29 พฤศจิกายน 2560
31 K

เคยได้ยินเรื่องของรถไฟลอยน้ำไหมครับ

รถไฟที่วิ่งบนทางรถไฟ แต่ข้างใต้ทางรถไฟมีแต่น้ำเต็มไปหมด

นี่เป็นบันทึกการเดินทางของเรา ในวันที่เห็นรถไฟเส้นนี้ทอดยาวอยู่เหนือน้ำและวันที่ไม่มีน้ำ

เมื่อทางรถไฟต้องสูงขึ้น

เมื่อพื้นที่ของลุ่มน้ำป่าสักในอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ถูกพัฒนาให้กลายเป็นพื้นที่สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตามโครงการพระราชดำริ จากที่แต่ก่อนเมื่อหน้าแล้งก็แห้งแล้งมาก เมื่อหน้าน้ำก็มีน้ำท่วมอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อการเกษตรและชีวิตของชาวบ้าน การก่อสร้างจึงเริ่มขึ้นในปี 2537 

การสร้างเขื่อนในแต่ละครั้งนั้นย่อมใช้พื้นที่เป็นจำนวนมากผลกระทบจึงเกิดกับผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่เดิม รวมถึงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ถนน หรือแม้แต่ ‘ทางรถไฟ’

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า
ทางรถไฟสายแก่งคอย-บัวใหญ่ ก่อนที่จะจมใต้เขื่อน จะเห็นสะพานเหนือเขื่อนที่สร้างทดแทนทางสายนี้อยู่ด้านซ้ายมือ
ภาพถ่ายโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย สแกนภาพโดย คุณวันชัย ห่อรัตนาเรือง

ทางรถไฟสายแก่งคอยบัวใหญ่ ส่วนหนึ่งของเส้นทางสู่จังหวัดหนองคายทอดผ่านพื้นที่แห่งนี้ และแน่นอนว่าเมื่อเริ่มปล่อยน้ำเข้าเขื่อน ทางรถไฟสายนี้จะต้องจมน้ำลงไปด้วย การแก้ปัญหาเพื่อให้เส้นทางรถไฟไม่ขาดช่วงและเดินทางได้

ก็ยกมันขึ้นไปซะให้สูงกว่าระดับน้ำซะสิ

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า

ทางรถไฟระหว่างสถานีแก่งเสือเต้นโคกสลุง-สุระนารายณ์ ระยะทางกว่า 24 กิโลเมตรถูกจัดสรรแนวทางใหม่รวมถึงการสร้างเป็นทางรถไฟยกระดับ แนวทางบางช่วงอยู่ใกล้ทางรถไฟเดิม บางช่วงฉีกแยกออกไปให้เลาะริมขอบอ่างเก็บน้ำ เมื่อวันที่น้ำถูกปล่อยเข้าสู่พื้นที่อ่างเก็บน้ำทั้งหมดทำให้พื้นที่เคยเป็นดินให้ชาวบ้านได้เดิน ให้ควายได้เล็มหญ้า กลายเป็นท้องน้ำที่กว้างใหญ่และเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ จนมองเห็นผืนน้ำกว้างสุดลูกหูลูกตา เมื่อรถไฟวิ่งผ่านและมองออกนอกหน้าต่าง ดูคล้ายกับรถไฟของเราแล่นไปบนผิวน้ำ จึงได้ชื่อเรียกว่ารถไฟลอยน้ำกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดพิเศษเพราะเราจะมาถึงที่นี่ได้เพียงวิธีเดียวคือทางรถไฟ

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า

รถไฟลอยน้ำ

ธันวาคม 2559

รถไฟนำเที่ยวรถไฟลอยน้ำออกจากสถานีกรุงเทพตอน 7 โมงเช้า ขบวนนี้ไม่ใช่รถไฟขบวนปกติ แต่เป็นรถไฟขบวนพิเศษเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมที่พานักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าขึ้นทิศเหนือสู่สถานีรถไฟโคกสลุง จังหวัดลพบุรี

ภาพที่เห็นนอกหน้าต่างรถไฟคือดอกหญ้าสีขาว ไร่ข้าวโพด เขาหินปูน ต้นไม้แห้งๆ และดอกทานตะวันของจังหวัดสระบุรี ในความเขียวปนน้ำตาลของนอกหน้าต่างตัดกับสีฟ้าอย่างรุนแรงของท้องฟ้าหน้าหนาวที่ใสซะจนรู้สึกแสบผิวพิลึก อีกไม่นานรถไฟท่องเที่ยวขบวนนี้ก็จะพาเราไปถึงจุดชมวิวรถไฟลอยน้ำแล้ว

