The Cloud x พอแล้วดี The Creator

สิ้นเสียงโปรแกรมนำทาง ที่บอกว่าเราถึงจุดหมาย  ณ ไร่รื่นรมย์ ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

สายลมอ่อนๆ เรียกร้องให้เราหยุด เพื่อมองทอดผ่านตัวอาคารหลังใหญ่ที่เป็นทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ Food Lab ร้านค้า และพื้นที่จัดสัมมนาของไร่รื่นรมย์ แล้วพบกับพื้นที่สีเขียวสุดลูกหูลูกตา ที่เป็นทั้งป่า เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชพันธุ์ท้องถิ่น ห่างไปไม่ไกลคือเต็นท์ที่พักจัดสรรเรียงรายอยู่อย่างเงียบสงบเป็นสัดส่วนพร้อมรับรองผู้มาเยือน

The Cloud มีนัดกับ เปิ้ล-ศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ผู้ก่อตั้ง ‘ไร่รื่นรมย์’ หรือศูนย์การเรียนรู้เกษตรเชิงสร้างสรรค์และยั่งยืน อดีตนักเรียนนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และทายาทรุ่นที่ 3 ของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ของประเทศ ที่เลือกเส้นทางชีวิตไปเป็นเกษตรกรเต็มตัว เพื่อชวนคุยเรื่องแผนธุรกิจสร้างสรรค์หลังจากน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

ไม่ใช่เพราะเปิ้ลทำเกษตรอินทรีย์หรือช่วยชาวบ้านและชุมชนให้พึ่งพาตัวเอง แล้วจึงได้ครอบครองคำว่าธุรกิจที่พอเพียง แต่เธอใช้หลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิเคราะห์ธุรกิจ ตั้งโจทย์เพื่อประเมินตัวเองและค้นหาศักยภาพที่มี ใช้ความรู้หาเหตุและผลในแผนของธุรกิจ คิดถึงแผนสำรองที่จะช่วยให้ธุรกิจไปต่ออย่างยั่งยืน ดำเนินธุรกิจโดยไม่เบียดเบียนใคร จนแบรนด์ไร่รื่นรมย์บรรลุเป้าประสงค์ที่อยากพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนผ่านการทำเกษตรอินทรีย์

ประเมินจากสายตาแล้ว เราเห็นตามคำเปิ้ลที่บอกว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ไร่เกษตรอินทรีย์ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดประสบการณ์ให้คนกลับเข้าหาสมดุลของธรรมชาติ ผ่านไร่เกษตรอินทรีย์ผสมผสาน ที่พักฟาร์มสเตย์ ร้านอาหารสุขภาพสร้างสรรค์จากวัตถุดิบที่ดีจากการทำเกษตรที่ดี กิจกรรมและคอร์สเรียนวิถีชีวิตอินทรีย์ให้ใกล้ชิดธรรมชาติที่คนเมืองต่างแย่งกันจับจอง

เป็นต้นแบบของธุรกิจเกษตรสร้างสรรค์ที่เราชื่นชม เพราะเติบโตไปพร้อมกับชุมชน ผ่านการออกแบบพื้นที่ พัฒนาและต่อยอดสินค้าเกษตร

เปิ้ลทำได้อย่างไร

ไหนๆ ก็มาถึงที่แล้วให้เธอเล่าเองดีกว่า

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

01

พอ…พบสมดุลของชีวิต

‘พอ’ ในความหมายของไร่รื่นรมย์คือ การพบสมดุลของตัวเอง

“สมดุลที่เราดูแลบริหารไร่รื่นรมย์ได้ และมีกำไรบางส่วนเพื่อขยายผลเรื่องการพัฒนาชุมชน

“จริงๆ สมดุลของคนเราอาจจะไม่เหมือนกัน เหมือนกับคำว่าพอเพียง ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะตัดสินว่าใครพอเพียงหรือไม่พอเพียง เพียงเพราะเขาไม่ได้อยู่กระต๊อบ เคยมีคนบอกว่า สิ่งที่เราทำอยู่ไม่ใช่ความพอเพียง แล้วถามว่าทำไมเราถึงสร้างร้านอาหาร ทำไมไม่ปลูกผักกินเองอยู่ที่บ้าน สำหรับเปิ้ล เมื่อใดก็ตามที่คุณมีศักยภาพที่จะทำอะไรมากมาย ไปจนคิดและทำเพื่อช่วยคนอื่น แต่คุณกลับทิ้งไปไม่ใช้ศักยภาพที่มี นั่นอาจจะไม่ใช่เป็นความพอเพียง

“ความพอเพียงและหลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขไม่ใช่เรื่องของเกษตร หรือแม้แต่การพึ่งพาตัวเองจนลืมคิดถึงคนอื่น แต่คือเครื่องมือของการคิดและติดสินใจในเรื่องต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรก็ตาม” เช่นเดียวกับเปิ้ลที่เธอพยายามพาตัวออกจากความเป็นเกษตรกร เพื่อสื่อสารและเป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่คิดและทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่คิดถึงแค่ตัวเอง แต่คิดถึงคนรอบข้าง ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

