23 กุมภาพันธ์ 2561
2 K

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเราเห็นพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงของใครต่อใครหลายคน ใส่ชุดไทยย้อนยุคชักภาพเขียนลงกระดานหน้าสังคมออนไลน์กันอย่างดาษดื่น พานให้มีความสงสัยในใจว่าเขาไปงานอะไรกันที่หน้าลานพระราชวังดุสิต

งานนี้คืองาน ‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว’ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ – 11 มีนาคม 2561 แม้ว่างานจะจัดในปลายฤดูหนาวที่อาจจะไม่หนาวเหน็บเท่ากับช่วงปลายปีที่มีลมหนาวมาให้ปากสั่น แต่ก็เป็นงานที่ ‘กรุ่นไอแห่งความสุข’ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่รอยยิ้ม หลายคนประทับใจกับงานที่ทำให้กล้าแต่งชุดไทยเดินริมถนนหรือซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

อุ่นไอรัก คลายความหนาว

ในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายเหมือนพาเราย้อนไปในงานฤดูหนาวยุครัชกาลที่ 5 – 7 ทั้งการออกร้านอาหาร ฉากถ่ายภาพ การจัดดอกไม้ที่เนรมิตให้ลานพระบรมรูปทรงม้าดูสวยงามน่าโพสท่ากับดอกไม้สีสดไปซะทุกมุม

ข้างๆ กับพระบรมรูปทรงม้าฝั่งสวนอัมพรนั้นมีบูทของหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคที่ก่อร่างสร้างตัวในยุครัชกาลที่ 5 ที่เฟื่องฟูด้วยความศิวิไลซ์ ไม่ว่าจะเป็นการประปา ไปรษณีย์ ไฟฟ้า กาชาด และรถไฟ

กรมรถไฟ

บูทกรมรถไฟตั้งอยู่ตรงกลางในบรรดา 5 หน่วยงาน ขนาบข้างด้วยสภากาชาดไทยและการรถไฟฟ้านครหลวง มียอดหลังคาของบูทเป็นรูปสถานีรถไฟกรุงเทพ ด้านหน้ามีช่องจำหน่ายตั๋ว (ที่ระลึก) และระฆังสีทองเสียงดังกังวานต้อนรับอยู่ ดูรู้เลยว่าเป็นสถานีรถไฟที่จำลองมาแน่นอน

Along the Railroad ขอหนีออกจากการนั่งรถไฟของจริง มาหาสถานีรถไฟ ‘กรมรถไฟ’ ที่อุ่นไอรักก่อนนะ ว่าจะกรุ่นไอน้ำแห่งวันวานอย่างไรบ้าง

 

สถานีกรมรถไฟ

การรถไฟ อุ่นไอรัก

บูทกรมรถไฟหลวงจำลองสถานีรถไฟในยุคเก่ามาเกือบทั้งหมด จะขาดก็แต่เพียงเก้าอี้ไม้ที่หายไป แต่มีหลายๆ อย่างเกือบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นช่องจำหน่ายตั๋วที่ถอดแบบมาจากสถานีรถไฟกันตังไว้จำหน่ายของที่ระลึก หรือแม้กระทั่งยอดหลังคาบูทที่ยกสถานีกรุงเทพมาไว้ให้เห็นเด่นมาแต่ไกล พร้อมกับนายสถานีในเครื่องแบบยุคกรมรถไฟหลวงมาต้อนรับถึงหน้าบูทพร้อมลั่นระฆังเสียงกังวานดังเป็นระยะๆ

อุ่นไอรัก

 

แว่วเสียงทางสะดวก

เครื่องทางสะดวกชนิดตราแบน

เมื่อเดินเข้ามาในสถานีรถไฟแห่งนี้ จะเห็นของใช้ชนิดหนึ่งเป็นกล่องสี่เหลี่ยมทำด้วยเหล็กสีเขียวคล้ำขนาดใหญ่ ดูน้ำหนักและอายุไม่น่าจะน้อยตั้งอยู่กึ่งกลางของบูท

