ครั้งนี้ไม่ได้แนะนำร้านอาหารข้างรั้ว หลังท่าเรือ ข้างกำแพงตึกแถว หลังกำแพงวัด แต่เป็นร้านที่แค่แนะนำเฉยๆ ว่าเขามีอะไร รูปแบบเป็นอย่างไรบ้างเท่านั้น ไม่ถึงขั้นเชิญชวนให้ไปกิน เพราะเป็นร้านอยู่หลังกำแพงคุกหรือเรือนจำครับ  

​เป็นเรือนจำที่ราชบุรี โดยเน้นเฉพาะในแดนเรือนจำหญิง แต่ก็ต้องออกตัวก่อนว่าไม่ใช่เพิ่งเข้าไปมา หยกๆ แต่ก็ไม่ได้เนิ่นนานเกินไป และเชื่อว่ายังคงเหมือนเดิม ส่วนจะเหมือนๆ กับเรือนจำที่อื่นๆ หรือไม่นั้นไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับแต่ละเรือนจำ เพราะผู้บัญชาการเรือนจำมีอิสระในการจัดการอะไรก็ได้ที่คิดว่าดีเพื่อคุณภาพของผู้ต้องขัง และไม่ออกนอกกฎระเบียบราชการ

เอาเรื่องที่ตั้งเรือนจำราชบุรีก่อนครับ ชื่อเต็มๆ ว่า ‘เรือนจำเขาบิน’ ตำบลน้ำพุ อำเภอเมืองฯ ราชบุรี ถึงจะตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองฯ แต่ออกนอกเมืองไปไกลลิบลับ พื้นที่ดั้งเดิมตอนที่ยังไม่ได้สร้างเรือนจำนั้นเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ก็ไปเวนคืนที่ดินมาเพื่อสร้างเรือนจำ ถึงกระนั้นลักษณะพื้นที่โดยรอบยังมีธรรมชาติงามๆ วิวภูเขายังเขียวแจ่มอยู่ มีนาข้าว มีไร่อ้อย สลับประปราย บ้านเรือนคนน้อย ตอนที่ผมกำลังเดินทางไปนั้นยังหลงใหลกับวิว แต่ยังนึกไปไกลถึงใจคนผู้ต้องคดี ระหว่างที่พวกเขาและเธอนั่งรถจองจำมา ยังได้เห็นวิวธรรมชาติสวยประทับจิต แต่กำลังจะสิ้นอิสรภาพ ไปอยู่ในเรือนจองจำล้อมรอบด้วยกำแพงสูงสี่เหลี่ยม แล้วยังมีจำนวนเดือน จำนวนปี ที่ต้องอยู่ที่นั่นเป็นชนักติดหลัง บางคนเชื่อว่าคงต้องตายอยู่ที่นั่น ใจคงแทบแตกสลาย

เรื่องความเข้มงวดนั้น ถึงจะเป็นแขกที่มีกิจกรรมบางอย่างเพื่อเรือนจำ ความเข้มงวดนั้นก็รัดกุมเต็มที่ กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องประดับ ถึงจะเป็นสร้อยเชือกห้อยพระก็ไม่ได้ ประตูหนาสูงตระหง่านหลายชั้น แดนผู้ต้องขังชายกับแดนผู้ต้องขังหญิงมีระยะห่าง ไม่ชิดกัน ขนาดเป็นแขกและเข้าไปในเวลาสั้นๆ ใจยังแป้วหดหู่เอาเรื่อง
สำหรับแดนเรือนจำหญิง สิ่งสำคัญก่อนอื่นที่น่าจะรู้เบื้องต้นว่าทำไมหรือสาเหตุอะไรที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากต้องเข้าไปอยู่ในนั้น พื้นฐานความเป็นผู้หญิงนั้นไม่ใช่คนเหี้ยมโหด เป็นนักฆาตกรรมโดยสันดาน ไม่ได้เป็นเจ้าพ่อสถานบันเทิง หรือมาเฟียคุมบ่อน คุมคิวมอเตอร์ไซค์ ไม่ได้รีดไถคนค้าขาย เจ้าเล่ห์คดโกง ไม่ใช่คนก้าวร้าวก่อเหตุทะเลาะวิวาท ผู้หญิงก็คือเพศที่อ่อนโยน ใจดี เอื้อเฟื้อ และรักสงบ

ส่วนสาเหตุที่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ส่วนใหญ่มาจากความจำเป็นจากสังคมและสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ตกอยู่ในภาวะที่บีบบังคับ เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์มีความผิดเรื่องยาเสพติด ซึ่งในทางกฎหมายถือว่าเป็นโทษที่ร้ายแรงสูงที่สุด เป็นโทษที่ติดคุกนานกว่าฆ่าคนตาย ที่มาของโทษส่วนใหญ่คือค้ายาปลีก รับจ้างขนยา ถูกหลอกให้ขนยา หรือรับเคราะห์โดยไม่รู้ตัว ติดร่างแหไปกับผู้ค้ายาที่อาจจะเป็นแฟน เป็นเพื่อน หรือผู้หญิงบางคนยอมรับโทษแทนลูกที่ค้ายา

และเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่ผิดเรื่องยาเสพติดนั้นเป็นรายย่อย จำนวนเม็ดยาไม่มาก ซึ่งไม่เคยปรากฏว่าเป็นผู้ค้ารายใหญ่ ลักลอบขนจำนวนมาก หรือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่เลย ซึ่งรายใหญ่ๆ อย่างนั้นเป็นผู้ชายทั้งสิ้น แล้วอีกอย่างหนึ่ง ผู้หญิงไม่มีโอกาสจะต่อสู้คดีด้วยตัวเอง ถึงศาลจะแต่งตั้งทนายความให้ แต่ทนายเหล่านั้นไม่ค่อยกระตือรือร้นที่จะช่วย ผู้หญิงเกือบทั้งหมดไม่มีความรู้ ไม่มีเงิน ไม่มีเครือข่ายที่จะช่วยเหลือตัวเอง ผิดกับตำรวจ อัยการ ที่เป็นมืออาชีพ มีกฎหมายอยู่ในมือพร้อมที่จะขย้ำเอาผู้หญิงเข้าไปอยู่ในเรือนจำ

​เรือนจำเขาบินนั้นมีโครงการสร้างกำลังใจให้นักโทษรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า คนไหนมีความถนัดอะไรก็ให้โอกาสได้ทำงานตามถนัด จะได้ไม่จมอยู่กับความทุกข์เศร้าหมอง มีหลายโครงการที่เข้าไปช่วยผู้ต้องขังหญิง โดยให้ไปฝึกวิชาชีพอย่างงานประณีตศิลป์ เย็บปักต่างๆ เสริมสวย นวดแผนโบราณ และโยคะ แล้วยังมีโครงการสร้างฟื้นฟูสภาพจิตใจอีกหลายอย่าง

อย่างที่ผมบอกครับว่า ผู้ต้องขังหญิงนั้นจิตใจดี เห็นใจกัน หลายคนครับที่ไม่มีญาติพี่น้องเลย ส่วนใหญ่เป็นหญิงชนกลุ่มน้อยหรือจากประเทศเพื่อนบ้านที่โดดเดี่ยว ไม่เคยมีใครมาเยี่ยม หรืออาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธออยู่ที่นี่ เธอเหล่านั้นอาจจะมีกลุ่มเพื่อนๆ ที่เห็นใจดูแลกัน มีกิจกรรมร่วมกัน การเป็นกลุ่มนั้นจะเรียกว่า ‘บ้าน’ มีบ้านโน้นกี่คน บ้านนี้กี่คน อีกอย่างมีผู้ต้องขังหญิงบางคนมีลูกติดท้องมา พอคลอดแล้วก็ต้องเลี้ยงลูกในเรือนจำนั่นเอง จนผู้ต้องขังหญิงคนอื่นๆ ต้องไปช่วยดูแลบ้าง เลี้ยงดูให้ในเวลาที่จำเป็นบ้าง แต่เด็กที่เกิดในนั้นจะไม่ให้อยู่นานครับเพราะเป็นผลเสียต่อเด็กเอง แล้วลองนึกถึงสภาพจิตใจแม่ที่ต้องพรากจากลูก ลูกจะจำหน้าแม่ได้หรือเปล่าไม่รู้
ทีนี้ก็มาถึงเรื่องอาหารการกินครับ เรือนจำเขาบินมีโครงการปลูกพืชผักสวนครัว พื้นที่ที่ปลูกก็ไม่ได้มีมากมาย ไม่ได้มีผักครบหมดทุกอย่าง และไม่พอกับงานการครัว แต่อย่างน้อยก็มีพื้นที่สีเขียวที่กินได้บางครั้งบางคราว

