16 กันยายน 2562
134 K

เป็นครั้งแรกที่คนไทยจะได้รับชมนิทรรศการโบราณวัตถุจากสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีแบบใกล้ชิด

เบื้องหลังกว่าจะมาถึงวันนี้ คือการทำงานร่วมกันของภัณฑารักษ์ทั้งฝ่ายจีนและไทยที่กินเวลากว่า 3 ปี เพื่อนำวัตถุโบราณล้ำค่ากว่า 133 ชิ้น จากพิพิธภัณฑ์ 14 แห่ง ในมณฑลส่านซี ออกเดินทางสู่ประเทศไทยเพื่อมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด

คุณฝ้าย-จุฑารัตน์ เจือจิ้น ภัณฑารักษ์ชำนาญการ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คือหนึ่งในทีมภัณฑารักษ์ที่ดูแลด้านเนื้อหาและประสานการขนย้ายจากประเทศจีน เล่าให้ฟังถึงเส้นทางการเดินทางของทหารดินเผาและวัตถุโบราณล้ำค่าทั้งหมด ว่ามีความพิเศษและซับซ้อนอย่างไรบ้าง

เบื้องหลังทุกขั้นตอนของการขนย้ายโบราณวัตถุล้ำค่า ทหารดินเผาจิ๋นซี จากจีนสู่ไทย
นิทรรศการ จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา

ต้องใช้นักเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุประเภทดินเผามืออาชีพ

“ทางไทยและจีนประสานงานกันมาตั้งแต่ปี 2559 ค่ะ หลังจากตกลงความร่วมมือกันได้แล้ว ทางจีนก็ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบสถานที่และระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ แล้วเราก็จะต้องเสนอแผนขนส่งให้เขาว่าเราจะขนส่งด้วยวิธีไหน 

นิทรรศการ จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา
นิทรรศการ จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา

“ต้องสรรหาบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสบการณ์ในการเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุที่เป็นดินเผา เราเลือกบริษัทเดียวกับที่ดูแลการขนย้ายนิทรรศการชุดนี้ไปอังกฤษและอเมริกา แล้วก็ต้องส่งโปรไฟล์บริษัทให้ทางจีนดู บริษัทประกันก็เช่นกันค่ะ เป็นประกันที่ครอบคลุมราคาประเมินโบราณวัตถุแบบเต็มจำนวน แม้กระทั่งแบบลังที่บรรจุหีบห่อและแบบตู้จัดแสดงก็ต้องส่งให้ทางจีนดูก่อน เมื่อทางจีนตกลงเราถึงจะดำเนินการขั้นต่อไปได้

“จากนั้นก็ต้องลงรายละเอียดในแผนการเคลื่อนย้ายว่าเราจะเคลื่อนย้ายด้วยพาหนะอะไร ไปขึ้นเครื่องบินที่ไหน ต้องบอกเส้นทางอย่างละเอียด เราจะเอาของจากพิพิธภัณฑ์สิบสี่แห่งไปรวมกันแล้วแพ็กให้เสร็จในที่เดียว คือที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ส่านซี ภัณฑารักษ์และเจ้าหน้าที่ทั้งทางฝ่ายจีนและไทยจะต้องตรวจสภาพของแต่ละชิ้นร่วมกัน ฝั่งไทยมีภัณฑารักษ์และนักวิทยาศาสตร์จากกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ไปร่วมตรวจเช็กสภาพร่วมกันก่อนจะบรรจุลงหีบห่อ แล้วเซ็นใบซีลลังร่วมกันค่ะ”

เบื้องหลังทุกขั้นตอนของการขนย้ายโบราณวัตถุล้ำค่า ทหารดินเผาจิ๋นซี จากจีนสู่ไทย

ห้ามขนของทั้งหมดขึ้นเครื่องบินลำเดียว

“การขนย้ายโบราณวัตถุชุดนี้จะต้องแยกการขนส่งออกเป็นสองรอบ เป็นข้อกำหนดของทางจีน เพื่อกระจายความเสี่ยงในกรณีเครื่องบินสูญหาย และต้องส่งด้วยเครื่องบินขนส่ง ซึ่งสนามบินที่ซีอานไม่มีคาร์โก้ เราเลยต้องบรรทุกขึ้นรถจากซีอานไปเซี่ยงไฮ้ เป็นระยะทางที่ไกลมาก ประมาณหนึ่งพันสามร้อยกิโลเมตร ใช้เวลาสองวันเต็มๆ รถก็ต้องมีระบบ Air Suspension (ระบบกันสะเทือน) ควบคุมอุณหภูมิตลอดเวลา มี GPS ติดตามตัว และต้องมีคนขับสองคนผลัดกัน เนื่องจากกำหนดไม่ให้ขับติดต่อกันเกินสี่ชั่วโมง

“ในช่วงพักค้างคืนหนึ่งคืนที่เจิ้งโจว เราจอดในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ของเขา ซึ่งต้องมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและภัณฑารักษ์ตามติดไปด้วยตลอด ต้องอยู่ในสายตาเราตลอดเวลา หลังจากค้างหนึ่งคืน เราก็เดินทางต่อไปเซี่ยงไฮ้เพื่อขึ้นเครื่องบิน จากนั้นไปลงที่สิงคโปร์เพื่อเปลี่ยนเครื่องมาถึงสุวรรณภูมิ”

ถึงเมืองไทยต้องใช้ตำรวจนำ

การเดินทางในจีนว่ายากแล้ว เมื่อเดินทางมาถึงไทย การพาวัตถุโบราณจากสนามบินมาสู่สถานที่จัดแสดงให้ได้อย่างปลอดภัยคืองานที่ท้าทายยิ่งกว่า ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ทำให้ท้ายที่สุดถึงกับต้องมีตำรวจนำขบวนกันเลยทีเดียว

“พอมาถึงเมืองไทย เมื่อดำเนินพิธีการทางศุลกากรเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากในเมืองไทยเรามีรถคอนเทนเนอร์ที่ควบคุมอุณหภูมิได้ แต่ไม่มีระบบ Air Suspension ทำให้เราต้องต่อรองกับทางจีนว่าเราจะเลือกใช้เส้นทางที่เป็นไฮเวย์ และเราจะมีรถตำรวจนำขบวน เขาเลยยอมตกลงให้ทำได้ ตลอดเส้นทางการเดินทางทั้งหมดนี้ ภัณฑารักษ์ต้องติดตามไปทุกขั้นตอน ว่าของขึ้นเครื่องแล้ว ลงเครื่องแล้ว นับลังทุกชิ้นให้ครบ ไม่มีการเปลี่ยนลัง ใบซีลปิดลังที่เจ้าหน้าที่เซ็นร่วมกันจะต้องยังอยู่ในสภาพดี ไม่ฉีกขาด”

