หากนับของที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต จะมีสักกี่ชิ้นบนโลก

บ้าน เป็นหนึ่งในนั้น นอกจากเป็นปัจจัย 4 บ้านยังเป็นสินค้าที่มีคุณค่ามากกว่ามูลค่า เพราะภายใต้ร่มการคุ้มแดดฝน ความหมายแท้จริงยังลึกซึ้งและแตกต่างตามผู้เป็นเจ้าของ

การจะเลือกบ้านที่พอเหมาะพอดีกับตัวเองสักหลังจึงไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยาก เพราะทุกวันนี้โครงการอสังหาฯ ต่างคิดมาเผื่อให้คุณอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะอนาคตอันใกล้ ไกล หรือความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้น

ในวันที่เรา Work from Home เกือบครบ 1 ปีเต็ม กำลังมองหาบ้านสักหลังที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ รวมถึงเป็นผู้เขียนคอลัมน์ หมู่บ้าน ที่สนใจวิธีคิดเบื้องหลังการออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อผู้อื่น เลยอยากชวนกะเทาะแนวคิดของ พฤกษา เรียลเอสเตท ในการทำบ้านเพื่อลูกค้าเป็นที่ตั้ง มองเห็นการออกแบบเพื่ออนาคต ความยั่งยืนต่อคน ชุมชน สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งแวดล้อม และมีโรงพยาบาลในเครือบริษัท เพื่อดีไซน์มอบการดูแลตลอดการอยู่อาศัย

พฤกษา หมู่บ้านที่ตั้งใจออกแบบให้ตรงความต้องการของลูกบ้าน ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า

ใช้ใจในการทำบ้าน 

เพราะการซื้อบ้านอาจคือการซื้อทั้งชีวิตของใครบางคน

ย้อนกลับไปเมื่อ 28 ปีก่อน บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งโดย ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ อดีตวิศวกรผู้หันมาจับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

เสาเข็มแรกปักลงไปพร้อมกับแนวคิดว่า อยากสร้างบ้านให้ทุกคนเข้าถึงได้และมีคุณภาพดี ซึ่งทุกคนในที่นี้ หมายรวมถึงทุกระดับกำลังซื้อ 

แต่การจะปลูกบ้านในใจผู้อยู่นั้น ต้องเข้าใจความต้องการของเขา สิ่งที่พฤกษายึดเป็นแนวก่อร่างทุกโครงการตั้งแต่แรกเริ่ม คือ Customer Value ที่ไม่เพียงหยั่งลึกอยู่ในบ้านทุกๆ หลัง แต่แนวคิดนี้ยังฝังอยู่ตัวทุกคนในองค์กรด้วย

“ด้วย Vision ของแบรนด์ที่ต้องออกแบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ไม่ใช่ออกแบบในสิ่งที่เราคิดว่าใช่ จึงมีการศึกษาและทำเป็นโมเดลออกมา เรียกกันภายในว่า Customer Value ศึกษาลงไปถึงว่าเวลาคนจะเลือกอสังหาริมทรัพย์ให้ความสำคัญหรือให้ Value กับเรื่องใดบ้าง เพื่อทำความเข้าใจเขามากยิ่งขึ้น ได้ข้อสรุปออกมาเป็นแปดเรื่องหลักใหญ่ เช่น Location, Facility, Service, Brand, Pre-sale, After-sale เป็นต้น ถูกปรับใช้ทั้งองค์กร ทุกคนต้องตอบได้ว่างานที่ฉันทำวันนี้ส่งมอบตรงความต้องการลูกค้า หรือ Customer Value อย่างไรบ้าง จึงเป็นแกนในทุกๆ ส่วนของการออกแบบ

วิสัยทัศน์และวิธีคิดในทุกการออกแบบของพฤกษาเริ่มต้นด้วย Heart to Home ทั้งการออกแบบการสื่อสาร ออกแบบบ้าน ออกแบบโครงการ จนถึงลงมือสร้าง ทุกแผนกจึงสำคัญกับการมอบบ้านที่สร้างอย่างเข้าใจสู่มือผู้ซื้อ 

“Heart to Home ที่เริ่มจากข้างในองค์กรก่อน เริ่มจากแต่ละคน เมื่อทุกคนใส่ Heart เข้าไปในสิ่งที่ทำ จึงสะท้อนออกมาในสิ่งที่จะไปถึงลูกค้า ฝ่ายการตลาดที่ใส่ใจเข้าใจ สถาปนิก วิศวกร ใส่ใจในการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

“ฝ่ายจัดซื้อใส่ใจในการเลือกวัสดุที่ดีให้กับบ้านของลูกค้า พฤกษาใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่างเพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุด

“ทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยทุกจิ๊กซอว์ของบริษัทพฤกษา ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต จึงเป็น Mindset หรือ Vision ที่ฝังอยู่ในบริษัท และเชื่อว่าจะส่งต่อถึงลูกค้าได้”

พฤกษา หมู่บ้านที่ตั้งใจออกแบบให้ตรงความต้องการของลูกบ้าน ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า
พฤกษา หมู่บ้านที่ตั้งใจออกแบบให้ตรงความต้องการของลูกบ้าน ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า

Value for Life

สิ่งที่ผู้ซื้อบ้านมักให้ความสำคัญในการจะเลือกบ้านสักหลัง ซึ่งอาจเป็นบ้านหลังแรกหรือแม้กระทั่งเป็นบ้านหลังสุดท้าย อาจไม่ใช่ราคาถูกที่สุดหรือทำเลที่ดีที่สุด แต่คือความคุ้มค่าต่อความต้องการในการใช้ชีวิตหลากหลายรูปแบบ 

