14 มกราคม 2565
2.14 K

ในวันที่ใจเหนื่อยล้าจากงานประจำมาเกือบ 2 ปี แถมต้องมาระวังโรคระบาด บั่นทอนจิตใจอย่างมาก ความกระหายในการเดินทางมันเรียกร้องอยู่ตลอด อยากพักผ่อนและค้นหาสิ่งแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน 

‘หาดไร่เลย์’ คือจุดหมายที่ใจเรียกร้อง หาดเล็ก ๆ ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาหินมีลักษณะคล้ายค้อนปอนด์ ตั้งอยู่ในอ่าวกระบี่ ช่วงบนเป็นแหลมแผ่นดินที่รถขับมาไม่ได้เพราะภูเขาปิดกั้น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเกาะ 

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

เสน่ห์ของไร่เลย์ นอกจากธรรมชาติ ยังมีกิจกรรมแอดแวนเจอร์มากมาย ไฮไลต์คงหนีไม่พ้นการปีนผา จุดรวมพลนักปีนผาจากทั่วโลก ผมเองก็อยากเป็นหนึ่งในนั้น ต่างกันที่ประสบการณ์เป็นศูนย์ เพียงแค่อยากวัดใจและหาความสุขให้กับตัวเอง

เวลาวัดใจ

“พี่ครับ จะปีนผาต้องเตรียมอะไรบ้าง” ผมถาม

“ไม่ต้องเตรียมอะไร มีแค่ใจก็พอ” ครูฝึกหนุ่มประสบการณ์สูงจาก Tex Rock Climbing ตอบผมอย่างนั้น

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

ผมปักหมุดที่ Castle Wall ผายอดนิยมที่ครูฝึกใช้เป็นเส้นทางแรก ๆ ในการสอน ถือว่าเป็นจุดปีนผาที่สวยงามมากทีเดียว ความยากคือ จุดปีนผ้าจุดนี้ถูกใช้งานมานานนับ 10 ปี อาจทำให้หินมีความลื่นลำบากในการจับและเกาะอยู่บ้าง ซึ่งครูฝึกบอกว่าหากจัดระเบียบของร่างกายให้ถูกต้อง ประสานร่างกายและจิตใจเข้าด้วยกัน เชื่อในอุปกรณ์และฟังตามคำแนะนำ มันแทบไม่ต้องใช้แรง ขอแค่มีสมาธิ ทุกอย่างจะง่ายทันทีและไม่ต้องกังวล เพราะเชือกแข็งแรง ก้าวพลาด… ก็ไม่มีหล่น ฟังแล้วใจชื้นขึ้นหน่อย

พอถึงเวลาต้องปีนจริง ๆ นี่สิ

จู่ ๆ ใจผมเริ่มสั่น ความกล้าวันก่อนไปหลบอยู่ไหน ด้านบนคือสมรภูมิวัดใจที่ท้าทายใจเราเอง ก้าวแรกของผมค่อนข้างเคอะเขิน บาลานซ์ยังไม่ดี ยิ่งสูง ยิ่งสั่น มีก็แต่เสียงตะโกนของครูฝึกที่คอยปลอบประโลมความปอดแหกของตัวเรา ผมพยายามตั้งสติ เชื่อในข้างต้น ตามองด้านบน หูฟังเสียงตะโกน รู้ทั้งรู้ว่าปลอดภัยแต่ใจมันหวิวเสียเหลือเกิน ขึ้นไปครึ่งทางแล้วจะถอดใจก็เสียหน้าแย่

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

ผมหยุดพัก หลับตาพร้อมสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด ตั้งสมาธิแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน บอกกับตัวเองว่าทำได้ 

ผมปีนต่อไปโดยไม่มองด้านล่าง เผลอแป๊บเดียวจุดหมายอยู่แค่เอื้อม เสียงแว่วมาให้ช้าลงหน่อย ลองหยุดมองวิวเสียก่อน ปล่อยใจให้สบาย หรือไม่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเซลฟี่เก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ ผมทำตามอย่างไม่ลังเล จากความกลัวเปลี่ยนเป็นความสงบ ยิ่งสูงขึ้นกลับรู้สึกว่ายิ่งปลอดภัย ผมเผลอปล่อยใจอยู่นานก็เก็บโทรศัพท์และไปต่ออย่างใจเย็นจนถึงจุดหมาย