02

เริ่มที่จุดประสงค์  หาจุดแข็ง พัฒนาจุดยืน ทำแบรนด์อย่างเป็นระบบ

ไม่ต่างจากวัยรุ่นทุกคน ในช่วงชีวิตที่ออกค้นหาตัวเอง งานอาสาทำให้เปิ้ลรู้ตัวว่าเธออยากทำงานพัฒนาชุมชน อยากพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรผ่านการทำเกษตรอินทรีย์

“ที่ผ่านมาเปิ้ลไม่เคยบอกให้ชาวบ้านหยุดหรือเลิกทำเกษตรวิถีเดิมแล้วให้มาเชื่อตามเปิ้ล แต่เปิ้ลจะลงมือทำให้ชาวบ้านดู ตอนแรกคนในพื้นที่เขาก็คงสงสัยในสิ่งที่เราทำ แต่เราใช้ความจริงจังเข้าสู้ แล้วก็ถึงวันหนึ่งที่ชาวบ้านเห็นผลสำเร็จจากผลผลิตที่ดี ความรู้สึกเขาก็เปลี่ยนไป” เปิ้ลเล่า

จากเดิมที่คิดทำไร่รื่นรมย์โดยไม่คำนึงถึงการทำธุรกิจ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ชาวบ้านหันมาทำเกษตรอินทรีย์ เขาตั้งคำถามกับเปิ้ลว่า “แล้วจะให้เขานำผลผลิตนี้ไปขายที่ไหน” เปิ้ลจึงเริ่มทำการตลาดออนไลน์ ก่อนจะเรียนรู้ว่าผู้บริโภคยังมีความเข้าใจเรื่องสินค้าเกษตรอินทรีย์ไม่มากนัก เธอจึงใช้ความรู้เรื่องการสื่อสารที่มีเชื่อมโยงไร่รื่นรมย์เข้าหาผู้บริโภคผ่านเมนูอาหาร บรรจุภัณฑ์ของสินค้าเกษตร และกิจกรรมที่ชวนให้ผู้มาเยือนสัมผัสวัตถุดิบคุณภาพ

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

เดิมทีรายได้หลักของไร่รื่นรมย์มาจากการดำเนินการร้านอาหารออร์แกนิก และหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไขที่เปิ้ลได้จากปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ โครงการพอแล้วดี The Creator ช่วยให้แผนธุรกิจชัดเจน จนมั่นใจว่ารายได้ของไร่รื่นรมย์ควรจะมาจากสินค้าเกษตร ทั้งผลิตภัณฑ์จากข้าว พืชผักและผลไม้ท้องถิ่นหายาก สินค้าแปรรูป และกิจกรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในไร่ เพราะแม้จะตั้งใจทำร้านอาหารอย่างเต็มที่ เปิ้ลจะทำได้เพียงขยายร้านเพิ่มจำนวนสาขา ซึ่งใช้ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

“ห่วงแรกอย่างการประมาณตนเองทำให้พบว่าการทำร้านอาหารไม่ใช่จุดแข็งของเรา ร้านอาหารเป็นเพียง Food Lab เพื่อแปรรูปและต่อยอดวัตถุดิบทางการเกษตร จุดแข็งของเราคือการถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์เรียนรู้ซึ่งสำคัญต่อความตั้งใจทั้งหมดของไร่รื่นรมย์” เปิ้ลเล่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

03

คิดและเห็นอย่างเป็นระบบ

เมื่อมองภาพกว้างของสิ่งที่ทำ เปิ้ลพบว่าจริงๆ มีคนทำเรื่องต้นน้ำหรือทำเกษตรอินทรีย์เยอะมากแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เปิ้ลไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ไร่เกษตรอินทรีย์อีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ออร์แกนิกไลฟ์สไตล์ ที่อยากให้คนคืนดีกับธรรมชาติ คืนดีกับชุมชน นำเสนอผ่านคอนเซปต์กิน-อยู่-รู้-นอน

“เราพูดวิถีชีวิตอินทรีย์ที่ไร่รื่นรมย์ เพราะอยากให้คนคืนสู่สมดุลธรรมชาติ สัมผัสกับ Harmony with the Land สัมผัสธรรมชาติและทีมงานที่เป็นคนในชุมชน มีตัวตน ความคิด เป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจให้ทุกคนลำบาก เรามีระดับความลุยที่แตกต่างกันไป มีตั้งแต่กิจกรรมที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนได้เต็มที่ ไปจนถึงกิจกรรมสบายๆ เป็นการเข้าหาธรรมชาติความความเหมาะสมของเขา เราพยายามให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเอง สนับสนุนให้ลองคิดลองทำ

