The Cloud x พอแล้วดี The Creator

สิ้นเสียงโปรแกรมนำทาง ที่บอกว่าเราถึงจุดหมาย  ณ ไร่รื่นรมย์ ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

สายลมอ่อนๆ เรียกร้องให้เราหยุด เพื่อมองทอดผ่านตัวอาคารหลังใหญ่ที่เป็นทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ Food Lab ร้านค้า และพื้นที่จัดสัมมนาของไร่รื่นรมย์ แล้วพบกับพื้นที่สีเขียวสุดลูกหูลูกตา ที่เป็นทั้งป่า เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชพันธุ์ท้องถิ่น ห่างไปไม่ไกลคือเต็นท์ที่พักจัดสรรเรียงรายอยู่อย่างเงียบสงบเป็นสัดส่วนพร้อมรับรองผู้มาเยือน

The Cloud มีนัดกับ เปิ้ล-ศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ผู้ก่อตั้ง ‘ไร่รื่นรมย์’ หรือศูนย์การเรียนรู้เกษตรเชิงสร้างสรรค์และยั่งยืน อดีตนักเรียนนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และทายาทรุ่นที่ 3 ของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ของประเทศ ที่เลือกเส้นทางชีวิตไปเป็นเกษตรกรเต็มตัว เพื่อชวนคุยเรื่องแผนธุรกิจสร้างสรรค์หลังจากน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

ไม่ใช่เพราะเปิ้ลทำเกษตรอินทรีย์หรือช่วยชาวบ้านและชุมชนให้พึ่งพาตัวเอง แล้วจึงได้ครอบครองคำว่าธุรกิจที่พอเพียง แต่เธอใช้หลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิเคราะห์ธุรกิจ ตั้งโจทย์เพื่อประเมินตัวเองและค้นหาศักยภาพที่มี ใช้ความรู้หาเหตุและผลในแผนของธุรกิจ คิดถึงแผนสำรองที่จะช่วยให้ธุรกิจไปต่ออย่างยั่งยืน ดำเนินธุรกิจโดยไม่เบียดเบียนใคร จนแบรนด์ไร่รื่นรมย์บรรลุเป้าประสงค์ที่อยากพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนผ่านการทำเกษตรอินทรีย์

ประเมินจากสายตาแล้ว เราเห็นตามคำเปิ้ลที่บอกว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ไร่เกษตรอินทรีย์ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดประสบการณ์ให้คนกลับเข้าหาสมดุลของธรรมชาติ ผ่านไร่เกษตรอินทรีย์ผสมผสาน ที่พักฟาร์มสเตย์ ร้านอาหารสุขภาพสร้างสรรค์จากวัตถุดิบที่ดีจากการทำเกษตรที่ดี กิจกรรมและคอร์สเรียนวิถีชีวิตอินทรีย์ให้ใกล้ชิดธรรมชาติที่คนเมืองต่างแย่งกันจับจอง

เป็นต้นแบบของธุรกิจเกษตรสร้างสรรค์ที่เราชื่นชม เพราะเติบโตไปพร้อมกับชุมชน ผ่านการออกแบบพื้นที่ พัฒนาและต่อยอดสินค้าเกษตร

เปิ้ลทำได้อย่างไร

ไหนๆ ก็มาถึงที่แล้วให้เธอเล่าเองดีกว่า

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

01

พอ…พบสมดุลของชีวิต

‘พอ’ ในความหมายของไร่รื่นรมย์คือ การพบสมดุลของตัวเอง

“สมดุลที่เราดูแลบริหารไร่รื่นรมย์ได้ และมีกำไรบางส่วนเพื่อขยายผลเรื่องการพัฒนาชุมชน

“จริงๆ สมดุลของคนเราอาจจะไม่เหมือนกัน เหมือนกับคำว่าพอเพียง ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะตัดสินว่าใครพอเพียงหรือไม่พอเพียง เพียงเพราะเขาไม่ได้อยู่กระต๊อบ เคยมีคนบอกว่า สิ่งที่เราทำอยู่ไม่ใช่ความพอเพียง แล้วถามว่าทำไมเราถึงสร้างร้านอาหาร ทำไมไม่ปลูกผักกินเองอยู่ที่บ้าน สำหรับเปิ้ล เมื่อใดก็ตามที่คุณมีศักยภาพที่จะทำอะไรมากมาย ไปจนคิดและทำเพื่อช่วยคนอื่น แต่คุณกลับทิ้งไปไม่ใช้ศักยภาพที่มี นั่นอาจจะไม่ใช่เป็นความพอเพียง

“ความพอเพียงและหลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขไม่ใช่เรื่องของเกษตร หรือแม้แต่การพึ่งพาตัวเองจนลืมคิดถึงคนอื่น แต่คือเครื่องมือของการคิดและติดสินใจในเรื่องต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรก็ตาม” เช่นเดียวกับเปิ้ลที่เธอพยายามพาตัวออกจากความเป็นเกษตรกร เพื่อสื่อสารและเป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่คิดและทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่คิดถึงแค่ตัวเอง แต่คิดถึงคนรอบข้าง ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

