ก่อนจะเปิดเพลย์ลิสต์ Focus Working ฟังให้ได้บรรยากาศห้องทำงานในฝัน 

เจ้าของเพลย์ลิสต์อย่างพฤกษา อาสาพาเราย้อนเวลากลับไปเมื่อปีก่อน ในตอนที่พวกเขาริเริ่มโปรเจกต์ Tomorrow. Reimagined. ภายใต้แนวคิด ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ด้วยความเชื่อที่ว่า บ้านคือการลงทุนทั้งชีวิต ซึ่งทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และบ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือประสบการณ์การใช้ชีวิตทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ดังนั้น จึงต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่วันนี้ถึงจนถึงอนาคตข้างหน้า พร้อมตั้งใจที่อยากให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขกายที่ดี และสุขภาพใจที่ดี

ประกอบไปด้วย 3 เรื่องสำคัญคือ Health and Wellness บ้านไม่ใช่แค่ที่ปลอดภัย แต่ควรเป็นบ้านที่ส่งเสริมให้สุขภาพดียิ่งขึ้น, Lifestyle Disruption บ้านที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่แตกต่างกันของคนทุกช่วงวัย และ Sustainability การสร้างชุมชนและสังคมที่ยั่งยืน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีที่สุด

ความจริง แนวคิดข้างต้นของพฤกษาก็ปรากฏอยู่ในคอลัมน์หมู่บ้านของ The Cloud ไปแล้ว แต่คราวนี้พฤกษาไม่ได้มาเพื่อพูดถึงเรื่องนั้น

ผ่านไป 1 ปี พวกเขายังคงพัฒนาต่อยอดแนวคิดดังกล่าว 

เรากำลังจะเล่าถึงแคมเปญล่าสุดอย่าง Unlock Your Future Living ที่จะช่วยดูแลสุขภาพทั้งกายและใจเพื่อทุกชีวิตในบ้านอย่างแท้จริง

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Generation Why?

ทุกคนรู้ไหมว่า ‘บ้าน’ ทำให้สุขภาพกายและใจของเราดีขึ้นได้

อาจจะเป็นคำถามที่เราไม่เคยคิดมาก่อน แต่จริง ๆ แล้วบ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพกายและใจที่ดีได้

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสุขภาพกายให้ดีโดยใช้ทุกพื้นที่ของบ้านในการออกกำลังกาย การเลือกบ้านที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ และวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีสารพิษ หรือการสร้างสุขภาพใจที่เราสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้กับบ้าน เพื่อเติมใจให้ฟูในช่วงเวลาที่อยู่บ้านได้

ความต้องการของพฤกษา คือการทำบ้านให้เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้สุขภาพกายและใจดีขึ้นในทุก ๆ วันที่ใช้ชีวิต

แม้แคมเปญที่ผ่านมา พวกเขาจะสื่อสารเพื่อคนทุกช่วงวัยเป็นหลัก แต่กลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นกำลังหลักในการเลือกซื้อบ้าน คือกลุ่มคน Gen Y โดยส่วนมากยังไม่มีลูก คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้มาอาศัยอยู่ด้วย และอายุก็ยังไม่มากนัก สิ่งที่ควรดูแลเป็นอย่างมากจึงหนีไม่พ้นตัวเอง

พวกเขาตีความว่า บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพกายและใจที่ดี แต่จิตใจอาจจะไม่ได้แข็งแรงเท่ากายนัก จากปัจจัยภายนอกที่เผชิญมาตลอดวัน

พฤกษาอยากให้คุณกลับบ้านมาแล้วเหมือนได้ชาร์จแบต เพราะการมีสุขภาพที่ดีขึ้นของคนกลุ่มนี้ คือการออกไปทำตามฝัน ทำในสิ่งที่อยากทำได้เต็มที่ แม้ในวันพรุ่งนี้จะต้องออกไปลุยและอาจจะต้องเจอกับเรื่องเดิม ๆ อีกก็ตาม รวมไปถึงการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลากับโลกของเราในช่วง 2 – 3 ปีนี้ คนใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ทำให้บ้านต้องมีพื้นที่ที่พร้อมรองรับการใช้ชีวิตอยู่เสมอ

แคมเปญนี้จึงแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือการดูแลสุขภาพกายและดูแลสุขภาพใจ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือจะสื่อสารเรื่องพวกนี้ให้คนวัยทำงานที่ก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน ไม่ได้สนใจตัวเองเท่าไรได้ยังไง

ถ้าเป็นเราก็คงนิ่งคิดไปนาน แต่พฤกษาส่งน้องฟิวเจอร์กลับมาเป็นคำตอบ เรียกน้องว่า Virtual Life Inspirer แบรนด์พรีเซนเตอร์ AI คนแรกของพวกเขา ทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่จะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังว่า พฤกษาออกแบบบ้านยังไง ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ว่าต้องคำนึงถึงอะไรถ้าต้องเลือกซื้อบ้าน และคุณเลือกได้เพื่ออนาคตของคุณเอง

ในขณะที่หลายแบรนด์เลือกใช้ดารานักแสดงเป็นพรีเซนเตอร์ ความสงสัยถัดมาจึงหนีไม่พ้นว่าอะไรทำให้พฤกษาเลือกใช้ AI ชื่อฟิวเจอร์เป็นทางออก 

คำตอบคือ จากที่ได้ศึกษา Consumer Insight ของกลุ่ม Gen Y เป็นกลุ่มที่เป็น Digital Natives ดังนั้น การใช้ Virtual Inspirer จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่เข้าถึงใจของกลุ่ม Gen Y ได้มากขึ้น รวมไปถึงช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กลุ่มคน Gen Y ที่มีความคิด ความสนใจหลากหลายได้อย่างเท่าเทียม

การตามหาพรีเซนเตอร์หน้าตาดีเพื่อดึงดูดลูกค้าจึงไม่ใช่สิ่งที่พฤกษาคาดหวัง พวกเขากำลังหาคนคนหนึ่งหรือสิ่งสิ่งหนึ่งที่มาช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่มีความ Individual แตกต่างกันได้

แม้แต่งานแถลงข่าว พฤกษายังแถลงบน Metaverse ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยการเป็น Avatar แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ให้ความสนใจกับโลกแห่งอนาคตมากแค่ไหน 