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

“มีน้องนักเรียนมัธยมจากอเมริกามาเที่ยวที่ไร่ เขาก็มาขออนุญาตเราเล่นน้ำในแปลงนา ทันทีที่อนุญาตเขาก็กระโดดลงไปเหมือนสระว่ายน้ำเอาโคลนมาคลุกตัวอยู่เป็นชั่วโมง ชาวบ้านและพนักงานที่เห็นก็สงสัยว่าเป็นใครมาจากไหน เพราะพวกเขาที่เติบโตมากับแปลงนา กับหญ้า กับโคลน ยังกลัวเปรอะจะแย่ หลังจากวันนั้นก็เปลี่ยนความคิดเด็กๆ ในชุมชน ทุกคนสนุกสนานกับการลงแปลงนาช่วยพ่อแม่โยนข้าว

“สำหรับเรามันคือการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน คนเมืองชื่นชมวิถีชีวิตของชุมชนที่สามารถดำรงชีวิตด้วยเงินที่จำกัด ขณะที่คนชุมชนพื้นที่ก็รู้สึกเห็นใจคนเมืองที่ต้องใช้เงินซื้อข้าวปลาอาหารที่เขาสามารถหากินได้รอบตัว ในที่สุดคนในชุมชนก็เห็นคุณค่าในสิ่งที่เขามี”

ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวบริหารจัดการผู้คน พืช สวน ไร่ นา ที่พัก และศูนย์การเรียนรู้ทั้งหมดนี้ด้วยตัวคนเดียวอย่างไร เราถาม

ซึ่งระบบการจัดการที่ดีช่วยจะทบทวนและแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ทำมีเหตุมีผล ตอบโจทย์ความตั้งใจของเราแค่ไหน

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

“ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดถึงระบบจัดการบริหารเลย เราเคยคิดว่าความตั้งใจดีอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว เราจึงย้อนกลับมาดูการจัดการย่อยๆ ภายในไร่ จากที่เคยคิดว่าไร่ต้องมีแพะเพื่อนำขี้แพะมาใช้ประโยชน์ ก็หันมาตั้งใจดูงบประมาณค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับแพะ คำนวณรายได้เพื่อให้ส่วนของการจัดการแพะเลี้ยงตัวเองได้รอด”

และเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เปิ้ลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมงาน เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม และสร้างบรรยากาศให้ทีมงานอยากพัฒนาตัวเอง หรือการระเบิดจากภายใน ทำให้เขารู้สึกอยากพัฒนาตัวเอง ให้เขารู้สึกว่าทำสิ่งที่มีคุณค่า มีความหมาย จากการสร้างความเข้าใจและจุดมุ่งหมายว่าทำไปเพื่ออะไร

04

ไปคนเดียวไปได้เร็วกว่า แต่ไม่ยั่งยืน

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

“เมื่อก่อนเราไม่เข้าใจหรอกเรื่องเกษตรผสมผสาน เราทำเพราะในหลวงมีพระราชดำรัสว่ามันดี จนเมื่อลงมือทำเราถึงเข้าใจว่าเกษตรผสมผสานคือภูมิคุ้มกันของเรา ช่วงที่ทำนาเพียงอย่างเดียว น้ำเกิดท่วมที่นาทั้งหมดทำให้ไม่มีผลผลิตเลย แต่เมื่อเราปลูกผักอื่นๆ พืชระยะสั้น กลาง และยาว ทำให้เราไม่เดือดร้อนเรื่องไม่มีรายได้ เพราะยังมีตัวอื่นที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในเชิงกายภาพ”

เปิ้ลเล่าว่า ห่วงที่ 3 อย่างการสร้างภูมิคุ้มกันของไร่รื่นรมย์ในวันนี้คือ การตามหาเครือข่าย

“เราไม่อาจทำทุกอย่างที่ตั้งใจได้ แต่ทำสิ่งที่เราถนัด แล้วเชื่อมโยงเพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นที่แม้จะมีศาสตร์ความรู้ที่แตกต่างกันมีส่วนร่วม เช่น ความรู้เรื่องการออกแบบพื้นที่สำหรับคอร์สเตรียมกลับบ้านจาก ‘ใจบ้าน สตูดิโอ’ ที่เชียงใหม่ของ พี่อ้อ-แพรวพร สุขัษเฐียร ความรู้เรื่องการทำผ้ามัดย้อมจาก Mann Craft ที่สกลนครของ พี่แมน-ปราชญ์ นิยมค้า

“แม้พื้นที่เชียงรายจะไม่มีครามให้ย้อมผ้า แต่พี่แมนก็มาช่วยให้ความรู้ทำผ้ามัดย้อมสีจากเปลือกไม้ประดู่ที่หาง่าย จุดเริ่มต้นจากเราทำกันเองในหมู่พนักงานก็ค่อยๆ กระจายต่อไปยังชุมชน จากเดิมที่อยากเพิ่มมูลค่าในสิ่งที่ชาวบ้านอาจจะมองว่ากิ่งไม้ใบหญ้าเป็นของไร้ค่าไร้ราคา จริงๆ ไม่ต้องถึงกับขายก็ได้ แค่ทำใช้กันเองในชุมชนเราก็ดีใจมากๆ แล้ว”

