่องจากตั้งอยู่บนทำเลที่ยอดเยี่ยม พระมหากษัตริย์พระองค์นี้จึงเป็นพระมหากษัตริย์องค์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศ

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

วันนี้บรรยากาศค่อนข้างเย็นสบาย มารีพาเราเดินข้ามสะพานสันติภาพ (Bridge of Peace) สร้างขึ้นภายหลังสงครามระหว่างจอร์เจียและรัสเซียเมื่อ ค.ศ. 2008 ตามประวัติศาสตร์นั้น หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต แม้ว่าจอร์เจียได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์ แต่ก็ยังมีการปะทะกันระหว่างจอร์เจียและรัสเซียอยู่เนือง ๆ โดยเฉพาะเมื่อ ค.ศ. 2008 จอร์เจียอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน South Ossetia แต่รัสเซียไม่ยอม ความสัมพันธ์แทบทุกด้านระหว่างสองประเทศจึงหยุดชะงัก ไม่มีเที่ยวบินระหว่างกัน สถานการณ์ตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียด ก่อนความขัดแย้งจะคลี่คลายลง และ ค.ศ. 2014 จอร์เจียก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป ทว่าสองประเทศนี้ก็ยังคุมเชิงระหว่างกัน เราสัมผัสได้ถึงความคุกรุ่นเล็ก ๆ เมื่อคนจอร์เจียพูดถึงประเทศเพื่อนบ้านของตนเอง โดยตัวอย่างที่ใกล้ตัวเราที่สุดก็คือมารี เธอเคยสูญเสียคุณพ่อในสงคราม ด้วยเหตุนี้เธอจึงเกลียดชังสงคราม เช่นเดียวกับชาวจอร์เจียจำนวนมากที่ภาวนาให้ความวุ่นวายจากสงครามในภูมิภาคสิ้นสุดเสียที

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
สะพานสันติภาพ (Bridge of Peace)

เราเดินขึ้นมาถึงป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress) ป้อมขนาดใหญ่คู่กรุงทบิลิซีที่สร้างขึ้นมา พร้อมกับการสถาปนาทบิลิซีเป็นศูนย์กลางของอาณาจักร เราหยุดพักชมทัศนียภาพจากมุมสูง ผมจึงถือโอกาสนี้พูดคุยกับมารีให้มากขึ้น เพื่อสร้างความคุ้นเคยในฐานะหัวหน้าทริปและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่จะต้องทำงานร่วมกัน มารีบอกกับผมว่าสงครามเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศก็จริง แต่เธอเชื่อมั่นว่าทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นประเทศคู่ขัดแย้งกันหรือไม่ก็ตาม ล้วนปรารถนาสันติภาพด้วยกันทั้งนั้น

“Everyone needs peace.” มารีบอกผม ซึ่งผมเห็นด้วยกับเธอร้อยเปอร์เซ็นต์

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
ป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress)

ศาสนาคริสต์และไวน์องุ่น

ชาวจอร์เจียนับถือศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์ หากพิจารณาจากแผนที่ในปัจจุบัน จอร์เจียแวดล้อมไปด้วยประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามอย่างตุรกีและอาเซอร์ไบจาน และยังมีอาร์เมเนียที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายเกรกอเรียน และรัสเซียซึ่งในยุคหนึ่งคือสหภาพโซเวียต ประเทศผู้นำระบอบคอมมิวนิสต์อันเข้มข้นที่ปฏิเสธความเชื่อในทุกศาสนา เพราะฉะนั้น จอร์เจียถือว่าวัฒนธรรมของตนที่มีรากฐานสำคัญมาจากศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์นั้น เป็นความภาคภูมิใจของชาวจอร์เจียในฐานะเกียรติภูมิของชาติได้ประการหนึ่ง เพราะทำให้จอร์เจียโดดเด่นไม่เหมือนใครในภูมิภาคเดียวกัน