02

เริ่มที่จุดประสงค์  หาจุดแข็ง พัฒนาจุดยืน ทำแบรนด์อย่างเป็นระบบ

ไม่ต่างจากวัยรุ่นทุกคน ในช่วงชีวิตที่ออกค้นหาตัวเอง งานอาสาทำให้เปิ้ลรู้ตัวว่าเธออยากทำงานพัฒนาชุมชน อยากพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรผ่านการทำเกษตรอินทรีย์

“ที่ผ่านมาเปิ้ลไม่เคยบอกให้ชาวบ้านหยุดหรือเลิกทำเกษตรวิถีเดิมแล้วให้มาเชื่อตามเปิ้ล แต่เปิ้ลจะลงมือทำให้ชาวบ้านดู ตอนแรกคนในพื้นที่เขาก็คงสงสัยในสิ่งที่เราทำ แต่เราใช้ความจริงจังเข้าสู้ แล้วก็ถึงวันหนึ่งที่ชาวบ้านเห็นผลสำเร็จจากผลผลิตที่ดี ความรู้สึกเขาก็เปลี่ยนไป” เปิ้ลเล่า

จากเดิมที่คิดทำไร่รื่นรมย์โดยไม่คำนึงถึงการทำธุรกิจ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ชาวบ้านหันมาทำเกษตรอินทรีย์ เขาตั้งคำถามกับเปิ้ลว่า “แล้วจะให้เขานำผลผลิตนี้ไปขายที่ไหน” เปิ้ลจึงเริ่มทำการตลาดออนไลน์ ก่อนจะเรียนรู้ว่าผู้บริโภคยังมีความเข้าใจเรื่องสินค้าเกษตรอินทรีย์ไม่มากนัก เธอจึงใช้ความรู้เรื่องการสื่อสารที่มีเชื่อมโยงไร่รื่นรมย์เข้าหาผู้บริโภคผ่านเมนูอาหาร บรรจุภัณฑ์ของสินค้าเกษตร และกิจกรรมที่ชวนให้ผู้มาเยือนสัมผัสวัตถุดิบคุณภาพ

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

เดิมทีรายได้หลักของไร่รื่นรมย์มาจากการดำเนินการร้านอาหารออร์แกนิก และหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไขที่เปิ้ลได้จากปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ โครงการพอแล้วดี The Creator ช่วยให้แผนธุรกิจชัดเจน จนมั่นใจว่ารายได้ของไร่รื่นรมย์ควรจะมาจากสินค้าเกษตร ทั้งผลิตภัณฑ์จากข้าว พืชผักและผลไม้ท้องถิ่นหายาก สินค้าแปรรูป และกิจกรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในไร่ เพราะแม้จะตั้งใจทำร้านอาหารอย่างเต็มที่ เปิ้ลจะทำได้เพียงขยายร้านเพิ่มจำนวนสาขา ซึ่งใช้ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

“ห่วงแรกอย่างการประมาณตนเองทำให้พบว่าการทำร้านอาหารไม่ใช่จุดแข็งของเรา ร้านอาหารเป็นเพียง Food Lab เพื่อแปรรูปและต่อยอดวัตถุดิบทางการเกษตร จุดแข็งของเราคือการถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์เรียนรู้ซึ่งสำคัญต่อความตั้งใจทั้งหมดของไร่รื่นรมย์” เปิ้ลเล่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

03

คิดและเห็นอย่างเป็นระบบ

เมื่อมองภาพกว้างของสิ่งที่ทำ เปิ้ลพบว่าจริงๆ มีคนทำเรื่องต้นน้ำหรือทำเกษตรอินทรีย์เยอะมากแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เปิ้ลไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ไร่เกษตรอินทรีย์อีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ออร์แกนิกไลฟ์สไตล์ ที่อยากให้คนคืนดีกับธรรมชาติ คืนดีกับชุมชน นำเสนอผ่านคอนเซปต์กิน-อยู่-รู้-นอน

“เราพูดวิถีชีวิตอินทรีย์ที่ไร่รื่นรมย์ เพราะอยากให้คนคืนสู่สมดุลธรรมชาติ สัมผัสกับ Harmony with the Land สัมผัสธรรมชาติและทีมงานที่เป็นคนในชุมชน มีตัวตน ความคิด เป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจให้ทุกคนลำบาก เรามีระดับความลุยที่แตกต่างกันไป มีตั้งแต่กิจกรรมที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนได้เต็มที่ ไปจนถึงกิจกรรมสบายๆ เป็นการเข้าหาธรรมชาติความความเหมาะสมของเขา เราพยายามให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเอง สนับสนุนให้ลองคิดลองทำ

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

“มีน้องนักเรียนมัธยมจากอเมริกามาเที่ยวที่ไร่ เขาก็มาขออนุญาตเราเล่นน้ำในแปลงนา ทันทีที่อนุญาตเขาก็กระโดดลงไปเหมือนสระว่ายน้ำเอาโคลนมาคลุกตัวอยู่เป็นชั่วโมง ชาวบ้านและพนักงานที่เห็นก็สงสัยว่าเป็นใครมาจากไหน เพราะพวกเขาที่เติบโตมากับแปลงนา กับหญ้า กับโคลน ยังกลัวเปรอะจะแย่ หลังจากวันนั้นก็เปลี่ยนความคิดเด็กๆ ในชุมชน ทุกคนสนุกสนานกับการลงแปลงนาช่วยพ่อแม่โยนข้าว

“สำหรับเรามันคือการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน คนเมืองชื่นชมวิถีชีวิตของชุมชนที่สามารถดำรงชีวิตด้วยเงินที่จำกัด ขณะที่คนชุมชนพื้นที่ก็รู้สึกเห็นใจคนเมืองที่ต้องใช้เงินซื้อข้าวปลาอาหารที่เขาสามารถหากินได้รอบตัว ในที่สุดคนในชุมชนก็เห็นคุณค่าในสิ่งที่เขามี”

ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวบริหารจัดการผู้คน พืช สวน ไร่ นา ที่พัก และศูนย์การเรียนรู้ทั้งหมดนี้ด้วยตัวคนเดียวอย่างไร เราถาม

ซึ่งระบบการจัดการที่ดีช่วยจะทบทวนและแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ทำมีเหตุมีผล ตอบโจทย์ความตั้งใจของเราแค่ไหน

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

“ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดถึงระบบจัดการบริหารเลย เราเคยคิดว่าความตั้งใจดีอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว เราจึงย้อนกลับมาดูการจัดการย่อยๆ ภายในไร่ จากที่เคยคิดว่าไร่ต้องมีแพะเพื่อนำขี้แพะมาใช้ประโยชน์ ก็หันมาตั้งใจดูงบประมาณค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับแพะ คำนวณรายได้เพื่อให้ส่วนของการจัดการแพะเลี้ยงตัวเองได้รอด”

และเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เปิ้ลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมงาน เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม และสร้างบรรยากาศให้ทีมงานอยากพัฒนาตัวเอง หรือการระเบิดจากภายใน ทำให้เขารู้สึกอยากพัฒนาตัวเอง ให้เขารู้สึกว่าทำสิ่งที่มีคุณค่า มีความหมาย จากการสร้างความเข้าใจและจุดมุ่งหมายว่าทำไปเพื่ออะไร

04

ไปคนเดียวไปได้เร็วกว่า แต่ไม่ยั่งยืน

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

“เมื่อก่อนเราไม่เข้าใจหรอกเรื่องเกษตรผสมผสาน เราทำเพราะในหลวงมีพระราชดำรัสว่ามันดี จนเมื่อลงมือทำเราถึงเข้าใจว่าเกษตรผสมผสานคือภูมิคุ้มกันของเรา ช่วงที่ทำนาเพียงอย่างเดียว น้ำเกิดท่วมที่นาทั้งหมดทำให้ไม่มีผลผลิตเลย แต่เมื่อเราปลูกผักอื่นๆ พืชระยะสั้น กลาง และยาว ทำให้เราไม่เดือดร้อนเรื่องไม่มีรายได้ เพราะยังมีตัวอื่นที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในเชิงกายภาพ”

เปิ้ลเล่าว่า ห่วงที่ 3 อย่างการสร้างภูมิคุ้มกันของไร่รื่นรมย์ในวันนี้คือ การตามหาเครือข่าย

“เราไม่อาจทำทุกอย่างที่ตั้งใจได้ แต่ทำสิ่งที่เราถนัด แล้วเชื่อมโยงเพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นที่แม้จะมีศาสตร์ความรู้ที่แตกต่างกันมีส่วนร่วม เช่น ความรู้เรื่องการออกแบบพื้นที่สำหรับคอร์สเตรียมกลับบ้านจาก ‘ใจบ้าน สตูดิโอ’ ที่เชียงใหม่ของ พี่อ้อ-แพรวพร สุขัษเฐียร ความรู้เรื่องการทำผ้ามัดย้อมจาก Mann Craft ที่สกลนครของ พี่แมน-ปราชญ์ นิยมค้า

“แม้พื้นที่เชียงรายจะไม่มีครามให้ย้อมผ้า แต่พี่แมนก็มาช่วยให้ความรู้ทำผ้ามัดย้อมสีจากเปลือกไม้ประดู่ที่หาง่าย จุดเริ่มต้นจากเราทำกันเองในหมู่พนักงานก็ค่อยๆ กระจายต่อไปยังชุมชน จากเดิมที่อยากเพิ่มมูลค่าในสิ่งที่ชาวบ้านอาจจะมองว่ากิ่งไม้ใบหญ้าเป็นของไร้ค่าไร้ราคา จริงๆ ไม่ต้องถึงกับขายก็ได้ แค่ทำใช้กันเองในชุมชนเราก็ดีใจมากๆ แล้ว”

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้แล้วไร่รื่นรมย์ยังทำงานร่วมกับธุรกิจของเพื่อนๆ จากโครงการพอแล้วดี The Creator รุ่นที่ 1 ทั้งที่เป็นธุรกิจเกษตรคล้ายกัน แต่แลกเปลี่ยนวิธีคิดและร่วมหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เจออย่างเข้าใจกัน เช่น ‘ไร่สุขพ่วง’ ที่ราชบุรีของ พ็อต-อภิวรรษ สุขพ่วง หรือ ‘สุธีร์ ออแกนิค ฟาร์ม’ ที่จันทบุรีของ สุธีร์ ปรีชาวุฒิ