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

“สุดยอดเลยพี่” เสียงครูฝึกชื่นชมอย่างภูมิใจ

เอาเข้าจริงก็ไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่ หากแต่ใจเราปรุงแต่งเพียงเพราะมันสูง พอได้ห้อยต่องแต่งอยู่ตรงนั้น ผมสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบ ผ่อนคลาย และเบาใจอย่างบอกไม่ถูก ณ เวลานั้นมันสลัดความน่าเบื่อของชีวิตทิ้งลงไปได้บ้าง 

ที่สำคัญ รู้สึกภูมิใจเล็กน้อยที่เอาชนะความกลัวในใจตนเองได้ 

“จะลงแล้วบอกนะ” เสียงตะโกนอีกครั้งจากครูฝึก ผมพยักหน้าพร้อมโรยตัวอย่างช้า ๆ ฟอร์มแอ็คท่าแบบ ทอม ครูซ

“ลงมาเลย เชือกปลอดภัย สั่งมาจากจีน” ครูฝึกมาดเข้มพูดปนเสียงหัวเราะ

ผมมัวแต่ยิ้มรับมุกจนลืมโพสท่าที่เตรียมไว้ บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ลงมาได้ก็บุญแล้วยังจะห่วงท่าอีก ฮ่า ๆ

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่
หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

เวลาพักใจ

หลังจากทำกิจกรรมที่หัวใจสูบฉีดพอให้ปลุกความเป็นชาย ผมที่ยังคึกและอินกับการปีนผาอยากจะไปลุยต่อที่ลากูน แน่ล่ะ-ใจมันได้ แต่ร่างกายเจ้ากรรมดันไม่เห็นด้วย แขนและขาอ่อนแรง เจ็บกล้ามเนื้อ เพราะไม่ได้วอร์มร่างกายและเกร็งมากเกินไปขณะปีน จนทำให้ต้องพักความโลดโผนไปก่อน เย็นวันนี้เลยตัดสินใจเดินเล่นที่หาดถ้ำพระนาง และชมแสงสุดท้ายที่ไร่เลย์ฝั่งตะวันตก

หนีงานประจำไปหาความสุข เดินถ้ำ ดูพระอาทิตย์ตกและปีนผาวัดใจตัวเอง ณ หาดไร่เลย์ กระบี่

หาดทรายขาวทอดยาวประมาณ 400 เมตร ภูเขาหินเด่นเป็นสง่า ตั้งท่าเหมือนคอยใครสักคนมาพบเจอ หาดถ้ำพระนางวันนี้ดูสงบกว่าที่เคย ผู้คนกระจายอยู่ตามจุดให้พอไม่เหงา บ้างก็อาบแดด พายซัพบอร์ด มองแล้วดูมีชีวิตชีวา ช่วงน้ำลงรายละเอียดบนหาดเริ่มเผยความงามที่ซ่อนไว้ราวกับต้องการให้ค้นหา มันล่อใจให้เดินลัดเลาะจนพบกับมุมลับที่แปลกตา อดจะถ่ายภาพเก็บไว้ไม่ได้จริง ๆ

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว
หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

หลังจากถ่ายภาพอยู่พักใหญ่ ผมเลือกไปต่อที่ถ้ำค้างคาว อีกสถานที่อันซีนบนหาดไร่เลย์ 

จากหาดถ้ำพระนางเดินไปจนสุด เลี้ยวขวา แล้วค่อย ๆ ก้มตัวลงลอดผ่านแนวไม้ที่ขวางอย่างไม่เป็นมิตร ทางขึ้นมีหินขรุขระเล็กใหญ่ประปรายดูลำบากไปหน่อย ยังดีที่มีเชือกให้เกาะ ในถ้ำลื่นและมืดอยู่มาก หากมีไฟฉายติดมาด้วยคงดี 

การใส่แตะขอบฟ้ามาคงเป็นสิ่งผิดพลาดครั้งใหญ่ ไม่ขาพลิกก็ลื่นหัวแตก ใช้เวลาและกำลังพอควรกว่าจะถึงจุดโรยตัว ผมต้องปีนขึ้นมาอย่างลำบากและลงอย่างทุลักทุเล แต่แลกกับวิวแล้วก็คุ้มค่า แค่ได้ขึ้นมาเห็นคนโรยตัวลงจากถ้ำก็คุ้มแล้ว