อาหารในคุก, เรือนจำ

ผมได้นั่งข้างแปลงผัก ยังชื่นชมฝีมือปลูก เป็นผู้ต้องขังหญิงชื่อ ศิริโฉมฉาย ยังเป็นสาววัยรุ่นอยู่ มีความทะมัดทะแมงเอาจริงเอาจัง เธอบอกว่า เนื่องจากทางเรือนจำแดนผู้ต้องขังหญิงอยากให้แบ่งพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวให้มีความหมายเหมือนเป็นครัวของบ้าน ครั้งแรกเรือนจำให้คนทำสวนมืออาชีพเข้ามาปลูก แต่ล้มเหลวเพราะสภาพสิ่งแวดล้อม ดิน อากาศ น้ำ ไม่เหมือนภายนอก พืชผักสวนครัวครั้งแรกตายเกลี้ยง ภายหลังจึงให้ศิริโฉมฉายซึ่งพอมีความรู้เรื่องการเกษตรอยู่บ้าง มาเป็นคนปลูกและมีกลุ่มเพื่อนๆ มาช่วยกัน

ศิริโฉมฉายบอกว่า หลังจากที่ดูแล้วก็พบว่าดินในเรือนจำเป็นดินเหนียว เปรี้ยว และน้ำเป็นตะกอนมาก อากาศก็ร้อนจัด ไม่มีลมถ่ายเท ต้องปรับสภาพดินโดยใช้เศษวัชพืช ใบไม้ต่างๆ ภายในเรือนจำ หมัก คลุก แล้วตาก ทำอยู่หลายครั้งจนดินมีความร่วนซุย ส่วนน้ำนั้นทำบ่อกักให้ตกกระกอนแล้วจึงปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกหลายอย่าง เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ตระไคร้ พริก ดอกอัญชัน ฟักทอง มะเขือเทศ ชะพลู ใบบัวบก เมื่องามดีแล้วผู้ต้องขังหญิงคนอื่นๆ ก็มาเอาไปกิน แต่จะใช้วิธีแลก เอาเศษวัสดุเหลือใช้ เช่น ขวดพลาสติก กระป๋อง กล่องกระดาษ ซองพลาสติก มาแลก ซึ่งวัสดุเหลือใช้นั้นมาจากร้านค้าเครดิตในเรือนจำ ผู้ต้องขังหญิงนิยมเอาผักไปต้มกับบะหมี่สำเร็จรูปในกรณีที่ไม่อยากกินอาหารจากโรงครัวใหญ่ หรือเอาไปกินแกล้มกับอาหารรสเผ็ดๆ อย่างน้ำพริกต่างๆ
​ในตอนเย็นๆ กลุ่มคนปลูกพืชผักสวนครัวจะต้มน้ำสมุนไพรอย่างน้ำตระใคร้ น้ำใบบัวบก เป็นหม้อใหญ่ๆ สำหรับผู้อยากกินน้ำสมุนไพร นั่นถือว่าประสบความสำเร็จของการมีพืชผักแบบครัวในบ้า

อาหารในคุก, เรือนจำ อาหารในคุก, เรือนจำ

จากพืชผักสวนครัวก็มาเป็นเรื่องครัว เรื่องอาหารในครัว ปกติเรือนจำทั่วไปมีโรงครัวใหญ่อยู่ในแดนผู้ต้องขังชาย แล้วผู้ต้องขังชายนั่นแหละเป็นคนทำ อย่างที่เคยได้ยินอยู่เสมอครับว่า อาหารนั้นสุดจะกล้ำกลืน กระเดือกไม่ลงคอ ก็ค่าอาหารตามงบประมาณที่ได้มานั้นเฉลี่ยต่อหัว ต่อ 3 มื้อ ต่อวัน ยังไม่เท่าก๋วยเตี๋ยวเนื้อกอเต็กเชียง 1 ชาม แล้วฝีมือเจ้าประคุณผู้ต้องขังชายนั่นอีก ก็คงเดาออกว่าเป็นอย่างไรบ้าง

​ในแต่ละมื้อ เมื่ออาหารทำเสร็จแล้ว ผู้ต้องขังชายจะเอาใส่รถเข็นมาตรงประตูที่เป็นเขตติดต่อกับแดนผู้ต้องขังหญิง ผู้ต้องขังหญิงก็ไปเข็นเข้ามาอีกต่อหนึ่ง เมื่อถึงเวลากินต้องกินพร้อมกันในโรงอาหาร ใครจะกิน ไม่อยากกิน ก็อีกเรื่องหนึ่ง

​ที่เรือนจำเขาบินเขาทำโรงครัวในแดนเรือนจำหญิงขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ต้องขังหญิงที่ไม่อยากกินอาหารจากโรงครัวใหญ่ ก็อย่าว่าแต่ผู้ต้องขังหญิงเท่านั้น ผู้บัญชาการเรือนจำ เจ้าหน้าที่ แขกของเรือนจำ ก็กินอาหารของโรงครัวผู้ต้องขังหญิงนี้ทั้งนั้น

เมื่อผมไปนั่งอยู่ในโรงครัวที่ใหญ่เป็นระเบียบ อุปกรณ์ครบ สะอาด ดีครับ เพราะมีความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในครัวร้านอาหาร ตัดขาดจากบรรยากาศของเรือนจำ

อาหารในคุก, เรือนจำ

แล้วยังได้คุยกับแม่ครัวอีกต่างหาก เธอชื่อ วลัยปัทมา ซึ่งอายุกว่า 40 ปี เป็นแม่ของลูก 3 คน ต้องคดียาเสพติด อยู่ในเรือนจำมาแล้ว 8 ปี เธอบอกว่า เพราะความจำเป็นในครอบครัวทำให้ต้องขายยา ปัจจุบันเป็นแม่ครัวใหญ่ ฝีมืออยู่ในขั้นมืออาชีพ จึงมารับหน้าที่เป็นแม่ครัว โดยมีผู้ช่วย 4 – 5 คน

โรงครัวผู้ต้องขังผู้หญิงนี้เป็นระบบขายในราคาถูก ระบบขายนี่รัดกุมที่สุด แล้วไม่ต้องใช้เงินสด เพราะในเรือนจำไม่ให้มีเงินสดอยู่แล้ว ผู้ต้องขังหญิงส่วนมากเมื่อญาติมาเยี่ยมแล้วจะฝากเงินไว้กับสำนักงานของเรือนจำ แต่ละคนจะไม่ได้จับเงิน แต่มียอดเงินของตัวเอง

เมื่อซื้ออาหารหรือซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับส่วนตัว จะมีเครื่องให้สแกนนิ้วมือ ยอดเงินที่ซื้อจะไปปรากฏในคอมพิวเตอร์ แล้วจะมีใบเสร็จออกมา ซึ่งในใบเสร็จนั้นจะระบุยอดเงินที่เหลือด้วย

สำหรับผู้ที่ไม่มีเงินเลยก็อาจได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ที่อยู่ในกลุ่มหรือที่เรียกว่าบ้านมาตั้งวงกินกัน ส่วนมากไปเอาข้าวฟรีได้จากโรงครัวใหญ่มาร่วมกินด้วย สำหรับการกิน ถ้าเป็นอาหารที่ไปซื้อมาและกินกันเป็นกลุ่มนั้นจะกินตอนไหนก็ได้ แต่ถ้ากินตามระบบโรงครัวใหญ่ต้องกินตามเวลาที่กำหนด

อาหารในคุก, เรือนจำ อาหารในคุก, เรือนจำ

วลัยปัทมาบอกว่า กลุ่มแม่ครัวจะวางแผนรายการอาหารล่วงหน้าทั้งเดือน โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงละ 15 วัน หรืออาหารอย่างหนึ่งใน 1 เดือนจะซ้ำ 2 ครั้ง เช่น แกงเขียวหวาน แกงส้ม จะมี 2 ครั้ง แล้วในรายละเอียดยังแยกอีกว่าเป็นแกงเขียวหวานอะไร แกงส้มอะไร ในแต่ละวันในตอนเช้ามีอาหาร 2 อย่าง กลางวัน 2 อย่าง แต่จะมีอาหารเสริมที่ทำบ่อยๆ คือประเภทน้ำพริก มีน้ำพริกกะปิ น้ำพริกตาแดง น้ำพริกลงเรือ

อาหารในคุก, เรือนจำ อาหารในคุก, เรือนจำ

รายการอาหารนั้นจะปิดประกาศล่วงหน้าทั้งเดือน ผู้ต้องขังหญิงจะมาลงชื่อจอง โดยมีสมุดรับจองล่วงหน้า ฉะนั้น ในแต่ละวัน แต่ละมื้อ จะรู้จำนวนคนสั่งอาหารที่แน่นอน มันสะดวกต่อการเตรียมของและการจัดเวลาในการทำ ส่วนน้ำพริกนั้นจะมีคนจองท่วมท้นมาก การวางระบบทำงานมีความคล่องตัวมาก มีฝ่ายทำอาหาร มีฝ่ายตักใส่ถุง มีฝ่ายจ่ายอาหารที่ทำหน้าที่สแกนนิ้วมือและส่งใบเสร็จ

