The Cloud x พอแล้วดี The Creator

หลังจากพบกันล่าสุดเมื่อราวปีก่อน The Cloud กลับมายืนอยู่ ณ สถานที่เดิมอีกครั้ง พื้นที่เบื้องหน้าเราในวันนี้ยังคงเป็นรั้วโรงงานสีชมพูสดใส ภายในมีเครื่องจักรขับเคลื่อนและมีผู้คนที่ขยันขันแข็งสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นใหม่จากเศษเหล็กเหมือนอย่างเช่นเคย ต่างก็ตรงที่เหตุผลของการพบกันในวันนี้เปลี่ยนไป

เรามีนัดกับ ปิ่น-ศรุตา เกียรติภาคภูมิ ศิลปินผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ PiN Metal Art ธุรกิจออกแบบและผลิตงานศิลปะประดับตกแต่ง ที่ทำจากเศษเหล็กเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

จากทายาทรุ่นสองผู้เปลี่ยนเศษเหล็กในโรงงานของที่บ้านให้กลายเป็นโคมไฟแบรนด์ดังระดับโลก ในวันนี้เธอเป็นเจ้าของแบรนด์ที่ผ่านร้อนหนาวมาพอสมควร และประสบการณ์ก็ได้หล่อหลอมให้เธอค้นพบเส้นทางของตัวเอง

จากอยากจะไขว่คว้าและแข่งขันเพื่อเอาชนะ เป็นเติบโตอย่างพอประมาณและแบ่งปัน

จากการดำเนินเส้นทางบนโลกแห่งธุรกิจอย่างเหน็ดเหนื่อย เป็นการหวนกลับมานึกถึงแก่นกลางในใจของตนเอง

ในเวลาที่เราไม่เจอกัน ปิ่นเรียนรู้การจุดสมดุลของตัวเอง จากการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับธุรกิจ และนั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เรากลับมาที่นี่

“โห เราเปลี่ยนไปเยอะมากเลยนะ ทั้งมุมมอง ความคิด ชีวิต วิธีการทำงาน ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากวันแรกหมดเลย”

ไม่บอกก็รู้ หลักฐานที่อยู่บนโต๊ะนี้มันพอจะบอกเราได้

โมเดลจำลองของสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ที่ถูกย่อส่วนให้บรรจุอยู่ในกระดาษได้ถูกวางคลี่ออกมาให้เราได้ยลโฉม จากเดิมที่ PiN ผลิตเพียงโคมไฟ เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านทั่วไป จากเศษเหล็ก ในวันนี้ PiN กล้าที่จะกระโดดออกไปรับผลิตงานโครงสร้างรูปแบบใหม่ที่ใหญ่ตระการตากว่าเดิมอยู่หลายเท่าตัว

แม้รูปแบบการทำงานจะมีการเปลี่ยนไปบ้างนั้น ทุกอย่างยังคงคิดและผลิตจากเศษเหล็กอย่างบรรจงเช่นเคย

วงสนทนาดำเนินไปอย่างไม่รีบร้อน พร้อมๆ กับเศษเหล็กที่กำลังได้รับการชุบชีวิตในทุกๆ วินาที  

ท่ามกลางเสียงกึกก้องเช่นเคย เรารับฟังอย่างตั้งใจและหวังว่าบทสนทนานี้อาจทำให้คุณได้ทบทวนและชุบชีวิตของตัวเองอีกครั้ง

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

01

ดีพอ

“ไหนบอกว่าจะทำแค่เล็กๆ ทำไมไปทำงานที่ดูยิ่งใหญ่จัง” เป็นหนึ่งในคำถามที่ปิ่นได้รับในวันที่ก้าวออกไปทำอะไรที่ใหญ่กว่าเดิม

“นับจากวันแรก งานของเราพัฒนาขึ้นในเรื่องระบบโครงสร้าง เราจำเป็นต้องใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรมที่มากขึ้น เช่น งานใหม่ที่กำลังทำนี้ ต้องขึ้นไปติดตั้งโครงสร้างบนตึกสูงซึ่งเราไม่เคยทำมาก่อนเลย โชคดีที่มีหน่วยวิศวกรเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ช่วยเหลือ จากประสบการณ์ที่เคยทำงานกับตึกสูงๆ มาก่อน” ปิ่นเล่าพร้อมชี้ให้ดูภาพร่างและพัฒนาการของงานศิลปะชิ้นใหญ่ที่เธอรับผิดชอบอยู่

“เราไม่ได้คิดว่าเราจะพัฒนามาได้ถึงขนาดนี้ ตอนแรกพนักงานที่มีก็ทำไม่เป็นนะ แต่เราออกไปหาความรู้ ถามอาจารย์คณะสถาปัตย์ หาคนช่วยทำแบบจำลองสามมิติจนรู้วิธีการว่ามันควรจะทำยังไง”

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

ปิ่นพาแบรนด์ของเธอไปพบเจอกับบุคคลหลากหลายวงการ ทั้งวิศวกร ผู้บริหาร หน่วยงานต่างๆ ที่มาเสริมกำลังความรู้ แล้วต่อเติมความฝันในการแปรเปลี่ยนเศษเหล็กให้กลายเป็นงานศิลปะที่มีมูลค่าและคุณค่าทวีคูณ