เครื่องนี้คือ ‘เครื่องทางสะดวกชนิดตราแบน’ เป็นเครื่องไม้เครื่องมือของจริงที่เคยใช้งานในอดีต และใช้งานยาวมาจนสมัยปัจจุบันควบคู่กับระบบรีเลย์และระบบคอมพิวเตอร์

การรถไฟ

หน้าที่ของเครื่องทางสะดวกคือไว้ติดต่อสื่อสารกันระหว่างสถานีรถไฟที่อยู่ติดกัน เพื่อขอทางสะดวกในการเดินรถไฟให้ปลอดภัยและราบรื่น ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่กรมรถไฟหลวง (ซึ่งไม่รู้ว่าหลุดมาจากกระจกทวิภพที่อยู่ข้างๆ เจ้าเครื่องนี้หรือเปล่า) มาอธิบายการใช้งาน หลักการทำงาน และสาธิตวิธีการขอและคืนทางสะดวกกันแบบสดๆ รวมถึงเจ้าเครื่องมือที่หน้าตาคุ้นเคยสำหรับคนที่นั่งรถไฟบ่อยๆ และเห็นคนขับเขาโยนห่วงคว้าห่วงอะไรสักอย่างและเก็บงำคำถามนั้นไว้ รับรองว่าได้คำตอบกลับไปอย่างแน่นอน

ไม่น่าเชื่อเลยว่าเจ้าเครื่องมือที่วิธีการใช้งานงงงวยนี้ จะทำให้เราเดินทางได้อย่างปลอดภัยอย่างสุดๆ

รถไฟโบราณ รถไฟไทย

นอกจากนั้นยังมีโทรศัพท์ทางสะดวกชนิดมือหมุนที่เคยใช้งานจริงยี่ห้อ ERICSON (ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้ว) มาให้เราได้ลองเล่นกันอีกด้วย อยากรู้ว่าทำงานยังไง ใช้งานยังไง ต้องลองมาเล่นดูนะ

รถไฟไทย การรถไฟ

 

ทวิภพ

อุ่นไอรัก

กลางสถานีมีกระจกบานใหญ่ตั้งอยู่ คนที่นี่เรียกว่า ‘กระจกย้อนยุค’

มันไม่ใช่กระจกจริงๆ แต่เป็นจอ LED ที่ฉายภาพรถไฟและสถานที่ยุคเก่าวนไปเรื่อยๆ แต่เมื่อเวลา 5 โมงเย็น และ 2 ทุ่มของทุกวัน มันจะทำงานโดยจะจับภาพของคนที่หน้ากระจกให้ทอดไปอยู่บนฉากหลังที่เป็นภาพขาวดำรุ่นโบราณ เหมือนกับเราได้ไปอยู่ในสถานที่นั้น โดยเมื่อเซนเซอร์จับภาพเรา QR Code จะปรากฏบนกระจกทวิภพ เราก็นำโทรศัพท์มือถือของเราสแกน QR Code และเซฟภาพนั้นลงมือถือเอาไว้ส่งไลน์หากัน หรืออวดคนอื่นกันได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรอล้างรูป

ที่สำคัญ เขามีหมวกให้ยืมเป็นพร็อพถ่ายภาพด้วยนะ

 

สามกษัตริย์

การรถไฟ

ผนังทั้งสองด้านของสถานีแห่งนี้ ประดับด้วยนิทรรศการเทิดพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์

ผนังสีชมพู เป็นเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับกิจการรถไฟหลวง จะมีภาพเก่าที่หาชมได้ยากพร้อมคำบรรยายใส่กรอบแขวนบนผนังเอาไว้ให้เราได้เดินดู และจินตนาการไปถึงการเดินทางด้วยรถไฟในยุคสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นภาพการประกอบพิธีปฐมฤกษ์รถไฟหลวง การเปิดเดินรถไฟสายใต้จากบางกอกน้อยไปเพชรบุรี รถจักรดีเซลคันแรกของประเทศไทย

