‘ถ้าอ่านข้อความนี้จบ แสดงว่ามึงจ้องกูนานไปละ’

ข้อความนี้เป็นสกรีนตัวอักษรใหญ่ชัดเจน ด้านหน้าของเสื้อยืดวัยรุ่นสีขาวตัวหนึ่ง แขวนขายอยู่บนหุ่นนางแบบในร้านขายเสื้อยืดแห่งหนึ่ง 

ผู้เขียนอ่านจบแล้วอดยิ้มไม่ได้ พลางกวาดสายตาไปดูเสื้อยืดหลากหลายตัวอักษรในร้าน เห็นข้อความน่าสนใจมากมาย สะท้อนมิติต่างๆ ของผู้คนในสังคม

นอกจากเสื้อยืดที่วางขายตามร้านค้าแล้ว ทุกครั้งที่มีการจัดงานเทศกาลต่างๆ ตั้งแต่ระดับงานกีฬาสีของโรงเรียน งานคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ งานเปิดตัวสินค้า ไปจนถึงการประท้วงการชุมนุมทางการเมืองทุกครั้ง สินค้าขายดีตลอดกาลอย่างหนึ่งของงานเหล่านี้คือเสื้อยืดคอกลมหรือเสื้อ T-shirt 

 T-shirt มีความหมายถึงเสื้อไม่มีกระดุม ปกเสื้อ และกระเป๋า โดยมีลักษณะคอกลมและแขนสั้น แขนเสื้อจะไม่เลยข้อศอก รูปร่างของเสื้อจึงคล้ายกับตัว T กลายเป็นที่มาของคำว่า T-shirt

ผมรู้จักเสื้อยืดสมัยเป็นนักเรียน ในวิชาพละศึกษา นักเรียนทุกคนจะเปลี่ยนเสื้อเชิ้ตมาสวมเสื้อยืดขาวตราห่านคู่เนื้อผ้าทอจากฝ้าย สวมรองเท้าผ้าใบ เพื่อมาออกกำลังกาย หรือพอย่างเข้าหน้าหนาว กลับมาบ้านก็เห็นเสื้อยืดของคุณพ่อชอบใส่อยู่บ้าน จำได้ว่าเนื้อผ้าไม่ใช่ฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นใยสังเคราะห์ทำให้เบาสบาย ยี่ห้อมงตากูของฝรั่งเศส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของเสื้อยืดที่นำมาเป็นเสื้อชั้นในของสุภาพบุรุษ เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา 

ทั้งสองประเทศพยายามอ้างมาตลอดว่า ต้นกำเนิดของเสื้อยืดมาจากประเทศของตัวเอง

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
เสื้อมงตากู (Montagut) ของฝรั่งเศส
ภาพ : montagut.com

อันที่จริงเสื้อยืดมีประวัติมายาวนานมาก กล่าวกันว่าเสื้อยืดในปัจจุบันมีพัฒนาการมาจากเสื้อชั้นในที่ทอจากฝ้ายตั้งแต่สมัยอียิปต์หลายพันปีทีเดียว แต่เอาเข้าจริงเสื้อยืดเริ่มเป็นที่รู้จักของโลกสมัยใหม่ไม่ถึงร้อยปี เป็นที่รู้จักในโลกตะวันตกปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อเสื้อคอกลมไม่มีปก ไม่มีกระดุมเส้นใยถักทอจากเนื้อฝ้าย เป็นที่นิยมของบรรดาคนงานขุดเหมืองและกรรมกรแบกสินค้าตามท่าเรือ เนื่องมาจากทำงานท่ามกลางอากาศร้อน เสื้อยืดเบาสบายกว่า

ต่อมาเสื้อยืดคอกลมเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นหลังสงครามสเปน-สหรัฐอเมริกา ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1900 เสื้อยืดคอกลมสีขาวกลายเป็นเสื้อชั้นในของทหารเรืออย่างเป็นทางการ และหากต้องออกปฏิบัติงานในภูมิอากาศร้อน บรรดาทหารเรือก็จะถอดชุดเครื่องแบบออก และใช้เสื้อยืดสีขาวเป็นชุดทำงานเลย โดยเฉพาะในเรือดำน้ำที่มีอากาศอบอ้าวเป็นพิเศษ

