ก่อนจะเปิดเพลย์ลิสต์ Focus Working ฟังให้ได้บรรยากาศห้องทำงานในฝัน 

เจ้าของเพลย์ลิสต์อย่างพฤกษา อาสาพาเราย้อนเวลากลับไปเมื่อปีก่อน ในตอนที่พวกเขาริเริ่มโปรเจกต์ Tomorrow. Reimagined. ภายใต้แนวคิด ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ด้วยความเชื่อที่ว่า บ้านคือการลงทุนทั้งชีวิต ซึ่งทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และบ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือประสบการณ์การใช้ชีวิตทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ดังนั้น จึงต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่วันนี้ถึงจนถึงอนาคตข้างหน้า พร้อมตั้งใจที่อยากให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขกายที่ดี และสุขภาพใจที่ดี

ประกอบไปด้วย 3 เรื่องสำคัญคือ Health and Wellness บ้านไม่ใช่แค่ที่ปลอดภัย แต่ควรเป็นบ้านที่ส่งเสริมให้สุขภาพดียิ่งขึ้น, Lifestyle Disruption บ้านที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่แตกต่างกันของคนทุกช่วงวัย และ Sustainability การสร้างชุมชนและสังคมที่ยั่งยืน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีที่สุด

ความจริง แนวคิดข้างต้นของพฤกษาก็ปรากฏอยู่ในคอลัมน์หมู่บ้านของ The Cloud ไปแล้ว แต่คราวนี้พฤกษาไม่ได้มาเพื่อพูดถึงเรื่องนั้น

ผ่านไป 1 ปี พวกเขายังคงพัฒนาต่อยอดแนวคิดดังกล่าว 

เรากำลังจะเล่าถึงแคมเปญล่าสุดอย่าง Unlock Your Future Living ที่จะช่วยดูแลสุขภาพทั้งกายและใจเพื่อทุกชีวิตในบ้านอย่างแท้จริง

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Generation Why?

ทุกคนรู้ไหมว่า ‘บ้าน’ ทำให้สุขภาพกายและใจของเราดีขึ้นได้

อาจจะเป็นคำถามที่เราไม่เคยคิดมาก่อน แต่จริง ๆ แล้วบ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพกายและใจที่ดีได้

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสุขภาพกายให้ดีโดยใช้ทุกพื้นที่ของบ้านในการออกกำลังกาย การเลือกบ้านที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ และวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีสารพิษ หรือการสร้างสุขภาพใจที่เราสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้กับบ้าน เพื่อเติมใจให้ฟูในช่วงเวลาที่อยู่บ้านได้

ความต้องการของพฤกษา คือการทำบ้านให้เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้สุขภาพกายและใจดีขึ้นในทุก ๆ วันที่ใช้ชีวิต

แม้แคมเปญที่ผ่านมา พวกเขาจะสื่อสารเพื่อคนทุกช่วงวัยเป็นหลัก แต่กลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นกำลังหลักในการเลือกซื้อบ้าน คือกลุ่มคน Gen Y โดยส่วนมากยังไม่มีลูก คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้มาอาศัยอยู่ด้วย และอายุก็ยังไม่มากนัก สิ่งที่ควรดูแลเป็นอย่างมากจึงหนีไม่พ้นตัวเอง

พวกเขาตีความว่า บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพกายและใจที่ดี แต่จิตใจอาจจะไม่ได้แข็งแรงเท่ากายนัก จากปัจจัยภายนอกที่เผชิญมาตลอดวัน

พฤกษาอยากให้คุณกลับบ้านมาแล้วเหมือนได้ชาร์จแบต เพราะการมีสุขภาพที่ดีขึ้นของคนกลุ่มนี้ คือการออกไปทำตามฝัน ทำในสิ่งที่อยากทำได้เต็มที่ แม้ในวันพรุ่งนี้จะต้องออกไปลุยและอาจจะต้องเจอกับเรื่องเดิม ๆ อีกก็ตาม รวมไปถึงการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลากับโลกของเราในช่วง 2 – 3 ปีนี้ คนใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ทำให้บ้านต้องมีพื้นที่ที่พร้อมรองรับการใช้ชีวิตอยู่เสมอ

แคมเปญนี้จึงแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือการดูแลสุขภาพกายและดูแลสุขภาพใจ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือจะสื่อสารเรื่องพวกนี้ให้คนวัยทำงานที่ก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน ไม่ได้สนใจตัวเองเท่าไรได้ยังไง

ถ้าเป็นเราก็คงนิ่งคิดไปนาน แต่พฤกษาส่งน้องฟิวเจอร์กลับมาเป็นคำตอบ เรียกน้องว่า Virtual Life Inspirer แบรนด์พรีเซนเตอร์ AI คนแรกของพวกเขา ทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่จะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังว่า พฤกษาออกแบบบ้านยังไง ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ว่าต้องคำนึงถึงอะไรถ้าต้องเลือกซื้อบ้าน และคุณเลือกได้เพื่ออนาคตของคุณเอง

ในขณะที่หลายแบรนด์เลือกใช้ดารานักแสดงเป็นพรีเซนเตอร์ ความสงสัยถัดมาจึงหนีไม่พ้นว่าอะไรทำให้พฤกษาเลือกใช้ AI ชื่อฟิวเจอร์เป็นทางออก 

คำตอบคือ จากที่ได้ศึกษา Consumer Insight ของกลุ่ม Gen Y เป็นกลุ่มที่เป็น Digital Natives ดังนั้น การใช้ Virtual Inspirer จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่เข้าถึงใจของกลุ่ม Gen Y ได้มากขึ้น รวมไปถึงช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กลุ่มคน Gen Y ที่มีความคิด ความสนใจหลากหลายได้อย่างเท่าเทียม