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
The Chronicle of Georgia

ศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์มีความสำคัญต่อจอร์เจียในระดับเข้มข้น เช่น บนภาพสลักของอนุสรณ์สถาน The Chronicle of Georgia แลนด์มาร์กสำคัญของนักท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1985 ในยุคของสหภาพโซเวียต บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของดินแดนจอร์เจีย ภาพสลักชุดนี้ทำขึ้นเมื่อครั้งรัฐบาลโซเวียตยังเรืองอำนาจ เดิมทีรัฐบาลจะให้อนุสรณ์สถานแห่งนี้มีอนุสาวรีย์ของ โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) อดีตผู้นำของสหภาพโซเวียตตั้งอยู่ตรงกลาง แต่สหภาพโซเวียตล่มสลายไปก่อนเมื่อ ค.ศ. 1991 การสร้างอนุสาวรีย์ของสตาลินจึงยุติไป ข้อสังเกตสำคัญอยู่ที่ว่า แม้อนุสรณ์สถานแห่งนี้จะสร้างขึ้นโดยรัฐบาลโซเวียตที่ไม่สนับสนุนการนับถือศาสนา แต่ก็ฝืนศรัทธาของชาวจอร์เจียที่มีต่อศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์ไม่ได้ ภาพสลักที่ฐานเสาของ The Chronicle of Georgia เต็มไปด้วยเรื่องราวจากพระคัมภีร์ไบเบิล เป็นประจักษ์พยานที่แสดงความผูกพันระหว่างคนพื้นเมืองและศาสนาของพวกเขาจนถึงทุกวันนี้

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ

สมัยแรก ๆ ชาวจอร์เจียนับถือจิตวิญญาณตามธรรมชาติ ไม่มีศาสนา ต่อมาพวกเขาเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์เมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 ครั้งที่เมืองมิตสเคตา (Mtskheta) เป็นเมืองหลวงของชนชาติจอร์เจีย ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำคริสต์ศาสนามาสู่จอร์เจียคือ นักบุญนีโน่ (Saint Nino) ผู้จาริกแสวงบุญมาจากดินแดนอิสราเอลพร้อมกับพระภูษาสีขาว เชื่อกันว่าเป็นพระภูษาที่พระเยซูเจ้าเคยทรง สันนิษฐานว่าประดิษฐานอยู่ที่ที่ปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral) สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 11 ส่วนวิหารที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ที่นักบุญนีโน่สร้างไม้กางเขนอันแรกของจอร์เจียขึ้นมา คือวิหารจวารี (Jvari Monastery)

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
มหาวิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral)
เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
วิหารจวารี (Jvari Monastery)

เช้าวันที่ 2 ของการเดินทางมีแดดทอประกายสดใส เราเดินเล่นกันอยู่ที่ลานหน้ามหาวิหารสเวติสโคเวลี มารีชี้ให้เราดูภาชนะคล้ายไหที่เรียกว่า ‘คเวฟริ’ (Kvevri) ไว้บรรจุไวน์ พร้อมเล่าว่าไวน์นั้นสำคัญต่อจิตวิญญาณของชาวจอร์เจียมากขนาดไหน

“ตอนคุณตาของฉันเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 เวลาท่านเขียนจดหมายกลับมาที่บ้าน ท่านถามอยู่ 3 อย่าง อย่างแรก คุณตาถามว่าคุณยายเป็นยังไงบ้าง (How is my wife?) อย่างที่สอง คุณตาถามว่าลูกสาวของคุณตา ซึ่งก็คือแม่ของฉันเป็นยังไงบ้าง (How is my daughter?) และอย่างที่สาม…”

มารีหยุดพูดเล็กน้อยพร้อมยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“…คุณตาจะถามว่าไวน์ที่บ่มไว้ได้ที่หรือยัง (How is my wine?)”