อาจฟังดูขัดแย้งเล็กน้อย เมื่อบอกว่าธุรกิจของเธออยู่ในโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’

เพราะคนเรามักจะชินกับการตีความคำว่า ‘พอดี’ ว่า หมายถึงจุดที่เราสามารถพึ่งพาตัวเองได้หมดทุกอย่าง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยใครใดๆ

แต่ปิ่นกลับมองต่างออกไป เธอเปิดรับการสนับสนุนมากมายจากคนรอบตัว และในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ให้พวกเขากลับไปด้วย

“การพึ่งพาตัวเองเป็นสิ่งที่ดี ไม่ต้องไปรบกวนใคร แต่ในโลกความเป็นจริง เราต่างคนต่างพึ่งพากันทั้งนั้น บางทีคนก็ต้องพึ่งพาเรา บางทีเราก็ต้องพึ่งพาคนอื่น เรามีสังคมแล้วก็ช่วยพัฒนากันและกัน แลกเปลี่ยนความรู้ แบ่งปัน และสร้างสรรค์ อะไรไปด้วยกัน”

02

ไม่ได้หยุด แค่หาจุดพอดี

หากมองในแง่ของธุรกิจ คงไม่แปลกที่จะมีเป้าหมายเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่สำหรับปิ่นแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากความทะเยอทะยานอยากอย่างเร่งรัดแต่อย่างใด ปิ่นเพียงแต่ผ่านประสบการณ์และประเมินสถานการณ์จนได้คำตอบว่า นี่เป็นเวลาที่จะทำอะไรสักอย่างที่ต่างไปจากเดิม

“เราทำตามกำลังและศักยภาพที่เรามีอยู่เท่านั้นเอง ถ้าไหวก็ทำ ไม่ไหวก็หาคนเข้ามาช่วยเป็นพาร์ตเนอร์หรือไม่ทำ เราต้องรู้ตัวว่าเราทำได้ประมาณไหน ชอบทำงานแบบไหน”

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

“เมื่อก่อนเราขยันในการออกงานตามนิทรรศการต่างๆ มาก ไกลแค่ไหนฉันก็จะไป สุดท้ายมาทบทวนแล้วรู้สึกว่ามันเหนื่อยเกินไปสำหรับเรา เราได้เรียนรู้ว่าเราไม่ชอบทำงานชิ้นเล็กๆ แล้วขายไปเรื่อยๆ เยอะๆ ชอบทำงานใหญ่ๆ คุยเน้นๆ หนักๆ มากกว่า เลยมาทำตรงนี้ แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ออกงานเล็กๆ น้อยๆ เลยนะ เราก็ยังทำเพื่อให้คนเห็นว่า เรายังสร้างผลงานใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่ทำแบบพอดีให้ไม่เหนื่อยจนเกินไป ซึ่งกว่าจะถึงจุดนี้ก็ทดลองแหละว่าเราทำอะไรได้บ้าง ไม่ลองไม่รู้หรอก ลองแล้วถึงได้กล้าไง” ปิ่นเล่าย้อนวันและเวลาที่ฟังแล้วเราอดชื่นใจตามไม่ได้

เมื่อเติบโตขึ้น เราอาจรู้จักตัวเองมากขึ้นและเข้าใจว่าที่ตรงไหนคือพื้นที่ที่พอดีของตัวเอง

เหมือนเราประมาณตนได้แล้วว่าเราพอประมาณแค่ไหน

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

“สิ่งที่เราเรียนรู้และเข้าใจมากขึ้นคือเรื่องของธุรกิจนะ เดิมทีเราเข้าใจว่าฉันต้องขาย ต้องได้เงินเยอะๆ ออกงานตลอดเวลา ดังแล้วคนจะเข้ามาหา แต่ตอนนี้เราคิดว่าไม่ต้องดิ้นรนขนาดนั้น ทำของเราให้ดีแล้วถ้าเจ๋งจริง คนจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง พอเป็นแบบนี้ บางทีก็มีคนถามว่าทำแบบนี้แล้วรวยหรอ”

คำถามคือ เราจำเป็นต้องรวยหรือเปล่า?

“เราไม่ได้ตามหาความรวยเป็นอันดับแรก เรามาทำตรงนี้เพราะเราอยากสร้างงานศิลปะที่สวยงามจากสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีคุณค่า แต่แน่นอนแหละว่ามันต้องมีความจริงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เราต้องรู้เรื่องธุรกิจและทำให้มันอยู่รอดเลี้ยงชีพตัวเองได้ จากขายไม่เป็นเลยก็ต้องหาทางขายให้เป็น เพียงแต่เงินไม่ได้เป็นเป้าหมายสูงสุดสำหรับเรา”

สำหรับปิ่น เรื่องเงินๆ ทองๆ นั้น พอแล้ว…ดีกว่า

03

คุณธรรมที่คุณนั้นทำ

แล้วอะไรเป็นเป้าหมายที่มีความหมายมากเกินกว่าเงินสำหรับปิ่นกัน

“มันเป็นความตั้งใจของเราที่จะทำให้คนไม่รู้ พอเขารู้แล้วมันจะรู้สึกว้าวขึ้นมา เราอยากจะทำให้คนเห็นว่าเศษเหล็กก็มีความงามของมัน”

ปิ่นยังคงปณิธานในวันแรกไว้เสมอ เธอไม่ได้คิดว่าการลงมือทำธุรกิจนี้เป็นไปเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพื่อคนและสิ่งรอบข้างด้วย วันนี้พื้นที่ในใจของเธอขยับขยายไปกว้างกว่าเดิม และพร้อมจะแบ่งปันความตั้งใจนี้ต่อไปให้ผู้อื่น

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

“ตอนแรกเราเริ่มทำเพราะคิดว่าต้นทุนมันต่ำดี ทำใหม่ก็สวยด้วยในทางศิลปะ แต่พอทำไปทำมาเรารู้สึกว่ามันเป็นการช่วยโลกในการลดขยะด้วย โลกเราทุกวันนี้มีขยะจนล้นโลกไปแล้ว เราอยากทำสิ่งเหล่านี้ให้มันไปกระตุ้นและฉุกคิดให้คนได้รับรู้อะไรบางอย่าง ถ้ามีคนทำแบบเราเยอะๆ นี่ยิ่งดีเลย จะได้ช่วยกันลดขยะแล้วสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ”

แม้เราเป็นเพียงคนตัวเล็กบนโลกใบใหญ่ที่กำลังหมุนไป แต่หากรวมกันคนละไม้คนละมือแล้ว เราอาจออกแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงการหมุนของโลกใบนี้ไปด้วยกันได้

ไม่เพียงแต่สิ่งของไม่มีชีวิตที่บุบสลายจนเกินจะคิดเยียวยา แต่ปิ่นยังอุทิศความตั้งใจนี้ให้เป็นแรงบันดาลใจแก่สิ่งมีชีวิตที่มีลมหายใจอย่างมนุษย์เรา ๆ ด้วย

“เราอยากให้ PiN เป็นแบรนด์ที่ทำให้คนหันกลับมามองสิ่งที่ดูไม่มีคุณค่า อยากจะให้คนมองเห็นว่า เฮ้ย เศษเหล็กมันทำได้ถึงขนาดนี้เลยหรอ แล้วอยากให้คนได้กลับไปทบทวนกับตัวเอง วันที่เขาอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ลองคิดดูดีๆ ทำไมเราจะทำชีวิตของเราให้ดีขึ้นไม่ได้ล่ะ เศษเหล็กยังเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลย สิ่งสำคัญของการทำแบรนด์นี้คือนอกจากเราจะชุบชีวิตของเศษเหล็กแล้ว เราอยากชุบชีวิตคนที่อยู่รอบๆ ขึ้นมาด้วย”

PiN งานศิลป์จากเศษเหล็กที่ชุบชีวิตผู้คนและธุรกิจให้อยู่ดีอย่างพอแล้วดี PiN งานศิลป์จากเศษเหล็กที่ชุบชีวิตผู้คนและธุรกิจให้อยู่ดีอย่างพอแล้วดี

ธุรกิจที่ดีบางทีอาจไม่ได้มีจุดมุ่งหมายปลายทางเป็นกำไรสูงสุด แต่เป็นชีวิตผู้คนรอบข้างที่ได้เปลี่ยนไปเมื่อมาอยู่ตรงนี้และสร้างฝันไปด้วยกัน

“ช่างเขาทำไปเขาก็เห็นความงาม เขาเชื่อมเหมือนเดิมแต่ผลลัพธ์ที่ได้มันต่างกัน มันสวยและมีความหมาย เขาก็ภูมิใจในงานของตัวเอง เวลาเราเอางานไปแสดงที่ไหนเราก็จะบอกตลอดว่า นี่เป็นผลงานของใคร ช่างก็จะมีความสุขมาก เขาตอบได้เต็มปากเลยว่าเขาเป็นช่างติดตั้งงานศิลปะ

“สำหรับเราสำคัญที่สุดคือเรื่องคุณธรรมความดี ทำธุรกิจแล้วต้องไม่ทำร้ายผู้คนรอบข้าง เราคิดเสมอว่า ช่างของเรามีความสุขหรือเปล่า เขาได้รับเงินที่เพียงพอและลูกเมียเขามีความสุขหรือเปล่า เรารู้สึกว่าเราไม่ได้ทำไปเพื่อรวยเพียงตัวคนเดียว ถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีเรา”

