ในซอยอารีย์ 1 ถัดไปจากร้าน Peace Oriental Teahouse ไม่กี่ก้าว เป็นที่ตั้งของร้าน ‘手 qraft.’ สองร้านนี้ดูจากภายนอกไม่ต่างกันมาก แต่สิ่งที่แยกกันได้ชัดคือกลิ่นภายในร้าน

ร้าน qraft. อวลไปด้วยกลิ่นขนมอบหอมทั่วร้าน มาจากครัวซองต์วางเรียงรายอยู่เต็มตู้ และกำลังทยอยเอาลงมาเพิ่มเติมจากครัวชั้นบน ป้ายเมนูบนร้านมีทั้งขนมและเครื่องดื่ม เห็นภาพอาหารดูน่ากินรวมอยู่ด้วย ทั้งโลโก้และการตกแต่งภายในเป็นแบบเรียบง่าย ดูมินิมอลแบบเดียวกับร้าน Peace ที่เพิ่งเดินผ่านมา

ไม่แปลกที่ทั้งสองร้านจะคล้ายคลึงกัน เพราะทีมเบื้องหลังคือทีมเดียวกัน รวมถึงทีม R&D ทีมหลังบ้านที่คิดของอร่อยออกมาแล้วทำให้หลายคนติดใจ 

ผมคุยกับ ธี-ธีรชัย ลิมป์ไพฑูรย์ ผู้ก่อตั้ง Peace Oriental Teahouse ร้านชาตะวันออก ถึงความเหมือนและต่างในแบรนด์ใหม่ล่าสุดของทีมเขา ที่จะมีขายขนม อาหาร รวมถึงอีกหลายอย่างที่ธีบอกว่า qraft. จะมีในสิ่งที่ Peace ทำไม่ได้ และถึงทำได้ก็จะไม่มีวันทำ 

qraft. : ครัวซองต์กับของกินแนวคิดแบบตะวันออก และการปล่อยพลังของทีมงานร้านชา Peace

ฟังคำอธิบายถึงแนวคิดของร้านแล้วชวนให้อยากรู้ และอยากลอง

“ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Peace ระหว่างทางเราเจอผลลัพธ์ที่น่าสนใจเยอะมาก เหมือนจะทำโปรดักต์ A แต่กลับได้ B มา เพียงแต่มันอยู่ในแบรนด์เดิมไม่ได้ เนื่องจาก Peace มีภาพลักษณ์ชัดเจน และมีข้อจำกัดในการผลิตของ Teahouse

“Peace เคารพวัตถุดิบมาก เช่น ถ้าอยากให้ชาได้รสไหน จะไม่ปรุงแต่งมันเพิ่ม แต่จะกลับไปสู่ดิน พื้นที่ปลูก เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นเป็นตัวกำหนดรสชาติที่แท้จริงของชา แต่ qraft. ทำส่วนที่ Peace จะไม่ทำ คือ การดึงรสชาติให้ออกมาดีด้วยกระบวนการและวิธีทำ เพราะมันเป็นวิธีที่บ้าจนไม่น่ามีใครทำตาม เราบอกได้หมดว่าเราทำยังไงกับชาและขนมของเราบ้าง” ธีเล่าข้อจำกัดที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของพื้นที่ใหม่ 

qraft. : ครัวซองต์กับของกินแนวคิดแบบตะวันออก และการปล่อยพลังของทีมงานร้านชา Peace
qraft. : ครัวซองต์กับของกินแนวคิดแบบตะวันออก และการปล่อยพลังของทีมงานร้านชา Peace

จะบอกว่า qraft. เป็นที่ปล่อยของของทีมหลังบ้านก็ไม่เกินเลย ดูจากแต่ละเมนูที่ทยอยออกมาตั้งแต่ร้านเปิดใหม่ เหมือนเป็นสิ่งที่อั้นเอาไว้มานาน ชาไข่มุก เครื่องดื่มสมัยนิยมที่เราไม่น่าจะเห็นในร้านชาแสนสุขุมอย่างแน่นอน ตามมาด้วยเค้กแครอท ต่อด้วยครัวซองต์ และอีกไม่นานจะตามมาด้วยน้ำแข็งไส อาหาร ดูอย่างไรก็หาจุดเชื่อมโยงของเมนูในร้านนี้ได้ค่อนข้างยาก

แต่ถ้าหากรู้จักทีมนี้ดี จะมั่นใจได้เลยว่าจะได้กินชาไข่มุก เค้ก ครัวซองต์ และอาหารที่ไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน ทีม R&D ของธีใช้เวลาพัฒนาเมนูระดับหลายเดือน จนถึงใช้เวลาเป็นปี ทดลอง ทำซ้ำจนมั่นใจแล้วจึงปล่อยเมนูออกมา และมักใช้วิธีการมากมายแบบที่เขาใช้คำว่า ‘บ้า’ ในการคิดค้นสูตร 

“แนวคิดการสร้างเมนูของร้าน qraft. คือเราอยากสร้างเมนูที่ดีกว่าสิ่งที่มีอยู่ในตลาดนี้ทั้งหมดด้วยวิธีของเรา หรือไม่มีคนอื่นทำแบบนี้เลย เพราะถ้าของนั้นมันดีที่สุดอยู่แล้ว เราก็ไม่รู้จะทำมันไปอีกเพื่ออะไร 

“เราไม่ได้คิดตั้งต้นว่า ต้องได้โอกาสมีส่วนแบ่งในตลาดที่คนกำลังสนใจหรือจะแข่งกับใคร ความสำคัญอันดับแรกก่อนจะออกเมนูใหม่ๆ คือมันต้องมีคุณค่า คนในทีมภูมิใจกับมัน ทำอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว เราค่อยปล่อยขาย

“ที่เหลือก็ดูว่าคนจะชอบสิ่งนั้นเหมือนพวกเราไหม ถ้าขายไม่ดีก็เอาออก”

qraft. : ครัวซองต์กับของกินแนวคิดแบบตะวันออก และการปล่อยพลังของทีมงานร้านชา Peace

ธียกตัวอย่างครัวซองต์ เมนูขายดีที่สุดในร้าน ส่วนตัวผมว่าพิเศษกว่าที่มีอยู่ในตลาดได้อย่างตรงความตั้งใจของธีเลย 