การตามหาพรีเซนเตอร์หน้าตาดีเพื่อดึงดูดลูกค้าจึงไม่ใช่สิ่งที่พฤกษาคาดหวัง พวกเขากำลังหาคนคนหนึ่งหรือสิ่งสิ่งหนึ่งที่มาช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่มีความ Individual แตกต่างกันได้

แม้แต่งานแถลงข่าว พฤกษายังแถลงบน Metaverse ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยการเป็น Avatar แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ให้ความสนใจกับโลกแห่งอนาคตมากแค่ไหน 

โดยลักษณะนิสัยของฟิวเจอร์เป็นคนจริงใจ เฟรนด์ลี่ สดใส เข้าถึงง่าย คอยห่วงใยผู้อื่นเสมอ อีกทั้งฉลาด รอบรู้ทั้งเทรนด์ปัจจุบันและอนาคต เสมือนเพื่อนผู้เป็นโค้ชที่มาพร้อมคำแนะนำดี ๆ ซึ่งต่อให้แบรนด์ไม่เฉลย เราก็รับรู้ได้เองว่านั่นสะท้อนจาก Brand Personality ของพฤกษาเป็นแน่

นอกจากฟิวเจอร์จะพาทุกคนเยี่ยมชมโครงการของพฤกษาได้แล้ว ยังมีโปรแกรมออกกำลังกายสนุก ๆ เปลี่ยนบ้านให้เป็น Sport Lifestyle Studio for Tomorrow ปลดล็อกสุขภาพกายของลูกบ้านอีกด้วย 

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

เพลง Old Fashioned ของ Bruno Major ดังคลอขึ้นมา ชวนให้อยากรู้ว่าใครกันนะที่คัดเลือกเพลงเหล่านี้ได้อย่างเหมาะเจาะ และพวกเขามีวิธีการทำงานให้เสียงเพลงส่งผลกับสุขภาพจิตใจอย่างไรกันแน่

People – Pet – Plant

เพลย์ลิสต์ส่งเสริมสุขภาพใจของพฤกษาแบ่งออกเป็น 3 หมวดที่ออกแบบสำหรับทุกชีวิตในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ มีทั้งหมด 6 เพลย์ลิสต์ ได้แก่ Happy Pets อารมณ์ก็ดี เลี้ยงก็ง่าย, Growing Plants โตง่าย ก็เพลงมันเพราะ, Fine Cooking เพลงดีทำอะไรก็อร่อย, Family Gathering สร้างความสุขทุกช่วงเวลา, Focus working เพลงดี…ไอเดียเกิด และ Hard Workout ได้ทั้งฟีล ได้ทั้งเหงื่อ

เพราะพฤกษาเชื่อว่า การใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ไม่ได้หมายถึงแค่เฉพาะคนเท่านั้น แต่รวมถึงการใส่ใจรายละเอียดที่จะสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ผ่อนคลาย และสร้างเสริมความสุขสำหรับทุก ๆ ชีวิตในบ้านด้วยเช่นกัน 

เรื่องที่สนุกที่สุด คือขั้นตอนของการค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ Gen Y สนใจ เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับการเข้าใจลูกค้ามาก

หนึ่ง พฤกษาให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจในทุก ๆ รายละเอียดการใช้ชีวิตของลูกค้า จึงมีการทำวิจัยเพื่อทำความเข้าใจคนกลุ่มนี้อย่างลึกซึ้ง 

สอง พวกเขาใช้ Big Data ที่มีมากพอสมควร จาก Customer Journey จากความเข้าใจลูกค้า จากทุกจุด Touch Point ตั้งแต่เริ่มเสิร์ชหาบ้าน ลงทะเบียน มาคุยกับเซลส์ ไปเยี่ยมชมโครงการ จนถึงวันที่เข้าไปอยู่จริง

เมื่อได้ชุดข้อมูลมหึมา คำถามแรกที่แบรนด์ตั้งคือ จะพูดเรื่องอะไรให้ Gen Y รู้สึกมีส่วนร่วม 

พฤกษาพบว่าคนส่วนใหญ่สนใจ Entertainment ทั้งเพลง หนัง ละคร ไปจนถึงยูทูบเบอร์ ตามมาด้วยกลุ่มของคนรักสัตว์ที่เห็นได้เกือบทุกหลังในโครงการ จะมีสัตว์เลี้ยงตัวน้อยใหญ่ และกลุ่มคนรักต้นไม้ที่มีการเติบโตชัดเจนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเสียงเพลงคือสิ่งที่จะยึดโยงทุกกลุ่มคนเข้าด้วยกัน

แต่พฤกษาจะทำทุกอย่างให้ตอบโจทย์ทุกคนได้ยังไง ในเมื่อพวกเขาถนัดสร้างบ้าน

การร่วมมือกันระหว่างบ้าน จิตแพทย์ นักดนตรีบำบัด โรงพยาบาล และสัตวแพทย์จึงเกิดขึ้น 

ส่วนเพลย์ลิสต์ทั้ง 6 ก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Dream Team

จุดยืนของพฤกษาชัดเจน คือไม่อยากทำเพลย์ลิสต์ให้เป็นแค่ Marketing Gimmick แต่ต้องเข้าใจลูกค้าจริง ๆ ดีจริง ได้ผลจริง แคมเปญนี้จึงจำเป็นต้องทำกับผู้เชี่ยวชาญที่รู้เรื่องนี้จริง ๆ และมีงานวิจัยที่รับรองจริง ๆ ด้วย

