The Cloud x พอแล้วดี The Creator

หลังจากพบกันล่าสุดเมื่อราวปีก่อน The Cloud กลับมายืนอยู่ ณ สถานที่เดิมอีกครั้ง พื้นที่เบื้องหน้าเราในวันนี้ยังคงเป็นรั้วโรงงานสีชมพูสดใส ภายในมีเครื่องจักรขับเคลื่อนและมีผู้คนที่ขยันขันแข็งสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นใหม่จากเศษเหล็กเหมือนอย่างเช่นเคย ต่างก็ตรงที่เหตุผลของการพบกันในวันนี้เปลี่ยนไป

เรามีนัดกับ ปิ่น-ศรุตา เกียรติภาคภูมิ ศิลปินผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ PiN Metal Art ธุรกิจออกแบบและผลิตงานศิลปะประดับตกแต่ง ที่ทำจากเศษเหล็กเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

จากทายาทรุ่นสองผู้เปลี่ยนเศษเหล็กในโรงงานของที่บ้านให้กลายเป็นโคมไฟแบรนด์ดังระดับโลก ในวันนี้เธอเป็นเจ้าของแบรนด์ที่ผ่านร้อนหนาวมาพอสมควร และประสบการณ์ก็ได้หล่อหลอมให้เธอค้นพบเส้นทางของตัวเอง

จากอยากจะไขว่คว้าและแข่งขันเพื่อเอาชนะ เป็นเติบโตอย่างพอประมาณและแบ่งปัน

จากการดำเนินเส้นทางบนโลกแห่งธุรกิจอย่างเหน็ดเหนื่อย เป็นการหวนกลับมานึกถึงแก่นกลางในใจของตนเอง

ในเวลาที่เราไม่เจอกัน ปิ่นเรียนรู้การจุดสมดุลของตัวเอง จากการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับธุรกิจ และนั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เรากลับมาที่นี่

“โห เราเปลี่ยนไปเยอะมากเลยนะ ทั้งมุมมอง ความคิด ชีวิต วิธีการทำงาน ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากวันแรกหมดเลย”

ไม่บอกก็รู้ หลักฐานที่อยู่บนโต๊ะนี้มันพอจะบอกเราได้

โมเดลจำลองของสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ที่ถูกย่อส่วนให้บรรจุอยู่ในกระดาษได้ถูกวางคลี่ออกมาให้เราได้ยลโฉม จากเดิมที่ PiN ผลิตเพียงโคมไฟ เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านทั่วไป จากเศษเหล็ก ในวันนี้ PiN กล้าที่จะกระโดดออกไปรับผลิตงานโครงสร้างรูปแบบใหม่ที่ใหญ่ตระการตากว่าเดิมอยู่หลายเท่าตัว

แม้รูปแบบการทำงานจะมีการเปลี่ยนไปบ้างนั้น ทุกอย่างยังคงคิดและผลิตจากเศษเหล็กอย่างบรรจงเช่นเคย

วงสนทนาดำเนินไปอย่างไม่รีบร้อน พร้อมๆ กับเศษเหล็กที่กำลังได้รับการชุบชีวิตในทุกๆ วินาที  

ท่ามกลางเสียงกึกก้องเช่นเคย เรารับฟังอย่างตั้งใจและหวังว่าบทสนทนานี้อาจทำให้คุณได้ทบทวนและชุบชีวิตของตัวเองอีกครั้ง

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

01

ดีพอ

“ไหนบอกว่าจะทำแค่เล็กๆ ทำไมไปทำงานที่ดูยิ่งใหญ่จัง” เป็นหนึ่งในคำถามที่ปิ่นได้รับในวันที่ก้าวออกไปทำอะไรที่ใหญ่กว่าเดิม