ครัวซองต์ของ qraft. หน้าตาเรียบง่าย ขนาดและสีเท่ากันทุกชิ้น มองด้วยตาดูผิวนอกกรอบน่ากิน มีทั้งแบบ Plain และสอดไส้ด้านในอีก 7 แบบมี Honey Butter, Yuzu, Miso Caramel, Koicha Cream, Dark Chocolate, Jujube และ Oriental Pecan รวมทั้งหมด 8 รสชาติ แต่ถ้ามองจากภายนอกจะดูไม่ออกเลยว่าด้านในเป็นรสอะไรบ้าง

“ผมไม่ชอบการตกแต่งหน้าครัวซองต์ คิดว่ามันเป็น Form over Function เป็นการตกแต่ง และที่สำคัญ มันทำให้แป้งด้านนอกแฉะหรือเสียความกรอบที่ตั้งใจ

qraft. : ครัวซองต์กับของกินแนวคิดแบบตะวันออก และการปล่อยพลังของทีมงานร้านชา Peace

“คนที่เข้ามาในร้านแล้วเห็นครัวซองต์ จะรู้สึกว่าถ่ายรูปไม่สวย เพราะเราไม่ตกแต่งหน้ามันเลย เหมือนกันหมดและดูน่าเบื่อมาก แต่ถ้าเราเลือก เราก็คงเลือกทำแบบนี้ที่เราเชื่อว่าดีกว่าจะเน้นให้คนเห็นความสวยงาม เราเอารสชาติ ไส้ และแป้งที่ตั้งใจจะทำออกมาดีกว่า

“ตอนพัฒนาครัวซองต์ เราลองใช้แป้งหลายๆ แบบ ทั้งญี่ปุ่นและฝรั่งเศส มีเนยกี่แบบ แป้งกี่แบบ เราลองทุกความเป็นไปได้ของส่วนผสมออกมาชิมกันหมด ลองดูว่าความกรอบของแป้งที่คนชอบกัน จริงๆ แล้วความกรอบมันมีแบบไหนบ้าง กรอบแข็งหรือร่วน หรือกรอบแบบเป็นผง แล้วทีมเราชอบแบบไหน เพราะเหตุผลอะไร 

“เราต้องการให้ครัวซองต์ของเราออกมาเป็นแบบด้านนอกกรอบร่วน เป็นแผ่นบางพอดี ส่วนด้านในต้องยังหนึบ ก็ต้องทำวิธีให้ข้างในมันหนึบด้วยวิธีต่างๆ แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่มือคนทำแต่ละคนด้วย

“เราคิดถึงเรื่องคุณภาพก่อน บอกน้องๆ ในทีมว่าถ้าอันไหนไม่ได้คุณภาพตามที่คิดมาให้ทิ้งไปได้เลย แล้วพบว่าเราต้องทิ้งครัวซองต์เยอะมาก เราใช้แป้งจากญี่ปุ่นราคาสูงมาก ไม่มีร้านไหนใช้เลย เพราะเราเลือกและนำเข้ามาเอง แต่ในช่วงแรกเราจำเป็นต้องทิ้งไปกว่าครึ่ง”

ส่วนไส้ใน ผมคิดว่าเป็นจุดเด่นที่ทำได้ดีมาก และทำให้ครัวซองต์ของ qraft. ต่างออกไปจากคนอื่นในตลาดเดียวกัน ครัวซองต์สไตล์ตะวันออกคือการใช้แนวความคิดรสชาติแบบตะวันออกทำไส้ ใช้ส่วนผสมของภูมิปัญญาอาหารตะวันออกอย่างมิโสะ พุทราจีน และความเป็นธรรมชาติ เช่น น้ำผึ้งป่า ยุสุ และชา จึงมีอยู่ในไส้ และครีมแบบไม่ผสมผสานลงไปด้วยเป็นเนื้อเดียว ยังคงทำให้ได้รสที่แท้จริงของไส้แบบไม่เจือจางรสแท้ไป 

qraft. : ครัวซองต์กับของกินแนวคิดแบบตะวันออก และการปล่อยพลังของทีมงานร้านชา Peace
qraft. : ครัวซองต์กับของกินแนวคิดแบบตะวันออก และการปล่อยพลังของทีมงานร้านชา Peace

สังเกตได้ตั้งแต่ร้าน Peace ว่าพวกเขาไม่เคยผสมครีมไปกับโคอิฉะ ที่เป็นชาแบบเพียวๆ ซึ่งเป็นรสของชาที่ดีที่สุด ความตั้งใจของ qraft. คือการให้แป้งครัวซองต์อุ่น แต่ไส้ยังคงเย็นอยู่ 

มีคำอธิบายวิธีอุ่นอย่างละเอียดเขียนไว้ชัดเจนที่ข้างกล่องเมื่อซื้อกลับบ้าน แต่ก็ยังมีหลายคนรวมถึงผมเองด้วยที่ไม่ทันได้อ่านคำอธิบายวิธีอุ่น และเข้าใจว่าต้องอุ่นจนร้อนและไส้ต้องไหลเยิ้ม

ไส้ที่เย็นเหมือนไอศกรีม และข้างนอกกรอบอุ่น เป็นประสบการณ์ในปากที่สนุก เป็นสุนทรียภาพที่คนทำตั้งใจ ต่างกับไส้อุ่นแบบลาวาที่หลายๆ ร้านทำ และถ้าลองทำตามก็เป็นประสบการณ์การกินครัวซองต์ที่อร่อยจริงๆ เสียด้วย 

ครัวซองต์ถูกพัฒนาต่อยอดไปเป็นอีกหลายเมนูในร้านและดูน่ากินมาก เช่น Wafuru เป็นเมนูที่นำครัวซองต์ไปใส่ในพิมพ์วาฟเฟิลให้กลายเป็นแผ่นบาง ใส่ซอสมัทฉะเข้มข้นแบบโคอิฉะได้รสอูมามิชัดเจน 