พอพูดจบ พวกเราก็หัวเราะกันอย่างครื้นเครง ผมเชื่อว่าเรื่องที่มารีเล่าเป็นเรื่องจริง เพราะชาวจอร์เจียภูมิใจกับไวน์ของตนเองเป็นอย่างมาก มารีเล่าว่าจอร์เจียเป็นหนึ่งในชาติที่ผลิตไวน์ได้เป็นชาติแรก ๆ ของโลก โดยอาจผลิตได้ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อราว 9,000 – 7,000 ปีก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ มารีเล่าว่าชาวจอร์เจียหัดดื่มไวน์กันตั้งแต่เด็ก แต่เป็นการหัดดื่มภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง เพื่อให้ดื่มไวน์เป็นและไม่ดื่มจนขาดสติในอนาคต

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
คเวฟริ (Kvevri)

บ่ายวันนั้นเราเดินทางขึ้นเขาต่อไปยังเมืองคาซเบกี (Kazbegi) อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) โบสถ์ขนาดเล็กบนภูเขาสูงที่ปรากฏอยู่บนป้ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจอร์เจียแทบทุกแผ่น คืนนั้นเรากลับลงมาพักกันที่เมืองกูดาอูรี (Gudauri) เมืองตากอากาศชื่อดัง อากาศคืนนั้นค่อนข้างหนาวเย็นก็จริง แต่เมื่อนั่งล้อมวงกับเพื่อนฝูง บรรยากาศกลับอบอุ่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ นี่คืออานุภาพของมิตรภาพที่แท้จริง และผมคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่จัดทริปนี้ขึ้นมา เพื่อให้เราได้ออกเดินทางร่วมกันอีกครั้งหลังโรคระบาดร้ายแรงคลี่คลายลง

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church)

เมืองโบราณและบ้านท่านผู้นำ

วันรุ่งขึ้นเราอำลาอ้อมกอดของเทือกเขาที่เมืองกูดาอูรี แวะเดินทางเที่ยวชมป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) ที่สร้างขึ้นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ป้อมปราการแห่งนี้เป็นพื้นที่ใช้สอยหลายวัตถุประสงค์ นอกจากมีเชิงเทินและหอคอยสังเกตการณ์แล้ว ภายในยังมีโบสถ์ขนาดใหญ่ และรอบ ๆ ป้อมก็ยังเคยรายล้อมด้วยชุมชนขนาดใหญ่ด้วย แต่ปัจจุบันเรามองไม่เห็นร่องรอยของชุมชนขนาดใหญ่แล้ว เพราะถูกแทนที่ด้วยอ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นในสมัยที่รัสเซียยังเป็นสหภาพโซเวียต

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress)

จุดหมายปลายทางของเราบ่ายวันนี้อยู่ที่เมืองอุพลิสซิเค (Uplistsikhe) เมืองโบราณที่มีผู้คนอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และกลายเป็นเมืองสำคัญบนเส้นทางการค้าในยุคกลาง เมืองแห่งนี้เกิดจากการเจาะหินบนหน้าผาขึ้นไปให้กลายเป็นโพรงถ้ำเพื่อประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ เช่น เป็นพื้นที่เก็บยาสมุนไพร เป็นโรงละคร เป็นสถานที่ประชุมและพบปะของชาวเมือง นอกจากนี้ ชาวเมืองอุพลิสซิเคยังขุดทางลับไว้ให้ชาวเมืองลี้ภัยยามฉุกเฉินด้วย เราต้องไม่ลืมว่านี่คือผลงานสร้างสรรค์ของผู้คนในอดีต ที่ใช้สองมือของตนขุดแต่งหินต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคน เมื่อเราขึ้นไปยืนอยู่บนยอดสูงสุดของเมืองอุพลิสซิเค เราจึงได้แต่อึ้งและทึ่งกับภาพของเมืองทั้งหมดที่พบเห็น

ผมมีความเห็นว่าวัฒนธรรมการขุดเมืองถ้ำ หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องคือการขุดเจาะภูเขาหินให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยขนาดใหญ่นั้น เป็นภูมิปัญญาร่วมกันของผู้คนในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และยุโรปตะวันออก เพราะเราพบการขุดเจาะเพิงผาแบบนี้ได้ทั่วไปในหลายประเทศแถบนี้ เช่น ตุรกี อัฟกานิสถาน และเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของประเทศจีน

เที่ยว 9 เมืองในจอร์เจียกับไกด์ท้องถิ่น อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพ
เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