โดยลักษณะนิสัยของฟิวเจอร์เป็นคนจริงใจ เฟรนด์ลี่ สดใส เข้าถึงง่าย คอยห่วงใยผู้อื่นเสมอ อีกทั้งฉลาด รอบรู้ทั้งเทรนด์ปัจจุบันและอนาคต เสมือนเพื่อนผู้เป็นโค้ชที่มาพร้อมคำแนะนำดี ๆ ซึ่งต่อให้แบรนด์ไม่เฉลย เราก็รับรู้ได้เองว่านั่นสะท้อนจาก Brand Personality ของพฤกษาเป็นแน่

นอกจากฟิวเจอร์จะพาทุกคนเยี่ยมชมโครงการของพฤกษาได้แล้ว ยังมีโปรแกรมออกกำลังกายสนุก ๆ เปลี่ยนบ้านให้เป็น Sport Lifestyle Studio for Tomorrow ปลดล็อกสุขภาพกายของลูกบ้านอีกด้วย 

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

เพลง Old Fashioned ของ Bruno Major ดังคลอขึ้นมา ชวนให้อยากรู้ว่าใครกันนะที่คัดเลือกเพลงเหล่านี้ได้อย่างเหมาะเจาะ และพวกเขามีวิธีการทำงานให้เสียงเพลงส่งผลกับสุขภาพจิตใจอย่างไรกันแน่

People – Pet – Plant

เพลย์ลิสต์ส่งเสริมสุขภาพใจของพฤกษาแบ่งออกเป็น 3 หมวดที่ออกแบบสำหรับทุกชีวิตในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ มีทั้งหมด 6 เพลย์ลิสต์ ได้แก่ Happy Pets อารมณ์ก็ดี เลี้ยงก็ง่าย, Growing Plants โตง่าย ก็เพลงมันเพราะ, Fine Cooking เพลงดีทำอะไรก็อร่อย, Family Gathering สร้างความสุขทุกช่วงเวลา, Focus working เพลงดี…ไอเดียเกิด และ Hard Workout ได้ทั้งฟีล ได้ทั้งเหงื่อ

เพราะพฤกษาเชื่อว่า การใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ไม่ได้หมายถึงแค่เฉพาะคนเท่านั้น แต่รวมถึงการใส่ใจรายละเอียดที่จะสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ผ่อนคลาย และสร้างเสริมความสุขสำหรับทุก ๆ ชีวิตในบ้านด้วยเช่นกัน 

เรื่องที่สนุกที่สุด คือขั้นตอนของการค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ Gen Y สนใจ เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับการเข้าใจลูกค้ามาก

หนึ่ง พฤกษาให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจในทุก ๆ รายละเอียดการใช้ชีวิตของลูกค้า จึงมีการทำวิจัยเพื่อทำความเข้าใจคนกลุ่มนี้อย่างลึกซึ้ง 

สอง พวกเขาใช้ Big Data ที่มีมากพอสมควร จาก Customer Journey จากความเข้าใจลูกค้า จากทุกจุด Touch Point ตั้งแต่เริ่มเสิร์ชหาบ้าน ลงทะเบียน มาคุยกับเซลส์ ไปเยี่ยมชมโครงการ จนถึงวันที่เข้าไปอยู่จริง

เมื่อได้ชุดข้อมูลมหึมา คำถามแรกที่แบรนด์ตั้งคือ จะพูดเรื่องอะไรให้ Gen Y รู้สึกมีส่วนร่วม 

พฤกษาพบว่าคนส่วนใหญ่สนใจ Entertainment ทั้งเพลง หนัง ละคร ไปจนถึงยูทูบเบอร์ ตามมาด้วยกลุ่มของคนรักสัตว์ที่เห็นได้เกือบทุกหลังในโครงการ จะมีสัตว์เลี้ยงตัวน้อยใหญ่ และกลุ่มคนรักต้นไม้ที่มีการเติบโตชัดเจนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเสียงเพลงคือสิ่งที่จะยึดโยงทุกกลุ่มคนเข้าด้วยกัน

แต่พฤกษาจะทำทุกอย่างให้ตอบโจทย์ทุกคนได้ยังไง ในเมื่อพวกเขาถนัดสร้างบ้าน

การร่วมมือกันระหว่างบ้าน จิตแพทย์ นักดนตรีบำบัด โรงพยาบาล และสัตวแพทย์จึงเกิดขึ้น 

ส่วนเพลย์ลิสต์ทั้ง 6 ก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Dream Team

จุดยืนของพฤกษาชัดเจน คือไม่อยากทำเพลย์ลิสต์ให้เป็นแค่ Marketing Gimmick แต่ต้องเข้าใจลูกค้าจริง ๆ ดีจริง ได้ผลจริง แคมเปญนี้จึงจำเป็นต้องทำกับผู้เชี่ยวชาญที่รู้เรื่องนี้จริง ๆ และมีงานวิจัยที่รับรองจริง ๆ ด้วย

สมาชิกคนแรกในทีมอเวนเจอร์คือทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์สุขภาพใจและนักดนตรีบำบัด โรงพยาบาลวิมุต หมอประจำบ้านของพฤกษา รับดูแลหมวด People ที่ต้องทำงานร่วมกันในการศึกษาและพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อทำความเข้าใจเป็นรายบุคคล เพราะดนตรีที่จะบำบัดได้ดีไม่ได้เกิดจากนักดนตรีบำบัดเป็นคนเลือกอย่างเดียว แต่ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการเลือกด้วย  

ถือเป็นการ synergy ของพฤกษาและรพ.วิมุต ต่อยอดมาจากการที่ทางทีมผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.วิมุตช่วยออกแบบฟังก์ชั่น ทั้งภายในบ้านและส่วนกลาง ที่ช่วยเสริมพัฒนาการและความปลอดภัยให้กับลูกบ้านได้อย่างครอบคลุม เพราะแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างกัน พฤกษาจึงใส่ใจออกแบบบ้านให้เหมาะกับกิจกรรมที่หลากหลายของแต่ละคน มีการออกแบบพิเศษให้ตอบโจทย์กิจกรรมที่แตกต่างกันตามความชอบ ทั้งการทำ Flexible Space บ้านที่พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ, Ventilation System แค่ได้นั่งพักผ่อน สูดอากาศดี ๆ ในมุมโปรดของบ้านก็หายเหนื่อย, ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่พักใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไปจนถึงบริการ Pruksa x Vimut ที่ให้ลูกบ้านรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ทุกเมื่อ  

จากสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ความกดดันที่มีมากขึ้น สุขภาพใจที่หลายคนมักมองข้าม กลับกลายเป็นสิ่งสำคัญ

คราวนี้ คุณหมอเข้ามาช่วยในเรื่องของทฤษฎีดนตรีบำบัดว่าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ หนึ่ง เพลงแนว Breathing List ที่มีจังหวะสม่ำเสมอ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ และ สอง Energy List มีเนื้อเพลงและจังหวะเร้าใจ เพิ่มความแอคทีฟเติมพลังให้กับชีวิต ทางการแพทย์ก็ใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือรักษาโรคอยู่แล้ว เนื่องจากมันทำให้อารมณ์ดีและเข้าใจตัวเอง

ซึ่งในหมวดนี้มีถึง 4 เพลย์ลิสต์ด้วยกัน แบ่งตามกลุ่มกิจกรรมในบ้าน ได้แก่ Fine Cooking เพลงดีทำอะไรก็อร่อย, Family Gathering สร้างความสุขทุกช่วงเวลา, Focus working เพลงดี…ไอเดียเกิด และ Hard Workout ได้ทั้งฟีล ได้ทั้งเหงื่อ สามารถเลือกฟังเพลงที่เหมาะกับอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลาของตนเองได้ตามความต้องการ 

สมาชิกคนต่อมาของทีม คือ น.สพ.ภพปภัค หุ่นโพธิ์ สัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ รับดูแลในหมวด Pet ที่ทางพฤกษาเองก็ต้องลงไปนั่งคุยและศึกษาอย่างจริงจัง พบว่า สุนัขที่ป่วยก็มีวิธีบำบัดด้วยการเปิดเพลงแนวคลาสสิกให้ฟังเช่นกัน พร้อมข้อแนะนำอีกหลายอย่างจากผลวิจัยและการทดลองใช้จริง รวมถึงข้อเสนอแนะว่าจะสร้างบ้านให้มีพื้นที่เพียงพอต่อสัตว์เลี้ยงได้ยังไง มากไปกว่านั้น คือเพลงแบบไหนกันที่เด็ก ๆ ฟังแล้วจะอารมณ์ดี

รูปแบบเพลงที่เหมาะสมที่สุดที่จะลดความกังวลในสุนัขจะเป็นดนตรีที่มีจังหวะแผ่วเบา นุ่มนวล สบาย ๆ อย่างเสียงเปียโนช้า ๆ ที่มีบีท 50 – 70 ต่อนาที รองลงมาจะเป็นดนตรีคลาสสิก หรือเป็น canine lullabies เพลงเด็กทำนองช้า ๆ ซึ่งจะช่วยให้สุนัขรู้สึกผ่อนคลาย 

จนได้เป็นเพลย์ลิสต์ Happy Pets อารมณ์ก็ดี เลี้ยงก็ง่าย ที่ถ้าเปิดให้ฟัง แล้วลองค่อย ๆ ลูบเขาไปด้วย เขาจะสร้างความจดจำว่านี่คือเสียงเพลงแห่งความสุข เมื่อต้องเดินทางไปเที่ยวไกล ๆ ถ้าเขาได้ยินเพลงเพลงนี้ เขาจะจำได้ และรู้สึกเหมือนอยู่กับเจ้าของ ไม่ได้โดนทิ้ง

เพราะยามที่คุณเหงา เศร้า หรือไม่สบายใจ น้อง ๆ ก็จะเป็นคนฮีลใจและสร้างความสุขให้ พฤกษาจึงอยากให้พวกเขามีความสุขไปด้วยกันกับคุณ 

คนรักสัตว์แบบเราถึงกับต้องเก็บเพลย์ลิสต์เข้ากรุ ก่อนเขยิบมาหมวด Plant ที่พฤกษาเองได้นำผลวิจัยมาใช้ในการออกแบบค่อนข้างมาก บวกกับได้ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้อย่าง บ้านและสวน มาอยู่ในทีมอเวนเจอร์ด้วย ช่วยให้บ้าน เสียงดนตรี และพื้นที่สีเขียวอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

ซึ่งนอกจากการให้ความร่มรื่นและช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับทุกคนที่อยู่อาศัยแล้ว ต้นไม้ยังสามารถส่งต่อพลังบวก บำบัด และเพิ่มความสุขให้กับทุกคนในบ้านได้ด้วย แต่การที่ต้นไม้จะเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุขได้ ก็ขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่ของเราเช่นกัน  

ถ้าได้ลองเปิดเพลงในเพลย์ลิสต์ Growing Plants โตง่าย ก็เพลงมันเพราะ ให้ฟังก็คงจะดีไม่น้อย เพราะมีทั้งเพลงช้าบรรเลงให้ความรู้้สึกถึงฟ้ายามเช้าที่แดดค่อย ๆ ออก จนถึงเพลงจังหวะสนุกสนานที่เหมาะแก่การรดน้ำต้นไม้เป็นที่สุด เชื่อว่าพวกต้นไม้เองก็คงรู้สึกสดชื่นไม่ต่างกัน

เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ คือคนสุดท้ายในทีม นักร้องที่ผันตัวเองมาเป็นนักจิตวิทยา ซึ่งนอกจากเขาจะเชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพจิตใจแล้ว เขื่อนยังมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองและปลูกต้นไม้จำนวนมาก

เมื่อรวมตัวกันครบทีม ต่อให้กัปตันพฤกษาไม่ได้พูดปลุกใจว่า Avengers Assemble เหมือนในภาพยนตร์ แต่เราเชื่อว่าทุกคนก็พร้อมสร้างเพลย์ลิสต์ที่ตอบโจทย์ลูกบ้านอย่างเต็มกำลังแน่นอน

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Co-working Space

หากจะถามว่าพฤกษารู้ได้อย่างไรว่าเพลงไหนเหมาะสมที่สุดก็คงเป็นคำถามที่ยากเกินไป เพราะคำว่าดีที่สุดของพฤกษา ไม่มีจุดสิ้นสุด

พวกเขาใช้เวลาพูดคุยกับคุณหมอหลายชั่วโมง เพื่อทำความเข้าใจ คัดเพลง ส่งลิสต์กลับไปกลับมา แล้วก็ประชุมกับคุณหมออีกรอบว่าจัดเพลงยังไง