ขณะที่คนทั่วไปในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะบรรดาชนชั้นแรงงานก็นิยมใส่เสื้อยืดเพื่อทำงานในปศุสัตว์ ในไร่ ในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะเป็นเสื้อสวมใส่ง่าย สบาย ราคาไม่แพง และทำความสะอาดง่าย และเมื่อเกิดการตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1930 เสื้อยืดได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาถูก พอเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพที่เห็นทหารใส่เครื่องแบบครึ่งท่อน คือเสื้อคอกลมและกางเกงทหารกลายเป็นภาพชินตาของคนรุ่นนั้น ขนาดนิตยสาร LIFE ในเวลานั้นเอารูปทหารใส่เสื้อยืดขึ้นปกและคำว่า เสื้อ T-shirt ก็เป็นชื่อที่คนเรียกติดปากมากขึ้น จากเสื้อที่มีลัษณะเป็นตัว T และกองทัพอเมริกาเรียกเสื้อชนิดนี้ว่า Training Shirt

แต่เสื้อยืดโด่งดังกลายเป็นแฟชั่นระบาดไปทั่วโลก น่าจะเกิดจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง รถรางคันนั้นชื่อปรารถนา (A Streetcar Named Desire) ใน ค.ศ. 1951 นำแสดงโดยมาร์ลอน แบรนโด (Marlon Brando) สร้างยอดขายเสื้อยืดในปีนั้นได้มากถึง 180 ล้านเหรียญดอลลาร์ฯ

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : lh5.googleusercontent.com

ตามมาด้วยภาพยนตร์เรื่อง Rebel Without a Cause นำแสดงโดยเจมส์ ดีน (James Dean) ใน ค.ศ. 1955 พระเอกรูปหล่อ กล้ามใหญ่ สวมเสื้อยืดคับอกกับกางเกงยีนส์แสนเท่ กลายเป็นแฟชั่นวัฒนธรรมส่งออกของอเมริการะบาดไปสู่วัยรุ่นทั่วโลกยุคนั้น

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : assets.st-note.com

ช่วงเวลานั้น แฟชั่นเสื้อยืดคอกลมที่ระบาดไปทั่วโลก ยังไม่ได้เปล่งพลังของเสื้อยืดออกมาอย่างชัดแจ้ง จนกระทั่งใน ค.ศ. 1960 เสื้อยืดกลายเป็นสัญลักษณ์ของกบฏหรือคนที่คิดต่างจากรัฐบาล โดยเฉพาะการต่อต้านสงครามเวียดนาม ก่อนจะพัฒนากลายเป็นเสื้อโฆษณาอย่างแพร่หลาย

ในสังคมตอนนั้น แม้เสื้อยืดจะได้รับความนิยมมาก แต่เสื้อยืดก็ยังมีภาพลักษณ์ของความไม่เรียบร้อย ความมักง่าย ซึ่งตรงกับจริตของกลุ่มคนหนุ่มสาว บรรดาบุปผาชนหรือฮิปปี้ผู้ต่อต้านสงคราม ไม่ต้องการให้รัฐบาลอเมริกันเกณฑ์ทหารไปสู้รบในสงครามเวียดนาม

เสื้อยืดได้ถูกออกแบบให้มีการสกรีนสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด คำโฆษณา ภาพวาดบนเสื้อยืด เพื่อบอกคนอื่นว่า คนที่กำลังใส่เสื้อยืดตัวนั้นคิดหรือเชื่ออะไรอยู่ โดยเฉพาะการต่อต้านรัฐบาล สงคราม และสันติภาพ