วลัยปัทมาบอกว่า กลุ่มทำงานในครัวนี้ถึงจะเป็นงานหนัก แต่พอใจและสนุกกับงานมาก ถึงจะต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 ก่อนคนอื่น และเข้านอนทีหลังคนอื่นเพราะต้องเก็บสิ่งของ ทำความสะอาด แล้วเตรียมการสำหรับวันรุ่งขึ้น
วลัยปัทมายังบอกแถมอีกว่า อย่างหนึ่งที่ต้องการคืออยากพัฒนาฝีมือไปทำอาหารอย่างอื่นๆ เช่น อาหารฝรั่ง จีน แต่ไม่มีใครไปช่วยสอน การที่เราทุ่มเท สนุก กับงานนั้นทำให้ไม่เป็นทุกข์กับการอยู่ในเรือนจำมากนัก และเมื่อมีผลงานเราก็ได้เป็นผู้ต้องขังชั้นดีเยี่ยม ระยะเวลาพ้นโทษก็จะเร็วขึ้น มีความหวังจะได้ไปพบลูกเร็วขึ้น

นี่คือสิ่งที่มีอยู่ในเรือนจำ มีทั้งความผิดพลาดกับวิถีชีวิตที่ต้องตกไปอยู่ที่นั่น มีทั้งการต่อสู้ปรับตัวเอง การช่วยเหลือกัน ระยะเวลาของการรอคอยออกสู่อิสรภาพ

และนี่อาจจะเป็นตัวอย่างสำหรับคนภายนอกได้ว่า ขอให้เห็นใจผู้ที่ผิดพลาดบ้าง และระวังอย่าผิดพลาดเสียเอง ถึงอาหารหลังกำแพง (เรือนจำ) จะกินได้ถึงอร่อย ก็ไม่น่าเข้าไปอยู่กินครับ

ครั้งนี้ไม่ได้แนะนำร้านอาหารข้างรั้ว หลังท่าเรือ ข้างกำแพงตึกแถว หลังกำแพงวัด แต่เป็นร้านที่แค่แนะนำเฉยๆ ว่าเขามีอะไร รูปแบบเป็นอย่างไรบ้างเท่านั้น ไม่ถึงขั้นเชิญชวนให้ไปกิน เพราะเป็นร้านอยู่หลังกำแพงคุกหรือเรือนจำครับ  

​เป็นเรือนจำที่ราชบุรี โดยเน้นเฉพาะในแดนเรือนจำหญิง แต่ก็ต้องออกตัวก่อนว่าไม่ใช่เพิ่งเข้าไปมา หยกๆ แต่ก็ไม่ได้เนิ่นนานเกินไป และเชื่อว่ายังคงเหมือนเดิม ส่วนจะเหมือนๆ กับเรือนจำที่อื่นๆ หรือไม่นั้นไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับแต่ละเรือนจำ เพราะผู้บัญชาการเรือนจำมีอิสระในการจัดการอะไรก็ได้ที่คิดว่าดีเพื่อคุณภาพของผู้ต้องขัง และไม่ออกนอกกฎระเบียบราชการ

เอาเรื่องที่ตั้งเรือนจำราชบุรีก่อนครับ ชื่อเต็มๆ ว่า ‘เรือนจำเขาบิน’ ตำบลน้ำพุ อำเภอเมืองฯ ราชบุรี ถึงจะตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองฯ แต่ออกนอกเมืองไปไกลลิบลับ พื้นที่ดั้งเดิมตอนที่ยังไม่ได้สร้างเรือนจำนั้นเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ก็ไปเวนคืนที่ดินมาเพื่อสร้างเรือนจำ ถึงกระนั้นลักษณะพื้นที่โดยรอบยังมีธรรมชาติงามๆ วิวภูเขายังเขียวแจ่มอยู่ มีนาข้าว มีไร่อ้อย สลับประปราย บ้านเรือนคนน้อย ตอนที่ผมกำลังเดินทางไปนั้นยังหลงใหลกับวิว แต่ยังนึกไปไกลถึงใจคนผู้ต้องคดี ระหว่างที่พวกเขาและเธอนั่งรถจองจำมา ยังได้เห็นวิวธรรมชาติสวยประทับจิต แต่กำลังจะสิ้นอิสรภาพ ไปอยู่ในเรือนจองจำล้อมรอบด้วยกำแพงสูงสี่เหลี่ยม แล้วยังมีจำนวนเดือน จำนวนปี ที่ต้องอยู่ที่นั่นเป็นชนักติดหลัง บางคนเชื่อว่าคงต้องตายอยู่ที่นั่น ใจคงแทบแตกสลาย

เรื่องความเข้มงวดนั้น ถึงจะเป็นแขกที่มีกิจกรรมบางอย่างเพื่อเรือนจำ ความเข้มงวดนั้นก็รัดกุมเต็มที่ กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องประดับ ถึงจะเป็นสร้อยเชือกห้อยพระก็ไม่ได้ ประตูหนาสูงตระหง่านหลายชั้น แดนผู้ต้องขังชายกับแดนผู้ต้องขังหญิงมีระยะห่าง ไม่ชิดกัน ขนาดเป็นแขกและเข้าไปในเวลาสั้นๆ ใจยังแป้วหดหู่เอาเรื่อง
สำหรับแดนเรือนจำหญิง สิ่งสำคัญก่อนอื่นที่น่าจะรู้เบื้องต้นว่าทำไมหรือสาเหตุอะไรที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากต้องเข้าไปอยู่ในนั้น พื้นฐานความเป็นผู้หญิงนั้นไม่ใช่คนเหี้ยมโหด เป็นนักฆาตกรรมโดยสันดาน ไม่ได้เป็นเจ้าพ่อสถานบันเทิง หรือมาเฟียคุมบ่อน คุมคิวมอเตอร์ไซค์ ไม่ได้รีดไถคนค้าขาย เจ้าเล่ห์คดโกง ไม่ใช่คนก้าวร้าวก่อเหตุทะเลาะวิวาท ผู้หญิงก็คือเพศที่อ่อนโยน ใจดี เอื้อเฟื้อ และรักสงบ

ส่วนสาเหตุที่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ส่วนใหญ่มาจากความจำเป็นจากสังคมและสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ตกอยู่ในภาวะที่บีบบังคับ เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์มีความผิดเรื่องยาเสพติด ซึ่งในทางกฎหมายถือว่าเป็นโทษที่ร้ายแรงสูงที่สุด เป็นโทษที่ติดคุกนานกว่าฆ่าคนตาย ที่มาของโทษส่วนใหญ่คือค้ายาปลีก รับจ้างขนยา ถูกหลอกให้ขนยา หรือรับเคราะห์โดยไม่รู้ตัว ติดร่างแหไปกับผู้ค้ายาที่อาจจะเป็นแฟน เป็นเพื่อน หรือผู้หญิงบางคนยอมรับโทษแทนลูกที่ค้ายา

และเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่ผิดเรื่องยาเสพติดนั้นเป็นรายย่อย จำนวนเม็ดยาไม่มาก ซึ่งไม่เคยปรากฏว่าเป็นผู้ค้ารายใหญ่ ลักลอบขนจำนวนมาก หรือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่เลย ซึ่งรายใหญ่ๆ อย่างนั้นเป็นผู้ชายทั้งสิ้น แล้วอีกอย่างหนึ่ง ผู้หญิงไม่มีโอกาสจะต่อสู้คดีด้วยตัวเอง ถึงศาลจะแต่งตั้งทนายความให้ แต่ทนายเหล่านั้นไม่ค่อยกระตือรือร้นที่จะช่วย ผู้หญิงเกือบทั้งหมดไม่มีความรู้ ไม่มีเงิน ไม่มีเครือข่ายที่จะช่วยเหลือตัวเอง ผิดกับตำรวจ อัยการ ที่เป็นมืออาชีพ มีกฎหมายอยู่ในมือพร้อมที่จะขย้ำเอาผู้หญิงเข้าไปอยู่ในเรือนจำ

​เรือนจำเขาบินนั้นมีโครงการสร้างกำลังใจให้นักโทษรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า คนไหนมีความถนัดอะไรก็ให้โอกาสได้ทำงานตามถนัด จะได้ไม่จมอยู่กับความทุกข์เศร้าหมอง มีหลายโครงการที่เข้าไปช่วยผู้ต้องขังหญิง โดยให้ไปฝึกวิชาชีพอย่างงานประณีตศิลป์ เย็บปักต่างๆ เสริมสวย นวดแผนโบราณ และโยคะ แล้วยังมีโครงการสร้างฟื้นฟูสภาพจิตใจอีกหลายอย่าง

