ในวันที่ใจเหนื่อยล้าจากงานประจำมาเกือบ 2 ปี แถมต้องมาระวังโรคระบาด บั่นทอนจิตใจอย่างมาก ความกระหายในการเดินทางมันเรียกร้องอยู่ตลอด อยากพักผ่อนและค้นหาสิ่งแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน 

‘หาดไร่เลย์’ คือจุดหมายที่ใจเรียกร้อง หาดเล็ก ๆ ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาหินมีลักษณะคล้ายค้อนปอนด์ ตั้งอยู่ในอ่าวกระบี่ ช่วงบนเป็นแหลมแผ่นดินที่รถขับมาไม่ได้เพราะภูเขาปิดกั้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเกาะ 

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

เสน่ห์ของไร่เลย์ นอกจากธรรมชาติ ยังมีกิจกรรมแอดแวนเจอร์มากมาย ไฮไลต์คงหนีไม่พ้นการปีนผา จุดรวมพลนักปีนผาจากทั่วโลก ผมเองก็อยากเป็นหนึ่งในนั้น ต่างกันที่ประสบการณ์เป็นศูนย์ เพียงแค่อยากวัดใจและหาความสุขให้กับตัวเอง

เวลาวัดใจ

“พี่ครับ จะปีนผาต้องเตรียมอะไรบ้าง” ผมถาม

“ไม่ต้องเตรียมอะไร มีแค่ใจก็พอ” ครูฝึกหนุ่มประสบการณ์สูงจาก Tex Rock Climbing ตอบผมอย่างนั้น

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

ผมปักหมุดที่ Castle Wall ผายอดนิยมที่ครูฝึกใช้เป็นเส้นทางแรก ๆ ในการสอน ถือว่าเป็นจุดปีนผาที่สวยงามมากทีเดียว ความยากคือ จุดปีนผ้าจุดนี้ถูกใช้งานมานานนับ 10 ปี อาจทำให้หินมีความลื่นลำบากในการจับและเกาะอยู่บ้าง ซึ่งครูฝึกบอกว่าหากจัดระเบียบของร่างกายให้ถูกต้อง ประสานร่างกายและจิตใจเข้าด้วยกัน เชื่อในอุปกรณ์และฟังตามคำแนะนำ มันแทบไม่ต้องใช้แรง ขอแค่มีสมาธิ ทุกอย่างจะง่ายทันทีและไม่ต้องกังวล เพราะเชือกแข็งแรง ก้าวพลาด… ก็ไม่มีหล่น ฟังแล้วใจชื้นขึ้นหน่อย

พอถึงเวลาต้องปีนจริง ๆ นี่สิ

จู่ ๆ ใจผมเริ่มสั่น ความกล้าวันก่อนไปหลบอยู่ไหน ด้านบนคือสมรภูมิวัดใจที่ท้าทายใจเราเอง ก้าวแรกของผมค่อนข้างเคอะเขิน บาลานซ์ยังไม่ดี ยิ่งสูง ยิ่งสั่น มีก็แต่เสียงตะโกนของครูฝึกที่คอยปลอบประโลมความปอดแหกของตัวเรา ผมพยายามตั้งสติ เชื่อในข้างต้น ตามองด้านบน หูฟังเสียงตะโกน รู้ทั้งรู้ว่าปลอดภัยแต่ใจมันหวิวเสียเหลือเกิน ขึ้นไปครึ่งทางแล้วจะถอดใจก็เสียหน้าแย่

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

ผมหยุดพัก หลับตาพร้อมสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด ตั้งสมาธิแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน บอกกับตัวเองว่าทำได้ 

ผมปีนต่อไปโดยไม่มองด้านล่าง เผลอแป๊บเดียวจุดหมายอยู่แค่เอื้อม เสียงแว่วมาให้ช้าลงหน่อย ลองหยุดมองวิวเสียก่อน ปล่อยใจให้สบาย หรือไม่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเซลฟี่เก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ ผมทำตามอย่างไม่ลังเล จากความกลัวเปลี่ยนเป็นความสงบ ยิ่งสูงขึ้นกลับรู้สึกว่ายิ่งปลอดภัย ผมเผลอปล่อยใจอยู่นานก็เก็บโทรศัพท์และไปต่ออย่างใจเย็นจนถึงจุดหมาย

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

“สุดยอดเลยพี่” เสียงครูฝึกชื่นชมอย่างภูมิใจ

เอาเข้าจริงก็ไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่ หากแต่ใจเราปรุงแต่งเพียงเพราะมันสูง พอได้ห้อยต่องแต่งอยู่ตรงนั้น ผมสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบ ผ่อนคลาย และเบาใจอย่างบอกไม่ถูก ณ เวลานั้นมันสลัดความน่าเบื่อของชีวิตทิ้งลงไปได้บ้าง 