สมาชิกคนแรกในทีมอเวนเจอร์คือทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์สุขภาพใจและนักดนตรีบำบัด โรงพยาบาลวิมุต หมอประจำบ้านของพฤกษา รับดูแลหมวด People ที่ต้องทำงานร่วมกันในการศึกษาและพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อทำความเข้าใจเป็นรายบุคคล เพราะดนตรีที่จะบำบัดได้ดีไม่ได้เกิดจากนักดนตรีบำบัดเป็นคนเลือกอย่างเดียว แต่ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการเลือกด้วย  

ถือเป็นการ synergy ของพฤกษาและรพ.วิมุต ต่อยอดมาจากการที่ทางทีมผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.วิมุตช่วยออกแบบฟังก์ชั่น ทั้งภายในบ้านและส่วนกลาง ที่ช่วยเสริมพัฒนาการและความปลอดภัยให้กับลูกบ้านได้อย่างครอบคลุม เพราะแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างกัน พฤกษาจึงใส่ใจออกแบบบ้านให้เหมาะกับกิจกรรมที่หลากหลายของแต่ละคน มีการออกแบบพิเศษให้ตอบโจทย์กิจกรรมที่แตกต่างกันตามความชอบ ทั้งการทำ Flexible Space บ้านที่พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ, Ventilation System แค่ได้นั่งพักผ่อน สูดอากาศดี ๆ ในมุมโปรดของบ้านก็หายเหนื่อย, ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่พักใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไปจนถึงบริการ Pruksa x Vimut ที่ให้ลูกบ้านรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ทุกเมื่อ  

จากสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ความกดดันที่มีมากขึ้น สุขภาพใจที่หลายคนมักมองข้าม กลับกลายเป็นสิ่งสำคัญ

คราวนี้ คุณหมอเข้ามาช่วยในเรื่องของทฤษฎีดนตรีบำบัดว่าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ หนึ่ง เพลงแนว Breathing List ที่มีจังหวะสม่ำเสมอ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ และ สอง Energy List มีเนื้อเพลงและจังหวะเร้าใจ เพิ่มความแอคทีฟเติมพลังให้กับชีวิต ทางการแพทย์ก็ใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือรักษาโรคอยู่แล้ว เนื่องจากมันทำให้อารมณ์ดีและเข้าใจตัวเอง

ซึ่งในหมวดนี้มีถึง 4 เพลย์ลิสต์ด้วยกัน แบ่งตามกลุ่มกิจกรรมในบ้าน ได้แก่ Fine Cooking เพลงดีทำอะไรก็อร่อย, Family Gathering สร้างความสุขทุกช่วงเวลา, Focus working เพลงดี…ไอเดียเกิด และ Hard Workout ได้ทั้งฟีล ได้ทั้งเหงื่อ สามารถเลือกฟังเพลงที่เหมาะกับอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลาของตนเองได้ตามความต้องการ 

สมาชิกคนต่อมาของทีม คือ น.สพ.ภพปภัค หุ่นโพธิ์ สัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ รับดูแลในหมวด Pet ที่ทางพฤกษาเองก็ต้องลงไปนั่งคุยและศึกษาอย่างจริงจัง พบว่า สุนัขที่ป่วยก็มีวิธีบำบัดด้วยการเปิดเพลงแนวคลาสสิกให้ฟังเช่นกัน พร้อมข้อแนะนำอีกหลายอย่างจากผลวิจัยและการทดลองใช้จริง รวมถึงข้อเสนอแนะว่าจะสร้างบ้านให้มีพื้นที่เพียงพอต่อสัตว์เลี้ยงได้ยังไง มากไปกว่านั้น คือเพลงแบบไหนกันที่เด็ก ๆ ฟังแล้วจะอารมณ์ดี

รูปแบบเพลงที่เหมาะสมที่สุดที่จะลดความกังวลในสุนัขจะเป็นดนตรีที่มีจังหวะแผ่วเบา นุ่มนวล สบาย ๆ อย่างเสียงเปียโนช้า ๆ ที่มีบีท 50 – 70 ต่อนาที รองลงมาจะเป็นดนตรีคลาสสิก หรือเป็น canine lullabies เพลงเด็กทำนองช้า ๆ ซึ่งจะช่วยให้สุนัขรู้สึกผ่อนคลาย 

จนได้เป็นเพลย์ลิสต์ Happy Pets อารมณ์ก็ดี เลี้ยงก็ง่าย ที่ถ้าเปิดให้ฟัง แล้วลองค่อย ๆ ลูบเขาไปด้วย เขาจะสร้างความจดจำว่านี่คือเสียงเพลงแห่งความสุข เมื่อต้องเดินทางไปเที่ยวไกล ๆ ถ้าเขาได้ยินเพลงเพลงนี้ เขาจะจำได้ และรู้สึกเหมือนอยู่กับเจ้าของ ไม่ได้โดนทิ้ง

เพราะยามที่คุณเหงา เศร้า หรือไม่สบายใจ น้อง ๆ ก็จะเป็นคนฮีลใจและสร้างความสุขให้ พฤกษาจึงอยากให้พวกเขามีความสุขไปด้วยกันกับคุณ 

คนรักสัตว์แบบเราถึงกับต้องเก็บเพลย์ลิสต์เข้ากรุ ก่อนเขยิบมาหมวด Plant ที่พฤกษาเองได้นำผลวิจัยมาใช้ในการออกแบบค่อนข้างมาก บวกกับได้ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้อย่าง บ้านและสวน มาอยู่ในทีมอเวนเจอร์ด้วย ช่วยให้บ้าน เสียงดนตรี และพื้นที่สีเขียวอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

ซึ่งนอกจากการให้ความร่มรื่นและช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับทุกคนที่อยู่อาศัยแล้ว ต้นไม้ยังสามารถส่งต่อพลังบวก บำบัด และเพิ่มความสุขให้กับทุกคนในบ้านได้ด้วย แต่การที่ต้นไม้จะเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุขได้ ก็ขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่ของเราเช่นกัน  