เบื้องหลังทุกขั้นตอนของการขนย้ายโบราณวัตถุล้ำค่า ทหารดินเผาจิ๋นซี จากจีนสู่ไทย

เจ้าหน้าที่จากจีนเดินทางตามมาดูแลอย่างใกล้ชิด

“ถึงแม้จะขนของเข้าพื้นที่เราแล้ว เราก็ยังเปิดลังไม่ได้ เราต้องรอเจ้าหน้าที่จากทางจีนมาเปิดลังเพื่อเช็กสภาพร่วมกันอีกครั้งเหมือนตอนอยู่ที่จีน ซึ่งเปิดเช็กของไปเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา

เบื้องหลังทุกขั้นตอนของการขนย้ายโบราณวัตถุล้ำค่า ทหารดินเผาจิ๋นซี จากจีนสู่ไทย

“จากนั้นจึงเริ่มเอาของมาจัดวางตามแบบที่ตกลงกันไว้ ทางเจ้าหน้าที่จีนที่มากับเราจะช่วยตรวจสอบว่ามุมมองในการวางถูกต้องแล้วหรือยัง บางทีเราไม่เข้าใจวัตถุโบราณมากเท่าเขา เช่นบางอย่างที่มีตัวอักษรต้องวางกลับหัวกลับหาง หรือเขาอยากจะเล่าเรื่องคนจูงม้า ก็ไม่ควรวางสองชิ้นนี้ห่างจากกันมาก ดังนั้น การเล่าเรื่องก็จะมากำหนดการจัดวางอีกที”

เบื้องหลังทุกขั้นตอนของการขนย้ายโบราณวัตถุล้ำค่า ทหารดินเผาจิ๋นซี จากจีนสู่ไทย

จับตาม้าดินเผา

ในการจัดแสดงครั้งนี้ ภัณฑารักษ์ไทยต้องดูแลวัตถุโบราณหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ชิ้นเล็กเท่าปลายนิ้ว ไปจนถึงชิ้นใหญ่สูงท่วมหัว แต่ชิ้นที่ลุ้นและท้าทายที่สุดตลอดการเดินทางนั่นก็คือ ม้าดินเผา

นิทรรศการ จิ๋นซี ฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา

“ที่กลัวที่สุดเลยคือม้าตัวนี้ เพราะใหญ่ หนักมาก สามร้อยกว่ากิโล และเป็นดินเผาที่เปราะบาง รายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะตรงหางม้าอาจจะหักได้ อย่างตรงขาก็จะเห็นว่ามันมีรอยซ่อมมาหมดแล้วค่ะ เราก็ต้องทำตัวซัพพอร์ตไว้ค่ะ”

รถม้าสำริดจำลอง

ในนิทรรศการครั้งนี้ ของทุกชิ้นคือของจริงที่ขุดค้นขึ้นมาจากสุสานและแหล่งโบราณคดีในส่านซี มีเพียงรถม้าสำริดชิ้นเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยมีโอกาสเดินทางออกนอกประเทศเลย เนื่องจากชิ้นงานค่อนข้างบอบบางและเสี่ยงต่อการเสียหาย การจัดแสดงในต่างประเทศทุกครั้งจึงเป็นการจัดแสดงของจำลองในขนาดเล็กกว่าของจริงครึ่งหนึ่ง ซึ่งทางภัณฑารักษ์ยืนยันว่าแม้จะเป็นงานจำลอง แต่ก็มีรายละเอียดประณีตเทียบเท่าของจริงเลยทีเดียว

นิทรรศการ จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา

“ชิ้นนี้ของจริงขนย้ายยากมากค่ะ เพราะตอนที่เจอในไซต์มันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หลังคาสำริดก็แตกเป็นเศษหมด เขาใช้เวลาต่อกลับอยู่หลายปีเลย รถม้าจำลองก็จำลองแม้กระทั่งภาพเขียนสี ทั้งด้านในและด้านนอกตัวรถ และใช้สำริดเหมือนชิ้นงานจริง ซึ่งเป็นวัสดุที่ค่อนข้างเซนซิทีฟ เราจึงต้องควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของทางจีน สเปกตู้ที่เราออกแบบก็ต้องทำตามที่เขาอนุมัติแล้ว ระหว่างติดตั้ง ทีมงานของจีนก็จะมาให้คำแนะนำทุกขั้นตอน อย่างรถม้า ทางจีนก็จะมาควบคุมการประกอบ เพราะมันแยกมาเป็นส่วนๆ ค่ะ ดุมล้อ เพลา มาประกอบกันที่นี่”

อย่าลืมดูตู้

หากใครมีโอกาสได้มาชมนิทรรศการ นอกจากจะตื่นตาไปกับความประณีตของวัตถุโบราณแต่ละชิ้นแล้ว เราอยากชวนให้ลองสังเกตตู้จัดแสดงแต่ละตู้ ที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามประเภทของวัตถุจัดแสดง เพื่อดูแลรักษาให้วัตถุโบราณทุกชิ้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดตลอด 3 เดือน ของการจัดแสดงที่ไทย

เบื้องหลังทุกขั้นตอนของการขนย้ายโบราณวัตถุล้ำค่า ทหารดินเผาจิ๋นซี จากจีนสู่ไทย
เบื้องหลังทุกขั้นตอนของการขนย้ายโบราณวัตถุล้ำค่า ทหารดินเผาจิ๋นซี จากจีนสู่ไทย

“ในตู้มีมอนิเตอร์ควบคุมความชื้นค่ะ ส่วนนี่คือระบบสัญญาณกันขโมย ในขณะที่ช่องระบายด้านล่างเอาไว้ใส่ตัวควบคุมความชื้นที่เรียกว่า Art Sorb ซึ่งระดับความเข้มข้นของมันขึ้นอยู่กับวัตถุจัดแสดง ถ้าเป็นดินเผาเขียนสี ก็จะต้องครอบกระจกแล้วใส่วัสดุควบคุมความชื้น เพราะถ้าอากาศแห้งมากสีจะหลุด ในไซต์จริงเอาขึ้นมาแค่ไม่กี่วันสีก็จางแล้ว แต่ลองสังเกตดูหุ่นทหารดินเผาตัวที่มาจัดแสดงดูสิคะ ยังมีบางจุดที่มีสีติดอยู่ที่ผ้าผูกผมทั้งที่ผ่านมาแล้วสองพันกว่าปี