รถไฟไทย

มากไปกว่านั้น บนผนังมีตั๋วรถไฟขนาดมหึมาที่เราสามารถสแกน QR Code เพื่อดูสารคดีสั้น 6 เรื่อง หากใครที่ไม่สะดวกดูสารคดีสดๆ ตรงนั้น สามารถถ่ายรูป QR Code กลับไปดูที่บ้านได้ ไม่อยากให้พลาดจริงๆ

 

ในหลวง

ผนังอีกฝั่งเป็นสีเหลือง เป็นเรื่องราวของสองกษัตริย์ในยุคของเรา นั่นคือการเสด็จพระราชดำเนินทางรถไฟของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยมีภาพความทรงจำสมัยที่สองพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ ทางรถไฟ รวมถึงอัลบั้มรวมภาพถ่ายประวัติศาสตร์ในการเสด็จฯ ทางรถไฟ มาให้เราชมพระบารมีกันอย่างเต็มที่ถึง 2 อัลบั้มด้วยกัน โดยอัลบั้มนี้เป็นสมบัติส่วนตัวของคุณพิเชษฐ์ แช่มเนียม เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลประจำบูทนี้ที่ไปเสาะหาภาพเก่าที่ทรงคุณค่ามาให้เราชมกัน

รูปเก่า

ภาพโดย คุณพิเชษฐ์ แช่มเนียม

 

ของมันต้องมี

อุ่นไอรัก คลายความหนาว

บูทนี้จะออกไปแบบมือเปล่าคงไม่ได้ ของที่ระลึกที่การรถไฟนำมาจำหน่ายนับเป็นของที่ชวนให้แบงก์ในกระเป๋าตังค์สั่นระริก ไม่ว่าจะเป็น

โปสการ์ด

โปสการ์ดรูปสถานีรถไฟ 12 ภาพ 12 สถานี ที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ เช่น สถานีบ้านปิน บางปะอิน สูงเนิน แม่พวก ปางป๋วย ฯลฯ จำหน่ายในราคา 120 บาท

การรถไฟ

โปสการ์ดที่ระลึกในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ในชุดนี้มี 9 ภาพ เป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สำคัญของกิจการรถไฟ พร้อมคำบรรยาย จำหน่ายในราคา 80 บาท

ของที่ระลึก

magnet ติดตู้เย็น รูปป้ายสถานีรถไฟ ที่เราชอบๆ ไปถ่ายรูปคู่เวลาเดินทางนั่นแหละ ราคา 50 บาท

 

อุ่นไอรัก ตั๋วรถไฟ

และที่เป็นไฮไลต์ที่สุด ชนิดว่าของมันต้องมี คือตั๋วรถไฟรุ่นเก่าที่เรียกว่า ‘ตั๋วหนา’ ซึ่งเป็นของเก่าเก็บ เคยใช้จริงๆ ในกิจการรถไฟช่วงก่อนที่จะใช้ตั๋วคอมพิวเตอร์แบบในปัจจุบัน ซึ่งตั๋วแบบนี้เริ่มทยอยยกเลิกเมื่อปี 2535 และการรถไฟได้เก็บเข้าคลังไป ต่อมาได้มีการนำมาขายเป็นของที่ระลึกโดยมูลนิธิพิพิธภัณฑ์รถไฟ ซึ่งตั๋วหนาหลากสีสันชวนให้นึกถึงอดีตวัยใสของคนอายุ 25 ปีขึ้นไป มีจำหน่ายในแพ็กเกจที่สวยงามพร้อมประวัติตั๋วให้อ่านกันในราคา 40 บาท

อยากบอกอีกหน่อยว่า ใครที่เสียเงินให้กับบูทกรมรถไฟแล้วจะได้รับหนังสือ ถ้าวันหนึ่งฉันจะนั่งรถไฟ ฟรี รับรองว่าเล่มนี้พกขึ้นรถไฟแล้วสบายแน่นอน ข้อมูลครบมาก

หนังสือการรถไฟ

หากท่านใดมาที่งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว อย่าลืมตามกลิ่นไอน้ำมาที่บูทกรมรถไฟนะ แล้วจะกรุ่นไอแห่งวันวานของรถไฟไทยอย่างจริงจัง

 

