The Cloud x พอแล้วดี The Creator

สิ้นเสียงโปรแกรมนำทาง ที่บอกว่าเราถึงจุดหมาย  ณ ไร่รื่นรมย์ ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

สายลมอ่อนๆ เรียกร้องให้เราหยุด เพื่อมองทอดผ่านตัวอาคารหลังใหญ่ที่เป็นทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ Food Lab ร้านค้า และพื้นที่จัดสัมมนาของไร่รื่นรมย์ แล้วพบกับพื้นที่สีเขียวสุดลูกหูลูกตา ที่เป็นทั้งป่า เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชพันธุ์ท้องถิ่น ห่างไปไม่ไกลคือเต็นท์ที่พักจัดสรรเรียงรายอยู่อย่างเงียบสงบเป็นสัดส่วนพร้อมรับรองผู้มาเยือน

The Cloud มีนัดกับ เปิ้ล-ศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ผู้ก่อตั้ง ‘ไร่รื่นรมย์’ หรือศูนย์การเรียนรู้เกษตรเชิงสร้างสรรค์และยั่งยืน อดีตนักเรียนนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และทายาทรุ่นที่ 3 ของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ของประเทศ ที่เลือกเส้นทางชีวิตไปเป็นเกษตรกรเต็มตัว เพื่อชวนคุยเรื่องแผนธุรกิจสร้างสรรค์หลังจากน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

ไม่ใช่เพราะเปิ้ลทำเกษตรอินทรีย์หรือช่วยชาวบ้านและชุมชนให้พึ่งพาตัวเอง แล้วจึงได้ครอบครองคำว่าธุรกิจที่พอเพียง แต่เธอใช้หลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิเคราะห์ธุรกิจ ตั้งโจทย์เพื่อประเมินตัวเองและค้นหาศักยภาพที่มี ใช้ความรู้หาเหตุและผลในแผนของธุรกิจ คิดถึงแผนสำรองที่จะช่วยให้ธุรกิจไปต่ออย่างยั่งยืน ดำเนินธุรกิจโดยไม่เบียดเบียนใคร จนแบรนด์ไร่รื่นรมย์บรรลุเป้าประสงค์ที่อยากพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนผ่านการทำเกษตรอินทรีย์

ประเมินจากสายตาแล้ว เราเห็นตามคำเปิ้ลที่บอกว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ไร่เกษตรอินทรีย์ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดประสบการณ์ให้คนกลับเข้าหาสมดุลของธรรมชาติ ผ่านไร่เกษตรอินทรีย์ผสมผสาน ที่พักฟาร์มสเตย์ ร้านอาหารสุขภาพสร้างสรรค์จากวัตถุดิบที่ดีจากการทำเกษตรที่ดี กิจกรรมและคอร์สเรียนวิถีชีวิตอินทรีย์ให้ใกล้ชิดธรรมชาติที่คนเมืองต่างแย่งกันจับจอง

เป็นต้นแบบของธุรกิจเกษตรสร้างสรรค์ที่เราชื่นชม เพราะเติบโตไปพร้อมกับชุมชน ผ่านการออกแบบพื้นที่ พัฒนาและต่อยอดสินค้าเกษตร

เปิ้ลทำได้อย่างไร

ไหนๆ ก็มาถึงที่แล้วให้เธอเล่าเองดีกว่า

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

01

พอ…พบสมดุลของชีวิต

‘พอ’ ในความหมายของไร่รื่นรมย์คือ การพบสมดุลของตัวเอง

“สมดุลที่เราดูแลบริหารไร่รื่นรมย์ได้ และมีกำไรบางส่วนเพื่อขยายผลเรื่องการพัฒนาชุมชน

“จริงๆ สมดุลของคนเราอาจจะไม่เหมือนกัน เหมือนกับคำว่าพอเพียง ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะตัดสินว่าใครพอเพียงหรือไม่พอเพียง เพียงเพราะเขาไม่ได้อยู่กระต๊อบ เคยมีคนบอกว่า สิ่งที่เราทำอยู่ไม่ใช่ความพอเพียง แล้วถามว่าทำไมเราถึงสร้างร้านอาหาร ทำไมไม่ปลูกผักกินเองอยู่ที่บ้าน สำหรับเปิ้ล เมื่อใดก็ตามที่คุณมีศักยภาพที่จะทำอะไรมากมาย ไปจนคิดและทำเพื่อช่วยคนอื่น แต่คุณกลับทิ้งไปไม่ใช้ศักยภาพที่มี นั่นอาจจะไม่ใช่เป็นความพอเพียง

“ความพอเพียงและหลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขไม่ใช่เรื่องของเกษตร หรือแม้แต่การพึ่งพาตัวเองจนลืมคิดถึงคนอื่น แต่คือเครื่องมือของการคิดและติดสินใจในเรื่องต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรก็ตาม” เช่นเดียวกับเปิ้ลที่เธอพยายามพาตัวออกจากความเป็นเกษตรกร เพื่อสื่อสารและเป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่คิดและทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่คิดถึงแค่ตัวเอง แต่คิดถึงคนรอบข้าง ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

02

เริ่มที่จุดประสงค์  หาจุดแข็ง พัฒนาจุดยืน ทำแบรนด์อย่างเป็นระบบ

ไม่ต่างจากวัยรุ่นทุกคน ในช่วงชีวิตที่ออกค้นหาตัวเอง งานอาสาทำให้เปิ้ลรู้ตัวว่าเธออยากทำงานพัฒนาชุมชน อยากพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรผ่านการทำเกษตรอินทรีย์