“เรื่องไฟเราก็ใช้ไฟที่ไม่มีความร้อนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะส่งผลกระทบคืออัลตราไวโอเลต เรามีนักวิทยาศาสตร์ช่วยดูแบบไฟให้ก่อนว่าต้องใช้ไฟกี่ลักซ์ถึงจะเหมาะสมกับวัตถุแต่ละชิ้น”

นิทรรศการนี้มี 4 โซน

นิทรรศการ ‘จิ๋นซี ฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา’ ประกอบไปด้วยโซน 4 โซนที่จัดแสดงโบราณวัตถุทั้งที่ค้นพบในสุสานและแหล่งโบราณคดีอื่นๆ ไล่มาตั้งแต่ 

โซนที่ 1 พัฒนาการก่อนการรวมชาติ ยุคราชวงศ์โจวตะวันออก ซึ่งจะปูที่มาที่ไปก่อนเข้าสู่ยุคจักรพรรดิจิ๋นซี รวมไปถึงความเชื่อหลังความตายที่มีมาตั้งแต่ยุคนั้น

โซนที่ 2 จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีน ผู้ผนวกโลกมนุษย์และสวรรค์ เล่าถึงการรวมชาติให้เป็นปึกแผ่น และการพัฒนาวิทยาการต่างๆ ที่นำพาจีนยุคโบราณสู่ความยิ่งใหญ่

โซนที่ 3 สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ มหาอาณาจักรใต้พิภพ จัดแสดงวัตถุโบราณที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ของงานจากสุสานจิ๋นซี เช่น หุ่นทหารดินเผา รถม้าสำริดจำลอง ชุดเกราะหินและหมวกหิน

นิทรรศการ จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา
เบื้องหลังทุกขั้นตอนของการขนย้ายโบราณวัตถุล้ำค่า ทหารดินเผาจิ๋นซี จากจีนสู่ไทย

เมื่อเดินมาถึงโซนสุดท้าย โซนที่ 4 สืบสานความรุ่งโรจน์: ยุคราชวงศ์ฮั่น ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้เรื่องราวมรดกทางวัฒนธรรมจากราชวงศ์ฉินที่สืบทอดมาสู่ราชวงศ์ฮั่น และความรุ่งเรืองของเส้นทางสายไหมที่ถ่ายทอดผ่านวัตถุโบราณที่ค้นพบในยุคฮั่น เป็นบทสรุปที่ทำให้เห็นความเชื่อมโยงว่า แม้รายละเอียดในการสร้างสุสานจะคลายความยิ่งใหญ่ลง แต่ความเชื่อที่มีต่อโลกหลังความตายยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

เบื้องหลังทุกขั้นตอนของการขนย้ายโบราณวัตถุล้ำค่า ทหารดินเผาจิ๋นซี จากจีนสู่ไทย

เราจะได้อะไรจากการดูโบราณวัตถุเหล่านี้

“ในฐานะภัณฑารักษ์ ประทับใจทุกชิ้นค่ะ แต่ว่าชอบโซนราชวงศ์ฮั่นที่สุด เพราะเป็นงานที่มีรายละเอียด สีสันยังอยู่ครบ เป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่สะท้อนภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่คนสมัยนั้นได้ดีมาก

“คนจีนเชื่อว่าโลกหลังความตายกับโลกที่มีชีวิตอยู่เหมือนกัน เขาจึงสร้างของจำลองขึ้นมาว่า โลกนี้มีกินมีใช้แบบนี้ โลกหน้าฉันก็จะต้องมีสิ่งนี้ไว้ใช้หลังความตาย เลยเกิดการจำลองบ้าน ปศุสัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในโลกนี้ หรือแม้กระทั่งกองทัพทหารสำหรับจักรพรรดิ ก็เอาไปไว้ในสุสานเพื่อเอาไว้ใช้ในชีวิตหลังความตาย อย่างยุ้งฉางจำลอง ก็เป็นการจำลองว่าโลกหลังความตายจะต้องมีข้าว อาหาร ธัญพืช เอาไปทั้งยุ้งเลย และส่วนใหญ่ก็จะเจอเมล็ดข้าวจริงๆ ใส่เข้าไปในยุ้งจำลองนี้ด้วย

“เราพยายามสื่อเรื่องความเชื่อและความประณีตในการสร้างงานศิลปะของคนจีน ก็เลยมีการจัดทำเนื้อหาเพิ่มเติมเพื่อแสดงขั้นตอนในการทำ คนไทยอาจไม่รู้ว่าหุ่นทหารจริงๆ หัวกับตัวแยกกันนะคะ เขาปั้นเป็นส่วนๆ แล้วเผา จากนั้นจึงค่อยเอาหัวมาเสียบทีหลัง เราทุ่มเทกันมากเพื่อที่จะให้คนได้มาเรียนรู้ เพราะเป็นโอกาสที่ดีมากที่เราจะได้ดูของจีนที่เมืองไทย อยากให้คนที่มาดูได้รับความรู้ความเข้าใจในศิลปะวัฒนธรรมจีนเพิ่มมากขึ้น และเห็นความเชื่อมโยงในเรื่องคติความเชื่อและวัฒนธรรมของคนในภูมิภาคนี้ค่ะ”

นิทรรศการ จิ๋นซี ฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา

นิทรรศการ จิ๋นซี ฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา จะเปิดให้เข้าชม ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ไปจนถึง 15 ธันวาคม 2562

ภาพเบื้องหลังการขนย้าย : กรมศิลปากร

Writer

แก้วขวัญ เรืองเดชา

โปรดิวเซอร์สารคดีโทรทัศน์ นักเขียน และนักออกแบบนิทรรศการ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เพิ่งเปลี่ยนทีมผู้บริหารชุดใหม่มาหมาดๆ งานแรกที่จะได้โชว์ฝีมือท่ามกลางข้อจำกัดมากมายก็คือ การจัดมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 26 แบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 23 – 31 ตุลาคม 2564

อธิบายให้เห็นภาพก็คือ แค่เราคลิกเข้าไปที่เว็บ www.thaibookfair.com เราก็จะเห็นรายชื่อสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่มาร่วมออกบูท แบบเดียวกับในงานหนังสือ แต่ละบูทก็มีรายละเอียดของหนังสือแต่ละเล่ม รวมไปถึงการแบ่งหมวดหนังสือใหม่ หนังสือแนะนำให้ชัดเจน ซึ่งเราสามารถกดสั่งซื้อพร้อมรับส่วนลด ไม่ต่างจากการเดินเลือกซื้อในงานหนังสือที่เราคุ้นเคย