ที่สำคัญ รู้สึกภูมิใจเล็กน้อยที่เอาชนะความกลัวในใจตนเองได้ 

“จะลงแล้วบอกนะ” เสียงตะโกนอีกครั้งจากครูฝึก ผมพยักหน้าพร้อมโรยตัวอย่างช้า ๆ ฟอร์มแอ็คท่าแบบ ทอม ครูซ

“ลงมาเลย เชือกปลอดภัย สั่งมาจากจีน” ครูฝึกมาดเข้มพูดปนเสียงหัวเราะ

ผมมัวแต่ยิ้มรับมุกจนลืมโพสท่าที่เตรียมไว้ บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ลงมาได้ก็บุญแล้วยังจะห่วงท่าอีก ฮ่า ๆ

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่
หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

เวลาพักใจ

หลังจากทำกิจกรรมที่หัวใจสูบฉีดพอให้ปลุกความเป็นชาย ผมที่ยังคึกและอินกับการปีนผาอยากจะไปลุยต่อที่ลากูน แน่ล่ะ-ใจมันได้ แต่ร่างกายเจ้ากรรมดันไม่เห็นด้วย แขนและขาอ่อนแรง เจ็บกล้ามเนื้อ เพราะไม่ได้วอร์มร่างกายและเกร็งมากเกินไปขณะปีน จนทำให้ต้องพักความโลดโผนไปก่อน เย็นวันนี้เลยตัดสินใจเดินเล่นที่หาดถ้ำพระนาง และชมแสงสุดท้ายที่ไร่เลย์ฝั่งตะวันตก

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

หาดทรายขาวทอดยาวประมาณ 400 เมตร ภูเขาหินเด่นเป็นสง่า ตั้งท่าเหมือนคอยใครสักคนมาพบเจอ หาดถ้ำพระนางวันนี้ดูสงบกว่าที่เคย ผู้คนกระจายอยู่ตามจุดให้พอไม่เหงา บ้างก็อาบแดด พายซัพบอร์ด มองแล้วดูมีชีวิตชีวา ช่วงน้ำลงรายละเอียดบนหาดเริ่มเผยความงามที่ซ่อนไว้ราวกับต้องการให้ค้นหา มันล่อใจให้เดินลัดเลาะจนพบกับมุมลับที่แปลกตา อดจะถ่ายภาพเก็บไว้ไม่ได้จริง ๆ

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว
หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

หลังจากถ่ายภาพอยู่พักใหญ่ ผมเลือกไปต่อที่ถ้ำค้างคาว อีกสถานที่อันซีนบนหาดไร่เลย์ 

จากหาดถ้ำพระนางเดินไปจนสุด เลี้ยวขวา แล้วค่อย ๆ ก้มตัวลงลอดผ่านแนวไม้ที่ขวางอย่างไม่เป็นมิตร ทางขึ้นมีหินขรุขระเล็กใหญ่ประปรายดูลำบากไปหน่อย ยังดีที่มีเชือกให้เกาะ ในถ้ำลื่นและมืดอยู่มาก หากมีไฟฉายติดมาด้วยคงดี 

การใส่แตะขอบฟ้ามาคงเป็นสิ่งผิดพลาดครั้งใหญ่ ไม่ขาพลิกก็ลื่นหัวแตก ใช้เวลาและกำลังพอควรกว่าจะถึงจุดโรยตัว ผมต้องปีนขึ้นมาอย่างลำบากและลงอย่างทุลักทุเล แต่แลกกับวิวแล้วก็คุ้มค่า แค่ได้ขึ้นมาเห็นคนโรยตัวลงจากถ้ำก็คุ้มแล้ว

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

รู้ตัวอีกทีปล่อยเวลาให้ทำงานจนเลยเถิด ลืมไปว่าต้องไปเก็บแสงสุดท้ายที่ฝั่งตะวันตก

หาดไร่เลย์ตะวันตกคือจุดสุดท้ายที่ผมเลือกจะพักใจ หาดกว้างไกลสุดสายตาไร้ซึ่งผู้คน โล่งเสียจนคิดว่าเป็นหาดส่วนตัวบรรยากาศเป็นใจต่อคนหมดไฟแบบผม ณ เวลานั้น ผมเดินไปจนสุดหาด หยุดพักนั่งฟังเสียงคลื่นแล้วทบทวนตัวเองอีกครั้ง 

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

ในเวลาอันสั้น ผมสลัดเรื่องกังวลใจทิ้งไปจนหมด เอนจอยกับทุกสิ่งที่ได้ทำ ได้ใช้ชีวิตโดยไร้การวางแผนและปล่อยวางความรู้สึก เหมือนได้ชาร์จพลัง ผมมีความสุขเป็นอย่างมาก มากเสียจนไม่อยากกลับไปทำงาน แต่ถ้าอยู่นานกว่านี้คงเคยตัวแน่ ๆ