หลังออกจากเมืองโบราณอุพลิสซิเค เราเดินทางต่อไปยังเมืองโกรี (Gori) ที่มีความสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน จริงอยู่ว่าจอร์เจียมีอดีตที่ไม่น่าจดจำนักจากการที่เคยตกเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต อีกทั้ง โจเซฟ สตาลิน เองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะของวีรบุรุษที่โลกต้องสดุดี แต่มารีเล่าให้ผมฟังว่ารัฐบาลจอร์เจียยินดีรักษาอนุสรณ์สถานบ้านเกิดของอดีตผู้นำจอมเผด็จการชื่อก้องผู้นี้เอาไว้ ในฐานะบันทึกความทรงจำทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าร่วมกันของมนุษยชาติ

“เราควรเรียนรู้เรื่องราวในอดีตไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่น่าชื่นชมยินดี หรืออดีตที่แสนจะขมขื่นก็ตาม” ผมบอกมารี และมารีพยักหน้าเห็นด้วยกับผม

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
อนุสาวรีย์โจเซฟ สตาลิน

มัคคุเทศก์ประจำอนุสรณ์สถานบ้านเกิดสตาลินเป็นหญิงวัยกลางคน รูปร่างสูงโปร่ง จริตกิริยาเหมือนหลุดออกมาจากสมัยโซเวียต เธอสับเท้าเป๊ะ ๆ บนรองเท้าส้นสูงของเธอตลอดระยะเวลาการนำชม สวมใส่กระโปรงยาวและถุงมือสีดำสนิท ใบหน้าเรียบเฉย และเล่าเรื่องของสตาลินให้พวกเราฟังด้วยน้ำเสียงเหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครองตลอดเวลา แต่ผมเป็นนักเรียนประเภทที่ไม่เคยกลัวอาจารย์ฝ่ายปกครองอยู่แล้ว จึงค่อย ๆ ยิ้มและชวนเธอคุยทีละน้อย ประกอบกับสาว ๆ ในกลุ่มของเราแต่งตัวสวยจนทำให้เธอมองแล้วมองอีก ในขณะที่สาว ๆ ของเราประทับใจบุคลิกอันแสนสง่าของเธอเช่นเดียวกัน ในที่สุดหน้าตาเคร่งเครียดและคิ้วขมวดของอีกฝ่ายก็คลายลงเมื่อเราเริ่มพูดคุยกัน กลายเป็นรอยยิ้มและการโบกมือบ๊ายบายให้กันก่อนจะจากมา ถือว่าเราประสบความสำเร็จในการนำเอา Thai Hospitality มาใช้อย่างสุดกำลังความสามารถ

“คุณเก่งนะ แถมยังหล่อด้วย” เธอบอกกับผมในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าทริปหลังจากหน้าที่ของเธอสิ้นสุดลง เพราะผมช่วยเธอขยายความประวัติศาสตร์โซเวียตในบางจุดเป็นภาษาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในประเทศรัสเซีย ผมยิ้มกว้างและขอบคุณ ผมถือว่าเธอพูดจริง เพราะอาจารย์ฝ่ายปกครองสุดเนี้ยบจะพูดโกหกให้เสียระบอบการปกครองได้อย่างไร

จากขุนเขาสู่ท้องทะเล

คืนนั้นเราพักผ่อนกันที่เมืองตากอากาศอีกแห่งหนึ่งชื่อเมืองบากูรีอานี (Bakuriani) เมืองนี้มีบรรยากาศชวนให้นึกถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เรียงรายด้วยที่พักตากอากาศมากมายและเป็นที่พักผ่อนสำหรับทุกคนในครอบครัว มารีบอกกับผมว่า อาหารเลื่องชื่อของเมืองแห่งนี้คือเห็ดนานาชนิดที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ รสชาติหอมอร่อยและฉ่ำน้ำ ระหว่างที่รับประทานอาหารมื้อเย็น ผมมีโอกาสแนะนำเมนูเห็ดให้ทัวร์ไทยอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเข้าพักโรงแรมเดียวกันให้ลองชิม และสิ่งที่มารีโฆษณาเอาไว้ก็เป็นเรื่องจริง เพราะนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกคนยกนิ้วให้กับเห็ดเมืองนี้ว่าอร่อยมาก พลาดไม่ได้!