รวมถึงยังทำงานร่วมกับศิลปินท้องถิ่น และเชฟผู้เชี่ยวชาญการสร้างสรรค์อาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติต่างๆ เช่น เชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณ เจ้าของร้าน Blackitch Artisan Kitchen จนออกมาเป็น ‘ข้าวยำไร่ทุ่ง’ หนึ่งในเมนูของทางร้านที่รวมความเป็นไร่รื่นรมย์ไว้ในจานเดียว เพราะมีทั้ง ผัก ผลไม้ ดอกไม้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างการใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดสิ่งที่มี หยิบองค์ความรู้รอบตัวมาประกอบจนเกิดเป็นสิ่งใหม่ พร้อมเล่าเรื่องราวของไร่รื่นรมย์ผ่านอาหาร

แทนที่จะมองว่าเป็นคู่แข่งกัน เปิ้ลใช้วิธีค้นหาความร่วมมือและใช้จุดแข็งที่ต่างมีร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เป็นภูมิคุ้มกันในการทำธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

05

พอแล้วดีพอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

ไม่ต่างจากการเลือกเส้นทางในชีวิต การทำธุรกิจก็ไม่ได้มีสูตรสำเร็จ

เปิ้ลบอกว่า เธอไม่สามารถบอกให้ใครๆ ทำแบบเธอ เพราะทุกคนมีบริบทของชีวิตและเงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน

“ความพอทำให้เรารู้จักตัวเอง ได้รู้ทิศทางของแบรนด์ที่แม้จะเล็กๆ แต่เราก็สามารถสร้างคุณค่ากับชุมชนได้ รู้วิธีการปรับใช้ศาสตร์ของพระราชาซึ่งใช้ได้จริงกับทุกเรื่อง ที่ผ่านมาทุกคนเคยเห็นแต่ไม่เคยเข้าใจ อาจจะฟังดูเป็นหลักการปรัชญาใช้ยาก แต่ความจริงแล้ว 3 ห่วง 2 เงื่อนไขไม่ใช่หลักการที่ตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิด เพียงแต่เป็นมุมมองของแต่ละคนที่มีต่อการใช้ชีวิต” เปิ้ลตอบก่อนสรุปความพอแล้วดีทิ้งท้ายว่า

“ในวันที่เราพบจุดที่พอกับตัวเองเมื่อไร เราก็พร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่น แล้วเมื่อเราพร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่นเราก็จะเข้าใจจุดมุ่งหมายของเราชัดยิ่งขึ้น แล้วเราก็จะเข้าใจความพอดีในชีวิตของเรา ซึ่งแท้จริงคำตอบไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย แค่เราเข้าใจตัวเองแค่ไหน เราหาตัวเองเจอหรือเปล่า เปิ้ลมองว่าตอนนี้เปิ้ลก็ยังไม่ได้เจอตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันเป็นกระบวนการค้นหาไปเรื่อยๆ แล้วทำให้เราชัดเจนขึ้นไม่มีวันสิ้นสุด”

พอแล้วดี, ไร่รื่นรมย์, ศิริวิมล กิตะพาณิชย์, เกษตรอินทรีย์

ไร่รื่นรมย์

ประเภท: ศูนย์การเรียนรู้เกษตรเชิงสร้างสรรค์ ร้านอาหาร ไร่เกษตรอินทรีย์
ที่ตั้ง: ตำบลงิ้ว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
ผู้ก่อตั้ง: ศิริวิมล กิตะพาณิชย์
Website: rairuenrom.com
FB / IG / Youtube: ไร่รื่นรมย์ RAI RUEN ROM

พอแล้วดี The Creator

Facebook |   พอแล้วดี The Creator

porlaewdeethecreator.com

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

เมื่อกลางปี The Cloud ชวนคนอ่านไปทำความรู้จักกับกิจการมากหน้าหลายครามในงาน ‘สกลเฮ็ด’

เรากลับไปเยือนสกลนครอีกครั้ง แม่นแล้วคราฟต์! สองเท้าของเรากำลังเดินตรงไปหาร้านผ้าทอย้อมสีธรรมชาติแบรนด์Mann Craft’ ของ แมน-ปราชญ์ นิยมค้า คนรุ่นใหม่ผู้ปลุกชีพต้นครามแห่งเมืองสกลฯ ให้งอกงามขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อชวนหนุ่มอีสานเว้าถึงครามรัก หรือความรักที่มีต่อครามตลอดจนการต่อยอดหัตถกรรมอีสานศิลป์

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แมนเป็นหนุ่มสกลนครโดยกำเนิด แต่เข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ มีโอกาสกลับบ้านบ้างบางครั้งบางครา หลังเรียบจบปริญญาโทด้านการออกแบบเขาประกอบอาชีพเป็นครีเอทีฟรายการกีฬาอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งคุณแม่ไม่สบาย เขาจึงถือโอกาสกลับสกลนครมาดูแลคุณแม่อย่างจริงจัง

เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาอยากทำงานสร้างสรรค์ตามถนัด แมนเริ่มมองหาสิ่งที่เป็นไปได้ในเมืองขนาดเล็กของภาคอีสาน และพบว่าหัตถกรรมดั้งเดิมอย่างการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติภายใต้แนวความคิด ‘สืบสาน สร้างสรรค์ อีสานศิลป์’ ของเขาตอบโจทย์และโดนใจ

“เราอยู่ในสกลฯ เป็นคนสกลฯ เราอยากจะสร้างคุณค่าให้กับชุมชน สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เรามี เป็นโอกาสดีที่เราจะทำให้ศิลปะของอีสานหรือสกลนครเป็นที่รู้จักมากขึ้น”

เส้นทางสีครามของ Mann Craft จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

01

เริ่มต้นด้วยความรักที่มีต่อคราม

ในปีแรกของการกลับบ้าน แมนหมายมั่นจะพาของดีเมืองสกลฯ จากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างเครื่องจักสาน เสื่อทอมือ เครื่องปั้นดินเผา ไปอวดสายตาชาวโลกผ่านการติดต่อกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แต่เขากลับพบความเป็นจริงว่าลูกค้าทั้งไทยและเทศชื่นชอบงานผ้ามากกว่า แมนจึงเลือกตัดสิ่งที่เป็นไปได้ยากออกและเริ่มมองหาสิ่งที่เขารัก รักจนอยากจะนำมาประกอบเป็นอาชีพ

การออกแบบ ศิลปะ และงานหัตกรรม คือสิ่งที่แมนรัก

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“เราสนใจการทอผ้าและการย้อมสีธรรมชาติของอีสานศิลป์  อยากจะสืบสานแล้วก็สร้างสรรค์ เอางานทักษะดั้งเดิมมาปรับรสชาติใหม่ตามรสนิยมของเรา นอกจากเรื่องความชอบส่วนตัว เราดูความต้องการของตลาดด้วย จะเห็นว่าเราทำงานแบบไม่ตามเทรนด์นะ แม้เราดูหนังสือแฟชั่น ดูนิตยสาร ดูอินสตาแกรม เราดูเพราะเราชอบ แต่ไม่ได้ดูเพื่อจะมาทำตามแบบใคร เราดูเพื่อที่จะไม่ทำเหมือนเขาเพราะงานหัตถกรรมของเราเน้นความคลาสสิก”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แนวทางของแมน งานคราฟต์คือ Wearable Art หรืองานศิลปะบนผืนผ้า ที่ตัวผู้สวมใส่มีส่วนร่วมในการผลิต แถมยังหยิบมาใช้กี่ปีก็ไม่มีตกยุค อาทิ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าแขวนผนัง และสารพัดผ้าอเนกประสงค์จากการทอมือและย้อมสีธรรมชาติ

“ครามเป็นสีแห่งความสุข น้อยคนมากที่เห็นสีครามแล้วจะไม่ตกหลุมรัก” ไม่บอกก็รู้ว่าแมนตกหลุมรักสีครามเข้าขั้นไหน สังเกตจากแววตาเป็นประกายและสีสันจากธรรมชาติบนผืนผ้าคละขนาดภายในร้านมากกว่าครึ่งล้วนมาจากครามหลากเฉดสี

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

02

ต้องศึกษาหาความรู้เพื่อจะให้ความรู้

ครอบครัวของแมนรับราชการ แน่นอนว่าทอผ้าและย้อมสีเป็นสิ่งไม่ถนัด แต่ชายหนุ่มมือเปื้อนครามมองว่าเป็นข้อดี เพราะสิ่งนี้จะทำให้เขากระโดดออกนอกกรอบได้อย่างเต็มที่ งานของแมนจึงไม่มีสูตรสำเร็จ แถมการเสาะหาความรู้และเทคนิคใหม่ๆ นำกลับมาทดลอง ยังเป็นความท้าทายของเขา

มือครามทดลองเริ่มจากไปหาย่ายายคนเก่งประจำชุมชนเพื่อเรียนรู้กระบวนการย้อมครามและสีจากธรรมชาติแบบดั้งเดิมใหม่ตั้งแต่ต้น หากสังเกตครามทั่วไปหลังย้อมแล้วจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่เอกลักษณ์ของ Mann Craft จะเป็นครามสีอ่อน และไล่เฉดสีคราม ซึ่งแมนทำได้มากสุดถึง 52 เฉดสี จากการทดลองเขายังนำครามมาสกัดเป็นหมึกสำหรับเพนต์ลงไปบนผืนผ้าอีกด้วย

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

ผ่านทักษะการย้อม แมนลุยต่อกับทักษะทอผ้า แมนลงลึกเรียนรู้กับช่างทอในชุมชน ขับรถจากสกลฯ ไปเรียนถึงทองหล่อก็ทำมาแล้ว เพื่อจะได้รู้โครงสร้างของผ้า เส้นยืน เส้นพุ่ง และส่วนประกอบของอุปกรณ์ทอผ้า แล้วนำข้อมูลกลับมาสื่อสารกับช่างทอขาประจำของ Mann Craft เพื่อที่จะได้คุยภาษาเดียวกัน และทำงานกันอย่างเข้าใจและราบรื่น