หรือการทำ Sando หรือแซนด์วิชไอศกรีม ใช้ครัวซองต์ขนาดเล็กกว่าปกติ ใส่ไส้ไอศกรีมทั้งรสน้ำผึ้งป่ากลิ่นหอมหวล หรือโคอิฉะเข้มข้นแบบเดียวกับ Matcha Extremist ของ Peace ใช้ครัวซองต์แบบชาโคล ด้วยเหตุผลการช่วยดูดซับคาเฟอีนที่อัดแน่นเกินพอดีของชาในไอศกรีม 

qraft. : ครัวซองต์กับของกินแนวคิดแบบตะวันออก และการปล่อยพลังของทีมงานร้านชา Peace
qraft. : ครัวซองต์กับของกินแนวคิดแบบตะวันออก และการปล่อยพลังของทีมงานร้านชา Peace

ต้องยอมรับว่ายุคนี้ครัวซองต์เป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันของคนเมืองไปแล้ว qraft. เลือกที่จะทำครัวซองต์ขึ้นมา และเป็นเมนูในช่วงเปิดตัวที่ได้รับการยอมรับรวดเร็วมาก จนทำให้คนเข้าใจว่านี่คือร้านครัวซองต์ แบบเดียวกับที่เข้าใจตั้งแต่ตอนเริ่มต้นที่เริ่มขายชาไข่มุกว่าคือร้านชาไข่มุกของ Peace

“เราไม่ได้คิดว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีและเร็วมากขนาดนี้ ตอนแรกมีคิวต่อยาวมาก แต่ความจำเป็นเรื่องไม่ให้คนอยู่รวมกันเยอะในช่วงแพร่ระบาดของโควิด-19 เลยต้องใช้วิธีสั่งล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง แต่ไม่ใช่ความตั้งใจจริงของเราเลย เราอยากให้คนเข้าถึงเมนูในร้านได้ง่ายมากกว่า ไม่อยากให้เป็นครัวซองต์ที่คนรู้สึกว่าต้องจองนานและกินได้ยาก แต่ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มลงตัว การกลับมาซื้อหน้าร้านได้แบบปกติทำให้คนเข้าถึงง่ายเป็นแบบที่ตั้งใจไว้

“qraft. จะทำสิ่งที่คนกินอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน เช่น ชาไข่มุก ครัวซองต์ เค้ก และจะพัฒนาไปถึงน้ำแข็งไส และอาหารในอนาคต ที่สำคัญคือแบรนด์จะต้องเชื่อมกับวิถีชีวิตของคนเมืองปัจจุบันให้ได้ เราเรียนรู้จากการทำร้าน Peace ที่เคยเกือบเจ๊ง เพราะตั้งใจทำแค่สิ่งที่ดีที่สุดและไม่เหมือนใครเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนเลยมันก็อยู่ได้ยาก

“ชาแบบเกียวขุโระหรืออุสุฉะ ไม่ใช่สิ่งที่จะอยู่ในชีวิตประจำวันได้ทุกวัน เราเลยต้องพัฒนาเมนูที่ง่ายขึ้นกับเขา แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ทำสิ่งที่เชื่ออีกต่อไป เราเชื่อว่าพอคนกินอะไรที่ง่ายขึ้น อย่างชานมปั่น แต่พอบ่อยเข้า เขาจะอยากลองอะไรที่มีความละเอียดและลึกขึ้น และเขาจะเข้าใจสิ่งละเอียดได้ดีขึ้น แล้วก็กลับมาอยู่ในจุดที่เราตั้งใจ” ธีอธิบายถึงความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนเมือง 

คุยกับ ธี-ธีรชัย ลิมป์ไพฑูรย์ เรื่องแบรนด์  qraft. กับการนำแก่นแท้แบบตะวันออกไปรวมกับเมนูยอดฮิตแห่งยุค

นอกจากครัวซองต์ สิ่งใหม่ที่มีใน qraft. คือกาแฟที่เป็นเรื่องใหม่ของทีมเช่นกัน พวกเขาไม่ได้วางตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ เลยใช้ Coffee Creation หรือกาแฟปรุงรสมาตอบโจทย์ของร้านและลูกค้าในร้าน 

การใช้ Cold Brew หรือกาแฟสกัดเย็น เป็นเรื่องที่ทีมสนใจพัฒนามานาน ใช้ความรู้เชื่อมโยงจากเรื่องชา ตั้งแต่เรื่องน้ำที่ใช้ไปจนถึงเรื่องรส กลิ่น สัมผัส และคาแรกเตอร์ความหมักคล้ายชา ผสมผสานกับรสชาติของวัตุดิบที่จะมาช่วยเสริมรสของกาแฟ อย่างมิโสะคาราเมลและยุสุ ช่วยให้กาแฟของเราเป็นกาแฟที่น่าลองตั้งแต่ได้ยินชื่อส่วนผสม

“กาแฟครีเอชันเป็นกาแฟที่เปิดใจคนให้เริ่มดื่มกาแฟ เราอยากทำโปรดักต์ที่ดี แต่ไม่ต้องถึงกับทำตัวให้เป็นผู้เชี่ยวชาญขนาดคนทำกาแฟ แต่เราทำกาแฟในแบบที่เราชอบ เราไม่ได้อยากทำอะไรใหม่ๆ เพราะถ้าใหม่ กินครั้งเดียวก็เก่า โปรดักต์เราต้องสมบูรณ์แบบในตัวไปได้นานๆ ไม่ต้องไปทำอะไรกับมันได้อีกหลายๆ ปี ผมจะทำให้มันอยู่นิ่งที่สุด เหมือนที่ทำ Matcha Extremist ไอศกรีมชาของร้าน Peace อยู่มาห้าปีแล้ว โดยที่ไม่ต้องทำอะไรกับมันอีกเลย คนก็ยังชอบอยู่ 

“กาแฟที่เราทำก็จะต้องดีในตัวมันเองด้วย ต้องดื่มเปล่าๆ ก็ต้องอร่อย ไม่ใช่ว่าเป็นกาแฟที่ต้องเอาไปผสมกับยุสุแล้วถึงจะอร่อย” ธีย้ำแก่นแท้เรื่องเชื่อในตัววัตถุดิบของทีมของเขา 