สำหรับนักอ่านที่ยังเคว้งคว้างไม่รู้ว่าจะพุุ่งไปที่ไหนดี The Cloud ขอแนะนำหนังสือ 25 เล่ม จาก 25 สำนักพิมพ์ โดยมีหลักการอยู่ว่า เราพยายามเลือกหนังสือที่มีเนื้อหาไปในแนวทางเดียวกับ The Cloud ถ้าชอบ The Cloud ก็น่าจะชอบหนังสือเหล่านี้

ต่อมา เราพยายามเลือกหนังสือใหม่ที่เพิ่งวางขายในงานมหกรรมหนังสือรอบนี้เป็นครั้งแรก แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้บางสำนักพิมพ์ไม่มีหนังสือใหม่ เราก็อาจจะเลือกหนังสือที่วางขายในช่วงปีนี้มาแทน รวมไปถึงการแนะนำหนังสือพิมพ์ซ้ำที่น่าสนใจด้วย

เพื่อให้ง่ายกับการตามไปซื้อ เราเลือกแนะนำตามชื่อสำนักพิมพ์ (แบบเดียวกับบูทในงาน) ซึ่งบางบูทก็อาจจะมีหนังสือของสำนักพิมพ์อื่นๆ วางขายด้วย

สุดท้าย ราคาที่ระบุ คือราคาพิเศษสำหรับงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้

ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมรับลายแทง แล้วไปเดินงานมหกรรมแห่งสือแห่งชาติแบบออนไลน์กันเลย

1.

สำนักพิมพ์ : 10 Millimetres

หนังสือ : Book SET [Limited] Myplaylist Munin X Scrubb

นักเขียน : Munin X Scrubb

ราคา : 1,290 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

แค่รู้ว่านักเขียนการ์ตูนสุดละมุนอย่าง มุนิน หยิบ 5 บทเพลงของความสุุขและความเศร้าแบบเข้าใจได้ของ SCRUBB มาสื่อสารผ่านการ์ตูน จนเป็นหนังสือชื่อ Myplaylist ก็น่าสนใจแล้ว พอรู้ว่างานนี้ไม่ได้ทำแค่หนังสือแต่ยังมีของแบบลิมิเต็ดอีกเพียบ ก็เชียร์ให้เก็บแบบบ็อกเซ็ตไปเลย เพราะจะได้ทั้งซีดีซิงเกิ้ลพิเศษ โปสเตอร์ เข็มกลัด กระเป๋า โปสการ์ดพร้อมลายเซ็น SCRUBB และโปสการ์ดภาพจากหนังสือในเล่มด้วย

2.

สำนักพิมพ์ : Bookscape

หนังสือ : จิตรู้สำนึก: ท่องจักรวาลความคิด สำรวจโลกลี้ลับแห่งตัวตน

นักเขียน : อันนากา แฮร์ริส

นักแปล : พรนริศร์ ลีลาอาภรณ์

ราคา : 194 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ลองมาดูเรื่อง ‘จิตรู้สำนึก’ ในมุมของผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาศาสตร์และฟิสิกส์กัน ผู้เขียน อันนากา แฮร์ริส จะพาเราไปทำความรู้จัก ‘จิตรู้สำนึก’ ที่ถือเป็นศูนย์กลางแห่งตัวตน เจตจำนง และอารมณ์ทั้งมวล ว่าสิ่งมีชีวิตและไร้ชีวิตใดบ้างมีจิตรู้สำนึก แล้วมีสองจิตรูู้สำนึกในร่างเดียวได้หรือไม่ จิตรู้สำนึกกำเนิดและอันตรธานไปเมื่อใด เป็นการมองทั้งในมุมของปรัชญาและวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะนำไปถึงคำถามที่น่าสนใจอย่าง เราต้องญาติดีกับเหล่าปัญญาประดิษฐ์ไหม พืชเจ็บปวดแค่ไหน ผู้ป่วยแบบไหนนับว่าเป็นผัก และตัวตนของเราเป็นสิ่งจริงแท้หรือแค่ภาพลวง

3.

สำนักพิมพ์ : ดวงกมลสมัย

หนังสือ : เด็กเล่าเรื่องมหาภารตะ

นักเขียน : สังหิตา อรณี

นักแปล : ปรีชา ช่อปทุมมา

ราคา : 357.30 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ในบรรดาหนังสือที่ดวงกมลสมัยจัดจำหน่าย แฟนหนังสือไทยดูจะคุ้นเคยกับสำนักพิมพ์ผีเสื้อที่สุด เล่มที่เราอยากแนะนำมากคือ ‘หนังสือภาพ โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ภาพโดย อิวาซากิ ชิฮิโระ สองเล่มจบแพ็กมาในกล่องมาสวยงาม ควรค่ากับการเก็บที่สุด แต่ว่าไม่ได้วางขายในงานนี้ 

เราก็เลยขอแนะนำวรรณกรรมจากอินเดียแทน ‘เด็กเล่าเรื่องมหาภารตะ’ เป็นผลงานของนักเขียนเด็กชาวอินเดีย ซึ่งมีนักเขียนเด็กชาวไทยทำภาพประกอบ เป็นการถ่ายทอดมหากาพย์ระดับตำนานของอินเดียซึ่งทาบทับอยู่บนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อมากมาย จึงออกมาเป็นมหาภารตะรสชาติสดใหม่มาก

4.

สำนักพิมพ์ : Exlibris

หนังสือ : โลกนี้ไม่มีสิ้นหวัง

นักเขียน : Eleanor H. Porter

นักแปล : วรรธนา วงษ์ฉัตร

ราคา : 234 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ใครชอบหนังสือบวกๆ ไม่ควรพลาดเล่มนี้ พอลลีแอนนา ตัวละครเอกในเรื่องเป็นเด็กหญิงกำพร้าที่ยากจนและโดดเดี่ยว ก่อนที่คุณพ่อจะจากไปได้สอนให้เธอรู้จัก ‘เกมดีใจ’ คือการมองหาสิ่งดีๆ ให้เจอแม้ในสถานการณ์ที่เลวร้าย พลังบวกของเธอจึงทำให้ผู้คนทั้งเมืองสดใสขึ้น จนคำว่า Pollyanna กลายเป็นคำศัพท์ในพจนานุกรม มีความหมายถึงบุคคลิกและทัศนคติแบบพอลลีแอนนา เรื่องนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครเวที และซีรีส์ทางโทรทัศน์นับสิบครั้ง นักแสดงที่รับบทพอลลีแอนนา ได้รับรางวัลออสการ์ด้วยนะ

5.