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้แล้วไร่รื่นรมย์ยังทำงานร่วมกับธุรกิจของเพื่อนๆ จากโครงการพอแล้วดี The Creator รุ่นที่ 1 ทั้งที่เป็นธุรกิจเกษตรคล้ายกัน แต่แลกเปลี่ยนวิธีคิดและร่วมหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เจออย่างเข้าใจกัน เช่น ‘ไร่สุขพ่วง’ ที่ราชบุรีของ พ็อต-อภิวรรษ สุขพ่วง หรือ ‘สุธีร์ ออแกนิค ฟาร์ม’ ที่จันทบุรีของ สุธีร์ ปรีชาวุฒิ

รวมถึงยังทำงานร่วมกับศิลปินท้องถิ่น และเชฟผู้เชี่ยวชาญการสร้างสรรค์อาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติต่างๆ เช่น เชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณ เจ้าของร้าน Blackitch Artisan Kitchen จนออกมาเป็น ‘ข้าวยำไร่ทุ่ง’ หนึ่งในเมนูของทางร้านที่รวมความเป็นไร่รื่นรมย์ไว้ในจานเดียว เพราะมีทั้ง ผัก ผลไม้ ดอกไม้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างการใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดสิ่งที่มี หยิบองค์ความรู้รอบตัวมาประกอบจนเกิดเป็นสิ่งใหม่ พร้อมเล่าเรื่องราวของไร่รื่นรมย์ผ่านอาหาร

แทนที่จะมองว่าเป็นคู่แข่งกัน เปิ้ลใช้วิธีค้นหาความร่วมมือและใช้จุดแข็งที่ต่างมีร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เป็นภูมิคุ้มกันในการทำธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

05

พอแล้วดีพอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

ไม่ต่างจากการเลือกเส้นทางในชีวิต การทำธุรกิจก็ไม่ได้มีสูตรสำเร็จ

เปิ้ลบอกว่า เธอไม่สามารถบอกให้ใครๆ ทำแบบเธอ เพราะทุกคนมีบริบทของชีวิตและเงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน

“ความพอทำให้เรารู้จักตัวเอง ได้รู้ทิศทางของแบรนด์ที่แม้จะเล็กๆ แต่เราก็สามารถสร้างคุณค่ากับชุมชนได้ รู้วิธีการปรับใช้ศาสตร์ของพระราชาซึ่งใช้ได้จริงกับทุกเรื่อง ที่ผ่านมาทุกคนเคยเห็นแต่ไม่เคยเข้าใจ อาจจะฟังดูเป็นหลักการปรัชญาใช้ยาก แต่ความจริงแล้ว 3 ห่วง 2 เงื่อนไขไม่ใช่หลักการที่ตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิด เพียงแต่เป็นมุมมองของแต่ละคนที่มีต่อการใช้ชีวิต” เปิ้ลตอบก่อนสรุปความพอแล้วดีทิ้งท้ายว่า

“ในวันที่เราพบจุดที่พอกับตัวเองเมื่อไร เราก็พร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่น แล้วเมื่อเราพร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่นเราก็จะเข้าใจจุดมุ่งหมายของเราชัดยิ่งขึ้น แล้วเราก็จะเข้าใจความพอดีในชีวิตของเรา ซึ่งแท้จริงคำตอบไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย แค่เราเข้าใจตัวเองแค่ไหน เราหาตัวเองเจอหรือเปล่า เปิ้ลมองว่าตอนนี้เปิ้ลก็ยังไม่ได้เจอตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันเป็นกระบวนการค้นหาไปเรื่อยๆ แล้วทำให้เราชัดเจนขึ้นไม่มีวันสิ้นสุด”

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

ไร่รื่นรมย์

ประเภท: ศูนย์การเรียนรู้เกษตรเชิงสร้างสรรค์ ร้านอาหาร ไร่เกษตรอินทรีย์
ที่ตั้ง: ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
ผู้ก่อตั้ง: ศิริวิมล กิตะพาณิชย์
Website: rairuenrom.com
FB / IG / Youtube: ไร่รื่นรมย์ RAI RUEN ROM

พอแล้วดี The Creator

Facebook |   พอแล้วดี The Creator

porlaewdeethecreator.com

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

จมูกของเราไวต่อกลิ่นดิน กลิ่นฝน รองเท้าของเราเหยียบลงบนพื้นดินชุ่มฉ่ำ สายตาของเรามองตรงไปเห็นต้นไม้หน้าตาละม้ายคล้ายกันเป็นพุ่มสวยเขียวชอุ่มสุดสายตา เราขโมยอากาศบริสุทธิ์ของสวนมังคุดอินทรีย์เก็บไว้เต็มปอด ก่อน ปอ-ธนวัฒน์ มโนวชิรสรรค์ เจ้าของ ‘สวนบ้านแม่’ จะทักทายด้วยการยื่นมังคุดเนื้อขาวเนียนหุ้มด้วยเปลือกหนาสีแดงอมม่วงให้เราชิม บอกเลยว่ามังคุดของ ‘สวนบ้านแม่’ หวานอมเปรี้ยวจากธรรมชาติ ปลอดภัยไร้สารเคมี หรอยสมคำร่ำลือ