อีกนิดอีกหน่อย

  1. งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว จะจัดจนถึงวันที่ 11 มีนาคม 2560 วันอาทิตย์–พฤหัสบดี เวลา 10.00 – 21.00 น. และวันศุกร์–เสาร์ 10.00 – 22.00 น.
  2. ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ มีบริการรถ Shuttle Bus รับส่งฟรีจนถึงเลิกงาน
  3. ช่วงเวลาพิเศษของวันคือ 17.00 – 18.30 น. และ 20.00 – 21.00 น. ใครซื้อตั๋วที่ระลึกจะแถมฟรีถ่ายรูปกับกระจกย้อนเวลา วิธีง่ายมาก ซื้อตั๋วแล้วมาต่อแถวหน้าระฆัง เดินเข้าบูทไปถ่ายภาพทีละคน (หรือทีละแก๊ง) เปิดแอป LINE ในโหมด QR Code จากนั้นยื่นให้เจ้าหน้าที่ ถ่ายเสร็จปั๊บเจ้าหน้าที่จะสแกน QR Code ให้พร้อมเซฟรูปลงมือถือให้เราเดี๋ยวนั้นเลย
  4. บางช่วงจะมีการตอบคำถามแจกของรางวัล ใครอยากได้ก็เตรียมข้อมูลเรื่องรถไฟมากันหน่อยล่ะ

Along the Railroad

เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟจากชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมาตลอด 30 ปี

สถานการณ์โรคระบาดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทำให้การเดินทางและการท่องเที่ยวหยุดชะงักไปก็ไม่น้อย ความคิดถึงการเดินทางด้วยรถไฟมันก็คุกรุ่นอยู่ในใจ อยากคว้ารองเท้าผ้าใบออกมาสวม เอาเป้มาสะพาย เอากล้องออกไปส่องโลกบนสองรางเหล็กให้หายคิดถึง

จนเมื่อความคลี่คลายค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา ล้อเหล็กที่เคยหยุดนิ่งกลับมาหมุนวนบนรางเหล็กอีกครั้ง รถไฟขบวนยาวเริ่มเดินทางต่อแม้สมาชิกจะไม่ครบทุกขบวนก็ตาม

และนี่คือภาพถ่ายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บนเส้นทางรถไฟประเทศไทย

#01

ขบวนสุดท้าย…ก่อนบายเธอ

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว หนองคาย-ท่านาแล้ง

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

ก่อนการระบาดใหญ่จนต้องปิดพรมแดนระหว่างประเทศ รถไฟขบวนน้อยน่ารักที่เชื่อมการเดินทางระหว่างไทย-ลาว วิ่งข้ามประเทศเป็นครั้งสุดท้าย โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าการงดรถไฟระหว่างประเทศจะกินเวลายาวเป็นปี

ทางรถไฟจากไทยข้ามไปลาวใช้สะพานเดียวกับถนน รางเหล็กถูกฝังอยู่บนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ข้ามแม่น้ำโขงที่เป็นพรมแดนธรรมชาติ เมื่อขบวนรถไฟมาถึง ถนนจะถูกกั้นทั้งสองฝั่ง จนกว่ารถไฟขบวนน้อยจะวิ่งข้ามไปจนถึงอีกฝั่งการจราจรบนถนนจึงกลับมาเป็นปกติ

นี่เป็นขบวนสุดท้าย ก่อนบายเธอไป…เกือบ 2 ปี

#02

คนดูรถ

สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) กรุงเทพมหานคร

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

ในทุก ๆ วัน รถไฟทุกตู้จะต้องถูกเช็ดถูภายนอกและภายในรถ ภายนอกรถอาจจะเป็นส่วนที่สกปรกง่ายที่สุด เพราะต้องวิ่งฝ่าแดดลมฝนฝุ่นในแต่ละวัน มดงานเหล่านี้มีหน้าที่ชำระล้างก่อนรถไฟจะออกจากสถานี

ไม่ใช่เพียงแค่ข้างนอก แต่ข้างในเองก็เช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่โรคระบาดแพร่ใหม่ ๆ งานทำความสะอาดต้องเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวเพื่อเช็ดเบาะที่นั่งทุก ๆ ที่ ให้เราได้นั่งรถไฟกันอย่างสบายใจ

#03

คนดูราง

สถานีบ้านด่าน จ.อุตรดิตถ์

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

ในทุก ๆ วัน ที่รถไฟวิ่งบนรางเหล็กย่อมมีความชำรุดเกิดขึ้นจากการใช้งาน คนดูแลรางของฝ่ายโยธาจำเป็นต้องตรวจสภาพทางทุก ๆ วันด้วยรถยนต์รางหรือที่เรียกกันว่ารถต๊อก

รถเหล็กหน้าตาน่ารักสีเหลืองส่งเสียงดัง ต๊อก ๆๆๆๆๆ พร้อมธงสีแดงปักเอาไว้ เป็นสัญญาณให้เรารู้ว่า หน้าที่ของคนตรวจทางได้เริ่มขึ้นในช่วงเช้าของทุกวัน เพื่อสอดส่องสายตาหาความชำรุดเล็ก ๆ น้อย ๆ และจัดการซ่อมแซมให้การเดินทางด้วยรถไฟปลอดภัยต่อไป

#04

รอคอย

สถานีพิจิตร จ.พิจิตร

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

แม้ในช่วงที่งดวิ่งรถไฟไปหลายขบวน ตามมาตรการของรัฐเพื่อลดการเดินทางระหว่างจังหวัดและเคอร์ฟิวในช่วงเวลากลางคืน จนรถไฟข้ามคืนต้องงดให้บริการทุกขบวน แต่กระนั้นแล้วชีวิตของคนที่ยังจำเป็นต้องเดินทางยังคงมีอยู่ จนการผ่อนคลายเกิดขึ้นในช่วงระยะหนึ่ง มีการเปิดขบวนรถสายยาวช่วงกลางวันขึ้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้คนที่ยังจำเป็นต้องเดินทางได้ไปมาหาสู่ทำธุระกันได้ เราเห็นผู้คนมากมายยืนรอคอยรถไฟบนชานชาลา และเมื่อรถไฟขบวนนั้นออกจากสถานีไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมสถานีรถไฟอีกครั้ง

#05

อรุณสวัสดิ์

ตลาดเก๊าจาว จ.ลำปาง

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

ทางรถไฟตัดผ่านที่ไหน ชุมชนย่อมเกิดขึ้นที่นั่น เมื่อชุมชนเกิดขึ้นก็ต้องมีเส้นทางสัญจรข้ามไปมา และเมื่อพบกับทางรถไฟก็จะต้องตัดผ่านเพื่อข้ามไปอีกฟาก ในบางเมืองนั้นทางรถไฟกับถนนอยู่คนละระดับกัน ไม่ถนนก็ทางรถไฟต้องเป็นฝ่ายที่ต้องยกหนี

ตลาดเก๊าจาวอยู่ใกล้กับสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำวัง เมืองลำปางในช่วงเช้านั้นคึกคักและวุ่นวายมาก ทั้งรถราและรถไฟจากกรุงเทพฯ ที่มาถึงในช่วงเช้าพอดี ถนนเส้นเล็กนี้ลอดใต้ทางรถไฟเพื่อเชื่อมชุมชนสองฝั่งให้ถึงกัน ถ้าช่วงไหนรถไฟผ่านมา เราก็จะได้เห็นพี่รถไฟไซส์จัมโบ้ข้ามสะพาน จนรถราบนถนนดูเล็กจ้อยทีเดียว

#06

เพื่อนเดินทาง

สถานีสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

สถานีสุไหงโก-ลก คือสุดท้ายปลายทางของสายใต้ และเป็นสถานีใต้สุดของประเทศไทยที่ห่างจากกรุงเทพฯ ถึงพันกว่ากิโลเมตร ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขบวนรถที่มาถึงปลายทางแห่งนี้มีเพียงรถเร็วขบวนเลขที่ 171 และ 172 เท่านั้น ทำให้การเดินทางมีเพียงแค่เที่ยวเดียวต่อวันจากกรุงเทพฯ ผู้โดยสารมากมายที่ใช้รถไฟเดินทางข้ามคืนมากับขบวนนี้