“คำว่า Value กับการซื้อบ้าน ต้อง Functional และ Emotional ไม่ใช่แค่เงิน บ้านคือทั้งชีวิต เวลาที่ลูกค้าซื้อของใช้ตลอดชีวิต ไม่ได้มองแค่ว่าร้อยบาทวันนี้ซื้อ A B C แล้วคุ้ม ถ้าซื้ออยู่เองต้องมองกันอย่างน้อยห้าปี สิบปี เพราะฉะนั้น คำว่า Value ต้องเงินเท่านี้ มีบ้านสามแบรนด์ สามหลัง ลูกค้าจะซื้ออะไรดี สมมติวันหนึ่งจะมีลูก หลังนี้ถูกกว่าแต่มีสองห้องนอน หรือในราคาเท่ากันโครงการนี้ไม่ได้ดีไซน์สำหรับเด็กๆ ไว้ แต่อีกโครงการมี แล้วเข้าเมืองไม่ยาก บางคนที่ลูกเป็นข้อ Concern ก็จะเลือกโครงการหลัง เพราะเดินทางสะดวกและคิดถึงอนาคต”

ด้วยอยากสร้างอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทตั้งแต่ทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม ตอบโจทย์ความสามารถในการซื้อซึ่งแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ดังนั้น สิ่งที่พฤกษาให้ความสำคัญมากนอกจากใส่ใจในการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างที่กล่าวไปแล้ว ต้องมีความคุ้มค่าที่ไม่ได้แปลว่าถูก ไม่ได้แปลว่า Value for Money แต่คือ Value for Life ของการจะใช้ชีวิตในบ้านแบบไหน ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า

“Value for Life เป็นผลลัพธ์ที่สะท้อนมาจาก Brand Purpose ที่ว่าใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต โดยตีความว่าคุณค่าของแต่ละคนแตกต่างกัน ดังนั้น คำว่า Value for Life ไม่ได้ถูกกว่าหรือได้มากกว่าอย่างเดียว แต่มันตรงกับความต้องการของฉันด้วย”

พฤกษา หมู่บ้านที่ตั้งใจออกแบบให้ตรงความต้องการของลูกบ้าน ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า
พฤกษา หมู่บ้านที่ตั้งใจออกแบบให้ตรงความต้องการของลูกบ้าน ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า

Tomorrow. Reimagined.

เมื่อการออกแบบอย่างคิดถึงลูกค้า ไม่เพียงให้ความใส่ใจต่อความต้องการ ณ ปัจจุบัน ยังมองไปถึงความต้องการของพวกเขาในอนาคต คำว่า Value for Life จึงหมายรวมถึงการออกแบบอย่างมองเห็นความเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ทั้งเรื่องวิถีชีวิตและการดูแลสุขภาพในบ้านยุคใหม่ รวมถึงการสร้างความยั่งยืนทั้งมิติของสิ่งแวดล้อม สังคม และการอยู่อาศัยด้วย

“แต่ก่อนหากเริ่มจากการอยากยกระดับคุณภาพชีวิต อาจมองเรื่องการสร้างบ้านเป็นหลัก แต่ตอนนี้พฤกษาคิดเพื่ออนาคต หรือเรื่องอื่นๆ ของลูกค้าที่มากกว่าแค่ฟังก์ชันของบ้านยิ่งขึ้น นั่นเลยเป็นที่มาสำคัญและเป็นสิ่งที่แบรนด์โฟกัส Tomorrow. Reimagined. และใส่ใจออกแบบนวัตกรรมการใช้ชีวิต”

หากย้อนมองไปหลายปี จะเห็นว่า Lifestyle Disruption ไม่ได้เกิดขึ้น ณ ปีนี้ แต่ที่เห็นได้ชัดในระยะเวลานี้ เพราะมีโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้วิถีชีวิตของคนต้องเปลี่ยน ได้อยู่ติดบ้านมากขึ้น บ้านกลายเป็นที่ทำงานอย่างไม่มีกำหนด บวกกับประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ การดีไซน์สำหรับใช้ชีวิตในชายคาต้องปรับตาม พฤกษาจึงนำนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเติมความสะดวกสบายให้ที่อยู่อาศัย และเดินหน้าไปพร้อมกับทำให้ลูกบ้านมีสุขภาวะที่ดี

พฤกษา หมู่บ้านที่ตั้งใจออกแบบให้ตรงความต้องการของลูกบ้าน ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า

อยู่สบายก็คือสุขภาพดี 

“บ้านที่ดีคือบ้านที่อยู่สบาย การจะอยู่สบายต้องเกิดทุกจุดในทุกรายละเอียดของการดีไซน์ของบ้าน อยู่สบายเพราะ Health & Wellness คือสุขภาพดี ทั้งหมดคือเรื่องเดียวกัน” 

ยกตัวอย่างการนำเรื่อง Health & Wellness มาใส่ในโปรเจกต์ดีไซน์ของพฤกษา อย่างพื้นห้องน้ำชั้นล่าง ถ้าเป็นบ้านทั่วไปจะลดระดับไป 5 หรือ 10 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อน ในบ้านพฤกษาจะมีพื้นที่เรียกว่า Non Step Floor คือไม่มีระดับ เพื่อป้องกันไม่ให้คนสูงวัยในบ้านสะดุดล้ม ซึ่งหลายๆ โครงการจะมีห้องนอนผู้สูงอายุติดกับห้องน้ำนี้เลย

เบื้องหลังโครงการอสังหาฯ ตั้งแต่วันที่ตั้งใจให้คนไทยมีบ้าน ไปจนถึงใส่ใจออกแบบนวัตกรรมการใช้ชีวิต Tomorrow, Reimagined
เบื้องหลังโครงการอสังหาฯ ตั้งแต่วันที่ตั้งใจให้คนไทยมีบ้าน ไปจนถึงใส่ใจออกแบบนวัตกรรมการใช้ชีวิต Tomorrow, Reimagined

สำหรับพื้นอีกประเภทคือ Absorption Floor หรือพื้นลดแรงกระแทกที่มีความนิ่มนิดๆ จะช่วยลดความความรุนแรงจากการเกิดอุบัติเหตุ สำหรับทั้งเด็กเล็กและคนสูงอายุ

ส่วนดีไซน์ที่เกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Lifestyle Disruption ด้วย อย่างเรื่องฝุ่น PM 2.5 ในหลายๆ โครงการมีนวัตกรรมหน้าต่างป้องกันมาตรฐานญี่ปุ่น หรือบางโครงการมีเครื่อง Airflow System
กรองอากาศ ลด PM 2.5 ที่สำคัญ ยังคงคอนเซ็ปต์บ้านหายใจได้ที่เน้นออกแบบเรื่องการไหลเวียนอากาศไว้ด้วย

เบื้องหลังโครงการอสังหาฯ ตั้งแต่วันที่ตั้งใจให้คนไทยมีบ้าน ไปจนถึงใส่ใจออกแบบนวัตกรรมการใช้ชีวิต Tomorrow, Reimagined

ในขณะที่ส่วนกลางก็ได้รับการออกแบบอย่าง Universal Design เพื่อคนทุกเจนเนอเรชัน ทั้งสวน สนามเด็กเล่น มีพื้นที่สำหรับผู้สูงวัยได้เดินอย่างสะดวก มีทางลาด มีราวจับ 

เบื้องหลังโครงการอสังหาฯ ตั้งแต่วันที่ตั้งใจให้คนไทยมีบ้าน ไปจนถึงใส่ใจออกแบบนวัตกรรมการใช้ชีวิต Tomorrow, Reimagined
เบื้องหลังโครงการอสังหาฯ ตั้งแต่วันที่ตั้งใจให้คนไทยมีบ้าน ไปจนถึงใส่ใจออกแบบนวัตกรรมการใช้ชีวิต Tomorrow, Reimagined

และไม่ใช่เพียงการออกแบบเพื่ออยู่อย่างสบายกายและสบายใจเท่านั้น เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พฤกษาเพิ่งเปิดโรงพยาบาลวิมุต เพื่อย้ำว่า Health & Wellness เป็นอีกเทรนด์ที่พวกเขามองเห็นมาก่อนกาล

“โรงพยาบาลวิมุตเป็นอีกจิ๊กซอว์ของพฤกษา และเป็นแกนที่แตกต่างแต่สำคัญที่สุด เพราะจะไม่เห็นผู้พัฒนาเจ้าไหนที่มีธุรกิจโรงพยาบาล Health & Wellness ไม่ใช่แค่เทรนด์อย่างเดียว แต่สิ่งที่แบรนด์ทำสอดคล้องและแตกต่าง

“หลายโครงการระยะหลังๆ ของพฤกษา มีทีมคุณหมอไปร่วมกันออกแบบกับสถาปนิกทั้งในบ้านและส่วนกลาง เช่น ในสวนมีหินไว้ให้เดินเพื่อสุขภาพเท้า คำแนะนำมีตั้งแต่ว่าควรใช้หินขนาดไหน ราวควรเป็นอย่างไร พื้นที่แบบนี้เหมาะกับผู้สูงอายุไหม หรือสนามเด็กเล่นเสริมปัญญา คุณหมอก็ร่วมออกแบบว่าทำอย่างไรให้ไม่ใช่แค่มาเล่นชิงช้า แต่เป็นสนามเด็กเล่นที่ทำให้เด็กเติบโต มีพัฒนาการเพิ่มพูนขึ้น บางที่มีเป็นฐานๆ ฐานนี้ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็ก เป็นต้น”

เบื้องหลังโครงการอสังหาฯ ตั้งแต่วันที่ตั้งใจให้คนไทยมีบ้าน ไปจนถึงใส่ใจออกแบบนวัตกรรมการใช้ชีวิต Tomorrow, Reimagined
เบื้องหลังโครงการอสังหาฯ ตั้งแต่วันที่ตั้งใจให้คนไทยมีบ้าน ไปจนถึงใส่ใจออกแบบนวัตกรรมการใช้ชีวิต Tomorrow, Reimagined

“การนำ Health & Wellness เข้าไปในโครงการที่ไม่เหมือนกัน สิ่งสำคัญก็คือไม่ใช่ให้ในสิ่งที่มากเกินความจำเป็น และเพิ่มภาระในการบำรุงรักษากับลูกบ้าน แต่ว่าต้องเข้าใจลูกค้าในทาร์เก็ตนั้น ในโลเคชันนั้น ว่ามีความต้องการอะไร แล้วเราก็ดีไซน์ Health & Wellness ให้เหมาะสมกับเขา”

 หมอประจำครอบครัวของลูกบ้าน

มากกว่าการออกแบบโครงการ การจับมือกับโรงพยาบาลวิมุต พฤกษาถือว่าลูกบ้านเหมือนคนในครอบครัว และวันนี้พวกเขามีหมอประจำครอบครัวอยู่ด้วย พร้อมกับสิทธิประโยชน์สำหรับลูกบ้านพฤกษา ณ ปัจจุบันและลูกค้าใหม่ที่ซื้อโครงการของพฤกษาช่วงนี้ จะได้สิทธิพิเศษของโรงพยาบาลวิมุตทันที ทั้งส่วนลดและบริการต่างๆ เช่น ส่วนลดค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าห้อง บริการรถฉุกเฉินตามระยะทาง มี Telemedicine รักษาทางจากไกล บริการส่งยาถึงบ้าน 

เบื้องหลังโครงการอสังหาฯ ตั้งแต่วันที่ตั้งใจให้คนไทยมีบ้าน ไปจนถึงใส่ใจออกแบบนวัตกรรมการใช้ชีวิต Tomorrow, Reimagined

เหนือไปอีกขั้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นปีหน้า จะมีเซอร์วิสกับคลาสพัฒนาให้ลูกบ้าน อย่างเช่น สอนการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง หรือสำหรับคุณแม่มือใหม่ จะมีคุณหมอไปจัดเทรนนิ่งเรื่องสร้างพัฒนาการลูกให้ถึงโครงการด้วย

Sustainable Development 

พฤกษายังให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาสู่ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยมีความตั้งใจในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้าน ใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมพร้อมสร้างโอกาสที่ดีให้กับสังคมผ่านแกนแนวคิด Heart to Home, Heart to Earth, Heart to Society

อธิบายอย่างย่นย่อ Heart to Home เป็นการใส่ใจในคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของลูกบ้านทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในส่วนกลางเพื่อช่วยในการประหยัดพลังงาน กระบวนการก่อสร้างที่มุ่งมั่นลดมลภาวะ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่โครงการพฤกษาจะลดการใช้วัสดุไม้เป็น SPC แทน นอกจากเรื่องลดใช้ทรัพยากรแล้ว ยังคิดลึกถึงการดูแลรักษาไม้ที่อาจใช้สารเคมีในการดูแล เช่น น้ำยากำจัดปลวก มาสร้างมลพิษเพิ่ม ส่วนฝ้าก็ไม่มีแร่ใยหิน สีที่ใช้ก็เป็นแบบ Toxic Free 

ส่วน Heart to Earth คือใส่ใจผลต่อกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการผลิต และให้ความสำคัญกับการลดโลกร้อน ทุกโครงการติดตั้งบ่อบำบัดน้ำเสียคัดกรองของเสีย และปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนปล่อยออกสู่ชุมชน และพฤกษายังมีส่วนร่วมกับชุมชนทำ ‘คลองสวยน้ำใส’ ซึ่งเป็นโครงการเพื่อช่วยรักษาและฟื้นฟูสภาพน้ำในคลอง พร้อมปรับปรุงสภาพแวดล้อมในชุมชนรอบโครงการ นอกจากนี้ ยังมีโครงการ ‘วน’ ที่ทำร่วมกับลูกบ้าน ในการคัดแยกฟิล์มพลาสติกที่แห้ง สะอาด และยืดได้ นำไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ที่กลับมาใช้ซ้ำได้

สำหรับ Heart to Society พฤกษาใส่ใจสังคมผ่านการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างโอกาสให้กับผู้ที่ต้องการ มีโครงการ ‘บ้านใส่ใจเพื่อคนพิการ’ 

“สิ่งที่พฤกษาทำมาหลายปีแล้ว โจทย์คืออยากให้คนพิการมีชีวิตที่เท่าเที่ยม มีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน แต่จะทำอย่างไรที่ไม่ใช่เอาเงินให้ไปสร้างเอง ด้วยความที่อยากให้คุณภาพชีวิตเขา สังคมที่เขาอยู่ดีขึ้นด้วย เลยเป็นที่มาว่า ‘บ้านใส่ใจเพื่อคนพิการ’ พฤกษามีการนำทีมเข้าไปศึกษาชีวิตเขาว่ามีความต้องการอะไรและร่วมมือกันออกแบบ แต่การออกแบบไม่ได้มาจากพฤกษาอย่างเดียว ยังให้ชุมชนมีส่วนร่วม มีศึกษาสถาปนิกในจังหวัดนั้นมาร่วมช่วยออกแบบ วัสดุและแรงงานทั้งหมดที่ใช้สร้างบ้านมาจากชุมชนรอบๆ ทั้งนั้น”

8 + 3

ไม่เฉพาะโครงการใหม่ๆ ทั้ง Customer Value และ Value for Life ที่พฤกษาใส่เข้าไปในการออกแบบ โครงการที่เก่าๆ ก็นำทั้งสองเรื่องกลับไปแก้ไขเพื่อให้เหมาะกับลูกบ้าน ณ วันนี้ ทั้งส่วนกลางของบางโครงการ เมื่อ Lifestyle Disruption เข้ามา หลายๆ ที่ก็ทำสนามเซิร์ฟบอร์ดหรือเลนขี่จักรยาน ไว้รองรับกิจกรรมที่เป็นเทรนด์ขณะนั้น ส่วนเรื่อง Sustainability ที่เดิมมีโซลาร์เซลล์อยู่แล้ว ก็ติดเพิ่มเข้าไปตามความเหมาะสม

“ทุกโครงการของพฤกษาตอนนี้จริงจังขนาดที่ว่าต้อง Customer Value อยู่แปดด้าน มีสามกลยุทธ์ ของ Value for Life อย่าง Lifestyle Disruption, Health & Wellness Redefine และ Sustainable Development เรียกว่าถ้าโปรเจกต์ไหนไม่ผ่านกระดานนี้ก็ปล่อยไม่ได้ ซึ่งมันคิดตั้งแต่การเลือกที่ดินเลย และเป็นสิ่งที่แบรนด์ทำมาหลายปีแล้ว  

“บางโครงการที่คิดเหนือไปอีก อย่างตอนนี้เดลิเวอรี่บูมมาก ก็คิดว่าจะมีพื้นที่หน้าหมู่บ้านเป็นจุดดรอป ส่วน Health & Wellness ก็มีการปรับทุกอย่าง ส่วนกลางมีทางลาดเพิ่มเพื่อให้วีลแชร์ขึ้นได้ ทำราวจับเพิ่มเพื่อให้ผู้สูงอายุเดินสะดวก”

เบื้องหลังโครงการอสังหาฯ ตั้งแต่วันที่ตั้งใจให้คนไทยมีบ้าน ไปจนถึงใส่ใจออกแบบนวัตกรรมการใช้ชีวิต Tomorrow, Reimagined

ใส่ใจ…เพื่อทั้งชีวิต 

สำหรับคำว่า ‘ทั้งชีวิต’ ย่อมไม่ได้หมายถึงการดูแลแค่ช่วงซื้อบ้าน รวมถึงการอยู่อาศัยหลังจากนั้นด้วย พฤกษาหมั่นสำรวจความพึงพอใจ ด้วยการทำ Customer Satisfaction ตั้งแต่การไปเยี่ยมไซต์ จอง โอน เข้าอยู่ หรือแม้กระทั่งการแจ้งซ่อมแซม คอลเซ็นเตอร์ พวกเขาบอกว่าสิ่งนี้เชื่อมกับการให้ความสำคัญแก่ลูกค้าเป็นที่ตั้ง และทุกการทำรีเสิร์ช ไม่ได้แค่เพื่อมั่นใจว่าจะส่งมอบบ้านหรือโครงการนั้นกับลูกค้าได้ดี ทุกอย่างนำมาประมวลผลเพื่อใช้พัฒนาโครงการต่อๆ ไป

“ภายในพฤกษาเข้มงวดมาก และรับฟังทุกเสียงของลูกค้า ถ้ามีแจ้งเข้ามาให้ปรับ เสียงตรงนี้ไม่ได้จบแค่คอลเซ็นเตอร์ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะถูกป๊อปอัปขึ้นมาเลยว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน มีกระบวนการภายในที่ควบคุมคุณภาพและเรื่องของการดูแลลูกค้า

“กว่าจะมาเป็นบ้านหนึ่งหลังมันไม่ง่ายเลย ถ้าเจาะลึกในเรื่องของการควบคุมคุณภาพ ทางพฤกษามีถึงสิบหกขั้นตอนที่มีการตรวจเหมือน QC บ้าน ศัพท์ภายในจะเรียก P0-P16 ต้องผ่าน ถ้าไม่ผ่านก็ไม่สามารถไปต่อได้ การที่จะผ่านได้ ไม่ได้มาเริ่มตอนก่อสร้าง หากเริ่มตั้งแต่การสรรหาคัดเลือกผู้รับเหมาเลยว่าต้องผ่านมาตรฐานอะไรบ้าง อย่างจัดซื้อ ต้องคัดสรรวัสดุที่มีคุณภาพในราคาคุ้มค่าขึ้นมา ซึ่งกระบวนการจะมีรายละเอียดการปฏิบัติงานที่ควบคุมอย่างเข้มงวดจริงๆ”

ด้วยแนวคิดทั้งหมด จึงส่งให้พฤกษาทำและเป็นอย่าง Brand Purpose ที่ว่า ‘ใส่ใจ…เพื่อทั้งชีวิต’

“ความต้องการแต่ละคนมีแตกต่างกันไป แต่พฤกษาเป็นบ้านที่ตรงกับความต้องการนั้น ซึ่งคำว่า ‘ตรงกับความต้องการ’ เป็น Core หลักที่แบรนด์คิด อีกทั้งยังต้องการให้เป็น Value for Life บ้านในวันนี้ไม่ใช่แค่วันนี้ มันคืออนาคตด้วย เพราะในวันนี้และอนาคตคือทั้งชีวิต

“พฤกษาเข้าใจคุณอย่างดีที่สุด และคิดเผื่ออนาคตในทุกๆ อย่างที่แบรนด์มองเห็น”

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

รีสอร์ทสู่เรสสิเดนซ์

คอลัมน์หมู่บ้านคราวนี้ พามุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี เยือน ‘Veranda Pool Villas hua hin – cha am’ โครงการบ้านพักตากอากาศแบบพูลวิลล่าติดกับโครงการวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน ชะอำ ซึ่งตั้งใจทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้น โดย คุณบุ๊ค-คุณวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าถึงความพิเศษของที่นี่ และการขยับขยายธุรกิจจากโรงแรม-รีสอร์ทสู่ที่พักอาศัยแบรนด์วีรันดา  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

“ตอนแรกรีสอร์ทของเราเปิดที่หัวหิน-ชะอำมากว่า 18 ปี ไม่มีส่วน Residence เพราะความต้องการของลูกค้าในตอนนั้นมีไม่มากครับ มาเริ่มทำเล็ก ๆ ที่เชียงใหม่ สร้างเป็น Residence ติดกับรีสอร์ท 20 ยูนิต”

การขยับไปทำที่พักอาศัยของวีรันดา จึงไม่ใช่การเริ่มใหม่จากศูนย์ซะทีเดียว แต่เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จเดิมของหนึ่งในโรงแรม-รีสอร์ทดีไซน์ดีมีเอกลักษณ์ที่ผู้คนมักจะนึกถึง เมื่อมองหาการบริการแบบ 5 ดาว วิวสวย นอนสบาย หาที่พักง่าย เพราะกระจายอยู่ตามหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเชียงใหม่ พัทยา หัวหิน หรือ So/Bangkok ที่ได้วิวสวนลุมพินีใจกลางเมือง โรงแรมที่มีสระว่ายน้ำวิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ จนอยากเปลี่ยนมาเป็นลูกบ้านก็มีไม่น้อย

บ้านพักตากอากาศที่ดีเป็นอย่างไร 

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ที่วีรันดากำลังดำเนินการสร้างอยู่ ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นทางเลือกใหม่ของบ้านพักตากอากาศในย่านหัวหิน-ชะอำ เราเลยอดไม่ได้ที่จะถามถึงหัวใจของบ้านพักตากอากาศที่ดีผ่านมุมมองเจ้าของโครงการ 

เขาบอกกับเราว่า ‘การทำวันหยุดให้มีคุณค่ามากขึ้น’ เป็นหัวใจสำคัญ

แต่จะทำด้วยวิธีไหน… ไปดูกัน

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

องค์ประกอบสำคัญที่วีรันดาคิดว่าจะทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้นนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 – 4 ข้อ 

1. Location

โลเคชันสำคัญเพราะเกี่ยวพันกับเวลา Veranda Pool Villas hua hin – cha am เลยเลือกที่ตั้งที่อยู่บริเวณรอยต่อของชะอำกับหัวหิน บนถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนเส้นหลักรถวิ่งได้สะดวก ใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ ไม่นานก็ถึงที่พัก ทำให้วันหยุดเริ่มต้นได้เร็ว เมื่อเทียบกับโลเคชันอื่นที่ต้องขับรถลงใต้ไปจากตัวเมืองหัวหินอีกครึ่งชั่วโมง อย่างเขาเต่าหรือปราณบุรี

2. Early Check-in / Late Check-Out

อีกข้อดีของการมีบ้านพักตากอากาศ นอกจากการมีห้องพักแน่นอน ไม่ต้องจองล่วงหน้า และไม่โดนฟันราคาในช่วงวีกเอนด์แล้ว ยังมีเรื่องความยืดหยุ่นในการเช็กอิน-เช็กเอาต์ ที่คุณบุ๊คมองว่าสำคัญ และได้เปรียบกว่าการพักโรงแรม รีสอร์ท เพราะเป็นอีกส่วนที่ช่วยยืดเวลาวันหยุดของเราให้ยาวนานขึ้น ออกจากกรุงเทพฯ ได้แต่เช้า เลี่ยงเวลารถติด พอมาถึงแล้วก็เข้าที่พักได้เลย ไม่ต้องรอเช็กอินหลังบ่าย 3 หรือตอนขากลับ ถ้ายังอยากละเลียดใช้เวลาพักผ่อน อ้อยอิ่งได้อีกหน่อย ไม่ต้องรีบตื่นมาเก็บข้าวของให้ทันก่อนเที่ยง

3. Service 

เนื่องจาก Pool Villa ใหม่นี้สร้างติดกับวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน-ชะอำ เจ้าของบ้านจะสามารถเข้าถึงการบริการมาตรฐานเดียวกับรีสอร์ท ทั้งบริการจากส่วนของรีสอร์ทที่เข้ามาเซอร์วิสในที่พัก หรือการเข้าไปใช้บริการในส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม เช่น สปา สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านอาหาร และเดินผ่านรีสอร์ทไปถึงหน้าหาดได้โดยไม่ต้องขับรถออกไปนอกโครงการ นอกจากนั้นยังอยู่ในระยะที่สามารถใช้บริการจากภายนอก เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันอีกได้อีกด้วย 

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

4. Design

โครงการนี้เป็นพูลวิลล่า เพราะจากการสังเกตเทรนด์ท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะหลังที่เริ่มเปลี่ยนไป มีความต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนเลือกที่จะพักในบ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่ามากขึ้น เพราะทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ ไม่ต้องเข้าไปปะปนกับผู้อื่นในพื้นที่ส่วนกลาง ที่นี่จึงมีวิลล่าเพียง 13 หลัง เพราะเน้น Optimum Return มากกว่า Maximum Return

โครงการนี้คุณบุ๊คลงไปเลือกที่ดินด้วยตัวเอง และพัฒนาแบบร่วมกับนักออกแบบมือดีที่ร่วมงานกันมาหลายโครงการ อย่างบริษัทสถาปนิกกรุงเทพ (OBA) รับหน้าที่ออกแบบสถาปัตยกรรม และบริษัท August Design ดูแลด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในให้น่าอยู่

