ทำไมต้องมีพื้นที่ทางกายภาพสำหรับ LGBTQ+ ในเมื่อเรื่องนี้ก็เป็นแค่การแสดงออกทางเพศหรือรสนิยมทางเพศ เป็นแค่ส่วนหนึ่งในชีวิต เรารู้ว่าอาจมีคนคิดแบบนั้น

แต่ในฐานะเลสเบี้ยนคนหนึ่ง เรายืนยัน นั่งยัน นอนยันได้เลยว่า จริง ๆ แล้ว เพศเป็นทั้งตัวตน วิถีชีวิต และอุดมการณ์ที่หลายคนยึดถือ

มากกว่าแค่ความสนุกหวือหวา การได้มีพื้นที่จริง ๆ ได้สบตากับผู้คนที่เข้าใจกัน ผ่านประสบการณ์ทั้งดีและร้ายใกล้เคียงกัน ในแบบที่หาไม่ได้จากโลกข้างนอกนั้นจึงสำคัญมาก และลำพังแค่คอมมูนิตี้ออนไลน์เพียงอย่างเดียวอาจจะเติมเต็มจิตใจไม่ได้นัก

แน่นอนว่าก่อนหน้าที่ทุกคนจะคุยกันผ่านจอในช่วงปี 1990 – 2000 พี่ ๆ ในยุคแอนะล็อกเขาก็เคยสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการพบปะกันมาก่อนแล้ว ซึ่งพื้นที่นั้นเป็นได้หลายอย่าง ทั้งผับ บาร์ ร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ โรงแรม แกลเลอรี มิวเซียม หากรวมกันจนกลายเป็น ‘ย่าน’ เลย ในช่วงที่ยังไม่ได้มีคำเรียกหลากหลายเท่าทุกวันนี้ก็เรียก Gay Village บ้าง Gayborhood บ้าง ตามถนัด

เมียงเมืองคราวนี้ เราจะว่ากันด้วย ‘Sense of Belonging’ หรือความรู้สึกยึดโยงกับพื้นที่เควียร์ในเมือง

Gay Village ที่แรกในโลกเกิดขึ้นเมื่อ 100 ปีก่อน ตั้งแต่ทศวรรษ 1920 (บ้างก็ว่าทศวรรษ 1910) ที่ Schöneberg เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และมีชื่อเล่นที่มักเรียกกันว่า Regenbogenkiez หรือ Rainbow District

สมัยนั้นศิลปินชาวโบฮีเมียนมักจะรวมตัวกันตามโรงแรมและโรงละครในท้องถิ่น จนเกิดเป็นวัฒนธรรมย่อยของเกย์-เลสเบี้ยนขึ้น มีไนต์คลับ Eldorado เป็นพื้นที่พบปะที่เป็นที่รู้จักในยุคนั้น มีคาบาเรต์ดัง ๆ เกิดขึ้น มีการพบปะกันของปัญญาชนหรือนักเขียน ถือว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางความคิดและการแสดงออกที่ก่อให้เกิดการงานสร้างสรรค์มากมาย

และเมื่อดูจากปีแล้ว Rainbow District แห่งนี้ก็เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย

ปี 1932 ในยุคของนาซี บาร์ต่าง ๆ พากันปิด Eldorado เองก็เช่นกัน ผู้คนในชุมชนเกย์-เลสเบี้ยนไม่น้อยถูกข่มเหง ถูกเนรเทศ หรือถึงกับถูกฆ่าตาย หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ย่านนี้จึงมีโอกาสฟื้นคืนชีพมาอีกครั้ง

Elsa Conrad ก็เป็นคนหนึ่งที่รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และร่วมบริหารบาร์เลสเบี้ยนชื่อ ‘Mali und Igel’ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ปัญญาชนยุคนั้น

การที่ย่านยังอยู่ถึงทุกวันนี้ แม้โลกหมุนไปกี่รอบต่อกี่รอบแล้ว ก็เหมือนกับการทวงคืนความรู้สึกปลอดภัยทางใจที่ Schöneberg เคยมี ผู้คนที่มาเยือนพื้นที่นี้ (ซึ่งเพื่อนสาวชาวเควียร์ที่อยู่เยอรมนีตอนนี้ บอกว่าส่วนใหญ่เป็นรุ่นอายุ 60 – 70 ปี) นอกจากจะรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้คนในปัจจุบันที่ได้เห็นหน้าค่าตากันแล้ว ยังมีความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้คนในอดีตผ่านความเจ็บปวดร่วมบางอย่างได้ด้วย