พระอาทิตย์กำลังร่ำลา แต่เผอิญไอ้ฝนบ้าดันตกเสียอย่างนั้น ผมหันหลังให้แสงสุดท้าย มือรีบคว้ากล้องเข้ากระเป๋าและวิ่งตากฝนด้วยความสนุก แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าเต็มที แต่ ณ ขณะที่วิ่งอยู่นั้น กลับรู้สึกว่า

‘นี่เป็นความเหนื่อยที่โคตรมีความสุขที่สุดในรอบ 2 ปีนี้เลยว่ะ’

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

เวลาของความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ หากแต่ความทรงจำมักหยุด… จำเวลานั้นไม่เคยลืม

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ศุภสัณห์ เศรษฐภัทรชัย

หนุ่มบางกอก หาเลี้ยงปากท้องด้วยอาชีพ Graphic ชอบถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ขี้เบื่อไปซะทุกอย่างยกเว้นกาแฟ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

24 มิถุนายน 2560
1 K

Croatia เป็นประเทศขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศแถบ Eastern Europe ที่สวยที่สุด เนื่องจากเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในแถบ Adriatic Sea ภูมิประเทศและภูมิอากาศในช่วงฤดูร้อนจึงเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวเมืองและธรรมชาติ

เหตุเกิดขึ้นเมื่อเราร่วมลงแข่งงานวิ่ง 100 Miles of Istria ระยะ 42 กิโลเมตรของ Ultra-Trail World Tour การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะเคยใฝ่ฝันไว้ว่าอยากจะมาประเทศแถบนี้ อยากมาชิมบรรยากาศของทะเลเอเดรียติกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

Adriatic Sea Croatia

เมืองที่มีงาน 100 Miles of Istria นี้ไม่ได้เป็นเมืองหลวง เลยทำให้การวางแผนในการเดินทางนี้ค่อนข้างจะยากลำบาก เพราะต้องต่อบินหลายต่อจาก Bangkok-London-Venice แล้วยังต้องนั่งรถจากเวนิซข้ามมา Slovenia (สโลวีเนีย) แล้วจึงถึงจุดหมายปลายทางที่อิสเตรีย ประเทศโครเอเชีย รวมแล้วทั้งหมดใช้เวลาการเดินทางเกือบ 40 ชั่วโมงเลยทีเดียว

อิสเตรียเป็นแคว้นเล็กๆ ที่ประกอบไปด้วยเมืองเล็กๆ อย่าง Umag, Rovinj, Motovun, Lovran ซึ่งแต่ละเมืองมีประชากรอยู่เพียงหมื่นกว่าคน และแน่นอน ชาวเอเชียเป็นความแปลกตาสำหรับคนพื้นเมือง เราพักอยู่ที่เมืองอูมัก ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของการแข่งขันครั้งนี้ อูมักเป็นเมืองที่ติดทะเล ร้านอาหารส่วนใหญ่จะเป็นแบบโฮมเมด มีทั้งพาสต้า สเต๊ก และอาหารทะเล อาหารที่นี่รสชาติต่างจากอาหารอิตาเลียน โดยจะปรุงอาหารแบบธรรมชาติ เน้นวัตถุดิบดี และอาหารรสไม่จัด นอกจากอูมักแล้ว เราขับรถไปเที่ยวเมืองโรวินจ์ที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งมีท่าเรือตกปลาของโครเอเชีย สถาปัตยกรรมแบบ Venetian และย่านเมืองเก่าใจกลางเมือง นับเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ และถูกจัดให้เป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดในเอเดรียติกอีกด้วย

Croatia Croatia Croatia

ชื่องาน 100 Miles 0f Istria จริงๆ แล้วมาจากระยะ 100 ไมล์ซึ่งเป็นระยะสูงสุด และเป็นเส้นทางวิ่งรอบแคว้นอิสเตรียเลย อีเวนต์นี้เป็นงานวิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ ดังนั้น การจัดการแข่งขันต้องบริหารจัดการหลายส่วน ซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่นและมืออาชีพ ทุกคำถามมีคำตอบ มีข้อมูลให้อ่านครบถ้วน ทั้งการอธิบายเส้นทางวิ่ง คำแนะนำในการเดินทาง หรือการจองที่พัก แบบนี้สิที่เขาเรียกว่าระดับโลก