เวลาบนรถร่วม 20 ชั่วโมงสร้างความสัมพันธ์ของผู้เดินทางได้ไม่ยากจากการพูดคุย เมื่อเริ่มต้นเดินทางเราอาจจะยังไม่รู้จักใคร แต่เมื่อลงจากรถ เราอาจโบกมือลาเพื่อนเดินทางในตู้เดียวกันนั้นโดยไม่รู้ตัว

#07

เผชิญหน้า

สถานีปางต้นผึ้ง จ.อุตรดิตถ์

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

ทางรถไฟส่วนใหญ่ของไทยยังคงเป็นทางเดี่ยว การสวนทางต้องเกิดขึ้น ณ จุดที่เป็นสถานีเท่านั้น การสวนทางกันในสถานีหรือที่เรียกว่า ‘รอหลีก’ มักเป็นช่วงที่คนบนรถไฟลงมายืดเส้นยืดสาย และถือโอกาสเยี่ยมชมสถานีนั้น ๆ ไปด้วย ซึ่งก็มีไม่น้อยที่บรรยากาศดี

ปางต้นผึ้งที่นี่ก็เช่นกัน นับว่าเป็นสถานีแรกเลยก็ว่าได้ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทางรถไฟซึ่งไต่ไปตามขุนเขาของภาคเหนือ และในวันที่ประจวบเหมาะ รถด่วน 51 ปลายทางเชียงใหม่ และรถเร็ว 112 จากเด่นชัย ก็จะมาเจอกันที่นี่ โดยรถด่วน 51 จะจอดรถในทางประธาน และรถเร็ว 112 จะลงเขามาเพื่อเลี้ยวเข้าทางหลีกมารับคนหน้าสถานี ภาพที่เห็นข้างหน้าก็คือรถไฟ 2 ขบวนเผชิญหน้ากัน

#08

พี่เห็นหนูด้วยหรอคะ

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล จ.ลำพูน

13 ภาพถ่ายเรื่องราวรถไฟทั่วไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

เห็นสิ ทำไมจะไม่เห็น

บนลานกางเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล มีพื้นที่ชมวิวที่มองออกไปต้องสดชื่นเพราะความเขียวขจีของป่า เห็นหมู่บ้านเป็นเวิ้งเล็ก ๆ อยู่ไกล ๆ และถ้ามองลงต่ำลงมาอีกหน่อย จะเห็นเส้นสีขาว ๆ จาง ๆ ของทางรถไฟเลี้ยวลดไปตามไหล่เขา

เมื่อเสียงหวีดดังขึ้น เป็นสัญญาณว่ารถไฟกำลังออกจากสถานีขุนตาน ไม่กี่อึดใจเดียว เจ้ารถไฟขบวนยาวบ้างสั้นบ้างก็ค่อย ๆ เลื้อยออกมาจากเงาไม้ ละม้ายคล้ายงูเหล็กที่เลื้อยผ่านต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่า ความสนุกสนานคือคนที่ลานกางเต็นท์จะชี้ชวนกันดูรถไฟ บ้างก็เห็น บ้างก็ไม่เห็น

แล้วพี่ล่ะ เห็นน้องไหมจากบนดอยนั้น

#09

รับน้อง

สะพานทาชมภู จ.ลำพูน

ภาพถ่าย เรื่องราว ความทรงจำ สองข้างทางรถไฟ ระหว่าง พ.ศ. 2564 - 2565 ที่น่าบันทึกเก็บไว้ ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

เจ้าหัวรถจักร QSY สีแดง/เทา หน้าตาดูแปลกตาเพราะไม่หน้าเหลืองเหมือนรถจักรที่รถไฟไทยใช้อยู่ ถือได้ว่าเป็นน้องใหม่ที่รุ่นพี่จับตามอง เพราะความสดใส (ของสี) และใหม่สด ไม่ว่าจะเป็นแฟนรถไฟคนไหนก็อยากเห็นน้องตัวเป็น ๆ