ซึ่งไม่ใช่แค่ที่ Schöneberg แต่ในฝั่งตะวันตกมีย่านคนหลากหลายทางเพศที่สำคัญอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น Greenwich Village ในนิวยอร์ก ที่เกี่ยวข้องกับ Stonewall Riots (Stonewall Uprising) จลาจลเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศครั้งสำคัญในปี 1969 หรือย่าน The Marais ที่ปารีสที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980

พื้นที่เควียร์ในเอเชียก็น่าสนใจไปอีกแบบ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีชื่อเรื่องความเป็นระเบียบ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีบรรทัดฐานทางสังคมชัดเจนจนยากจะมีใครแตกแถว เรื่องตัวตนทางเพศเองก็เช่นกัน เป็นเรื่องยากที่เราจะบังเอิญเจอผู้มีความหลากหลายทางเพศสักคน แม้แต่ในวงการบันเทิงเองก็มีไม่มาก

แต่ถึงอย่างนั้น ญี่ปุ่นก็มีย่านเควียร์กับเขา เช่น Shinjuku Ni-chōme (ชินจูกุ เขต 2) ที่มีบาร์เกย์ บาร์เลสเบี้ยน รวมแล้วถึง 300 แห่ง และมีพื้นที่อื่น ๆ เช่น คาเฟ่ ร้านค้า ร้านหนังสือ หรือโรงแรมด้วย 

Shinjuku Ni-chōme เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกายึดครองญี่ปุ่น ปี 1945 – 1952 เมื่อย่านโคมแดงแบบเดิม ๆ เริ่มล่มสลาย การค้าประเวณีเริ่มผิดกฎหมาย ย่านนี้ก็เริ่มได้รับความนิยมในทางวัฒนธรรมย่อยของเกย์ และกลายเป็นที่ตั้งของเหตุการณ์สำคัญมากมายในประวัติศาสตร์ชุมชน LGBTQ+ ในญี่ปุ่น เช่น การเปิดห้องให้คำปรึกษาสำหรับเกย์หนุ่ม ปี 1976 หรือขบวนพาเหรดเลสเบี้ยนและเกย์ครั้งแรกเมื่อปี 1994

อย่างที่เราบอก ดูเผิน ๆ ญี่ปุ่นเหมือนจะมี LGBTQ+ น้อย แต่หากน้อยจริง ๆ ใครกันล่ะที่มาอุดหนุนบาร์เหล่านี้อย่างต่อเนื่องจนเปิดมาได้ถึงปัจจุบัน

เมื่อนึกถึงพื้นที่ปลอดภัยให้เป็นตัวเองได้เต็มปอด เราจึงมักนึกถึงญี่ปุ่นเป็นอันดับต้น ๆ

อาจจะเพราะนัยของการซุกซ่อนเบาบางลงจากสมัยก่อน นอกเหนือจากย่านทั้งย่านแล้ว อย่างหนึ่งที่เราชอบในสมัยนี้ คือการที่มีพื้นที่เควียร์กระจายตัวอยู่ตามมุมเมือง 

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เราได้ไปเยี่ยมร้านหนังสือ-ห้องสมุดเควียร์ที่ดำเนินงานโดยคนธรรมดาคนหนึ่ง นาม ‘loneliness books’ ใกล้สถานี Ōkubo เมืองโตเกียว แม้จะเป็นเพียงห้องเล็ก ๆ (เล็กจริง ๆ) ในอะพาร์ตเมนต์หน้าตาทั่วไป แต่ที่นี่ก็อัดแน่นไปด้วยหนังสือ สิ่งพิมพ์ และ Zine เควียร์ จากทั้งในญี่ปุ่น จากเครือข่ายในเอเชีย และไปไกลถึงซีกโลกตะวันตก

ลูกค้าจากทั่วโลกที่จองเวลาเข้ามาดูหนังสือผ่านเว็บไซต์ก็จะได้มีบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติกับเจ้าของร้าน ไม่ว่าหัวข้อจะว่าด้วยประสบการณ์ชีวิตของคนหลากหลายทางเพศในประเทศตัวเอง หรือสื่อสิ่งพิมพ์ก็ตาม