ที่จริงแล้ว qraft. เป็นแบรนด์ที่น่าสนใจมากสำหรับผม เพราะเป็นการขยายขอบเขตที่นิ่งและลงตัวอย่างตั้งใจของ Peace ให้เป็นขอบเขตซึ่งดูไร้ที่สิ้นสุด กว้างขึ้น หลากหลาย แต่ไม่สะเปะสะปะ 

ถึงบรรทัดนี้ อาจไม่มีความจำเป็นต้องแยก qraft. และ Peace ออกจากกัน เพราะทั้งสองแบรนด์ยังคงใช้ปรัชญาตะวันออกในการทำอาหารและเครื่องดื่มที่เรียบง่ายแต่มีแก่นสาร 

แค่รอเดาว่าจะเจออะไรที่ใหม่และอร่อยค่อยๆ ถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆ ก็สนุกแล้ว

คุยกับ ธี-ธีรชัย ลิมป์ไพฑูรย์ เรื่องแบรนด์  qraft. กับการนำแก่นแท้แบบตะวันออกไปรวมกับเมนูยอดฮิตแห่งยุค

手 qraft.

ที่ตั้ง​ : 5, 7 ซอยอารีย์ 1 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08.30 – 19.00 น. 

Facebook : 手 qraft.

Writer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

หากวันนี้เป็นเช้าวันจันทร์ที่แสนว้าวุ่นสำหรับใครสักคนอยู่ การได้ดื่มกาแฟ ‘Varinda Monday’ ฝ่ารถติดก่อนออกไปใช้ชีวิต น่าจะเป็นการเปิดวันที่… ได้เหมือนกัน (เราตั้งใจเว้นให้ช่องว่างนี้เป็นสื่อแทนคำตอบของทุกคน ลองอ่านแล้วปักหมุดมาชิมเพื่อหาคำตอบฉบับตัวคุณเอง)

Monday คือหนึ่งในเมนูของ ‘Varinda Specialty Coffee ร้านกาแฟที่ปรารถนาให้ตัวเองเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘ร้านกาแฟ’ มากกว่าการเป็นคาเฟ่ 

“อยากให้ที่นี่เป็นเหมือน Community Hub ของกาแฟ”

มิกซ์-พีระศิน วศินระพี บอกเปิดประโยคสนทนา พร้อม ๆ กับ นุ่น-รินรดา กาญจนวงศ์ไพศาล ที่เดินมาต้อนรับ พร้อมเชิญชวนให้เลือกเครื่องดื่มมาเบลนด์ ให้เรื่องที่พวกเขากำลังจะเล่าในวันนี้เห็นมิติชัดขึ้น 

ตรงนี้บางคนอาจจะสังเกตเห็นได้ว่า ชื่อร้าน ‘วรินดา’ ก็มาจากชื่อและนามสกุลของทั้งคู่รวมกันนี่แหละ แค่เริ่มต้นก็น่ารักแล้วจริง ๆ 

ตามหากาแฟแก้วโปรดที่ดื่มได้ 7 วันไม่มีวันเบื่อของทุกคน ไปพร้อมกับเรื่องราวของร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Varinda ตั้งแต่วันที่เริ่มชงแก้วแรก และชงต่อมาเรื่อย ๆ เพื่อหวังให้กาแฟเป็นเครื่องดื่มทุกวันของทุกคน 

Varinda Specialty Coffee : คาเฟ่ของแชมป์การสกัดกาแฟคู่แรกของไทย

Sunday

เคยได้ยินไหมว่าความสุขเกิดจากความชอบ หรือถ้าเราชอบทำอะไร เราก็มักจะตั้งใจทำสิ่งนั้นออกมาอย่างดีที่สุด ใครบางคนอาจถือคตินี้ แต่สำหรับ Varinda Specialty Coffee นั้น เขาเริ่มต้นจากอีกเหตุผลที่ทลายกรอบนี้โดยสิ้นเชิง

“จริง ๆ แล้วตอนแรกเนี่ย ผมไม่กินกาแฟเลยนะ ไม่ชอบด้วย” 

มิกซ์เริ่มเล่าที่มาของคนที่ไม่ชอบกินกาแฟ แต่มาเปิดร้านกาแฟที่พิถีพิถันขั้นสุด เรียกความเซอร์ไพรส์จากเราได้มาก และชวนให้อยากรู้เรื่องของเขากับร้านนี้ต่อเหลือเกิน

“เราแค่อยากหาอะไรทำเป็นของตัวเอง และร้านกาแฟก็เป็นธุรกิจที่น่าสนใจ พอเราได้ชิมกาแฟดริป รู้สึกว่าไม่ได้ขม แล้วแต่ละถ้วยก็มีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง เราเลยเริ่มสนใจว่ามันเป็นยังไง

“ตอนแรกเริ่มจากชงที่บ้านก่อน คือมันก็ยังไม่เป็นคาแรกเตอร์ที่ถูกใจหรอก เราก็เลยคั่วเอง คั่วแล้วเอามาชงเพื่อดูว่าพอกินได้มั้ย แล้วก็เอาไปแจกเพื่อนบ้าง ไปให้เพื่อนชิมบ้าง” เมื่อเสิร์ฟกาแฟแก้วแรกนี้ไป มิกซ์จึงได้รับเสียงเชียร์จากเพื่อน ๆ ให้เสิร์ฟแก้วที่ 2 แก้วที่ 3 ต่อไป  

“หลายคนบอกว่ามันโอเคนะ เปิดร้านเถอะ ก็เลยลองเปิดดู” และเขาก็เสิร์ฟอีกหลายแก้วนับไม่ถ้วนต่อมาเรื่อย ๆ จนก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ 3 ในวันนี้

Varinda Specialty Coffee : คาเฟ่ของแชมป์การสกัดกาแฟคู่แรกของไทย
Varinda Specialty Coffee : คาเฟ่ของแชมป์การสกัดกาแฟคู่แรกของไทย

Monday

แฟลชแบ็กจากจุดเริ่มต้นครั้งนั้นและกำลังใจจากคนในชีวิต ผลักดันให้ Varinda Specialty Coffee เกิดขึ้น