ถ้าได้ลองเปิดเพลงในเพลย์ลิสต์ Growing Plants โตง่าย ก็เพลงมันเพราะ ให้ฟังก็คงจะดีไม่น้อย เพราะมีทั้งเพลงช้าบรรเลงให้ความรู้้สึกถึงฟ้ายามเช้าที่แดดค่อย ๆ ออก จนถึงเพลงจังหวะสนุกสนานที่เหมาะแก่การรดน้ำต้นไม้เป็นที่สุด เชื่อว่าพวกต้นไม้เองก็คงรู้สึกสดชื่นไม่ต่างกัน

เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ คือคนสุดท้ายในทีม นักร้องที่ผันตัวเองมาเป็นนักจิตวิทยา ซึ่งนอกจากเขาจะเชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพจิตใจแล้ว เขื่อนยังมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองและปลูกต้นไม้จำนวนมาก

เมื่อรวมตัวกันครบทีม ต่อให้กัปตันพฤกษาไม่ได้พูดปลุกใจว่า Avengers Assemble เหมือนในภาพยนตร์ แต่เราเชื่อว่าทุกคนก็พร้อมสร้างเพลย์ลิสต์ที่ตอบโจทย์ลูกบ้านอย่างเต็มกำลังแน่นอน

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Co-working Space

หากจะถามว่าพฤกษารู้ได้อย่างไรว่าเพลงไหนเหมาะสมที่สุดก็คงเป็นคำถามที่ยากเกินไป เพราะคำว่าดีที่สุดของพฤกษา ไม่มีจุดสิ้นสุด

พวกเขาใช้เวลาพูดคุยกับคุณหมอหลายชั่วโมง เพื่อทำความเข้าใจ คัดเพลง ส่งลิสต์กลับไปกลับมา แล้วก็ประชุมกับคุณหมออีกรอบว่าจัดเพลงยังไง

อย่างที่บอก พวกเขาไม่ต้องการให้มันเป็นแค่เพลย์ลิสต์ ไม่ได้ทำวันนี้วันเดียว แต่ต้องทำทุก ๆ อย่างประกอบกัน ใส่ใจทุกรายละเอียด และทำอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายจึงเป็นการทำให้ทุกฝ่ายมองเห็นเหมือนกันว่าอะไรคือความหมายของ ‘การใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต’ 

เพราะการสร้างบ้านหลังหนึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยคนคนเดียว สถาปนิกของพฤกษาก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลี้ยง ทีมออกแบบบ้านต้องทำตามหลักที่เอื้อเรื่องสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี มาร์เก็ตติ้งทุกคนต้องสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ให้เข้าถึงลูกค้า ผู้เชี่ยวชาญ พาร์ตเนอร์ทั้งหลายก็จะเข้ามาช่วยให้แคมเปญนี้ดียิ่งขึ้น

สัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อก็ไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องดนตรีบำบัดสัตว์เลี้ยงเพียงอย่างเดียว ลูกบ้านพฤกษาจะได้รับสิทธิพิเศษที่โรงพยาบาลสัตว์ด้วย เพราะโจทย์ที่พวกเขาให้ คือลูกบ้านพฤกษามีน้องหมาก็เหมือนมีลูกคน อีกทั้งน้อง ๆ พวกนี้ยังอาศัยอยู่ที่บ้านมากกว่าพวกมนุษย์เสียอีก จะปล่อยให้อยู่อย่างไม่มีความสุขได้ยังไง แม้แต่โรงพยาบาลวิมุต ก็นำเพลย์ลิสต์หมวด People ไปเปิดใช้จริงด้วยเช่นกัน

ตามเจตจำนงของพวกเขาที่อยากบอกว่า จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดของการมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ก็คือบ้านของทุกคนนั่นเอง

Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน
Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน

Happy Ending

แน่นอนว่าแคมเปญนี้เกี่ยวเนื่องกับความรู้สึกและชีวิตคนโดยตรง การวัดผลว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนจึงเป็นไปได้ยาก แต่เราก็หวังใจว่ากลุ่มเป้าหมายของพวกเขาจะชื่นชอบ ขอเป็นอีกหนึ่งแรงที่ยืนยันได้ว่าพฤกษาพยายามอย่างหนักที่จะเข้าใจลูกค้า และมองทุกมุมโดยละเอียด

เพื่อให้คน Gen Y เข้าใจบ้านที่พวกเขาออกแบบมากยิ่งขึ้นในวันหน้า ในทางกลับกัน พวกเขาก็จะได้ออกแบบบ้านที่เข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นต่อเนื่องไปด้วย

ยกตัวอย่างว่า บางคนอายุ 30 กำลังเพิ่งแต่งงาน 10 ปีผ่านไป เขาก็จะอายุ 40 อาจจะมีลูกสักอายุ 2 – 3 ขวบ ผ่านไปอีก 10 ปี เขาจะเริ่มแตะวัย Senior Aging ลูกเขาจะเริ่มเป็นวัยรุ่น และถ้ามีคุณตาคุณยายมาอยู่ด้วย ก็เป็นคนอายุประมาณสัก 80 แล้ว

Future Living ของพฤกษาคือการคิดถึงอนาคตนั้น ไม่ต้องไกลก็ได้ มองใกล้ ๆ ว่าตรงนี้ยังเป็นห้องเก็บของ อยากจะเปลี่ยนเป็นสตูดิโอพรุ่งนี้หรือเดือนหน้าได้เลย วันนี้สนใจปั่นจักรยาน วันต่อไปอยากเล่นโยคะ บ้านนี้ก็จะมีพื้นที่ที่ดีไซน์ให้ทั้งหมดเกิดขึ้นได้