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า

ที่หยุดรถเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นแลนด์มาร์กสุดท้ายที่บอกว่าเรามาถึงที่หมาย เราเปิดม่านเหล็กกันแดดขึ้นจนสุด แดดร้อนในช่วงสายกับลมเย็นที่เริ่มจืดจางปะทะตัวเรา ภาพนอกหน้าต่างเริ่มเปลี่ยนไป จากพงต้นไม้หนาทึบเริ่มเผยให้เห็นแสงบางอย่างที่ระยิบระยับเหมือนธรรมชาติพร้อมใจกันกระดิกนิ้วอวดเพชรหลายกะรัตให้แสงเข้าตา ชั่วอึดใจเดียวภาพท้องน้ำกว้างสีครามก็ปรากฏให้เห็น

วิวเขื่อน

เสียงคนร้องหูววววดังกระทบหูพร้อมๆ กับเสียงชัตเตอร์ที่รัวแบบไม่ยั้ง

รถไฟวิ่งแหวกลมของฤดูหนาวไประยะหนึ่งก็ลดความเร็วลงจนจอดสนิทที่หลักกิโลเมตรที่ 170 ที่นี่คือจุดชมวิวรถไฟลอยน้ำ ก่อนจะปล่อยให้คนทั้งขบวนลงมาจากรถไฟเพื่อดื่มด่ำความสวยงามและถ่ายรูปอวดโซเชียลได้อย่างเต็มที่

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า
ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า
ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า

ด้านซ้ายของขบวนรถไฟคือเวิ้งน้ำที่กว้างสุดลูกหูลูกตา มีแนวภูเขาเป็นแค่ไรจางๆ ทาบขอบฟ้าให้รู้ว่าขอบฝั่งอยู่ตรงนั้น ส่วนด้านซ้ายมือคือขอบอ่างเก็บน้ำที่มีต้นไม้รกครึ้มและภูเขาทาบเป็นฉากหลังอีกชั้นหนึ่ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีวิวแบบนี้ให้เห็นในประเทศไทย ไม่น่าเชื่อเลยว่ารถไฟจะได้จอดให้เราลงมาดูวิวแบบนี้กลางน้ำ

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า

ถ้าน้ำเต็มเขื่อนคือภาพอย่างในฝัน แล้วถ้าหน้าแล้งที่น้ำแห้งไปจากเขื่อนล่ะ?

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า

รถไฟลอยฟ้า

เมษายน 2559

ไม่กี่เดือนหลังจากที่เราได้มาเหยียบจุดชมวิวรถไฟลอยน้ำ เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าเข้าสู่หน้าร้อน และกรมชลประทานเผยปริมาณน้ำในเขื่อนว่าได้ลดระดับลง เราตัดสินใจที่จะกลับไปที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง

การเดินทางในครั้งนี้ไม่ได้นั่งรถไฟแล้วเพราะหมดช่วงของรถไฟท่องเที่ยว แต่เราขับรถไปที่หมู่บ้านโคกสลุงโดยตรงเพื่อไปดูสะพานรถไฟช่วงที่ยาวที่สุด

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า

3 ชั่วโมงเศษจากกรุงเทพฯ เรามาถึงคันกั้นน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์บริเวณตำบลโคกสลุง ภาพด้านหน้าเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อหลายเดือนก่อนอย่างสิ้นเชิง ภาพท้องน้ำสีครามกว้างใหญ่ไพศาลหายไปกลายเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวสดใสขนาดใหญ่สลับกับแอ่งน้ำขนาดเล็กใหญ่ มีสะพานรถไฟเป็นสิ่งแปลกปลอมเดียวที่ขัดกับธรรมชาติ เงาไกลๆ นั้นคือท้องน้ำกว้างของเขื่อนที่หดตัวลงไปอยู่จุดที่ลึกที่สุดของตัวอ่างทาบด้วยกำแพงเทือกเขาสีครึ้มอยู่ไกลๆ

เราขับรถไปตามถนนมาหยุดที่จุดตัดทางรถไฟ ด้านขวามือคือสถานีรถไฟโคกสลุง ด้านซ้ายมือคือสะพานรถไฟที่ทอดยาวไปสุดสายตาเหนือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่นั้น มีฝูงวัวเล็มหญ้าอยู่ไกลๆ มองไปมองมาก็เหมือนรถไฟวิ่งอยู่บนสนามกอล์ฟ