อย่างที่ผมบอกครับว่า ผู้ต้องขังหญิงนั้นจิตใจดี เห็นใจกัน หลายคนครับที่ไม่มีญาติพี่น้องเลย ส่วนใหญ่เป็นหญิงชนกลุ่มน้อยหรือจากประเทศเพื่อนบ้านที่โดดเดี่ยว ไม่เคยมีใครมาเยี่ยม หรืออาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธออยู่ที่นี่ เธอเหล่านั้นอาจจะมีกลุ่มเพื่อนๆ ที่เห็นใจดูแลกัน มีกิจกรรมร่วมกัน การเป็นกลุ่มนั้นจะเรียกว่า ‘บ้าน’ มีบ้านโน้นกี่คน บ้านนี้กี่คน อีกอย่างมีผู้ต้องขังหญิงบางคนมีลูกติดท้องมา พอคลอดแล้วก็ต้องเลี้ยงลูกในเรือนจำนั่นเอง จนผู้ต้องขังหญิงคนอื่นๆ ต้องไปช่วยดูแลบ้าง เลี้ยงดูให้ในเวลาที่จำเป็นบ้าง แต่เด็กที่เกิดในนั้นจะไม่ให้อยู่นานครับเพราะเป็นผลเสียต่อเด็กเอง แล้วลองนึกถึงสภาพจิตใจแม่ที่ต้องพรากจากลูก ลูกจะจำหน้าแม่ได้หรือเปล่าไม่รู้
ทีนี้ก็มาถึงเรื่องอาหารการกินครับ เรือนจำเขาบินมีโครงการปลูกพืชผักสวนครัว พื้นที่ที่ปลูกก็ไม่ได้มีมากมาย ไม่ได้มีผักครบหมดทุกอย่าง และไม่พอกับงานการครัว แต่อย่างน้อยก็มีพื้นที่สีเขียวที่กินได้บางครั้งบางคราว

อาหารในคุก, เรือนจำ

ผมได้นั่งข้างแปลงผัก ยังชื่นชมฝีมือปลูก เป็นผู้ต้องขังหญิงชื่อ ศิริโฉมฉาย ยังเป็นสาววัยรุ่นอยู่ มีความทะมัดทะแมงเอาจริงเอาจัง เธอบอกว่า เนื่องจากทางเรือนจำแดนผู้ต้องขังหญิงอยากให้แบ่งพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวให้มีความหมายเหมือนเป็นครัวของบ้าน ครั้งแรกเรือนจำให้คนทำสวนมืออาชีพเข้ามาปลูก แต่ล้มเหลวเพราะสภาพสิ่งแวดล้อม ดิน อากาศ น้ำ ไม่เหมือนภายนอก พืชผักสวนครัวครั้งแรกตายเกลี้ยง ภายหลังจึงให้ศิริโฉมฉายซึ่งพอมีความรู้เรื่องการเกษตรอยู่บ้าง มาเป็นคนปลูกและมีกลุ่มเพื่อนๆ มาช่วยกัน

ศิริโฉมฉายบอกว่า หลังจากที่ดูแล้วก็พบว่าดินในเรือนจำเป็นดินเหนียว เปรี้ยว และน้ำเป็นตะกอนมาก อากาศก็ร้อนจัด ไม่มีลมถ่ายเท ต้องปรับสภาพดินโดยใช้เศษวัชพืช ใบไม้ต่างๆ ภายในเรือนจำ หมัก คลุก แล้วตาก ทำอยู่หลายครั้งจนดินมีความร่วนซุย ส่วนน้ำนั้นทำบ่อกักให้ตกกระกอนแล้วจึงปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกหลายอย่าง เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ตระไคร้ พริก ดอกอัญชัน ฟักทอง มะเขือเทศ ชะพลู ใบบัวบก เมื่องามดีแล้วผู้ต้องขังหญิงคนอื่นๆ ก็มาเอาไปกิน แต่จะใช้วิธีแลก เอาเศษวัสดุเหลือใช้ เช่น ขวดพลาสติก กระป๋อง กล่องกระดาษ ซองพลาสติก มาแลก ซึ่งวัสดุเหลือใช้นั้นมาจากร้านค้าเครดิตในเรือนจำ ผู้ต้องขังหญิงนิยมเอาผักไปต้มกับบะหมี่สำเร็จรูปในกรณีที่ไม่อยากกินอาหารจากโรงครัวใหญ่ หรือเอาไปกินแกล้มกับอาหารรสเผ็ดๆ อย่างน้ำพริกต่างๆ
​ในตอนเย็นๆ กลุ่มคนปลูกพืชผักสวนครัวจะต้มน้ำสมุนไพรอย่างน้ำตระใคร้ น้ำใบบัวบก เป็นหม้อใหญ่ๆ สำหรับผู้อยากกินน้ำสมุนไพร นั่นถือว่าประสบความสำเร็จของการมีพืชผักแบบครัวในบ้า

อาหารในคุก, เรือนจำ อาหารในคุก, เรือนจำ

จากพืชผักสวนครัวก็มาเป็นเรื่องครัว เรื่องอาหารในครัว ปกติเรือนจำทั่วไปมีโรงครัวใหญ่อยู่ในแดนผู้ต้องขังชาย แล้วผู้ต้องขังชายนั่นแหละเป็นคนทำ อย่างที่เคยได้ยินอยู่เสมอครับว่า อาหารนั้นสุดจะกล้ำกลืน กระเดือกไม่ลงคอ ก็ค่าอาหารตามงบประมาณที่ได้มานั้นเฉลี่ยต่อหัว ต่อ 3 มื้อ ต่อวัน ยังไม่เท่าก๋วยเตี๋ยวเนื้อกอเต็กเชียง 1 ชาม แล้วฝีมือเจ้าประคุณผู้ต้องขังชายนั่นอีก ก็คงเดาออกว่าเป็นอย่างไรบ้าง

​ในแต่ละมื้อ เมื่ออาหารทำเสร็จแล้ว ผู้ต้องขังชายจะเอาใส่รถเข็นมาตรงประตูที่เป็นเขตติดต่อกับแดนผู้ต้องขังหญิง ผู้ต้องขังหญิงก็ไปเข็นเข้ามาอีกต่อหนึ่ง เมื่อถึงเวลากินต้องกินพร้อมกันในโรงอาหาร ใครจะกิน ไม่อยากกิน ก็อีกเรื่องหนึ่ง

​ที่เรือนจำเขาบินเขาทำโรงครัวในแดนเรือนจำหญิงขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ต้องขังหญิงที่ไม่อยากกินอาหารจากโรงครัวใหญ่ ก็อย่าว่าแต่ผู้ต้องขังหญิงเท่านั้น ผู้บัญชาการเรือนจำ เจ้าหน้าที่ แขกของเรือนจำ ก็กินอาหารของโรงครัวผู้ต้องขังหญิงนี้ทั้งนั้น

เมื่อผมไปนั่งอยู่ในโรงครัวที่ใหญ่เป็นระเบียบ อุปกรณ์ครบ สะอาด ดีครับ เพราะมีความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในครัวร้านอาหาร ตัดขาดจากบรรยากาศของเรือนจำ

อาหารในคุก, เรือนจำ

แล้วยังได้คุยกับแม่ครัวอีกต่างหาก เธอชื่อ วลัยปัทมา ซึ่งอายุกว่า 40 ปี เป็นแม่ของลูก 3 คน ต้องคดียาเสพติด อยู่ในเรือนจำมาแล้ว 8 ปี เธอบอกว่า เพราะความจำเป็นในครอบครัวทำให้ต้องขายยา ปัจจุบันเป็นแม่ครัวใหญ่ ฝีมืออยู่ในขั้นมืออาชีพ จึงมารับหน้าที่เป็นแม่ครัว โดยมีผู้ช่วย 4 – 5 คน

โรงครัวผู้ต้องขังผู้หญิงนี้เป็นระบบขายในราคาถูก ระบบขายนี่รัดกุมที่สุด แล้วไม่ต้องใช้เงินสด เพราะในเรือนจำไม่ให้มีเงินสดอยู่แล้ว ผู้ต้องขังหญิงส่วนมากเมื่อญาติมาเยี่ยมแล้วจะฝากเงินไว้กับสำนักงานของเรือนจำ แต่ละคนจะไม่ได้จับเงิน แต่มียอดเงินของตัวเอง

เมื่อซื้ออาหารหรือซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับส่วนตัว จะมีเครื่องให้สแกนนิ้วมือ ยอดเงินที่ซื้อจะไปปรากฏในคอมพิวเตอร์ แล้วจะมีใบเสร็จออกมา ซึ่งในใบเสร็จนั้นจะระบุยอดเงินที่เหลือด้วย

สำหรับผู้ที่ไม่มีเงินเลยก็อาจได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ที่อยู่ในกลุ่มหรือที่เรียกว่าบ้านมาตั้งวงกินกัน ส่วนมากไปเอาข้าวฟรีได้จากโรงครัวใหญ่มาร่วมกินด้วย สำหรับการกิน ถ้าเป็นอาหารที่ไปซื้อมาและกินกันเป็นกลุ่มนั้นจะกินตอนไหนก็ได้ แต่ถ้ากินตามระบบโรงครัวใหญ่ต้องกินตามเวลาที่กำหนด

อาหารในคุก, เรือนจำ อาหารในคุก, เรือนจำ

วลัยปัทมาบอกว่า กลุ่มแม่ครัวจะวางแผนรายการอาหารล่วงหน้าทั้งเดือน โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงละ 15 วัน หรืออาหารอย่างหนึ่งใน 1 เดือนจะซ้ำ 2 ครั้ง เช่น แกงเขียวหวาน แกงส้ม จะมี 2 ครั้ง แล้วในรายละเอียดยังแยกอีกว่าเป็นแกงเขียวหวานอะไร แกงส้มอะไร ในแต่ละวันในตอนเช้ามีอาหาร 2 อย่าง กลางวัน 2 อย่าง แต่จะมีอาหารเสริมที่ทำบ่อยๆ คือประเภทน้ำพริก มีน้ำพริกกะปิ น้ำพริกตาแดง น้ำพริกลงเรือ