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

รู้ตัวอีกทีปล่อยเวลาให้ทำงานจนเลยเถิด ลืมไปว่าต้องไปเก็บแสงสุดท้ายที่ฝั่งตะวันตก

หาดไร่เลย์ตะวันตกคือจุดสุดท้ายที่ผมเลือกจะพักใจ หาดกว้างไกลสุดสายตาไร้ซึ่งผู้คน โล่งเสียจนคิดว่าเป็นหาดส่วนตัวบรรยากาศเป็นใจต่อคนหมดไฟแบบผม ณ เวลานั้น ผมเดินไปจนสุดหาด หยุดพักนั่งฟังเสียงคลื่นแล้วทบทวนตัวเองอีกครั้ง 

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

ในเวลาอันสั้น ผมสลัดเรื่องกังวลใจทิ้งไปจนหมด เอนจอยกับทุกสิ่งที่ได้ทำ ได้ใช้ชีวิตโดยไร้การวางแผนและปล่อยวางความรู้สึก เหมือนได้ชาร์จพลัง ผมมีความสุขเป็นอย่างมาก มากเสียจนไม่อยากกลับไปทำงาน แต่ถ้าอยู่นานกว่านี้คงเคยตัวแน่ ๆ

พระอาทิตย์กำลังร่ำลา แต่เผอิญไอ้ฝนบ้าดันตกเสียอย่างนั้น ผมหันหลังให้แสงสุดท้าย มือรีบคว้ากล้องเข้ากระเป๋าและวิ่งตากฝนด้วยความสนุก แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าเต็มที แต่ ณ ขณะที่วิ่งอยู่นั้น กลับรู้สึกว่า

‘นี่เป็นความเหนื่อยที่โคตรมีความสุขที่สุดในรอบ 2 ปีนี้เลยว่ะ’

หลบเมืองกรุงไปพักใจที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเอาชนะใจตัวเองด้วยกิจกรรมยิ่งสูงยิ่งเสียว

เวลาของความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ หากแต่ความทรงจำมักหยุด… จำเวลานั้นไม่เคยลืม

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ศุภสัณห์ เศรษฐภัทรชัย

หนุ่มบางกอก หาเลี้ยงปากท้องด้วยอาชีพ Graphic ชอบถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ขี้เบื่อไปซะทุกอย่างยกเว้นกาแฟ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 มิถุนายน 2565
1.82 K

The Cloud x Vespa

บรึ้น ๆ ! เสียงขบวนเวสป้าบึ่งเข้ามายังนครขอนแก่นเพื่อร่วมทริป Walk with The Cloud : บึ่งแก่นนคร ชมศิลปะและวัฒนธรรมในแดนอีสาน บ้างมาจากกรุงเทพฯ บ้างมาจากขอนแก่นบ้านเฮานี่แหละ วันนี้เป็นวันที่ฟ้าไร้แดดเหมาะกับการขี่รถตากลมสุด ๆ จากจุดรวมตัว เราจะบึ่งไปที่โฮงสินไซเป็นที่แรก

เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ในการขี่สกู๊ตเตอร์เที่ยวกับเพื่อนหน้าใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จัก

เชื่อว่าทั้งคนในและคนนอกก็คงตื่นเต้นไม่ต่างกัน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอสตาร์ทรถไปเบิ่งกันแน่จ้า

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ที่นี่โฮงสินไซ

จอดสกู๊ตเตอร์ที่ ‘โฮงสินไซ’ บ้านสวนกลางเมืองจังหวัดขอนแก่น โอบล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่และมวลแมกไม้นานาพันธุ์ สองมือยังไม่ทันล้วงกระเป๋า พวกเราก็พบกับ ผศ.ดร.ทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์ ผู้ก่อตั้งโฮงสินไซ ที่ชวนน้อง ๆ เด็กพิเศษ มาเป็นวิทยากรพิเศษนำชมเรื่องราวของ สินไซ ด้วยกัน ที่นั่นมีเสียงจิ้งโกร่งต้อนรับพวกเราอย่างเนืองแน่น

เจ้าบ้านชวนเรานั่งล้อมวงสบาย ๆ บริเวณหน้าบ้าน แถมแจกจ่ายน้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจดับกระหายให้คนละแก้ว (เติมได้ไม่อั้น) พร้อมขนมและผลไม้ตามฤดูกาล ก่อนจะเกริ่นแนะนำตัวและเล่าถึงวรรณคดีแบบกระชับ