“ที่ผ่านมาเปิ้ลไม่เคยบอกให้ชาวบ้านหยุดหรือเลิกทำเกษตรวิถีเดิมแล้วให้มาเชื่อตามเปิ้ล แต่เปิ้ลจะลงมือทำให้ชาวบ้านดู ตอนแรกคนในพื้นที่เขาก็คงสงสัยในสิ่งที่เราทำ แต่เราใช้ความจริงจังเข้าสู้ แล้วก็ถึงวันหนึ่งที่ชาวบ้านเห็นผลสำเร็จจากผลผลิตที่ดี ความรู้สึกเขาก็เปลี่ยนไป” เปิ้ลเล่า

จากเดิมที่คิดทำไร่รื่นรมย์โดยไม่คำนึงถึงการทำธุรกิจ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ชาวบ้านหันมาทำเกษตรอินทรีย์ เขาตั้งคำถามกับเปิ้ลว่า “แล้วจะให้เขานำผลผลิตนี้ไปขายที่ไหน” เปิ้ลจึงเริ่มทำการตลาดออนไลน์ ก่อนจะเรียนรู้ว่าผู้บริโภคยังมีความเข้าใจเรื่องสินค้าเกษตรอินทรีย์ไม่มากนัก เธอจึงใช้ความรู้เรื่องการสื่อสารที่มีเชื่อมโยงไร่รื่นรมย์เข้าหาผู้บริโภคผ่านเมนูอาหาร บรรจุภัณฑ์ของสินค้าเกษตร และกิจกรรมที่ชวนให้ผู้มาเยือนสัมผัสวัตถุดิบคุณภาพ

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

เดิมทีรายได้หลักของไร่รื่นรมย์มาจากการดำเนินการร้านอาหารออร์แกนิก และหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไขที่เปิ้ลได้จากปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ โครงการพอแล้วดี The Creator ช่วยให้แผนธุรกิจชัดเจน จนมั่นใจว่ารายได้ของไร่รื่นรมย์ควรจะมาจากสินค้าเกษตร ทั้งผลิตภัณฑ์จากข้าว พืชผักและผลไม้ท้องถิ่นหายาก สินค้าแปรรูป และกิจกรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในไร่ เพราะแม้จะตั้งใจทำร้านอาหารอย่างเต็มที่ เปิ้ลจะทำได้เพียงขยายร้านเพิ่มจำนวนสาขา ซึ่งใช้ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

“ห่วงแรกอย่างการประมาณตนเองทำให้พบว่าการทำร้านอาหารไม่ใช่จุดแข็งของเรา ร้านอาหารเป็นเพียง Food Lab เพื่อแปรรูปและต่อยอดวัตถุดิบทางการเกษตร จุดแข็งของเราคือการถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์เรียนรู้ซึ่งสำคัญต่อความตั้งใจทั้งหมดของไร่รื่นรมย์” เปิ้ลเล่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

03

คิดและเห็นอย่างเป็นระบบ

เมื่อมองภาพกว้างของสิ่งที่ทำ เปิ้ลพบว่าจริงๆ มีคนทำเรื่องต้นน้ำหรือทำเกษตรอินทรีย์เยอะมากแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เปิ้ลไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ไร่เกษตรอินทรีย์อีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ออร์แกนิกไลฟ์สไตล์ ที่อยากให้คนคืนดีกับธรรมชาติ คืนดีกับชุมชน นำเสนอผ่านคอนเซปต์กิน-อยู่-รู้-นอน

“เราพูดวิถีชีวิตอินทรีย์ที่ไร่รื่นรมย์ เพราะอยากให้คนคืนสู่สมดุลธรรมชาติ สัมผัสกับ Harmony with the Land สัมผัสธรรมชาติและทีมงานที่เป็นคนในชุมชน มีตัวตน ความคิด เป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจให้ทุกคนลำบาก เรามีระดับความลุยที่แตกต่างกันไป มีตั้งแต่กิจกรรมที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนได้เต็มที่ ไปจนถึงกิจกรรมสบายๆ เป็นการเข้าหาธรรมชาติความความเหมาะสมของเขา เราพยายามให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเอง สนับสนุนให้ลองคิดลองทำ

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

“มีน้องนักเรียนมัธยมจากอเมริกามาเที่ยวที่ไร่ เขาก็มาขออนุญาตเราเล่นน้ำในแปลงนา ทันทีที่อนุญาตเขาก็กระโดดลงไปเหมือนสระว่ายน้ำเอาโคลนมาคลุกตัวอยู่เป็นชั่วโมง ชาวบ้านและพนักงานที่เห็นก็สงสัยว่าเป็นใครมาจากไหน เพราะพวกเขาที่เติบโตมากับแปลงนา กับหญ้า กับโคลน ยังกลัวเปรอะจะแย่ หลังจากวันนั้นก็เปลี่ยนความคิดเด็กๆ ในชุมชน ทุกคนสนุกสนานกับการลงแปลงนาช่วยพ่อแม่โยนข้าว

“สำหรับเรามันคือการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน คนเมืองชื่นชมวิถีชีวิตของชุมชนที่สามารถดำรงชีวิตด้วยเงินที่จำกัด ขณะที่คนชุมชนพื้นที่ก็รู้สึกเห็นใจคนเมืองที่ต้องใช้เงินซื้อข้าวปลาอาหารที่เขาสามารถหากินได้รอบตัว ในที่สุดคนในชุมชนก็เห็นคุณค่าในสิ่งที่เขามี”

ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวบริหารจัดการผู้คน พืช สวน ไร่ นา ที่พัก และศูนย์การเรียนรู้ทั้งหมดนี้ด้วยตัวคนเดียวอย่างไร เราถาม

ซึ่งระบบการจัดการที่ดีช่วยจะทบทวนและแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ทำมีเหตุมีผล ตอบโจทย์ความตั้งใจของเราแค่ไหน