อาหารในคุก, เรือนจำ อาหารในคุก, เรือนจำ

รายการอาหารนั้นจะปิดประกาศล่วงหน้าทั้งเดือน ผู้ต้องขังหญิงจะมาลงชื่อจอง โดยมีสมุดรับจองล่วงหน้า ฉะนั้น ในแต่ละวัน แต่ละมื้อ จะรู้จำนวนคนสั่งอาหารที่แน่นอน มันสะดวกต่อการเตรียมของและการจัดเวลาในการทำ ส่วนน้ำพริกนั้นจะมีคนจองท่วมท้นมาก การวางระบบทำงานมีความคล่องตัวมาก มีฝ่ายทำอาหาร มีฝ่ายตักใส่ถุง มีฝ่ายจ่ายอาหารที่ทำหน้าที่สแกนนิ้วมือและส่งใบเสร็จ

วลัยปัทมาบอกว่า กลุ่มทำงานในครัวนี้ถึงจะเป็นงานหนัก แต่พอใจและสนุกกับงานมาก ถึงจะต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 ก่อนคนอื่น และเข้านอนทีหลังคนอื่นเพราะต้องเก็บสิ่งของ ทำความสะอาด แล้วเตรียมการสำหรับวันรุ่งขึ้น
วลัยปัทมายังบอกแถมอีกว่า อย่างหนึ่งที่ต้องการคืออยากพัฒนาฝีมือไปทำอาหารอย่างอื่นๆ เช่น อาหารฝรั่ง จีน แต่ไม่มีใครไปช่วยสอน การที่เราทุ่มเท สนุก กับงานนั้นทำให้ไม่เป็นทุกข์กับการอยู่ในเรือนจำมากนัก และเมื่อมีผลงานเราก็ได้เป็นผู้ต้องขังชั้นดีเยี่ยม ระยะเวลาพ้นโทษก็จะเร็วขึ้น มีความหวังจะได้ไปพบลูกเร็วขึ้น

นี่คือสิ่งที่มีอยู่ในเรือนจำ มีทั้งความผิดพลาดกับวิถีชีวิตที่ต้องตกไปอยู่ที่นั่น มีทั้งการต่อสู้ปรับตัวเอง การช่วยเหลือกัน ระยะเวลาของการรอคอยออกสู่อิสรภาพ

และนี่อาจจะเป็นตัวอย่างสำหรับคนภายนอกได้ว่า ขอให้เห็นใจผู้ที่ผิดพลาดบ้าง และระวังอย่าผิดพลาดเสียเอง ถึงอาหารหลังกำแพง (เรือนจำ) จะกินได้ถึงอร่อย ก็ไม่น่าเข้าไปอยู่กินครับ

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

รสเกษม

เรื่องอาหารยุคเก่า วัฒนธรรมการกินในวันวาน เปรียบเทียบกับสมัยใหม่โดยนักชิมรุ่นเก๋า

ไปกินข้าวแกงอร่อย ที่สถานีรถไฟหนองปลาดุก ราชบุรี เป็นร้านอยู่ติดกับสถานี หลักๆ ทำข้าวราดแกงใส่กระทงใบตองขึ้นไปเดินขายบนรถไฟ ขายหมดแล้วก็นั่งรถไฟกลับมาที่เดิม มีกับข้าวอยู่แค่ 4 อย่าง ขายมาเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว ขนาดรุ่นนี้ก็เป็นป้า เป็นยายเข้าไปแล้ว ข้าวแกงใส่กระทงใบตองไม่เคยเปลี่ยน เปลี่ยนแค่ช้อนที่ตัดจากใบต้นตาล มาเป็นช้อนพลาสติกเท่านั้น

เล่าเรื่องบรรจุภัณฑ์ในอดีต นอกจากดีต่อสิ่งแวดล้อม ยังมองเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นอาหารอะไร

ที่ร้านเองก็มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งกิน มีจานข้าว มีถ้วยชามใส่กับข้าว แต่เลือกให้เอากับข้าวใส่กระทงใบตองมา กับข้าวใส่ชามมันธรรมดาๆ กินที่ไหนก็ได้ แล้วข้าวแกงอร่อยมีเยอะแยะ ทำไมต้องถ่อไปกินที่นั่น ก็ได้ 2 อย่าง ได้เห็นวิธีการค้าขายอาหารบนรถไฟ ได้เห็นกระทงใบตองที่หลุดไปจากการใส่อาหารกินไปแล้ว

วิถีชีวิตคนไทย ถูกครอบเบ็ดเสร็จด้วยผลิตภัณฑ์พลาสติก ซึ่งออกแบบมาให้ใช้ง่าย รวดเร็วทันใจ ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ราคาถูก เป็นธรรมดาของทุกคนย่อมชอบความสะดวกสบายอยู่แล้ว คนถึงติดกับพลาสติก

เล่าเรื่องบรรจุภัณฑ์ในอดีต นอกจากดีต่อสิ่งแวดล้อม ยังมองเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นอาหารอะไร
เล่าเรื่องบรรจุภัณฑ์ในอดีต นอกจากดีต่อสิ่งแวดล้อม ยังมองเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นอาหารอะไร

คนสมัยก่อนก็ต้องหาอะไรมาใส่ มาห่อ มามัด มาเก็บ แล้วจะใช้อะไร ใบตองดีที่สุด เพราะเป็นของใกล้ตัว เอาง่ายๆ จำนวนต้นกล้วยมีมากกว่าจำนวนคน แล้วใบตองจะมากมายขนาดไหน ใบตองมีคุณสมบัติลื่น น้ำไม่จับตัว เอาไปทำรูปร่างใช้งานอย่างไรก็ได้ จะมัดก็มีเชือกกล้วย มีตอกไม้ไผ่ จะห่อก็มีไม้กลัด สะดวก สะบาย บางทีใช้แล้วยังใช้อีกก็ได้ ทิ้งเป็นขยะก็ไม่เป็นภาระ เดี๋ยวมันยุ่ยไปเอง

ใบตองไม่เคยล้าหลัง เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้ แถมใช้อย่างเหมาะสม ง่ายที่สุดปาดจากก้านกล้วยออกเป็นแผ่น จะขายปลาสด ขายผักสด ต้องเอาใบตองปู จะห่อผักเข้าตู้เย็น วางรองของปิ้งย่างขาย พวกปลาดุกย่าง หมูปิ้ง แจงลอน หรือจะย่างหมู ย่างปลาทูสดด้วยกาบมะพร้าวเป็นการย่างรมควัน ต้องเอาแผ่นใบตองปิดคลุมไม่ให้ไฟลุกไหม้ อีกอย่างเอาใบตองมาม้วนจนกลม มัดด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งฉีกเป็นฝอย เป็นแปรงไว้ชุบน้ำกระทิ ทาเนื้อสะเต๊ะ หมูสะเต๊ะ ใช้เสร็จไม่ต้องล้าง โยนทิ้งถังขยะ ไม่มีอะไรวิเศษเท่าแปรงใบตอง

เล่าเรื่องบรรจุภัณฑ์ในอดีต นอกจากดีต่อสิ่งแวดล้อม ยังมองเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นอาหารอะไร

มาเป็นการห่อมัด อย่างหมูยอ แหนม ยิ่งข้าวต้มมัด ต้องใบตองอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าข้าวต้มมัด ใครอย่าได้ริคิดเปลี่ยนจากใบตองเป็นอย่างอื่น จะเสียคนเอาเปล่าๆ 

ห่อหมกก็เหมือนกัน เห็นปุ๊บก็รู้ว่าเป็นห่อหมก ยังมีข้าวเหนียวปิ้ง ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ ใช้ใบตองทั้งนั้น นี่เป็นตัวอย่างของความแน่นอน ลงตัว เปลี่ยนแปลงยาก ถ้าจะเปรียบก็เหมือนพวงมาลัยรถต้องเป็นวงกลม อย่าง TCDC (Thailand Creative & Design Center) ใช้โลโก้เป็นห่อขนมด้วยใบตอง คงไม่ต้องบอกว่าห่อขนมด้วยใบตองนั้นสื่อความหมายของการออกแบบได้ตรงขนาดไหน

เล่าเรื่องบรรจุภัณฑ์ในอดีต นอกจากดีต่อสิ่งแวดล้อม ยังมองเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นอาหารอะไร

ก็มีมากที่เสียท่าให้กับพลาสติก เมื่อก่อนก๋วยเตี๋ยวราดหน้าจะใช้กระดาษรองด้วยใบตองห่อสี่เหลี่ยมมัดด้วยเชือกกล้วย ข้าวผัดก็เหมือนกันที่เรียบร้อยไปแล้ว ที่กำลังจะตามไปก็มีห่อปลาทูนึ่ง เมื่อก่อนซื้อปลาทูนึ่ง คนขายจะเอาใบตองห่อแล้วห่อด้วยกระดาษอีกที เดี๋ยวนี้ยัดใส่ถุงพลาสติกพรวด