ภาพช่างแตกต่างจากตอนหน้าน้ำซะเหลือเกิน

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า

เรามาที่นี่เพื่อถ่ายรูปขบวนรถไฟ 2 ขบวน (มันจะคุ้มกับค่าน้ำมันไหม) เรายังนึกภาพไม่ออกว่าเมื่อรถไฟวิ่งมาบนสะพานภาพจะออกมาเป็นยังไง เพราะเราเคยชินกับภาพของทางรถไฟที่ด้านล่างเต็มไปด้วยน้ำมาโดยตลอด มันคงเหมือนรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ พิลึก เพียงแค่มันไม่มีตึกอยู่ข้างๆ เท่านั้นเอง

เราปักหลักรออยู่นานกว่าที่รถไฟด่วนดีเซลรางจากหนองคายจะวิ่งผ่านมาตรงนี้ ภาพรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. แล่นฉิวอยู่เหนือทุ่งหญ้าสีเขียวเป็นภาพที่สวยกว่าที่เราคาดไว้ เรารู้สึกได้เลยว่าภาพที่เราเมโมรี่ในสมองสวยกว่าภาพที่อยู่ในเมโมรี่กล้องถ่ายรูปซะอีก

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า
ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า

แต่เรายังเหลือรถสินค้าอีกหนึ่งขบวน และก็ไม่อยากได้ภาพมุมเดิมแล้ว

ถ้าเราขึ้นถ่ายรูปรถไฟขบวนนั้นบนสะพานล่ะ

ความสนุกมันอยู่ตรงที่เรามีความยืดหยุ่นในการถ่ายรูปรถไฟมากขึ้น เพราะถ้าหน้าน้ำเราคงไปโผล่กลางสะพานอีกฝั่งไม่ได้ถ้าไม่มีเรือ

หน้าแล้งนั้นเราขับรถไปได้เลยมีทั้งภาพมุมล่างมุมบนของรถไฟลอยฟ้า’ ได้อย่างเต็มที่

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า

เมื่อจอดรถใต้สะพานเสร็จสรรพ เราก็ปีนขึ้นไปบนทางรถไฟไปตั้งหลักอยู่บนสะพาน

แม้ว่าแดดจะร้อน แต่ลมก็แรงไม่ใช่เล่น ไม่นานนักเสียงหวีดของรถไฟก็ดังขึ้นจากฝั่งสถานีโคกสลุง รถไฟขบวนยาวที่ลากด้วยหัวรถจักรสีน้ำเงินคันใหญ่ก็ปรากฏให้เราเห็น มันวิ่งข้ามสะพานมาอย่างว่องไวมุ่งตรงมายังเราก่อนจะสาดโค้งผ่านตัวเราไปอย่างรวดเร็วเพื่อทำหน้าที่ให้ถึงปลายทาง

ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า
ขึ้นรถไฟสายเดียวในไทย กรุงเทพ-เขื่อนป่าสักฯ ที่เป็นทั้งรถไฟลอยน้ำและลอยฟ้า

อยากให้ทุกคนไปเห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ

อีกนิดอีกหน่อย

  1. สะพานเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีด้วยกันทั้งหมด 6 ช่วง โดยช่วงที่ยาวที่สุดอยู่ระหว่างสถานีโคกสลุงสุระนารายณ์ เป็นจุดเดียวที่เราสามารถขับรถเข้าไปได้ใกล้ที่สุด นอกนั้นเดินกันขาลาก
  2. ช่วงหน้าแล้งเราจะมองเห็นทางรถไฟเดิม ถนนเดิม ได้ชัดเจนมาก
  3. รถไฟท่องเที่ยวไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะวิ่งเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนมกราคม ของทุกๆ ปีเท่านั้น และในบางปีอาจต่อโปรโมชั่นยาวไปถึงเดือนกุมภาพันธ์อีกด้วย
  4. หากใครที่อยากจะมาที่โคกสลุง มีรถไฟด่วนจากกรุงเทพหนองคาย ออกทุกวัน 08.20 มาลงที่สถานีโคกสลุงได้เลย

Writer

Avatar

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

Along the Railroad

เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟจากชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมาตลอด 30 ปี