เมนูของที่ร้านมีกาแฟ กาแฟ และกาแฟ (จริง ๆ ยังมีชาและเมนูอื่น ๆ อีกสำหรับคนที่ไม่ดื่มกาแฟจริง ๆ เช่น Specialty Cocoa มีรสอมเปรี้ยวนิด ๆ จากโกโก้ประจวบเบลนด์กับเปรู หรือ Cascara Tea ชาจากเปลือกเชอร์รี่กาแฟ จากการนำเปลือกที่ไม่ใช้แล้วไปตากแห้งแล้วสกัดออกมาเป็นชา รสชาติคล้ายกระเจี๊ยบ จิบปุ๊บให้ความหวานอบอวล แซมเปรี้ยวเล็ก ๆ) แต่เมนูกาแฟนั้นยึดพื้นที่ไปแล้ว 2 หน้ากระดาษ A4 ชวนเปิดใจให้ลองชิมเดี๋ยวนั้น เชื่อเลยว่าต้องมีสักแก้วที่เป็นแก้วโปรดถูกใจคอกาแฟอย่างแน่นอน

เมื่อเดินเข้ามา บาริสต้าจะรอต้อนรับพร้อมทักทายนอกจากคำว่าสวัสดี แต่จะถามความต้องการของลูกค้าเป็นหลักว่า อยากดื่มกาแฟรสชาติใด อ่อน กลาง เข้ม ชอบกาแฟนมหรือกาแฟดำ ชอบกาแฟรสเปรี้ยวโทนผลไม้ หรือชอบกาแฟแน่น ๆ ขม ๆ มีกลิ่นถั่ว กลิ่นช็อกโกแลตนิด ๆ 

“บางคนไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับกาแฟเลย เดินเข้ามาก็จะเกร็งว่าจะสั่งเป็นมั้ย เราก็เลยอยากจะเอาตรงนั้นออกไป ทำให้เป็นแบบที่เขาไม่ต้องรู้เรื่องพวกนี้ก็ได้ แค่เขาบอกมาว่าชอบแบบไหน เดี๋ยวเราเลือกให้เอง”

เมนูกาแฟของที่นี่แยกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กาแฟนมและกาแฟดำ เพราะกาแฟแต่ละตัวมีบอดี้ไม่เหมือนกัน บางตัวออกเปรี้ยว โปร่ง ๆ ก็จะเสิร์ฟเป็นกาแฟดำไม่ใส่นม ส่วนอีกประเภทที่บอดี้จะมีความนัว ความครีมมี่ หนัก ๆ แน่น ๆ เหมาะที่จะเสิร์ฟเป็นกาแฟนมมากกว่า

สำหรับเฮาส์เบลนด์กาแฟนมของที่ร้าน มีอยู่ 2 ตัวคือ Blend 1 เป็นตัวผสมระหว่าง Traditional Espresso กับ Modern Espresso รสชาติจะอยู่กลาง ๆ ไม่เปรี้ยว ไม่ขม อีกตัวคือ Blend 2 เป็น Traditional Espresso ล้วน รสชาติออกไปทางถั่ว เข้มข้น

และเฮาส์เบลนด์ของกาแฟดำคือ Varinda Monday เป็นกาแฟโทนหวาน กลม ๆ นุ่ม ๆ เปรี้ยวนิด ๆ คนที่ไม่กินกาแฟเปรี้ยวเลยก็กินได้ และ Varinda Saturday เกิดจากความตั้งใจของเจ้าของร้านที่ต้องการให้เกิดรสฟรุตตี้ สดชื่น กระปรี้กระเปร่า เหมือนได้พักผ่อนจิบน้ำผลไม้ในวันหยุด

Varinda Specialty Coffee : คาเฟ่ของแชมป์การสกัดกาแฟคู่แรกของไทย

ตอนกาแฟมาเสิร์ฟ เราแอบเห็นกิมมิกเล็ก ๆ คือการ์ดแนะนำตัวของกาแฟน่ารัก ๆ ซึ่งจะมีสีและดีไซน์แตกต่างกันไป อย่าง Monday เป็นภาพสีเทาดำแต้มด้วยไอคอนจิ๋วหลายอัน เล่าถึงวันที่วุ่นวาย หม่นนิด ๆ แต่ยังสนุกอยู่ด้วยตัวอักษรสีรุ้ง หรือ Saturday เป็นภาพสีรุ้งตัดกับอักษรสีขาว ให้ความรู้สึกสดใส ชวนพักผ่อนขั้นสุด ซึ่งนุ่นเล่าว่าสิ่งนี้เป็นสื่อแรกที่จะทำให้คนได้ทำความรู้จักกับแก้วที่อยู่ตรงหน้า ด้วยการคาดเดาผ่านประสาทสัมผัสทางตา และจินตนาการได้ว่าแก้วนี้จะให้รสชาติอะไร จะขมไหมนะ จะหวานหน่อยไหม เอ๊ะ จะเปรี้ยวหรือเปล่า

“แต่เดิมกาแฟที่เรากิน มีแค่กาแฟขมมากกับขมน้อย พอเราได้ลองอันที่รู้สึกว่าชอบก็เฮ้ย กาแฟบางตัวมีความเป็นชา บางตัวมีความฟรุตตี้เข้ามา มีความเปรี้ยวเข้ามา บางตัวมีกลิ่นดอกไม้ แปลกดีที่ตอนแรกเราคิดว่ากาแฟก็คือกาแฟ แต่กลายเป็นว่าไม่ใช่แค่นั้น”

นี่เองคือที่มาของรสชาติกาแฟหลากหลายในร้านนี้ และมีท่าทีว่าจะมีรสใหม่ ๆ ออกมาอีกเรื่อย ๆ เผื่อวันหนึ่งอาจจะมีรสชาติกาแฟครบทั้ง 7 วัน แต่สิ่งที่นักดื่มหลายท่านน่าจะถูกใจ คือ After Taste ที่คงอยู่นานในทุกแก้วของ Varinda Specialty Coffee ชวนดื่มแล้วดื่มอีก ต้องระวังไว้เลยว่า รู้ตัวอีกทีอาจจะหมดแก้ว!