แต่ก่อนที่น้องจะต้องออกทำงานทำการนั้น ต้องมีการทดสอบสมรรถนะเสียก่อน และโจทย์ใหญ่ที่สุดคือการทดสอบลากจูงบนเส้นทางภูเขา ซึ่งดอยขุนตาลเป็นเหมือนข้อสอบไฟนอลของน้องที่ถ้าทำข้อสอบไม่ผ่านก็ไม่ได้ไปต่อ

นี่น่าจะเป็นกิจกรรมดักถ่ายรูปรถไฟต่างจังหวัดแรก ๆ ของเราเลยก็ว่าได้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะพานทาชมภูเป็นหมุดหมายหนึ่งที่ตั้งใจจะต้องเก็บภาพให้ได้ และโชคหล่นทับที่มีคาเฟ่ความสูง 3 ชั้นตั้งอยู่ตรงมุมทองของโค้งนี้พอดี จึงทำให้ได้ภาพที่สะสวยรูปนี้มา

พี่มารับน้องใหม่แล้วนะเออ

#10

มุมบังเอิญ

สถานีการเคหะ กรุงเทพมหานคร

ภาพถ่าย เรื่องราว ความทรงจำ สองข้างทางรถไฟ ระหว่าง พ.ศ. 2564 - 2565 ที่น่าบันทึกเก็บไว้ ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

การถ่ายรูปรถจักรไอน้ำทุกครั้งที่วิ่งเป็นภารกิจสำคัญของคนรักรถไฟที่มักมาพร้อมหน้ากันโดยมิได้นัดหมายเหมือนวันมาฆบูชา แต่นับวันผ่านไปสถานที่ที่ถ่ายรูปเริ่มซ้ำ เริ่มคนเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องสรรหาสถานที่ใหม่ ๆ เพื่อให้รูปดูใหม่สดและมุมแปลกอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งได้เห็นชัยภูมิที่สวยงามจากการลากกระเป๋ามาขึ้นรถไฟฟ้า นั่นคือสถานีการเคหะ

วันจริง มีเพียงไม่กี่คนที่มาอยู่มุมนี้ (ใช่ เราคงคิดเหมือนกัน) มุมมองนี้มันสวยมาก โล่งมาก และเห็นรถจักรไอน้ำแบบเต็มขบวนโดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาบังหน้ากล้อง แต่ที่บังเอิญไปยิ่งกว่าราวกับนัดแต่ไม่ได้นัด เมื่อรถจักรไอน้ำสีดำทะมึนกำลังวิ่งมาถึงจุดถ่ายรูปนั้น เจ้ารถไฟสายสีแดงตัวขาวก็เคลื่อนออกจากสถานีแบบพอดิบพอดี จนได้รูปของรุ่นทวดและรุ่นเหลนมาเจอกันโดยไม่ได้นัดหมายแบบบังเอิญ ๆ

#11

กลับบ้าน

สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)

ภาพถ่าย เรื่องราว ความทรงจำ สองข้างทางรถไฟ ระหว่าง พ.ศ. 2564 - 2565 ที่น่าบันทึกเก็บไว้ ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

วันนั้นฝนตกหนักมาก เป็นวันสิ้นสุดภารกิจของขบวนรถจักรไอน้ำนำเที่ยว ปกติแล้วคุณทวดจะโชว์ตัวอยู่ที่สถานีกรุงเทพระยะหนึ่งแล้วจึงเดินทางกลับ แต่เผอิญว่าพระพิรุณไม่รู้ไปโกรธใครมา ไม่พูดไม่จาก็ถล่มลงมาจนไปไหนไม่ได้

แต่รถจักรไอน้ำกลับได้

ความร้อนของไอน้ำและตัวถังรถ มาเจอกับความเย็นของฝนเม็ดใหญ่ที่ถล่มลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตาจนเป็นฝ้าไปหมด ทำให้ไอน้ำสีขาวของคุณทวดไอน้ำยิ่งเด่นชัดขึ้นในสายฝนนั้น

