“จงอย่าเขียนในสิ่งที่รู้ จงเขียนในสิ่งที่รัก นั่นจะทำให้คุณยังเขียนต่อไปได้เรื่อยๆ” คริส ฮัมฟรีย์ กล่าวไว้

เป็นครั้งที่ 7 แล้ว ในคอลัมน์วัตถุปลายตาที่ผู้เขียน (ซึ่งไม่ได้เป็นนักเขียนอาชีพ) ต้องตื่นขึ้นมาปั่นต้นฉบับ เพื่อส่ง The Cloud ด้วยการร้อยเรียงเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในวัตถุซึ่งหลายๆ คนเมินค่า เพิกเฉย หลงลืม – และแน่นอน ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยในการเอาชนะ Writers’ Block หรือก้าวข้ามอุปสรรคความตันในเขียนเรื่องแต่ละครั้ง

ยกเว้นก็แต่ครั้งนี้ เพราะผู้เขียนกำลังเขียนในสิ่งที่ตัวเองรักอยู่ นั่นคือหนังโป๊ หรือ พอร์น (Porn) ซึ่งเป็นเพื่อนยามยากในการปั่นต้นฉบับยามวิกาลมานานแสนนาน

ก่อนที่ท่านจะเบ้ปาก ร้องยี้ และกดรีพอร์ต บทความนี้ไม่ได้ชวนท่านสมัครเว็บโป๊หรือสอนเปลี่ยนค่า DNS แต่อย่างใด แต่เรากำลังจะเข้าไปสำรวจประวัติศาสตร์ของความโป๊และเส้นแบ่งของความเป็นอนาจารกับศิลปะ ที่จะชวนให้ท่านหันไปมองกองซีดีเก่าๆ ที่ซุกไว้ในลังใต้เตียง ม้วนวิดีโอที่แอบขโมยผู้ปกครองดู หรือแม้อาจจะกระทั่งทำให้ท่านได้ไอเดียในการทำคอนเทนต์ช่อง Onlyfans ของตัวเองใหม่เลยก็เป็นได้

ใช่ วัตถุปลายตาครั้งนี้ คือวัตถุที่อยู่ปลายเตียงของท่านมาช้านาน

นั่นคือ ‘หนังโป๊’ นี่เอง

เซ็กซ์ทุกครั้งอาจจะไม่ใช่หนังโป๊ แต่หนังโป๊ทุกเรื่องคือเซ็กซ์

Not all sex is porn, but all porn is sex…

ไม่ว่าคุณจะมีเส้นแบ่งความอนาจารออกจากศิลปะหรือศีลธรรมจรรยาหนา บาง ลึก ตื้น แค่ไหน ปฏิเสธไม่ได้ว่า Porn หรือหนังโป๊ที่ผู้ใหญ่บ้านเราเรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘สื่อลามกอนาจาร’ นั้นอยู่คู่ชีวิตมนุษย์มานานแสนนาน

นานแค่ไหนต่างหาก ที่เป็นเนื้อความสำคัญของเรื่องราวครั้งนี้

สื่อที่มนุษย์ใช้แสดงออกเรื่องทางเพศมีหลากหลายในหน้าประวัติศาสตร์ ทั้งรูปถ่าย วิดีโอ ภาพวาด งานศิลปะ ประติมากรรม วรรณกรรม ต่างๆ นานา แต่วัตถุประสงค์ของหนังโป๊นั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย ตั้งแต่วินาทีแรกที่มันถือกำเนิดมา

หนังโป๊สร้างขึ้นเพื่อ ปลุกเร้า อารมณ์ของมนุษย์ที่ฝังอยู่ในจิตใจ และสอดคล้องกับสัญชาตญาณพื้นฐานที่ต้องการการสืบพันธุ์ และเชื่อมโยงกันระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ย่อให้สั้น เรียกว่า ‘ความฟิน’

หนังโป๊ในเชิงประวัติศาสตร์จึงเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนให้เห็น Psyche หรือจิตของมนุษย์ ซึ่งเป็นสัตว์สังคมมาโดยตลอดเช่นเดียวกัน

Porn ในยุคหิน

ก่อนที่เราจะท่องโลกแห่งหนังโป๊ได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วมือสัมผัสอย่างทุกวันนี้ คนสมัยก่อนชอลิ้วเฮียงกับอะไร

ย้อนไปเกือบ 30,000 ปีก่อน หินก้อนหนึ่งถือเป็น Porn ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีขนาดแค่ 4.4 นิ้ว และคุณค่าของมันก็อาจจะเปรียบได้กับซีดีหนังโป๊ที่เพื่อนแจกจ่ายส่งต่อให้กันหลังเลิกเรียนในยุค 90