04

เงื่อนไขที่ขานไข

คนเราล้วนมีชีวิตที่แตกต่างกันตามเงื่อนไขและความต้องการ ความรู้และความสามารถของตัวเอง อย่างปิ่นและพี่น้องเกิดและโตในที่เดียวกัน ยังคิดเห็นและเลือกทางเดินในชีวิตแตกต่างกันเลย พี่ชายทำโรงงาน พี่สาวจบวิศวกรรมศาสตร์แต่มาทำบัญชีให้ที่บ้าน ขณะที่เราเรียนศิลปะ ซึ่งถ้าเราเลือกที่จะเป็นศิลปินก่อน เราอาจจะไม่ได้มีประสบการณ์การทำงานแบบนี้ จะไม่มีแนวทางการทำงานและทัศนคติในการทำงานกับคนอื่นแบบนี้ เราอาจจะเป็นศิลปินที่อยู่คนเดียว มีความเป็นตัวเองสูง

“เมื่อก่อนเราถามตัวเองว่าทำไมจะต้องมานั่งขายของแบบนี้ด้วย แต่เมื่อเห็นความเป็นจริงของชีวิตว่าเราเลิกทำโรงงานนี้ไม่ได้ พ่อแม่ทำเหล็กมาตั้งแต่เกิด จะให้ทิ้งทุกอย่างไปได้ยังไง พนักงานที่เขาอยู่กับเรามาตลอดจะทำยังไง เราเอาตัวเองรอดคนเดียวไม่ได้ เมล็ดที่พ่อแม่ปลูกมามันโตขนาดนี้แล้ว เราก็อยากทำให้มันงอกเงยต่อไป” ปิ่นเล่า

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

“ตอนนี้ เราพยายามจะพาตัวเองกลับไปเป็นศิลปิน” ปิ่นตอบทันทีถึงเส้นทางอนาคต หลังจากที่เราถามเกี่ยวกับความฝันขั้นต่อไป

“ที่ผ่านมา เราหนีความเป็นศิลปินมาตลอด ด้วยความคิดที่ว่าเราอยู่ไม่รอดแน่ๆ ในประเทศนี้ โลกของความเป็นจริงและการทำแบรนด์ PiN จนถึงจุดที่ธุรกิจเติบโตและมีตัวตนชัดเจนจากความรู้และประสบการณ์ที่มีมากขึ้นทุกวัน เราก็เริ่มค้นหาความต้องการในใจของตัวเอง อยากทำออกมาในรูปแบบงานนิทรรศการศิลปะ” ปิ่นเล่า ก่อนจะเสริมว่าในช่วงเวลาที่ไม่แน่ใจ พี่หนุ่ย (ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้ก่อตั้งโครงการพอแล้วดี The Creator) ยืนยันกับปิ่นเสมอว่า เธอทำได้ ให้ความเชื่อมั่นในตัวเองด้วยการบอกว่า งานของเธอจะไม่ได้แสดงแค่ตามงานแฟร์เท่านั้น แต่มันจะเข้าไปอยู่ในแกลเลอรี่

กับความฝันที่มีคุณค่า ระหว่างที่รอจังหวะเวลา การเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์อาจจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

05

แบ่งปันปัญญา

“พอเพียงไม่ได้จำเป็นที่จะต้องอยู่แค่ในไร่ในนาหรือมีแค่เกษตรกรเท่านั้นที่จะเข้าใจ” ปิ่นเล่าจากประสบการณ์ที่ได้ผ่านมาด้วยตัวเอง และเชื่อว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้เป็นทฤษฎีที่จับต้องยากหรือต้องวางไว้อยู่บนหิ้ง แต่เป็นเข็มทิศนำทางที่เราสามารถเอามาปรับใช้ได้กับตัวเองทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามแต่

“อย่างตอนแรกเราไม่ชอบโรงงานนี้เลย แต่คำถามคือเราจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขได้อย่างไร ทุกคนพยายามจะหลีกหนีในสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการทั้งนั้น ไม่ชอบจะอยู่ไปทำไม ใช่ไหมล่ะ แต่เรามองเห็นความจริง เราอยู่กับสิ่งที่เรามีด้วยเหตุผล เรารู้เลยว่าเราต้องทำอะไร”

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

หากลองมองดูให้ดี อาจไม่มีปัญหาอะไรใหญ่เกินตัว เพียงเรารู้จักพอ

ไม่ไขว่คว้าดิ้นรนจนเกินตน แต่ตื่นและตระหนักในความเป็นจริงของชีวิตคนอย่างไม่ตื่นตระหนก

“ตอนที่เราไปเรียนกับโครงการพอแล้วดีแรกๆ ก็งงนะว่ามันคืออะไร จนได้ลงมือทำจริงๆ ถึงจะเข้าใจ สำคัญสุดคือ การเข้าใจเงื่อนไขของชีวิตที่ไม่เหมือนกันนั่นแหละ หาจุดสมดุลของตัวเอง ทำเท่าที่ทำไหว เหนื่อยเกินไปก็ไม่ดี เปรียบเทียบเหมือนกับการกินข้าว กินเยอะไปก็อาเจียน กินน้อยไปก็หิว ต้องกินให้พอดี เราอยากจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนเห็นและเข้าใจว่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 ไม่ใช่สิ่งไกลตัวเลย ไม่ยากเกินไปหากเราตระหนักและหาความพอดีของตัวเองให้เจอ” ปิ่นทิ้งท้าย ด้วยว่าไม่อยากให้เรื่องราวเหล่านี้หยุดอยู่กับแค่ตัวเธอเอง แต่อยากจะส่งต่อออกไปเพื่อคนอื่นๆ ด้วย เพราะบางทีมันอาจจะชุบชีวิตใครสักคนหนึ่งขึ้นมา เหมือนกับสิ่งที่ PiN ได้สร้างสรรค์ให้กับสังคมไปแล้ว