ความดำทะมึนของตัวรถ ความขาวของไอน้ำ และแสงไฟสีแดงสองดวงเหมือนลูกตาเหมือนกับอสุรกายดุดันที่กำลังจ้องเราอยู่จากสายฝนที่โหมกระหน่ำ

แต่คุณทวดไม่ใช่อสุรกาย เขาคือคนแก่ใจดีที่ส่งเสียงฉึกฉักแข่งกับเสียงฝนเสียงฟ้า ก่อนจะค่อย ๆ ลับหายไปในม่านฝนเพื่อพักผ่อนรอออกมาเจอพวกเราใหม่ในรอบถัดไป

#12

แดงไหน

สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

ภาพถ่าย เรื่องราว ความทรงจำ สองข้างทางรถไฟ ระหว่าง พ.ศ. 2564 - 2565 ที่น่าบันทึกเก็บไว้ ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

เจ้าหนูลมกรดหน้าแป้นทะยานตัวด้วยความเร็วจากสถานีกลางกรุงเทพฯ หรือที่รู้จักกันว่าสถานีกลางบางซื่อไปทางรังสิตและตลิ่งชัน นี่คือรถไฟสายสีแดงทีเป็นน้องใหม่ไฟแรง (รถก็แรง) ของชาวกรุงเทพฯ และปทุมธานี

ในช่วงแรกที่สายสีแดงเปิดใช้งาน มีเหล่า Railfan มากมายไปนั่งเล่น (เพราะมันฟรี) จากคนน้อยในช่วงแรก ๆ เพราะคน Work from Home ก็ค่อย ๆ เพิ่มปริมาณคนเยอะขึ้นหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย จนตอนนี้น้องแดงมีเพื่อนใหม่เป็นมนุษย์มากมายหลังจากเหงาหงอยมานาน

ทุกครั้งที่ขึ้นมาบนชานชาลา ก็จะต้องเซย์ไฮทักทายน้องก่อนจากมุมบันไดนี้ทุกครั้ง และถ้ามีน้องเข้ามา2 ขบวน ก็จะเห็นเจ้าหนูหน้าแป้นยืนต้อนรับเราอยู่ตรงชานชาลานั้นเอง

#13

ขึ้นทางด่วน

สถานีจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ภาพถ่าย เรื่องราว ความทรงจำ สองข้างทางรถไฟ ระหว่าง พ.ศ. 2564 - 2565 ที่น่าบันทึกเก็บไว้ ของแฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย

พ.ศ. 2566 เมื่อโลกเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ การเดินทางกลับมาคึกคักขึ้น นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเดินทาง และรถไฟไทยกำลังจะใช้สถานีกลางกรุงเทพฯ หรือที่เราเคยรู้จักกันว่าสถานีกลางบางซื่อเต็มรูปแบบ ซึ่งรถไฟปู๊น ๆ ส่วนใหญ่จะย้ายจากหัวลำโพงมาสถานีกลางด้วย จึงทำให้รถไฟที่ออกจากสถานีกลางต้องวิ่งบนทางยกระดับร่วมกับรถไฟสายสีแดง ซึ่งปีที่ผ่านมาก็ได้มีการซ้อมเดินรถร่วมกับสายสีแดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อทดสอบการเดินรถ รวมถึงฝึกอบรมคนขับให้เรียนรู้กับสภาพทางและเส้นทางใหม่

มันเลยดูเหมือนรถไฟปู๊น ๆ ไปวิ่งอยู่บนทางด่วน ไม่ใช่แค่รถที่ออกจากสถานีกลาง รถที่ออกหัวลำโพงก็จะต้องขึ้นมาวิ่งบนนี้เหมือนกัน คงน่าตื่นเต้นเหมือนกันที่จากเดิมเคยนั่งรถไฟวิ่งบนพื้นขนานกับถนนวิภาวดีรังสิตไปเรื่อย ๆ ส่วนของใหม่มาวิ่งด้านบนขนานระดับเดียวกับดอนเมืองโทลเวย์ด้วยความเร็วแบบเต็มพิกัด

วิวจากหน้าต่างจะเป็นยังไงกันเนี่ย

แค่คิดก็สนุกแล้ว

Writer & Photographer

Avatar

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load