 มาเป็นกระทง นี่ยังเข้มแข็ง ยังนิยมอยู่ อย่างห่อหมกใส่แล้วดูดีน่ากิน ความน่าดูน่าซื้อก็มี ลองดูง่ายๆ ถ้าคนขายพริกขี้หนู ใส่ถุงพลาสติกถุงละ 10 บาท อีกเจ้าใส่กระทง กระทงละ 10 บาท ราคาเท่ากัน ใครจะซื้อเจ้าไหน

กระทงใบตองแห้ง กระทงที่โลกยังไม่ลืม คุ้นตาที่สุดเป็นขนมเข่ง ไหว้ตอนตรุษจีน มีตัวอย่างของการใช้ใบตองแห้งใส่ของขายแล้วรุ่งเรือง มีพี่น้องคู่หนึ่งอยู่ซอยโรงกระทะ สำเพ็ง ฝีมือทำขนมจีบอร่อย สมัยก่อนภัตตาคารจีนชอบมาสั่งเอาไปขาย แต่เขายังมีส่วนหนึ่งไปขายเอง นายเหลียง คนพี่จะหาบขายแถวถนนทรงวาด และให้ลูกสะใภ้ไปตั้งขายตรงท่าน้ำราชวงศ์ เห็นครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว สะดุดตาที่นึ่งขนมจีบด้วยลังถึงทองเหลือง แถมใครซื้อเอาใส่กระทงใบตองแห้ง โรยกระเทียม ซีอิ๊ว ไม้จิ้มพร้อม ยืนกินกันตรงนั้นเลย ประทับใจ 3 อย่าง อร่อย ลังถึงทองเหลือง และกระทงใบตองแห้ง

ส่วนน้องชาย นายเซี๊ยะ มายืนขายปากทางเข้าวัดมงคลสมาคม ถนนแปลงนาม มี 3 อย่างเหมือนกัน ตอนนี้ดังมาก เป็นของน่ากินของถนนแปลงนาม แต่ลูกค้าสมัยใหม่จะให้ใส่กล่องโฟม หาว่ากระทงใบตองแห้งไม่สะอาด ไม่น่ากิน 

ความที่รู้จักกันมานาน เมื่อไปซื้อ นายเซี๊ยะจะรู้ใจเอาใส่กระทงใบตองแห้งมาให้ ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเก็บกระทงใบตองแห้งอยู่หรือเปล่า อีกอย่างที่ลังถึงทองเหลืองมันเก่ามาก บัดกรีซ่อมอยู่เรื่อยๆ นายเซี๊ยะอุตส่าห์ไปจ้างคนทำมาใหม่ ก็เพื่อรักษาลักษณะเดิมๆ มาเสียท่ากับกล่องโฟมที่ตามใจคนรุ่นใหม่นั่นแหละ

กระทงใบตองแห้งยังไม่สูญหายไปไหน ยังมีชาวบ้านที่สมุทรสงครามทำขาย จะเอาขนาดไหนมีหมด ถูก สวย คุ้มค่า สั่งซื้อทางออนไลน์ก็ได้ ฉะนั้น ผลิตภัณฑ์จากใบตองไม่ว่าจะสดจะแห้งยังไม่ล้าสมัย ไม่ว่าจะถูกพลาสติกรุกรานขนาดไหน

ย้อนกลับไปดูหีบห่อธรรมชาติในอดีต ความรักษ์โลกที่มาก่อนกาล และกำลังวนกลับมาอีกครั้ง

ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่หรือเครื่องจักสานก็ยังมีอยู่ พวกกระบุง เข่ง กระจาด ตะกร้า กระด้ง ยิ่งกระด้งนั้น ถ้าจะตากปลาสลิด ปลาช่อนแห้ง ให้แห้งขึ้น ต้องใช้กระด้งอย่างเดียว เข่งปลาทูนึ่งยังใช้กันอยู่ 

ที่น่าประหลาดใจปนเหลือเชื่อเป็นตะกร้า ยิ่งเป็นชาวบ้านต่างจังหวัด เมื่อไปทำบุญที่วัด หรือทำบุญบ้านที่เจ้าภาพเชิญชวนเพื่อนบ้านมาใส่บาตรพระในงานด้วย ชาวบ้านจะเอาของใส่ตะกร้ามา เหมือนประกวด ประชันตะกร้ากัน ใครมีตะกร้าฝีมือสานสวย ละเอียด ใครชมก็หน้าบาน ใครถือตะกร้าพลาสติกไปจะเป็นตะกร้าปมด้อย บางที่มีคนลาวแท้ๆ อยู่ด้วย นุ่งผ้าซิ่นลาวถือตะกร้าจักสาน งามบุญแท้ๆ

เครื่องจักสานที่หลุดจากความนิยมไปก็เป็นชะลอม ที่หายสาบสูญไปเป็นกระชอนกรองน้ำกะทิ แถมยังฉุดผ้าขาวบางตามไปด้วย

ย้อนกลับไปดูหีบห่อธรรมชาติในอดีต ความรักษ์โลกที่มาก่อนกาล และกำลังวนกลับมาอีกครั้ง

นี่แค่ใบตองและเครื่องจักสานที่เห็นๆ เท่านั้น ตามภูมิภาคอื่นๆ ก็มี ที่เข้าใจเอาวัสดุจากธรรมชาติใกล้ตัวมาเป็นประโยชน์ ภาคเหนือใช้ใบตองตึงห่อข้าวเหนียว ห่อของกินที่เอาไปไหนต่อไหน ชาวอีสานใช้กระติ๊บไม้ไผ่ใส่ข้าวเหนียว เพราะอะไรใครๆ ก็รู้

ใบต้นอ้อยเอามาห่อน้ำตาลอ้อยก็มี หลายหมู่บ้านที่ตำบลจุมจัง อำเภอกุฉินารายณ์ กาฬสินธุ์ มีของดีชั้นเยี่ยมเป็นน้ำตาลอ้อย อาชีพพื้นเพของชาวตำบลนี้ จะแบ่งพื้นที่ทำนากับปลูกอ้อยทำน้ำตาลอ้อย ทำมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ อ้อยเป็นพันธุ์พื้นเมือง ลำผอมๆ แต่หวานจัด อ้อยแก่จัดพร้อมตัดเอาตอนหน้าหนาว การหีบน้ำอ้อยสมัยก่อน ใช้หีบไม้แล้วให้ควายเดินหมุนเป็นวงกลมฉุดให้หีบทำงาน เดี๋ยวนี้ใช้เครื่องหีบมอเตอร์หมุนแล้ว

เอาน้ำอ้อยมาเคี่ยวในกระทะ เชื้อไฟก็ใช้ท่อนอ้อยนั่นเอง น้ำอ้อยที่เคี่ยวจนงวดแล้วไปหยอดในพิมพ์ไม้ แห้งแล้วออกเป็นท่อนกลมๆ ใส่เข่งไม้ไผ่กรุด้วยใบอ้อยแห้งหลายชั้น ปิดฝาเรียบร้อยด้วยใบอ้อย ตอนนั้นจะมีพวกพ่อค้าคนกลางจากจังหวัดต่างๆ มากันคลั่ก พอเสร็จเมื่อไหร่ ยกขึ้นรถทันที เอากลับไปขายให้คนกลางมือสาม มือสี่ กลุ่มนี้เอามาใส่รถเข็นเดินเร่ขาย มากรุงเทพฯ ก็เยอะแยะ ใครอย่าไปเผลอถามว่าน้ำตาลมาจากไหน พวกเขาไม่รู้เพราะไปรับมาหลายทอด บางคนบุ้ยบ้ายไปตามเรื่อง ตัวเองมาจากโคราช ขอนแก่น มหาสารคาม ก็บอกว่ามาจากนั่น ก็จริงเขาพูดถูกว่า คนขายน้ำตาลมาจากไหน ก็ไม่ไปถามเองว่าน้ำตาลทำที่ไหน 

ย้อนกลับไปดูหีบห่อธรรมชาติในอดีต ความรักษ์โลกที่มาก่อนกาล และกำลังวนกลับมาอีกครั้ง

พอเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ น้ำตาลอ้อยก็หมดจากจุมจัง เมื่อก่อนต้องคอยปีหน้า เดี๋ยวนี้สบายมาก คนกลางมือสองฉลาดไม่ขายส่งให้ใครอีกแล้ว แบ่งใส่ถุงพลาสติกขายออนไลน์ได้เงินมากกว่า 

ทางออนไลน์นั้น ไม่รู้ใครออกแบบที่เอาใบอ้อยแห้งมาห่อน้ำตาล มัดอย่างประณีตบรรจงเท่มาก ราคาขายนั้น คนซื้อไม่ลังเลเลย จะเอาไว้กินเองก็ดี เป็นของฝากก็เลิศ นั่นแสดงให้เห็นว่า ภายในก็ยอด ข้างนอกก็เยี่ยม การค้าขายก็ไปโลด ถ้าข้างในยอด ข้างนอกเป็นถุงพลาสติก ฉุดการขายไปเยอะ

