1 กุมภาพันธ์ 2563
45 K

ย่านเจริญกรุงเคยเป็นแหล่งการค้าและธุรกิจแห่งแรกๆ ของไทยเมื่อกว่า 150 ปีที่ผ่านมาอย่างที่หลายคนรู้

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเจริญและบริบทของเมืองก็เปลี่ยนตาม จนเจริญกรุงในวันนี้เงียบเหงาและซบเซาไปจากความเป็นย่านการค้าอย่างที่หลายคนก็คงจะนึกออก ถ้าปล่อยย่านเมืองเก่าให้เงียบเหงาต่อไป จะทำการค้าอะไรก็จะยากมากขึ้น ผสมกับความสะดวกสบายที่สู้ย่านเมืองใหม่ไม่ได้ คนอยู่อาศัยในรุ่นต่อไปก็คงจะย้ายออกไปเรื่อยๆ ยิ่งคนย้ายออกไป เมืองที่เงียบเหงาอยู่แล้วก็ยิ่งซบเซาลงไปอีก เศรษฐกิจในย่านก็แย่ลงไปตามลำดับ แถมคนที่ย้ายเข้ามาใหม่แล้วไม่ได้มีความผูกพันกับพื้นที่ ก็อาจจะทำกิจการบางอย่างที่ยิ่งบีบให้คนในพื้นที่ย้ายออกไปอีกเรื่อยๆ การได้เห็นย่านเจริญกรุงกลายเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมก็อาจจะไม่ได้ไกลตัวเรามากไปนัก

ไม่นานมานี้ผมได้ยินว่ามีกลุ่มคนที่พยายามปรับเปลี่ยนและพลิกฟื้นให้เจริญกรุงกลับมาคึกคักอีกครั้งในบทบาทใหม่ นั่นคือย่านที่เป็นมิตรต่อการถ่ายภาพ ทั้งสำหรับช่างภาพและคนรักการถ่ายภาพทั่วๆ ไป ลองคิดดูว่าถ้าคนรักการถ่ายภาพไม่ว่าจากชาติไหนที่มากรุงเทพฯ ก็ต้องมาเยือนย่านเจริญกรุง ราวกับเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคนรักการถ่ายภาพ จะสร้างความคึกคักให้เจริญกรุงได้ขนาดไหน

และน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นเมื่อเครื่องมือที่พวกเขาใช้ในการเปลี่ยนแปลงย่านนี้ ไม่ใช่อุปกรณ์ก่อสร้างใดๆ แต่เป็นรูปภาพและนิทรรศการภาพถ่าย ‘Portrait of Charoenkrung’ ที่จะจัดขึ้นในย่านเจริญกรุง ช่วงเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 หรือ Bangkok Design Week 2020 ในวันที่ 1 – 9 กุมภาพันธ์นี้

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

คนกลุ่มนั้นคือ โรงเรียนสังเคราะห์แสง โรงเรียนสอนถ่ายภาพที่เกิดจากบุคคลที่รักการถ่ายภาพทั้ง 4 คน ประกอบไปด้วย ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์, อาวุธ ชินนภาแสน, โต้-วิรุนันท์ ชิตเดชะ และ แบงค์-ชัยพฤกษ์ เฉลิมพรพานิช โดยร่วมมือกับ CEA (Creative Economy Agency) หรือชื่อเดิมคือ TCDC ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาธุรกิจสร้างสรรค์ในย่านเจริญกรุง ในที่นี้คือเรื่องของ ‘การถ่ายภาพ’ นั่นเอง

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

เราจึงได้โอกาสชวนทีมสังเคราะห์แสงทั้ง 4 คนมาพูดคุยถึงที่มาที่ไปและกระบวนการทำงานของพวกเขา ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับย่านเจริญกรุงด้วยกระดาษบางๆ ที่เราเรียกกันว่า ‘ภาพถ่าย’

01

Portrait of Charoenkrung ผู้คนแห่งเจริญกรุง

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

โรงเรียนสังเคราะห์แสงเป็นกลุ่มคนที่มีความเชื่อร่วมกันในเรื่องการถ่ายภาพว่า การถ่ายภาพที่ดีจะทำให้ภาพถ่ายไม่ได้เป็นแค่ภาพถ่าย แต่มันเป็นได้มากกว่านั้น จากเหตุการณ์ที่ตุลย์เคยเจอมากับตัวเองที่อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เกิดการเปลี่ยนแปลงในเมืองอย่างการสร้างทางรถไฟเส้นใหม่ขึ้นมา เลยทำให้เกิดเป็นโปรเจกต์การอนุรักษ์พื้นที่ในชื่อว่า ‘ภาพเก่าเล่าขาน ตำนานตะพานหิน’ เป็นการนำภาพเก่าที่แขวนอยู่ตามบ้านเรือนผู้คนในชุมชน มีทั้งภาพชาวบ้าน นักการเมือง และข้าราชการต่างๆ นำมาสแกนแล้วรวบรวมทำเป็นหนังสือ ผลลัพธ์คือมันทำให้ผู้คนในชุมชนได้มีโอกาสมาพูดคุยกัน และนำไปสู่การช่วยกันอนุรักษ์พื้นที่เมืองเก่าของชุมชนไว้ได้

ทางโรงเรียนสังเคราะห์แสงได้เรียนรู้จากเคสนั้นอยู่ 2 เรื่อง หนึ่ง คือการจะเปลี่ยนแปลงย่านย่านหนึ่งขึ้นมา ไม่ใช่การนำสิ่งต่างๆ เข้าไปในชุมชน แล้วคาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการเริ่มคิดถึงคนในชุมชนก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยให้คนในชุมชมสร้างการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเองต่างหาก และสอง คือสิ่งที่จะทำให้ภาพถ่ายมีพลังในการเปลี่ยนแปลงอะไรได้ นั่นคือเรื่องของวิธีในการถ่ายภาพนั่นเอง

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

“เมื่อก่อนพวกเราก็แค่เดินไปเจอคนหรือบ้านสวยๆ แล้วอยากได้ภาพก็ถ่ายภาพ แต่ตอนหลังๆ เรารู้สึกว่าเราควรวางกล้องไว้และเข้าไปพูดคุยก่อน พอพูดคุยเสร็จเราก็จะได้ทั้งภาพ ได้ทั้งเรื่องราว เราเลยคิดว่าสิ่งนี้มันน่าจะเป็นวิธีที่ดี ผสมกับทางทีมได้เห็นโปสเตอร์หนัง Parasite ภาพที่ถ่ายหน้าบ้าน เราก็นึกถึงภาพแบบ Family Portrait ขึ้นมา ซึ่งมันหายไปจากสังคมทันทีเมื่อมือถือมันถ่ายภาพได้ เราเลยคิดว่าน่าจะทำอะไรสักอย่างกับภาพถ่ายครอบครัวแบบนี้” ทางทีมสังเคราะห์แสงเล่าถึงไอเดียตั้งต้นของงาน

เมื่อได้ Family Portrait เป็นไอเดียตั้งต้น กระบวนการต่อมาจึงเป็นความคิดที่ว่า หากต้องการพัฒนาให้ย่านเจริญกรุงน่าสนใจ ก็ต้องเข้าไปรู้จักว่าแท้จริงแล้วย่านนี้มีอะไรบ้าง จึงตั้งทีมค้นคว้าขึ้นมา เพื่อศึกษาหาข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ถึงรากเหง้าของความเป็นเจริญกรุง เมื่อได้ข้อมูลจากการค้นคว้ามาแล้ว ทางทีมจึงตัดสินใจเลือกถ่ายทอดภาพครอบครัว เพื่อเล่าเรื่องประวัติความเป็นมาและธุรกิจที่เกิดขึ้นตามลำดับเวลาของย่านเจริญกรุง โดยได้คัดเลือกออกมาทั้งหมด 50 ครอบครัว 50 ภาพ เริ่มจากแบ่งหมวดหมู่ตามยุคสมัยในการเข้ามาอาศัยในพื้นที่ตั้งแต่กลุ่มคนยุคแรกจนถึงผู้เข้ามาใหม่ ทำให้เห็นการเปลี่ยนผ่านในแต่ละยุคได้อย่างชัดเจน แล้วจึงแบ่งออกเป็นศาสนา อาชีพ เพื่อให้ครอบคลุมมากที่สุด หากว่าในวันข้างหน้ามีการเปลี่ยนแปลงของผู้คนในย่านนี้ อย่างน้อยเราก็ได้บันทึกไว้ว่าเคยมีใครมาประกอบอาชีพอะไรกันอยู่ในย่านนี้บ้าง เพราะอะไร

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung
Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

“วิธีการคิดมันเหมือนจะง่ายนะครับ ถ่ายภาพครอบครัวเพื่อเล่าเรื่องว่าครอบครัวเหล่านี้ทำให้พื้นที่และเศรษฐกิจเจริญขึ้นมา แต่ความยากก็คือครอบครัวในย่านนี้ไม่ค่อยยอมให้เราเปิดบ้านเข้าไปถ่ายภาพ เราเลยต้องเลือกเข้าไปคุยกับบรรดาผู้ใหญ่ในชุมชนเป็นหลังแรกๆ แล้วค่อยเอาภาพที่ได้มาไปให้บ้านอื่นๆ ดู ก่อนจะกลายเป็นภาพครอบครัวที่สองและสามไปเรื่อยๆ ในที่สุด

“ส่วนวิธีถ่าย ทีแรกเราก็อยากจะไปจัดท่าทางการยืนของคนในครอบครัว แต่พอถ่ายไปเรื่อยๆ เรากลับรู้สึกว่าปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้นดีกว่า มันอาจจะไม่ใช่ภาพที่ดีที่สุดสำหรับเรา แต่มันจะเป็นภาพที่ดีที่สุดสำหรับเขา เพราะมันคือครอบครัวของเขา ยกตัวอย่างเช่น ร้านขายยาเอี๊ยะแซ หนึ่งในครอบครัวแรกๆ ที่นัดแนะกันมาให้จนได้ภาพครอบครัวตั้งแต่รุ่นที่สามจนถึงรุ่นที่ห้า หรือร้านก๋วยเตี๋ยวรูที่รุ่นลูกออกไปทำธุรกิจจนมีฐานะ แต่ก็กลับมาถ่ายภาพที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าๆ ที่ตนเติบโตมา ซึ่งนี่คือดีเอ็นเอสำคัญของงานนะครับ ผมว่ามันคือการให้เกียรติคน มันคือการเปิดใจซึ่งกันและกัน เราตั้งใจไปถ่ายภาพกับคนที่เขาอยู่ในพื้นที่ที่มีคนถ่ายภาพเดินผ่านไปผ่านมาไม่รู้กี่คน แล้วก็แอบถ่ายเขาบ้าง หรือถ่ายตรงๆ แบบที่ไม่ทักทายอะไรกันเลย แม้กระทั่งสบตาหรือยิ้มให้กันก็ไม่มี แต่กลายเป็นว่าบรรดาคนในย่านนี้เริ่มคุ้นชิน เปิดใจ และเริ่มมอบรอยยิ้มให้กับคนรักการถ่ายภาพมากขึ้นแล้ว” ทีมสังเคราะห์แสงเล่าถึงวิธีการทำงานที่เปลี่ยนไป

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

โดยภาพครอบครัวทั้ง 50 ครอบครัวนี้จะนำไปจัดแสดงเป็นนิทรรศการในช่วงวันที่ 1 – 9 กุมภาพันธ์ ในเทศกาล Bangkok Design Week 2020 ที่บริเวณพิพิธภัณฑ์ชุมชนตลาดน้อย ซึ่งหลังจบงานทางทีมงานจะเก็บภาพและนำกลับไปมอบให้กับแต่ละครอบครัว โดยหวังให้แต่ละครอบครัวได้นำภาพพวกนั้นมาประดับติดบ้านของพวกเขา และกลายเป็นนิทรรศการถาวรในย่านนี้ต่อไป

02

Charoenkrung by film มองเจริญกรุงผ่านฟิล์ม

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

นอกจากมีนิทรรศการภาพครอบครัวแล้ว ทางทีมได้ลองมองไปในย่านเจริญกรุง เห็นว่าในพื้นที่นั้นมีทั้งงาน Wall Paint และ Graffiti กระจายอยู่เต็มทั้งพื้นที่ แม้จะเป็นย่านที่คนมาถ่ายภาพเยอะ แต่กลับไม่มีการแสดงงานภาพถ่ายเลย ผสมกับการที่ทาง CEA อยากให้คนข้างนอกได้เข้าไปร่วมงานกับคนในพื้นที่เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันในอนาคต เลยเกิดเป็นไอเดียที่จะสร้างนิทรรศการภาพถ่ายแบบถาวรขึ้นมาอีกจุดหนึ่งในย่านนี้

“ผมมองว่าย่านเจริญกรุงเกิดขึ้นมาร้อยห้าสิบปีแล้ว ถ้าเปรียบเทียบเป็นคนนี่ต้องแก่มาก มีเรื่องราวน่าสนใจ ผ่านอะไรมาเยอะ เป็นปูชนียบุคคลที่ทุกคนก็มาพึ่งพาพึ่งพิง ให้อาชีพสร้างโอกาสอะไรแบบนี้ ผสมกับนโยบายของทาง CEA ที่อยากให้คนข้างนอกได้มาร่วมงานกับคนในพื้นที่ ทางเราเลยมาคิดว่าในย่านเจริญกรุงนี้มีธุรกิจร้านล้างฟิล์มเข้ามาเปิดหลายแห่ง ก็เลยชวนทางร้านล้างฟิล์มให้ไปชวนลูกค้าที่มาล้างฟิล์มที่ร้านอีกทีหนึ่ง มาร่วมกันจนได้ช่างภาพสี่สิบเก้าคน มาร่วมกันถ่ายทอดมุมต่างๆ ของเจริญกรุงออกมาผ่านม้วนฟิล์มและโจทย์ที่ได้รับมา ทั้งแสง สี กราฟิก คน สัตว์”

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

โดยทางทีมคิดถึงความฝันของคนที่ชอบถ่ายภาพ นั่นคือการได้มีนิทรรศการภาพของตัวเอง เพราะหลายคนที่ชอบถ่ายภาพนั้นไม่ได้มีพื้นที่ทำนิทรรศการเลย ได้แต่ถ่ายมาแล้วสแกนดูผ่านหน้าจอเฉยๆ จึงเกิดเป็นไอเดียที่จะนำภาพของช่างภาพ 49 คนนี้มาพรินท์และติดตั้งเป็นนิทรรศการถาวรที่ศาลเจ้าโรงเกือก ซึ่งการจะทำให้งานภาพถ่ายกลายมาเป็นนิทรรศการถาวรที่ติดตั้งกลางแจ้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยสภาพแวดล้อมที่เจอทั้งแดดและฝน ทางทีมจึงเลือกวิธีการพิมพ์ภาพลงบนแผ่นอะลูมิเนียมแทน นอกจากเป็นงานที่ตอกย้ำความเป็นย่านถ่ายภาพแล้ว ยังหวังให้เป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คนที่มาพบเห็นด้วย

03

Chareonkrung by Chareonkrung สูจิบัตรจากคนเจริญกรุงเพื่อคนเจริญกรุง

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

ระหว่างที่ทางทีมสังเคราะห์แสงลงพื้นที่ถ่ายภาพครอบครัว พวกเขาได้ไปเจอกับโรงพิมพ์หนังสือพิมพ์จีนซิงจงเอี๋ยนเข้าโดยบังเอิญ

“วันแรกเราก็ไปนั่งคุยกับตัวเจ้าของ และนี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราเจอบ่อยมาก คือความรู้สึกที่คนในพื้นที่และเจ้าของธุรกิจแถวตรงนั้นเขาพูดว่า อย่ามาถ่ายเลย จะเลิกกิจการแล้ว อะไรแบบนี้ เราก็เลยพูดว่าเพราะอย่างนี้แหละครับต้องรีบถ่ายเก็บไว้ ก่อนที่มันจะไม่เหลืออะไร”

ด้วยความที่งานนิทรรศการจำเป็นต้องมีสูจิบัตรอยู่แล้ว ประกอบกับการได้มาเจอกับโรงพิมพ์หนังสือพิมพ์จีนซิงจงเอี๋ยน จึงเกิดเป็นไอเดียพิมพ์สูจิบัตรของงานให้อยู่ในรูปแบบของหนังสือพิมพ์

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung
Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

“พอมีไอเดียว่าอยากให้โรงพิมพ์ซิงจงเอี๋ยนพิมพ์สูจิบัตรออกมาให้ เราเลยทำเนื้อหาในสูจิบัตรให้กลายมาเป็นหนังสือพิมพ์ของเจริญกรุงประจำปี 2020 นอกจากบันทึกงานนิทรรศการแล้ว ก็เป็นเหมือนการบันทึกข่าวคราวของครอบครัวหรือธุรกิจไหนในย่านนี้เอาไว้ในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ อย่างร้านนั้นมีลูกหลานมาช่วยขยายกิจการแล้ว หรือบ้านนั้นเปลี่ยนบ้านตัวเองไปเป็นที่พักแล้ว และตั้งใจว่าจะนำไปแจกให้กับทุกบ้านที่ได้ไปถ่ายภาพมา เพื่อให้พวกเขากระจายสู่มือของคนในชุมชนต่อๆ ไป แต่สำหรับคนที่อยากได้ไปเก็บไว้ เราก็มีเตรียมไว้จำหน่ายด้วยเหมือนกัน”

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

นอกจากพิมพ์สูจิบัตรแล้ว ตัวโรงพิมพ์หนังสือพิมพ์จีนซิงจงเอี๋ยนนี้ก็จะกลายเป็นจุดแสดงผลงานอีกหนึ่งจุด เพราะทางทีมเตรียมนำตัวงานสูจิบัตรมาห่อและหุ้มอาคารนี้ไว้ด้วย เพื่อให้ย้อนนึกไปถึงสมัยก่อนที่ทางโรงพิมพ์จะติดหนังสือพิมพ์จีนไว้ด้านหน้าเพื่อให้คนที่เดินผ่านไปมาได้ยืนอ่านฟรีๆ นับว่าเป็นประสบการณ์ย้อนภาพอดีตที่น่าสนใจมากทีเดียว

04

Proud of Chareonkrung เซียงกงก็สวยได้

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

หลายครั้งที่ทางทีมสังเคราะห์แสงลงพื้นที่แถวย่านขายอะไหล่เก่าอย่างเซียงกง ตลาดน้อย แล้วได้เห็นความสวยงามของแสงเงาที่มาตกกระทบชิ้นส่วนเหล็กต่างๆ เลยถ่ายภาพเก็บไว้ แต่บรรดาผู้คนในย่านเซียงกงนั้นกลับสงสัยและตั้งคำถามทางทีมกลับมาว่า ถ่ายไปทำไม ไม่เห็นมีอะไรสวยเลย เหมือนว่าคนที่อยู่เขาไม่ได้มีความรู้สึกภาคภูมิใจอะไรกับของเหล่านี้ ทางทีมจึงอยากทำบางอย่างที่เชื่อมต่อคนข้างนอกกับคนเซียงกงได้ เกิดเป็นไอเดียที่จะสร้างป๊อปอัพสตูดิโอขึ้นมา เพื่อให้คนในเซียงกงได้รับรู้ว่ายังมีคนเห็นความงามในย่านนี้อยู่

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

“คือคนเดินผ่านตรงนั้น มันมีคนที่มองเห็นความงามอยู่เยอะ ซึ่งคนที่อยู่ตรงนั้นก็จะสวยอะไรวะ เขาเป็นอย่างนี้จริงๆ คนอยากถ่าย แต่เจ้าของไม่เห็นความงาม เราก็เลยรู้สึกว่า เราอยากทำให้ตรงนี้มันเป็นสเตจเพื่อให้คนมาถ่ายภาพกองเหล็กพวกนี้ มันคือการเอาการถ่ายภาพมาเชื่อมกับคนในชุมชน โดยเราได้คุยกับพี่คนหนึ่งในย่านไว้ เราจะขนไฟสตูดิโอมาเซ็ตให้ถ่ายภาพกันโดยมีกองเหล็กพวกนี้เป็นฉากหลัง แล้วตั้งไฟจัดแสงไว้เรียบร้อย และมีรายละเอียดบอกวิธีปรับตั้งกล้อง คุณมาถึงก็แค่หยิบเอาไฟสตูดิโอต่อกับกล้อง ปรับตั้งค่าตามที่บอกแล้วถ่ายได้เลย”

05

Charoenkrung is not a place, it’s a people เจริญกรุงไม่ใช่ย่าน แต่คือผู้คน

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

ด้วยความที่ทางทีมสังเคราะห์แสงมีภาพถ่ายของผู้คนในย่านเจริญกรุงอยู่เยอะ และอยากให้งานภาพถ่ายเหล่านี้เป็นแลนด์มาร์กอะไรอีกสักอย่างที่คนจะได้เห็นภาพรวมของย่านทั้งหมด ซึ่งมีมิติทับซ้อนกันอยู่ทั้งเรื่องการค้า สถานทูต ศาสนา และการเมือง ผ่านช่วงเวลาที่ยาวนาน เลยเกิดเป็นไอเดียการนำภาพผู้คนหลายๆ ภาพมาผสมผสานรวมกันเป็นงานกราฟิกที่เรียกกันว่า Photomontage หากคนที่เดินผ่านมาเห็นภาพนี้ภาพเดียว เขาจะได้เห็นทั้งเรื่องศาสนา เรื่องสถานทูตที่เข้ามา เรื่องเซียงกง เรื่องยุคสมัยตั้งแต่คนเก่าคนแก่จนถึงผู้เข้ามาใหม่จบในภาพเดียว คล้ายเป็นบทสรุปของโปรเจกต์นี้ โดยภาพนี้ได้ติดตั้งอยู่ที่ ร้านอาหารวัวทอง ซอยเจริญกรุง 45

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

งานแสดงทั้ง 5 จุดที่ทางทีมสังเคราะห์แสงตั้งใจสื่อสารออกมา นอกจากเป็นการเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มาพบเห็นและได้มีความรู้เกี่ยวกับย่านนั้นๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จะกลายเป็นผลขยาย คือความสุขของคนที่อยู่ในพื้นที่ คำว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ไม่ใช่แค่ตัวผู้คนในชุมชน แต่รวมไปถึงนักท่องเที่ยวหรือกลุ่มคนภายนอกที่เดินเข้าไป ที่น่าจะได้เห็นผู้คนในเจริญกรุงที่เป็นมิตรและยินดีต้อนรับสังคมคนชอบถ่ายภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการนำไปพูดถึงในแง่มุมที่ดีและเกิดเป็นความภูมิใจในพื้นที่ของตัวเอง โดยทางทีมสังเคราะห์แสงเองได้มองโมเดลทั้งหมดนี้ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่อาจใช้แก้ปัญหาชุมชนอื่นๆ ได้ และยินดีหากมีย่านหรือชุมชนไหนที่สนใจหยิบโมเดลไปใช้งานต่อไป

เราเชื่อแล้วว่าภาพถ่ายบางๆ และการถ่ายภาพนั้น เป็นมากกว่าภาพถ่ายและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง

Bangkok Design Week 2020, Portrait of Charoenkrung

Writers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อาทิตยา จันทร์เศรษฐี

นัก(หัด)เขียนและนัก(หัด)วาด สะสมสติ๊กเกอร์และโปสการ์ด ตกหลุมรักท้องฟ้าซ้ำไปซ้ำมา และสัญญากับตัวเองว่าจะอ่านหนังสือเดือนละเล่ม

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

74 ปี สำหรับมนุษย์อาจเป็นเวลายาวนานกว่าอายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากรบางประเทศ

แต่สำหรับประเทศที่ก่อตั้งมาได้ 74 ปี คงต้องจัดไว้ในหมวดประเทศเกิดใหม่ ซึ่งทยอยถือกำเนิดขึ้นทุกมุมโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปิดฉากลงด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร

ตัวเลขดังกล่าวคืออายุปัจจุบันของ ‘รัฐอิสราเอล’ ประเทศเล็ก ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกที่ได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 ตามมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติซึ่งยินยอมให้ชนชาติยิวจัดตั้งรัฐบนแผ่นดินที่เคยเป็นบ้านของพวกเขาเมื่อหลายพันปีที่แล้ว ก่อนพวกเขาแตกสานซ่านเซ็นไปยังดินแดนข้างเคียง ไม่ว่ายุโรป เอเชีย หรือแอฟริกา

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

ที่ตั้งของประเทศใหม่นี้ยังเป็นแผ่นดินในพันธสัญญาที่พระเป็นเจ้าในศาสนายูดาห์ทรงให้คำมั่นว่าจะประทานเป็นที่อยู่อาศัยแก่ยิวทั้งมวล ด้วยสำนึกทางชาติพันธุ์เต็มเปี่ยมในกมล พี่น้องชาวยิวที่กระจัดกระจายอยู่ในต่างประเทศได้อพยพหลั่งไหลเข้ามาสร้างชีวิตใหม่ในอิสราเอล พร้อมกับวัฒนธรรมที่ติดตัวมาจากดินแดนเดิมของพวกเขา อิสราเอลจึงเป็นชาติเกิดใหม่ที่คลาคล่ำด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรมในหลาย ๆ เรื่อง

หนึ่งในนั้นคือเรื่องอาหาร

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

เช้าวันศุกร์ที่ 9 กันยายน ค.ศ. 2022 เรามีนัดพิเศษกับสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยที่ Helena Greek Restaurant Bangkok ร้านอาหารกรีกน้องใหม่ท้ายซอยสุขุมวิท 51 เพื่อทำความรู้จักกับ ‘อาหารอิสราเอล’ ซึ่งทางสถานทูตภูมิใจนำเสนอ

ในความรับรู้ของชาวไทยทั่วไป อิสราเอลคือประเทศหนึ่งในตะวันออกกลาง แม้ต่างเชื้อชาติศาสนากับปวงประเทศอาหรับที่อยู่รายล้อม ทว่าหน้าตาผิวพรรณของผู้คน ตลอดจนอาหารการกินคงไม่แปลกแยกจากกันนัก กลับกันชาติยุโรปยังน่าจะแตกต่างจากอิสราเอลมากกว่า

มายาคติข้างต้นได้นำความกังขามหาศาลโถมทับใจเรา ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ยินว่าสถานที่จัดงานคือร้านอาหารกรีก ซึ่งดูไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องอันใดกับประเทศของชาวยิว และยิ่งงงตึ้บกว่าเก่า เมื่อได้พบเจ้าหน้าที่สถานทูตหลายท่าน ที่ล้วนแต่มีประพิมพ์ประพายค่อนไปทางชาวตะวันตก ไม่ใช่แขกขาวชาวตะวันออกกลางอย่างที่เราวาดภาพไว้ในใจตอนแรก

คงเป็นบทเรียนแรกที่ ออร์นา ซากิฟ (Orna Sagiv) เอกอัครราชทูตอิสราเอล เตรียมไว้สอนแขกชาวไทยเช่นเรา ก่อนที่งาน ‘Israel’s Diversity: Stories Behind the Dishes’ ในวันนี้จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

หลากที่มา

ครั้นผู้เข้าร่วมงานประจำที่บนโต๊ะอาหารกันอย่างพร้อมหน้า ท่านทูตซากิฟจึงลุกขึ้นกล่าวเบื้องหน้าธงชาติพื้นหลังขาวที่กึ่งกลางมีลายดาวดาวิดหกแฉกสีน้ำเงิน

“อิสราเอลเป็นประเทศอายุน้อย ประชาชนชาวอิสราเอลที่เห็นในทุกวันนี้ ส่วนใหญ่อพยพมาจากต่างประเทศได้ไม่นานค่ะ” เธอเข้าสู่ประเด็นทันทีที่เสร็จสิ้นการอารัมภบท

ผู้แทนประเทศอิสราเอลเล่าว่า ก่อนการก่อตั้งชาติของเธอเมื่อ ค.ศ. 1948 ชาวยิวไม่เคยมีประเทศของตัวเองมานานนับพัน ๆ ปี พวกเขาพลัดพรายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ตั้งแต่เอเชียตะวันตก ยุโรปใต้ ยุโรปตะวันออก เรื่อยไปถึงแอฟริกาตะวันตกอันไกลลิบอย่างอัลจีเรียและโมร็อกโก เป็นชนกลุ่มน้อยที่ต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนาจากคนส่วนใหญ่ในสังคมเหล่านั้น แต่ขณะเดียวกัน ชาวยิวก็ได้รับเอาวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนในชาตินั้น ๆ มาปนเปในวิถีชีวิตตน จนเกิดเป็นความแตกต่างในหมู่ยิวด้วยกันเอง

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

ชาวยิวที่ถือสัญชาติอิสราเอลทุกวันนี้ หากไม่ใช่รุ่นที่อพยพเข้ามาด้วยตัวเอง ก็มักจะเป็นคนที่เกิดในอิสราเอลไม่รุ่นที่ 1 ก็รุ่นที่ 2 ทุกครอบครัวจะทราบกันดีว่าปู่ย่าตาทวดของตนย้ายถิ่นมาจากประเทศใด อีกทั้งหลายคนก็ยังพูดภาษาในดินแดนที่พวกเขาจากมาได้ นอกเหนือจากภาษาฮีบรูของชาวยิวด้วย

“ในอิสราเอล ถ้าคุณจะแต่งงาน ครอบครัวคุณจะถามเลยว่าคนรักของคุณเกิดที่ไหน พ่อแม่ของเขาย้ายมาจากประเทศอะไร ถ้าพ่อแม่ของเขาเกิดในอิสราเอลเหมือนกัน ก็จะถามถึงรุ่นปู่ย่าต่อไป” ทูตสาวยกตัวอย่างให้พอเห็นภาพ ก่อนบอกกับเราทุกคนว่าเธอเป็นคนอิสราเอลเชื้อสายโปแลนด์ ที่ครอบครัวได้ย้ายจากโปแลนด์มาอยู่อิสราเอลหลังการสถาปนารัฐอิสราเอลเมื่อ 74 ปีก่อนนั่นเอง

ยามคนอิสราเอลจะดูกันว่าอีกฝ่ายมาจากที่ใด ถ้าไม่ฟังภาษาที่เขาใช้สื่อสารภายในบ้าน ของกินบนโต๊ะอาหารก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ชี้ชัดได้เหมือนกัน เพราะครอบครัวที่มีพื้นเพมาจากรัสเซียก็มักจะกินอาหารรัสเซีย ครอบครัวที่ย้ายมาจากโมร็อกโกก็จะนิยมอาหารแบบแอฟริกาเหนือ หรือครอบครัวไหนที่เคยอาศัยอยู่ประเทศกรีซ ก็จะช่ำชองด้านการปรุงอาหารกรีกและเมดิเตอร์เรเนียนทั้งหลายแหล่ ดังเช่นเจ้าของร้าน Helen Restaurant แห่งนี้ที่เป็นชาวอิสราเอลเหมือนกัน

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

หลากวิธีทำ

ปูพื้นความเข้าใจเรื่องประเทศ เชื้อชาติ และอาหารกันพอหอมปากหอมคอแล้ว แต่เพราะสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ ท่านทูตซากิฟพร้อมด้วยรองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต อาเรียล ไซด์มัน เลยนำแขกในงานทุกคนออกไปยังบริเวณเฉลียงที่โต๊ะใหญ่ 3 – 4 ตัววางเป็นแถวเป็นแนว โดยมีพืชผักและเครื่องปรุงนานาชนิด ตั้งรอให้เลือกหยิบไปใช้กับเครื่องครัวที่ไม่เหมือนกันบนโต๊ะแต่ละตัว

ท่ามกลางผู้คนที่สวมผ้ากันเปื้อนยืนหน้าสลอน นักการทูตทั้งสองเชื้อเชิญให้แขกผู้มีเกียรติทุกคนได้ทดลองทำอาหารอิสราเอลด้วยน้ำมือตนเองทั้งหมด 3 เมนู ได้แก่ ชักชูกา (Shakshuka), ฟาลาเฟล (Falafel) และขนมปังคาลา (Challa) โดยมีเชฟประจำร้านคอยสาธิตและช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

เริ่มต้นกันที่ ‘ชักชูกา’ ไข่ลวกกะทะร้อนสไตล์แอฟริกาเหนือซึ่งปรุงด้วยมะเขือเทศ พริก กระเทียม ยี่หร่า น้ำมันมะกอก ให้รสจัดจ้านถูกลิ้นคนไทย

เมนูนี้แพร่เข้ามาในอิสราเอลโดยชาวยิวจากอัลจีเรีย ตูนีเซีย และโมร็อกโก ผู้คนส่วนใหญ่ชอบที่จะรับประทานเป็นอาหารเช้ารับวันใหม่ แต่ด้วยรสชาติอันโอชะ คนอีกไม่น้อยจึงไม่อาจเก็บความอร่อยของชักชูกาไว้ดื่มด่ำเฉพาะมื้อเช้าได้ เราจึงพบชักชูกาได้ทั่วไปในประเทศอิสราเอล ทุกที่ ทุกมื้ออาหาร

ฐานนี้ เชฟใหญ่สอนให้ผู้ร่วมเวิร์กชอปฝานพริกหยวก กระเทียม มะเขือเทศ เป็นชิ้นบาง ส่งเสียงฉับ ๆ ดังกึกก้อง แล้วจึงนำทั้งหมดเทรวมกันลงในกระทะ

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว
ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

กริ๊ง! นาฬิกาจับเวลาในมือคุณไซด์มันส่งสัญญาณบอกหมดเวลา ถึงคราวต้องย้ายฐานกันแล้ว

เราละสายตาจากกระทะผัดชักชูกาที่เชฟกำลังเร่งมือผัดส่วนผสมคลุกเคล้าเข้าด้วยกันอย่างขมีขมัน แล้วหันไปให้ความสนใจกับ ‘ฟาลาเฟล’ ของทอดที่สีสันส่วนผสมดูคล้ายกุยช่ายทอด แต่สัณฐานกลมดิก

ทฤษฎีว่าด้วยที่มาของอาหารชนิดนี้ยังเป็นที่โต้แย้งกันไม่มีวันจบสิ้น บางกระแสว่ามันมีต้นกำเนิดมาจากอียิปต์เมื่อ 1,000 ปีก่อน บ้างว่ามาจากอินเดียนานกว่านั้น และบ้างก็ว่าเพิ่งมีเมื่อร้อยกว่าปีมานี้ สมัยที่อังกฤษยึดครองตะวันออกกลางเป็นดินแดนอารักขา

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

ความจริงจะเป็นเช่นไร คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักประวัติศาสตร์ทำการสืบค้นต่อไป เนื่องจากขณะนี้เชฟกำลังเร่งรัดเราให้ปั้นก้อนฟาลาเฟลจากถั่วหัวช้าง ถั่ว และเครื่องเทศ ซึ่งตัวเขาได้คลุกทุกอย่างใส่หม้อรอเราไว้แล้ว หน้าที่ของเราในฐานะผู้ทำเวิร์กชอปคือปั้นพวกมันให้แน่นที่สุด เพื่อที่เวลาลงกระทะจะได้ไม่แตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย

รอยังไม่ทันจะเบื่อ ก็ได้ฟาลาเฟลกลิ่นหอมฉุย ขนาดเท่าลูกชิ้น มากินแก้หิวกันพลาง ๆ

ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว
ตามทูตอิสราเอลเข้าครัว ลงมือปรุงสำรับอาหาร เพื่อรู้จักความหลากหลายของชาวยิว

นาฬิกาลั่นเสียงดังกังวานอีกครั้ง เป็นเหตุให้เราต้องขยับจากฐานฟาลาเฟล มายังฐานสุดท้าย คือฐานทำ ‘คาลา’ ซึ่งมีจุดรวมสายตาอยู่ ณ กะละมังสแตนเลสบรรจุก้อนแป้ง

สำหรับประชาชาติยิวที่มีมากกว่า 14 ล้านคนทั่วโลก คาลาเป็นมากกว่าขนมปังที่ใช้บริโภคในชีวิตประจำวัน แต่เจ้าขนมปังที่มีทรวดทรงเหมือนเปียผม ยังเป็นดั่งพันธะที่ผูกมัดมนุษย์กับพระเจ้า

ทั้งนี้เพราะคัมภีร์โตราห์ของชาวยิวเล่าย้อนไปในสมัยที่บรรพบุรุษของพวกเขาถูกเนรเทศ ต้องใช้ชีวิตระเหเร่ร่อนอยู่ท่ามกลางความแร้นแค้น พระเจ้าจึงมีรับสั่งให้พวกเขาแสดงความศรัทธาต่อพระองค์ ด้วยการแยกขนมปังบางส่วนของพวกเขาเพื่อถวายเป็นเครื่องสักการะ หลังจากที่พวกเขาเดินทางเข้าสู่แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์โดยสวัสดิภาพ อนุชนชาวยิวจึงถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมาว่า ต้องอบและรับประทานขนมปังคาลาทุกวาระสำคัญในศาสนายูดาห์ ยกเว้นเทศกาลปัสคาที่ต้องกินขนมปังไร้เชื้อเท่านั้น

แต่เดิมขนมปังคาลาไม่ได้มีรูปแบบชัดเจนตายตัว ส่วนรูปแบบที่แพร่หลายในอิสราเอลทุกวันนี้ได้รับมาจากชาวยิวในยุโรป บางครั้งจะโรยงาให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

วิธีทำคาลาก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่แป้งที่หมักยีสต์และน้ำตาลมา ตอกไข่และเติมเนยลงไปเล็กน้อยให้ได้เนื้อแป้งที่นิ่มหยุ่น แล้วทิ้งไว้ในที่อุ่นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

จากนั้นนำแป้งที่เตรียมไว้มาแยกเป็นชิ้น ๆ นวดทุกชิ้นเป็นเส้นยาว และนำแป้ง 2 เส้นมาผูกร้อยกันในลักษณะเดียวกับถักเปีย นำไปอบในเตาที่ให้ความร้อนสูง 180 องศาเซลเซียส ทิ้งไว้ราว 25 นาที เท่านี้ก็จะได้คาลาสีน้ำตาลนวลตาสมดั่งใจแล้ว

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

หลากความอร่อย

เวิร์กชอปทั้ง 3 ฐานจบลงด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้ร่วมกิจกรรมทั้งหมด แต่คงเป็นเพราะทุกคนขลุกอยู่กับการครัวทั้งที่ท้องยังว่าง ท้องไส้ของแต่ละคนจึงเริ่มส่งเสียงจ๊อก ๆ ท่านทูตซากิฟและคุณไซด์มันเลยอาสานำแขกทุกคนกลับเข้าห้องอาหาร โดยปล่อยให้ขั้นตอนการปรุงที่เหลือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเชฟตัวจริงต่อไป

กลับมารอบนี้ โต๊ะบุฟเฟต์ตัวยาวที่ก่อนหน้ายังคลุมด้วยผ้าทึบกลับเปิดโล่ง เผยความอุดมสมบูรณ์ของ ‘อาหารอิสราเอล’ สารพัดเมนูซึ่งดูคล้ายอาหารชาติอื่นไปเสียทุกจาน นี่กระมังความหลากหลายของอิสราเอลที่ท่านทูตและคณะตั้งใจจะอวดให้เราเห็น

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย
เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

มื้อกลางวันที่ทุกคนตั้งตารอนี้ ทางสถานทูตได้ทยอยเสิร์ฟอาหารเรียกน้ำย่อยและสลัดจานเล็ก ต่อด้วยอาหารจานหลักซึ่งมีเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเลือกตักในถาดบุฟเฟต์ได้ตามอัธยาศัย ก่อนตบท้ายด้วยของหวาน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเมนูใด ก็มักจะมีเรื่องราวการนำเข้ามาโดยชาวยิวจากที่นั่นที่นี่เสมอ

บางเมนูมีชื่อที่ฟ้องชัดว่าไม่ใช่อาหารพื้นถิ่นของอิสราเอลเป็นแน่แท้ ยกตัวอย่างเช่นสลัดกรีก (Greek Salad) ซึ่งหาพบได้แทบทุกภัตตาคารในอิสราเอล หรือปลาโมร็อกโก (Moroccan Fish) ที่ชาวอิสราเอลนิยมกินเป็นมื้อเย็นวันศุกร์คู่กับขนมปังคาลา

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

บางเมนูเป็นวัฒนธรรมร่วมของผู้คนในตะวันออกกลาง อย่าง ฮุมมุส (Hummus) อาหารเนื้อเหลวละม้ายครีม ทำจากถั่วหัวช้างผสมซอสงาบด เป็นที่นิยมทั้งในอิสราเอล อิหร่าน จอร์แดน เลบานอน ตลอดจนภูมิภาคแอฟริกาเหนือที่เป็นถิ่นทะเลทราย

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

แต่ก็มีอีกหลายเมนูที่ชาวอิสราเอลแสดงความเป็นเจ้าของได้อย่างสมภาคภูมิ อาทิ ขนมปังคาลา และเบเกิลเยรูซาเลม (Jerusalem Bagel)

“อิ่ม” คือคำแรกที่เราบอกกับตัวเองเมื่อแขกเหรื่อทยอยมาอำลาท่านทูต

อิ่มท้อง… ที่ได้กินของอร่อยนานาชาติในมื้อเดียว

อิ่มสมอง… ที่ได้รับรู้ข้อมูลใหม่ ๆ และสาระน่าสนใจของอาหารแต่ละจานที่กินเข้าไป

อิ่มใจ… ที่ได้รับไมตรีจิตจากเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยทุกคน

เข้าคอร์สทำอาหาร รับประทานบุฟเฟต์กับ ท่านทูตออร์นา ซากิฟ เพื่อเข้าใจรากฐานอิสราเอลผ่านความอร่อย

จบจากมื้อนี้ ถ้ามีใครถามว่าอาหารอิสราเอลมีรสยังไง

“รสหลากหลาย” นี่แหละ ที่จะเป็นคำตอบของเรา

ภาพ : สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load