“เราเคยกินกาแฟที่แบบ อ้าว! ดูดหมดแล้ว เราเลยอยากทำให้กาแฟที่ร้านเป็นแบบที่ดื่ม ๆ ไป อ้าว! หมดแล้วเหรอ เพราะส่วนตัวเราไม่ได้กินกาแฟเพื่อให้ตื่น เรากินเพราะเอ็นจอยกับรสชาติมากกว่า”

Varinda Specialty Coffee : คาเฟ่ของแชมป์การสกัดกาแฟคู่แรกของไทย

Tuesday

ในร้านขนาดย่อมย่านพุทธมณฑลสาย 3 แห่งนี้ มีกระบวนการผลิตที่ครบครันทุกภาคส่วน ทั้งโซนแยกสารกาแฟ โซนชงกาแฟ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ‘โซนคั่วกาแฟ’

ใช่ ภายในตึก 1 คูหานี้ มีโรงคั่วเล็ก ๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วอาทิตย์ละ 4 ครั้ง 

“ตอนแรกเราลองคั่วในกระทะเลย มีตะแกรงหมุน ๆ ที่เอาไปตั้งบนเตาแก๊ส พอลองชิมดูก็รู้สึกว่ามันพอได้ แต่เราควบคุมไม่ได้ เลยไปลองซื้อเครื่องชงกาแฟ” 

กระทะสารพัดประโยชน์ของมิกซ์ เป็นบ่อเกิดให้เขาก้าวเข้าสู่โลกของการคั่วกาแฟ

“ผมมองว่าการที่เราออกแบบรสชาติกาแฟได้ ต้องเริ่มมาตั้งแต่ต้นทางสุดเลยก็คือฟาร์ม แต่ว่าเราไม่ได้มีความสามารถที่จะเข้าไปจัดการฟาร์ม เราเพียงแค่เลือกว่าจะเอาอันนั้นอันนี้แล้วกัน แต่สิ่งที่เราทำได้คือการคั่ว เป็นอีกจุดหนึ่งที่กำหนดรสชาติกาแฟได้ ซึ่งคนคั่วก็มีหลายคาแรกเตอร์ บางคนชอบคั่วให้ได้กาแฟรสจัด เปรี้ยวจัด หรือจะคั่วกาแฟให้ได้อโรม่าดี ๆ แต่เราชอบกาแฟที่มันบาลานซ์ แล้วก็รู้สึกว่าถ้าอยากขายกาแฟให้เป็นตัวตนเราที่สุด เราก็ต้องคั่วเองนี่แหละ”

ถ้าจะพูดให้ถูกที่นี่ไม่ใช่คาเฟ่ ไม่เชิงร้านกาแฟ แต่เป็นเหมือนคอมมูนิตี้กาแฟมากกว่า เพราะทุกกระบวนการของกาแฟหนึ่งแก้วเกิดขึ้นที่นี่ทั้งหมด และมากไปกว่านั้น ดันไม่จบเรื่องกาแฟแค่ที่แก้วกาแฟ มิกซ์ยังเปิดคอร์สสอนผู้ที่สนใจเรียนวิธีการคั่วกาแฟในระดับจริงจังเป็นอาชีพด้วย เป็นคลาสเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างส่วนตัว เปิดสอนอยู่ชั้น 3 ของคูหานี้ ใครที่สนใจศาสตร์การคั่ว ติดต่อรายละเอียดในเพจได้เลย เตือนไว้ก่อนว่า คั่วไปคั่วมา ระวังจะถอนตัวจากวงการนี้ไม่ได้อีกแล้ว

Varinda Specialty Coffee : คาเฟ่ของแชมป์การสกัดกาแฟคู่แรกของไทย

Wednesday

หลังจากเปิดร้านมาได้สักพักใหญ่ Varinda ก็ได้ก้าวไปจนพบอีกหนึ่งเส้นทางใหม่ นั่นคือการแข่งขัน 

“ผมเป็นคนชอบแข่งขัน”

ประโยคนี้ดังขึ้นหลังจากความสงสัยของเราส่งออกไปว่า ทำไมร้านที่เพิ่งเปิดและในจุดเริ่มต้นแรกเจ้าของร้านยังไม่ได้มีแพสชันกับกาแฟขนาดนั้น ถึงตัดสินใจลงแข่งขัน และได้รับถึง 2 รางวัลชนะเลิศติดไม้ติดมือกลับมา ซึ่งคำตอบธรรมดาเมื่อครู่ของมิกซ์แฝงความมั่นใจและความกล้าอยู่ในนั้นอย่างมีพลัง ไขข้อสงสัยที่เรามีได้ทั้งหมด

“เพราะตอนแรกเราทำร้าน เราคั่วกาแฟโดยที่เราเองไม่ได้กินกาแฟ และไม่ได้ตระเวนไปกินที่อื่น เราเลยไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำมันอยู่ในเลเวลไหนของมาตรฐานแล้ว ลูกค้าที่มากินแล้วเขาชอบมันก็เรื่องหนึ่ง แต่ว่าในมุมที่เป็น Coffee Expert จริง ๆ เขามองว่ากาแฟเราเป็นแบบไหน อันนี้เราไม่เคยรู้มาก่อน ก็เลยรู้สึกว่าวิธีที่จะรู้ได้ดีที่สุดคือไปแข่ง เพราะมีกรรมการมาชิมแล้วก็ให้ฟีดแบ็ก อีกอย่างคือในงาน เราจะได้ชิมกาแฟของคนอื่นด้วย ได้แลกเปลี่ยนว่าเขาทำแบบไหนกัน”

ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ของ Varinda Specialty Coffee คือการแข่งขันในโครงการ Thailand Coffee Profiling Challenge 2022 เป็นการค้นหาสุดยอดการทำ Profile การสกัดกาแฟที่ดีที่สุด จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยและอาจจะรวมไปถึงครั้งแรกของโลก โดย Boncafe ผู้นำด้านธุรกิจกาแฟอย่างครบวงจร ทั้งผลิต ส่งออก และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านกาแฟที่มีประสบการณ์มากว่า 30 ปี

Profiling คือการสกัดกาแฟให้เหมาะกับชนิดเมนูกาแฟที่จะเสิร์ฟ ในเมล็ดกาแฟแต่ละตัวมีคาแรกเตอร์ต่างกัน และแต่ละเมนูก็ต่างรสชาติต่างสไตล์ ฉะนั้นการหาโปรไฟล์ในกาแฟจึงสำคัญ ทุกแก้วจะสกัดเหมือนกันไม่ได้ และการสกัดนี้ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยสำคัญ คือ แรงดัน อุณหภูมิ และเวลาที่ใช้