สำนักพิมพ์ : G&E กำมะหยี่&เอิร์นเนส

หนังสือ : ตอบแสงตะวัน

นักเขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์

ราคา : 270 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ตอบแสงตะวัน เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์บางลำพู ซึ่งมีเจ้าสำนักเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ นี่คือการรวม 38 ความเรียงของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ ในรอบ 15 ปี มีทั้งเนื้อหาจากช่วงเวลานั้น และความคิดที่เรียงขึ้นใหม่ตอบโต้ตัวเองและโลก ทีแรกวรพจน์ตั้งใจจะเขียนหนังสือเล่มนี้คล้ายการคุยกับลูกสาว แต่พอเขียนไปเรื่องเล่าก็เปลี่ยนแปลงและหลากหลาย กลายเป็นคุยเรื่องเงิน ความรัก คุณค่า ชีวิตกับการงาน ความล้มเหลว มิตรภาพ รัฐประหาร ความกล้าหาญ และชีวิตของผู้คนในเมืองไทยยุคนี้ เป็นความเรียงที่จะชวนให้เราคิดและคุุยกับตัวเองต่อได้อีกยาวเลย

6.

สำนักพิมพ์ : Veritas

หนังสือ : วันที่หมาครองโลก

นักเขียน : คลิฟฟอร์ด ดี. ซิมัค

นักแปล : จิงโจ

ราคา : 540 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

หนังสือของสำนักพิมพ์ Veritas เล่มนี้เป็นนิยายวิทยาศาสตร์รางวัลอินเตอร์เนชั่นแนล แฟนตาซี อวอร์ด ค.ศ. 1953 เป็นตำนาน นิทาน และเรื่องเล่าข้างกองไฟที่บอกเล่าโดยหมาถึงการล่มสลายของอารยธรรมมนุษย์ โดยมีตระกูลเวบสเตอร์และเจงคินส์ หุ่นยนต์ของตระกูลเวบสเตอร์เป็นศูนย์กลางการดำเนินเรื่องที่ยาวนานนับหมื่นปี ตั้งแต่การล่มสลายของเมือง การอพยพของมนุษย์ไปสู่ดวงดาวต่างๆ ไปจนถึงการก้าวขึ้นมาครองโลกของหมา การพิมพ์รอบนี้ มีตอนพิเศษตอนที่ 9 ซึ่งไม่มีในฉบับแปลไทยก่อนหน้านี้ แล้วก็ยังมีภาพประกอบต้นฉบับจากสมัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Astounding และ Fantastic Adventures อีกกว่า 20 ภาพ ลองไปดูกันว่า นิยายไซไฟที่เขียนขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อน จินตนาการอะไรใกล้เคียงกับโลกตอนนี้บ้าง

7.

สำนักพิมพ์ : ร้านหนังสือยิปซี

หนังสือ : ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์

นักเขียน : ศุภวิทย์ ถาวรบุตร

ราคา : 327 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

สำนักพิมพ์ยิปซีนั้นขึ้นชื่อเรื่องการหาหนังสือประวัติศาสตร์ในมุมแปลกๆ มาแปลอยู่แล้ว แต่เล่มนี้พิเศษกว่าเล่มอื่นๆ ตรงการเล่าถึงประวัติศาสตร์ของวิทยาศาสตร์ที่เขียนโดย นักประวัติศาสตร์ชาวไทยที่น่าจับตามาก นั่นก็คือ ศุภวิทย์ ถาวรบุตร เขาพยายามจับสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นคนละขั้วอย่างประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์มารวมกัน ด้วยความคิดว่า หากประวัติศาสตร์คือศาสตร์ที่ต้องการเข้าใจสังคมมนุษย์นับตั้งแต่อดีต ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่ประวัติศาสตร์จะบรรลุเป้าหมายนั้นโดยทิ้งวิทยาศาสตร์ไว้เบื้องหลัง ลองมาดูกันว่า วิทยาศาสตร์เขียนบทบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ไว้อย่างไรบ้าง

8.

สำนักพิมพ์ : Hummingbooks

หนังสือ : สูญหาย ไม่สาบสูญ (ก่อนที่เราจะเป็นของคุณ)

นักเขียน : ลิซา วิงเกต

นักแปล : สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

ราคา : 333 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ไม่รู้ว่าจำกันได้ไหมว่า ตอนที่ The Cloud สัมภาษณ์ อุ้ม สิริยากร เมื่อปีก่อน เธอเล่าว่ากำลังแปลหนังสือเล่มนี้อยู่ เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในอเมริกาเมื่อหลายสิบปีก่อน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการหายตัวไปของเด็กหลายพันคนและ ‘ธุรกิจลูกบุญธรรม’ ที่เล่าผ่านการพบกันของสองตัวละครที่ค่อยๆ ขุดค้นเรื่องราวในอดีต เป็นความลับที่หลายคนพยายามฝังกลบให้มิด ในขณะที่บางคนก็เลือกที่จะไม่จดจำ

9.

สำนักพิมพ์ : เคล็ดไทย

หนังสือ : ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่

นักเขียน : นายทน ตนมั่น

นักแปล : สงวน โชติสุขรัตน์

ราคา : 315 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ในร้านของสายส่งพี่ใหญ่อย่างเคล็ดไทย มีหนังสือดีๆ ให้แนะนำมากมาย รอบนี้ขอเลือกหนังสือประวัติศาสตร์จากสำนักพิมพ์ศรีปัญญา ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ เรื่องนี้เป็นหนังสือแปลที่แปลจากอักษรธรรมล้านนามาเป็นภาษากลาง ตั้งแต่ พ.ศ. 2509 พิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2514 มีคนนำไปใช้อ้างอิงมากมาย พิมพ์ใหม่รอบนี้เลยพิมพ์แบบปกแข็งอย่างดี ควรค่าแก่การเก็บไว้ใช้อ้างอิงในชั้นหนังสือมาก

10.

สำนักพิมพ์ : KOOB

หนังสือ : พลังที่ซ่อนอยู่

นักเขียน : สุดารัตน์ เทียรจักร์

ราคา : 189 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

นักอ่านส่วนใหญ่คงรู้จักหนังสือของเจ้าสำนักพิมพ์อย่าง นิ้วกลม กันดีอยู่แล้ว เราเลยขอแนะนำหนังสือของนักเขียนคนอื่นบ้าง นั่นก็คือ องุ่น-สุดารัตน์ เทียรจักร์ เจ้าของเรื่องราว ชีวิตพลิกผันที่วันหนึ่งเธอก็ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าร่างกายไร้ความรู้สึกและสั่งการไม่ได้ แต่เธอก็ข้ามผ่านความทุกข์ไปสู่การทำความฝันให้เป็นจริงจนสำเร็จ รายละเอียดของเรื่องราวเปี่ยมพลังบวกจะเป็นยังไง ต้องไปติดตามกัน

11.