หลังจากจบหลักสูตรทอผ้าและย้อมสี นักครามทดลองอย่างแมนยังเชื่อว่ายังมีองค์ความรู้อีกมากที่จำเป็น เขาจึงตัดสินใจบินตรงไปแดนอาทิตย์อุทัย เพื่อเรียนกระบวนการพิมพ์ภาพแบบญี่ปุ่นกับคุณแม่ของเพื่อนซึ่งเป็นศิลปินย้อมกิโมโนจากสีธรรมชาติ หรือบางครั้งแมน ผู้มีโอกาสไปเป็นคุณครูสอนไกลถึงอินเดีย ก็ถือโอกาสเป็นนักเรียนไปด้วยในคราเดียว

“เราอาจจะเป็นตัวอย่างของคนทำงานหัตถกรรมรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ แต่เราก็ให้ความเคารพกับภูมิปัญญาดั้งเดิม เราไม่ได้เรียนเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบในท้องถิ่น มันเลยสนุกทุกครั้งเวลาลงมือทำ”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แมนกระโดดออกนอกกรอบจนเราทึ่ง! หลายๆ เรื่องที่เขาเล่าให้ฟังทำให้เรารู้สึกสนุกตามไปกับเขาด้วย เช่น เขาบอกคุณแม่ช่างทอให้สร้างสรรค์ลาย 6 ลายไม่ซ้ำกันในผ้าผืนเดียว หรือผ้าพันคอ 1 ผืนจะมีทั้งการทอลาย จุ่มสีเปลือกไม้ ย้อมสีคราม เพนต์ลายด้วยหมึกคราม และจบด้วยการพิมพ์ภาพด้วยโคลนธรรมชาติ

ส่วนเทคนิคไล่เฉดสีที่เราชอบมาก นอกจากจะไล่สีคราม เขายังนำสีธรรมชาติจาก เหลืองใบสมอ น้ำตาลเปลือกไม้ 2 ชนิด และฟ้าคราม เบลนด์ทุกสีเข้าด้วยกันผ่านมือช่างทอฝีมือดีและนักครามทดลองฝีมือเด่น ทั้งหมดนี้มาจากกระบวนการที่เขาต้องทดลองย้อมสีจากธรรมชาติจนกว่าจะพอใจ จับสีมาเรียงกัน เลือกชุดสีที่ผ่านเข้ารอบ แปะตัวเลขให้ช่างทอเรียงสีได้ง่าย คงคล้ายกับการใช้หลอดแก้วจิ้มสีดีโดนใจใน Swatch ของโปรแกรมประจำตัวนักออกแบบ

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“ทำไมถึงเลือกใช้เทคนิคมากมายขนาดนี้กับผ้าหนึ่งผืน” เราถาม

“ถ้าใช้เพียงเทคนิคเดียวก็ไม่ท้าทายสิ” เขาพูดพร้อมยิ้มอย่างสุภาพ

03

คนหัวใจสีครามเดียวกัน เปิดโอกาสและให้เกียรติ

แมนทำงานร่วมกับชุมชนบ้านนาจาน ชุมชนบ้านนานกเค้าและเครือข่ายเกษตรกรชุมชนของจังหวัดสกลนคร ซึ่งกว่าจะเจอคนหัวใจสีครามเหมือนกัน เขาบอกเจือเสียงหัวเราะว่า “เจ็บมาเยอะ เจอทั้งดีบ้าง ไม่ดีบ้าง” เหตุผลที่แมนให้ความสำคัญกับการเลือกชุมชนที่เขาทำงานด้วยอย่างหนัก เป็นเพราะถ้าพวกเขากลมเกลียว กิจการ Mann Craft ก็จะเหนียวแน่นไปด้วย

“พอเรารวมกันเป็นกลุ่มก้อนแล้วอยู่กันแบบเครือญาติด้วยความจริงใจ สร้างอาชีพให้เขาอย่างมั่นคง เขาก็จะชักชวนกันมา กลุ่มของเราอาจไม่ใช่ช่างฝีมือที่ดีที่สุดในจังหวัดหรือประเทศ แต่เป็นกลุ่มที่เขาพร้อมจะพัฒนาไปกับเรา เขาเชื่อมั่นในการทดลองและการสร้างสรรค์ของเรา นับเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างหนึ่ง”

แมนเลือกทำงานกับ 2 ชุมชน เพราะความหลากหลายของผ้า ความพิเศษของชุมชนบ้านนาจาน ช่างทอจะทอเฉพาะลวดลายดั้งเดิมเท่านั้น อย่างลายมัดหมี่ ลายลูกแก้ว ลายลูกหวาย ฯลฯ ส่วนชุมชนบ้านนานกเค้าจะไม่ทอลายดั้งเดิม แต่จะทอลวดลายร่วมสมัย ใช้เทคนิคการเหยียบตะกอสร้างลวดลายใหม่ เช่น ลายสายฝน แมนออกคอลเลกชันพอดีกันกับฤดูฝน ใช้เทคนิคการทอผ้าแบบเท้าเหยียบ 4 ตะกอ