ไหนๆ เป็นเรื่องน้ำตาลแล้ว ดูน้ำตาลของสทิงพระ สงขลา ที่เรียกว่าน้ำตาลแว่น เป็นน้ำตาลจากต้นตาลโตนด ใช้หลักการเดียวกันที่เคี่ยวน้ำตาลจนเหนียวแล้วหยอดในวงใบตาลกลมๆ แห้งสนิท น่าซื้อน่ากิน นี่ก็เหมือนกัน น้ำตาลโตนดบรรจุอยู่ในใบต้นตาลลงตัวเป๊ะ คนสมัยก่อนเขารู้จักคิด รู้จักทำ แล้วสมบูรณ์แบบ

พลาสติกนั้นถือว่าเป็นของดี มีทุกรูปแบบสำหรับใช้งาน เหมาะสมกับยุคปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็ว ซื้อหาง่าย ใช้สะดวกสบาย ราคาถูก 

ต่างจากของใช้ที่มาจากธรรมชาติ มีคุณค่าเพราะเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น มาผ่านวิธีคิดของคนที่เอามาดัดแปลงใช้งานให้เหมาะสม เมื่อหมดการใช้งานก็ไม่เป็นภาระกับคน เรียกว่ามีคุณค่าตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง

ถึงจะดูคร่ำครึบ้าง แต่ในบางโอกาส บางเวลา บางสถานที่ เมื่อเอามาใช้เชื่อว่าดูดี มีคุณค่า ดูเป็นอดีตที่ไปสู่ความก้าวหน้าก็ได้

ไปกินข้าวแกงอร่อย ที่สถานีรถไฟหนองปลาดุก ราชบุรี เป็นร้านอยู่ติดกับสถานี หลักๆ ทำข้าวราดแกงใส่กระทงใบตองขึ้นไปเดินขายบนรถไฟ ขายหมดแล้วก็นั่งรถไฟกลับมาที่เดิม มีกับข้าวอยู่แค่ 4 อย่าง ขายมาเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว ขนาดรุ่นนี้ก็เป็นป้า เป็นยายเข้าไปแล้ว ข้าวแกงใส่กระทงใบตองไม่เคยเปลี่ยน เปลี่ยนแค่ช้อนที่ตัดจากใบต้นตาล มาเป็นช้อนพลาสติกเท่านั้น

เล่าเรื่องบรรจุภัณฑ์ในอดีต นอกจากดีต่อสิ่งแวดล้อม ยังมองเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นอาหารอะไร

ที่ร้านเองก็มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งกิน มีจานข้าว มีถ้วยชามใส่กับข้าว แต่เลือกให้เอากับข้าวใส่กระทงใบตองมา กับข้าวใส่ชามมันธรรมดาๆ กินที่ไหนก็ได้ แล้วข้าวแกงอร่อยมีเยอะแยะ ทำไมต้องถ่อไปกินที่นั่น ก็ได้ 2 อย่าง ได้เห็นวิธีการค้าขายอาหารบนรถไฟ ได้เห็นกระทงใบตองที่หลุดไปจากการใส่อาหารกินไปแล้ว

วิถีชีวิตคนไทย ถูกครอบเบ็ดเสร็จด้วยผลิตภัณฑ์พลาสติก ซึ่งออกแบบมาให้ใช้ง่าย รวดเร็วทันใจ ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ราคาถูก เป็นธรรมดาของทุกคนย่อมชอบความสะดวกสบายอยู่แล้ว คนถึงติดกับพลาสติก

เล่าเรื่องบรรจุภัณฑ์ในอดีต นอกจากดีต่อสิ่งแวดล้อม ยังมองเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นอาหารอะไร
เล่าเรื่องบรรจุภัณฑ์ในอดีต นอกจากดีต่อสิ่งแวดล้อม ยังมองเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นอาหารอะไร

คนสมัยก่อนก็ต้องหาอะไรมาใส่ มาห่อ มามัด มาเก็บ แล้วจะใช้อะไร ใบตองดีที่สุด เพราะเป็นของใกล้ตัว เอาง่ายๆ จำนวนต้นกล้วยมีมากกว่าจำนวนคน แล้วใบตองจะมากมายขนาดไหน ใบตองมีคุณสมบัติลื่น น้ำไม่จับตัว เอาไปทำรูปร่างใช้งานอย่างไรก็ได้ จะมัดก็มีเชือกกล้วย มีตอกไม้ไผ่ จะห่อก็มีไม้กลัด สะดวก สะบาย บางทีใช้แล้วยังใช้อีกก็ได้ ทิ้งเป็นขยะก็ไม่เป็นภาระ เดี๋ยวมันยุ่ยไปเอง

ใบตองไม่เคยล้าหลัง เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้ แถมใช้อย่างเหมาะสม ง่ายที่สุดปาดจากก้านกล้วยออกเป็นแผ่น จะขายปลาสด ขายผักสด ต้องเอาใบตองปู จะห่อผักเข้าตู้เย็น วางรองของปิ้งย่างขาย พวกปลาดุกย่าง หมูปิ้ง แจงลอน หรือจะย่างหมู ย่างปลาทูสดด้วยกาบมะพร้าวเป็นการย่างรมควัน ต้องเอาแผ่นใบตองปิดคลุมไม่ให้ไฟลุกไหม้ อีกอย่างเอาใบตองมาม้วนจนกลม มัดด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งฉีกเป็นฝอย เป็นแปรงไว้ชุบน้ำกระทิ ทาเนื้อสะเต๊ะ หมูสะเต๊ะ ใช้เสร็จไม่ต้องล้าง โยนทิ้งถังขยะ ไม่มีอะไรวิเศษเท่าแปรงใบตอง

เล่าเรื่องบรรจุภัณฑ์ในอดีต นอกจากดีต่อสิ่งแวดล้อม ยังมองเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นอาหารอะไร

มาเป็นการห่อมัด อย่างหมูยอ แหนม ยิ่งข้าวต้มมัด ต้องใบตองอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าข้าวต้มมัด ใครอย่าได้ริคิดเปลี่ยนจากใบตองเป็นอย่างอื่น จะเสียคนเอาเปล่าๆ 

ห่อหมกก็เหมือนกัน เห็นปุ๊บก็รู้ว่าเป็นห่อหมก ยังมีข้าวเหนียวปิ้ง ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ ใช้ใบตองทั้งนั้น นี่เป็นตัวอย่างของความแน่นอน ลงตัว เปลี่ยนแปลงยาก ถ้าจะเปรียบก็เหมือนพวงมาลัยรถต้องเป็นวงกลม อย่าง TCDC (Thailand Creative & Design Center) ใช้โลโก้เป็นห่อขนมด้วยใบตอง คงไม่ต้องบอกว่าห่อขนมด้วยใบตองนั้นสื่อความหมายของการออกแบบได้ตรงขนาดไหน

เล่าเรื่องบรรจุภัณฑ์ในอดีต นอกจากดีต่อสิ่งแวดล้อม ยังมองเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นอาหารอะไร

ก็มีมากที่เสียท่าให้กับพลาสติก เมื่อก่อนก๋วยเตี๋ยวราดหน้าจะใช้กระดาษรองด้วยใบตองห่อสี่เหลี่ยมมัดด้วยเชือกกล้วย ข้าวผัดก็เหมือนกันที่เรียบร้อยไปแล้ว ที่กำลังจะตามไปก็มีห่อปลาทูนึ่ง เมื่อก่อนซื้อปลาทูนึ่ง คนขายจะเอาใบตองห่อแล้วห่อด้วยกระดาษอีกที เดี๋ยวนี้ยัดใส่ถุงพลาสติกพรวด

 มาเป็นกระทง นี่ยังเข้มแข็ง ยังนิยมอยู่ อย่างห่อหมกใส่แล้วดูดีน่ากิน ความน่าดูน่าซื้อก็มี ลองดูง่ายๆ ถ้าคนขายพริกขี้หนู ใส่ถุงพลาสติกถุงละ 10 บาท อีกเจ้าใส่กระทง กระทงละ 10 บาท ราคาเท่ากัน ใครจะซื้อเจ้าไหน

กระทงใบตองแห้ง กระทงที่โลกยังไม่ลืม คุ้นตาที่สุดเป็นขนมเข่ง ไหว้ตอนตรุษจีน มีตัวอย่างของการใช้ใบตองแห้งใส่ของขายแล้วรุ่งเรือง มีพี่น้องคู่หนึ่งอยู่ซอยโรงกระทะ สำเพ็ง ฝีมือทำขนมจีบอร่อย สมัยก่อนภัตตาคารจีนชอบมาสั่งเอาไปขาย แต่เขายังมีส่วนหนึ่งไปขายเอง นายเหลียง คนพี่จะหาบขายแถวถนนทรงวาด และให้ลูกสะใภ้ไปตั้งขายตรงท่าน้ำราชวงศ์ เห็นครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว สะดุดตาที่นึ่งขนมจีบด้วยลังถึงทองเหลือง แถมใครซื้อเอาใส่กระทงใบตองแห้ง โรยกระเทียม ซีอิ๊ว ไม้จิ้มพร้อม ยืนกินกันตรงนั้นเลย ประทับใจ 3 อย่าง อร่อย ลังถึงทองเหลือง และกระทงใบตองแห้ง