มาถึงเราบ้าง การเตรียมตัวก่อนวิ่งของเราเป็นไปอย่างเรียบง่าย เพราะระยะของเราไม่เยอะมาก แต่ก็แอบหวั่นใจว่าจะจบหรือไม่ เพราะไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศและภูมิอากาศ ระยะของเราคือ 42 km ปล่อยตัวที่เมืองโมโตวุน ซึ่งต้องนั่งรถออกไปจากอูมักอีก 45 นาที และต้องวิ่งจากจุดปล่อยตัว ผ่านอีก 3 เมือง 3 เขา และกลับมาจบที่อูมัก หลายคนอาจจะคิดว่าวิ่งต่างประเทศอากาศจะต้องเย็นสบาย แต่เรื่องจริงนั้นตรงกันข้าม ถึงอากาศจะเย็น แต่แดดแผดเผาไม่แพ้ประเทศไทยเลย

เวลาปล่อยตัวเริ่มใกล้เข้ามา ใจก็ตุบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมแข่ง Ultra-Trail World Tour เราตื่นเต้นมากๆ ยืดเส้นรอเวลา พอเสียงแตรดังขึ้นก็ออก start! เพื่อไม่ให้ขายหน้าคนเอเชีย (เราเป็นเอเชียคนเดียวใน race นี้) เลยใส่ไปเต็มที่ พยายามวิ่งให้อยู่ในอันดับกลางๆ (ที่จริงอยากอยู่แนวหน้า แต่ไม่สามารถจริงๆ) ท่องในใจว่า pride of Asia อย่าทำให้ขายหน้าชาวโลก แค่ได้วิ่งแซงฝรั่ง เราก็ดีใจแล้ว

Ultra Trail World Tour

Ultra Trail World Tour Ultra Trail World Tour

ด้วยความที่ต้องขึ้นวิ่งเขา บวกกับใส่ไปเต็มในช่วงแรก ทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่กลัวหนาว กลับกลายเป็นว่าต้องถอดแขนยาวออก เก็บผ้า buff แล้วเหลือแต่แขนสั้น ก็ค่อยวิ่งได้สบายขึ้น และไหม้ไปตามระเบียบ เป็นการแข่งขันวิ่งที่ท้าทายและสนุกมาก ทางสวย ได้ผ่านทั้งเมืองยุโรปเก่าและทางวิ่ง มีชาวบ้านเชียร์ตลอดมุมเมือง และมีบรรยากาศที่เป็นมิตร อาหารที่มีให้นักวิ่งในงานเป็นพาร์มาแฮม ชีส และช็อกโกแลต อุดมสมบูรณ์ไปตลอดระยะทาง

วิ่งไปได้จนเหลือเพียง 10 กิโลเมตรสุดท้าย เวลา 2 ทุ่ม พระอาทิตย์ก็เริ่มตก อากาศพลิกอย่างมหันต์ จากที่ร้อนมากๆ กลายเป็นเย็นจัด เสื้อแขนยาวที่แบกมาตลอดสามสิบกว่าโลเลยได้มาเป็นประโยชน์อีกครั้ง จาก 10 โล เป็น 5 โล จาก 5 โล เป็น 500 เมตร ซึ่งเป็น 500 เมตรที่รู้สึกว่ามันไกลกว่า 42 โลทั้งหมดที่วิ่งมา ร่างกายเริ่มอ่อนล้า ท้องเริ่มร้อง ขาเริ่มก้าวไม่ออก จะเดินก็ไม่ได้เพราะตะคริวจะกิน และจะยิ่งทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าเดิม สิ่งที่ทำได้ ณ เวลานั้นคือท่อง (อีกแล้ว) ว่า ให้มันจบๆ ไป อย่าหยุด ไปต่อ จนเห็นเส้นชัยแรงก็มาจากไหนไม่รู้ ขาหายล้า วิ่งเข้าเส้นชัยด้วยแรงพาร์มาแฮมทั้งหมดที่เหลือ จบเสียที 42 โลของเรา น้ำตาแทบไหลตอนที่ได้รับเหรียญ ดีใจ ได้กินข้าวแล้ว 

42 กิโลเมตรนี้เราใช้เวลาไปทั้งหมด 8 ชั่วโมงกว่าๆ ต้องขอบคุณผู้จัดที่ใจดีให้เวลากับนักวิ่งเหลือเฟือ ทำให้วิ่งจบได้อย่างสวยงาม นับว่าเป็นการแข่งวิ่งที่ต้องทุ่มเทเตรียมตัวพอสมควร การเดินทางค่อนข้างยากและใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและหาที่ไหนไม่ได้อีก การวิ่งระยะยาวสำหรับเราไม่ใช่เพื่อแข่งขันกับคนอื่น แต่คือการแข่งกับตัวเอง เอาชนะใจตัวเอง อย่างที่มีคนเคยเขียนไว้ว่า “The real purpose of running is not to win the race but to test the limit of the human’s heart.”

Ultra Trail World Tour

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่ / บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue/โรงเรียนนานาชาติ’

ถ้าผลงานของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ญดา เลิศวิเศษปัญญา

amateur runner และ brand manager แบรนด์เสื้อผ้า activewear

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load