ประวัติหนังโป๊, หนังโป๊เรื่องแรกของโลก, ก้อนหิน ผนังถ้ำ หม้อ บิดาแห่งหนังโป๊ของเมื่อหมื่นพันปีก่อนโลกจะรู้จัก Pornhub
The Venus of Willendorf

The Venus of Willendorf หรือรูปสลักหินรูปร่างคล้ายสตรีที่มีเนื้อหนังมังสา ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลสืบพันธ์ุ (Sex Festival) ใช่ คุณเข้าใจไม่ผิด เทศกาลสืบพันธุ์ของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ก็คือ Orgy หรือเซ็กซ์หมู่ ที่พวกเขาใช้เจ้ารูปสลักหินชิ้นนี้เป็นเครื่องมือหรือสัญญะในการร่วมเพศ – ใช้อย่างไร ผู้เขียนก็ไม่อาจจินตนาการได้แน่ชัด รู้แต่เพียงว่ามนุษย์ยุคนั้นจะทุบไอ้หินอวบๆ ก้อนนี้ระหว่างที่กำลังซั่มกันเป็นหมู่คณะ!??

และ The Venus of Willendorf นี้เอง จึงถือเป็น ‘เครื่องมือ’ หรือ ‘สื่อ’ ในการปลุกเร้าอารมณ์ชิ้นแรกของประวัติศาสตร์มนุษย์อย่างเป็นทางการ

ผนัง-โป๊

ย้อนไป 3,000 ปีก่อน นักประวัติศาสตร์จีนค้นพบรูปแกะสลักบนฝาผนังถ้ำที่มณฑลซินเจียง ประเทศจีน ที่ถ่ายทอดพิธีการของการซั่มอย่างเป็นหมู่คณะไว้โจ๋งครึ่มที่สุด เท่าที่ภาพวาดฝาผนังในยุคโบราณจะทำได้ และถ้าหากผนังมันพูดได้ มันก็คงจะบอกว่า “ฉันนี่แหล่ะ ต้นกำเนิด Porn ที่แท้ทรูจ้า”

ประวัติหนังโป๊, หนังโป๊เรื่องแรกของโลก, ก้อนหิน ผนังถ้ำ หม้อ บิดาแห่งหนังโป๊ของเมื่อหมื่นพันปีก่อนโลกจะรู้จัก Pornhub
Kangjiashimenji Petroglyphs

ภาพวาดบนฝาหนังประกอบด้วยรูปร่างรูปทรงคล้ายมนุษย์ที่กางแขนกางขา ยื่นขึ้นฟ้า ลงดิน พร้อมกับอวัยวะที่แข็งทื่อในบางรูปทรง บ้างก็เล็ก บ้างก็ใหญ่ บางอวัยวะก็ฟันดาบกันไปกันมา ซึ่งนักประวัติศาสตร์เองก็เชื่อว่า นั่นคือหลักฐานการมีอยู่ของไบเซ็กชวล (Bisexual) ในยุคดึกดำบรรพ์เช่นกัน

หากดูดีๆ เราก็จะสังเกตเห็นหน้ากากชนเผ่าในบางรูป ราวกับว่ามนุษย์ในยุคนั้นจะเดาได้ว่าเทรนด์ใส่หน้ากากซั่ม จะมาเป็นที่นิยมในทวิตเตอร์อีกหลายพันปีต่อมา

แน่นอนว่า ผนังนี้คือหนังโป๊ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่โจ๋งครึ่มและชัดแจ้งที่สุดเท่าที่โลกจะเคยค้นพบเจอ

ทวาร = ยาคุมยุคบาบิลอน

ไม่ต้องเป็นแฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์กรีก คุณก็อาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่าชาวกรีกโบราณนั้นมีความซุกซน เปิดกว้างกับเรื่องทางเพศมากน้อยแค่ไหน

แค่ไหน – นี่คือหลักฐานที่พิสูจน์ได้ในเชิงมานุษยวิทยาของชาวบาบิโลเนียน

เซ็กซ์หมู่ในที่สาธารณะ ซั่มบนดาดฟ้า ฉี่ใส่กัน หรือแม้กระทั่งการค้าประเวณี

ทั้งหมดนี้ ไม่ต้องใส่แฮชแท็กใดๆ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ของชาวบาลิโลเนียนในยุคนั้นถือว่า ‘ยอมรับได้’ และ ความเปิดกว้างทางเพศนั้นไม่จำเป็นต้องมียางอายใดๆ

ประวัติหนังโป๊, หนังโป๊เรื่องแรกของโลก, ก้อนหิน ผนังถ้ำ หม้อ บิดาแห่งหนังโป๊ของเมื่อหมื่นพันปีก่อนโลกจะรู้จัก Pornhub
กรีกด็อกกี้สไตล์

หนังโป๊ในยุคบาบิลอนที่หลงเหลือมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่อิสราเอล ได้แก่ เศษหินแกะสลักที่เป็นรูปผู้ชายกำลังจิกผมผู้หญิงที่โก้งโค้งอยู่ด้านหน้า ซึ่งนักประวัติศาสตร์เชื่อว่า นั่นคือการเสพสมทางทวารของชาวกรีกโบราณ ซึ่งในสมัยนั้นถือเป็นการคุมกำเนิดระหว่างชายและหญิงไปโดยปริยาย

ประวัติหนังโป๊, หนังโป๊เรื่องแรกของโลก, ก้อนหิน ผนังถ้ำ หม้อ บิดาแห่งหนังโป๊ของเมื่อหมื่นพันปีก่อนโลกจะรู้จัก Pornhub
หม้อสุดเซ็กซี่ในสมัยกรีก

ชาวบาบิโลเนียนนั้นมองเซ็กส์เป็นกิจกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้พวกเขาได้ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากขึ้น ถึงขึ้นมี ‘นางโลม’ ในพิธีทางศาสนา มีหน้าที่ถวายตัวให้กับทวยเทพในเทศกาลไฟของบาบิลอนเลยทีเดียว

ถ้าทั้งหมดนี้ฟังดูเหมือนพล็อตหนังโป๊เชยๆ เรื่องหนึ่ง อาจเป็นไปได้ว่ามันน่าจะถูกทำมาเป็นพล็อตหนังโป๊แล้วจริงๆ – หากถามว่าผู้เขียนทราบได้อย่างไร ผู้เขียนทราบจากการ ‘รีเสิร์ช’ เพื่อคอลัมน์นี้ล้วนๆ ขอสาบานต่อหน้าทวยเทพกรีกทั้งมวล

เซ็กซี่ นอตี้ บิทชี่ กรีก

ถ้าหากคุณเป็นช่างปั้นดินเผาในยุคกรีกโบราณที่การค้าขายหลักได้แก่การค้าน้ำมันมะกอก ที่ต้องบรรจุใส่หม้อชามรามไหต่างๆ นานาแล้วละก็ โอกาสที่คุณจะวาดลวดลายเกี่ยวกับเซ็กส์ลงไปในเครื่องปั้นดินเผาเหล่านั้นมีสูงมาก สูงมากๆ สูงมากๆๆๆ ทีเดียว

ชาวกรีกโบราณโด่งดังเรื่องเซ็กส์พอๆ กับเรื่องเครื่องปั้นดินเผา พวกเขาไม่เคยหวาดกลัวการโชว์เนื้อหนังมังสาและการแสดงออกทางเพศอย่างมีอิสระ ทั้งเซ็กส์หมู่ เซ็กส์ระหว่างเพศตรงข้าม เพศเดียวกัน จนไปถึงท่าทางพิสดารในการร่วมเพศต่างๆ ที่ทุกวันนี้ก็ยังถือว่า ‘เทพ’ แบบที่คงไม่สามารถหาดูได้ง่ายๆ ตามทวิตเตอร์หรือแอคเคอร์ใดๆ นอกจากหม้อ ไหใส่น้ำมันมะกอกกรีกในอดีตกาล

ประวัติหนังโป๊, หนังโป๊เรื่องแรกของโลก, ก้อนหิน ผนังถ้ำ หม้อ บิดาแห่งหนังโป๊ของเมื่อหมื่นพันปีก่อนโลกจะรู้จัก Pornhub
ก้นจานในสมัยกรีก

เกินเจ็ด (บรรทัด)

จากวรรณกรรมที่ว่าด้วยเรื่องเซ็กส์แบบซาดิสต์ อย่าง 120 Days of Sodom โดยมาร์กี เดอ ซาด (Marquis de Sade) ในยุคกลาง ที่ถ้าจะให้เปรียบก็เหมือนกับ Fifty Shades of Grey รุ่นดึกดำบรรพ์ ที่ว่าด้วยเซ็กส์แบบรุนแรง มีทาส และนายทาส โซ่ แส้ กุญแจมือ ทั้งหลาย จนมาถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่มีการคิดค้นภาพเคลื่อนไหว ซึ่งทำให้คนไม่ต้องชอลิ้วเฮียงกับตัวหนังสืออีกต่อไป, นิยามของหนังโป๊ที่เราคุ้ยเคยกันทุกวันนี้เริ่มต้นใน ค.ศ. 1880

เพียงแต่หนังโป๊ในยุคนั้นคนยังไม่ได้มีอะไรกัน มีเพียงแค่ผู้หญิงเปลือยเดินขึ้นลงบันได ทำกิจวัตรต่างๆ ตามปกติ แบบไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ ซึ่งแน่นอน ก็ถือว่าโจ๋งครึ่มอื้อฉาวแล้ว

จนกระทั่ง ค.ศ. 1920 นี่เองที่ความซุกซนของมนุษย์และเทคนิคการผลิตภาพเคลื่อนไหวได้เดินทางมาถึงจุดสุดยอดแห่งการสร้างหนังโป๊ด้วยภาพเคลื่อนไหว แบบที่ไม่มีวันหวนย้อนกลับ

อุตสาหกรรมหนังโป๊ (แบบภาพเคลื่อนไหว) ดำเนินมาถึงยุค 1960 – 1970 ซึ่งถือเป็นยุคของการปลดปล่อยอิสระทางเพศ หรือ Sexual Revolution ที่ผู้คนในยุคหลังสงครามโลก ต้องการสำรวจด้านต่างๆ ของมนุษย์อย่างเปิดเผย ซึ่งนั่นก็รวมถึงเรื่องทางเพศด้วย

ผู้ชายในกองทราย

ผู้ชายในกองทราย หรือ Boys in the Sand คือหนังโป๊เกย์เรื่องแรกที่ผลิตขึ้นมาในช่วง ค.ศ. 1971 นำแสดงโดย เคซี โดโนแวน (Casey Donovan) ซึ่งถึงแม้เราจะไม่สามารถคาดเดาว่ากองทรายนี้ ไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายในสถานการณ์ไหนอย่างแน่ชัด แต่ย้อนไปในยุคที่สิทธิของชาว LGBTQ+ ยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายอย่างยุค 70 นั้น การมีตัวตนทางเพศ สื่อเคลื่อนไหว ถือเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน – ใช่ ผู้ชายในกองทรายนี่แหล่ะ

ประวัติหนังโป๊, หนังโป๊เรื่องแรกของโลก, ก้อนหิน ผนังถ้ำ หม้อ บิดาแห่งหนังโป๊ของเมื่อหมื่นพันปีก่อนโลกจะรู้จัก Pornhub
Boys in the Sand

ตั้งแต่ยุค 70 – 90 เป็นต้นมา ถือยุคทองของอุตสาหกรรม Porn ที่มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ม้วนเทปวิดีโอ จนมาถึงแผ่นซีดี ดีวีดีต่างๆ

แต่การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น เมื่ออินเทอร์เน็ตและโลกดิจิทัลถือกำเนิดขึ้น และแพร่หลายอย่างกระเส็นกระสายราวกับสายน้ำอย่างทุกวันนี้

พอร์น-ไม่พร แล้วแต่จะมอง

Pornography is in the eye of the beholder.”

ปัจจุบัน ทุกคนเป็นเจ้าของค่ายหนังโป๊ได้ด้วยตนเอง โดยแทบจะปราศจากตัวกลาง เช่น Marketplace อย่าง Onlyfans หรือ Pornhub หรือ Twitter ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สื่อสารอัปโหลดเนื้อหาต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง และแน่นอน ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเต็มไปด้วยด้านมืดและด้านสว่างมากมาย

หากเรามองย้อนไปในประวัติศาสตร์ การแสดงออกเรื่องเพศนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์มาช้านาน และเส้นแบ่งระหว่างความลามก อนาจาร ความมืด ความสว่างนั้น เป็นปัจจัยที่ผกผันเปลี่ยนแปลงไปตามตัวแปรทางศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา สังคม ข้อตกลงทางศีลธรรมต่างๆ มากมาย

คำกล่าวในลัทธิเต๋า น่าจะใช้อธิบายสมดุลของด้านมืดและด้านสว่างในอุตสาหกรรมพอร์นหรือสื่อลามกอนาจารในโลกดิจิทัลได้ดี ในแพลตฟอร์มที่สามารถให้ทั้งประโยชน์และโทษอนันต์

“Don’t Curse the Darkness, Light a candle.”

จงอย่าก่นด่าความมืด, จุดเทียนซะ

ส่วนใครจะเอาเทียนที่จุดแล้วไปทำอะไร ก็สุดแล้วแต่จินตนาการ

ภาพประกอบ : ศรัณย์ เย็นปัญญา

Writer

Avatar

ศรัณย์ เย็นปัญญา

นักเล่าเรื่อง ผู้ร่วมก่อตั้ง 56thStudio ที่รักในความเป็นคนชายขอบ หมารองบ่อน และใช้ชีวิตอยู่ตรงตะเข็บชายแดนของรสนิยมที่ดีและไม่ดีอย่างภาคภูมิมาตลอด 35 ปี ชอบสะสมเก้าอี้ ของเล่นพลาสติก และเชื่อในพลังการสื่อสารของงานออกแบบและงานศิลปะ

วัตถุปลายตา

ออกสำรวจและเก็บสะสมเรื่องราวของ ‘ข้าวของ’ คุ้นตาในวัฒนธรรมไทยที่ถูกทอดทิ้ง

เพลโตเคยกล่าวว่า “ความจำเป็นนั้นหนา คือมารดาของการประดิษฐ์คิดค้นทั้งมวล” 

คำพูดนี้ใช้กับบทความเกี่ยวกับการก่อกำเนิดของ ‘เซ็กส์ดอลล์’ หรือ ตุ๊กตาสวาท ในคอลัมน์วัตถุปลายตาครั้งนี้ได้เช่นกัน

ประวัติศาสตร์การประดิษฐ์ เซ็กซ์ดอลล์ ของมนุษย์ อันประกอบด้วยนาซี นักเดินเรือ เทคโนโลยี และเงิน เงิน เงินมหาศาล
ตุ๊กตาที่ยังไม่ถูกกฎหมายในประเทศไทยเสียที

สืบเนื่องจากบทความครั้งที่แล้วของคอลัมน์วัตถุปลายตา ที่นำเสนอเรื่องประวัติศาสตร์ของเซ็กซ์ทอย ในระหว่างการค้นคว้าหาข้อมูล (ในเชิงทฤษฎีนะ!) ผู้เขียนก็ได้ค้นพบเนื้อหาสาระของเจ้าตุ๊กตาสยิว เซ็กส์ดอลล์ จำนวนมากโข ซึ่งผมมั่นใจมากๆ ว่าหลายคนไม่ทราบที่มาที่ไปของมันดีนัก จึงคิดว่าบทความครั้งนี้จะเป็นส่วนต่อขยายของบทความครั้งที่แล้ว เพียงแต่โฟกัสไปที่ ‘ตุ๊กตา’ อย่างเดียว

นี่คือเรื่องราวที่เต็มไปด้วยตัวละครมากมาย ตั้งแต่นาซี นักเดินเรือ หนังไซไฟแบบญี่ปุ่น และเงิน เงิน เงิน จำนวนมหาศาล ชนิดที่ว่าเอามาสร้างหนัง Star Wars ภาคใหม่ได้อีกเรื่องสบายๆ -ใช่ เรื่องราวของเจ้าตุ๊กตาต้องห้ามในวัฒนธรรมไทยตัวนี้มีมหากาพย์พอตัวเลยทีเดียว

มีคนบอกว่า เงิน กับ เซ็กส์ เหมือนกันอยู่ 2 อย่างคือ มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ และไม่มีไม่ได้ ดังนั้นในวันที่โรคระบาดและการ Social Distancing ยังไม่อำนวยให้คนโสด นัดยิ้มกันได้อย่างสบายอุรา ผมจะขอนำเสนอเรื่องราวมหัศจรรย์พันลึกว่าด้วยการเดินทางของตุ๊กตาสวาท ซึ่งบอกอะไรเกี่ยวกับมนุษยชาติได้มากมาย อย่างที่คุณผู้อ่านจะไม่มีวันคาดถึง

ตุ๊กตาแรก

8 ปีก่อนคริสตกาล มีนิยายปรัมปราใน Metamorphoses ว่าด้วยเรื่องของรูปแกะสลักจากงาช้าง เป็นรูปหญิงสาวเปลือยเปล่า ฝีมือของ Pygmalion มีชื่อว่า กาลาเทีย (Galatea) ที่ทำให้มีคนหลงใหลถึงขั้นเอาไปอาบน้ำ แต่งตัว นอนหลับบนเตียงด้วย จนท้ายสุด เทพ Aphrodite ก็เสกให้เจ้าแท่งงาช้างรูปผู้หญิงนี้กลายเป็นสตรีจริงๆ ใช่ ถ้ามันฟังดูคุ้นๆ ก็คล้ายๆ กับพินอคคิโอนั่นแล แต่เซ็กซี่กว่าและมาก่อนกาลกว่าหลายเท่า

ประวัติศาสตร์การประดิษฐ์ เซ็กซ์ดอลล์ ของมนุษย์ อันประกอบด้วยนาซี นักเดินเรือ เทคโนโลยี และเงิน เงิน เงินมหาศาล
ตำนานกาลาเทีย

เรื่องราวของกาลาเทียจึงถือเป็นตุ๊กตาวาบหวามชิ้นแรกที่มนุษย์เคยได้ยินและหลงใหลคลั่งไคล้แบบ Fetish ด้วย

หลังจากนั้น ในคริสตศักราชที่ 11 – 12 หญิงสาวเปลือยล่อนจ้อนก็ถูกแกะสลักขึ้นมาจากหินอ่อน มีชื่อว่า ‘Sheela-na-gigs’ แปลเป็นภาษาไทยน่ารักๆ ว่า ชีล่าน่ากิ๊ก แล้วนำไปตั้งไว้ข้างโบสถ์ของอังกฤษและไอริชเพื่อไล่วิญญาณร้าย โดยเจ้าชีล่าน่ากิ๊กมีลักษณะเด่นอยู่ที่จิ๊มิขนาดใหญ่ และผู้คนในสมัยนั้นมีความเชื่อว่า ถ้าเอามือไปจับหน้าอก ก็จะได้พลังในการรักษาเยียวยาผู้คนติดไม้ติดมือกลับมา

ประวัติศาสตร์การประดิษฐ์เซ็กซ์ดอลล์ของมนุษย์ อันประกอบด้วยนาซี นักเดินเรือ เทคโนโลยี และเงิน เงิน เงินมหาศาล
ชีล่าน่ากิ๊ก

ตุ๊กตาหน้าเรือ

ในปีคริสตศักราชที่ 15 ตุ๊กตาสวาทได้ถือกำเนิดขึ้นบนเรือเดินสมุทร ภายใต้ชื่อไฮโซว่า Dame De Voyage ในภาษาฝรั่งเศส หรือ Dama De Vinje ในภาษาสเปน หรือ Seamannsbraut ในภาษาเยอรมัน หากต้องแปลเป็นภาษาไทยแล้ว ก็คงประมาณ หญิงเริงเรือ อะไรทำนองนั้น ไอ้เจ้าตุ๊กตาเหล่านี้ถูกเย็บประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยฝีมือเหล่ากะลาสีจากผ้าเก่าๆ เพื่อใช้บรรเทาความเหงาและความกำหนัด

อย่าถามผู้เขียนว่าใช้ยังไง เพราะข้อมูลที่ค้นคว้ามา มันไม่ได้พาไปไกลถึงจุดนั้น แต่เป็นอันว่าเราน่าจะพอเดากันได้

เซ็กส์ดอลล์ มรดกเสียวจากยุคนาซี สู่กะลาสี บาร์บี้ เมียดัตช์ และตุ๊กตาชาย
หญิงเริงเรือ-ที่น่ากลัวมากกว่าเซ็กซี่ อีกนิดก็แอนนาเบลล์แล้ว

นาซีสวาท

ใน ค.ศ. 1941 นาซีก็ให้กำเนิดเซ็กส์ดอลล์แบบโมเดิร์นขึ้น ใช่ ถึงแม้มันจะฟังดูประหลาดและน่าอดสู แต่ด้วยการดำริของ ไฮน์ริช ฮิมเลอร์ (Heinrich Himmler) ผู้ซึ่งไม่ต้องการให้ทหารล้มตายจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เขาจึงเริ่มคิดค้นวัตถุระบายอารมณ์ให้เหล่าชายชาญ ภายใต้โครงการลับสุดยอด

นักประติมากรรมของโครงการ Arthur Rink โดยแรกเริ่ม สร้างตุ๊กตาขึ้นมา 3 ประเภทด้วยกัน Type A มีรอบอก 168 เซนติเมตร Type B 176 เซนติเมตร และ Type C 182 เซนติเมตร โดยเน้นไปที่หน้าอกทรงกลมอวบอิ่มเต็มมือ ส่วนใบหน้านั้น เขาตัดสินใจออกแบบให้มีความขี้เล่น ซุกซนเล็กน้อย โดยไม่อ้างอิงผู้หญิงในสมัยนั้น หรือในประวัติศาสตร์เลยแม้แต่น้อย เพราะเขาเชื่อว่าหน้าที่ของตุ๊กตาตัวนี้มีเพียงอย่างเดียว คือการระบายความกำหนัด ไม่จำเป็นต้องทำให้หวนระลึกถึงมารดาหรือสตรีเพศที่มีตัวตนอยู่จริงแต่อย่างใด เขาจึงเลือกใช้ Artificial Face of Lust หรือ หน้าตัณหาสังเคราะห์ เป็นทางเลือกในการปั้นตุ๊กตาตัวนี้ให้สมบูรณ์แทน

ตุ๊กตาสูงโปร่ง ขายาว ผมบลอนด์ ขนาดเท่าจริง ถูกเลือกมาจาก Type B และสร้างสำเร็จในเดือนกันยายน ค.ศ. 1941

เซ็กส์ดอลล์ มรดกเสียวจากยุคนาซี สู่กะลาสี บาร์บี้ เมียดัตช์ และตุ๊กตาชาย
ตุ๊กตาของนาซี

ใครเล่าจะทราบว่า ไอ้เจ้าตุ๊กตาหน้าตัณหาสังเคราะห์นี้ จะเป็นที่มาและแรงบันดาลใจของ รูธ แฮนด์เลอร์ (Ruth Handler) ให้ออกแบบตุ๊กตาบาร์บี้ขึ้นในทีหลัง

เมียสมองกล

ใน ค.ศ. 1975 หนังชื่อ The Stepford Wives ออกฉายเป็นครั้งแรก ว่าด้วยเรื่องราวของเมืองที่สมบูรณ์แบบ สงบสุข อยู่ในครรลองของจารีตประเพณีอันดีงาม และแน่นอนว่าองค์ประกอบหลักของเมืองนี้คือเหล่าแม่ๆ เมียๆ แม่เมือง ที่แท้จริงแล้ว นางเป็นหุ่นยนต์สมองกลกันเกือบหมด