บางครั้งเพื่อนร่วมงานต่างวัยของแมนก็มีลวดลายทอผ้าแปลกตามาเสนอ ซึ่งแมนก็สนองด้วยการให้ลองทอมาก่อน หากออกมาแล้วพอใจทั้งคนเสนอและคนสนอง ก็จะนำมาพัฒนาต่อในลำดับถัดไป

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“ชาวบ้านเขามีทักษะฝีมืออยู่แล้ว เราเปิดโอกาสให้เขาคิดและทดลองสิ่งใหม่ เมื่อเขามีรายได้ มีอาชีพมั่นคง ก็ส่งผลให้แบรนด์ของเรามีความยั่งยืนตามไปด้วย” ไม่เพียงแต่นักครามทดลองคนเดียวที่คอยเสาะแสวงหาเทคนิคใหม่ คุณแม่ช่างทอก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาแบรนด์ร่วมกัน

“ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำงานกับชุมชน เพราะอย่างช่วงหน้าฝน เขาจะเริ่มดำนำ หน้าแล้งเขาจะเกี่ยวข้าว นั่นแปลว่าจะไม่มีใครว่างทอผ้าให้เรา จนเมื่อพบว่าอีกหมู่บ้านเขามีทักษะในการทำมัดหมี่ ก็ทำให้เราวางแผนการจัดการคอลเลกชันที่จะขายได้ ซึ่งอาจต้องทำเป็นสต็อกไว้ก่อน ส่วนครามและวัตถุดิบในการย้อม เราทำงานร่วมกับเครือข่ายเกษตรกร ซึ่งปีก่อนเราปลูกครามกันเอง แต่โดนน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ถ้าเราไม่ได้สร้างเครือข่ายกับกลุ่มชาวบ้านช่วยเหลือ เราก็คงไม่มีครามให้ย้อม”

แมนทำงานร่วมกับคุณแม่ช่างทอ 2 ชุมชนอย่างให้เกียรติ เขาไม่บังคับ แต่ยอมรับ และเข้าใจ ช่างทอบางคนทอวันละคืบ แต่แมนบอกไม่เป็นไร ทอทุกวันเดี๋ยวเดียวก็เต็มม้วนผ้า

“งานของเราให้คุณค่าและความเคารพกับวิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นหลัก เราไม่ได้ให้เขาตอกบัตรทอผ้า 8 โมงเช้า เลิก 4 โมงเย็น สิ่งนั้นจะทำให้งานไม่เกิดเสน่ห์ เพราะงานต้องอยู่กับสมาธิ อารมณ์เบิกบาน และเราพยายามสร้างแรงบันดาลใจว่าสิ่งที่เขาทำมีคุณค่า มีคนนิยม งานที่เขาทำมีความหมาย”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

  

04

คอลเลกชันจากธรรมชาติ ที่ศิลปินหยิบเล่าอย่างกลมกล่อม

การออกคอลเลกชันของ Mann Craft จะทำตามใจตัวเอง และตามใจธรรมชาติ แมนยกตัวอย่างคอลเลกชันล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกพุดตาน เพราะบ้านของเขาต้นพุดตานกำลังออกดอก ความน่าสนใจคือ ดอกพุดตานสวยได้เพียงแค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นก็จะโรยไปอยู่โคนต้น แถมสีตอนเช้าบานสวยเป็นสีขาว สายหน่อยจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูจนถึงสีชมพูเข้ม แมนถ่ายทอดชีวิตและสีสันของดอกพุดตานด้วยการดัดแปลงเป็นบาติก เขาไม่ได้เขียนแทนแต่ใช้ปูนกินหมากแทนสีขาว และโคลนจากสระข้างโรงย้อมทำวู้ดคัตพิมพ์ลงบนผ้าแทนสีชมพูของดอกพุดตาน

“ทุกคอลเลกชันเรามีแนวคิด แรงบันดาลใจ ผ้าของเราไม่ได้มองที่ต้นทุน แต่เรามองเป็นงานศิลปะ การขายงานศิลปะไม่ใช่ว่าลูกค้าเห็นราคาแล้วบอกว่า ทำไมของเรามีราคาต่างจากชาวบ้านขาย เพราะเรามีการกลั่นกรอง มีกระบวนการทดลอง เราพยายามสื่อสารให้กลุ่มลูกค้าเข้าใจด้วยการอธิบายที่มาที่ไปของแต่ละสี แต่ละเทคนิคบนผ้าแต่ละผืน

“กลุ่มเป้าหมายของเรากว้างมาก เพราะผ้าของเรามีความหลากหลาย จึงตอบโจทย์ความต้องการและความสนใจของคนหลายกลุ่ม หากชอบแบบคลาสสิกก็จะเป็นผ้าทอลายดั้งเดิม ถ้าชอบแบบผืนเดียวในโลกจะเป็นผ้าเพนต์ลาย ถ้าชอบสีหวานผืนเล็กพกพาง่ายหรือสีเรียบเคร่งขรึมผู้ชายใช้ได้เราก็มี ล่าสุดมีบ่าวสาวขอให้เราทำผ้าสำหรับเอาไปรับไหว้ในงานมงคลเราก็ทำให้” แมนเล่า