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

“ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดถึงระบบจัดการบริหารเลย เราเคยคิดว่าความตั้งใจดีอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว เราจึงย้อนกลับมาดูการจัดการย่อยๆ ภายในไร่ จากที่เคยคิดว่าไร่ต้องมีแพะเพื่อนำขี้แพะมาใช้ประโยชน์ ก็หันมาตั้งใจดูงบประมาณค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับแพะ คำนวณรายได้เพื่อให้ส่วนของการจัดการแพะเลี้ยงตัวเองได้รอด”

และเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เปิ้ลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมงาน เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม และสร้างบรรยากาศให้ทีมงานอยากพัฒนาตัวเอง หรือการระเบิดจากภายใน ทำให้เขารู้สึกอยากพัฒนาตัวเอง ให้เขารู้สึกว่าทำสิ่งที่มีคุณค่า มีความหมาย จากการสร้างความเข้าใจและจุดมุ่งหมายว่าทำไปเพื่ออะไร

04

ไปคนเดียวไปได้เร็วกว่า แต่ไม่ยั่งยืน

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

“เมื่อก่อนเราไม่เข้าใจหรอกเรื่องเกษตรผสมผสาน เราทำเพราะในหลวงมีพระราชดำรัสว่ามันดี จนเมื่อลงมือทำเราถึงเข้าใจว่าเกษตรผสมผสานคือภูมิคุ้มกันของเรา ช่วงที่ทำนาเพียงอย่างเดียว น้ำเกิดท่วมที่นาทั้งหมดทำให้ไม่มีผลผลิตเลย แต่เมื่อเราปลูกผักอื่นๆ พืชระยะสั้น กลาง และยาว ทำให้เราไม่เดือดร้อนเรื่องไม่มีรายได้ เพราะยังมีตัวอื่นที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในเชิงกายภาพ”

เปิ้ลเล่าว่า ห่วงที่ 3 อย่างการสร้างภูมิคุ้มกันของไร่รื่นรมย์ในวันนี้คือ การตามหาเครือข่าย

“เราไม่อาจทำทุกอย่างที่ตั้งใจได้ แต่ทำสิ่งที่เราถนัด แล้วเชื่อมโยงเพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นที่แม้จะมีศาสตร์ความรู้ที่แตกต่างกันมีส่วนร่วม เช่น ความรู้เรื่องการออกแบบพื้นที่สำหรับคอร์สเตรียมกลับบ้านจาก ‘ใจบ้าน สตูดิโอ’ ที่เชียงใหม่ของ พี่อ้อ-แพรวพร สุขัษเฐียร ความรู้เรื่องการทำผ้ามัดย้อมจาก Mann Craft ที่สกลนครของ พี่แมน-ปราชญ์ นิยมค้า

“แม้พื้นที่เชียงรายจะไม่มีครามให้ย้อมผ้า แต่พี่แมนก็มาช่วยให้ความรู้ทำผ้ามัดย้อมสีจากเปลือกไม้ประดู่ที่หาง่าย จุดเริ่มต้นจากเราทำกันเองในหมู่พนักงานก็ค่อยๆ กระจายต่อไปยังชุมชน จากเดิมที่อยากเพิ่มมูลค่าในสิ่งที่ชาวบ้านอาจจะมองว่ากิ่งไม้ใบหญ้าเป็นของไร้ค่าไร้ราคา จริงๆ ไม่ต้องถึงกับขายก็ได้ แค่ทำใช้กันเองในชุมชนเราก็ดีใจมากๆ แล้ว”

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้แล้วไร่รื่นรมย์ยังทำงานร่วมกับธุรกิจของเพื่อนๆ จากโครงการพอแล้วดี The Creator รุ่นที่ 1 ทั้งที่เป็นธุรกิจเกษตรคล้ายกัน แต่แลกเปลี่ยนวิธีคิดและร่วมหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เจออย่างเข้าใจกัน เช่น ‘ไร่สุขพ่วง’ ที่ราชบุรีของ พ็อต-อภิวรรษ สุขพ่วง หรือ ‘สุธีร์ ออแกนิค ฟาร์ม’ ที่จันทบุรีของ สุธีร์ ปรีชาวุฒิ

รวมถึงยังทำงานร่วมกับศิลปินท้องถิ่น และเชฟผู้เชี่ยวชาญการสร้างสรรค์อาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติต่างๆ เช่น เชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณ เจ้าของร้าน Blackitch Artisan Kitchen จนออกมาเป็น ‘ข้าวยำไร่ทุ่ง’ หนึ่งในเมนูของทางร้านที่รวมความเป็นไร่รื่นรมย์ไว้ในจานเดียว เพราะมีทั้ง ผัก ผลไม้ ดอกไม้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างการใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดสิ่งที่มี หยิบองค์ความรู้รอบตัวมาประกอบจนเกิดเป็นสิ่งใหม่ พร้อมเล่าเรื่องราวของไร่รื่นรมย์ผ่านอาหาร

แทนที่จะมองว่าเป็นคู่แข่งกัน เปิ้ลใช้วิธีค้นหาความร่วมมือและใช้จุดแข็งที่ต่างมีร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เป็นภูมิคุ้มกันในการทำธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

05

พอแล้วดีพอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

ไม่ต่างจากการเลือกเส้นทางในชีวิต การทำธุรกิจก็ไม่ได้มีสูตรสำเร็จ

เปิ้ลบอกว่า เธอไม่สามารถบอกให้ใครๆ ทำแบบเธอ เพราะทุกคนมีบริบทของชีวิตและเงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน

“ความพอทำให้เรารู้จักตัวเอง ได้รู้ทิศทางของแบรนด์ที่แม้จะเล็กๆ แต่เราก็สามารถสร้างคุณค่ากับชุมชนได้ รู้วิธีการปรับใช้ศาสตร์ของพระราชาซึ่งใช้ได้จริงกับทุกเรื่อง ที่ผ่านมาทุกคนเคยเห็นแต่ไม่เคยเข้าใจ อาจจะฟังดูเป็นหลักการปรัชญาใช้ยาก แต่ความจริงแล้ว 3 ห่วง 2 เงื่อนไขไม่ใช่หลักการที่ตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิด เพียงแต่เป็นมุมมองของแต่ละคนที่มีต่อการใช้ชีวิต” เปิ้ลตอบก่อนสรุปความพอแล้วดีทิ้งท้ายว่า

“ในวันที่เราพบจุดที่พอกับตัวเองเมื่อไร เราก็พร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่น แล้วเมื่อเราพร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่นเราก็จะเข้าใจจุดมุ่งหมายของเราชัดยิ่งขึ้น แล้วเราก็จะเข้าใจความพอดีในชีวิตของเรา ซึ่งแท้จริงคำตอบไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย แค่เราเข้าใจตัวเองแค่ไหน เราหาตัวเองเจอหรือเปล่า เปิ้ลมองว่าตอนนี้เปิ้ลก็ยังไม่ได้เจอตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันเป็นกระบวนการค้นหาไปเรื่อยๆ แล้วทำให้เราชัดเจนขึ้นไม่มีวันสิ้นสุด”

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

ไร่รื่นรมย์

ประเภท: ศูนย์การเรียนรู้เกษตรเชิงสร้างสรรค์ ร้านอาหาร ไร่เกษตรอินทรีย์
ที่ตั้ง: ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
ผู้ก่อตั้ง: ศิริวิมล กิตะพาณิชย์
Website: rairuenrom.com
FB / IG / Youtube: ไร่รื่นรมย์ RAI RUEN ROM

พอแล้วดี The Creator

Facebook |   พอแล้วดี The Creator

porlaewdeethecreator.com

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

‘อร่อย!’

นี่คือความรู้สึกแรกของเราหลังดื่มนมแพะครั้งแรกในชีวิต เพราะหลังจากได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่พูดถึงกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวของนมแพะ คนไม่รักนมอย่างเราจึงไม่คิดจะลอง

ท่าทีกลืนน้ำลายตามทุก 15 นาทีระหว่างฟังกระบวนการเบื้องหลังนมสีขาวแปลกตาของนมแพะบุญบูรณ์ ร้อนถึง วัต-ชญาน์วัต สว่างแจ้ง ผู้ก่อตั้ง ‘บุญบูรณ์ฟาร์ม’ แห่งหมู่บ้านแพะหนองแดง ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมืองฯ จังหวัดลำปาง ต้องรีบเสิร์ฟนมแพะแช่เย็นเจี๊ยบคั่นกลางการสนทนา

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

ใช่แล้ว! นอกจากรถม้าและชามตราไก่ ที่ลำปางมีฟาร์มแพะนมขนาดกะทัดรัด ผลิตน้ำนมและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สร้างสรรค์จากนมแพะชั้นดี ซึ่งหากคุณเป็นชาวเหนือตอนบนที่รักชอบการเดินตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์คุณภาพดี คุณต้องคุ้นชื่อ ‘บุญบูรณ์’ และบรรดาเมนูของคาวหวานที่ใช้นมแพะแทนกะทิแน่นอน

มองเผินๆ บุญบูรณ์คือฟาร์มเลี้ยงแพะนมธรรมดา แต่ถ้าคุณรู้เรื่องเบื้องหลังความตั้งใจและที่มาของฟาร์มจากความฝันของอดีตสถาปนิกผู้วางดินสอเขียนแบบ มาจับแพะ (ไม่ชนแกะ) ออกแบบชีวิต และทำบุญบูรณ์ให้กลายเป็นฟาร์มแพะต้นแบบของการเลี้ยงแพะนมและแปรรูปนมแพะตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ได้นมคุณภาพจากแพะที่ผ่านการเลี้ยงดูอย่างมีมนุษยธรรมภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี คุณจะอยากดื่มนมแพะเหมือนกันกับเราตอนนี้

นี่ไม่ใช่เรื่องสถาปนิกเมืองกรุงหนีงานมาจับเสียมอย่างที่คุณเข้าใจ เดิมทีเราตั้งใจจะเล่าเรื่องนี้ให้สั้นและกระชับเพื่อให้คุณรู้จักกระบวนการทำฟาร์มแพะอย่างพอแล้วดี แต่เรื่องราวระหว่างทางของวัตเป็นตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมของคนที่ใช้หลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขตอบโจทย์ของตัวเอง สร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา และปูทางพาคนทั้งชุมชนไปด้วยกัน

วัตเดินกลับมาพร้อมนมแพะแช่เย็นขวดที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว ไปฟังเขาเล่าเรื่องบุญบูรณ์พร้อมกัน

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

01

ฟาร์ม(ที่)ฝันของสถาปนิกผู้ฝันอยากเป็นเกษตรกร

บุญบูรณ์ฟาร์มมาจากการพยายามหาคำตอบของคำถามที่อยู่ในใจของวัต เมื่อครั้งยังเป็นสถาปนิกในวงการออกแบบ อยู่ท่ามกลางแวดวงของผู้มีรสนิยม เป็นสถาปนิกมือรางวัล โลดแล่นอยู่ในวงการนับ 10 ปี มีชีวิตที่ใครๆ ฝันถึง ขณะเดียวกันวัตไม่ต่างจากคนเมืองส่วนใหญ่ คนที่ทำงานบนเส้นทางความฝันและความเป็นจริงจนถึงจุดหนึ่งแล้วพบว่าสิ่งที่ทำอยู่พาเขาห่างจากเป้าหมายของชีวิตออกไปทุกที

จุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดขึ้นหลังจากวัตทำงานกับสถาบันอาศรมศิลป์ ได้ทำงานลงพื้นที่ร่วมกับชุมชน เป็นช่วงชีวิตที่วัตเริ่มรู้จักคำว่า ‘ข้อมูล’ จากที่เมื่อก่อนรู้จักแต่คำว่า ‘จินตนาการ’