อย่างที่บอก พวกเขาไม่ต้องการให้มันเป็นแค่เพลย์ลิสต์ ไม่ได้ทำวันนี้วันเดียว แต่ต้องทำทุก ๆ อย่างประกอบกัน ใส่ใจทุกรายละเอียด และทำอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายจึงเป็นการทำให้ทุกฝ่ายมองเห็นเหมือนกันว่าอะไรคือความหมายของ ‘การใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต’ 

เพราะการสร้างบ้านหลังหนึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยคนคนเดียว สถาปนิกของพฤกษาก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลี้ยง ทีมออกแบบบ้านต้องทำตามหลักที่เอื้อเรื่องสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี มาร์เก็ตติ้งทุกคนต้องสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ให้เข้าถึงลูกค้า ผู้เชี่ยวชาญ พาร์ตเนอร์ทั้งหลายก็จะเข้ามาช่วยให้แคมเปญนี้ดียิ่งขึ้น

สัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อก็ไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องดนตรีบำบัดสัตว์เลี้ยงเพียงอย่างเดียว ลูกบ้านพฤกษาจะได้รับสิทธิพิเศษที่โรงพยาบาลสัตว์ด้วย เพราะโจทย์ที่พวกเขาให้ คือลูกบ้านพฤกษามีน้องหมาก็เหมือนมีลูกคน อีกทั้งน้อง ๆ พวกนี้ยังอาศัยอยู่ที่บ้านมากกว่าพวกมนุษย์เสียอีก จะปล่อยให้อยู่อย่างไม่มีความสุขได้ยังไง แม้แต่โรงพยาบาลวิมุต ก็นำเพลย์ลิสต์หมวด People ไปเปิดใช้จริงด้วยเช่นกัน

ตามเจตจำนงของพวกเขาที่อยากบอกว่า จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดของการมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ก็คือบ้านของทุกคนนั่นเอง

Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน
Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน

Happy Ending

แน่นอนว่าแคมเปญนี้เกี่ยวเนื่องกับความรู้สึกและชีวิตคนโดยตรง การวัดผลว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนจึงเป็นไปได้ยาก แต่เราก็หวังใจว่ากลุ่มเป้าหมายของพวกเขาจะชื่นชอบ ขอเป็นอีกหนึ่งแรงที่ยืนยันได้ว่าพฤกษาพยายามอย่างหนักที่จะเข้าใจลูกค้า และมองทุกมุมโดยละเอียด

เพื่อให้คน Gen Y เข้าใจบ้านที่พวกเขาออกแบบมากยิ่งขึ้นในวันหน้า ในทางกลับกัน พวกเขาก็จะได้ออกแบบบ้านที่เข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นต่อเนื่องไปด้วย

ยกตัวอย่างว่า บางคนอายุ 30 กำลังเพิ่งแต่งงาน 10 ปีผ่านไป เขาก็จะอายุ 40 อาจจะมีลูกสักอายุ 2 – 3 ขวบ ผ่านไปอีก 10 ปี เขาจะเริ่มแตะวัย Senior Aging ลูกเขาจะเริ่มเป็นวัยรุ่น และถ้ามีคุณตาคุณยายมาอยู่ด้วย ก็เป็นคนอายุประมาณสัก 80 แล้ว

Future Living ของพฤกษาคือการคิดถึงอนาคตนั้น ไม่ต้องไกลก็ได้ มองใกล้ ๆ ว่าตรงนี้ยังเป็นห้องเก็บของ อยากจะเปลี่ยนเป็นสตูดิโอพรุ่งนี้หรือเดือนหน้าได้เลย วันนี้สนใจปั่นจักรยาน วันต่อไปอยากเล่นโยคะ บ้านนี้ก็จะมีพื้นที่ที่ดีไซน์ให้ทั้งหมดเกิดขึ้นได้

หลังผ่านระยะเวลาหลายเดือน เพลย์ลิสต์ทั้ง 6 ก็ส่งออกสู่ลูกบ้านและคนทั่วไปได้ฟังกัน ขวัญใจคนทำงานอย่างเราคงหนีไม่พ้น Focus Working ที่เล่นเพลง Stiches ของ Shawn Mendes อยู่ตอนนี้

ก่อนจากกัน อยากให้เฝ้าติดตามสเต็ปต่อไปภายใต้แนวคิดอันยิ่งใหญ่ที่มีคำว่า ทั้งชีวิต เป็นคำมั่นสัญญา

เพราะพฤกษาไม่ได้ใส่ใจแค่ลูกบ้าน แต่รวมถึงสัตว์เลี้ยง ต้นไม้ ทุก ๆ ชีวิตในบ้านให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และยังคงตั้งมั่นที่จะทำให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพกายและใจที่ดี ทั้งในวันนี้และในอนาคตต่อไป แม้ผลลัพธ์ที่ได้จะพึงพอใจแล้วก็ตาม

ว่าแล้วก็ออกไปรดน้ำต้นไม้ยามสาย แล้วแวะมาลูบหัวเพื่อนรักสี่ขาที่นอนมองตาละห้อยสักหน่อยดีกว่า 

Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน

นอกจากจะมีเสียงดนตรีที่ช่วยในการสร้างพลังบวก สำคัญคือ บ้านของพฤกษาจะต้องเป็น “บ้านที่จะช่วยสร้างสุขภาพใจที่ดี” พวกเขาจึงใส่ใจออกแบบ Pruksa Living Solution ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ของการอยู่อาศัย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคน ทุกชีวิต มีความสุข และให้บ้านเป็นสถานที่พักกายพักใจ ช่วยให้คุณปลดล็อกสุขภาพกายและใจให้ฟื้นฟูเพราะบ้านที่มาพร้อมกับ Pruksa Living solution จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น 

สัมผัสประสบการณ์ Unlock Your Future Living เพิ่มเติมได้ที่ https://www.pruksa.com/inspiring-story/unlockyourfutureliving-music

ข้อมูลอ้างอิงงานวิจัย
  • Giordano F, Scarlata E, Baroni M, et al. Receptive music therapy to reduce stress and improve wellbeing in Italian clinical staff involved in COVID-19 pandemic: A preliminary study. Arts Psychother 2020;70: 101688.
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1558787811001845
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0031938416306977
  • www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7671032/
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1558787811001845
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0031938416306977

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

Creative Campaign

เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณา

เพลงรักจากพลังงานสะอาด คือแคมเปญที่ทำให้เรามานั่งอยู่หน้าจอตอนนี้ 

มือเสิร์ชยูทูบ รับชมมิวสิกวิดีโอเพลง เป็นเธอ (Brighter Sky) ของ วี-วิโอเลต วอเทียร์

ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าเพลงนี้ทำขึ้นอย่างมีวัตถุประสงค์ เพราะฟังดูแล้วเหมือนเพลงรักทั่วไป ราวกับภาคต่อเพลงดังของเจ้าตัวด้วยซ้ำ ไม่มีคำว่าไฟฟ้าหรือพลังงานในเนื้อสักท่อน อีกทั้งกระบวนการที่พิเศษสุด ๆ อย่างการถ่ายทำเอ็มวีด้วยรถเทรลเลอร์กักเก็บพลังงานเพียงคันเดียว ก็ยังเฉลยให้เห็นในตอนท้ายสุด 

ขนาดเอเจนซี่โฆษณาที่ได้รับมอบหมายอย่าง Dentsu ยังกลับมาพร้อมการบ้านว่า ลูกค้าเจ้านี้เป็นแบรนด์ที่มีลักษณะนิสัยแบบ Show, don’t tell

เรากำลังพูดถึง บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติที่ดำเนินธุรกิจใน 10 ประเทศทั่วโลก 

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปีที่บ้านปูหันมาทำแคมเปญเพื่อบอกทุกคนว่า พลังงานสะอาดจากบ้านปูอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด และเลือกคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ เพราะเชื่อว่าพวกเขาจะเป็นกำลังหลักของโลกอนาคต

แต่ก่อนไปพูดถึงเบื้องหลังแคมเปญ เรามาไขข้อสงสัยว่าจะเล่าเรื่องพลังงานสะอาดที่ฟังดูเข้าใจยากให้ง่ายขึ้นยังไงกันก่อน

“ต้องตีคำว่า พลังงาน ออกมาเป็นสิ่งที่เขากำลังเข้าถึงอยู่ ต้องให้เห็นปลายทางว่ามันไปออกที่ไหน เช่น ไฟฟ้า แสงสว่าง แม้กระทั่งการรีดผ้า ขับรถ ก็เกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าเป็นพลังงานรูปแบบใด 

“พลังงานสะอาดถือเป็นโจทย์สำหรับโลกอนาคต เพราะเราต้องดูแลโลกให้ดียิ่งขึ้น แต่เดิมรถเคยใช้น้ำมันก็เปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้า เป็นต้น”

เราพยักหน้าไปพลางร้องอ๋อ และหวังว่าคุณคนอ่านจะมองเห็นภาพชัดขึ้น เพราะคนที่อธิบายให้คุณฟังไปเมื่อครู่ คือ รัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – ฝ่ายสื่อสารองค์กร (Head of Corporate Communications) บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 

“เราต้องหาวิธีการสื่อสาร” 

รัฐพลเริ่มต้นด้วยการย้อนความให้ฟังว่า บ้านปูเป็นบริษัทพลังงานที่เติบโตจากประเทศไทย ก่อนจะขยับขยายธุรกิจและดำเนินงานในระดับนานาชาติเป็นส่วนใหญ่ 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อบ้านปูหันกลับมาทำธุรกิจในประเทศ และปรับองค์กรให้อยู่ภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter คือการทำธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และทำธุรกิจให้สมาร์ทขึ้น ไม่ได้หมายถึงแค่ตัวองค์กร แต่คนที่ได้ประโยชน์จากพลังงานสะอาดก็จะใช้ชีวิตอย่างสมาร์ทด้วย 

เมื่อบ้านปูเลือกที่จะเดินทางนี้ โปรดอย่าลืมว่าพลังงานเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ ไกลตัว แตกต่างจาก Consumer Product อื่น ๆ ที่หยิบจับได้ มองเห็นชัด ทั้งที่ความจริงที่ซ่อนอยู่นั้นตรงกันข้าม

หลอดไฟปิ๊งไอเดียจึงสว่างวาบที่รัฐพล “ทำยังไงให้รู้ว่าบ้านปูอยู่ใกล้พวกคุณมากกว่าที่คุณคิด” กลายเป็นโจทย์ใหญ่

เขาย้ำกับเราหลายครั้งตลอดการสนทนาว่า บ้านปูไม่ได้ขายสินค้า แต่พวกเขาขายการแก้ไขปัญหา

เป็นเธอ (Brighter Sky) เพลงรักแคมเปญ Banpu ที่ใช้พลังงานสะอาดถ่าย MV จนถึงมินิคอนเสิร์ต

เพราะความจริงคือ บ้านปูมีส่วนสำคัญในการสร้างพลังงานในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีรถเทรลเลอร์กักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ที่รุดช่วยจ่ายไฟเสมอยามภัยมา พัฒนาโซลาร์รูฟท็อป บริการรถรับส่งมูฟมี แม้กระทั่งเรือไฟฟ้าสำหรับการท่องเที่ยว แต่ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรก็พูดกับเราตามตรงว่า “มันอาจจะไม่ตอบโจทย์แบรนด์ ในด้านของการเข้าถึงและมีประสบการณ์ร่วม เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเราทำ”

“เราเติบโตต่างประเทศ ทำแต่ Business-to-Business ไม่ใช่ Business-to-Customer เลยไม่ได้เข้าไปถึงกลุ่มคนรายย่อย ๆ แต่ตอนนี้วิสัยทัศน์เปลี่ยนแปลงไป เราต้องหาวิธีการสื่อสารกับเขา”

เขาในที่นี้ เดิมมี 4 กลุ่มหลักคือ ผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุน ลูกค้าหรือคู่ค้า พนักงาน และประชาชนทั่วไป แต่กลุ่มที่บ้านปูให้ความสำคัญมากไปกว่านั้น กลับเป็นคนรุ่นใหม่ หรือวัย Gen Z

“ถึงแม้เราจะเคยทำงานร่วมกับเขาในเชิงกิจกรรม เช่น สนับสนุนบอร์ดเกม การศึกษา ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพเยาชนในด้านต่าง ๆ แต่ยังไม่เคยมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับแบรนด์โดยตรง”

เราถามผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรว่าเห็นอะไรในคนกลุ่มนี้ รัฐพลตอบอย่างมั่นใจว่า ศักยภาพ

“เขาเป็นกลุ่มที่ใส่ใจสังคมมาก มากขึ้นทุกวัน เป็นคนหาข้อมูลเชื่อมโยงกับสิ่งที่มีอยู่รอบโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศ ถ้าเราสื่อสารกับเขาได้ สร้างให้เกิดแรงบันดาลใจที่ดี เขาก็จะมีแรงทำสิ่งดี ๆ ให้โลกด้วย”