บางคนบอกว่าเสื้อยืดก็เปรียบเสมือนเฟรมผ้าใบสีขาว ที่ผู้คนจะแต่งแต้ม ระบาย หรือเขียนข้อความอะไรลงไปเพื่อบอกเรื่องราวต่างๆ ของตัวเอง หรือสิ่งที่ตัวเองสนใจในช่วงเวลานั้น

ไม่น่าแปลกใจที่เสื้อยืดสกรีนรูปเช เกบารา นักปฏิวัติฝ่ายซ้าย ซึ่งเป็นเสื้อที่บรรดาผู้ประท้วงสงครามนิยมสวมใส่เพื่อสะท้อนความคิดขบถต่อสังคม กลายเป็นเสื้อยืดขายดีถล่มทลายติดอันดับจนถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงเสื้อยืดสกรีน คำว่า PEACE หรือสัญลักษณ์สันติภาพ 

เสื้อยืดสกรีน Quote การสื่อสารราคาถูกที่แสดงพลังในทุกคอนเสิร์ตหรือชุมนุมประท้วง, ประวัติ เสื้อยืด
ภาพ : encrypted-tbn0.gstatic.com

 และอีกด้านหนึ่ง แฟนเพลงที่ชื่นชอบวงดนตรีชั้นนำ โดยเฉพาะในช่วงที่เพลงร็อกได้รับความนิยมสูงสุด ในช่วงยุค 70 – 80 จากเสื้อของวงดนตรีร็อก นักดนตรีต่างพากันใส่เสื้อยืดสกรีนรูปวงดนตรีของตัวเอง อาทิ The Rolling Stone, Bob Marley, Jimi Hendrix, Pink Floyd ฯลฯ จนแฟนเพลงพากันซื้อใส่ ได้รับความนิยมถล่มทลาย แทบจะเรียกได้ว่า ยอดจำหน่ายเสื้อยืดรูปศิลปินเหล่านี้อาจจะมีปริมาณมากกว่าอัลบั้มที่ขายออกมาเสียอีก

และตั้งแต่ ค.ศ. 1970 บรรดาบริษัทชื่อดังอย่าง Coca-Cola หรือ Mickey Mouse ก็เริ่มทำการตลาดและโฆษณาด้วยการสกรีนตราสินค้าลงบนหน้าอกเสื้อยืด บริษัทเสื้อผ้าชื่อดังหลายยี่ห้อก็เริ่มลงมาเล่นตลาดเสื้อยืด โดยสกรีนโลโก้เสื้อของตัวเองกลางหน้าอก เพื่อเป็นการย้ำแบรนด์ของตัวเอง เสื้อผ้าวัยรุ่น Calvin Klein เป็นยี่ห้อแรกที่ลงมาเล่นกับตลาดเสื้อยืดอย่างจริงจัง ตามมาด้วยอีกหลายแบรนด์ อาทิ Ralph Lauren, The Gap จนประสบความสำเร็จ ทำให้เสื้อผ้ายี่ห้อดังเกือบทุกยี่ห้อต้องลงมาเล่นตลาดเสื้อยืด เพื่อสร้างมูลค่าแบรนด์สินค้าของตัวเอง เช่นเดียวกับเสื้อยืดที่สกรีนหน้าอกว่า I ♥ N Y โดยนักออกแบบชื่อดัง มิลตัน กลาเซอร์ (Milton Glaser) ได้กลายเป็นต้นแบบของเสื้อยืดสไตล์นี้แทบทุกเมืองใหญ่ในโลก

ช่วงหนึ่งของชีวิตผู้เขียน มีโอกาสหาเงินด้วยการช่วยเพื่อนทำเสื้อยืดขายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน มีร้านขายที่ตลาดนัดสวนจตุจักร กิจการขายดี ขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดยจับกลุ่มลูกค้านักศึกษาและคนรุ่นใหม่ งานของผมคือการคิดแบบเสื้อ ด้วยคำพูดที่แสดงตัวตนของคนสวมใส่ เสื้อที่ขายดี จะสกรีนเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ สันติภาพ และคำพูดเท่ๆ ของคนดัง ดารา นักร้อง