6 กุมภาพันธ์ 2566
38

อาคารสถานีรถไฟแต่ละแห่งมีรูปแบบอาคารที่ทั้งเหมือนกันและแตกต่างกัน ส่วนใหญ่แล้วมักสร้างในรูปแบบมาตรฐานที่กรมรถไฟ (ต่อมาคือการรถไฟ) ออกแบบเอาไว้ ชั้นเดียวบ้าง 2 ชั้นบ้าง ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีหน้าตาธรรมดา ๆ แต่ดูอบอุ่นเหมือนบ้านไม้ที่แสนสุข

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

แต่ถ้าลองสังเกตสถานีรถไฟบางแห่งโดยเฉพาะในสายเหนือ จะเห็นว่ามีอยู่ไม่กี่แห่งที่มีลักษณะอาคารแปลกตา ซึ่งรูปแบบของสถานีนั้นแฝงลักษณะสถาปัตยกรรมยุโรปแบบ Half-timbered ที่มีความโดดเด่นด้านรูปลักษณ์มาจากแคว้นบาวาเรียในเยอรมนี ผสมผสานกับความอ่อนช้อยและรายละเอียดแบบศิลปะล้านนา รวมกันเป็นสถานีรถไฟลูกครึ่งที่กลมกล่อมและลงตัวเชื้อเชิญให้ทอดสายตามอง

เราจะเชิญชวนทุกคนไปรู้จักกับ ‘สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา’ ที่สวยงามจนต้องไปเยี่ยมเยียน

สถานีห้างฉัตร

อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

ห้างฉัตรเป็นสถานีรถไฟเล็ก ๆ และเป็นสถานีประจำอำเภอ น่าเสียดายที่สถานีนี้ไม่มีรถไฟสายไกลจากกรุงเทพฯ จอด เราจำเป็นต้องเดินทางมาที่นี่ด้วยรถไฟท้องถิ่นที่วิ่งจากนครสวรรค์-เชียงใหม่ และเชียงใหม่-นครสวรรค์ เท่านั้น

อาคารเล็ก ๆ สร้างมาพร้อมกับทางสายเหนือช่วงหลัง ร.6 หลังจากที่รถไฟมาถึงลำปางแล้ว ไม่ปรากฏผู้ออกแบบ ลักษณะของย่านทางรถไฟในสถานีแตกต่างกับสถานีเล็ก ๆ ทั่วไป คือโดยทั่วไปนั้นทางประธาน (Mainline) จะอยู่ชิดติดริมชานชาลาหน้าสถานี แต่สำหรับห้างฉัตรนั้น ทางประธานอยู่ตรงกลาง มีทางหลีกแยกออกด้านซ้ายและขวา โดยตัวอาคารสถานีตั้งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของทางรถไฟ ไม่ติดทางประธาน

ข้อดีของผังย่านสถานีแบบนี้คือ เวลามีรถไฟไม่จอดสถานีนั้นวิ่งผ่าน ผู้โดยสารที่รออยู่บนชานชาลาจะไม่ได้รับอันตรายจากขบวนรถไฟ แต่ถ้าขบวนไหนจอด ต้องเลี้ยวเข้ามาในทางติดด้านหน้าอาคาร ทำให้ต้องลดความเร็วก่อนเข้าสถานีมาตั้งแต่ไกล 

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด
'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด
'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

อาคารของสถานีห้างฉัตรมีชั้นครึ่ง มองจากภายนอกเหมือนสถานีชั้นเดียว ช่องขายตั๋วมีลายฉลุเป็นรูปหม้อดอกไม้ (หม้อปูรณฆฏะ) ลายฉลุช่องลมเป็นลายดอกไม้ ตัวอาคารเป็นแบบ Half-timbered (ลายผนังที่เป็นรูปเส้นไขว้) มีความนิยมมากในเยอรมนี ซึ่งเอารูปแบบจากแคว้นบาวาเรียมาใช้ผสมผสานกับศิลปะล้านนา 

ชั้นของสถานีนั้น ส่วนที่ติดกับพื้น เป็นที่ทำการนายสถานีและคันกลับประแจ ส่วนชั้นลอยเป็นห้องอเนกประสงค์

สถานีนี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์สมเด็จพระเทพฯ ในหมวดหมู่อาคารสะระไนและขนมปังขิง 

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

พิกัดสถานีห้างฉัตร (แผนที่)

สถานีนครลำปาง

อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

มาต่อกันที่สถานีข้างเคียงซึ่งห่างจากห้างฉัตรลงไปทางกรุงเทพฯ ประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร และเป็นสถานีประจำจังหวัด นั่นคือสถานีนครลำปาง