สำนักพิมพ์ : Li-Zenn

หนังสือ : นิวยอร์กคลุ้มคลั่ง

นักเขียน : เรม โคลฮาส

นักแปล : ณัฏฐิณี กาญจนาภรณ์

ราคา : 1,000 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

แค่บอกว่า นี่คือบันทึกชีวิตฝึกงาน 2 ปีในสำนักงานสถาปนิกที่นิวยอร์กช่วงยุค 70 -80 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการ และเมืองนิวยอร์กยุคนั้น ก็น่าสนใจแล้ว ยิ่งพอรู้ว่าคนเขียนคือ เรม โคลฮาส สถาปนิกชาวดัตช์ระดับตำนานของโลกก็ยิ่งน่าอ่าน หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2521 แปลไปแล้วกว่า 10 ภาษา และกำลังจะกลายเป็นหนังสือภาษาไทยที่มีความหนากว่า 600 หน้า ซึ่งต้องสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น คนชอบงานสถาปัตย์ไม่ควรพลาดจริงๆ

12.

สำนักพิมพ์ : mangmoombook

หนังสือ : Becoming A Butterfly

นักเขียน : เมริษา ยอดมณฑป

ราคา : 265 บาท

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ด้วยความที่เจ้าสำนัก mangmoombook เป็นนักแปลภาษาจีนระดับเซียน งานส่วนใหญ่ก็เลยเป็นงานวรรณกรรมจีนแปล พอเห็นพิมพ์วรรณกรรมเยาวชนของไทย ต้นฉบับเล่มนี้ก็คงจะไม่ธรรมดา ครููเม เจ้าของเพจ ‘ตามใจนักจิตวิทยา’ ที่มีผู้ติดร่วม 2 แสนคน ตั้งใจเขียนเรื่อง ‘ลิซ่า’ นักจิตวิทยาฝึกหัดที่เลือกเข้ามาฝึกงานในโรงพยาบาลซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องเคสหินของเด็กและเยาวชน เธอได้พบกับเด็กชายไม่พูด เด็กชายมังกร (โรคหลายบุคลิก) เด็กหญิงไร้เสียง (โรค Selective Mutism หรือ SM) เด็กชายโทรโข่ง (โรค Tics ในกลุ่มอาการ Tourette Syndrome) เด็กชายต่างดาว (โรคออทิสติกที่มีความสามารถสูง High-function Autism) และคนอื่นๆ รวม 12 เคส อ่านจบแล้วจะทำให้เราเข้าใจเด็กเหล่านี้มากขึ้น และเปลี่ยนจากความสงสารเป็นความอยากอยู่เคียงข้างน้องๆ เหล่านี้

13.

สำนักพิมพ์ : มติชน

หนังสือ : เมล็ด ไข่ไก่ และเจ้าหญิงนิทรา

นักเขียน : คณา คชา

ราคา : 132

ลายแทง 25 หนังสือใหม่น่าเก็บจาก 25 สำนักพิมพ์ ในงานหนังสือออนไลน์ 2564

ไม่ค่อยได้เห็นวรรณกรรมเยาวชนจากค่ายมติชนบ่อยนัก เรื่องนี้เกี่ยวกับ ‘เมล็ดพันธุุ์’ ที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ทั้งทำตัวเหมือนนักโดดร่ม พึ่งพาสายลมให้ช่วยพัดพาไปเริ่มชีวิตใหม่ เมล็ดบางชนิดก็อาศัยอยู่ในท้องนกได้โดยไม่ตาย บางชนิดหลับใหลไปนานแสนนานแต่ก็ฟื้นคืนชีพมาได้ราวกับเจ้าหญิงนิทรา อ่านแล้วจะทึ่งกับความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า เมล็ด ซึ่งมีอยู่ทุกที่ แต่เราอาจจะไม่เคยสังเกตมาก่อน

14.

สำนักพิมพ์ : มิวเซียมเพรส

หนังสือ : คริสตศิลป์กระจกสี โบสถ์คริสต์ในไทย

นักเขียน : ปติสร เพ็ญสุต

ราคา : 349 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

ปติสร เพ็ญสุต ไม่ใช่นักเขียนอื่นไกล เขาเป็นคอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ ‘ครุ่นคริสต์’ ใน The Cloud นี่เอง เขาคือคนหนุ่มรุุ่นใหม่ที่หลงใหลและทุ่มเทให้กับการศึกษาคริสตศิลป์ในทุกมิติ ทั้งการเดินทางไปตามรอยตามสถานที่ต่างๆ ไปจนถึงการจริงจังกับการสืบค้นข้อมูลจากเอกสารเก่า งานเขียนของเขาก็เลยมีมิติที่หลากหลายมาก เล่มนี้เขาจะพาเราไปภาพความหมาย สัญลักษณ์ ของภาพคริสต์ประวัติและนักบุญในโบสถ์คริสต์สำคัญของไทย ที่น่าจะทำให้หลายคนอ่านแล้วอินจนอยากเดินทางตามรอยเขาไปดูของจริงด้วยตาตัวเอง

15.

สำนักพิมพ์ : OMG BOOKS

หนังสือ : จดหมายถึงแซม

นักเขียน : Daniel Gottlieb

นักแปล : ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ

ราคา : 256.50 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

แค่อ่านพล็อตนี้ ก็อยากจะบอกว่า เอาเงินผมไปเลย 

– เมื่อแซมลืมตาดูโลก คุณตาแดเนียล ก็อตต์ลีบ ก็เริ่มเขียนจดหมายจากใจ ด้วยหวังให้หลานได้อ่านเมื่อโตขึ้น เขาอยากพูดถึงเรื่องสำคัญของชีวิต โดยมีแรงจูงใจลึกๆ คือ เขากลัวว่าตัวเองจะอยู่ไม่ถึงวันที่หลานชายเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จึงอยากฝากบทเรียนที่มีความหมายไว้ และเมื่อแซมอายุ 14 เดือน เขาถูกตรวจพบว่ามีอาการบกพร่องทางสมองแบบรอบด้าน ซึ่งเป็นโรคออทิซึมรูปแบบหนึ่ง ภารกิจการเขียนนี้จึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และสุดท้ายกลายเป็นจดหมาย 32 ฉบับ ที่งดงามและสะเทือนอารมณ์เล่มนี้ นอกจากเป็นคุณตาผู้ละเอียดอ่อนแล้ว เขายังเป็นนักจิตบำบัดปริญญาเอก และเป็นอัมพาตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้เขาเกือบเสียชีวิต จดหมายถึงแซม คืองานเขียนที่บริสุทธิ์ ลึกซึ้ง อ่อนไหว ที่ชวนให้ใคร่ครวญว่าการเป็นมนุษย์มีความหมายอย่างไร

16.