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

PiN Metal Art

ประเภท : ธุรกิจออกแบบและผลิตงานศิลปะประดับตกแต่งที่ทำจากโลหะ
ที่ตั้ง : หจก. โชติอนันต์โลหะกิจ 13 ซอยสุขสวัสดิ์ 22 บางประกอก ราชบูรณะ กรุงเทพฯ 10140
เจ้าของกิจการ : ศรุตา เกียรติภาคภูมิ
Website : www.pinmetalart.com
Facebook : Pin Metal Art

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

Avatar

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographers

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Avatar

นัทธมน แก้วแป้นผา

เด็กภาพยนตร์ที่ชอบการถ่ายภาพมากกว่าดูหนัง

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

สวนพืชผักสมุนไพรลอยฟ้า ฟาร์มหนอนแมลงวันลายที่เลี้ยงด้วยเศษอาหาร อาหารเช้าจากไข่ไก่ออร์แกนิก และพนักงานที่สนิทกันราวครอบครัว

ทั้งหมดนี้ซ่อนอยู่ในโรงแรมสูงเสียดฟ้าใจกลางเมืองที่หรูหราระดับ 5 ดาว รับประกันด้วยคะแนน 8.9 บน Booking.com และรางวัล Certificate of Excellence จาก Tripadvisor แถมยังเป็นโรงแรมที่ Agoda ภูมิใจแนะนำอีกด้วย

นี่คือความ (ไม่) ลับทางธุรกิจที่เราได้เรียนรู้จากการคุยกับ หนิง-อลิสรา ศิวยาธร ทายาทรุ่นที่ 3 ของโรงแรม Sivatel ธุรกิจซึ่งเริ่มต้นจากที่ดินเปล่าๆ ที่ปู่ของเธอซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ 50 กว่าปีที่แล้ว ก่อนนำมาใช้สร้างอพาร์ตเมนต์ 8 ชั้น แล้วเปลี่ยนมาเป็นโรงแรม Holiday Mansion และเมื่อวันเวลาผ่านไป เพลินจิตกลายเป็นย่านหรูกลางเมือง คุณปู่ผู้เล็งเห็นถึงการปรับตัวตามกระแสโลกจึงตัดสินใจสร้างโรงแรมสูงกว่า 30 ชั้นขึ้นแทน

โรงแรม Sivatel

หนิงเป็นคนชอบงานบริหาร แม้ไม่เคยทำธุรกิจโรงแรมมาก่อน แต่ด้วยความผูกพันกับสถานที่ซึ่งเลี้ยงดูเธอให้เติบโต และความสนใจในโจทย์ใหม่น่าแก้ เธอจึงสืบต่องานดูแลโรงแรมมาโดยปริยาย

เมื่อได้นั่งแท่นบริหาร เธอพบว่าโรงแรมเดินทางมาถึงจังหวะที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันยุคสมัยขึ้น หนิงศึกษาวิธีทำธุรกิจผ่านคอร์สจำนวนหนึ่ง และได้แนวคิดในการรีแบรนดิ้งมามากมาย แต่ยังไม่มีคอร์สใดที่ตอบโจทย์ปัญหาซึ่งเธอต้องการได้ นำมาสู่การเข้าร่วมรุ่นที่ 3 ของโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอทบทวนตัวตนของ Sivatel ผ่านวิชาแห่งความพอเพียง

โรงแรมขนาดใหญ่ที่มั่นคงแล้วเช่นนี้ จะยังได้ประโยชน์อะไรจากการนำหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ไปค้นหาคำตอบพร้อมกัน

โรงแรม Sivatel

01

โรงแรมที่ตั้งมั่นอยู่บนคุณธรรม

โรงแรมที่ดีต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง คำตอบของคนส่วนใหญ่อาจอยู่ที่ความหรูหรา ความสะดวกสบาย บริการที่ดีเลิศ

แต่หนิงอยากให้ Sivatel ไปไกลกว่านั้น

โรงแรม Sivatel

ต่อให้เธอทำธุรกิจจนเกิดกำไรงอกงามก็อาจไม่มีความหมาย หากโรงแรมไม่ได้ปลูกจิตสำนึกที่ดีให้ผู้มาเข้าพักด้วย โดยเฉพาะเรื่องสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบครัวของเธอใส่ใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หลักฐานคือรางวัล Green Leaf Certification ในปี 2014 และรางวัล Bangkok Clean and Green Certification ในปี 2015 ใส่กรอบวางเรียงรายอยู่ในล็อบบี้

เมื่อมาถึงรุ่นหนิง เธออยากสานต่อเจตนารมณ์ด้านนี้ไปให้มากกว่าแค่การทำให้ได้ตามมาตรฐาน ความหวังของเธอคือการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบจริงเป็นรูปธรรม และเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความใส่ใจสิ่งแวดล้อมลงในจิตใจของทุกคนในโรงแรมด้วย