“กับงานออกแบบถ้าเราทำได้ไม่ดีพอหรือไม่มีความสามารถมากพอ จากสร้างสรรค์ก็อาจจะเป็นการทำลาย เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่รู้จริง เราไม่ถนัดจริง เราขอไปทำอย่างอื่นที่เราถนัด เพื่อนสนิทที่รู้จักนิสัยกันดีก็มักจะถามเสมอว่าทำไมเรามาเรียนสถาปัตย์ เพราะตัวตนเราไม่ได้มีความเป็นนักออกแบบเลย เราชอบอยู่กับดิน ต้นไม้ และสัตว์ หยุดจากงานก็ชอบเข้าป่าแทนที่จะเดินดูตึกรามบ้านช่อง” วัตตัดสินใจหยุดการเรียนแล้วใช้วิชาความรู้ออกแบบชีวิตตัวเองและผู้คน เพราะอยากเรียนรู้โลกและเข้าใจตัวเองมากขึ้น วัตชอบธรรมชาติ เขาถามตัวเองว่า อาชีพอะไรจะทำให้เขาใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด และคำตอบก็คือ เกษตรกร

วัตไม่ได้เป็นคนลำปางโดยกำเนิด แต่ผูกพันกันในระยะสั้นๆ ช่วงน้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่ อะไรทำให้เขาตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตเกษตรกรที่นี่

เหตุผลก็คือ ลำปางมีทุกอย่างเหมือนเชียงใหม่ มีสนามบิน มีห้างสรรพสินค้า มีสิ่งอำนวยความสะดวก แต่เนิบช้า

ก่อนมาลงหลักปักฐาน วัตศึกษาลำปางเชิงลึกจากชาติพันธุ์หมู่บ้านต่างๆ วิเคราะห์ผู้คนผ่านความเป็นอยู่ อาหารการกิน ภาษาพูด และอาชีพ ที่ดำเนินมาตั้งแต่ในอดีต เป็นธรรมดาที่วัตจะต้องใช้พลังและเวลาไม่น้อยเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเขาไม่ใช่คนเมืองหลวงที่จ้องฉกฉวยประโยชน์จากพื้นที่

“เราเริ่มจากการใช้ชีวิตเป็นชาวนาปลูกข้าวปลูกผัก แต่ทำโดยใช้ความต้องการของเราเพียงคนเดียวเป็นสิ่งขับเคลื่อน ไม่รู้เลยว่าสิ่งนี้ตอบโจทย์เราจริงๆ หรือเปล่า จะเป็นอาชีพของเรา และทำให้เราและครอบครัวมีความสุขจริงมั้ย ตอนนั้นไม่มีใครเชื่อเลยว่าการทิ้งงานออกแบบมาปลูกผักปลูกข้าวจะรอด เพราะไม่เคยมีใครเห็นว่าเราจะทำได้ แถมเรายังเป็นภูมิแพ้ อ่อนแอ และขี้โรค” เมื่อรู้จักตนแต่ไม่อาจประมาณตนได้ในตอนแรก วัตจึงตั้งหน้าตั้งตาหาความรู้ตามศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ เพื่อเป็นเกษตรกรในแบบที่พอดีกับตัวเอง

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

02

ความพอใจที่จะทำ พอใจที่จะรู้ สู่กระบวนการพัฒนาตัวเอง

ความรู้ที่วัตมีติดตัวเป็นอาวุธชั้นดี ทั้งความรู้เรื่องการทำเกษตรและความรู้เรื่องการทำธุรกิจที่ได้จากการบริหารบริษัทออกแบบเล็กๆ ของตัวเอง แต่เมื่อจับสองสิ่งนี้มารวมกันก็เกิดเป็นศาสตร์ใหม่

“เรามองย้อนไปจากวันนี้เคยทำเรื่องที่น่าตลกมาก เคยเลี้ยงไก่ให้ผลผลิตเป็นไข่วันละแผง แล้วเราก็ขับรถเข้าเมืองไป 30 กิโลเมตรเพื่อขายไข่ 1 แผงแล้วตีรถกลับ คิดง่ายๆ ก็รู้ว่ามันไม่คุ้ม” วัตบอกว่าเป็นความรู้ที่มีพอทำเพื่อพึ่งพาตัวเองได้ แต่ไม่อาจก้าวข้าวไปถึงการเป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นกว่าที่เขาตั้งใจไว้

ช่วงที่เริ่มต้นเป็นเวลาที่เกษตรกรทุกคนอยากทำเกษตรอินทรีย์กันหมด วัตจึงศึกษาตลาดด้วยการเข้าร่วมกลุ่ม Farmers’ Market เพื่อสร้างสรรค์สินค้าที่ยังไม่มีในตลาดและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากกว่าที่จะคิดเอง จนได้พบว่าในตลาดยังไม่ค่อยมีสินค้าเกี่ยวกับปศุสัตว์ ไม่มีเนื้อสัตว์ ไม่มีนม

วัวเป็นสิ่งแรกที่วัตคิดถึง แต่เมื่อลองคลุกคลีและศึกษาก็พบว่าไม่เพียงต้องหาหญ้าจำนวนครึ่งร้อยกิโลกรัมต่อวันเพื่อเลี้ยงวัวหนึ่งตัว การดูแลจัดการมูลสัตว์และอื่นๆ ยังเป็นงานใหญ่เกินกว่าเขาและครอบครัวจะทำไหว

“เราเป็นภูมิแพ้ หาข้อมูลก็พบว่านมแพะแก้โรคภูมิแพ้ได้ และแพะยังคล้ายวัวแต่ตัวเล็กกว่า ขี้สะอาด เม็ดเล็ก เก็บง่าย จึงไปเรียนรู้เรื่องแพะนมที่โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ จังหวัดอ่างทอง ได้แพะเด็กกลับมา 3 ตัวภายในระยะเวลาปีเดียว เราได้นมจากแพะวันละ 2 กิโลกรัม”