“นับจากวันแรก งานของเราพัฒนาขึ้นในเรื่องระบบโครงสร้าง เราจำเป็นต้องใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรมที่มากขึ้น เช่น งานใหม่ที่กำลังทำนี้ ต้องขึ้นไปติดตั้งโครงสร้างบนตึกสูงซึ่งเราไม่เคยทำมาก่อนเลย โชคดีที่มีหน่วยวิศวกรเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ช่วยเหลือ จากประสบการณ์ที่เคยทำงานกับตึกสูงๆ มาก่อน” ปิ่นเล่าพร้อมชี้ให้ดูภาพร่างและพัฒนาการของงานศิลปะชิ้นใหญ่ที่เธอรับผิดชอบอยู่

“เราไม่ได้คิดว่าเราจะพัฒนามาได้ถึงขนาดนี้ ตอนแรกพนักงานที่มีก็ทำไม่เป็นนะ แต่เราออกไปหาความรู้ ถามอาจารย์คณะสถาปัตย์ หาคนช่วยทำแบบจำลองสามมิติจนรู้วิธีการว่ามันควรจะทำยังไง”

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

ปิ่นพาแบรนด์ของเธอไปพบเจอกับบุคคลหลากหลายวงการ ทั้งวิศวกร ผู้บริหาร หน่วยงานต่างๆ ที่มาเสริมกำลังความรู้ แล้วต่อเติมความฝันในการแปรเปลี่ยนเศษเหล็กให้กลายเป็นงานศิลปะที่มีมูลค่าและคุณค่าทวีคูณ

อาจฟังดูขัดแย้งเล็กน้อย เมื่อบอกว่าธุรกิจของเธออยู่ในโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’

เพราะคนเรามักจะชินกับการตีความคำว่า ‘พอดี’ ว่า หมายถึงจุดที่เราสามารถพึ่งพาตัวเองได้หมดทุกอย่าง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยใครใดๆ

แต่ปิ่นกลับมองต่างออกไป เธอเปิดรับการสนับสนุนมากมายจากคนรอบตัว และในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ให้พวกเขากลับไปด้วย

“การพึ่งพาตัวเองเป็นสิ่งที่ดี ไม่ต้องไปรบกวนใคร แต่ในโลกความเป็นจริง เราต่างคนต่างพึ่งพากันทั้งนั้น บางทีคนก็ต้องพึ่งพาเรา บางทีเราก็ต้องพึ่งพาคนอื่น เรามีสังคมแล้วก็ช่วยพัฒนากันและกัน แลกเปลี่ยนความรู้ แบ่งปัน และสร้างสรรค์ อะไรไปด้วยกัน”

02

ไม่ได้หยุด แค่หาจุดพอดี

หากมองในแง่ของธุรกิจ คงไม่แปลกที่จะมีเป้าหมายเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่สำหรับปิ่นแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากความทะเยอทะยานอยากอย่างเร่งรัดแต่อย่างใด ปิ่นเพียงแต่ผ่านประสบการณ์และประเมินสถานการณ์จนได้คำตอบว่า นี่เป็นเวลาที่จะทำอะไรสักอย่างที่ต่างไปจากเดิม

“เราทำตามกำลังและศักยภาพที่เรามีอยู่เท่านั้นเอง ถ้าไหวก็ทำ ไม่ไหวก็หาคนเข้ามาช่วยเป็นพาร์ตเนอร์หรือไม่ทำ เราต้องรู้ตัวว่าเราทำได้ประมาณไหน ชอบทำงานแบบไหน”

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

“เมื่อก่อนเราขยันในการออกงานตามนิทรรศการต่างๆ มาก ไกลแค่ไหนฉันก็จะไป สุดท้ายมาทบทวนแล้วรู้สึกว่ามันเหนื่อยเกินไปสำหรับเรา เราได้เรียนรู้ว่าเราไม่ชอบทำงานชิ้นเล็กๆ แล้วขายไปเรื่อยๆ เยอะๆ ชอบทำงานใหญ่ๆ คุยเน้นๆ หนักๆ มากกว่า เลยมาทำตรงนี้ แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ออกงานเล็กๆ น้อยๆ เลยนะ เราก็ยังทำเพื่อให้คนเห็นว่า เรายังสร้างผลงานใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่ทำแบบพอดีให้ไม่เหนื่อยจนเกินไป ซึ่งกว่าจะถึงจุดนี้ก็ทดลองแหละว่าเราทำอะไรได้บ้าง ไม่ลองไม่รู้หรอก ลองแล้วถึงได้กล้าไง” ปิ่นเล่าย้อนวันและเวลาที่ฟังแล้วเราอดชื่นใจตามไม่ได้