หลังผ่านระยะเวลาหลายเดือน เพลย์ลิสต์ทั้ง 6 ก็ส่งออกสู่ลูกบ้านและคนทั่วไปได้ฟังกัน ขวัญใจคนทำงานอย่างเราคงหนีไม่พ้น Focus Working ที่เล่นเพลง Stiches ของ Shawn Mendes อยู่ตอนนี้

ก่อนจากกัน อยากให้เฝ้าติดตามสเต็ปต่อไปภายใต้แนวคิดอันยิ่งใหญ่ที่มีคำว่า ทั้งชีวิต เป็นคำมั่นสัญญา

เพราะพฤกษาไม่ได้ใส่ใจแค่ลูกบ้าน แต่รวมถึงสัตว์เลี้ยง ต้นไม้ ทุก ๆ ชีวิตในบ้านให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และยังคงตั้งมั่นที่จะทำให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพกายและใจที่ดี ทั้งในวันนี้และในอนาคตต่อไป แม้ผลลัพธ์ที่ได้จะพึงพอใจแล้วก็ตาม

ว่าแล้วก็ออกไปรดน้ำต้นไม้ยามสาย แล้วแวะมาลูบหัวเพื่อนรักสี่ขาที่นอนมองตาละห้อยสักหน่อยดีกว่า 

Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน

นอกจากจะมีเสียงดนตรีที่ช่วยในการสร้างพลังบวก สำคัญคือ บ้านของพฤกษาจะต้องเป็น “บ้านที่จะช่วยสร้างสุขภาพใจที่ดี” พวกเขาจึงใส่ใจออกแบบ Pruksa Living Solution ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ของการอยู่อาศัย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคน ทุกชีวิต มีความสุข และให้บ้านเป็นสถานที่พักกายพักใจ ช่วยให้คุณปลดล็อกสุขภาพกายและใจให้ฟื้นฟูเพราะบ้านที่มาพร้อมกับ Pruksa Living solution จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น 

สัมผัสประสบการณ์ Unlock Your Future Living เพิ่มเติมได้ที่ https://www.pruksa.com/inspiring-story/unlockyourfutureliving-music

ข้อมูลอ้างอิงงานวิจัย
  • Giordano F, Scarlata E, Baroni M, et al. Receptive music therapy to reduce stress and improve wellbeing in Italian clinical staff involved in COVID-19 pandemic: A preliminary study. Arts Psychother 2020;70: 101688.
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1558787811001845
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0031938416306977
  • www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7671032/
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1558787811001845
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0031938416306977

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

Creative Campaign

เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณา

โดยปกติทั่วไปเมื่อนักกีฬาคนใดได้แชมป์กลับบ้าน ภาพเคลื่อนไหวที่เราเห็นมักเป็นคลิปวิดีโอในหมวดข่าวกีฬา ภาพกีฬามันๆ หรือสกู๊ปพิเศษที่ออกอากาศในรายการข่าวภาคค่ำ

แต่จากการป้องกันแชมป์โลกครั้งล่าสุดของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เราได้เห็นคลิปวิดีโอคลิปหนึ่ง เป็นสารคดีขนาดสั้นที่ถ่ายทำในวาระที่แชมป์โลกชาวไทยเดินทางไปลอสแอนเจลิสป้องกันแชมป์โลกกับ โรมัน กอนซาเลซ

พอรู้ว่าคลิปนั้นเป็นฝีมือการกำกับของ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล เราก็ทั้งแปลกใจและไม่แปลกใจ

แปลกใจ-ที่ผู้กำกับพันล้านผู้นี้ตกปากรับทำงานนี้ทั้งที่เจ้าตัวออกปากว่าไม่ได้อินกีฬามวยสากลมาก่อน และงานสารคดีกับโต้งดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งคุ้นเคย

ไม่แปลกใจ-ที่รู้ว่าคลิปที่การถ่ายทำเนี้ยบเกินคลิปกีฬาทั่วไปที่เราคุ้นเคยจะเป็นผลงานของผู้กำกับอย่างเขา และผลตอบรับก็เข้าถึงใจคนดูเหมือนอย่างที่ภาพยนตร์ของโต้งเคยทำได้เสมอมา ถึงนาทีนี้ ยอดวิวคลิปที่ลงในเพจของ M-150 ทะลุ 2 ล้านไปแล้วเรียบร้อย

แปลกใจอีกที-เมื่อเรานัดพบกับโต้งที่ GDH เพื่อพูดคุยถึงเบื้องหลังการถ่ายทำคลิปความยาว 4 นาทีเศษๆ คลิปนี้ แล้วรู้ว่าเขาและทีมงานรวม 4 ชีวิตใช้เวลาผลิต-หมายถึงทั้งถ่ายทำ ตัดต่อ ใส่เสียง ปรับสี เสร็จภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 วัน นับตั้งแต่นาทีที่โรมัน กอนซาเลซ ลงไปนอนกองกับพื้น

ต่อไปนี้คือบันทึกเบื้องหลังภารกิจสุดระทึกที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาและควบคุมอะไรแทบไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นผลแพ้ชนะหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