โจทย์ที่เธอมองว่าสำคัญกว่าเรื่องอื่นใดคือ เรื่องขยะ ไม่ว่าโรงแรมน้อยใหญ่เพียงใดก็ต้องเผชิญขยะปริมาณมากอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ความรับผิดชอบของโรงแรมต่อสังคม จึงควรเป็นการจัดการกับขยะเหล่านี้ให้สร้างผลเสียแก่สังคมน้อยที่สุด “เดือนหนึ่งๆ โรงแรมเราผลิตขยะ 12,000 กิโลกรัม เราคาดหวังว่าจะลดให้ได้จนถึงวันที่ไม่ผลิตขยะอะไรออกมาเลย” หนิงบอกปณิธานให้เราฟัง

การเปลี่ยนแปลงในสเกลใหญ่ขนาดนี้เป็นเรื่องยากแน่นอน แต่ทำได้ด้วยความช่วยเหลือของหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

02

พอประมาณได้ด้วยการรู้จักตน

สิ่งสำคัญที่สุดซึ่งหนิงตกตะกอนจากการเข้าร่วมโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ หลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการกิจการสร้างสรรค์ที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม คือการกลับมาสำรวจธุรกิจเพื่อค้นหาว่าตัวตนของโรงแรมแห่งนี้คืออะไร

การตั้งคำถาม ก่อกำเนิดคำว่า Sustainable Boutique Hotel หมายถึงโรงแรมขนาดอบอุ่นที่ใส่ใจความยั่งยืน

คำเหล่านี้มีที่มาจากการประมาณตนได้ชัดเจน หนิงมองเห็นว่าด้านหนึ่ง ธุรกิจโรงแรมที่สร้างขยะจำนวนมากต้องปรับให้เข้ากับรากความรักธรรมชาติของตระกูลศิวยาธร และในอีกด้าน โรงแรมแห่งนี้เล็กพอที่จะใช้วิธีการจัดการขยะแบบชาวบ้านๆ ได้

“เราตั้งใจจะทำให้โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมแห่งความสุขอย่างสมดุลและการแบ่งปันอย่างยั่งยืน จากตัวพนักงานไปถึงลูกค้าที่มาพัก ไม่เป็นแค่ความสุขของตัวเองแต่เป็นความสุขที่เกิดจากการมีส่วนช่วยเหลือสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม” หนิงอธิบาย

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

การรู้ตัวอีกอย่างคือ การรู้ว่าโรงแรมเป็นสถานที่ที่นอกจากคนมานอนแล้ว คนมักมาเพื่อกิน ผู้เข้าพักมักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องอาหาร ลูกค้าชาวต่างชาติหลายคนกินไข่กันคนละเป็นสิบฟอง และตั้งหน้าตั้งตารอคอยบุฟเฟต์ยามเช้ากันด้วยความตื่นเต้น

เมื่อมองอีกแง่หนึ่ง ในกองขยะที่โรงแรมผลิตทั้งหมด เป็นขยะเศษอาหาร (Food Waste) ไปแล้วประมาณ 30 – 40 กิโลกรัมต่อวัน หนิงจึงตั้งเป้าว่าจะแก้ปัญหานี้ เพื่อช่วยทำให้ตัวตนของ Sivatel แจ่มชัดขึ้น

03

เลือกวัตถุดิบอย่างมีเหตุผล

เมื่อรู้จักตนเองแล้ว มาถึงคำถามต่อไปว่า แล้วจะใช้เหตุผลวางแผนให้ตอบแก่นของโรงแรมอย่างไร

สิ่งที่หนิงใช้สื่อสารคือการคัดเลือกวัตถุดิบประกอบอาหาร เธอเสาะหาเกษตรกรท้องถิ่นที่น่าสนับสนุน และสั่งวัตถุดิบจากพวกเขามาใช้ ตั้งแต่ไข่ออร์แกนิกจากสองฟาร์มไก่ คือ CMK Farm ที่ลพบุรี และแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม ที่นครปฐม เมล็ดกาแฟจากอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ข้าวจากเกษตรกรที่สุรินทร์ ผลิตภัณฑ์นมเนยจากฟาร์มแดรี่โฮม และผักผลไม้อีกมากมายจากไร่รื่นรมย์ หนึ่งในสมาชิกพอแล้วดี ที่ปลูกฟักทองรสหวาน ผักเคลคุณภาพ และมะเขือเทศที่อร่อยเกินห้ามใจ

โรงแรม Sivatel

“ตอนแรกเราคิดเรื่องใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่ พี่หนุ่ย-ดร.ศิริกุล เลากัยกุล (ผู้ก่อตั้งและเทรนเนอร์โครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’) บอกให้มองมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่ใช้ฟาร์มเหล่านี้เป็น Supplier เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองไปถึงว่าโรงแรมช่วยสนับสนุนพวกเขาในด้านอื่นใดได้อีกบ้าง และช่วยทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นได้อย่างไร เช่น การช่วยพัฒนาฟาร์ม ให้ความรู้ หรือให้วัตถุดิบอื่นกลับคืน” หนิงทวนวิชาพอเพียงให้เราฟัง