“เขาเข้าใจว่าเราต้องการสร้างโปรดักต์แบบไหน อันที่ดูง่ายไป เขาก็จะทำให้มันดูยากขึ้นนิดหน่อย เพื่อให้ได้โครงการที่แตกต่าง ซึ่งเขาก็ได้เครดิตไปด้วยครับ” หัวเรือใหญ่ของวีรันดาเล่าถึงการร่วมงานกับดีไซเนอร์คู่ใจกลั้วเสียงหัวเราะ

บ้านพักทั้ง 13 หลังแบ่งเป็น Pool Villa แบบ 2 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอย 248 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 481 ตร.ม. และแบบ 5 ห้องนอน เพียง 1 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 756 ตร.ม. สำหรับลูกค้าที่ต้องการทั้งบริการและพื้นที่แบบพรีเมียม โดยแยกเป็น 2 ฝั่ง คั่นกลางด้วยสระว่ายน้ำ ระหว่าง Pool Villa 2 ห้องนอน ชั้นเดียวสูงโปร่ง และ Pool Villa แบบ 3 กับ 5 ห้องนอนซึ่งจะพิเศษกว่าตรงที่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่บนดาดฟ้าอีกด้วย  

“ส่วนของสระว่ายของ 3 ห้องนอน กับ 5 ห้องนอน เรายกขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า เพราะเคยเห็นหลายโครงการที่คนเดินผ่านหน้าสระแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นส่วนตัว พอเป็นวิลล่าที่แพงหน่อย เราเลยยกสระไปอยู่บนชั้นดาดฟ้า นอกจากเพิ่มพื้นที่ด้านล่างแล้ว ด้านบนยังเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ได้ด้วย ผมมองว่าลูกค้าน่าจะโหยหาพื้นที่แบบนี้ เพราะถ้าเป็นคอนโดมิเนียมปกติ ต่อให้เป็นห้อง Penthouse คุณก็ต้องไปเล่นสระรวมอยู่ดี แต่ที่นี่คุณได้สระส่วนตัว เข้ากับไลฟ์สไตล์ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา” 

นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของวีรันดาหรือ?

“ไม่ถึงกับเคล็ดลับหรอกครับ แต่ผมมองว่าตอนเราตั้งโจทย์ เราต้องตั้งบนความแตกต่างที่เรามีและตอบโจทย์ลูกค้าได้ อย่างตอนนี้ลูกค้าชอบความ Instagramable ชอบมุมถ่ายรูปอะไรแบบนี้ เราก็ต้องจัดหาให้ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียพื้นที่บางส่วน ทำให้ไม่ได้ผลตอบแทนต่อตารางเมตรสูงสุด อย่างเช่นการสร้างสระน้ำบนดาดฟ้า แทนที่จะสร้างบนพื้นเพราะค่าโครงสร้างถูกกว่า แต่พอลงทุนสร้างชั้นบนแล้วได้มุมแบบที่ที่อื่นไม่มี มันก็จะเป็นจุดเด่นของเราไปตลอด ซึ่งลูกค้าที่มาหรือใครที่จะลงทุนต่อจากเราก็จะแฮปปี้ นอกจากนั้นก็ยังเพิ่มดีเทลอื่น เช่น ที่ชาร์จรถ EV ที่พยายามทำให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ด้วยครับ”

“เวลาพูดถึง 3 ห้องนอน คนอาจจะนึกถึงห้องขนาด 100 – 200 ตร.ม. แต่ที่นี่จะพิเศษตรงที่ Pool Villa แบบ 3 ห้องนอน เราให้พื้นที่ 400 กว่าตารางเมตรเลย เพราะเราเน้นเทรนด์ที่มีหมู่เพื่อนหรือญาติเข้ามาใช้งานด้วย เขาอาจจะมาเล่นน้ำทำกิจกรรมในวิลล่าเราก็ได้ ส่วนห้องนอนที่ต้องเพิ่ม สามารถจองห้องพักในโรงแรมได้เลย เจ้าของบ้านประหยัดขึ้น ไม่ต้องลงทุนทำวิลล่า 7 – 8 ห้องนอนไว้รับแขก มีแค่ 2 – 3 ห้องนอนสำหรับครอบครัวก็เพียงพอ” 

ชั้น 1 มีที่จอดรถได้ 2 คัน มีห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว และห้องนอนที่ตัวห้องน้ำออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ ฝั่งข้างบ้านเป็นระเบียงที่นั่งเล่น รับลมแบบ Semi-outdoor ส่วนชั้น 2 เป็นห้อง Master Bedroom ที่มองออกไปเป็นวิวสระว่ายน้ำส่วนกลาง พร้อมห้องน้ำส่วนตัว และชั้นดาดฟ้ามีสระว่ายน้ำกับ Pool Deck สำหรับนั่งพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ ซึ่งมองเห็นวิวได้กว้างขึ้น และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นจากระดับอาคารที่สูงกว่า Pool Villa แบบ 2 ห้องนอนชั้นเดียว 

ส่วน Pool Villa แบบ 5 ห้องนอน จอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน มีจุดเด่นเป็นคอร์ตบริเวณกลางบ้าน มีช่องแสงเจาะทะลุลงมาจากสระว่ายน้ำ สร้างมิติแสงเงาน่าสนใจเปลี่ยนไปตลอดวัน ฝั่งซ้ายเป็นห้องนั่งเล่นกับห้องทานข้าว ความพิเศษของหลังนี้คือมีครัวไทยและห้องแม่บ้านให้กับลูกค้าด้วย เหมาะกับการยกพลมาพักผ่อนกันทั้งบ้าน และได้ทานอาหารรสมือที่คุ้นเคย ในขณะที่ฝั่งขวาประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน มีห้องน้ำซึ่งออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์