บางทีความสบายใจก็ไม่ได้ต้องการพื้นที่ใหญ่โตอะไรเลย

กลับมาที่ประเทศไทย หนังสือท่องเที่ยวสำหรับ LGBTQ+ นานาชาติที่ชื่อ Spartacus International Gay Guide (ปี 1980) เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าประเทศไทยเป็นสวรรค์ของเกย์ตั้งแต่ยุคนั้น (ในแง่ความบันเทิงนะ ส่วนในด้านสิทธิ์จะเป็นอย่างไรก็อีกเรื่อง)

ทั้งสีลม พัฒน์พงศ์ สุขุมวิท สะพานควาย ประดิพัทธ์ รามคำแหง ยังไม่รวม Queer-friendly City ทั้งหลายนอกประเทศกรุงเทพฯ

แต่หากจะว่ากันด้วย ‘ย่าน’ อย่างประเทศอื่น ๆ แล้ว ย่านที่ให้เซนส์ของความเป็นชุมชนที่สุดก็เห็นจะเป็นสีลม

ทุกวันนี้สีลมเรียงรายไปด้วยผับบาร์บรรยากาศคึกคัก เวทีแดร็กควีน รวมถึงมีวัดแขกสีลม หรือ วัดพระศรีมหาอุมาเทวีที่อยู่ในวัฒนธรรมความเชื่อของชาวเกย์ในกรุงเทพฯ ด้วย

อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าความหลากหลายของพื้นที่ของ LGBTQ+ ในไทยยังต่ำเกินกว่าทุกคนจะรู้สึกเชื่อมโยงได้ ส่วนใหญ่เป็นภาพของความบันเทิงฉูดฉาด และเป็นพื้นที่ของเพศกำเนิดชาย แน่นอนว่าพื้นที่ที่กล่าวมาก็ไม่ผิด แต่มาถึงยุคนี้ก็ถึงเวลาโฟกัสกันแล้วว่าความหลากหลายทางเพศก็มีหลายสเปกตรัม จริตและความสนใจของผู้คนในคอมมูนิตี้นั้นก็มีได้แตกต่างกันไป

เพราะฉะนั้น การเกิดขึ้นของ ‘Sapphic Riot’ บาร์แซฟฟิก (หญิงรักหญิง) จริตสงบสบายในเชียงใหม่ในปีก่อนแค่แห่งเดียว จึงกลายเป็นที่สนใจของคนในคอมมูนิตี้มาก และเราเองก็เห็นด้วยกับทุกคนว่าควรส่งเสริมให้มีพื้นที่ที่หลากหลายเกิดขึ้นอีก

ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่ได้คิดว่าย่านเกย์จะต้องทำเงินให้ประเทศ ขยับเขยื้อน GDP หรือกลายเป็น LGBTQ+ Destination ที่ยิ่งใหญ่ของโลก ถ้าจะเป็นอย่างนั้นจริงก็ขอให้เป็นเพียงผลพลอยได้ แต่ในประวัติศาสตร์ 100 ปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ย่านเกย์ที่เป็น ‘พื้นที่จริง ๆ ในเมือง’ นอกจากการขับเคลื่อนสิทธิแล้ว ก็ได้สร้าง Sense of Belonging ให้เกิดกับผู้คนมากมาย และมีศักยภาพที่จะต่อยอดไปถึงการสร้างงานสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด ยิ่งถ้าในอนาคตจะมีพื้นที่อื่น ๆ นอกเหนือไปจากบาร์ด้วย

เรายังต้องการพื้นที่ให้ความหลากหลายอีกมาก

ที่มาข้อมูลและภาพประกอบ
  • en.m.wikipedia.org/wiki/Gay_village
  • www.thebrokebackpacker.com/lgbt-travel-guide
  • www.getyourguide.co.uk/berlin-l17
  • www.visitberlin.de/en/schoneberg-lgbti
  • www.berlin.de/ba-tempelhof-schoeneberg
  • en.m.wikipedia.org/wiki/Shinjuku_Ni-chōme
  • tokyocheapo.com/food-and-drink/shinjuku-nichome-gay-district
  • tatreviewmagazine.com/article/vagaytion
  • www.iheartberlin.de/2016/01/20
  • www.openlynews.com
  • thaisisterhood.com/resources/place/the-stranger-bar-house-of-drag-queens
  • popeyemagazine.jp/post-184402
  • kmagazine.mx/asia/shinjuku-ni-chome-la-zona-lgbtq-de-tokio

Writer

พู่กัน เรืองเวส

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน