ถึงจะทำงานทางสายสร้างสรรค์ หรือที่แม่และคนรอบๆ บ้านที่ขอนแก่นเรียกว่า ติสต์ แต่ จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์ กราฟิกดีไซเนอร์และนักดนตรี กลับชอบบ้านที่มีลักษณะคล้ายบ้านราชการหน่อยๆ มีรูปแบบเป็นทางการนิดๆ มีสัดส่วนและองค์ประกอบนิ่งๆ 

และบ้านเดียวที่ถูกใจหลังนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจกลับมาอยู่แขนก่อน เอ้ย! ขอนแก่น 

กำไว้ในความทรงเจ็บ เอ้ย! เก็บไว้ในความทรงจำ

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

พ่อแม่ผมเบื่อกรุงเทพฯ ตั้งแต่หนุ่มสาว เลยย้ายมาขอนแก่น มาทำโรงเรียน พี่ชายกับน้องสาวช่วยกันดูแล ผมไม่ได้สนใจทางนี้เลย ผมมาทางศิลปะ เป็นคนเดียวที่ไปทำงานกรุงเทพฯ ทำไปได้ 16 ปี ชักไม่สนุกแล้ว มันไม่ใช่ชีวิตแล้ว ทำๆ ไป เฉลี่ยงานที่เราชอบในปีหนึ่งมีชิ้นเดียว 

ก็เกิดคำถามว่ากลับขอนแก่นดีกว่ามั้ย ตั้งแต่เริ่มตั้งคำถามก็เป็นสิบปีนะ กลับมาทำอะไร? เพราะยังหาทางไปไม่ได้ อยากปลูกต้นไม้ อยากเลี้ยงหมา แต่กลับมาทำอะไร? ก็เลยต้องกลับไปทำงานเพราะต้องจ่ายค่าเช่าบ้านที่กรุงเทพฯ 

ก็ถามตัวเองนะ กลับขอนแก่นทำอะไร ก็ถามอยู่อย่างเนี้ย พอเงินเดือนออก เงินนั้นก็จะมาอุดปากให้เงียบไป

ช่วงนั้นวุ่นวายอยู่กับหมากับต้นไม้ในอพาร์ตเมนต์ที่เช่าอยู่ ไม่ค่อยไปไหน อยู่ในวัยที่ไม่ค่อยเที่ยวแล้ว 

ผมชอบไม้ใบ ชอบแคคตัส ชอบอะไรที่ปลูกอยู่ตรงระเบียงแล้วรอด ไม่ได้รู้จักพันธุ์ไม้อะไรมาก คนอื่นเขาใช้ระเบียงตากผ้ากัน เราใช้ปลูกต้นไม้ คำถามเก่าๆ ที่ว่ากลับไปทำอะไรก็มาอีกนะ แต่ครั้งนี้เราไม่หาคำตอบแล้ว กลับก่อน กลับไปเดี๋ยวก็คงรู้เอง กลับมาไม่ใช่แค่เพราะงาน เพราะชีวิตรวมๆ จุดเปลี่ยนอยู่ตรงนั้นด้วย เบื่องาน ค่าเช่าบ้าน เลิกกับแฟนด้วย ตอนแรกก็คิดว่ากลับมาพักมั้ง แต่ขนของกลับมาหมดเลยนะ เครื่องดนตรี ต้นไม้ ส่วนหมานั้นแฟนเก่าก็เอาไปเลี้ยง เวลาทั้งหมดที่ไปอยู่กรุงเทพฯ ก็ 16 ปี

พับกบ เอ้ย! พบกับ

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

กลับมาก็ชอบปั่นจักรยาน ปั่นเข้าไปที่คณะที่เคยเรียน (คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ไปเจอเพื่อนสนิทที่เป็นครูสอนเซรามิก ก็เลยไปปั้นดินเล่นกับเขา พอเล่นไปสักพักก็ เฮ้ย สนุก ทำได้ และมันใกล้ตัวมากเลยนี่หว่า วัตถุดิบในขอนแก่นก็มี ที่ปรึกษาที่เป็นหัวหน้าภาคก็เป็นเพื่อนเรา ที่สำคัญที่สุด ไปเจอเตาเผาเซรามิกอยู่ในโรงเรียนของแม่ เป็นของเพื่อนแม่ซื้อมา 20 กว่าปีแล้ว เตาจากเยอรมันอย่างดี ผมเลยว่าคงต้องทำแล้วล่ะ ก็ขนเตากลับบ้าน

ไตหาหัวจาม เอ้ย! ตามหาหัวใจ

บ้านสไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น
บ้านสไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ไอ้สิ่งที่เราปั้นขึ้นมาก็ไม่เหมือนชาวบ้าน คือผมปั้นแล้วเอามาบวกกับต้นไม้ พอเอามาบวกแล้วมันสนุก เราเอาความเป็นกราฟิกที่เราชอบมาใส่คาแรกเตอร์เข้าไป มันอิสระมาก ทำอะไรก็ได้ เลยไปกันใหญ่ แล้วก็ไม่ได้คิดว่าจะมีใครมาชอบเหมือนเรา ก็ทำไปเรื่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ดันมีคนมาชอบ ก็พวกพี่ที่ออฟฟิศนี่แหละ เฮ้ย ทำอันนี้ให้หน่อย จะเอาไปตั้งที่โต๊ะ มีปัญหาก็ไปถามเขาว่าปั้นยังไง ทีแรกก็เละๆ 

ตั้งใจจะทำกระถางหรือภาชนะใส่ต้นไม้แบบที่เราอยากใช้ และเราไม่อยากให้คนมองแค่ความสวยงามของต้นไม้ เราอยากให้มองเป็นภาพรวม ผมมองทั้งหมดไง ทีแรกเราก็ชอบพวกถ้วยกาแฟเซรามิก แต่มันไม่มีรู ไปซื้อมาเจาะรูก็ยาก แตกอีก ก็เลยปั้นเอง เออ สนุก ก็เลยกลายเป็นว่าไปเดินดูต้นไม้ก่อนว่าฟอร์มแบบนี้น่าจะอยู่ในกระถางแบบไหน ก็เลยเพลิน เอาต้นไม้เป็นตัวนำ ซึ่งต้นไม้ก็มีความแปลกประหลาดเยอะมาก ก็เลยรู้สึกว่านี่คือการทำงานที่มันไม่จบเลยนะ คิดได้ทุกวัน เกิดอะไรใหม่ได้ทุกวัน ก็พยายามทำให้เป็นอาชีพ

แมวก็ชอบร้อง เอ้ย! มองก็ชอบแล้ว

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ก็ปั้นอยู่ที่บ้านเลย ผมชอบบ้านที่มีลักษณะเหมือนบ้านข้าราชการเก่าๆ เคยไปเห็นบ้านสไตล์นี้ ก็คิดในใจว่า แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน มองเข้าไปก็ชอบทุกอย่าง 

คือสอบที่ชิ่ง เอ้ย! คือสิ่งที่ชอบ

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ประเตียมบานฟู้ เอ้ย! ประตูบานเฟี้ยม

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

น่านหน้าบั้ง เอ้ย! นั่งหน้าบ้าน

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ดูลายต้นแม้ เอ้ย! ดูแลต้นไม้

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ไข่ไม่เหลือช้อง เอ้ย! ของไม่เหลือใช้

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

มีดนตรุม เอ้ย! มุมดนตรี

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น
บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

สานหลังบ้วน เอ้ย! สวนหลังบ้าน

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

เร้าทุกชด เอ้ย! รดทุกเช้า

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น
บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

น้างที่ค้ำ เอ้ย! น้ำที่ค้าง

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

รถแก่ยังไม่เก่า เอ้ย! รถเก่ายังไม่แก่

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

ขี่แถวนับ เอ้ย! ขับแถวนี้

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

ไปข้างนั่น เอ้ย! ปั้นข้างใน

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ป้านั่น เอ้ย! ปั้นหน้า

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

ปาดประลั่น เอ้ย! ปั้นประหลาด

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

เป็กลั่นๆ เอ้ย! ปั้นเล็กๆ

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

ยืนตาก เอ้ย! อยากตื่น

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

เป็นอะไรที่อยากตื่นแต่เช้ามาทำ ก่อนนอนคิดอะไรได้ เช้ามาก็ปั้นเลย พอไม่มีโจทย์ มันอิสระ ก็คิดได้เรื่อยๆ บางครั้งถ้าคิดไม่ออกก็ไปเดินแปลงเกษตร เห็นต้นไม้แปลกๆ ก็อยากจะปั้นอะไรไปใส่ หรือไม่ก็ไปเดินหาโจทย์ แล้วซื้อโจทย์นั้นกลับมา สเก็ตช์ฟอร์มที่จะอยู่กับมัน บางครั้งก็ปั้นเลียนแบบฟอร์มมันเลย เอาฟอร์มมาซ้อนกับฟอร์มเข้าไปอีกที เผื่อราก เผื่อโต ปลูกไปปั้นไปเรื่อยๆ เราจะรู้เพิ่มอีก ต้นนี้แยกต้นเล็กออกมาได้ ก็เอาต้นเล็กมาใส่ที่เราปั้นไว้เล็กๆ พอเริ่มโตเราก็ย้ายไปใส่กระถางที่ใหญ่ขึ้น บางต้นไม่ต้องใส่ดินเลยก็ได้ อย่างทิลแลนเซียที่มีรากอากาศ ที่ปั้นมานี่ไม่ซ้ำกันเลย เพราะเราไม่เคยมีการทำบล็อก ทำให้เหมือนเดิมไม่ได้ ที่จริงปั้นแล้วออกมาชอบมากๆ ก็อยากปั้นให้ได้สวยเหมือนเดิมนะ แต่ทำไม่ได้ (หัวเราะ)

ตักระเบียบพาม เอ้ย! ตามระเบียบพัก

บ้านสไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น
บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

อยู่กรุงเทพฯ เหมือนโดนบังคับให้ต้องตื่น อยู่นี่คืออยากตื่น สนุกกว่า ความสุขมากกว่าเยอะ แต่ก็ต้องอย่าไปมองที่รายได้มากนัก พยายามใช้ให้น้อย อะไรที่พอก็คือพอ อยู่ได้ก็พอแล้ว มีกิน ไม่ฟุ่มเฟือย ความสุขมันทวีคูณแบบคาดไม่ถึง ตอนแรกเคว้งมาก ช่วงแรกก็ไปหาแม่บ่อย พอมาปั้นพวกนี้แม่ต้องมาหาแทน พอมาทำอะไรที่มัน Undo ไม่ได้ เราก็ใจเย็นขึ้น วางแผนกับมันหน่อย กลับมาก็พบอะไรรอบๆ บ้าน ไปเจอร้านส้มตำร้านหนึ่ง มีคนมากินแล้วไม่มีตังค์ เขาก็ขอไปเด็ดมะละกอที่บ้านมาแลก เราก็ เฮ้ย มันยังมีอย่างนี้อยู่เว้ย โคตรใสเลย ขายก็ถูกอยู่แล้ว ถ้าคุณเอาถุงผ้ามาใส่ลดให้ 5 บาท เขาใช้ชีวิตกันอย่างนี้จริงๆ หมู่บ้านข้างหลังนี่เป็นหมู่บ้านแยกขยะ เขาก็ช่วยกันดี ดูภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ

ต้านบิด เอ้ย! ติดบ้าน

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

อยู่บ้านนี่เคยไม่ออกจากแถวนี้นานเดือนหนึ่ง คือออกจากบ้านก็ไปกินข้าวบ้านป้าตรงนี้ แต่ไม่ได้ออกจากซอยเลย แม่ก็อยู่แค่ตรงข้าม บางทีผมก็ไปกินข้าวโรงเรียน อยากรู้ว่าเดือนหนึ่งจะใช้ตังค์เท่าไหร่วะ ก็ไม่ได้ใช้เลย เพราะไปกินข้าวบ้านแม่ บางคนบอกอะไรโตแล้วกลับมาอยู่บ้านแม่ ผมกลับมองว่า แม่อายุเยอะแล้วไง ในช่วงเวลาที่ผมไม่อยู่นี่เกือบ 20 ปี เป็นคนเดียวที่ห่างครอบครัว เขาไม่ได้บ่นหรืออะไรทั้งสิ้นเลยนะ เราคิดได้เองว่าควรจะกลับมาอยู่ใกล้กันได้แล้ว เป็นเวลาที่น่าจะใช่ เมื่อก่อนนี้อยู่ไม่ได้ เพราะคุยกันคนละเรื่อง คุยงานดีไซน์กับแม่ไม่รู้เรื่อง แม่บอกอะไรวะ ก็อึดอัดมาก ตอนนี้เราเหมือนมีเครดิตอะไรบางอย่าง แม่ก็จะขอให้ช่วยแต่งโรงเรียนบ้าง เขาก็จะเริ่มเชื่อ เป็นที่ปรึกษาเรื่องอาร์ตให้กับโรงเรียน 

ดินตามเดิน เอ้ย! เดินตามดิน

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

ตอนนี้แทบจะไม่ตั้งเป้าอะไร แทบจะไม่คาดหวังกับสิ่งที่ทำทั้งหมดเลย คิดทำอะไรง่ายๆ อ้าว มันก็ง่ายได้จริงๆ นี่หว่า ชีวิตจะเอาอะไรนักหนา เอาให้แบบมีความสุขทุกวันพอ ซึ่งไม่ได้ไกลเลย แค่ลงมือทำน่ะ ไม่รู้มันจะพาเราไปไหน ก็ตามมันไป ห้ามขี้เกียจแล้วกัน ผมก็เคยบอกน้องๆ ที่ถามผมว่าจะปั้นมันยังไงดี ผมก็บอกให้ดินมันพาไปเลย 

จบละ เอ้ย! จะหลบ เอ้ย! ถูกแล้ว

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

*กราบขออภัยครูปริศนา ครูภาษาไทยสมัยมัธยมด้วยนะครับ 

*จะสบายขึ้นถ้าอ่านเฉพาะหลัง เอ้ย!

Writer & Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

LIVE LOVE LAUGH

เรื่องราวของคนน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ เป็นเจ้าของบ้านนี้

เธอเป็นนักเขียน นักเดินทาง 

เธอทำสำนักพิมพ์ด้วย นั่นคือสำนักพิมพ์มาลาฤดูร้อน มีหนังสือ ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นแขก ออกมาเมื่อ 2 ปีก่อน กับหนังสือ ซินญอริต้าในชุดผ้ากันเปื้อน ออกมาในปีนี้

ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นแขก เล่าเรื่องราวการเดินทางไปอินเดีย ประเทศที่เธอไปครั้งแรกเมื่อ 12 ปีก่อน และราวๆ 30 ครั้ง คือจำนวนการไปอีกของเธอนับถึงปีนี้ 

ซินญอริต้าในชุดผ้ากันเปื้อน เล่าเรื่องราวการเดินทางไปเม็กซิโก โดยมี ฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo) ศิลปินชาวเม็กซิกัน เป็นทั้งแรงดึงดูดและแรงผลักดันให้เธอไปทำความรู้จักประเทศนี้

และนั่นก็เหมือนจะเป็นเหตุผลหลักๆ ของบรรยากาศและรายละเอียดในบ้านหลังนี้ บ้านที่รอเธอกลับมานั่งเขียนทุกเรื่องราวการเดินทาง

เริ่มด้วยสีชมพู

ตอนที่เข้ามาในหมู่บ้านนี้ครั้งแรก เราเลือกบ้านหลังนี้เพราะกำแพง เพราะสเปซของมันอยู่ด้านในสุด ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร เราเชื่อว่าการที่คนเราตัดสินใจเลือกอะไรสักอย่างให้กับตัวเอง การตัดสินใจที่เกิดขึ้นมันมักจะมาจากพื้นฐานชีวิตบางอย่าง อย่างเรา ตอนเด็กๆ เราเป็นคนที่รู้สึกไม่มั่นคง ขาดความ Secure เวลาจะต้องเลือกพื้นที่อะไรสักอย่างเราเลยมักจะมองหากำแพงเป็นอย่างแรกเสมอ 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

จนโตมา พอถึงช่วงชีวิตของการเลือกบ้าน วันที่ขับรถเข้ามาในหมู่บ้านนี้ หลังอื่นเราไม่มองเลยนะ เราขับชิดในมองหาแต่บ้านหลังที่ติดกำแพงอย่างเดียวเลย นั่นหมายถึงจะต้องเป็นบ้านที่อยู่หลังสุดท้ายของซอย จนพอเจอหลังที่ใช่ปุ๊บ วันแรกที่ย้ายเข้ามากับลูก ยังไม่ได้ขนอะไรมาจากบ้านเก่าทั้งนั้น มันต้องมาลองนอนดูก่อนเพื่อให้รู้ว่าพอนอนจริงแล้ว เราต้องการให้อะไรมันมาอยู่ในบ้านหลังนี้อีกบ้าง จำได้เลยวันแรกที่มามีฟูกมาอย่างเดียวกับหมอนและผ้าห่ม เอามาแค่นั้นล่ะ ยกขึ้นไปวางบนห้องโล่งๆ นอนกับลูก หาทิศแทบตาย กว่าจะเจอทิศลงตัวว่าควรจะหันหัวไปทางไหน

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยสีเทา

ตอนแรกที่เข้ามา อารมณ์บ้านหลังนี้ก็เป็นเหมือนบ้านในหมู่บ้านทั่วไปนั่นล่ะ คือทุกอย่างสีขาวหมด ทั้งฝ้า กำแพง พื้น แต่เราเป็นคนชอบสีสัน เพราะฉะนั้น พอเข้ามาเจอบ้านที่มีแต่สีขาวว้องไปหมดเลยเนี่ย เรารู้สึกว่าเราอยู่ไม่ได้ มันขาดความอุ่น เราก็เลยใส่สีเทาลงไปให้กับผนังและฝ้าในบ้านก่อน แล้วก็ค่อยๆ หยอดสีอื่นๆ หยอดชิ้นเฟอร์นิเจอร์ตามเข้ามา

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มหยอดด้วยโซฟา

สำหรับเรา มุมที่สำคัญที่สุดในบ้านคือมุมนั่งเล่นกลางบ้าน เพราะอย่างน้อยถ้ายังไม่มีข้าวของอะไรเลย การมีโซฟาสักตัวมันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มีที่ให้นั่งเล่นนอนเล่นในช่วงกลางวัน เพราะฉะนั้น เฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกที่ขนเข้ามาเลยเป็นโซฟาตัวเก่าของปู่ มันเป็นโซฟาวัสดุหนังที่ดูเชยๆ หน่อย แต่พอเอาผ้าอินเดียมาคลุมไว้ มันก็กลายเป็นอีกอารมณ์แล้ว หลังจากเราสร้างมุมนั่งเล่นกลางบ้านนี้ขึ้นมาได้ ของชิ้นอื่นๆ มันก็ค่อยๆ ถูกขนตามเข้ามาจากบ้านหลังเก่า 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยโต๊ะกินข้าว

ตามมาด้วยโต๊ะกินข้าว ซึ่งโต๊ะกินข้าวเราก็เป็นโต๊ะไม้ธรรมดาๆ นี่ล่ะ ให้ช่างไม้ประกอบขึ้นมาเพื่อเป็นโต๊ะกินข้าวที่นั่งได้สองคน เพราะเราอยู่บ้านกับลูกแค่สองคน แต่ด้วยความเป็นคนชอบดอกชอบลาย จะปล่อยโต๊ะให้มันเป็นไม้เพลนๆ ก็ไม่ได้อีก เลยไปเอาผ้าอินเดียลายดอกมาคลุมมันไว้ วันไหนเบื่อลายนี้ เราก็แค่เปลี่ยนผ้าผืนใหม่ ที่บ้านเราผ้าเยอะ ไปอินเดียทีเราจะชอบขนผ้าคอตตอนกลับมา ราคาผ้าที่นู่นมันถูก ลายมันสวยด้วย

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มเข้ามุมอยู่กับงาน

เวลาทำงาน เราต้องการมุมที่ทำให้เราได้รู้สึกถึงคำว่าอยู่กับตัวเองจริงๆ รู้สึกนิ่งได้มากที่สุด คือในบ้านเราอาจจะมีอะไรเยอะแยะไปหมดสารพัดสิ่ง แต่พอเป็นมุมทำงานแล้ว มันคือมุมที่ทำให้เรามีสมาธิในการทำงานได้ดีที่สุด คือทุกวันนี้อาจจะมีร้านกาแฟเป็นพันเป็นหมื่นแห่งให้เลือกไปนั่งเขียนงาน ซึ่งเราเคยลองหลายทีแล้ว ไม่รอดสักที มันเขียนไม่ออก ไม่รู้ทำไม เขียนไม่เคยเสร็จสักที ต้องเขียนที่บ้านเท่านั้นถึงจะเสร็จ คือโต๊ะทำงานในบ้านเรามันจะเป็นมุมในสุดของบ้าน ที่เรานั่งหันหน้าออกไปทางหน้าต่างที่เห็นเป็นแผงต้นไม้ ซึ่งตรงนี้ล่ะคือมุมที่ใช่สำหรับเรา

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยมุมอยู่กับหนังสือ

มุมตรงชั้นหนังสือนี่ ด้วยความที่ลูกเราเป็นคนอ่านหนังสือเยอะมาตั้งแต่เด็ก และตัวเราเองก็เป็นคนทำงานหนังสือมาก่อน เพราะฉะนั้น เรากับลูกจะมีหนังสืออยู่เยอะ ซึ่งพอมีห้องนั่งเล่น มีโต๊ะกินข้าว และมุมทำงานแล้ว มุมต่อมาที่ต้องมีแน่ๆ ก็คือมุมเก็บหนังสือ เราให้ช่างทำตู้เก็บหนังสือบิลท์อินสูงจรดเพดานขึ้นมา ส่วนที่นั่งข้างชั้นหนังสือก็ใช้เป็นฟูกเตียงเดียวขนาด 3 ฟุตของเก่านี่ล่ะ เอามาวางและใช้ผ้าคลุมเอา ซึ่งพอมีผ้ามาคลุมแล้วก็ไม่มีใครดูออกเลยว่ามันคือฟูก วิธีนี้มันเวิร์กมากเลยนะสำหรับบ้านที่อยากมีที่นั่งที่นอนสบายๆ แต่ไม่อยากลงทุนซื้อเบาะที่นั่งหรือโซฟาใหม่ พอวางหมอนสีๆ ลงไป อะจบ งามล่ะ

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่อินเดีย

สีสันในบ้านนี้ทั้งหมด แน่นอน มันมาจากอินเดีย คือถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อนหน้านี้ เราก็ไม่ใช่เป็นคนที่ใช้สีอะไรเยอะขนาดนี้หรอก (บ้านนี้สิบปี) คือสมัยนั้นเป็นคนชอบลายชอบดอกอยู่แล้วล่ะ แต่ยังแมตช์คู่สีไม่เป็น จนกระทั่ง 12 ปีก่อนกับการไปอินเดียครั้งแรก จำได้ว่าครั้งแรกที่อยากไปที่นั่นเพราะเราเห็นงานภาพถ่ายของช่างภาพฝรั่งคนหนึ่ง มันเป็นงานจากเทศกาลสาดสี (Holi Festival) ในภาพนั้นคือคนอินเดียกำลังสาดสีกันอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง มันเป็นภาพของพิธีกรรมที่ดูขลังมาก แสงสวยฝุ่นสีฟุ้งกระจายไปหมด วันนั้นพอเราได้เห็นภาพถ่ายนั้น เราก็หูย อยากไปยืนอยู่ตรงนั้นบ้างจัง ก็เลยนำมาซึ่งการตัดสินใจไปอินเดียครั้งแรกและครั้งต่อๆ มาของเรา ซึ่งอินเดียสอนเราเยอะมากในเรื่องของการใช้สี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อที่อินทีเรีย

บ้านคือที่ที่พอคนเราอยู่ไป สิ่งที่เราเป็นมันก็จะปรากฏออกมาเอง ตามกำแพง ตามผนัง ตามเก้าอี้ รวมไปถึงแม้กระทั่งจานชามที่เราเลือกใช้ ตัวเราเอง วันแรกที่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้และต้องนึกถึงเรื่องของการตกแต่ง เราก็ไม่ได้มีภาพอะไรอยู่ในหัวสักเท่าไหร่หรอก เราแค่ขอให้ทุกอย่างมันเปิดโล่งโฟลถึงกันได้หมด ช่วงแรกที่ย้ายเข้ามา บางส่วนของชั้นล่างที่หมู่บ้านเขากั้นพื้นที่ห้องเอาไว้ เราก็ทุบออกหมดเลย จากนั้นด้วยความที่เราเป็นคนชอบสี เราก็ค่อยๆ หยิบข้าวของหรือชิ้นเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสีมาวางลงไปตามมุมต่างๆ ของบ้านให้ทั่ว และค่อยๆ ใส่พร็อพชิ้นเล็กชิ้นน้อยเข้าไปตามมุมต่างๆ เหล่านั้น

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่สีสัน

เราเป็นคนชอบคู่สีอยู่ไม่กี่คู่หรอก และโทนสีที่เราชอบใช้มันก็มักจะเป็นเฉดสีแบบอินเดีย เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องเป็นสีเฉดอินเดียหรอกนะ แต่มันเป็นของมันเองแบบธรรมชาติ อย่างคู่สีที่เราใช้บ่อยๆ ก็เช่นเขียว-ม่วงและเหลือง-ชมพู ซึ่งคู่สีสองคู่สีนี้ จับไปวางอยู่ตรงไหนมันก็รอด ไปกับอย่างอื่นในบ้านเราได้หมด เราว่าสีแบบที่คนอินเดียใช้ในชีวิตประจำวันเป็นสีที่ซับซ้อนนะ อย่างเวลาพูดถึงสีเหลือง ก็จะมีเลเยอร์แยกออกไปอีก เช่น เหลืองมะนาว เหลืองมัสตาร์ด เหลืองไข่ไก่ ฯลฯ สีอินเดียก็เหมือนคนอินเดียนั่นล่ะ เดายากและคาดไม่ถึง เราเลยชอบสีอะไรแบบนี้ บางคนมาบ้านเราอาจจะไม่ชอบสีในแบบเราเลยก็ได้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะทุกคนจะมีสีในแบบของตัวเอง สำหรับเราเวลาผนังบ้านสีเทามันมาเจอกับพร็อปกับเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่เป็นสีๆ เราว่ามันทำให้ภาพรวมบรรยากาศในบ้านที่รู้สึกอุ่นดี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยเส้นสาย

จากเรื่องสีแล้วก็เป็นเรื่องของเส้นสาย เส้นสายในที่นี้หมายถึงพวกโมบายและเครื่องแขวนต่างๆ ในบ้าน เราชอบอะไรที่มันดูระโยงระยาง ถ้าไม่มี เราจะรู้สึกว่าอะไรมันขาดหายไป เราชอบบ้านที่ให้ความรู้สึกของคำว่าแน่น คือแต่ละมุมของบ้านจะติดนั่นติดนี่ห้อยนั่นห้อยนี่เอาไว้ นี่มีของอยู่ในห้องเก็บของอยู่อีกเยอะมากที่ยังไม่ได้เอามาติด บางอย่างก็เก็บไว้จนลืมไปแล้ว

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่มองเห็น

ของที่เห็นอยู่ในบ้านหลังนี้ ส่วนใหญ่ได้มาจากความสงสัย คือพอไปเดินเจอ ก็จะสงสัยในที่มาของมัน พอคนขายเล่าให้ฟัง หรือของชิ้นนั้นมันมีประวัติที่มาน่าสนใจ เราก็จะซื้อ แต่ไม่ใช่ซื้อทุกอย่างนะ บางอย่างที่พอฟังข้อมูลแล้ว มันไม่ได้รีเลตอะไรกับเราเลย เราก็ไม่ซื้อ เราเป็นคนชอบเรื่องวัฒนธรรม ชอบงานฝีมือของคนพื้นถิ่นจากชาติต่างๆ ฉะนั้น ข้าวของที่เราเลือกซื้อโดยส่วนใหญ่จะเป็นพวกงานคราฟต์ ขนกลับไทยยากแค่ไหนก็จะต้องขนกลับมาให้ได้ ซึ่งวิธีการขนของเราคือจะต้องขนยังไงก็ได้โดยไม่ให้เสียค่าน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม เรามีเทคนิคของเราเองในการแพ็กในการขน

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยถามหา

อย่างแผ่นเหล็กหัวใจ เวลาไปเม็กซิโกเราจะเห็นเขาขายกันเต็มตลาดไปหมด บางคนอาจไม่ได้สงสัยว่ามันคืออะไร แต่เราเองถ้าเกิดความสงสัย เราจะต้องหาคำตอบให้ได้ จนเราไปเจอข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นเหล็กนี้ว่า การแต่งตัวของคนเม็กซิกันในช่วงยุคหนึ่งจะผสมด้วยศิลปะแนวบาโรกอยู่เยอะ ซึ่งความบาโรกที่ว่านี้หมายรวมถึงพวกแพตเทิร์นรูปหัวใจที่ตกแต่งอยู่บนเสื้อผ้าของคนเม็กซิกันในยุคนั้นด้วย โดยรูปทรงหัวใจถือเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้สื่อสารถึงนักบุญต่างๆ จนผ่านมาในยุคหลังๆ รูปทรงหัวใจก็พัฒนามาเป็นแผ่นสังกะสีรูปหัวใจเพื่อเป็นสินค้าจำหน่ายในตลาด 

ทุกวันนี้คนเม็กซิกันเองก็ซื้อแผ่นเหล็กนี่ไปตกแต่งตามบ้านกันนะ หรืออย่างตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ที่เราได้มาจากเม็กซิโกก็มีที่มาที่น่าสนใจ คือในสมัยโบราณจะมีตุ๊กตาที่เรียกว่าลูปิต้า เราจะเห็นตุ๊กตาลูปิต้านี้ได้ตามหน้าห้องพักของผู้หญิงหากิน ซึ่งมันมีความหมายซ่อนอยู่ โดยถ้าห้องไหนมีตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ลูปิต้าวางอยู่หน้าห้อง ก็แปลได้ว่าผู้หญิงหากินห้องนั้นมีนักการเมืองหรือพวกข้าราชการมาจองตัวไว้แล้ว ห้ามใครยุ่งเด็ดขาด พอเรารู้ที่มาของตุ๊กตาแบบนี้แล้ว ก็เลยซื้อกลับมา มันแปลกดี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยซื้อหา

รังโกลี (Rangoli) เป็นศิลปะการวาดภาพในแบบของชาวฮินดูด้วยทรายหรือผงสีของอินเดีย โดยเฉพาะวันเทศกาลดิวาลี (Diwali) ซึ่งเปรียบเทียบได้กับวันปีใหม่ของคนที่นั่น ทุกบ้านจะช่วยกันสร้างลวดลายรังโกลีบนพื้นบ้านอย่างสวยงามกันเต็มที่ เพราะคนที่นั่นเขาถือว่าเมื่อเทศกาลนี้มาถึง เราจะต้องทำความสะอาดบ้าน จัดบ้านให้น่าอยู่ พร้อมสร้างลวดลายที่เต็มไปด้วยสีสันและจุดเทียนสว่างไสว เพื่อที่เทพเจ้าต่างๆ จะได้อยากแวะเวียนเข้ามาให้พรในบ้าน 

หนึ่งในวิธีการสร้างลวดลายของเขาก็คือการเอาแผ่นลวดลายมาขึงบนเฟรมแบบนี้ จากนั้นเอาทรายสีมาร่อนผ่านเฟรมจนเกิดเป็นลวดลายที่พื้น ตอนที่ซื้อแผ่นเฟรมนี้กลับมา เราก็ไม่ได้คิดว่าจะเอากลับมาร่อนสร้างลายที่พื้นบ้านอะไรหรอก เราแค่เห็นว่ามันสวยดีและราคาถูกมากด้วย ก็เลยซื้อกลับมาสามสิบอัน กะว่าจะเอามาแขวนตกแต่งบ้าน นี่เพิ่งแขวนไปได้สี่ห้าอันเอง จำวันที่ไปยืนซื้อที่ร้านได้ คนขายถามเราว่าซื้อไปทำไมเยอะแยะ จะขนไปขายที่เมืองไทยเหรอ 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่หีบห่อ

เวลาไปตามบ้านของคนในอินเดีย เราจะเห็นว่าทุกบ้านต้องมีหีบ จะเอาขนาดไหนล่ะมีหมด ตั้งแต่ขนาดมินิสุดๆ ใช้เก็บเหรียญเก็บเงิน ไปจนขนาดใหญ่ที่เขาใช้เก็บเสื้อผ้าแทนตู้เสื้อผ้าเลยก็มี ซึ่งหีบเหล่านี้ ถ้าย้อนไปในสมัยที่มีการแบ่งแยกดินแดนปากีสถานกับอินเดีย พวกศิลปินในสมัยนั้นจะใช้หีบนี่ล่ะเป็นสัญลักษณ์ของสถานการณ์การแบ่งแยกที่เกิดขึ้น 

ซึ่งในยุคนั้นคนอินเดียเองก็ไม่ได้มีเงินขึ้นเครื่องบินหรือมีทางเลือกที่หลากหลายมากนักในการเดินทาง สายการบินก็ไม่ได้มีเยอะแบบทุกวันนี้ การเดินทางที่คนอินเดียใช้เป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบันจึงเป็นรูปแบบของการเดินทางด้วยรถไฟ และนั่นเลยทำให้การรถไฟของอินเดียมันยิ่งใหญ่มาก เป็นหัวใจเป็นชีวิตของเขาเลยล่ะ เวลาคนอินเดียจะอพยพขนย้ายข้าวของกันทีกับการเดินทางที่ต้องใช้เวลายาวนานเป็นวันเป็นคืน ถ้าขนของใส่กระเป๋าเสื้อผ้าทั่วไป ข้าวของก็คงพินาศแน่ หีบอะลูมิเนียมก็เลยเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุดเพราะมันสมบุกสมบัน จะถูกโยนถูกทับยังไงก็ไม่เป็นไร เราชอบความจุของหีบนี้ ทุกครั้งเวลากลับจากอินเดีย เราเลยต้องซื้อหีบกลับมาด้วย ค่อยๆ สะสมมาทีละใบสองใบ

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยห่อหีบ

หีบใบนี้แต่เดิมเป็นสีเงิน พอซื้อมาจากในตลาด เราก็ไปหาช่างที่ดาร์จิลิ่งให้เพนต์ให้ ตอนส่งหีบให้เขาเราก็ไม่ได้บอกตรงๆ นะว่าเราต้องการลายอะไร เราแค่ให้โจทย์เขาว่าเราอยากได้ลายดอกไม้ที่บอกความเป็นดาร์จิลิ่ง จนผ่านไปหนึ่งคืน เขาก็ยกหีบลายดอกไม้ที่เขาเพนต์เสร็จมาให้เรา ทุกวันนี้เวลาเห็นหีบใบนี้ เราก็จะนึกถึงดาร์จิลิ่งอยู่เสมอ เราใช้หีบใบนี้เก็บของจากอินเดียที่เรามีความทรงจำกับมัน ของบางชิ้นก็ดูไร้สาระมากนะ แต่มันมีคุณค่าทางใจกับเรา

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มจะฉุกคิด

หลังจากไปเที่ยวเม็กซิโกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเม็กซิโกเป็นประเทศที่โฉ่งฉ่างมาก ทั้งสีทั้งเสียงทั้งความอีเหละเขละขละข้างทางของประเทศนี้ที่มันลงตัวสุดๆ ได้อย่างสวยงามแบบไม่น่าเชื่อ แต่จำได้ว่าพอหลังกลับมาจากทริปนั้น ทันทีที่เราเปิดประตูเดินเข้าบ้าน เรายืนมองไปรอบๆ ตัวเอง อยู่ดีๆ เราก็ถามตัวเองขึ้นมาว่า นี่ฉันจะมีข้าวของเยอะแยะไปทำไมเนี่ย ทำไมมันเยอะไปหมดแบบนี้ ทุกวันนี้ทำไมคนเราต้องมีข้าวของเยอะแยะ ทำไมเราต้องอยากได้นั่นอยากได้นี่ เราซื้อมาแล้วและเราก็เก็บมันไว้ในลังในห้องเก็บของ เก็บจนลืม หรือจริงๆ แล้ว การซื้อของเป็นเพียงเพราะเราแค่ต้องการเป็นเจ้าของ แค่นั้นหรือเปล่า พอยืนคิดแบบนั้นแล้ว เราก็พูดกับตัวเองว่า ต่อไปนี้ฉันจะซื้อของที่เกินความจำเป็นให้น้อยลง 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยคิดได้

จากนั้นมา เราก็เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองนะ เพราะโดยปกติเวลาไปเดินทาง ระหว่างทางเรามักจะได้ของติดมือติดไม้อยู่เสมอ ของบางชิ้นก็ไร้สาระสุดๆ คือไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ จนหลังจากทริปเม็กซิโกรอบนั้น เวลาไปไหนเราก็จะซื้อเฉพาะสิ่งที่อยากเก็บอยากสะสมจริงๆ พูดกับตัวเองเสมอว่าเราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างในโลก

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่เดินทาง

รูปแบบงานของเรามันคือการเอาตัวเองออกไปเก็บข้อมูลนอกบ้านเพื่อกลับมานั่งเขียนที่บ้าน โดยปกติ เราเลยเป็นคนที่ใช้เวลาอยู่บ้านเยอะ ไม่เบื่อหรอกนะอยู่บ้าน เพราะชีวิตหลักๆ ของเราก็มีอยู่สองอย่างนี่ล่ะ คือถ้าไม่อยู่บ้านก็ไปเดินทาง เราถือว่าช่วงเวลาเขียนงานอยู่บ้านคือช่วงเวลาหารายได้ของเรา พอหาได้จุดหนึ่งที่เราตั้งไว้แล้ว เราก็เอาเงินไปเดินทางต่อ เป็นวัฏจักรแบบนี้

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เพื่อกลับมาอยู่บ้าน

คนที่ใช้ชีวิตราบเรียบ ไม่ยึดติดไม่กระเสือกกระสนแสวงหาอะไรมากเป็นคนที่โชคดีมากนะ ซึ่งตัวเราเอง คงอีกไกลกว่าจะไปถึงจุดนั้น เพราะทุกวันนี้ถึงเราจะมีความอยากได้นั่นอยากได้นี้ในช่วงระหว่างทางน้อยลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราตัดใจได้ทั้งหมด ซึ่งบางทีไอ้ความที่ยังไม่รู้จักพอแบบนี้เนี่ย มันก็ทุกข์เหมือนกันนะ 

หรืออย่างบ้านเราเอง ถามว่าทุกวันนี้ถ้าต้องเคลียร์ของทั้งหมดออกไปให้กลายเป็นบ้านสีขาวเพลนๆ เลย เราอยู่ได้ไหม เราคิดว่าเราคงอยู่ไม่ได้ เพราะสีสันเหล่านี้มันเติมเต็มชีวิตในแต่ละวันของเรา สำหรับเรา บ้านมันคือที่ที่เราอยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย รู้สึกเป็นตัวเองได้มากที่สุดโดยไม่มีใครมาตัดสิน และสุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเดินทางไกลรอบโลกแค่ไหนก็ตาม เราก็ต้องกลับมาบ้านอยู่ดี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

Writer & Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load