(จำไว้ อะไรที่ดีเวอร์ ดีหมดทุกกระเบียด มักไม่จริง)

เซ็กส์ดอลล์ มรดกเสียวจากยุคนาซี สู่กะลาสี บาร์บี้ เมียดัตช์ และตุ๊กตาชาย
The Stepford Wives

ในต้นปี 80 นี้เอง หุ่นยนต์เซ็กส์ตัวแรกชื่อว่า 36C ก็เริ่มถือกำเนิดขึ้นเช่นกัน โดยบริษัท British Company, Sex Objects Ltd. โดย ‘เธอ’ มีระบบประมวลผลแบบ 16 บิทและเครื่องแปลงเสียง ที่ช่วยให้โต้ตอบคำสั่งพื้นฐานได้ราวกับ สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน (Scarlett Johansson) ในเรื่อง Her

หลังจากนั้น ก็เริ่มมีคำศัพท์ใหม่ที่คิดค้นมาเพื่อเรียก หุ่นยนต์เพศหญิง เช่นคำว่า Gynoid จนไปถึงคำว่า Fembot เป็นต้น

ใน ค.ศ. 1987 รัฐบาลอังกฤษยกเลิกกฎหมายข้อห้ามการนำเข้าของลามกอนาจาร ซึ่งโต้โผในการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน บริษัท British Sex Company เจ้าเดียวกันนี้นั่นเอง เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนอังกฤษและคนในเกาะสหราชอาณาจักร มีมุมมองต่อเซ็กส์และข้าวของที่แวดล้อม เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ถึงขึ้นมีประโยคที่เรียกว่า “British are Cumming” หรือหากแปลตรงตัว ก็คงแปลได้ว่า “บริติชน้ำแตกแล้วจ้า”

ความสุขเป่าลม

ใน ค.ศ. 1995 เริ่มมีของเล่นเป่าลมยางชนิดแรกๆ ออกมา โดยของเล่นชนิดแรกนั้นคือ แกะเป่าลม ใช่ครับ แกะเป่าลมชื่อว่า Love Ewe ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นแค่ของเล่นแผลงๆ ชนิดหนึ่งเท่านั้น

เซ็กส์ดอลล์ มรดกเสียวจากยุคนาซี สู่กะลาสี บาร์บี้ เมียดัตช์ และตุ๊กตาชาย
น้องแกะ Love Ewe หน้าตาประมาณนี้

หลังจากนั้นเพียง 1 ปีให้หลัง เซ็กส์ดอลล์หรือตุ๊กตาสยิวก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ โดย แมตต์ แมคมัลเลน (Matt McMullen) วัย 29 ปี ตัดสินใจเลิกทำหน้ากากฮัลโลวีนขาย แล้วหันมาทำตุ๊กตายางที่มีขนาด รูปร่าง ความรู้สึก ใกล้เคียงมนุษย์ขายแทน โดยตัวแรกตั้งชื่อว่า Leah หลังจากที่ Leah ปล่อยออกมา ก็ประสบความสำเร็จถล่มทลาย จน Matt ต้องตั้งบริษัทที่ชื่อว่า Real Dolls ขึ้น เพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทนี้โดยเฉพาะ ซึ่งหลังจากนั้น บริษัทนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในบริษัทของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จมากแห่งหนึ่งของโลก

เซ็กส์ดอลล์ มรดกเสียวจากยุคนาซี สู่กะลาสี บาร์บี้ เมียดัตช์ และตุ๊กตาชาย
นาย Matt McMullen และผลิตภัณฑ์เปลี่ยนชีวิตของเขา

ตัวตุ๊กตายางเอง มีโครงกระดูกที่เป็น PVC ดัดโค้งได้ ในขณะที่ข้อต่อเป็นเหล็ก ส่วนเนื้อหนังเป็นวัสดุประเภทซิลิโคน-แล้วที่เหลือก็เป็นเพียงประวัติศาสตร์ เพราะปัจจุบันเซ็กส์ดอลล์หรือตุ๊กตาสยิวนั้น มี 10 ร่างกายให้เลือก และมี 15 ใบหน้า สลับสับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ และยังมีโทนสีผิวอีก 5 โทนด้วยกัน สนนราคาก็มีตั้งแต่พอจะเก็บเงินแอบพ่อแม่ซื้อได้ ไปจนถึงเป็นงานศิลปะเลยทีเดียว