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

ปอเป็นนักออกแบบ แต่ขอแอบบอกว่าเขาผันตัวมาเป็นเกษตรประจำสวนมังคุดของครอบครัวด้วยความตั้งใจ เขาอาสาเสริมความแกร่งของธุรกิจด้วยวิชาชีพที่เขาถนัด สร้างความเชื่อมโยงของวิถีชีวิตกับการเกษตรผ่านการออกแบบ เรียนรู้การเกษตรด้วยธรรมชาติ และภูมิปัญญาฉบับชาวพังงาขนานแท้ โดยเขาหวังจะสร้างสังคมระหว่างคนปลูกหน้ามนกับคนกินแสนน่ารักให้เหนียวแน่น และเกษตรกรดำรงชีพอยู่ได้อย่างยั่งยืน

บทสนทนารสหวานอมเปรี้ยวกำลังจะเริ่มต้น หลังจากปอยื่นมังคุดเนื้อเนียนมาให้ชิมเป็นลูกที่ 4 5 และ 6

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

01

พาตัวและใจกลับไปหาสวน บ้าน และแม่

ก่อนจะเป็นหนุ่มสวนมังคุด ปอเป็นนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ไทยที่ดังระดับโลกแบรนด์หนึ่ง ซึ่งการกลับมาทำสวนมังคุดเกิดขึ้นจากความบังเอิญ บังเอิญว่าเขาอยากกลับบ้าน เป็นการตอบสนองด้านจิตใจและความรู้สึกของตัวเขาเอง จึงกลับมาสร้างสิ่งที่รักกับสิ่งที่ชอบในที่ที่เดียวกัน หลังจากที่โบกมือลาพังงาไปเรียนและทำงานในกรุงเทพฯ นานกว่า 10 ปี

เมื่อปอแน่วแน่ว่าจะกลับบ้านอย่างแน่นอน เขาสร้างเพจเฟซบุ๊กเช็กความชัวร์ โดยรวม 3 สิ่งที่เขารักและอยากกลับมาเติมเต็ม ‘สวนมังคุด’ อายุ 50 ปีของครอบครัว รวมกับ ‘บ้านไม้’ ชั้นเดียวสมัยอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งปอชอบบ้านหลังนี้มาตั้งแต่เด็ก และ ‘แม่’ ผู้หญิงที่เขารักแต่ไม่แสดงออก ทั้งหมดผสมเข้าด้วยกันกลายเป็น ‘สวนบ้านแม่’

ช่วงที่ปอตัดสินใจกลับบ้านพอดีกับมังคุดออกผล เขาไม่รอช้าเก็บมังคุดไปขายหน้าสวน บางทีก็ขับรถเวสป้าคู่ใจไปขายในตลาด พ่อค้าคนกลางมารับไปขายต่อก็มี

จากนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ดาวรุ่ง ผันตัวมาเป็นเกษตรกรหน้าใส

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

เขาเริ่มสังเกตเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเกษตรกรกับพ่อค้าคนกลาง จนเกษตรกรได้รับค่าตอบแทนที่ไม่สมเหตุสมผล ส่งผลให้คุณภาพมังคุดด้อยลง 

“เราเคยลองไปติดต่อแผงขายผลไม้ในตลาด เขาบอกว่าราคาดี เอามาได้เลย เราก็ดีใจ กลับบ้านรีบเก็บมังคุดไปส่งตอนเช้า พอไปส่งเขาบอกว่าไม่ได้ราคาเมื่อวานแล้วนะ เราเห็นว่าป้ายราคายังเขียนเท่าเดิม แต่ไม่ได้ราคาเดิมที่คุยกันไว้ เราคิดว่ามันแย่นะ ก็เลยยกเข่งพวกนั้นกลับบ้าน สุดท้ายมานั่งคิดว่าปัญหาไม่ได้เกิดเฉพาะเจ้าของสวน ปลายทางก็จะได้ของที่ไม่มีคุณภาพไปด้วย ถ้ามีคนทำราคาเอาเปรียบกัน ก็เป็นการสร้างสังคมที่เอาเปรียบกันต่อไปไม่สิ้นสุด” ปอเล่าปัญหาพร้อมบอกติดตลกว่า “ตอนนั้นคิดว่าเราจะรอดมั้ย”

แต่ปอยังเชื่อมั่นในผลผลิตของต้นมังคุดทั้ง 365 ต้น เขาเห็นใจคนร่วมอาชีพ และเห็นปัญหาของผลไม้หลากชนิดจากความตั้งใจจริงของเกษตรกรที่ไปไม่ถึงมือผู้รับ

02

พ่อค้ามังคุดออนไลน์ทำธุรกิจด้วยความเชื่อใจ

ปอรู้จักตัวเองชัดเจนก่อนกลับมาบ้าน เป็นผลให้เขารู้ว่าควรทำอะไรเป็นลำดับต่อไป

หลังจากเจอปัญหาช่องว่างระหว่างราคาของมังคุดกับพ่อค้าคนกลาง เขาหาช่องทางขายมังคุดของตัวเอง ด้วยการเริ่มจากส่งไปรษณีย์ให้คนรู้จักลองลิ้มชิมรสมังคุดอินทรีย์ส่งตรงจากสวน ก่อนจะเกิดการบอกต่อความอร่อยแบบลังต่อลัง จนต้องเปิดสั่งจองออนไลน์ตามรอบผลผลิตของต้นมังคุด พร้อมยังส่งสารผ่านเพจ ‘สวนบ้านแม่’ ให้คนรักมังคุดเข้าใจวิถีการเกษตรและการดูแลเกษตรมากขึ้น เมื่อผู้รับสารเข้าใจ ก็ทำให้มังคุดของ ‘สวนบ้านแม่’ ขายได้ราคากิโลกรัมละ 70 บาท ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดขายราคากิโลกรัมละ 5 – 10 บาท

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

แผนธุรกิจของปอ ผู้เป็นทั้งนักออกแบบ เกษตรกร และพ่อค้ามังคุดออนไลน์คนนี้แสนเรียบง่าย

เขาใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า ‘ความเชื่อใจ’ ความเชื่อใจระหว่างคนปลูกและคนกิน ปอเสริมว่า “ธุรกิจบางธุรกิจ เราอาจจะไม่ต้องคิดว่ามันจะเกิดอะไร เหมือนกับเราไกด์ไว้แล้วว่ามันขาดอะไร แต่ในระหว่างการทำธุรกิจ ลูกค้าจะเป็นคนบอกเราเองว่าเขาต้องการอะไร เราเอาความต้องการของเขามาต่อยอดในธุรกิจของเรา”

อย่างกรณีของมังคุด 1 กล่อง บรรจุ 10 กิโลกรัม ลูกค้าจะแอบกระซิบว่าทำขนาดเล็กลงสำหรับทานคนเดียวได้หรือเปล่า หรือทำมังคุดกวนห่อใหญ่ได้ไหม เพราะต้องการซื้อไปเป็นของฝาก คำแนะนำทั้งหมดปอบอกว่าเขา ‘ฟังหูไว้หู’ ถ้าทำแล้วเหมาะกับธุรกิจหรือตอบโจทย์ลูกค้าเขาถึงจะทำ

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

03

ความรู้จากธรรมชาติและภูมิปัญญา สร้างธุรกิจให้แข็งขัน

ตอนทำงานออกแบบในเมือง เดดไลน์คือสิ่งสำคัญ แต่เมื่อลงหลักปักฐานเป็นเกษตรกร เดดไลน์จึงหมดความสำคัญ เพราะเขาต้องรอ รอ และรอ

จากนักออกแบบ หันมาเดินทางสายเกษตร จะต้องเรียนวิชาอะไรเพิ่มเติมบ้าง เราถาม

“เราเชื่อว่าถ้าอยู่กับสิ่งนั้นเยอะๆ เดี๋ยวมันจะสอนเราเอง สิ่งสำคัญคือเราต้องลงมือทำ แล้วความรู้ก็จะเกิด บางทีอาศัยทางลัดไปศึกษาจากคนที่ปลูกเหมือนกับเรา ไปดูว่าของเขาดีเพราะอะไร ไม่ดีเพราะอะไร แล้วเลือกปรับใช้กับสวนของเรา สิ่งสำคัญเราต้องคล้อยตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะต้องรอถึง 3 ปี เราไม่มีสูตรสำเร็จว่าใส่ปุ๋ยชนิดนั้นแล้วออกลูกเลย วิถีเกษตรกรเราจะไม่พูดว่า อาทิตย์หน้า สองอาทิตย์ แต่จะต้องพูดว่าปีหน้านะ ฤดูกาลหน้านะ แน่นอนระยะเวลาเพิ่มขึ้นมากกว่าสมัยที่ทำงานออกแบบ” ปออธิบายความต่างของสองอาชีพ

นอกจากปอจะอาศัยทางตรงจากธรรมชาติและทางลัดจากสวนบ้านเพื่อน เขายังหยิบยกภูมิปัญญาดั้งเดิมของคุณพ่อคุณแม่มาปรับใช้กับธุรกิจ อย่างคุณแม่เป็นกูรูด้านมังคุด ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกมังคุดลงกล่อง การคำนวณความสุกของมังคุด ตลอดจนการแปรรูปเป็นมังคุดกวน คุณแม่เลือกใช้วิธีการดั้งเดิม โดยบรรจุมังคุดกวนในก้นถุงพลาสติกขนาดเล็ก จากนั้นพับพับ ม้วนม้วน สะดวกต่อการแกะและรับประทาน ส่วนปอช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ภายนอกให้ทันสมัยมากขึ้น