ตัวอย่างการร่วมมือกับฟาร์ม เช่นการเลือกนำขยะเศษอาหารมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย หนอนเหล่านี้อาจดูผิดที่ผิดทางเมื่ออยู่ในโรงแรม แต่กลับมีคุณค่าเมื่อเธอส่งกลับไปให้ฟาร์มไก่ เพราะหนอนน้อยกลายเป็นโปรตีนชั้นดีให้ไก่กิน ทำให้วงจรอาหารของโรงแรมครบสมบูรณ์

นอกจากนั้น หนิงยังทำสวนเล็กๆ ของตัวเองบนชั้น 28 ของโรงแรม ในสวนมีพืชผักนานาชนิด ตั้งแต่ต้นหม่อนที่มีผลให้เด็ดกินได้เลย ต้นโหระพาสำหรับใช้ทำซอสเพสโต ต้นไชยาที่น่านำใบไปหมักซีอิ๊ว และต้นมินต์ที่ส่งกลิ่นหอมจนอยากนำมาทำชา เพราะรู้ตัวว่าเป็นโรงแรมเล็ก หนิงจึงมั่นใจว่าสวนขนาดย่อมที่ระเบียงตึกจะออกผลผลิตเพียงพอให้ทั้งผู้ใช้บริการและพนักงานอย่างทั่วถึงได้

โรงแรม Sivatel

04

รากฐานครอบครัวดี ช่วยให้มีภูมิคุ้มกัน

Sivatel ไม่ใช่ชื่อเรียกของที่พัก แต่เป็นชื่อการรวมตัวกันของคน 161 คน

วันที่เธอได้เรียนรู้วิชาพอแล้วดี ทำให้หนิงได้หยุดคิด แล้วกลับมาถามพนักงานทุกคนว่า ‘อะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขเมื่อมาอยู่ที่นี่’ ซึ่งคำตอบจากทุกคนนั้นสรุปได้ด้วยคำคำเดียวว่า ‘ครอบครัว’

ไม่ใช่เพราะเป็นธุรกิจที่บริหารจัดการกันในตระกูลผู้ก่อตั้ง แต่ครอบครัวในที่นี้ครอบคลุมไปถึงพนักงานในตำแหน่งต่างๆ ทั้งพนักงานฝ่ายต้อนรับ ฝ่ายจัดซื้อ คนครัวทั้งหมด หรือแม้แต่พนักงานเปิดประตู ซึ่งพวกเขาเหล่านี้อยู่กับโรงแรมมานาน ใช้ชีวิตอยู่ที่โรงแรมมากกว่าที่บ้านเสียอีก นั่นทำให้พวกเขาสนิทสนมและห่วงใยกันราวคนในครอบครัว

โรงแรม Sivatel

โรงแรม Sivatel

เมื่อเป็นเช่นนั้น หนิงจึงยกความสุขของครอบครัวใหญ่นี้เป็นสำคัญ เป็นที่มาของโครงการ Happy Workplace โมเดลหลักสำหรับขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรของโรงแรม ที่ให้พนักงานมาร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ใส่บาตรร่วมกันทุกเดือน จัดปาร์ตี้วันเกิดและทริปด้วยกัน ส่วนกิจกรรมยอดฮิตคือ การทำธนาคารขยะที่เปิดให้พนักงานทุกคนนำขยะจากบ้านมาขาย และให้ความรู้เรื่องการแยกขยะเพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นการช่วยปลูกฝังพนักงานให้เกิดจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมไปในตัว สอดคล้องกับแก่นหลักของโรงแรมพอดีเป๊ะ

ภาพที่ออกมาจึงเป็นภาพผู้บริหารระดับสูงทักพนักงานทุกคนในโรงแรมด้วยชื่อเล่น และบอกได้หมดว่าใครเป็นใคร มาจากไหน เหมือนญาติพี่น้องจริงๆ เลย

“แต่ก่อนมีผู้มาสมัครงานเพื่อใช้โรงแรมนี้เป็นทางผ่านเพื่อหาประสบการณ์ก่อนไปทำงานโรงแรมซึ่งใหญ่กว่า ตอนนี้กลายเป็นว่าหลายคนยื่นใบสมัครมาด้วยเหตุผลว่าเห็นคนที่อยู่ที่นี่มีความสุข แล้วอยากมีความสุขแบบนั้นบ้าง” หนิงบอก

เพราะเหตุนี้ Sivatel จึงมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งพร้อมจะประคองในยามที่หนิงล้ม ไม่ให้เธอต้องเดียวดาย

05

รู้เรื่อง รู้ใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้

ต้องใช้แรงมากมายแค่ไหนในการรีแบรนด์โรงแรมขนาดใหญ่เช่นนี้ เราถาม หนิงตอบว่าไม่ยาก ในเมื่อผู้นำมองเห็นทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด

หน้าที่ของหนิงจึงเป็นการไปศึกษาเรียนรู้จนเข้าใจถึงความเชื่อมโยงนั้น เธอต้องเข้าใจหน้าที่ของแต่ละภาคส่วนในโรงแรมอย่างดี เข้าใจว่าปัญหาของพวกเขา และเข้าใจว่าจะโน้มน้าวพวกเขาได้อย่างไร รวมถึงเข้าใจในแผนใหม่ที่ต้องการเสนอ เพื่อให้ยามที่เสนอมาแล้ว ทุกฝ่ายจะพยักหน้าตกลงกับเธอ

ไม่ใช่เรื่องง่าย หนิงต้องทุ่มเททั้งเวลาและประสบการณ์ เพื่อชวนให้คน 161 คนหันไปในทิศทางเดียวกัน แต่เธอก็ทำจนได้

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

ความรู้เหล่านี้ปรากฏเห็นเป็นผลชัดในเรื่องการเปลี่ยนวัตถุดิบอาหาร การโน้มน้าวใจให้ทั้งโรงแรมเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์ทั่วไปมาเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่แพงกว่าอาจฟังดูยาก หนิงทำได้โดยการพาทุกคนไปเห็นพร้อมกัน เช่นการยกทั้งโรงแรมไปดูไร่รื่นรมย์ด้วยกัน ให้ฝ่ายครัวประทับใจในรสชาติจนอยากใช้วัตถุดิบเหล่านั้น และให้ฝ่ายจัดซื้อเข้าใจสาเหตุที่ราคาวัตถุดิบต้องสูงขึ้น ส่วนฝ่ายขายก็มีความรู้ที่ถูกต้องไปนำเสนอต่อได้ หนิงทำเช่นนี้กับทุกฟาร์มที่ Sivatel จะร่วมธุรกิจด้วย นี่เองคือ ‘ความเชื่อมโยง’ ที่เธอพูดถึง

เมื่อมีความรู้มาใช้ประกอบการเปลี่ยนแปลง ขนาดที่ใหญ่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป

“แต่ก่อนเราก็เหมือนโรงแรมอื่นๆ คือฝ่ายจัดซื้อมีหน้าที่แค่ซื้อของ เขาก็จะเห็นแต่ราคาและไปติดที่คำว่าแพง แต่พอเราชี้ให้เขาเห็นครบทั้งกระบวนการ ว่าถึงตัวเลขจะดูแพง แต่เมื่อคำนึงเรื่องอายุการจัดเก็บที่ยาวนานขึ้น ทำให้มีขยะเหลือจากการตัดแต่งวัตถุดิบน้อยลง ต้นทุนมันถูกลงนะ คุณภาพของที่ได้มามันมีเหตุผลในตัวมัน เขาก็จะเข้าใจไปด้วย” เธออธิบาย

06

ความพอดีที่ยั่งยืน

ความพอของ Sivatel คืออะไร สำหรับหนิงน่าจะไม่ใช่การผลิตกำไรล้นฟ้า แต่เป็นการทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมมีความสุขมากกว่า

“ต่อให้โรงแรมทำเงินได้มากกว่านี้ 10 ล้าน 20 ล้าน แต่ทุกคนในครอบครัวยังกินข้าวเท่าเดิม ยังซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อเดิม เราไม่ได้รู้สึกว่ามันทำให้เรามีมากขึ้นสักเท่าไร

“แต่ในอีกแง่หนึ่ง ยอดขายคือความเป็นอยู่ของทุกคนในโรงแรม กำไรที่ได้จะกลายไปเป็นโบนัสตอนสิ้นปี เป็นความสามารถในการขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน เราเลยบริหารโดยถือความรับผิดชอบต่อพนักงานและความสุขของพนักงานเป็นหลัก ว่าการเลือกอยู่กับเราต้องทำให้ชีวิตเขามั่นคง และเติบโตไปได้พร้อมโรงแรม” หนิงกล่าวถึงการหาจุดพอเพียง

ในด้านตัวเลข สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจน คือปริมาณขยะที่เคยมีกว่า 12,000 กิโลกรัมต่อเดือน ตอนนี้ Sivatel ลดปริมาณลงมาได้ถึง 6,500 กิโลกรัมต่อเดือนแล้ว แน่นอนว่าหนทางยังยาวไกลกว่าจะไปถึงจุดที่ไม่มีขยะเหลือทิ้ง แต่ก็นับว่าเข็มทิศความพอเพียงช่วยชี้ธุรกิจให้เดินมาถูกทาง

ธุรกิจที่ทำให้เจ้าของได้สนุก พนักงานมีความสุข และสร้างคุณค่าให้โลกได้ จึงกลายเป็นธุรกิจที่มีคุณค่าซึ่งวัดไม่ได้ด้วยเม็ดเงิน นี่คือสาเหตุที่ทำไมธุรกิจใหญ่ขนาดนี้แล้วยังต้องหาความพอเพียง

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

Sivatel Hotel Bangkok

ประเภท : ธุรกิจโรงแรม
ที่ตั้ง : 53 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
เจ้าของกิจการ : อลิสรา ศิวยาธร
Website : www.sivatelbangkok.com

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

Avatar

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load