ระหว่างที่ผมกำลังทำหน้าที่หัวหน้าทัวร์แนะนำเมนูเห็ดอยู่นั้น พอดีพบกับนักเรียนที่ผมเคยสอนเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้วถึง 2 คน ซึ่งเป็นพี่น้องกันและเป็นลูกทัวร์ของทัวร์ไทยกลุ่มนั้น ผมเองก็ดีใจมากที่นักเรียนทั้งคู่ยังจำผมได้ น้อง ๆ ทั้งสองคนเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าเรียนหนักไปบ้าง แต่โดยรวมก็มีความสุขดี ผมฟังแล้วได้แต่ปลื้มใจและสุขใจไปด้วยที่เห็นนักเรียนของผมมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
ผู้เขียนและนักเรียนของผู้เขียนที่เมืองบากูรีอานี

เมืองบากูรีอานีอยู่ใกล้กับเมืองแหล่งน้ำแร่ชื่อเมืองบอร์โจมี (Borjomi) มีต้นกำเนิดมาจากยอดเขาสูงที่บากูรีอานีนั่นเอง ว่ากันว่าน้ำแร่ของเมืองบอร์โจมีนั้นค้นพบโดยบังเอิญจากทหารโซเวียต และได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นน้ำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสารพัดชนิด เรามีโอกาสได้ชิมน้ำแร่นี้จากแหล่งน้ำโดยตรงด้วย อย่าถามเลยครับว่ารสชาติเป็นอย่างไร เพราะเมื่อได้ชิมไปคนละอึกสองอึกก็ทำหน้าตากันไม่ถูกทุกคน ส่วนตัวผมผมคิดว่ารสชาติคล้ายกับสนิมเหล็ก คงเพราะมีแร่โลหะที่มีประโยชน์อยู่มากนั่นเอง มารีเห็นเพื่อนของผมชิมน้ำแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็หัวเราะพลางบอกกับผมว่า โชคดีแล้วที่พวกผมได้ชิมน้ำเพียงแก้วเล็ก ๆ หากดื่มไม่หมดก็เอาไปเททิ้งที่ลำธารได้ แต่อย่าเททิ้งที่โคนต้นไม้ เพราะอาจจะทำให้ต้นไม้ได้รับแร่ธาตุบางชนิดมากเกินไปและเหี่ยวเฉาได้ 

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

เราเดินทางต่อไปที่เมืองคูไทซี (Kutaisi) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเกลาติ (Gelati Monastery) สร้างขึ้นในรัชกาลของกษัตริย์เดวิดผู้สร้าง (David the Builder) เหตุที่พระองค์มีพระราชสมัญญานามเช่นนั้น เพราะในรัชกาลของพระองค์เต็มไปด้วยการก่อสร้างมหาวิหารและสาธารณูปโภคมากมาย ตามประวัติศาสตร์ระบุว่าหลังจากการสถาปนาทบิลิซีเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรแล้ว จอร์เจียก็ดำรงความเป็นปึกแผ่นไว้ได้ไม่นาน เพราะหลังจากนั้นแผ่นดินจอร์เจียต้องประสบกับความวุ่นวายแตกแยกเป็นหลายนครรัฐ ก่อนที่จะรวมเป็นปึกแผ่นได้อีกครั้งในราวคริสต์ศตวรรษที่ 11 ภายใต้การปกครองของราชวงศ์บากราติโอนี (Bagrationi Dynasty) ถือเป็นราชวงศ์แรกและราชวงศ์เดียวที่ปกครองราชอาณาจักรจอร์เจีย (Kingdom of Georgia) ให้ยืนหยัดท่ามกลางกระแสลมแรงของความผันผวนทางการเมือง ในยุคกลางและยุคใหม่ของยุโรปได้อย่างน่าภาคภูมิใจ 