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

ภูมิปัญญาของคุณพ่อก็ไม่น้อยหน้า ดูแลสวนมังคุดให้ปลอดสารเคมี เน้นการเกษตรอินทรีย์ พ่อของปอไม่ได้สอนวิธีการว่าต้องทำอย่างไร แต่ฝากคำสอนไว้แทนว่า “เมื่อต้นไม้ให้เราได้มีกินแล้ว เราก็ต้องคืนกลับไปให้เขาด้วย” นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมปอจึงดูแลรักษาต้นมังคุดสามร้อยกว่าต้นให้อยู่กับสวนได้นานๆ

“เราว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นข้อดีของคนกลับบ้าน แต่การกลับบ้านมีข้อดีรอเราอยู่ เหมือนเป็นชอร์ตคัตของชีวิต ถ้าคนสองรุ่นคิดพัฒนาในสิ่งเดียวกัน ก็จะทำให้ธุรกิจไปอีกขั้นหนึ่งได้ ตอนแรกเรานึกว่าจะกลับมาลุยคนเดียว แต่ภูมิปัญญาเหล่านี้ทำให้ธุรกิจแข็งแรง บางคนจะบอกว่ามีของเก่าอยู่แล้ว กลับมาก็ทำได้เลย ในความจริงไม่ใช่แบบนั้น การรักษาของเก่าและทำต่อยอดให้อยู่ได้ ไม่ง่ายเลย”

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

04

ต่อยอดผลผลิต เป็นเกราะกันภัย

การพึ่งพาอาศัยกันเป็นภูมิคุ้มกัน การเกื้อกูลกันทำให้สวนบ้านแม่แข็งแกร่ง ถ้าจะให้แข็งแกร่งมากกว่าเดิมก็ต้องเพิ่มเกราะป้องกันเสริมความมั่นใจ ปอยกตัวอย่างฤดูกาลฝน 8 เดือน แดด 4 เดือน เป็นผลให้เขาต้องสร้างที่เก็บน้ำ หรือบางครั้งมังคุดออกลูกดก ผลผลิตเหลือ ก็แปรรูปเป็นมังคุดกวนด้วยมือคุณแม่ ถ้าขายดิบขายดีคุณแม่กวนคนเดียวไม่ไหว ก็ต้องขยับขยายเป็นเครื่องจักรกวน

“เราต้องต่อยอดไปเรื่อยๆ แต่การต่อยอดต้องจบในสวนให้ได้ก่อน ถ้าจ้างคนก็จะเกิดเป็นต้นทุน เราจะไม่ซื้ออุปกรณ์มาก่อนเพื่อจะรอทำอะไรบางอย่าง แต่เราจะทำก่อน ถ้าเติบโตได้ เราก็ค่อยขยับขยาย เราไปช้า แต่ชัวร์”

ในอนาคตปอจะเลี้ยงผึ้ง เพื่อต่อยอดธุรกิจ สร้างเกราะกันภัยให้สวนบ้านแม่

“เราคิดว่ามังคุดเป็นเพียงโบนัส เราอย่าไปคิดว่ามังคุดเป็นทุกอย่างของปี ถ้าอย่างนั้นก็จะไม่มีอะไรเพิ่มขึ้นมา แต่ความจริงเงินก็สำคัญนะ เป็นภูมิคุ้มกันให้เราอุ่นใจยามฉุกเฉิน” ปอพูดจบ แต่มือยังคงปอกมังคุดและหยิบยื่นให้เราอย่างไม่หยุดมือ

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

05

มังคุดจากใจจริงและจริงใจ

ปอบอกกับเราว่า ลูกค้าสวนบ้านแม่ต้องการความจริง เขามอบทั้งความจริงใจ และความจริงจากธรรมชาติ ความจริงใจในการส่งต่อมังคุดคุณภาพดี สดใหม่จากต้น ปอจะไม่บอกว่ามังคุดของเขาเกรดเอ เกรดส่งออก แต่มังคุดที่ถูกบรรจุลงกล่องจะเป็นมังคุดที่ดีที่สุด อาจจะมีลูกเล็กบ้าง ลูกใหญ่บ้าง หรือมีมังคุดเสียเท่าไรจากผลผลิตทั้งหมด ล้วนเป็นความจริงจากธรรมชาติที่ปอบอกลูกค้า

“ผลไม้มีเปลือก แน่นอนว่าไม่มีใครเห็นข้างใน เราต้องซื่อสัตย์ ถึงมังคุดจะร่วงหล่นใต้ต้นมากขนาดไหน เรายอมทิ้ง แต่ลูกที่เก็บมาใส่กล่องต้องเป็นลูกที่เด็ดจากบนต้นเท่านั้น”

หรือการจะบอกว่ามังคุดขายดีมาก คนมารอจองคิวจนเก็บผลผลิตมือเป็นระวิง เพิ่มราคาดีกว่า ปอไม่เลือกทำแบบนั้น เขาคิดว่าความตั้งใจของเขาเป็นผลให้คนได้กินมังคุดสดอร่อยจากสวน เป็นการเพิ่มความมั่นใจระหว่างคนต้นทางกับคนปลายทาง “เป็นหน้าที่ของเรา ต้องตั้งใจและพยายามทำให้ความสัมพันธ์เข้มแข็งเพราะคนเชื่อเรามีเยอะแล้ว”