แต่จะให้บริษัทพลังงานทำโฆษณาขึ้นมาเองก็กระไรอยู่ และลักษณะนิสัยของบ้านปูก็ไม่ใช่คนที่นิยมป่าวประกาศเสียด้วย

เป็นเรื่องที่แม้แต่คนที่เคยทำงานร่วมกันเพียงครั้งแรกก็ยังรู้

ใช่ Dentsu คือคนนั้น 

“ความยาก ๆ ไม่เอา”

“เราอยากสร้างประสบการณ์ดี ๆ ร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย ทำยังไงให้รู้ว่าเราอยู่ใกล้ตัวเขาเสมอ อีกสิ่งสำคัญคือทำให้คนรุ่นใหม่รับรู้ว่า การส่งมอบพลังงานที่ดีเพื่ออนาคตคือจุดยืนของเรา”

อาจไม่ครบถ้วนทั้งหมด แต่ใจความหลักของบรีฟคือข้อความข้างต้นไม่ผิดแน่

“จริง ๆ จะว่ายากก็ไม่ได้ยากมาก” เฟิร์น-อัญชลิกา เกตุวัฒนาไชย Associate Creative Director เกริ่นเล็กน้อย “เพราะลูกค้ามีวัตถุประสงค์ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาต้องการอะไร กลุ่มเป้าหมายก็ชัดเจนมากว่าเป็นวัยรุ่น ดังนั้น เราต้องหาว่าไอเดียไหนจะสร้าง Brand Experience กับ Brand Engagement ให้เกิดขึ้นได้” 

เรื่องที่ไม่ว่ายังไงก็ยังยาก ถ้าศัพท์ Gen Z คงเรียกว่า ‘ตัวต้นเรื่อง’ คือพลังงานสะอาดที่มองทางไหนก็ดูยากไปเสียหมด แม้แต่คน Gen Y อย่าง แมน-สิงห์ ติ้นเติมทรัพย์ Group Creative Director และ ออย-ชัชนิตย์ เย็นใจ Senior Copywriter ก็ยังประสบปัญหาคล้ายกัน

“เราคิดเหมือนกันว่า พลังงานสะอาดดูไกลตัวเรามาก รู้สึกว่า เอ๊ะ เราจะไปมีประสบการณ์ร่วมกับพลังงานได้ยังไง” แมนเล่าย้อนตอนเพิ่งได้รับโจทย์ “แต่พอลูกค้าให้ข้อมูลสิ่งที่เขาเคยทำมา มันใกล้ตัวจนเราอาจจะเคยผ่าน เคยนั่ง เคยสัมผัส เคยรับรู้ถึงมัน เพียงแค่ไม่ได้รับรู้ เราเลยอยากทำให้คน Gen Z ได้รู้สึกเหมือนกับเรา”

ออยบอกว่า สะพานที่เชื่อมหนึ่งคำกับอีกหนึ่งกลุ่มคน คือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน ที่มีพลังงานสะอาดเข้ามาเกี่ยวข้องโดยไม่รู้ตัว 

“เห็นจากอาคารบ้านเรือนก็เริ่มมีแผงโซลาร์เซลล์ รถอีวีก็เริ่มมีคนซื้อมาใช้แล้ว วัยรุ่นเริ่มตระหนักเรื่องโลกร้อนมากขึ้น เข้าไปเรียนรู้ และเริ่มปรับตัวอยู่กับพลังงานสะอาด เพราะเขามองเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้คือสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งจะส่งผลให้การใช้ชีวิตของพวกเขาในอนาคตดีขึ้นด้วย”

คีย์เวิร์ดแรกที่เด้งขึ้นมากลางวงประชุม จึงเป็นคำว่าสนุก และต้องง่ายเข้าไว้ “ความยาก ๆ ไม่เอา ฉันจะผลักออกไปเลย” แมนเอ่ยอย่างหนักแน่น “เรามานั่งคิดและศึกษาข้อมูลเลยว่าเขาสนใจอะไร วิถีชีวิตเขาเป็นยังไง มิติไหนจะสื่อสารกับเขาได้ง่ายที่สุด”

เฟิร์นรับช่วงต่อ “เราทำการบ้านกันเยอะมาก เกือบ 10 ดราฟต์ คือ Final 1 Final 2 Final 3

“เราไม่ได้ทำงานกันแค่ 3 คน เบื้องหลังเราก็จะมีทีมกลยุทธ์ที่ช่วยรีเสิร์ชข้อมูลมาว่า เด็กวัยนี้ทำอะไรในหนึ่งวัน การแสดงความคิดเห็นในโลกโซเชียลเป็นยังไง ฟังเพลงแบบไหน ศิลปินคนไหนที่เขาชอบ 

“ในพาร์ตของครีเอทีฟ เราก็ต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดนั้นด้วยว่า ถ้าเราเป็นกลุ่มเป้าหมาย เราจะทำอะไรบ้างในหนึ่งวัน ถึงแตกเป็นไอเดียที่ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งการกิน การดูงานศิลป์ การทำงานอาร์ตต่าง ๆ แต่ก็มีช่องโหว่บางอย่างที่เรารู้สึกว่าเด็กทุกคนไม่ได้ชอบเหมือนกันหมด”

จิ๊กซอว์ชิ้นที่ตามหา จึงกลายเป็นชิ้นที่ถูกปัดออกไปไว้หลังสุดจนเกือบนึกไม่ถึง 

“เราคิดกันลึกเกินไป สุดท้ายมันกลับมาที่เรื่องเบสิก คือการฟังเพลงนั่นแหละ”

ถึงตาลูกค้ารับไอเดียการทำเพลงไปพิจารณา รัฐพลเล่าว่า บ้านปูมีการพูดคุยภายในกับผู้บริหารและคณะกรรมการหลายท่าน ซึ่งรวบรวมคนไว้หลายช่วงวัยด้วยกัน 

“ท้ายที่สุด ไม่ว่าวัยไหนก็จะตอบว่าเพลงนี่แหละมันใช่ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด”

เบื้องบนไฟเขียวแล้ว อยู่ที่ว่า ‘เพลง’ จะเป็นแค่ ‘เพลง’ รึเปล่า

“มันเป็นไปได้”