แม้จะให้นมน้อยกว่าเมื่อเทียบโดยปริมาณ แต่เมื่อเทียบน้ำหนักตัวแล้ว แพะให้นมมากกว่าวัวถึง 5 เท่า นั่นคือ วัว 1 ตัวหนัก 800 – 1,000 กิโลกรัม ให้นมวันละ 10 กิโลกรัม คิดเป็น 1% ขณะที่แพะ 1 ตัว หนัก 40 กิโลกรัม ให้นมวันละ 2 กิโลกรัม คิดเป็น 5% ประกอบกับนมแพะจะกลายเป็นทางเลือกอาหารในอนาคต เพราะทุกวันนี้มีคนแพ้นมวัวเยอะมากขึ้น

ด้วยพื้นฐานการคิดแบบนักออกแบบ และนิสัยรักการเรียนรู้ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะเข้าร่วมอบรมหลักสูตรการทำเกษตรจากหลายๆ แหล่ง วัตยังเพิ่มพูนความรู้เรื่องการแปรรูปจากศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เชียงใหม่ หาข้อมูลวิจัยเรื่องแพะจากคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ม.แม่โจ้ และสถาบันวิจัยเทคโนโลยีการเกษตร ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาลำปาง แม้ไม่ได้เรียนรู้วิชาบังคับครบตามหลักสูตร แต่ล้วนเป็นวิชาที่จำเป็นต่อการแก้โจทย์ปัญหา เช่น วิชาการจัดการฟาร์ม วิชาการดูแลสุขภาพสัตว์

“วันนี้เราเจอสิ่งที่ปลดล็อก ตอบคำถามที่อยู่ในใจ ถ้าเราอยู่กับธรรมชาติและอาชีพที่เรารัก รู้วิธีแก้ปัญหาจากการหาความรู้ ยิ่งทำยิ่งสนุก ภาษาธรรมเรียกว่า ‘ฉันทะ’ เกิดจากความพอใจที่จะทำ พอใจที่จะรู้ ก่อนจะนำไปสู่กระบวนการพัฒนาตัวเองโดยที่เราไม่รู้ตัว ค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ขึ้น” วัตเล่าเหตุผลที่ทำให้เขาตั้งมั่นหาความรู้เพื่อให้บุญบูรณ์แข็งแรง

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

03

คิด ทำ และสื่อสาร อย่างผู้ประกอบการภาคเกษตรที่รู้จักตัวเอง

เพื่อให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพยั่งยืน 

ถ้าคุณได้มีโอกาสลิ้มลองพร้อมกับเราตอนนี้ คุณจะแปลกใจที่นมแพะของบุญบูรณ์อร่อย ดื่มง่าย ไม่มีกลิ่นและรสคาวอย่างที่เคยได้ยินใครบอกไว้ นอกจากนมแพะพาสเจอไรซ์พร้อมดื่ม ยังมีโยเกิร์ตนมแพะไม่ผสมน้ำตาล พุดดิ้งนมแพะมะพร้าวอ่อน ซึ่งวัตบอกว่าเขาเริ่มสนุกกับการแก้โจทย์ว่าทำอย่างไรให้คนรักนมแพะ

นอกจากอาหาร ผลิตภัณฑ์จากบุญบูรณ์ฟาร์มยังได้แก่เครื่องสำอาง ซึ่งมาจากโจทย์ว่าจะต้องเป็นสิ่งที่เก็บได้นาน ขนส่งได้ไกล และคนใช้ซื้อซ้ำ จึงออกมาเป็น สบู่ สบู่เหลว ลิปบาล์ม และโลชั่น จากนมแพะ ซึ่งขอมาตรฐานการผลิตง่ายกว่าการแปรรูปเป็นอาหาร

“เกษตรกรไม่ใช่ต้องอยู่แค่ในแปลง ขายของโดยให้คนอื่นกำหนดราคา ถ้าเราทำของคุณภาพดี เราควรจะพาตัวเองไปอยู่ในตลาดที่มีผู้บริโภคต้องการเรา เราเชื่ออย่างนั้นและอยากสื่อสารเรื่องนี้ให้เพื่อนเกษตรกร ซึ่งบางคนก็เข้าใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เราพูด จนทุกวันนี้เติบโตค่อยๆ พัฒนาไปทีละขั้นเหมือนกันกับเรา เราเรียนรู้ว่าความรู้สึกนี้ต่างหากที่เป็นการดำเนินชีวิตอย่างเศรษฐกิจพอเพียงขั้นกว่าที่เราเคยตั้งคำถาม

“เราพบคำตอบโดยไม่รู้ตัวในวันที่เรามีเพื่อนและกัลยาณมิตรที่ร่วมกันทำงาน สร้างสังคมของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่คิดและทำอย่างธุรกิจ เป็นผู้ประกอบการภาคการเกษตรที่รู้จักกระบวนการผลิต การแปรรูป การทำตลาด และสื่อสารกับผู้บริโภคที่อยู่ปลายทาง เป็นองค์ประกอบที่จะทำให้กำหนดราคาได้ไม่เสียเปรียบอย่างที่แล้วมา” วัตเล่าเหตุและผลของความตั้งใจที่จะทำให้เกษตรกรเป็นอาชีพที่ยั่งยืน หลุดพ้นจากความยากจนเพราะต้องติดอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่อาจต่อรองได้อย่างที่แล้วมา เมื่อไม่หลงเหลือความภาคภูมิใจจึงไม่อาจทำให้วงการเกษตรกรรมก้าวหน้า เกิดความรู้สึกท้อ เหนื่อยล้าจนขายไร่ขายนา และไล่ลูกหลานออกไปสู่สังคมเมือง