สินไซ เป็นวรรณคดีของอุษาคเนย์ รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ สังข์ศิลป์ชัย ท้องเรื่องไม่ได้ต่างจากวรรณคดีไทยส่วนใหญ่มากนัก แน่นอนว่า ‘สินไซ’ คือตัวเอกที่ต้องผ่านหลายเหตุการณ์ ต้องข้ามผ่าน 7 ย่านน้ำ 9 ด่านมหาภัย จนสุดท้ายก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง โดยท้าวกุดสะราดสละราชสมบัติให้สินไซปกครองต่ออย่างร่มเย็นเป็นสุข

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง
ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

อาจารย์ทรงวิทย์บอกว่า โฮงสินไซนี้มีที่มาจาก โฮง หมายถึง โรง ที่บรรจุเรื่องราวของวรรณคดีเรื่อง สินไซ เอาไว้ นอกจากฟังประวัติความเป็นมาและความตั้งใจของสถานที่แห่งนี้แล้ว พวกเรายังได้เดินดูของสะสมในตู้กระจกที่เก็บรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องนี้ประมาณ 140 – 150 รายการ ทั้งหมดเกี่ยวกับ สินไซ ในด้านต่าง ๆ ทั้งแง่รัฐศาสตร์-การเมือง งานวิจัยภาษาไทย-ลาว อีกทั้งยังมีผนังห้องประดับภาพเขียนสีน้ำเล่าเรื่อง สินไซ ซึ่งอาจารย์เป็นผู้วาด และมีมุมการต่อยอด-ประยุกต์ให้ร่วมสมัย เป็นหนังตะลุง เสื้อยืด ถ้วยกาแฟ ร่ม และของที่ระลึกต่าง ๆ

“วรรณคดีเป็นที่อยู่ของวัฒนธรรม” มหาสิลา วีระวงส์ นักปราชญ์คนสำคัญของลาวกล่าวไว้ คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะเมื่อมีวัฒนธรรมจึงเกิดงานศิลป์หลายอย่าง วรรณคดีก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของวัฒนธรรมนั้น ๆ ให้เห็นว่า วรรณคดีแต่ละยุคสมัย ผู้คนมีความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม พิธี ต่างกันหรือไม่ อย่างไร

โฮงสินไซเซอร์ไพรส์เราด้วยเสียงแคนกับหมอแคนรุ่นใหม่ ที่ผูกโยงกับ สินไซ และวัฒนธรรมอีสาน

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

“หมอลำจะไม่มีวันตาย เพราะปรับตัวง่าย พร้อมที่จะรับทุกสิ่งที่คิดว่าดีกว่า” เป็นคำกล่าวของ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ซึ่งหมอลำไม่ตายฉันใด หมอแคนก็ไม่ตายฉันนั้น เพราะ 2 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน

ถ้าหมอลำ-หมอแคน ไม่ตายแล้ว สินไซ และวัฒนธรรมอีสานก็จะไม่มีวันหายไป เพราะเชื่อมโยงกับหมอลำอย่างขาดกันไม่ได้ ยิ่งมีหมอแคนใหม่ ๆ เกิดขึ้น ยิ่งทำให้วัฒนธรรมอีสานแข็งแรงมากขึ้นด้วย

นั่นแปลว่าพวกเราจะมีโอกาสบิดเวสป้ากลับมาม่วนที่นี่อีกแน่นอน!

โมเดิร์นในมอ

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

บึ่งมาต่อกันที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชมสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่ออกแบบโดย อมร ศรีวงศ์, สมคิด เพ็ญภาคกุล, เฉลิมชัย ห่อนาค และ สถาพร เกตกินทะ ที่ออกแบบให้เข้ากับบริบทแวดล้อมของมอดินแดง พัฒนาภาพลักษณ์ของอาคารในสมัยนั้นให้มีสไตล์โมเดิร์น ถือได้ว่าเป็นภาพลักษณ์ของการพัฒนา แสดงออกถึงความก้าวหน้าและทันสมัย