สำหรับ Dentsu การจะทำ Music Marketing คราวนี้ต่างออกไป เพราะสินค้าตัวอื่น ๆ อาจถือขึ้นมาโชว์ได้ หรือมีคำมากมายจะสื่อสารถึง แต่สินค้าของลูกค้ารายนี้กลับเป็นพลังงาน

ถ้ามันจับต้องไม่ได้ ก็ให้มันอยู่ในทุกกระบวนการของการทำเพลงที่จับต้องง่ายซะเลย 

Dentsu ไม่ได้พูด แต่ดูจะเป็นเช่นนั้น

“เราจะใช้พลังงานสะอาดในทุกกระบวนการการทำเพลงนี้ ตั้งแต่เริ่มต้น แต่งเพลง อัดเพลง ทุก ๆ อย่าง”

การทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนและไม่รู้ว่าเป็นไปได้ไหม หลายคนอาจหนีไปตั้งหลัก บางคนอาจส่ายหน้า แต่บ้านปูยกมือเอาด้วย

“เราคิดว่าเป็นไปได้” ขอตัดสลับไปที่รัฐพล เพื่อให้เขาได้อธิบายการตัดสินใจนั้นด้วยตัวเอง 

“เราถามกระบวนการว่าเวลาอัดเพลงทำยังไง และรับเอาไปศึกษากับ Product Development ของบ้านปูที่เขามีโซลูชันเหล่านี้อยู่แล้ว เริ่มลงดีเทลกับงานโปรดักชันมากขึ้น เพราะแต่ละเครื่องดนตรีกินไฟไม่เหมือนกัน ทั้งแสง สี เสียง แล้วทีมวิศวกรก็กลับมาประมวลผล เราคิดว่าสามารถทำได้” ผู้อำนวยการย้ำความมั่นใจ

การเดินทางของแคมเปญนี้ตั้งแต่ดราฟต์แรกถึงสุดท้าย จึงเต็มไปด้วยความท้าทายว่าบ้านปูและ Dentsu จะใช้พลังงานสะอาดในเพลงตั้งแต่ก้าวที่ 1 จนถึง 100 ได้จริงหรือไม่

แต่ก่อนออกเดินไปถึงตรงนั้น คิดว่าใครเหมาะสมที่สุดที่จะทำเพลงสุดท้าทายนี้ให้คนฟังดีกว่า

เป็นเธอ (Brighter Sky) เพลงรักแคมเปญ Banpu ที่ใช้พลังงานสะอาดถ่าย MV จนถึงมินิคอนเสิร์ต

“อยากให้เพลงนี้เป็นเพลงรัก”

หลังทีม Dentsu ใช้พลังสืบค้น รวบรวมข้อมูล วี-วิโอเลต วอร์เทีย คือคนแรกที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย

เพราะนอกจากจะเป็นศิลปินที่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ มีฐานแฟนคลับพอสมควร วียังเปี่ยมไปด้วยพลังบวก และสนใจเรื่องพลังงานสะอาดอีกด้วย

เราคุยกับรัฐพลภายหลัง เขาเสริมเพิ่มเติมอย่างติดตลกว่า วันที่ถ่ายทำ วียืนเต้นบนส้นสูงท่ามกลางแดดจ้าจนถึง 4 ทุ่ม ราวกับชาร์จแบตด้วยพลังแสงอาทิตย์ เห็นได้ชัดว่าบ้านปูเลือกคนไม่ผิด

แอ้ม-อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์ เป็นคนต่อมาที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย นักแต่งเพลงมือฉมังที่ถ้ามีโจทย์เพลงขวัญใจวัยรุ่นเข้ามา ก็คงหนีไม่พ้นเธอ

“ความรักมันใกล้ตัวคนมากที่สุด เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกคนมีเรื่องของความรักเข้ามาเกี่ยวหมดอยู่แล้ว แต่เรารู้สึกว่าพาร์ตหนึ่งของความรักมันคือการมอบพลังงานดี ๆ ให้แก่กัน พอเรามาเปรียบเทียบว่าการมีบ้านปูอยู่ในชีวิตประจำวัน ก็เหมือนเราได้รับพลังงานที่มันสะอาด ได้ส่งมอบความรักดี ๆ ให้กับโลก

“เราวางใจคุณแอ้มได้ระดับหนึ่งว่าเขาจะตีโจทย์เรื่องยาก ๆ ให้เป็นเพลงที่ติดหูได้” ทีมครีเอทีฟยื่นข้อเสนอ

ซึ่งแอ้มตีโจทย์แตกตามคาดการณ์ เพราะลูกค้าแทบจะแก้เนื้อร้องน้อยมาก รัฐพลเล่าให้ฟังว่าเขาชื่นชอบเพลงนี้ตั้งแต่แอ้มร้องไกด์ให้ฟัง และเชื่อมั่นว่าจะติดหูในไม่ช้า จากทักษะการแต่งเพลงที่มีชั้นเชิง บวกกับความเป็นมืออาชีพของแอ้มที่เข้าใจความต้องการของบ้านปูเป็นอย่างดี

เพราะนอกจากจะต้องทำให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่แล้ว โจทย์สำคัญจากบ้านปูคือ “ไม่อยากให้มีคำว่า พลังงานสะอาด ไฟฟ้า หรือคำตรง ๆ ที่ดูเป็นธุรกิจมากเกินไป”

เป็นเธอ (Brighter Sky) เพลงรักแคมเปญ Banpu ที่ใช้พลังงานสะอาดถ่าย MV จนถึงมินิคอนเสิร์ต

เราถามผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

“ไม่อยากยัดเยียด เราอยากให้เพลงนี้เป็นเพลงรัก” เขาตอบทันที

“จะตีความอะไรในบริบทของเขาได้ทั้งหมด แต่ท้ายที่สุดมันจะกลับมาถึงแบรนด์เราเอง คนรุ่นใหม่ถ้าเขารักและเชื่อมั่นในแบรนด์อะไร เดี๋ยวเขาก็หาข้อมูลและเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้เอง 

“เราอยากเป็นคนที่แค่ยืนอยู่เคียงข้างเขา อยากทำให้รู้สึกว่า การที่มีบ้านปูอยู่ใกล้ ๆ เขาจะได้รับพลังงานที่ทั้งบวก สะอาด และมีความสุข ถ้าไปยัดเยียดเขาว่า โลกเราต้องสวยงาม ต้องใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เราว่าคนไม่ฟังเพลงหรอก และมันจะไม่ตอบโจทย์อะไรเลย”