สำนักพิมพ์ : P.S. Publishing

หนังสือ : Fuel Romance เชื้อเพลิงโรมานซ์เว่อร์

นักเขียน : อุเทน มหามิตร

ราคา : 240 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

อุเทน มหามิตร เป็นศิลปินที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองโดดเด่นแบบไม่ซ้ำใคร ทั้งงานเขียนแนวกวีที่เซอร์เรียลมาก และภาพวาดที่ดิบแต่ได้อารมณ์มาก เล่มนี้เป็นการพิมพ์ซ้ำงานเก่าที่นำ50 เรื่องรักโรมานซ์เว่อร์ งดงาม เพ้อพก เซอร์เรียล พร้อมภาพวาดระบายสี ทบทวีมวลรวมความสุขแบบเว่อร์ๆ ตั้งใจพิมพ์แบบปกแข็งให้เก็บกันเลย ถ้านึกไม่ออกว่า งานเขียนของเขาเซอร์เรียลยังไง ลองอ่านตัวอย่างนี้

มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยเนินทรายเจิดจ้า ทุกครั้งที่ย่ำเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ทรายยุบจะดึงเท้าลากถอยหลังไปครึ่งก้าว ถัดจากเนินทรายก็คือเนินทราย เนินแล้วเนินเล่า เขาคงไปไม่ถึงเธอ ตอนนี้ริมฝีปากกลายเป็นกระดาษทรายขัดปูนที่ใช้แล้ว เขาคิดถึงเธอ คิดถึงรสจูบผ่านริมฝีปากนุ่มเหมือนพายมะพร้าวอ่อน คิดถึงลิ้นสัมผัสพันกันเหมือนปลิงทะเลสองตัว

17.

สำนักพิมพ์ : อ่านอิตาลี

หนังสือ : หญิงสาวผู้ชิมอาหารให้ฮิตเลอร์

นักเขียน : Rosella Postorino

นักแปล : สิรีธร ถาวรปิยกุล

ราคา : 270 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

นวนิยายเรื่องนี้ผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ มาร์กอท เวิล์ค ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอกับหญิงสาวอีก 14 คน ทำหน้าที่เป็นคนชิมอาหารให้ฮิตเลอร์เพื่อให้แน่ใจว่าในอาหารไม่มียาพิษ ในบรรดาหญิงสาวทั้งหมด เวิล์คเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากสงคราม จนมาเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 2014 ในวัย 96 ปี เรื่องนี้ไม่ใช่บทบันทึกประวัติศาสตร์แห้งๆ แต่ยังเล่าถึงมิตรภาพและความอิจฉาริษยาในหมู่นางชิม ไปจนถึงความสัมพันธ์ของเธอกับนายทหาร เรื่องนี้กวาดรางวัลในอิตาลีมาได้ชุดใหญ่เลยทีเดียว

18.

สำนักพิมพ์ : RiverBooks

หนังสือ : ..และตราบชั่วฟ้าดินสลาย

นักเขียน : คีริลล์ บาร์สกี้

นักแปล : –

ราคา : 700 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

นี่คืองานเขียนของ คีริลล์ บาร์สกี้ อดีตเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย ประจำประเทศไทย เขาเป็นนักการทูตที่ได้เดินทางไปประจำการในหลายประเทศ แล้วเขาก็มีฝีไม้ลายมือด้านการเขียนทั้งร้อยแก้วและกวีนิพนธ์ มีผลงานตีพิมพ์แล้วหลายเล่ม เล่มนี้เขาเล่าถึงชีวิต ความรัก มิตรภาพของผูุ้คน โดยเขาวาดภาพประกอบเองทั้งเล่ม เพื่อถ่ายทอดในสิ่งทีไม่สามารถสื่อสารผ่านตัวหนังสือได้

19.

สำนักพิมพ์ : สานอักษร

หนังสือ : ตาตุปาตุเด็กฝึกงานสุดเพี้ยน

นักเขียน : Aino Havukainen and Sami Toivonen

นักแปล : กัญญ์ชลา นาวานุเคราะห์

ราคา : 219 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

สานอักษรเป็นสำนักพิมพ์ประจำโรงเรียนรุุ่งอรุณ ที่เน้นพิมพ์นิทานเด็ก มีผลงานดีๆ เยอะมาก โดยเฉพาะเซ็ตนิทานล่าสุดเรื่อง ฤดูกาล แต่คราวนี้เราขออนุญาตขอแนะนำหนังสือของสำนักพิมพ์นาวาที่สานอักษรช่วยวางขาย นั่นก็คือ ตาตุปาตุ นิทานชื่อดังของฟินแลนด์ที่ผู้ใหญ่ก็หยิบมาอ่านได้เพลินๆ เล่มล่าสุดคือตอน เด็กฝึกงานสุดเพี้ยน ไปดูกันว่า ตาตุและปาตุสองพี่น้องแสนซนเห็นผู้ใหญ่ไปทำงานแต่เช้าทุกวัน เลยคิดว่าจะสนุกแค่ไหนถ้าเด็กๆ ได้ลองฝึกงานบ้าง เลยไปเรียนรู้งานจากผู้คนหลากหลายอาชีพ ทั้งคุณครู นักอบขนม พนักงานดับเพลิง ช่างไม้ นักดนตรี และอื่นๆ อีกมากมาย ลองไปดูกันว่า ไอเดียแสนบรรเจิดที่มาพร้อมภาพวาดที่เต็มไปด้วยรายละเอียด มีดียังไง ผู้คนฟินแลนด์ถึงติดอกติดใจกันนักหนา

20.

สำนักพิมพ์ : Salmonbooks

หนังสือ : THE PEOPLE เรื่องเล่า ‘คน’ เปลี่ยนโลก

นักเขียน : ทีมนักเขียน THE PEOPLE

ราคา : 215 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

แฟนๆ เว็บไซต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่าเรื่องคนอย่าง The People น่าเก็บเล่มนี้มาก เพราะเป็นการรวมบทความว่าด้วยชีวิตของผู้คนที่พยายามทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ ตั้งแต่การลงทุนสร้างสวนสนุกของคุณพ่อเพื่อลูกสาวผู้มีปัญหาทางร่างกาย เด็กชายผู้ลงมือประดิษฐ์กังหันเพื่อส่งต่อแสงสว่างสู่ชุมชุน วิศวกรสาวผู้อยู่เบื้องหลังภาพถ่ายหลุมดำภาพแรกของโลก คุณครูที่สละเงินเดือนให้กับอนาคตการศึกษาของลูกศิษย์ ทหารผ่านศึกอายุร่วมร้อยกับการรักษาหมู่บ้านโบราณด้วยศิลปะ ไปจนถึงนักข่าวหญิงแกร่งผู้รายงานข่าวสงครามจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ชื่อนักเขียน The People การันตีความเข้มข้นอยู่แล้ว

21.