จำได้ว่าเสื้อยืดแบบหนึ่งเป็นรูปจอห์น เลนนอน (John Lennon) และสกรีนคำพูดตอนหนึ่งในบทเพลง Imagine อันโด่งดัง

“You may say I’m a dreamer

But I’m not the only one

I hope someday you will join us

And the world will be as one”

ปรากฏว่าเสื้อยืดรุ่นนี้ขายดีเป็นประวัติการณ์ คนรอซื้อจำนวนมากจนผลิตไม่ทันขาย เพราะเสื้อออกแบบได้สวยงามแล้วยังสามารถแสดงตัวตนของคนสวมใส่ ว่าเขาและเธอคิดอย่างไรในช่วงเวลานั้น แน่นอนว่า นอกจากจะหลงรัก จอห์น เลนนอน แล้ว เนื้อหาเพลงนี้ประกาศตัวตนความเชื่อของคนสวมใส่ด้วย

ทุกวันนี้เสื้อยืดจึงเป็นเสื้อที่คนทั่วโลกนิยมใส่ นอกจากเพื่อการสวมใส่แล้ว ยังเป็นการสื่อสารราคาถูก สามารถเรียกร้องความสนใจจากผู้ที่พบเห็นได้ผ่านสีของเสื้อ โลโก้หรือข้อความที่สกรีนบนเสื้อยืด เพื่อประกาศตัวตน ความเชื่อของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ดูเหมือนว่าเสื้อยืดจะกลายเป็นสินค้าขายดีในบรรดาสินค้าที่ระลึกทั้งหลาย 

เพื่อแสดงความเชื่อทางการเมืองของตน

ตอนมีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเสื้อแดงที่ราชประสงค์ใน พ.ศ. 2553 มีเสื้อยืดขายดีจะสกรีนคำว่า ‘ไพร่’ เด่นชัดเพื่อประกาศตัวตนของผู้สวมใส่ในช่วงนั้น

พอมีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ใน พ.ศ. 2556 เสื้อยืดขายดีจะสกรีนคำว่า ‘กบฏ’ เพื่อประกาศตัวตนของผู้สวมใส่อย่างชัดเจน

แม้คำที่ใช้จะต่างกัน แต่คนใส่เสื้อทั้งสองตัวคงจะภูมิใจและอยากแสดงออกด้วยตัวอักษรเชิงสัญลักษณ์นี้

ส่วนปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างคนรุ่นใหม่กับรัฐบาลใน พ.ศ. 2563 เสื้อยืดขายดี นอกจากรูปหมุดคณะราษฎรแล้ว ก็คือสกรีนตัวอักษรว่า ‘พึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร’

หลายคนจึงยืดอกใส่เสื้อยืด เพื่อบอกตัวตน ความเชื่อของเราตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันอย่างเต็มภาคภูมิ

Writer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

Small is Beautiful

เรื่องราวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมแต่ทว่าสวยงามและมีพลังโดย ‘วันชัย ตัน’

ทุกวันนี้หากไปเดินเล่นตามชายหาดหลายแห่ง อาทิ หาดชะอำ หาดปราณบุรี และหาดอีกหลายแห่งทางตอนใต้ของประเทศ จะพบสิ่งก่อสร้างของทางการคล้ายเขื่อนกั้นหาด เรียกว่า กำแพงกันคลื่น ยาวไปตามแนวชายฝั่งทะเล

ภาพชายหาดริมทะเลธรรมชาติอันงดงามค่อย ๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยสิ่งก่อสร้างของมนุษย์

ทางราชการอ้างเหตุผลความจำเป็นว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านจากคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง

แม้ว่านักวิชาการทางทะเลหลายคนจะมีหลักฐานชัดเจนพิสูจน์ว่า หลังจากการสร้างกำแพงกันคลื่นแล้ว จะก่อให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงเพิ่มขึ้น

ขณะที่ทางการเดินหน้าสร้างเขื่อนกันคลื่น อ้างว่าป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ท่ามกลางเสียงคัดค้านของชาวบ้าน เพราะเขื่อนป้องกันไม่ได้ สุดท้ายก็พังทลาย