เจ้าถิ่นที่พาพวกเราทัวร์มอและชมสถาปัตยกรรม คือ รศ.ดร.นพดล ตั้งสกุล จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ศึกษาเกี่ยวกับตึกทั้งหมดร่วมกับอาจารย์หลายท่านในคณะ รวมถึงเปิดวิชาเลือกให้นักศึกษาสถาปัตยกรรมในคณะร่วมเก็บข้อมูลทำโมเดลออกมาเพื่ออนุรักษ์อาคารเหล่านี้ไว้ เกิดเป็นนิทรรศการ ‘อาคารสมัยใหม่ Modern Architecture’ กระซิบเลยว่า อาจารย์นพดลเล่าเรื่องสนุกมาก เพราะท่านเคยเป็นศิษย์เก่าที่นี่

อ้อ ลืมบอกว่าพวกเราเติมพลังให้เต็มพุงกันเรียบร้อยที่ร้านไก่ย่างปรีชา แถมจัดไอติมกะทิหวานมันคนละถ้วยสองถ้วย ไม่นานพวกเราก็ประจำที่ จับเวสป้าคู่ใจออกเดินทางอีกครั้ง ผ่านสะพานขาวด้วย บรรยากาศดีสุด ๆ

แดดร่มลมตก เรามาเริ่มกันที่ ‘ตึกกลม’ อาคารเรียนรวมของนักศึกษาปี 1 ที่เราเปิดประตูห้องไปทดลองนั่งเรียนเป็นนักศึกษา ก่อนเดินสำรวจโครงสร้างภายนอก พบว่าอาคารรุ่นคุณลุงสวยไม่แพ้อาคารฝั่งตะวันตกเลยทีเดียว

ส่วนภาพรวมการออกแบบ อาจารย์นพดลเล่าว่า มันบ่งบอกถึงแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก รองลงมาคือการใช้งานในภูมิอากาศแบบร้อนชื้น และตอบโจทย์ความงามภายนอกอาคาร จังหวะการออกแบบเปลือกอาคารเมื่อแสงแดดกระทบ ก็จะเกิดเฉดเงาที่แสดงถึงความงามของอาคารนั่นเอง

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง
ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ขยับออกมาอีกนิด มองเห็น ‘ตึกหลอด’ น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยรูปทรงหลอดทดลองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เดินไปหน่อยเป็น ‘ตึก SC01 ภาควิชาเคมี’ ตัวอาคารเป็นผนังคอนกรีต สะท้อนให้เห็นสัจจะของวัสดุ ที่ช่างฝีมือฉาบคอนกรีตผิวหยาบทิ้งไว้ ถ้าถอยหลังออกมาจะเห็นการเล่นเส้นเล็ก-ใหญ่บนตัวอาคาร เป็นกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ Le Corbusier ส่วนโถงโล่งใต้อาคารไม่มีเสาคานตรงกลาง แต่ดันอยู่ด้านข้าง ห่างกันถี่ ๆ เพื่อให้นักศึกษามีพื้นที่ทำกิจกรรมมากขึ้น เมื่อแหงนหน้ามองเพดาน จะเห็นโครงสร้างตาข่ายที่ตั้งใจออกแบบให้สอดคล้องกับพื้นที่ห้องแล็บบนอาคาร

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ถัดจากตึกภาควิชาเคมีเพียงไม่กี่ก้าว มีอาคารทรงหลังคาคอนกรีตหล่อโค้งทรงเรขาคณิตครึ่งวงกลม หรือ ‘ห้องปฏิบัติการกลางเป่าแก้ว’ ออกแบบโครงสร้าง Hyperbolic Paraboloid ซึ่งไม่ใช่ของใหม่ หากแต่เป็นการออกแบบที่คิดค้นโดยสถาปนิกเมื่อ 50 ปีก่อน ที่สำคัญคือโชว์ประสิทธิภาพของคอนกรีตได้ดีเยี่ยม

คณะเกษตรศาสตร์ เป็นคณะเก่าแก่ที่สุดในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ‘ตึก AG 01’ เป็นตึกเรียนรวมตึกแรกของคณะ ออกแบบเพื่อเมืองร้อน สะท้อนความเป็นระบบอุตสาหกรรมเมื่อยุค 50 ปีก่อน แผงสีเขียวที่เด่นชัดนั้น ทำหน้าที่กันฝนและเป็นราวกันตกให้นักศึกษา ซึ่งสถาปนิกออกแบบได้ตรงตามโจทย์ของสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นทรอปิคัล