“การทำกาแฟแทบจะทุกส่วน เราดีไซน์ได้ จะให้เป็นแบบ Abstract สุด ๆ ไปเลยก็ได้ อย่างบางคนใช้วิธีดูสี ดมกลิ่น หรือจะทำแบบ Scientific ก็ได้เหมือนกัน แบบที่ชั่ง ตวง วัดทุกอย่าง ทั้งอุณหภูมิหรืออะไรก็ตาม” มิกซ์อธิบายเพิ่มเติมถึงความสนุกของการออกแบบรสชาติกาแฟ พร้อมเฉลยอีกหนึ่งเหตุผลที่บอกว่าชอบแข่งขัน

“จริง ๆ ที่ไปแข่งคืออยากไปเรียนรู้มากกว่า” 

Varinda Specialty Coffee : คาเฟ่ของแชมป์การสกัดกาแฟคู่แรกของไทย

Thursday

มิกซ์เล่าให้ฟังต่อถึงประสบการณ์แข่งขันอันแสนประทับใจของเขา ภายใต้โจทย์ที่ว่า ‘มีเครื่องชงกาแฟแบบนี้ มีเครื่องบดแบบนี้ มีเมล็ดแบบนี้ มีน้ำแบบนี้ มีนมแบบนี้ แล้วทำยังไงได้บ้าง ให้รสชาติของกาแฟดำกับกาแฟนมอร่อยที่สุด’ 

“ตอนแรกเราไปลองเทสก่อนว่า คาแรกเตอร์ของเมล็ดที่เขาให้มามันเป็นยังไง เพราะเราไม่อยากไปลบคาแรกเตอร์ของกาแฟออก ให้กาแฟคงคาแรกเตอร์ของมันอยู่แหละ แต่ทำให้บาลานซ์ที่สุดหรือกลมกล่อมที่สุด”

มิกซ์และนุ่นเล่าว่าทั้งสองต้องทดลองชิมแล้วชิมอีก เพราะการชิมถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องชิมให้รู้ที่มาของรสในกาแฟ ต้องศึกษาเรื่องอัตราส่วนและวิธีการ ซึ่งงานครั้งนี้ใช้ตัวเครื่องชงกาแฟ La San Marco D. series รุ่น MBV ที่มีนวัตกรรมใหม่ล่าสุด คือตั้งค่าปรับแรงดันและอุณหภูมิได้ระหว่างทำการสกัดช็อตกาแฟ สิ่งนี้ทำให้การออกแบบรสชาติกาแฟหลากหลายมากขึ้น เลือกใช้อุณหภูมิสูงหรือแรงดันสูงเพื่อสกัดอะไรเพิ่มจากกาแฟ หรือเลือกใช้อุณหภูมิต่ำหรือแรงดันต่ำเพื่อลดการสกัด 

“เราเลือกดึงรสชาติที่แตกต่างกันออกจากตัวเมล็ดกาแฟได้ด้วยการปรับ Profiling นี่แหละครับ สมมติเรามีเมล็ดตัวเดียว โดยปกติมันยากที่หนึ่งเมล็ดจะชงเป็นอเมริกาโน่ก็อร่อย เป็นลาเต้ก็อร่อย แต่ถ้าเรา Profiling ได้ เราจะพอปรับได้ว่า ถ้าเป็นอเมริกาโน่ เราขอเอาบอดี้น้อยหน่อยแล้วกัน เอา Acid เยอะหน่อยจะได้สดชื่น แต่พอเป็นกาแฟนม เราเอา Acid น้อยหน่อย แล้วเอาบอดี้เยอะขึ้นแล้วกัน มันจะได้นวล ๆ นัว ๆ ในปาก” 

มิกซ์อธิบายให้เห็นภาพชัดขึ้น พร้อมเล่าถึงความพิเศษของเครื่องชง La San Marco D. series รุ่น MBV ว่าสามารถปรับความดันได้ว่า จะให้ช่วงไหนเป็น 9 บาร์ ช่วงไหนเป็น 10 บาร์ ช่วงไหนเป็น 8 บาร์ ต่างจากเครื่องชงทั่วไปที่มักจะค้างความดันอยู่ที่ 9 บาร์

ข้อดีคือ สมมติว่ามีเมล็ดกาแฟชนิดเดียว ก็ใช้เครื่องนี้มาเล่นให้รสชาติออกมาแตกต่างได้ เพราะตัวเครื่องปรับได้มากกว่า 100 โปรไฟล์ แต่จะสกัดอะไรเราต้องรู้ก่อน เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญทำให้แก้วที่ออกมาตรงความต้องการมากที่สุด เหมือนที่นุ่นย้ำว่า “ไม่ว่าจะใช้โปรไฟล์อะไร เราต้องมีเหตุผลมาซัพพอร์ตในสิ่งที่เราทำ ซึ่งตรงนี้มันสำคัญมาก”

ร้านกาแฟที่ตั้งใจเป็น Community Hub ให้ทุกคนเข้าถึงกาแฟที่ใช่ได้ทุกวัน

Friday

มิกซ์บอกกับเราว่า การดื่มกาแฟก็เหมือนกับเวลาไปกินข้าวที่ร้านอาหาร แต่ละร้านจะมีรสชาติเป็นของตัวเอง แล้วถ้าเป็นรสชาติของ Varinda ล่ะ 

“รสชาติกาแฟของผมคือรสชาติที่ดื่มแล้วสะอาด ดื่มแล้วสบายปาก ไม่สำคัญเลยว่าต้องเปรี้ยวนะ ต้องขมนะ เรารู้สึกว่ากาแฟก็ควรเป็นกาแฟ แล้วกาแฟที่มีกลิ่นนู่นนี่นั่น มันเป็นแค่ Additional เฉย ๆ อย่างกาแฟที่มีกลิ่นส้ม มันเป็นโบนัสของความเป็นกาแฟตัวนั้น แต่ละชนิดมีรสเฉพาะตัว ฉะนั้นเราไม่อยากไปเปลี่ยนแปลงคาแรกเตอร์ของกาแฟ เราเลยเน้นโชว์คาแรกเตอร์ของกาแฟตัวนั้นออกมา โดยไม่ไปปรุงแต่งตัวตนเดิมมากกว่า 