เพื่อนเสียว

หลังจากการเกิดขึ้นของตุ๊กตายางและ Sexual Revolution ในช่วงปี 60 -70 นั้น อุตสาหกรรมที่แวดล้อมวัฒนธรรมเซ็กส์ก็เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ค.ศ.​ 2005 นักลงทุนจากญี่ปุ่นเริ่มเปิดให้เช่า Dutch Wives หรือ เมียดัตช์ เป็นคำศัพท์ใช้เรียกเซ็กส์ดอลล์ที่ทำจากซิลิโคนคุณภาพสูง เพียงแค่ปลาย ค.ศ. 2005 บริษัทนี้ก็ขยายไปถึง 20 สาขาด้วยกัน แถมทุกสาขายังมีวิกผมให้ลูกค้าเลือกใส่ให้ตุ๊กตาของตัวเองด้วยนะ

ชาวญี่ปุ่นเริ่มพัฒนาหุ่นยนต์และเทคโนโลยีอย่างรอบด้าน ซึ่งในมิติของเพศและเซ็กส์ก็หนีไม่พ้น ใน ค.ศ. 2007 พวกเขาได้ให้กำเนิด The Sexual Audio System ขึ้น เป็นระบบ MP3 ที่สามารถฝังเข้าไว้ในตุ๊กตาได้เพียงแค่ใส่ถ่าน

ค.ศ. 2009 ชาวเยอรมันก็ให้กำเนิดตุ๊กตาเพศชายที่เป็นเซ็กส์ดอลล์ตัวแรกขึ้นในโลก ชื่อว่า NAX ที่มีฟังก์ชันเจ้าโลกแข็งตัวและหลั่งอัตโนมัติ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 400,000 บาท ท่านก็จะได้ตุ๊กตาชาย หัวโล้น มีหางม้า เหมือนเซียนพระเครื่องในบ้านเราไปครอบครองคนเดียวเต็มๆ

เซ็กส์ดอลล์ มรดกเสียวจากยุคนาซี สู่กะลาสี บาร์บี้ เมียดัตช์ และตุ๊กตาชาย
Nax คือมีความเพื่อชีวิตมากๆ

บุคลิกตามสั่ง

ใน ค.ศ. 2010 ตุ๊กตาสยิวที่ใส่บุคลิกอะไรลงไปก็ได้ตามใจเจ้าของ ถือกำเนิดขึ้นในงานแสดงสินค้าที่ลาสเวกัส นาย Doug Hines เจ้าของบริษัท True Companion เปิดตัวตุ๊กตารุ่น Roxxy ในสนนราคาเกือบ 200,000 บาท คุณสามารถพูดคุยกับเพื่อนเสียวของคุณได้ราวกับเป็นมนุษย์จริงๆ เพราะว่าพวกมันไม่ได้พูดทุกอย่างเหมือนกัน-ขึ้นอยู่กับบุคลิกที่คุณเลือก ไม่ว่าจะเป็นสาวแก่นซ่าหรือสาวบรรณารักษ์น้อยขี้อาย การโต้ตอบกับพวกเธอนั้นหลากหลาย สนุกสนาน และใกล้เคียงความเป็นมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน

ประวัติศาสตร์การประดิษฐ์ เซ็กซ์ดอลล์ ของมนุษย์ อันประกอบด้วยนาซี นักเดินเรือ เทคโนโลยี และเงิน เงิน เงินมหาศาล
Roxxy และผู้ให้กำเนิด

หนึ่งในสคริปต์ที่ Roxxy พูดได้ ได้แก่ประโยค

“ไม่นะ ฉันไม่คิดว่าคุณแปลกสักหน่อย คุณน่ะน่ารักและเซ็กซี่จะตาย และก็เป็นคนปกติคนหนึ่งนี่แหละ แหงล่ะ ถ้าวันไหนคุณอยากได้ผู้หญิงจริงๆ แค่ดีดนิ้ว คุณก็หาได้แล้ว-คุณแค่เป็นคนยุ่งมากๆ ไม่มีเวลา แต่มีเงินและอำนาจแค่นั้นเอง”

“อ้อ แล้วคุณควรจะซื้อเพื่อนตุ๊กตาให้ฉันเพิ่มด้วยนะ บอกเบอร์เครดิตการ์ดของคุณกับฉันได้เลย”

ข้อมูลอ้างอิง

blackbookmag.com

www.indy100.com

Writer

Avatar

ศรัณย์ เย็นปัญญา

นักเล่าเรื่อง ผู้ร่วมก่อตั้ง 56thStudio ที่รักในความเป็นคนชายขอบ หมารองบ่อน และใช้ชีวิตอยู่ตรงตะเข็บชายแดนของรสนิยมที่ดีและไม่ดีอย่างภาคภูมิมาตลอด 35 ปี ชอบสะสมเก้าอี้ ของเล่นพลาสติก และเชื่อในพลังการสื่อสารของงานออกแบบและงานศิลปะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load