เราถามปอว่ามังคุดของสวนบ้านแม่แตกต่างจากมังคุดตามท้องตลาดอย่างไร

“มังคุดของเราไม่ต่างจากที่อื่น แต่เราซื่อสัตย์” เขาตอบทันที

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

06

ออกแบบวิถีชีวิตใส่กล่องมังคุด

หลังจากปอกลับมาอยู่บ้านได้ 3 ปี เขายังคงทำงานออกแบบควบคู่ไปกับการดูแลสวน เพราะปรับตัวและเข้าใจวิถีชีวิตมากกว่าเดิม โดยไม่ลืมนำวิชาออกแบบจากกรุงเทพฯ ติดตัวกลับบ้านมาด้วย  ปอออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อพัฒนาให้แบรนด์แข็งแรงขึ้น ด้วยการลดทอนลายจักสานของชะลอมมาไว้บนกล่องลังกระดาษ ตราสินค้าเป็นมังคุด เรียบง่าย ตรงไปตรงมา และน่าจดจำ

“ชีวิตก่อนหน้านี้ การออกแบบเป็นทุกอย่างของเรา แม้จะเลือกมาทำสวนเราก็อยากสื่อสารสิ่งที่เรารู้สึก” นอกจากการปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ ปอออกแบบวิธีการสื่อสารด้วยการถ่ายทอดชีวิตของเกษตรกร และชีวิตของมังคุด ตั้งแต่เป็นผลน้อยอยู่บนต้นจนกระทั่งเป็นผลใหญ่ใส่กล่องเตรียมจัดส่ง ผ่านการรายงานผล อัพโหลดภาพแบบเรียลไทม์ผ่านหน้าเพจสวนบ้านแม่ ทำให้คนรักมังคุดสัมผัสถึงคุณค่าและมีประสบการณ์ร่วมกัน

มากไปกว่านั้น การออกแบบของปอยังช่วยคลายความสงสัยให้นักทานมังคุด ผ่านการทำภาพโฆษณาอธิบายความสุกของมังคุด โดยการจำแนกตามสีและรสชาติ ข้อดีของมังคุดลูกจิ๋วแต่แจ๋ว หรือการเก็บรักษามังคุดหลังจากส่งตรงถึงประตูหน้าบ้าน

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

07

สวนบ้านแม่ สุขที่สวนบ้านแม่

“เราไม่ได้ต้องการธุรกิจใหญ่โต เรามีสวน เรามีวิถีชีวิตเรียบง่าย เรามีแม่ ธุรกิจของเรามีความตรงไปตรงมา ง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้ดีแล้วขายอย่างซื่อสัตย์” ปอสรุปตัวตนของ ‘สวนบ้านแม่’ จบในประโยคเดียว

“ธุรกิจของเราแค่แม่มีความสุขก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยเราก็พิสูจน์ให้แม่เห็นว่าสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราทำค่อยๆ เติบโต เพิ่มความเชื่อมั่นให้แม่ว่าเราทำได้ ด้วยรายได้ที่เกิดขึ้น ด้วยภูมิคุ้มกันที่เรามีมากขึ้นกับทุกเรื่อง แต่เรายังต้องก้าวต่อไป” ปอเป็นตัวอย่างของความพอที่ไม่ได้แปลว่าหยุด แต่พอแล้วพัฒนาต่อ

“เราพอแล้วดีหลายอย่างนะ สุขภาพจิตดี คิดงานก็ดี การเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ ทำให้เราเจอเพื่อนพี่น้องที่ดี เราไม่ได้คบกันด้วยธุรกิจ แต่พอแล้วดีพาเรามาเจอกัน ตอนเรียนเรามักจำความรู้สึก ทัศนคติของเพื่อนมากกว่าทฤษฎีแล้วนำมาพัฒนาต่อ

“ตอนนี้ภาพในหัวเราไม่ใช่แค่การกลับบ้าน แต่เราคิดต่อว่าเราจะส่งต่อสวนให้กับครอบครัว ให้กับชุมชน และสร้างประโยชน์กับเกษตรกรได้อย่างไร เราไม่ได้แข็งข้อ แต่เกษตรกรต้องได้รับเกียรติ เราจะต้องเปลี่ยนทัศนคติให้คนเข้าใจและเห็นคุณค่าของเกษตรกรมากกว่าเดิม” ปอตั้งเป้าหมายหลังจากเขาทุ่มเทและเห็นปัญหาของการเป็นเกษตรกรยุคใหม่

สวนมังคุด, สวนบ้านแม่ พังงา

สวนบ้านแม่

ประเภท: ผลผลิตทางการเกษตร
ที่ตั้ง: 13/1 ม.1 ถนนเพชรเกษม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
ผู้ก่อตั้ง: ธนวัฒน์ มโนวชิรสรรค์
Facebook : สวนบ้านแม่

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load