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มีตึกที่โดดเด่น 2 หลัง หนึ่ง คือ ‘ตึกโครงเหล็ก CB’ เป็นอาคารเรียนรวมและห้องซ้อมเชียร์ มองจากด้านนอกเป็นห้องสโลปบรรยายพร้อมอัฒจันทร์ โครงสร้างท่อเหล็กสีส้มทำหน้าที่ซัพพอร์ตโครงสร้างด้านใน ตัวอาคารไม่มีคานตรงกลาง แต่คานที่รับน้ำหนักเป็นหลักอยู่ริมนอกแทน และโครงเหล็กสีส้มจี๊ดถือเป็นสัญลักษณ์ของยุคโพสต์โมเดิร์นที่นำเหล็กมาใช้ในงานออกแบบเยอะขึ้น เพื่อเพิ่มลูกเล่น ลดความน่าเบื่อ

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย
บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

สอง คือ ‘ตึกของภาควิชาวิศวกรรมโยธา’ ที่นักศึกษามายืนดูโครงสร้างและเรียนกันจริง ๆ โดดเด่นตรงมีเสาซัพพอร์ตอยู่ริมสองข้าง การหิ้วโครงสร้างที่มีแรงกระทำในแนวดิ่งและแรงกระทำกลับคืนขึ้นไป คล้ายโครงสร้างการหิ้วของสะพาน เดินโฉบด้านในอีกนิด ไปดูบันไดแบบ Freestanding Structure ที่มีจุดบรรจบเพียง 2 จุด บริเวณชานพักไม่มีเสาเลยสักต้น! เป็นความเก๋าของนักออกแบบที่ผสานหลักวิศวกรรมได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ใหม่อีหลี – ม่วนอีหลี – มักอีหลี

น้ำมันลดไปไม่มาก ก็มาจบทริปกันที่ ‘ใหม่อีหลี’ แกลเลอรี่งานศิลปะข้างบึงแก่นนคร สถานที่ที่เราได้พักดื่มชา-กาแฟในคาเฟ่ และเดินชมงานศิลปะตั้งแต่หน้าประตูแกลเลอรี่ จนถึงด้านในที่ชวนเราไปสัมผัสวัฒนธรรมภาคอีสานผ่านงานศิลปะที่ คุณเอริค บุนนาค บูทซ์ ผู้ก่อตั้งที่นี่ขึ้นมา ถัดจากแกลเลอรี่ใหม่เอี่ยมของเชียงใหม่

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

ตอนนี้กำลังจัดนิทรรศการ ‘A Minor History | ประวัติศาสตร์กระจ้อยร่อย’ โดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ให้ได้ชมด้วย พวกเรานั่งลงบนเก้าอี้อย่างเงียบเชียบ ตัวหนังสือวิ่งขึ้นเป็นแนวตั้งคำต่อคำ เป็นการฉายโปรเจกเตอร์แบบสลับด้านให้มาฉายบนผ้าขาว จะอ่านออกได้ด้านเดียว ซึ่งคือด้านที่มีเก้าอี้ให้รับชม

นิทรรศการนี้น่าสนใจตรงที่เป็นการเล่าเรื่องของคนธรรมดาตัวเล็ก ๆ ฉีกกรอบประวัติศาสตร์แบบเดิม ที่มักเป็นเรื่องเล่าจากมุมมองผู้มีอำนาจเพียงฝ่ายเดียว

พระอาทิตย์เกือบลับขอบฟ้า พวกเราทั้ง 20 คนถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนเอ่ยคำร่ำลาเพื่อเตรียมตัวกลับไปทำงานตามเดิม ขอนแก่นสำหรับใครบางคนในคาราวานเวสป้าวันนี้เป็นเมืองที่เขาเคยไม่รู้จัก แต่หากมีรถคู่ใจสักคัน เพื่อนรู้ใจสักคน รับรองว่าจะท่องเที่ยวเมืองนี้ได้สนุกเหมือนกับทริปนี้แน่ ๆ

ขอนแก่นและอีกหลายสถานที่กำลังรอให้คุณมาค้นพบเช่นเดียวกับเรา ไม่ต้องไปไหนไกล เริ่มจากสตาร์ทรถแล้วบึ่งไปเลาะโลด!

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load