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

พระมหากษัตริย์ที่โดดเด่นที่สุดในสมัยนี้ก็คือพระเจ้าเดวิดผู้สร้างพระองค์นี้นี่เอง ด้วยเหตุนี้จึงปรากฏพระบรมสาทิสลักษณ์ (ภาพวาด) ของพระองค์อยู่บนจิตรกรรมของพระวิหารหลายแห่ง ปัจจุบันพระบรมศพของพระองค์ยังประดิษฐานอยู่ที่มหาวิหารแห่งนี้ด้วย โดยประดิษฐานอยู่ที่ประตูทางเข้ามหาวิหาร (เดิม) อีกฟากหนึ่งตรงข้ามกับทางเข้าในปัจจุบัน

ราชวงศ์บากราติโอนีปกครองจอร์เจียมาจนถึงราว ค.ศ. 1801 จักรวรรดิรัสเซียยุคใหม่นำโดยราชวงศ์โรมานอฟก็ขยายอิทธิพลมาถึง จึงเหลือเพียงกำลังที่อาณาจักรเล็ก ๆ อย่างจอร์เจียจะต้านทานไหว ในช่วงต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 19 จอร์เจียถูกกดดันจากทุกด้าน กษัตริย์เอเรเคิลที่ 2 (Erekle II) ทรงพยายามอย่างสุดความสามารถในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้กล้าที่จะปกป้องพระราชอาณาจักรและประชาชนชาวจอร์เจีย แต่ไม่เป็นผล ภายหลังการสวรรคตของกษัตริย์เอเรเคิลที่ 2 ไม่นาน จอร์เจียต้องตกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมานอฟ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตในเวลาต่อมา

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

ภาพวาดเฟรสโกภายในมหาวิหารเกลาตินั้นน่าตื่นตาตื่นใจมาก เนื่องจากมีสภาพสมบูรณ์เมื่อเทียบกับโบสถ์หลายแห่งที่ภาพวาดเหล่านี้ถูกทำลายไปในช่วงที่สหภาพโซเวียตปกครองจอร์เจีย เราเพลิดเพลินอยู่กับภาพวาดอันสวยงามเหล่านั้นพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว ก่อนจะเดินทางต่อไปพบกับประสบการณ์ผจญภัยในรีสอร์ตสุดหลอนที่เมืองสคอลทูโบ ซึ่งเป็นฉากเปิดเรื่องของบทความนี้

“ผ่านมาได้แล้วก็ค่อยยังชั่ว” น้องผู้หญิงคนหนึ่งบอกกับผมแบบนี้ หลังจากเธอผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนยาวนานในโรงแรมแห่งนั้นมาได้ ผมอมยิ้มแล้วก็คิดในใจว่า ถ้านอนโรงแรมปกติธรรมดา ก็เป็นเรื่องยากที่โรงแรมระหว่างทริปจะประทับอยู่ในความทรงจำ เพราะทุกโรงแรมคงเหมือน ๆ กันหมด แต่ถ้าลองนอนโรงแรมพิเศษไม่เหมือนใครแล้วล่ะก็ เราจะมีเรื่องเป็นตำนานให้เล่าสู่กันฟังอย่างไม่รู้จบ

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

เราแวะไปที่ถ้ำโพรมีธีอุส (Prometheus Cave) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังใกล้กับเมืองสคอลทูโบ ก่อนมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางสุดท้ายของเราคือเมืองบาทูมี (Batumi) เมืองท่าริมทะเลดำเพียงแห่งเดียวของประเทศจอร์เจีย ทะเลดำเป็นทะเลภายในที่เชื่อมต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนต่อไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก จอร์เจียอาศัยผืนน้ำของทะเลดำในการขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าและออกมาโดยตลอด และบาทูมีก็ยังเป็นแหล่งพักผ่อนตากอากาศยอดนิยมของนักเดินทางจากประเทศใกล้เคียงอย่างตุรกีและซาอุดิอาระเบียด้วย จอร์เจียจึงถือว่าบาทูมีเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญเมืองหนึ่ง