งานอ้างอิงถึงงานวิจัยต่าง ๆ ทั่วโลก ระบุตรงกันว่า กำแพงกันคลื่นเป็น Death of the Beach คือตัวการที่ทำให้ชายหาด ชายฝั่ง หายไปตลอดกาล

ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่เป็นปัญหาทั่วโลก จึงน่าจะมีวิธีจัดการที่ดีกว่าและใช้งบประมาณน้อยกว่านี้

หาดทรายหลายแห่งที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ พอมีโครงการกำแพงกันคลื่นเกิดขึ้น ทำให้หาดทรายหายไป นักท่องเที่ยวจำนวนมากลดลงทันที จนเกิดการประท้วงขึ้นหลายแห่งของชาวบ้านบริเวณนั้น

เมื่อไม่นานมานี้ ทางเจ้าหน้าที่สถาบันลูกโลกสีเขียวได้ชวนผู้เขียนไปลงพื้นที่ที่ชุมชนบ้านโคกเมือง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ที่ตั้งอยู่ติดทะเลสาบสงขลา

นวัตกรรมชาวบ้านปลูกลำพูเป็น ‘ป่าชายเล’ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแทน ‘เขื่อนกันคลื่น’
นวัตกรรมชาวบ้านปลูกลำพูเป็น ‘ป่าชายเล’ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแทน ‘เขื่อนกันคลื่น’

ไปดูว่าชาวบ้านแถวนั้นปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งมานานแล้ว โดยไม่ต้องใช้เงินมากมายสร้างกำแพงกันคลื่น

แต่กว่าจะสำเร็จก็ไม่ง่ายเลย หากชาวโคกเมืองไม่ลุกขึ้นมาร่วมแรงร่วมใจกันสร้างฝันให้เป็นจริง

ชาวบ้านโคกเมือง เป็นชุมชนชาวพุทธเก่าแก่อายุนับร้อยปี ตั้งบ้านเรือนอยู่ติดทะเลสาบสงขลา มีแหล่งต้นนํ้ามาจากเทือกเขาบรรทัดและสันกาลาคีรี และไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาที่เชื่อมไปสู่ทะเลที่อ่าวไทย ทำให้เกิดเป็นชุมชนที่มีระบบนิเวศ 3 นํ้า คือ นํ้าจืด นํ้ากร่อย และนํ้าเค็ม

บริเวณแถวนี้เคยเป็นเมืองโบราณ ยังปรากฏหลักฐานให้เห็น ได้แก่ คูเมืองโบราณ แหล่งนํ้าขนาดใหญ่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ฐานศิวลึงค์ สมอเรือ เครื่องถ้วยชามจีนสมัยต่าง ๆ เครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น

จนกระทั่งเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ชาวบ้านเริ่มประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมาตลอด โดยเฉพาะช่วงมรสุมคลื่นลมแรง ชาวบ้านหลายคนเริ่มพูดคุยกัน มองออกไปนอกฝั่ง พยายามหาวิธีลดความรุนแรงของคลื่นลม และได้ความคิดว่าหากลองช่วยกันปลูกต้นไม้ในทะเลที่ไม่เคยมีต้นไม้มาก่อน อาจจะช่วยป้องกันการกัดเซาะได้ พวกเขาจึงเริ่มจากการลองผิดลองถูก ไม่รู้ว่าต้นไม้จะขึ้นไหม

“ตอนนั้นเราไม่มีความรู้อะไร คิดแค่ว่าจะลองปลูกต้นไม้ในทะเล เพื่อให้ต้นไม้ช่วยบรรเทาคลื่นลม ต้นไม้ชนิดแรกที่นึกถึง คือ ต้นโกงกาง ที่เห็นคนปลูกในป่าชายเลน จึงเดาว่าน่าจะใช้ได้” นายอุดม ฮิ่นเซ่ง อดีตผู้ใหญ่บ้านแกนนำคนสำคัญเล่าให้ผู้เขียนฟัง