สำนักพิมพ์ : SALT

หนังสือ : Gamification

นักเขียน : ตรัง สุวรรณศิลป์

ราคา : 195 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

หลายปีที่ผ่านมา เราได้ยินเรื่องกลยุทธ์การสะกดใจคนให้ติดอยู่กับอะไรสักอย่างนานๆ ด้วยการใช้วิธีแบบเกม หรือ Gamification กันอยู่บ่อยๆ ‘เกมมิฟิเคชัน จูงใจคนด้วยกลไกเกม’ เล่มนี้เขียนโดยแชมป์บอร์ดเกม Catan คนแรกของประเทศไทย และเจ้าของเพจ Beyond Board เขาจะมาอธิบายหลักการนี้แบบถอดรหัสให้เห็น และแนะนำวิธีออกแบบเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนให้ได้ตามที่เราต้องการด้วยกลไกแบบเกม ซึ่งใช้ได้ในหลายวงการ ทั้งการศึกษา การทำงาน การส่งเสริมสุขภาพ ไปจนถึงการทำการตลาดเลย

22.

สำนักพิมพ์ : แสงแดด

หนังสือ : อาหารไทยจงเจริญ

นักเขียน : ชรินรัตน์ จริงจิตร

ราคา : 711 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

เมื่อหนังสือพิมพ์อาหารไทยอันดับหนึ่งของประเทศอย่างแสงแดดลุกขึ้นมาทำตำราอาหารไทยแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการเขียนสูตรยอดนิยมกว่า 100 สูตร ทั้งน้ำพริก ยำ ต้มตุ๋น ผัด แกง และอาหารจานเดียว พร้อมเคล็ดลับและรายละเอียดของหลายเมนูที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมกับเทคนิคการทำอาหารตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน เครื่องแกง การเตรียมเครื่องปรุง ไปจนถึงวิธีดูแลครัวและเครื่องครัวให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ก็น่าสนใจแล้ว แล้วก็พิเศษขึ้นไปอีกเมื่อ เล่มนี้จัดทำออกมาแบบใส่ใจในรายละเอียดมาก ทั้งภาพถ่าย เลย์เอาต์ รูปเล่ม ที่สวยเก๋แบบร่วมสมัย ลบภาพตำราอาหารของคุณยายไปได้หมดเลย คนรักอาหารไทยและคลั่งไคล้หนังสือ ควรมีหนังสือปกแข็งเล่มนี้ไว้สักเล่มนะ

23.

สำนักพิมพ์ : สมมติ

หนังสือ : เสื้อโค้ต

นักเขียน : นิโคไล โกโกล

นักแปล : ไชยันต์ รัชชกูล

ราคา : 200 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

ผลงานเรื่องสั้นอมตะของ นิโคไล โกโกล นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของรัสเซียแห่งศตวรรษที่ 19 เล่มนี้ พิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ว่ากันว่าเป็นที่สุดของเรื่องสั้นที่วิพากษ์ ตีแผ่ และทะลุทะลวงระบบรัฐราชการได้อย่างแสบสัน เป็นเรื่องของข้าราชการระดับเสมียนที่มีงานหลักคือคัดลอกเอกสาร จนวันหนึ่ง เสื้อโค้ตก็ทำให้เขาได้พบความหมายใหม่ของชีวิต ทว่าโชคชะตาอันเลวร้ายกลับบันดาลให้เขาสูญเสียมันไปในชั่วเวลาไม่ทันข้ามคืน และในวินาทีถัดมานั้นเอง ทั้งรัสเซียก็สั่นสะเทือน ส่วนพล็อตนี้จะโยงเข้ามาหาการวิพากษ์ระบบราชการอย่างไร ต้องไปติดตามกัน

24.

สำนักพิมพ์ : SonginThings

หนังสือ : ถั่วงอกและหัวไฟ กับจิตวิญญานอันบ้าคลั่ง เล่ม 9

นักเขียน : ทรงศีล ทิวสมบุญ

ราคา : 365 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

เผลอแป๊บเดียว นิยายภาพยุคบุกเบิกของไทยอย่าง ถั่วงอกและหัวไฟ ก็เดินทางมาครบ 15 ปีแล้ว ทรงศีลเขียนเล่ม 9 ขึ้นมาฉลองวาระนี้แบบสุดพิเศษ นั่นก็คือ เขาผลิตเองทุกขั้นตอน ผ่านสำนักพิมพ์ของตัวเองเป็นครั้งแรก เขาตั้งใจเปิดเผยความลับบางประการที่ซุกซ่อนผ่านวันเวลามากว่า 15 ปี ผ่านภาพที่วาดด้วยมือทุกหน้าอย่างประณีต ผสานเรื่องราวเข้มข้น และไม่ใช่แค่สร้างสรรค์นิยายภาพ แต่อยากสร้างงานศิลปะที่เล่าเรื่องราวอย่างทรงพลัง และเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งการอ่านให้เป็นความทรงจำอันมิรู้ลืม แฟนๆ ก็ไม่ควรพลาดนะ มีให้เลือกซื้อทั้งปกแข็งและปกอ่อนเลย

25.

สำนักพิมพ์ : สวนเงินมีมา

หนังสือ : บัณฑิต กับ นักบุญ

นักเขียน : อรุณธตี รอย

นักแปล : รวิวาร รวิวารสกุล, ชาวาร์ เกษมสุข

ราคา : 300 บาท

ส่งลายแทงหนังสือดี 25 เล่มจาก 25 สำนักพิมพ์ ที่นักช้อปหนังสือไม่ควรพลาด

ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้อยู่ตรง อรุณธตี รอย นักเขียนชาวอินเดียเจ้าของรางวัลบุ๊กเกอร์ไพรซ์ ค.ศ. 1997 ลุกขึ้นมาตั้งคำถามแล้วตามไปหาคำตอบเกี่ยวกับชีวิตนักต่อสูุ้ชื่อดังสองคนของอินเดีย อย่าง มหาตมะ คานธี และ ดร.บี.อาร์. อัมเบดการ์ ความคิดของพวกต่างกันคนละขั้ว แต่ทั้งคู่ก็ได้รับการบูชาประหนึ่งเทพเจ้า และสิ่งที่ทำต่างก็ส่งอิทธิพลต่อการเมืองร่วมสมัยของอินเดียมากมาย หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราได้รู้จักวีรบุรุษของอินเดียอีกคนอย่างอัมเบดการ์ รวมถึงได้รู้จักคานธีในอีกมุมด้วย

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load