3 เดือนก่อนขึ้นชก

“ลูกค้าอยากได้หนังเกี่ยวกับการแข่งขันของ แหลม-ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เพื่อไปลงในสื่อออนไลน์ของ M-150 จริงๆ แล้วเขาเคยทำคลิปวิดีโอมาแล้วครั้งหนึ่งตอนแหลมชิงแชมป์ครั้งแรก ตอนนั้น HUB HO HIN ทำเหมือนกัน ผู้กำกับคือ ต้น-วุฒิดนัย อินทรเกษตร ซึ่งคลิปนั้นเน้นถ่ายตอนซ้อม เล่าความมุ่งมั่น เป็นเสียงแหลมวอยซ์โอเวอร์ว่า ผมจะมุ่งมั่น ผมจะสู้ แล้วก็ซ้อมๆ พอผมต้องทำ ผมเห็นว่าเขาทำเรื่องซ้อมไปแล้ว แล้วเราจะทำยังไงล่ะ ตอนแรกก็กลุ้มเหมือนกัน เพราะเราไปถึงลอสแองเจลิสทั้งที เราก็ไม่อยากจะทำแค่บันทึกธรรมดา”

 

2 เดือนก่อนขึ้นชก

“ก่อนแข่ง 2 เดือนเป็นช่วงที่ผมคิดสตอรี่บอร์ดและรีเสิร์ช ผมก็ดูประวัติเขาก่อน รู้เรื่องราวความยากลำบากในชีวิตเขาที่เคยเป็นยาม เคยเก็บขยะกิน แล้วก็เลยรู้สึกว่าไอเดียบาดแผลกับนักมวยน่าจะสนุก เพราะคิดว่าเขาต้องมีอยู่แล้วล่ะ นักมวย โดนต่อยเละเทะ แล้วก็คิดว่าจะเจาะความรู้สึกตอนที่เขาลงไปนอนที่พื้น ว่ารู้สึกยังไง ปรากฏว่าเขาไม่เคยลงไปนอนเลย (หัวเราะ) แต่ผมก็เห็นว่ามือเขาปูดมาก นักมวยคนอื่นไม่เป็นขนาดนี้นะ อาจจะเพราะซ้อมเยอะมากหรืออะไรสักอย่าง

“ผมคิดได้เลยตั้งแต่ก่อนสัมภาษณ์ว่าจะเป็นไอเดีย 1 วันหลังแข่ง แล้วก็จะพูดเรื่องบาดแผล จะถ่ายหน้าเขาที่โดนต่อย แต่ที่ท้าทายคือตอนทำเราไม่รู้ว่าวันแข่งเขาจะชนะหรือแพ้ แต่ผมรู้สึกว่าไอเดียที่ว่า ‘บาดแผลจะทำให้เราแกร่งขึ้น’ ถึงแพ้เราก็พูดได้ว่า บาดแผลครั้งนี้จะทำให้คราวต่อไปสู้หนักกว่าเดิม แต่ผมก็กังวลมาก เราไม่รู้ว่าถ้าแพ้จริงๆ ใจเขาจะเป็นยังไง หรือใจเราเองด้วยนะ เพราะเขาไม่ใช่แค่ subject ของเรา แต่เขาคือประเทศชาติ เราเองก็ไม่อยากให้เขาแพ้หรอก”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

1 สัปดาห์ก่อนขึ้นชก

“โจทย์อีกข้อคือลูกค้าบอกว่าต้องการเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปกติถ้าไปถ่ายเมืองนอก กว่าจะไป กว่าจะกลับ เร็วสุดก็ต้องเป็นสัปดาห์ แต่นี่สองสามวันต้องปล่อยหนังแล้ว ถือว่าเร็วมากๆ ตอนนั้นก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเอาทีมไปที่ลอสแอนเจลิสด้วยกันเลย ไปถ่ายที่นั่นแล้วตัดที่นั่นเลย เราไปกัน 4 คน มีผมเป็นผู้กำกับ คนตัดต่อ 1 คน ตากล้อง 1 คน โปรดิวเซอร์ 1 คน ตากล้องคนเดียวที่ไปคือพี่สีบาน ที่เคยถ่าย พี่มากฯ, แฟนเดย์ฯ ด้วยกัน ก็บอกเขาว่ามีเวลาทำงาน 3 วัน ต่อยวันที่ 9 กันยายน ถ่ายวันที่ 10 แล้วก็ตัดวันที่ 11 กับ 12 เราไปถึงก่อนเป็นสัปดาห์เลย ก็ทำงานบล็อคช็อต 2 วันก่อน แล้วก็ไปที่อื่น แล้วจึงกลับมาวันแข่ง”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

9 กันยายน : วันแข่งขัน

“ก่อนแข่งเราห้ามไปยุ่งกับนักมวยเลย คือเราอยากถ่ายอยู่แล้วแหละ แต่ก็รู้สึกว่ามันละเอียดอ่อนมาก เขาคงตั้งใจกับการแข่งมาก ถ้าเกิดเราไปเกะกะอะไรเขา ผมก็คงไม่แฮปปี้ เลยตั้งใจเขียนสคริปต์มาให้มันเป็นเรื่องหลังวันแข่งไปเลย คือไม่ใช่ว่าเราอยากได้หนัง แต่เขาก็ต้องชนะด้วย ต้องได้ทั้งคู่”

 

ยกที่ 1

“จริงๆ แล้วมุมที่เราถ่ายจำกัดมาก เพราะแม้เรานั่งริงไซด์ก็จริง แต่เราก็ได้ภาพแค่มุมเดียว แต่กลายเป็นว่ามุมทั้งหมดที่พี่สีบานถ่ายไว้โคตรมีพลังเลย มันเหมือนกำลังแอบถ่ายอะไรบางอย่าง มันไม่เหมือนกล้องไหนที่ถ่ายเลย ภาพในอุดมคติผมรู้สึกว่าอยากให้เขาชนะแหละ เหมือนคนไทยทุกคน แต่ผมอยากให้หน้าเขาเละ จะได้เข้ากับคอนเซปต์หนังที่พูดเรื่องบาดแผล ประมาณว่าไม่ใช่ได้มาง่ายๆ”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