สถานีนครลำปางเปิดใช้งานในช่วงรัชกาลที่ 6 เป็นอาคาร 2 ชั้นที่มีกลิ่นอายของล้านนาและยุโรปแบบบาวาเรียนคอทเทจ (Bavarian Cottage) ออกแบบโดย เอิรสท์ อัลท์มันน์ (Mr.Ernst Altmann) วิศวกรชาวเยอรมัน 

ชั้นล่างบริเวณทางเข้าสถานีไปห้องตั๋วและออกไปชานชาลา ก่ออิฐฉาบปูนใช้ระบบคานโค้ง (Arch) 4 ช่วง ขนาบด้วยโค้งช่วงเล็กประกบทั้ง 2 ฝั่ง ชั้นบนสร้างด้วยไม้ มีกรอบเป็นโครงสร้างสี่เหลี่ยม มีไม้ยึดยันแนวทแยงเสริมเป็นช่วง ๆ อวดโครงสร้างกรอบเป็นรูปแบบ Half-timbered เหมือนกับสถานีห้างฉัตรและสถานีอื่น ๆ ที่เราจะพาไปดู

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด
'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

ชั้น 2 ของอาคารเป็นที่ทำการอยู่ภายใต้หลังคาทรงปั้นหยาผสมจั่ว ราวระเบียบและช่องแสงเป็นช่องปรุลวดลายพรรณพฤกษาและหม้อปูรณฆฏะ (หม้อดอก) มีเพียงราวบางส่วนเท่านั้นที่มีลายกรุเป็นรูปช้าง ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่เห็น แต่ไปเจอในภาพถ่ายเก่า ว่าลายช้างอยู่บริเวณริมสุดของรั้วชั้น 2 ฝั่งด้านหน้าสถานี 

บนหน้าจั่วของอาคารชั้นบนมีตัวเลข พ.ศ. 2458 และ ค.ศ. 1915 ซึ่งเป็นปีสร้างอาคารเป็นตัวนูนออกมา โดยฝั่งที่หันไปทางกรุงเทพฯ เป็นคริสต์ศักราช และฝั่งที่หันไปทางเชียงใหม่เป็นพุทธศักราช

สถานีนครลำปางเป็น 1 ใน 2 สถานีที่สร้างด้วยรูปแบบ Half-timbered ขนาดใหญ่ แต่ยังมีความเป็นล้านนาผสมอยู่ค่อนข้างมาก แตกต่างจากสถานีบ้านปินที่อยู่ในกลุ่มอาคารเดียวกันซึ่งมีความยุโรปมากกว่าหลายเท่า

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

พิกัดสถานีนครลำปาง (แผนที่)

สถานีแม่ทะ

อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

อาคารสถานีทรงคล้ายกับห้างฉัตรและแม่จาง ต่างกันตรงที่ขายตั๋วเป็นไม้ลายพรรณพฤกษา แตกต่างจากห้างฉัตรและแม่จางที่เป็นหม้อดอก 

ส่วนประกอบสำคัญของสถานีแม่ทะคือ สะระไน ซึ่งเป็นเสาสูงเป็นแท่งอยู่ปลายจั่วทั้ง 2 ข้างของหลังคา

รูปแบบของอาคารบ้านเรือนในสมัยช่วง ร. 4 – 5 ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก พัฒนาตามแบบสถาปัตยกรรมในเขตร้อนชื้นต่างถิ่น (Tropical Architecture) รวมถึงเรือนขนมปังขิงและเรือนสะระไนจากอังกฤษด้วย

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

เรือนสะระไน เป็นเรือนสากลที่มาจากภาคกลาง ได้รับอิทธิพลมาจากกระท่อมแบบอังกฤษ (English Cottage) จุดเด่นอยู่ตรงหลังคาแบบหน้าจั่ว มีแท่งไม้สี่เหลี่ยมหรือทรงกลมประดับอยู่ตรงส่วนยอดของจั่ว

จากลักษณะของสะระไนที่เป็นแท่งยาวนี้เอง มีการสันนิษฐานว่า คำว่า ‘สะระไน’ อาจมาจากคำว่า ‘สุระหนี่’ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทปี่ของชวา เป็นทรงแท่งยาว คาดว่าเสาสะระไนที่อยู่บนปลายจั่วนั้นอาจมีประโยชน์จากการใช้ห้อยธงเพื่อประดับประดาได้ด้วย 