ส่วนชั้นสอง ห้อง Master Bedroom อยู่ฝั่งซ้าย มีจากุซซี่ที่ระเบียงไว้สำหรับแช่น้ำและดื่มด่ำกับวิวจากมุมสูง ในขณะที่พื้นที่ดาดฟ้าเข้าถึงได้ด้วยลิฟต์ เป็นอีกความพิเศษที่โครงการเตรียมเอาไว้ให้ เมื่อเปิดออกไปจะเห็นวิวกว้างของท้องฟ้าและธรรมชาติรอบ ๆ มีพื้นที่ Pool Deck ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ พร้อมสระน้ำ 2 แบบ คือ Shallow Pool ที่วาง Daybed ไว้สำหรับนอนเล่น อาบแดด รับลม และสระว่ายขนาดประมาณ 5 x 10 ม. ที่ใช้ว่ายออกกำลังกายได้จริง 

นอกจากความสะดวกในตัวบ้านพักแล้ว เจ้าของบ้านยังเข้าไปใช้พื้นที่ Recreation Space ที่อยู่บริเวณจุดเชื่อมต่อกับทางเข้าของโรงแรมอีกด้วย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมให้ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Fitness พื้นที่ Meeting ที่กั้นเป็นยูนิต เป็นสัดส่วน มีความเป็นส่วนตัวนั่งทำงานได้ พื้นที่นั่งเล่น เป็น Lifestyle Area ใช้ร่วมกันระหว่างโรงแรมและส่วน Pool Villa 

Facilities ที่โดดเด่นอันเป็นจุดขายของวีรันดา รีสอร์ท คือเรื่อง Branded Residence ทุกโครงการเรสซิเดนซ์จะเปิดติดกับรีสอร์ทเสมอ จากความตั้งใจอยากให้ลูกค้าที่ซื้อโครงการได้รับบริการต่าง ๆ เสมือนมาพักรีสอร์ท รวมถึงเข้าถึง Facilities ของรีสอร์ทได้ ตั้งแต่อาหารเช้า รูมเซอร์วิส แม่บ้านทำความสะอาด ร้านอาหารภายในรีสอร์ท สปา ซึ่งการมาใช้เวลาพักผ่อนก็แทบไม่ต้องออกไปไหน จึงใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดได้มากขึ้น 

รวมถึงสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือเรื่องความปลอดภัย ที่นี่มีทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีการบริหารการปล่อยเช่าโครงการโดย วีรันดา รีสอร์ท ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ามาในวันที่ไม่ได้เข้าใช้บริการเองอีกด้วย  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต

5. คุณค่าในการส่งต่อ

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am สำหรับวิลล่าแบบ 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 16.5 ล้านบาท 

“ราคาอาจจะดูสูงนะครับ แต่ลูกค้าจะได้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าพูลวิลล่าทั่วไป เมื่อหารออกมา ตารางเมตรหนึ่งจะอยู่ที่ 50,000 – 60,000 บาท หาได้ยากนะครับ อย่างคอนโดมิเนียมที่ราคาตารางเมตรละ 60,000 ไม่มีหรอกครับที่จะลงทุนตกแต่งและดีไซน์แบบนี้ อันนี้เป็นอีกมุมมองเรื่องความคุ้มค่านะครับ”

คุณบุ๊ครีบเสริมขึ้นมาทันทีที่เราตาโตกับราคาค่างวดของวิลล่าแต่ละแบบ เขาให้เหตุผลเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากเรื่องราคาต่อตารางเมตรแล้ว ยังมีความคุ้มค่าในแง่ที่พูลวิลล่าแห่งนี้ เป็น Property ที่อยู่ใน Branded Residence ตัวอาคารจะอยู่ในสภาพค่อนข้างดี เพราะเมื่อที่พักติดกับโรงแรม ก็จะจูงใจให้เจ้าของดูแล เป็นหน้าเป็นตา ทำให้ส่วนกลางหรือตัวบ้านน่าไปอยู่เสมอ เมื่อผ่านเวลาไปราคาขายต่อก็จะมีแต่จะเพิ่มขึ้น 

ปกติแล้วเจ้าของบ้านพักตากอากาศบางหลัง นอกจากจะใช้เองในวันพักผ่อนแล้ว ก็ยังปล่อยเช่าผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Airbnb ด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am มีอีกบริการเสริมเป็น Option สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการปล่อยเช่าแต่ไม่ต้องการบริหารเอง โดยทีมของวีรันดาจะดูแลให้ทั้งหมดทั้งการติดต่อ การจัดการที่พักด้วยการบริการแบบ 5 ดาว เพราะนอกจากการซื้อเก็บเพื่อเก็งกำไรขายต่อ เจ้าของยังสร้างกำไรเพิ่มเติมจากการปล่อยเช่า ซึ่งผลตอบแทนที่ได้ นำมาแบ่งเบาค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าบำรุงรักษาบ้านได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ตั้งใจทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเกี่ยวกับบ้านพักตากอากาศสมัยใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์อีกต่อไป แต่จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำช่วยทำให้วันหยุดของลูกค้ามีคุณค่ามากขึ้นในทุก ๆ ด้าน 

ภาพ : Veranda 

ลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษ

Website : https://bit.ly/3gVH5aW 

สอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติม โทร 092 354 5511 

Add LINE : https://line.me/R/ti/p/@024qgfee

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯกำหนด

Writer

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load