ยกที่ 4

“ปรากฏสุดท้ายดันชนะเร็วมาก น็อกตั้งแต่ยก 4 อย่างที่บอก ไอเดียบาดแผลที่อยากได้ในอุดมคติคือต่อยชนะแต่หน้าเขาต้องมีบาดแผลให้เราถ่าย แต่ปรากฏว่าตอนถ่ายจริงไม่โดนต่อยเลย คือไม่มีรอยอะไรเลย ผมนึกในใจ ฉิบหายแล้วกู (หัวเราะ)

“หลังจากน็อกโปรโมเตอร์เขาก็เรียกตากล้องขึ้นไปบนเวที พี่สีบานก็ถ่ายทุกอย่างเลย มีภาพภาพหนึ่งที่พอแหลมชนะแล้วเขาตีลังกา ภาพนี้ไม่มีใครถ่ายได้ ยกเว้นคนเดียวที่ถ่ายทั้งแมตช์ด้วยกล้องมุมกว้าง แต่เราได้ถ่ายภาพมุมแคบตอนตีลังกามา ซึ่งพิเศษมาก แล้วตอนถ่ายแหลมมาเฮฝั่งเราตลอด ผมรู้สึกว่ามันได้ฟุตเทจที่พิเศษมากอยู่แล้ว ได้เข้าไปหลังเวทีด้วย

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

10 กันยายน : วันถ่ายทำ

10.30 น.

“คืนหลังกลับจากแข่งเราก็ถกกันว่าถ่ายอะไรก่อน สุดท้ายตัดสินใจถ่ายสัมภาษณ์ก่อน หวังว่าเนื้อหาจากการสัมภาษณ์จะได้อะไรอย่างที่เราอยากได้ คือเรารีเสิร์ชไว้ก่อนแล้วว่าจะคุยอะไร มีโครงหมดแล้ว

“เราเริ่มถ่ายตั้งแต่ 10 โมงครึ่ง แล้วถึงบ่าย 4 โมงต้องเลิก ซึ่งเรารู้แค่ว่าต้องถ่ายที่ห้องเขา แสงจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่สุดท้ายเป็นอย่างที่คิดเลย คือพี่เขาต้องนั่งอยู่บนเตียงแล้วถ่ายย้อนแสง

“เข้าห้องไปเราถ่ายสัมภาษณ์ก่อน จิตใจเขาดีมาก แต่เขาพูดไม่เก่งเลย เขาเรียบเรียงไม่เก่ง แล้วยิ่งหลายๆ เรื่องเราคุยกันไปหมดแล้ว เขาก็จะตอบแบบมีแพตเทิร์น เราต้องตะล่อมทุกอย่าง ต้องเทกเยอะเหมือนกัน เราต้องหลอกล่อ ซึ่งคนตัดต่อที่ไปด้วยคืออาร์ม ชลสิทธิ์ ที่เคยตัดต่อหนังเรื่อง แฟนเดย์ฯ กับ ฉลาดเกมส์โกง เขาต้องนั่งจดทุกคำ

“ที่เซอร์ไพรส์คือแหลมพูดเรื่องแฟนเยอะมากจริงๆ ซึ่งผมว่ามันเป็นมุกที่เป็นฮุกของหนัง ผมถามไปว่า แล้วแฟนว่ายังไงบ้าง เขาบอกว่าแฟนเขาจะไปหลายทีแล้ว แต่เขาก็รั้งไว้ ซึ่งมันจี๊ดมากเลย เขาพูดแล้วเสียงสั่น ซึ่งเราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อย่างนี้ แล้วปรากฏว่าตอนกลับมาเมืองไทยเขาขอแต่งงานกับแฟนที่สนามบิน มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ยิ่งจี๊ด”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วันบทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

13.00 น.

“ตอนที่ออกไปถ่ายข้างนอกทีแรกเราไม่อยากจะเป็นคลิเช่แอลเอ แต่เราก็คิดว่าทางลูกค้าคงอยากได้ เราเลยต้องคิดว่าถ่ายยังไงให้ไม่สะเหล่อ ให้มันเท่ๆ สุดท้ายเราตัดสินใจใช้สูตรสำเร็จ คือใช้โลเคชันที่คุ้นตากับคน เช่น ป้ายฮอลลีวู้ด ที่โคมไฟเยอะๆ หรือ Hollywood Walk of Fame ซึ่งผมรู้สึกว่ามันมีความหมายบางอย่าง เหมือนเป็นการเดินทางไปสู่ดาว ผมอยากจะให้ทุกที่มีความหมาย ตอนแรกเล็งไว้ 4 – 5 จุด แต่สุดท้ายไปได้แค่ 3 จุด ก็มีไปวิ่งบ้าง เดินบ้าง โพสบ้าง ก็มีคนจำเขาได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ขนาดว่าทำให้ถ่ายทำยากอะไร

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

16.00 น.

“เราถ่ายกันเสร็จตอนบ่าย 4 โมง หลังถ่ายแหลมก็แยกย้ายไปกินข้าวกับกงสุลฯ เราก็แยกกลับมาตัด คืนนั้นอาร์มไม่ได้นอนเลย ดูฟุตเทจที่มีแล้วตัดเลย แต่อาร์มยังไม่ให้ผมดู

“ตอนที่ได้ฟุตเทจสัมภาษณ์มาผมไม่ค่อยมั่นใจ ตลอดเวลาผมจะกลัวว่าหนังเรื่องนี้จะออกมากลางๆ ด้วยเงื่อนไขมันเยอะมาก เวลาถ่ายทำก็ไม่มี ห้ามไปยุ่งกับเขาก่อน แล้วเขาพูดไม่เก่ง แต่ผมว่าหลายๆ อย่างเราค้นพบตอนตัดต่อ มันกลายเป็นว่าการพูดไม่เก่งคือความจริงใจอย่างหนึ่ง เราได้ความซื่อของเขาและความรู้สึกจริงๆ ของเขามาช่วย แล้วเหตุการณ์จริงๆ ในชีวิตที่เขาเจอมามันดรามาติกอยู่แล้ว”

 บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

11 กันยายน

ตีสอง

“วันรุ่งขึ้นอาร์มก็ยังไม่ให้ดู เขาบอกว่าพี่ไปเที่ยวเลย กว่าผมจะได้ดูก็ประมาณตี 2 พอดูแล้วผมบอกอาร์มเลยว่า ‘รอดว่ะ นี่กูดูแล้วรื้นเลย’ คือมันได้มากกว่าที่เราคิด แต่มันก็ยังมีประเด็นหลายอันที่หลุดๆ ไป ก็เลยบอกว่าอันไหนไม่เอา หรือเอาอันไหนคืนมา เพราะเราก็มีที่เล็งไว้แล้ว แต่สิ่งที่อาร์มตัดให้เราก็มีสิ่งใหม่ๆ หลายอัน

“อาร์มเขาก็ไปขุดมาว่าในแมตช์เก่าๆ มีคนเคยถ่ายอะไรไว้บ้าง ตอนโดนต่อยอะไรทั้งหลาย แล้วตอนที่ตัดมาประโยคว่า ‘สู้ต่อไป วันหนึ่งจะเป็นของเรา’ แล้วเห็นฟุตเทจที่แหลมต่อยคนอื่นกลิ้งไปกับพื้นเลย ผมรู้สึกว่ามันโคตรมีพลัง พอดูร่างแรกผมก็สบายใจแล้ว มันไม่น่าจะเป็นแค่บันทึกธรรมดาแล้ว

“ส่วนคลิปที่แหลมขอแฟนแต่งงานที่สนามบินสุวรรณภูมิก็เป็นฟุตเทจข่าวที่เมืองไทย ซึ่งทุกฟุตเทจที่ใช้ทาง M-150 เคลียร์ให้ แล้วมีการซื้อฟุตเทจที่จำเป็นต้องใช้เพิ่มด้วย เช่นลอสแอนเจลิสยามเช้าที่มันดูแพงๆ หรือตอนที่พูดถึงตอนเริ่มต่อยมวยตอนเด็ก ตอนแรกอาร์มเอาอะไรสักอย่างมาใส่ ซึ่งเราบอกว่ามันซื้อไม่ได้นะ ผมก็เลยเสิร์ชเฟซบุ๊กคำว่า มวยวัด แล้วไปเจอคลิปที่คนถ่ายไว้ ก็เลยอินบอกซ์ไปซื้อกับเขา แล้วเอามาเปลี่ยนเป็นภาพขาวดำ ตอนตัดสนุกมาก”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

12 กันยายน

ตีหนึ่ง

“วันรุ่งขึ้นกว่าจะได้ดูอีกทีก็ตอนเย็น ทีนี้เรานั่งอยู่ด้วยกันแล้วก็ทำต่อจนตี 1 จริงๆ มันเสร็จก่อนหน้านี้พักหนึ่งแล้ว แต่ยังเก็บไม่ละเอียด เงื่อนไขคือเราไม่มีเวลาทำสกอร์เลย ก็ต้องใช้เพลงใน Library แล้วไปเจอเพลงหนึ่งที่ดีมากๆ ก็ซื้อเลย คืนเดียวตัดต่อ ใส่ซาวนด์ ทำสี

“โปรดิวเซอร์กลับมาตอนตี 1 ก็เลยเปิดให้เขาดู แล้วบอกว่า ‘พี่ ผมมั่นใจมากว่ะ’ พอเขาดูปุ๊บก็บอกว่า เรียกลูกค้ามาเลยเถอะ (หัวเราะ) คืออยู่คนละโรงแรมด้วยนะ โปรดิวเซอร์เขามั่นใจว่าลูกค้ายังไม่นอน เพราะเจ็ตแล็กเหมือนกัน”

ตีสี่

“ตอนนั้นเมืองไทยสว่างอยู่ ถ้ายิ่งเสร็จเร็วก็สามารถคุยกับผู้บริหารใหญ่ที่เมืองไทยได้ทันที จะได้รีบปล่อยวิดีโอ พอดูแล้วลูกค้าเขาคอมเมนต์น้อยมาก แก้ตอนช่วงท้ายนิดหน่อย โปรดิวเซอร์ต้มมาม่าให้ลูกค้ากินตอนตี 4 แล้วก็คอนเฟอเรนซ์กับที่เมืองไทย สุดท้ายเขาก็แฮปปี้กัน

“สิ่งที่เปลี่ยนจากตอนแรกคือก๊อปปี้ที่คิดไว้คือ ‘ขอบคุณบาดแผล’ แต่จะขอบคุณอะไร เพราะหน้าเขาไม่มีแผลเลย ก็เลยถกกัน โปรดิวเซอร์ก็บอกว่าเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘ทุกบาดแผล’ ไง เพราะคำว่าทุกบาดแผลมันแปลว่าอะไรก็ได้ที่เคยเกิด แล้วผมก็เคาะเลย ซึ่งผมชอบประโยคภาษาอังกฤษมาก ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกเลย Be thankful to your wounds.”

บทบันทึกการป้องกันแชมป์ของ แหลม ศรีสะเกษ ที่ โต้ง บรรจง ทำเสร็จภายใน 3 วัน

ทีมงาน

ผู้กำกับ บรรจง ปิสัญธนะกูล
กำกับภาพ นฤพล โชคคณาพิทักษ์
ตัดต่อ ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต
โปรดิวเซอร์ อาฬาวี ชูประวัติ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load