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก

คืนวันนั้นเรานอนดึกกันเป็นพิเศษ เพราะตกลงกันว่าจะไปนั่งแช่กันในผับเงียบ ๆ แห่งหนึ่ง สั่งเครื่องดื่มมาสักหน่อย เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้สู่กันฟัง ผมชอบบรรยากาศคืนสุดท้ายของการเดินทางมากเป็นพิเศษ เพราะมักจะเป็นคืนที่เพื่อนฝูงได้มีโอกาสพูดคุยถึงเรื่องชีวิตและเหตุต่าง ๆ ทั้งดีและร้ายที่ตนเองได้ประสบมา ใครที่มีเรื่องราวน่ายินดีก็เป็นโอกาสทดีที่เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองของกันและกัน ในขณะที่ใครมีเรื่องหนักอกหนักใจก็ถือโอกาสผ่อนคลายเรื่องเหล่านั้นออกจากอกไปบ้าง 

ช่วงเวลาเช่นนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษที่ทำให้การเดินทางมีความหมายขึ้นมามากจริง ๆ

จอร์เจียในความทรงจำ

วันถัดมาเป็นวันสุดท้ายจริง ๆ ของการเดินทาง เรานั่งรถตลอดทั้งวันจากบาทูมีกลับกรุงทบิลิซี และมีโอกาสซื้อของและรับประทานอาหารพร้อมดูโชว์ท้องถิ่นนิดหน่อย หลังจากนั้นผมกับมารีก็ไปส่งเพื่อน ๆ ที่สนามบินตอนเที่ยงคืน ผมยังอยู่จอร์เจียต่ออีกคืนหนึ่ง เพื่อรอเดินทางต่อไปยังประเทศอาเซอร์ไบจานคนเดียวในวันรุ่งขึ้น ชีวิตของผมยังมีเรื่องให้ต้องไปผจญภัยต่ออีกหลายวัน

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
ผมและมารี (มัคคุเทศก์)

มารีบอกกับผมว่า กลุ่มของผมคือทัวร์ไทยกลุ่มแรกที่เธอต้อนรับ หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง 

มารียืนยันกับผมว่าคนไทยน่ารักเสมอ เธอดีใจที่มีโอกาสพบคนไทยอีก ถ้ามีโอกาสเธออยากให้ผมพาคนไทยมาเที่ยวจอร์เจียด้วยเหมือนกัน ผมบอกว่าถ้ามีโอกาสผมอาจจะได้เป็นหัวหน้าทัวร์มาจอร์เจียอีกก็เป็นได้ แต่มีข้อแม้ก็คือมารีจะต้องมาเป็นไกด์ดูแลลูกทัวร์ไปพร้อม ๆ กับผมด้วย ทริปถึงจะราบรื่นและเต็มไปด้วยความประทับใจอย่างทริปของพวกเราในครั้งนี้ ก่อนหน้าที่ผมจะเดินทางมาจอร์เจียอีกครั้ง ผมชวนมารีให้หาโอกาสว่าง ๆ มาเที่ยวเมืองไทยบ้าง ผมบอกว่ามีคนยินดีเป็นไกด์ให้มารีเยอะแยะ อย่างน้อยก็คือพวกเราทั้ง 8 คนนั่นเอง

หลายครั้งที่เราเฝ้าเพียรหาจุดหมายปลายทางของการเดินทางที่ประหลาดมหัศจรรย์ แต่ในบางครั้งการเดินทางบนเส้นทางอันสุดแสนจะธรรมดา ก็กลับเปี่ยมเสน่ห์อย่างไม่ธรรมดาขึ้นมาได้เพราะเพื่อนร่วมทางที่ดี ดังที่ ‘จอร์เจีย’ เส้นทางยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ได้พิสูจน์ให้เราสัมผัสความจริงที่ว่านี้แล้วด้วยหัวใจของพวกเราทุกคน

เที่ยวประเทศจอร์เจียฉบับเพื่อน ๆ สนุกกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไกด์ท้องถิ่นแสนน่ารัก
ภาพ : ทีมสุภาพบุรุษ (พร้อมด้วยสุภาพสตรี) ไปจอร์เจีย

Writer

ณัฐพงศ์​ ลาภบุญทรัพย์

วิทยากรและครูสอนวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษาฯ ผู้รักการเดินทางเพื่อรู้จักตนเองและรู้จักโลกเป็นชีวิตจิตใจ เดินทางไปแล้วครบทุกจังหวัดในประเทศไทย และกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load