ส่วนน้องชาย นายเซี๊ยะ มายืนขายปากทางเข้าวัดมงคลสมาคม ถนนแปลงนาม มี 3 อย่างเหมือนกัน ตอนนี้ดังมาก เป็นของน่ากินของถนนแปลงนาม แต่ลูกค้าสมัยใหม่จะให้ใส่กล่องโฟม หาว่ากระทงใบตองแห้งไม่สะอาด ไม่น่ากิน 

ความที่รู้จักกันมานาน เมื่อไปซื้อ นายเซี๊ยะจะรู้ใจเอาใส่กระทงใบตองแห้งมาให้ ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเก็บกระทงใบตองแห้งอยู่หรือเปล่า อีกอย่างที่ลังถึงทองเหลืองมันเก่ามาก บัดกรีซ่อมอยู่เรื่อยๆ นายเซี๊ยะอุตส่าห์ไปจ้างคนทำมาใหม่ ก็เพื่อรักษาลักษณะเดิมๆ มาเสียท่ากับกล่องโฟมที่ตามใจคนรุ่นใหม่นั่นแหละ

กระทงใบตองแห้งยังไม่สูญหายไปไหน ยังมีชาวบ้านที่สมุทรสงครามทำขาย จะเอาขนาดไหนมีหมด ถูก สวย คุ้มค่า สั่งซื้อทางออนไลน์ก็ได้ ฉะนั้น ผลิตภัณฑ์จากใบตองไม่ว่าจะสดจะแห้งยังไม่ล้าสมัย ไม่ว่าจะถูกพลาสติกรุกรานขนาดไหน

ย้อนกลับไปดูหีบห่อธรรมชาติในอดีต ความรักษ์โลกที่มาก่อนกาล และกำลังวนกลับมาอีกครั้ง

ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่หรือเครื่องจักสานก็ยังมีอยู่ พวกกระบุง เข่ง กระจาด ตะกร้า กระด้ง ยิ่งกระด้งนั้น ถ้าจะตากปลาสลิด ปลาช่อนแห้ง ให้แห้งขึ้น ต้องใช้กระด้งอย่างเดียว เข่งปลาทูนึ่งยังใช้กันอยู่ 

ที่น่าประหลาดใจปนเหลือเชื่อเป็นตะกร้า ยิ่งเป็นชาวบ้านต่างจังหวัด เมื่อไปทำบุญที่วัด หรือทำบุญบ้านที่เจ้าภาพเชิญชวนเพื่อนบ้านมาใส่บาตรพระในงานด้วย ชาวบ้านจะเอาของใส่ตะกร้ามา เหมือนประกวด ประชันตะกร้ากัน ใครมีตะกร้าฝีมือสานสวย ละเอียด ใครชมก็หน้าบาน ใครถือตะกร้าพลาสติกไปจะเป็นตะกร้าปมด้อย บางที่มีคนลาวแท้ๆ อยู่ด้วย นุ่งผ้าซิ่นลาวถือตะกร้าจักสาน งามบุญแท้ๆ

เครื่องจักสานที่หลุดจากความนิยมไปก็เป็นชะลอม ที่หายสาบสูญไปเป็นกระชอนกรองน้ำกะทิ แถมยังฉุดผ้าขาวบางตามไปด้วย

ย้อนกลับไปดูหีบห่อธรรมชาติในอดีต ความรักษ์โลกที่มาก่อนกาล และกำลังวนกลับมาอีกครั้ง

นี่แค่ใบตองและเครื่องจักสานที่เห็นๆ เท่านั้น ตามภูมิภาคอื่นๆ ก็มี ที่เข้าใจเอาวัสดุจากธรรมชาติใกล้ตัวมาเป็นประโยชน์ ภาคเหนือใช้ใบตองตึงห่อข้าวเหนียว ห่อของกินที่เอาไปไหนต่อไหน ชาวอีสานใช้กระติ๊บไม้ไผ่ใส่ข้าวเหนียว เพราะอะไรใครๆ ก็รู้

ใบต้นอ้อยเอามาห่อน้ำตาลอ้อยก็มี หลายหมู่บ้านที่ตำบลจุมจัง อำเภอกุฉินารายณ์ กาฬสินธุ์ มีของดีชั้นเยี่ยมเป็นน้ำตาลอ้อย อาชีพพื้นเพของชาวตำบลนี้ จะแบ่งพื้นที่ทำนากับปลูกอ้อยทำน้ำตาลอ้อย ทำมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ อ้อยเป็นพันธุ์พื้นเมือง ลำผอมๆ แต่หวานจัด อ้อยแก่จัดพร้อมตัดเอาตอนหน้าหนาว การหีบน้ำอ้อยสมัยก่อน ใช้หีบไม้แล้วให้ควายเดินหมุนเป็นวงกลมฉุดให้หีบทำงาน เดี๋ยวนี้ใช้เครื่องหีบมอเตอร์หมุนแล้ว

เอาน้ำอ้อยมาเคี่ยวในกระทะ เชื้อไฟก็ใช้ท่อนอ้อยนั่นเอง น้ำอ้อยที่เคี่ยวจนงวดแล้วไปหยอดในพิมพ์ไม้ แห้งแล้วออกเป็นท่อนกลมๆ ใส่เข่งไม้ไผ่กรุด้วยใบอ้อยแห้งหลายชั้น ปิดฝาเรียบร้อยด้วยใบอ้อย ตอนนั้นจะมีพวกพ่อค้าคนกลางจากจังหวัดต่างๆ มากันคลั่ก พอเสร็จเมื่อไหร่ ยกขึ้นรถทันที เอากลับไปขายให้คนกลางมือสาม มือสี่ กลุ่มนี้เอามาใส่รถเข็นเดินเร่ขาย มากรุงเทพฯ ก็เยอะแยะ ใครอย่าไปเผลอถามว่าน้ำตาลมาจากไหน พวกเขาไม่รู้เพราะไปรับมาหลายทอด บางคนบุ้ยบ้ายไปตามเรื่อง ตัวเองมาจากโคราช ขอนแก่น มหาสารคาม ก็บอกว่ามาจากนั่น ก็จริงเขาพูดถูกว่า คนขายน้ำตาลมาจากไหน ก็ไม่ไปถามเองว่าน้ำตาลทำที่ไหน 

ย้อนกลับไปดูหีบห่อธรรมชาติในอดีต ความรักษ์โลกที่มาก่อนกาล และกำลังวนกลับมาอีกครั้ง

พอเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ น้ำตาลอ้อยก็หมดจากจุมจัง เมื่อก่อนต้องคอยปีหน้า เดี๋ยวนี้สบายมาก คนกลางมือสองฉลาดไม่ขายส่งให้ใครอีกแล้ว แบ่งใส่ถุงพลาสติกขายออนไลน์ได้เงินมากกว่า 

ทางออนไลน์นั้น ไม่รู้ใครออกแบบที่เอาใบอ้อยแห้งมาห่อน้ำตาล มัดอย่างประณีตบรรจงเท่มาก ราคาขายนั้น คนซื้อไม่ลังเลเลย จะเอาไว้กินเองก็ดี เป็นของฝากก็เลิศ นั่นแสดงให้เห็นว่า ภายในก็ยอด ข้างนอกก็เยี่ยม การค้าขายก็ไปโลด ถ้าข้างในยอด ข้างนอกเป็นถุงพลาสติก ฉุดการขายไปเยอะ

ไหนๆ เป็นเรื่องน้ำตาลแล้ว ดูน้ำตาลของสทิงพระ สงขลา ที่เรียกว่าน้ำตาลแว่น เป็นน้ำตาลจากต้นตาลโตนด ใช้หลักการเดียวกันที่เคี่ยวน้ำตาลจนเหนียวแล้วหยอดในวงใบตาลกลมๆ แห้งสนิท น่าซื้อน่ากิน นี่ก็เหมือนกัน น้ำตาลโตนดบรรจุอยู่ในใบต้นตาลลงตัวเป๊ะ คนสมัยก่อนเขารู้จักคิด รู้จักทำ แล้วสมบูรณ์แบบ

พลาสติกนั้นถือว่าเป็นของดี มีทุกรูปแบบสำหรับใช้งาน เหมาะสมกับยุคปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็ว ซื้อหาง่าย ใช้สะดวกสบาย ราคาถูก 

ต่างจากของใช้ที่มาจากธรรมชาติ มีคุณค่าเพราะเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น มาผ่านวิธีคิดของคนที่เอามาดัดแปลงใช้งานให้เหมาะสม เมื่อหมดการใช้งานก็ไม่เป็นภาระกับคน เรียกว่ามีคุณค่าตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง

ถึงจะดูคร่ำครึบ้าง แต่ในบางโอกาส บางเวลา บางสถานที่ เมื่อเอามาใช้เชื่อว่าดูดี มีคุณค่า ดูเป็นอดีตที่ไปสู่ความก้าวหน้าก็ได้

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load