“แต่ว่าในโทนส่วนใหญ่ กาแฟของเราจะออกไปในโทนหวาน ฉ่ำ After Taste นาน” นุ่นเสริม ซึ่งเราก็เห็นด้วยแบบนั้นจริง ๆ เพราะรสชาติยังคงละมุนอยู่ในปาก แม้จะดื่มหมดจนหยดสุดท้ายแล้วก็ตาม

“กาแฟมีบอดี้พอสมควร ก็เลยจะเน้นที่ Mouth Feel เราอยากให้กินแล้วมีความฉ่ำในปากค้างอยู่ ส่วนที่เหลือไว้ ขอแค่เป็นกาแฟแบบสะอาด ดื่มน้ำเปล่าตามไปก็ยังได้กลิ่นอยู่ ส่วนจะเป็นกลิ่นอะไร ก็ให้เป็นโบนัสของกาแฟแต่ละตัว”

มิกซ์ขยายความเพิ่มเติม คำว่าสะอาดของเขาหมายถึงกาแฟที่กินเข้าไปแล้ว ไม่รู้สึกมีอะไรติดอยู่ที่คอ จนต้องอยากกินน้ำเปล่าตาม เช่น บางตัวมีกลิ่นรา หนักสุดคือกลิ่นคลอรีน คำว่า Specialty ในแบบของที่นี่ เลยหมายถึงกาแฟที่ถูกใส่ใจ เมื่อใส่ใจลงไปมันก็ต้องสะอาด 

ร้านกาแฟที่ตั้งใจเป็น Community Hub ให้ทุกคนเข้าถึงกาแฟที่ใช่ได้ทุกวัน
ร้านกาแฟที่ตั้งใจเป็น Community Hub ให้ทุกคนเข้าถึงกาแฟที่ใช่ได้ทุกวัน

Saturday

กาแฟไม่ควรเป็นเรื่องยาก 

“ความยากปล่อยให้เป็นหน้าที่เราเอง ที่จะยากเพื่อให้ได้กาแฟแก้วที่ดีที่สุด”

นี่คือเรื่องที่ Varinda ตั้งใจทำให้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรก 

จนมาวันนี้ ความรู้สึกของมิกซ์ผู้ที่เคยเฉย ๆ กับกาแฟบอกกับเราว่า “เราไม่รู้สึกอยากไปทำอย่างอื่นแล้ว อันนี้แหละที่เหมาะกับเราที่สุด ถ้ามันยังขายได้นะ (หัวเราะ)”

เขารู้สึกสนุกกับการทำงาน สนุกกับการเจอลูกค้า ทั้งคนที่ชอบและสนใจเรื่องเดียวกันมาพูดคุยกัน หรือแม้แต่ลูกค้าที่เพิ่งเปิดใจลองกินกาแฟ ได้แวะเวียนมาลองที่นี่ ให้บาริสต้าช่วยแนะนำ มาทำความรู้จักกับกาแฟในมุมมองที่เป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องยากซับซ้อน แต่ซ่อนเรื่องราวสนุก ๆ และน่าค้นหาไว้มากมาย

“ในมุมมองของผม กาแฟไม่มีถูกไม่มีผิด มันแล้วแต่ว่าเราอยากนำเสนอยังไง เวลาเราไปร้านอื่นก็เหมือนกัน เราแค่อยากรู้ว่าร้านนี้เขาอยากนำเสนอรสชาติแบบไหน มันเลยทำให้เราสนุก ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว”

ก่อนกลับเราบังเอิญเห็นสติกเกอร์แปะสโลแกนของร้านเอาไว้บนผนังเหนือบันได เลยอยากรู้ว่าลูกเล่นตรงนี้มีเรื่องราวสนุก ๆ ไหมนะ 

“ตรงนี้ We roast | We cup | We serve ตรงตัวเลยค่ะ บ่งบอกความเป็นร้านเราได้ครบใน Motto เดียว เราคั่วก่อน เราชิม จากนั้นเราถึงเสิร์ฟแก้วที่ดีที่สุดออกไป”

“ร้านเราไม่มีอะไรลึกซึ้งหรือซับซ้อน” มิกซ์เสริมพลางขำขันในความง่าย ๆ ตรง ๆ ของเรื่องราวส่วนมากในร้าน

“อ้อ แต่ว่าเราปีนไปติดกันเองสองคนนะคะอันนี้ (หัวเราะ) ใช้เทปดำค่อย ๆ แปะเรียงกันจนเป็นข้อความออกมาอย่างที่เห็นนี้” นุ่นเล่าสตอรี่ที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่เราว่ามันน่ารักมาก

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บรรยากาศร้านชิลล์ อบอุ่น สบาย ๆ เหมือนอยู่บ้าน คลอด้วยกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นไม่ซ้ำเมนู ชวนให้นั่งพัก ไม่เร่งรีบ และเป็นตัวเองได้เต็มที่ เสิร์ฟเมนูและบรรยากาศที่เข้าถึงง่ายให้กับทุกคนภายใต้ความพิถีพิถันมหาศาล ออกมาเป็นรสชาติที่หลากหลาย กินง่าย ตรงใจ และมี After Taste ยาวนาน ชวนดื่มต่อได้ทุกวันโดยไม่ต้องมีโอกาสพิเศษอะไร 

เป็นความเรียบง่ายในแบบ Varinda Specialty Coffee ที่ทำให้กาแฟเป็นเรื่องธรรมดาแต่มีรสชาติที่น่าจดจำที่สุด

วารินดา สเปเชี่ยล คอฟฟี่ ร้านกาแฟที่ตั้งใจเป็น Community Hub ให้ทุกคนเข้าถึงกาแฟที่ใช่ได้ทุกวัน

Varinda Specialty Coffee

ที่ตั้ง : 15/1 หมู่ 7 ถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 1621 8110

Facebook : Varinda Specialty Coffee

Writer

Avatar

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load