“พวกชาวบ้านจึงช่วยกันระดมไปหาต้นโกงกางที่แถวนี้ไม่เคยขึ้นมาก่อน แต่ไปเอามาจากข้างนอกพื้นที่ แล้วระดมปลูกต้นโกงกางในทะเลหลายร้อยต้น หวังว่าจะช่วยลดแรงคลื่นลมได้ แต่สุดท้ายต้นโกงกางตายเรียบ ก่อนจะค้นพบสาเหตุว่า เพราะบริเวณที่ปลูกนี้เป็นดินทราย แต่ต้นโกงกางขึ้นในดินเลน จึงตายหมด”

นวัตกรรมชาวบ้านปลูกลำพูเป็น ‘ป่าชายเล’ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแทน ‘เขื่อนกันคลื่น’
นวัตกรรมชาวบ้านปลูกลำพูเป็น ‘ป่าชายเล’ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแทน ‘เขื่อนกันคลื่น’

บทเรียนครั้งนั้นที่ลงแรงลงเงินไปแบบไร้ประโยชน์ ทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ว่า

‘กลับไปดูบ้านตัวเองว่า มีต้นไม้อะไรที่ปลูกขึ้นได้’

“สุดท้ายชาวโคกเมืองพบว่า ในหมู่บ้านตัวเองมีลุงคนหนึ่ง ชื่อ ลุงลั่น ศรีประสม แกปลูกต้นลำพูมาก่อนบนดินทรายแถวบ้านได้นานแล้ว แต่ไม่มีใครสังเกต พวกเราจึงคิดว่าน่าจะลองเอาต้นลำพูไปปลูกริมทะเลน่าจะดี” นายอุดม ฮิ่นเซ่ง เล่าความหลังเมื่อ 10 กว่าปีก่อนให้ฟัง

ใน พ.ศ. 2547 ชาวบ้านระดมกันปลูกต้นลำพูริมฝั่งทะเลที่ไม่เคยมีต้นไม้ขึ้นมาก่อน โดยใช้ลำพูเป็นต้นไม้เบิกนำบนพื้นทรายผสมโคลน

หลายปีต่อมา เมื่อดินค่อย ๆ ปรับสภาพ มีดินโคลนมาทับถมมากขึ้น ก็ปลูกต้นโกงกางเสริม ทำให้เกิดเป็นแนวป่าลำพู โกงกางยาวตลอดชายฝั่งร่วม 1 กิโลเมตร คิดเป็นพื้นที่เกือบ 100 ไร่ในทะเล ต่อมาได้ทดลองนำต้นจาก ต้นฝาด ต้นตะบูน มาปลูกเสริม จนแนวป่ามีความหลากหลายของชนิดต้นไม้

จากฝั่งทะเลที่ไม่เคยมีต้นไม้ขึ้นมาก่อนในอดีต กลายเป็นป่าโกงกาง ป่าชายเลน ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างดี เพราะรากโกงกางช่วยยึดพื้นดิน โดยเฉพาะช่วงฤดูมรสุมที่คลื่นลมแรง

ที่น่าสนใจคือ นักวิชาการบางคนเรียกต้นไม้ที่ปลูกในทะเลของชาวบ้านโคกเมืองว่า ‘ป่าชายเล’ ไม่ใช่ป่าชายเลน ซึ่งอาจจะเป็นนวัตกรรมของชาวบ้าน ในการปลูกต้นไม้ในทะเลที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น

แทนที่ ‘เขื่อนกันคลื่น’ ตัวการทำชายหาดหายไปตลอดกาล ด้วย ‘ป่าชายเล’ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน

เมื่อป่าชายเลนเกิดขึ้นริมฝั่งทะเล สิ่งที่ตามมาคือ บริเวณนี้ได้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ มีกุ้ง หอย ปู ปลา เข้ามาอาศัยอยู่มาก ชาวบ้านสังเกตว่าเมื่อมีต้นลําพูเกิดขึ้น ทําให้ปลาจำนวนมากมาวางไข่ และต่อมาชาวบ้านยังร่วมใจกันทำแนวเขตฟาร์มทะเล ประกาศเป็นเขตอนุรักษ์สัตว์น้ำ โดยใช้ไม้ไผ่กั้นเป็นแนวรอบ ชาวบ้านจะมาช่วยกันวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ 7 – 10 คน และเวียนมาซ่อมแซมเดือนละครั้ง

จากนั้นใช้ภูมิปัญญาของคนเฒ่าคนแก่ในการนํากิ่งไม้มาสุมไว้ในเขตอนุรักษ์ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นํ้า เรียกว่าการ ‘ล้อมหมํา’ เป็นวิธีหนึ่งในการขยายพันธุ์สัตว์นํ้า ทําให้เกิดเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์นํ้าเป็นพื้นที่ 320 ไร่ เป็นแบบอย่างในการฟื้นฟูลุ่มนํ้าทะเลสาบสงขลา ทะเลหน้าบ้านของพวกเขา ให้มีปริมาณสัตว์ทะเลเพิ่มขึ้น

ชาวบ้านมีรายได้สูงขึ้นจากการมีอาชีพจับกุ้ง หอย ปู ปลา ที่ระเบียบของชุมชนอนุญาตให้จับได้นอกเขตอนุรักษ์ หลายคนที่ไปหางานทำในเมืองได้กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่บ้านเกิด

ปลาที่จับได้มีหลากหลายชนิดตลอดปี จากระบบนิเวศในทะเลสาบแห่งนี้ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล

“ในฤดูฝนที่ฝนจากภูเขาตกลงมาหนัก ช่วยผลักดันน้ำเค็มออกไป น้ำแถวนี้กลายเป็นน้ำจืด แต่หากในฤดูแล้ง น้ำทะเลอาจจะหนุนเข้ามาลึก จนทำให้เกิดน้ำเค็มไปทั่ว ทำให้เกิดสัตว์น้ำหลากหลายชนิด มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำทะเล อาทิ ปลาลิ้นหมา ปลาแป้น ปลาทราย ปลากระโทง ปลากระบอก กุ้งก้ามกราม กุ้งหัวมัน กุ้งหัวแข็ง กุ้งกุลาดำ และปูอีกหลายชนิด และพวกเรายังมีการปล่อยลูกสัตว์น้ำเติมตลอด อาทิ ปล่อยกุ้งแชบ๊วยปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1,500,000 ตัว ปลากะพงปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 100,000 ตัว”

แทนที่ ‘เขื่อนกันคลื่น’ ตัวการทำชายหาดหายไปตลอดกาล ด้วย ‘ป่าชายเล’ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน

อุดม ฮิ่นเซ่ง วัย 60 บอกกับเราว่า ได้เกษียณตัวเองแล้ว ให้ผู้ใหญ่บ้านรุ่นใหม่มาสืบทอดแนวคิดต่อ และตัวเองถอยออกมาเป็นพี่เลี้ยงแทน

เมื่อสร้างระบบนิเวศที่สอดคล้องกับท้องถิ่น ผู้คนก็ลืมตาอ้าปากได้จากการหาทรัพยากรธรรมชาติในทะเล

และที่น่ายินดีคือ เมื่อชุมชนโคกเมืองมีความเข้มแข็ง ได้ขยายแนวคิดและการปลูกป่าชายทะเลไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง ในช่วงภาวะเศรษฐกิจวิกฤตไปทั่วประเทศ ชุมชนแห่งนี้กลายเป็นตัวอย่างของชุมชนที่มีความมั่นคงทางอาหารมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

ด้วยความคิดที่เริ่มจากการปลูก ‘ป่าเล’ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง กลายมาเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ของชาวบ้านแถวนั้น จนลืมตาอ้าปากได้อย่างมีความสุข

กลุ่มคนตัวเล็ก ๆ ที่หัวใจไม่เล็กเลย

Writer & Photographer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load