สำหรับสถานีแม่ทะ ด้านบนหลังคามีเสาสะระไนทั้ง 2 ฝั่ง มีลักษณะลาดเอียงลง ไม่มีส่วนค้ำยันทำให้ดูเป็นทรงแท่งแหลมออกมาแบบไม่สมบูรณ์ ส่วนด้านในช่องระบายอากาศเป็นรูปไม้ คล้ายดอกไม้รูปทรงมีรัศมีเหมือนดวงอาทิตย์เพียงสถานีเดียวในกลุ่ม แป้นน้ำย้อย (ชายคา) อยู่รอบบริเวณหลังคายาวไปตลอดแนว ส่วนค้ำยันบนเสามีปรากฏเพียงบางต้นเท่านั้น และไม่อ่อนช้อยเท่ากับสถานีอื่น ๆ

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด
'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด
'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

สถานีแม่ทะตั้งอยู่ท้ายสุดของหมู่บ้าน หากมาทางถนนถือว่าเข้ามาลึกมาก ฝั่งตรงข้ามสถานีเป็นภูเขา จึงทำให้ตัวทางรถไฟที่ผ่านหน้าสถานีเป็นทางโค้งทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกสถานีเหมือนเกือกม้า

การเดินทางมาถึงสถานีนี้ได้นั้น ต้องนั่งรถไฟท้องถิ่นขบวน 407/408 นครสวรรค์-เชียงใหม่-นครสวรรค์ ได้เพียงตัวเลือกเดียว

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

พิกัดสถานีแม่ทะ (แผนที่)

สถานีแม่จาง

อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

'สถานีบนทางรถไฟสายล้านนา' สถาปัตยกรรมลูกครึ่งที่สวยงามกลมกล่อมจนแฟนรถไฟไม่ควรพลาด

เป็นสถานีรถไฟขนาดเล็กที่มีผังคล้ายกับห้างฉัตร ตัวอาคารตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันออกของทางรถไฟ ซึ่งเป็นตำแหน่งส่วนน้อยของทางรถไฟสายเหนือ ส่วนใหญ่ตัวอาคารสถานีจะตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันตก 

อาคารสถานีมีชั้นครึ่งไม่แตกต่างกับทุกแห่ง หน้าห้องขายตั๋วมีไม้สลักเหนือช่องเป็นรูปหม้อดอกเหมือนสถานีห้างฉัตร แต่ต่างกันที่รายละเอียดที่ลดทอนลง บางส่วนเปลี่ยนจากรูปดอกเป็นรูปใบ ช่องระบายอากาศด้านบนเป็นรูปช่อพฤกษา 

ในขณะที่สถานีอื่น ๆ ในกลุ่มอาคารสะระไนทาสีเหลืองที่กรอบไม้ แต่สำหรับแม่จาง ตัวอาคารเป็นสีขาวและกรอบไม้สีน้ำตาล ตัวท้าวแขนมีขนาดเล็กกว่าห้างฉัตร แป้นน้ำย้อยที่มีการสลักกรุอย่างสวยงามทำให้สถานีเหมือนประดับด้วยชายผ้าลูกไม้

สถานีแม่จางเป็นสถานีที่ใช้ระบบอาณัติสัญญาณแบบไฟสีเขียวเหลืองแดง เหมือนกับถนนและทางรถไฟในพื้นที่ที่มีปริมาณรถหนาแน่น ทำให้ห้องควบคุมสัญญาณหรือที่คนรถไฟเรียกว่าห้องประแจ มีส่วนประกอบของอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามา คือเครื่องสัญญาณจำลอง ห้อยอยู่เหนือตัวสับสัญญาณ มีหน้าที่ตรวจสอบสถานะสัญญาณ การสับราง หรือแม้แต่ตำแหน่งของรถไฟที่ตรวจจับจากระบบไฟฟ้า 

พิกัดสถานีแม่จาง (แผนที่)

สถานีปางป๋วย

อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

ปางป๋วยเป็นสถานีที่ชื่อออกจะเรียกยากในครั้งแรก

‘ป๋วย’ เป็นภาษาพื้นถิ่นภาคเหนือ แปลว่า ต้นตะแบก ปางป๋วย จึงน่าจะหมายถึง ดงต้นตะแบก แต่ที่ดูขัดกับชื่อเลยคือ บริเวณรอบข้างสถานีปางป๋วยในปัจจุบันไม่เห็นต้นตะแบกเลยสักต้น แต่กลับเต็มไปด้วยต้นสักสูงใหญ่ จนทำให้เกิดร่มเงาและความเยือกเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าหนาว