ทำไมทั้งแคมเปญทั้งที ไม่ป่าวประกาศไปเลยว่าบ้านปูเป็นคนทำ – เราถามต่อ ยังไม่คลายสงสัยว่าเหตุใดบริษัทยักษ์ใหญ่ถึงได้ถ่อมตัวนัก 

“ถ้าเราทำแล้วเห็นผลเป็นที่ประจักษ์ก็เอาไปสื่อสารได้ แต่ไม่มีการโฆษณาก่อนแล้วท้ายที่สุดทำไม่ได้อย่างที่พูด เราเป็นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว 

“แม้กระทั่ง Dentsu เองที่ทำงานกับเราเป็นครั้งแรก ยังเห็นตัวตนเราภายในระยะเวลาไม่นาน เพียงแต่ความถ่อมตัวบางทีก็ทำให้คนมองไม่เห็น ได้แต่หวังว่าเพลงรักจากพลังงานสะอาดจะทำให้คนมองเห็นเรามากขึ้น” รัฐพลเอ่ย

“เราไม่ได้ขายโปรดักต์ เราขายโซลูชัน”

ถึงวันลงมือทำจริง ความไม่คุ้นชินคืออุปสรรคแรกที่ต้องข้ามผ่านไปให้ได้ จากคนที่อยากใช้ไฟก็แค่เสียบปลั๊ก Dentsu บอกว่าทุกคนต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การอัดเสียง ถ่ายเอมวี จนถึงการทำคอนเสิร์ต โดยมีความกังวลใจว่าจะทำสำเร็จไหมเป็นเพื่อนสนิท

หลังบ้านมีการคุยกันตลอดเวลาว่าจะใช้ไฟเท่าไร มันละเอียดมาก เพราะอุปกรณ์แต่ละอย่างไฟซัพพอร์ตไม่เท่ากันเลย 

“ปกติเวลาเราขายงานลูกค้า อาจจะเจอแค่ฝ่าย Marketing แต่โปรเจกต์นี้เราต้องคุยกับวิศวกร และวิศวกรเขาอาจจะไม่เคยมานั่งประชุมเรื่อง PR ด้วยซ้ำ อย่าง AE ก็กลายเป็นต้องมานั่งอ่านเหมือนกันว่าอันนี้กี่โวลต์ กี่วัตต์ กี่แอมป์ 

“มันก็เป็นการชาเลนจ์บ้านปูเองด้วยว่า สิ่งที่เขามีอยู่จะสร้างสรรค์งานแบบนี้ออกมาได้ไหม บางทีเขาก็ต้องกลับไปผลิตอะไรเพิ่ม จากทำแคมเปญ 3 เดือนจบ แต่คราวนี้ยาวนานเกือบปี”

หลักฐานที่แสดงความเป็นไปได้ คือห้องอัดเสียงพลังงานโซลาร์เซลล์ และมินิคอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายปีนี้ โดยใช้ไฟจากโซลูชันพลังงานที่เป็นชุดผลิตและกักเก็บไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์เพียง 1 คัน

เป็นเธอ (Brighter Sky) เพลงรักแคมเปญ Banpu ที่ใช้พลังงานสะอาดถ่าย MV จนถึงมินิคอนเสิร์ต

เฟิร์นแชร์ให้นึกภาพตามง่าย ๆ ว่า โซลูชันพลังงานตัวนี้ก็เหมือนกับแบตสำรองขนาดใหญ่มากที่เคลื่อนที่ได้ ทำงานโดยการกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์มาไว้ที่รถ จากนั้นจะถูกแปลงค่าเป็นพลังงานโวลต์ที่จ่ายไฟเข้าอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ 

ดังนั้น ทุกอย่างจึงต้องผ่านการคำนวณมาเป็นอย่างดีและแม่นยำ เพื่อให้โซลูชันพลังงานสามารถกักเก็บและผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอต่อการใช้งานได้ทั้งตลอดวัน

เราถามทีมครีเอทีฟในฐานะคนเบื้องหลังว่า พวกเขามองเห็นพลังงานสะอาดในอุตสาหกรรมบันเทิงในอนาคตบ้างไหม

“นั่นแหละคือสิ่งที่เราอยากจะบอก ขนาดการทำเพลงที่ดูไม่ได้เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด เรายังใช้ได้เลย เพราะฉะนั้น เรื่องง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันก็อาจเกิดขึ้นง่ายกว่าด้วยซ้ำ

“มันคงไม่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ทันที แต่แคมเปญนี้คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีว่า เรากำลังจะก้าวเข้าไปสู่วิถีชีวิตแบบใหม่ เหมือนเป็นตัวอย่างที่ทำให้รู้ว่า ฉันก็ทำได้นะ มาลองเปลี่ยนกันไหม”

แคมเปญแรกของ Banpu ใช้พลังงานสะอาดทำเพลงรัก หวังสร้างประสบการณ์ร่วมกับคนรุ่นใหม่ และส่งมอบพลังงานดี ๆ ให้กับโลก
แคมเปญแรกของ Banpu ใช้พลังงานสะอาดทำเพลงรัก หวังสร้างประสบการณ์ร่วมกับคนรุ่นใหม่ และส่งมอบพลังงานดี ๆ ให้กับโลก

ในมุมมองของลูกค้าเอง แม้จะยังไม่มั่นใจในผลลัพธ์ว่าจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้มากน้อยแค่ไหน แต่นี่ก็ถือเป็นแคมเปญแรกที่เขามีความภาคภูมิใจมาก เพราะนอกจากเทคโนโลยีนี้แล้ว ยังมีโซลูชันแห่งอนาคตของบ้านปูปรากฏอยู่ในเอ็มวีหลายอย่าง แม้กระทั่งวิศวกร พนักงานจริง ก็โลดแล่นอยู่ด้วย

“บ้านปูไม่ได้ขายโปรดักต์ เราขายโซลูชัน” เขาย้ำอีกครั้ง “เราไม่ได้สร้างรถแล้วขายเป็นคัน แต่เรามอบทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันให้ง่ายขึ้น มีความสุขมากขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะความยั่งยืนคือสิ่งที่บ้านปูให้ความสำคัญมาโดยตลอด” รัฐพลทิ้งท้าย

รับชมมิวสิกวิดีโอเพลงเป็นเธอ (Brighter Sky) ได้ที่นี่

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load