บางครั้งแรงบันดาลใจของสีสันก็มาจากภูเขาเขียวหลังบ้าน ใบไม้แห้งโคนต้น ต้นไม้ดอกไม้ชนิดไหนออกดอกออกใบสวย ก็หยิบยืมสีสันมาอยู่บนเส้นฝ้าย คล้ายการพยากรณ์ฤดูกาลคาดเดาความอุดมสมบูรณ์ผ่านสีสันบนผืนผ้า เพราะฉะนั้น สีเหลืองของใบสมอ สีน้ำตาลอมม่วงของฝักคูน คงเป็นสีตัวแทนของฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่งของสกลนคร

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

05

ตัวแทนครามครีเอเตอร์จากสกลนคร

ผ้าครามกำลังมาแรง เหนือใต้ออกตกหรือต่างประเทศล้วนมีครามเป็นของตัวเอง แต่สีครามของ Mann Craft มีเฉดสีครามต่างออกไป เป็นสีครามแห่งการแบ่งปันแบบหมดเปลือก เป็นการสร้างโอกาส และสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์

“พี่หนุ่ยแนะว่าเราควรเน้นเป็นครีเอเตอร์เฉพาะด้านนี้เลย โดยแบ่งเวลาส่วนหนึ่งสร้างคนขึ้นมาใหม่ อาจจะสร้างเยาวชน เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เพื่อให้มีความชัดเจนว่าคนที่ทำครามก็แบ่งปันความรู้ให้คนอื่นได้ เราเชื่อว่ายิ่งให้ ยิ่งได้รับ เราสอนเขา เขาได้รับ เขาบอกต่อ มันสร้างการรับรู้มากขึ้น

“เราไม่กลัวว่าถ้าคนทำครามเยอะขึ้นแล้วจะมาแย่งลูกค้า ลายมือคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว วัตถุดิบอาจจะเหมือนกัน ถ้าเขาทำด้วยความบริสุทธิ์ใจก็จะเกิดเป็นผลงานของเขาเอง เป็นส่วนเสริมที่จะทำให้สกลนครหรือประเทศไทย หรือศิลปินงานหัตถกรรมย้อมสีธรรมชาติมีความชัดเจนมากขึ้น เป็นการเบิกทางให้คนรุ่นใหม่กล้าตัดสินใจออกมาทำอาชีพนี้โดยตรง”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

06

 เฉดสีครามธรรมชาติที่พาแมน คราฟต์ไปพบความพอดี

“ความพอของเรา เราไม่ได้หยุด แต่เราพอใจ พอใจในสิ่งที่เรามีกับสิ่งที่เราได้รับ พอใจในการสร้างงานศิลปะที่สวมใส่ได้ เราไม่เคยคิดว่าจะต้องไปเปรียบเทียบกับแบรนด์หรือกิจการอื่น ไม่เคยคิดว่าจะเอาเครื่องจักรมาทำงานแทนคน เพื่อลดต้นทุน เพื่อให้ได้ของจำนวนมาก แล้วขายได้มาก แต่เราพอใจในทักษะฝีมือของชุมชน แล้วเราก็พอใจในวัตถุดิบที่มีคุณภาพอยู่แล้ว เราไม่คิดหาเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาเสริมให้เกินพอดี” แต่แมนเสริมความรู้ให้ตนเองและแม่ช่างทออยู่เสมอ เขาคิดค้นเทคนิค ทดลองสีกับธรรมชาติ

เช่นเดียวกับหลักใหญ่ใจความที่เราได้จากการสนทนาครั้งนี้ ‘การพัฒนาคนและพัฒนาตน’ เป็นจุดแข็งของแมนและแบรนด์ Mann Craft

พอแล้วดีกับตัวเราก่อน จากนั้นสิ่งแวดล้อม คนในองค์กรก็จะดีตามมา อาจจะไม่หวือหวา แต่ค่อยเป็นค่อยไป เราต้องมีความมั่นคงในธุรกิจ เราต้องมีความอยู่ดีกินดีก่อน แล้วจึงพร้อมที่จะแบ่งปันให้คนอื่น    

“เราทำครามไม่เคยเบื่อสักวันเลยนะ มีทั้งความสุขและความสนุก เราอยากจะผลักดันและยกระดับงานหัตถกรรมทำมือของชุมชนให้เป็นสากล อยากให้ครามอยู่ในชีวิตประจำวันเหมือนในอดีตที่ผ่านมา” แมนทิ้งท้าย

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

Mann Craft

ประเภท: สินค้าไลฟ์สไตล์ ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ
ที่ตั้ง:   สาขา 1 1576 ถนนสุขเกษม ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร
สาขา 2 ท่าอากาศยานสกลนคร ตำบลธาตุนาเวง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร
สาขา 3 บองมาเช่ร์มาร์เก็ตพาร์ค แขวงลาดยาว เขตจตุจักร จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ผู้ก่อตั้ง: ปราชญ์ นิยมค้า
Facebook : Mann craft shop

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load