อาคารสถานีในโอบล้อมของป่าและต้นสัก ซุกตัวอยู่ภายใต้ขุนเขา และเป็นสถานีแรกของจังหวัดลำปางเมื่อนั่งรถไฟมาจากกรุงเทพฯ ปางป๋วยเป็นอาคารสถานีเล็กที่สุดในบรรดาทุกสถานีที่อยู่ในรูปแบบเดียวกัน แต่มีความสมบูรณ์ของส่วนประกอบอาคารมากกว่าทุกที่ โดยเฉพาะเสาสะระไนที่สมบูรณ์และมีท้าวแขนประกอบด้านข้างอย่างชัดเจน 

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

บริเวณช่องจำหน่ายตั๋วเห็นหม้อดอกแบบมีฐาน ท้าวแขนค้ำยันเสามีขนาดใหญ่และอ่อนช้อย และแป้นน้ำย้อยตามชายคามีลวดลายสวยงาม 

การเข้ามาถึงสถานีรถไฟปางป๋วยนั้นไม่ได้ง่าย ทางถนนถือว่าเข้ามาลึกทีเดียว ทางรถไฟก็ดูจะง่ายที่สุด แต่ก็มีเพียงขบวนรถท้องถิ่นจอดวันละ 2 ขบวนเท่านั้น ภารกิจหลักใช้หลีกขบวนรถมากกว่าการให้บริการด้านโดยสารและสินค้า 

ลักษณะโดดเด่นอีกอย่างของสถานีนี้ คือมีอาคารสำหรับการสับรางโดยเฉพาะที่แยกออกมาจากสถานี ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วทุกสถานีจะนำอุปกรณ์สับรางไว้ในอาคารเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ที่สำคัญ อาคารสับรางนี้ยังคงใช้อยู่ ณ ตอนนี้ด้วยเช่นกัน

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

พิกัดสถานีปางป๋วย (แผนที่)

สถานีบ้านปิน

อ.ลอง จ.แพร่

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

สถานีบ้านปิน มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นที่สุดของเส้นทางสายเหนือในความเป็นยุโรปเกือบทั้งหมด 

บ้านปินเป็นสถานีประจำ อ.ลอง จ.แพร่ เรียกได้ว่าโดดเด่นมากในระดับละสายตาไม่ได้ อาคารสถานีสไตล์เยอรมันลูกครึ่งล้านนานิด ๆ ตามรายละเอียดเหนือช่องหน้าต่างและบานประตู ถ้าเป็นคนก็คงเป็นลูกครึ่งที่ดูฝรั่งมากกว่าไทย

อาคารแบบ Half-timbered มีความโดดเด่นตามอาคารในแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของเยอรมนี ลักษณะหน้าจั่วที่ชัดเจนจนแปลกตากว่าสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในละแวกใกล้เคียง ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โอบล้อมด้วยภูเขา หากมองไปทางกรุงเทพฯ และลำปาง จะเห็นพืดเขาขวางไว้และมีทางรถไฟขึ้นเนินทั้งคู่ จนเหมือนสถานีบ้านปินตั้งอยู่กลางแอ่งเขานั้น ความโดดเด่นของอาคารจึงทำให้คนหลายคนขนานนามว่า ‘ฝรั่งกลางป่า’

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

สาเหตุของสถานีที่มีสถาปัตยกรรมเยอรมนีโดดเด่นในสายเหนือ เป็นเพราะการสร้างทางรถไฟสายเหนือนั้นใช้วิศวกรชาวเยอรมันเป็นคนคุมงาน เราจึงเห็นร่องรอยของเยอรมนีในทางรถไฟสายเหนือค่อนข้างมาก ตั้งแต่รูปแบบของสะพาน ระบบสัญญาณหางปลา (Semaphore Signal) รวมถึงสถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟ

ความโดดเด่นของอาคารสถานีบ้านปินคือลวดลายที่อยู่บนอาคาร มีทั้งความสมมาตรและการเล่นลวดลายที่แตกต่างกันไปชวนให้สังเกต รวมถึงคานไม้ที่ยื่นออกมานอกอาคารซึ่งใช้รับน้ำหนักพื้นบนชั้น 2 ลักษณะอาคารด้านล่างบริเวณโถงทางเข้าเป็นซุ้มประตูโค้งแบบ Arch เหมือนสถานีนครลำปาง ช่องระบายอากาศเหนือหน้าต่างและบานประตูกรุ เป็นลวดลายหม้อดอกและพรรณพฤกษาเหมือนกับสถานีอื่น ๆ ก่อนหน้า