มาจนถึงตอนนี้คงเดาได้ไม่ยากว่าทำไมหมู่บ้านในชนบทจึงมีแต่เด็ก ผู้หญิง และคนชรา เมื่อผู้ชายในหมู่บ้านไปทำงานนิคมอุตสาหกรรมในเมือง เด็กที่โตขึ้นหน่อยก็เข้าไปเรียนหนังสือในเมือง เรียนต่ออาชีวะแล้วทำงานในนิคมอุตสาหกรรม โดยที่ตัวไม่กลับมาอีกแล้ว ส่งกลับมาเพียงแต่เงิน เมื่อพ่อแม่ที่บ้านเห็นว่าไม่ต้องทำเกษตรให้เหนื่อย ไร่นาจึงถูกทิ้งร้างไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์

ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาคุณภาพชีวิตและความภูมิใจในอาชีพเกษตรกร แต่ยังช่วยแก้ปัญหาสังคมชนบทที่เราเห็นมาอย่างยาวนาน 

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

04

สร้างภูมิคุ้มกันจากการสร้างโอกาสแก่คนที่อยู่รอบตัว

เมื่อบุญบูรณ์ออกร้านตามงานต่างๆ วัตพบข้อมูลว่าเด็กสมัยนี้แพ้นมวัวเยอะมาก และเมื่อกินนมไม่ได้ก็ไม่รู้จะกินอะไร ทำให้ร่างกายมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งนมแพะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เขาจึงคิดอยากทำให้คนใกล้ตัวเข้าถึงนมแพะด้วย ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าราคานมแพะสูงกว่านมวัวที่มีในตลาดถึง 3 เท่า เนื่องจากต้นทุนการผลิตและจัดการที่สูง จึงออกมาเป็นโครงการที่ขายนมแพะที่ให้โอกาสกับคนมีเงินส่งมอบนมแพะให้คนที่ต้องการ โดยเริ่มจากศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่ก่อน แล้วเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อพิสูจน์คุณประโยชน์จากนมแพะให้เป็นที่ประจักษ์

ความคิดเรื่องการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมและเปลี่ยนแปลงสังคมเป็นความสนใจของวัตมาตั้งแต่เรียนปริญญาโทที่อาศรมศิลป์ ซึ่งเขาให้ความสำคัญกับการทำอย่างมีความรู้และเข้าใจปัญหานั้นมากเพียงพอ เพื่อเข้าถึงและพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง เขาจึงไม่เลือกที่จะทำงานอุทิศตัวเพื่อชุมชนโดยไม่หวังกำไรแบบ NGO เพราะนั่นจะทำให้ชาวบ้านไม่เชื่อ และตั้งใจพิสูจน์ให้เห็นความก้าวหน้า ทั้งจากรายได้ที่เพียงพอเลี้ยงครอบครัว และแบ่งปันสิ่งที่มีแก่เพื่อนบ้านและคนในชุมชน

นั่นคือ ในการทำฟาร์มแพะนมมีกระบวนการจัดการฟาร์มอย่างง่าย แบ่งย่อยเป็นแผนกๆ ได้ เช่น แพะอนุบาล แพะประถม แพะมัธยม แพะมหาวิทยาลัย และแพะปริญญาโท ชาวบ้านที่เก่งเลี้ยงแพะเด็กก็เอาแพะเด็กไปเลี้ยงก่อนขายต่อให้ชาวบ้านคนที่เลี้ยงแพะประถม และมัธยมต่อไป

“ที่ปลายทางของเรื่องนี้ เราอาจจะเป็นแค่มหาวิทยาลัย ทำหน้าที่รีดนมและแปรรูป ในวันที่กิจการเติบโตขึ้น ไม่จำเป็นว่าต้องรับผิดชอบทุกกระบวนการ แต่ให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในธุรกิจนี้ ดูแลรับผิดชอบกิจการของตัวเอง วันหนึ่งอาจจะตั้งเป็นสหกรณ์แพะเด็กหรือสหกรณ์ผู้แปรรูปนมแพะ เป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ลึกๆ ในสิ่งที่ตัวเองทำจริงจัง ไม่ต้องเรียนรู้ทั้งหมดที่ยากและใช้เวลานาน”

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

05

คุณธรรมที่เคลื่อนพาชีวิตและกิจการไปสู่ความเจริญ

ชื่อของบุญบูรณ์ มากจากข้อธรรมที่เรียกว่า จักร 4

องค์ประกอบ 4 อย่างที่จะทำให้เกิดจักร 4 จักร หรือล้อ 4 ล้อ เคลื่อนพาชีวิตไปสู่ความเจริญ ประกอบด้วย หนึ่งคือ การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี สองคือ การพบกัลยาณมิตร มีเพื่อนมีครูที่ดี สามคือ การมีความรู้ความเห็นถูกต้อง วิชาการและคุณธรรม สี่คือ การประกอบด้วยบุญเก่าที่สะสมมา ซึ่งวัตตีความว่าบุญเก่าคือทั้งหมดที่เราทำในวินาทีนี้ มันคือเหตุซึ่งผลอาจจะเกิดในนาทีถัดไปก็ได้ ถ้าเราสร้างเหตุไว้ดี ผลก็ย่อมดี

“ไม่ใช่แค่ฟาร์มแต่คือคนทั้งชุมชน คือบุญบูรณ์ เพราะมีทั้งสี่องค์ประกอบครบถ้วน หนึ่ง เราอยู่ในทำเลที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี ใกล้เมือง ทำมาหากินได้ ใกล้ธรรมชาติ ใกล้อุทยาน สอง เราเลือกครูบาอาจารย์และกัลยาณมิตรที่เราจะเข้าหา อาจารย์ในสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการที่มีความรู้ มีเครื่องมือ มีปัจจัย สาม ความรู้ที่ถูกต้อง เรารู้จักตัวเอง รู้จักการใช้ข้อมูลที่มี การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง ประมาณตนได้ นี่คือความเห็นความรู้ที่ถูกต้อง และข้อสี่จะตามมาถ้าเราทำ 3 ข้อแรกได้สมบูรณ์” วัตอธิบายความ ก่อนจะเล่าว่าแนวคิดนี้มาจากเหตุผลที่วัตอยากให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของตัวเอง

นอกจากนี้จักร 4 ยังเชื่อมโยงได้กับเรื่อง Human Dimension หรือมิติของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วย To Love To Learn To Live และ To Leave a Legacy นั่นคือสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อการอยู่อาศัยที่ดี ความรู้ความเห็นชอบที่ดีไปสู่การเรียนรู้ การมีกัลยาณมิตรเพื่อมีรักและเป็นที่รัก และเหตุที่ดีนำพาสู่ผลที่ดี ซึ่งก็คือการละทิ้งความสำเร็จเดิมเพื่อสร้างเรื่องราวใหม่ที่จะส่งมอบให้คนรุ่นต่อไป

มาถึงตอนนี้เราจะเห็นว่าวัตเป็นตัวอย่างของคนที่ใช้หลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขตอบโจทย์ของตัวเอง และยังสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา ปูทางพาคนทั้งชุมชนไปด้วยกัน

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

06

ความพอที่เชื่อมโยงเกษตรกรและชุมชน  ด้วยศาสตร์ของพระราชา

มาจนถึงตอนนี้ ผลิตภัณฑ์ของบุญบูรณ์ฟาร์มคือฟาร์มแพะนม องค์ความรู้ และโอกาสที่มอบให้คนอื่น

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่สถาปนิกคนหนึ่งจะมุ่งมั่นทำตามความฝันโดยที่ไม่มีพื้นฐานใดๆ มาก่อน การออกแบบพื้นที่ที่พอดีกับตัวเองจึงต้องมาจากจุดที่อยู่ตรงกลาง เพราะจะใช้ภูมิปัญญาที่มีแบบโบราณดั้งเดิมก็คงไม่ได้ หรือจะใช้เทคโนโลยีเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์แบบสมัยนิยมก็ไม่ได้เช่นกัน

วัตเล่าจุดตรงกลางก็คือ หนึ่ง หาว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นต้นทุนของพื้นที่ สืบหาว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นเขาทำกันมาแบบไหน ไม่ใช่อ่านแต่ตำรา สอง เทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายซึ่งหาได้จากสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่ทำงานวิจัยและมีข้อมูลของพื้นที่ดีอยู่แล้ว และเมื่อภูมิปัญญา รวมกับข้อมูลเชิงวิชาการของพื้นที่ก็จะเกิดเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทดลองใช้และเก็บข้อมูลเพื่อส่งต่อให้นักวิชาการปรับปรุงและพัฒนางาน เกิดการทำซ้ำจนได้สูตรสำเร็จที่เหมาะกับพื้นที่นั้นจริงๆ ยิ่งจะเปลี่ยนภาพจำของการทำเกษตร ที่ไม่จำเป็นต้องตรากตรำกลางแดดอีกต่อไป

“เช่นเดียวกับในโลกธุรกิจ เกษตรกรอย่างเราจะอยู่อย่างไรให้ทั้งแข่งขันได้และไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนคู่แข่ง ทำยังไงให้เราอยู่รอดได้โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังฝืนตัวตนและความเชื่อของตัวเอง หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและ โครงการพอแล้วดี The Creator ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น 100% ที่ผ่านมาเราเต็มไปด้วยความอยากจะทำ แต่เราไม่รู้วิธีการ เรารู้ดีเรื่องงานภาคปฏิบัติในฟาร์มทั้งหมด แต่กับการเชื่อมต่อกับโลกภายนอก เราไม่รู้เลย เราไม่รู้จักตัวเองเลยว่าเรายืนอยู่ในจุดไหน ตอนแรกเราเข้าใจว่าเราเป็นฟาร์มขายนมแพะ ผลิตภัณฑ์เราคือนม แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

“สิ่งที่เรามีอยู่สร้างคุณค่าได้มากกว่าจะเป็นแค่นมแพะ เราคือตัวแทนของเกษตรกร คือคนที่จะเชื่อมโยงภาคธุรกิจ เทคโนโลยี ข่าวสาร กระแสสังคมภายนอก ไปหาเกษตรกรที่มีทักษะการผลิตแต่ขาดตัวเชื่อม อีกกลุ่มคือคนที่อยากหันหลังให้ชีวิตเมืองแล้วมาเป็นเกษตรกรแต่เขาไม่รู้เลยว่าจะต้องคุยกับใคร เราเลยได้คำตอบว่าจริงๆ แล้วเราเข้าใจคนทุกกลุ่มที่เล่ามานี้ เราน่าจะเป็นคนที่อยู่ตรงกลาง คอยถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับคนเหล่านี้ ดังนั้น คุณค่าของ ‘บุญบูรณ์’ จึงไม่ใช่การผลิตนมแพะแต่คือฟาร์ม คือตัวเรา คือสถานที่แห่งนี้”

เด็กๆสมัยนี้…สังคมก้มหน้าSocial Ignoreism.

Posted by Boonboon goatmilk farm – บุญบูรณ์ฟาร์ม แพะนมลำปาง on Monday, July 30, 2018

บุญบูรณ์ฟาร์ม

ประเภท: ฟาร์มนมแพะ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมแพะ
ที่ตั้ง: 120/5 ม.3 หมู่บ้านแพะหนองแดง ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมืองฯ จังหวัดลำปาง 52000
ผู้ก่อตั้ง: ชญาน์วัต สว่างแจ้ง
Facebook : Boonboon goatmilk farm

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load