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

ด้านตรงข้ามอาคารสถานีมีหอสัญญาณแบบเสาเดี่ยว เรียกกันลำลองว่า ‘หอพม่า’ ตามแบบหอสัญญาณในพม่า ซึ่งมีรถไฟก่อนเรานับ 20 ปี หอสัญญาณนี้ใช้สำหรับสถานีที่ต้องการมุมมองของการจัดการจราจรที่แตกต่างจากสถานีระดับเล็ก เช่น สถานีที่มีทางรถไฟมากมายจนมองออกมาจากตัวอาคารสถานีได้ไม่ชัดเจน หรือสถานีที่ต้องใช้การสังเกตจากที่สูงเพื่อการจัดการจราจรและระบบสัญญาณ แต่ต่อมามีการปรับปรุงด้านหน้าอาคารใหม่ ให้นำอุปกรณ์การสับรางทั้งหมดไปไว้ในตัวสถานี หอสัญญาณเดิมจึงไม่ได้ใช้งานจนถึงปัจจุบัน

สถานีรถไฟบ้านปินนับเป็นอัญมณีในป่า เป็นสถานีรถไฟที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และทรงคุณค่าแบบประเมินค่าไม่ได้ 

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

พิกัดสถานีบ้านปิน (แผนที่)

สถานีแก่งหลวง

อ.เด่นชัย จ.แพร่

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

แก่งหลวงที่คุ้นเคยคงเป็นโค้งรถไฟลัดเลาะไหล่เขาไปตามลำน้ำยม

สถานีแก่งหลวงเลยจากโค้งนั้นไม่ไกลมาก สถานีเล็ก ๆ แห่งนี้ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ ทั้งต้นไม้ ป่า เขา และแม่น้ำยม 

อาคารหลังน้อยของสถานีแก่งหลวงสร้างในแบบ Half-timbered เช่นเดียวกับสถานีอื่นก่อนหน้า แต่รายละเอียดแตกต่างกันมากอยู่ ตามเสาท้าวแขนค่อนข้างเล็กและอ่อนช้อยน้อยกว่าทุก ๆ สถานี ลายฉลุไม้เหนือบานหน้าต่างรูปพรรณพฤกษากลับสวยที่สุดด้วยรายละเอียดที่สละสลวยและอ่อนช้อย 

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน
ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

เป็นที่น่าเสียดายว่า สถานีแก่งหลวงมีการปรับปรุงรูปแบบอาคารเพิ่มเติมส่วนรอการโดยสารที่มีหลังคาคลุมเข้าไป รวมถึงมีการซ่อมแซมบางส่วน ทำให้รายละเอียดส่วนประกอบของสถานี เช่น แป้นน้ำย้อย หรือแม้แต่เสาสะระไนก็ถูกถอดออกไป เวลานั่งรถไฟ มองผ่าน ๆ อาจดูไม่แตกต่างอะไรกับสถานีอื่นยกเว้นลายกรอบไม้ของ Half-timbered ที่ทำให้สถานีแก่งหลวงดูแตกต่างกับสถานีอื่น ๆ  

โดยรวมแม้ว่าความสมบูรณ์ของอาคารจะน้อยที่สุด แต่บรรยากาศดีที่สุดไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะด้านหลังสถานีที่เดินลงไปถึงแม่น้ำยมได้เลย

ชมสถาปัตยกรรมลูกครึ่งเยอรมัน-ล้านนา ในสถานีรถไฟสายเหนือ ความสวยงามกลมกล่อมและลงตัวจนแฟนรถไฟต้องไปเยือน

พิกัดสถานีแก่งหลวง (แผนที่)

เกร็ดท้ายขบวน

  1. สถานีในลิสต์นี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นสถานีย่อย มีเพียงรถท้องถิ่น 407/408 นครสวรรค์-เชียงใหม่-นครสวรรค์ จอดเท่านั้น หากจะเดินทางทั้งหมดอาจต้องใช้เวลาหลายวัน ยกเว้นสถานีนครลำปางและสถานีบ้านปินที่มีรถจอดเยอะหน่อย
  2. การวางแผนเดินทางไปชมสถานีทั้งหมดต้องใช้รถยนต์เข้ามาช่วย ไม่ต้องกังวล เราแปะพิกัดไว้ให้แล้วสำหรับคนที่อยากไปสถานีทั้งหมดแบบเจาะลึก

Writer & Photographer

Avatar

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load