เมื่อเติบโตขึ้น เราอาจรู้จักตัวเองมากขึ้นและเข้าใจว่าที่ตรงไหนคือพื้นที่ที่พอดีของตัวเอง

เหมือนเราประมาณตนได้แล้วว่าเราพอประมาณแค่ไหน

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

“สิ่งที่เราเรียนรู้และเข้าใจมากขึ้นคือเรื่องของธุรกิจนะ เดิมทีเราเข้าใจว่าฉันต้องขาย ต้องได้เงินเยอะๆ ออกงานตลอดเวลา ดังแล้วคนจะเข้ามาหา แต่ตอนนี้เราคิดว่าไม่ต้องดิ้นรนขนาดนั้น ทำของเราให้ดีแล้วถ้าเจ๋งจริง คนจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง พอเป็นแบบนี้ บางทีก็มีคนถามว่าทำแบบนี้แล้วรวยหรอ”

คำถามคือ เราจำเป็นต้องรวยหรือเปล่า?

“เราไม่ได้ตามหาความรวยเป็นอันดับแรก เรามาทำตรงนี้เพราะเราอยากสร้างงานศิลปะที่สวยงามจากสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีคุณค่า แต่แน่นอนแหละว่ามันต้องมีความจริงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เราต้องรู้เรื่องธุรกิจและทำให้มันอยู่รอดเลี้ยงชีพตัวเองได้ จากขายไม่เป็นเลยก็ต้องหาทางขายให้เป็น เพียงแต่เงินไม่ได้เป็นเป้าหมายสูงสุดสำหรับเรา”

สำหรับปิ่น เรื่องเงินๆ ทองๆ นั้น พอแล้ว…ดีกว่า

03

คุณธรรมที่คุณนั้นทำ

แล้วอะไรเป็นเป้าหมายที่มีความหมายมากเกินกว่าเงินสำหรับปิ่นกัน

“มันเป็นความตั้งใจของเราที่จะทำให้คนไม่รู้ พอเขารู้แล้วมันจะรู้สึกว้าวขึ้นมา เราอยากจะทำให้คนเห็นว่าเศษเหล็กก็มีความงามของมัน”

ปิ่นยังคงปณิธานในวันแรกไว้เสมอ เธอไม่ได้คิดว่าการลงมือทำธุรกิจนี้เป็นไปเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพื่อคนและสิ่งรอบข้างด้วย วันนี้พื้นที่ในใจของเธอขยับขยายไปกว้างกว่าเดิม และพร้อมจะแบ่งปันความตั้งใจนี้ต่อไปให้ผู้อื่น

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

“ตอนแรกเราเริ่มทำเพราะคิดว่าต้นทุนมันต่ำดี ทำใหม่ก็สวยด้วยในทางศิลปะ แต่พอทำไปทำมาเรารู้สึกว่ามันเป็นการช่วยโลกในการลดขยะด้วย โลกเราทุกวันนี้มีขยะจนล้นโลกไปแล้ว เราอยากทำสิ่งเหล่านี้ให้มันไปกระตุ้นและฉุกคิดให้คนได้รับรู้อะไรบางอย่าง ถ้ามีคนทำแบบเราเยอะๆ นี่ยิ่งดีเลย จะได้ช่วยกันลดขยะแล้วสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ”

แม้เราเป็นเพียงคนตัวเล็กบนโลกใบใหญ่ที่กำลังหมุนไป แต่หากรวมกันคนละไม้คนละมือแล้ว เราอาจออกแรงเพื่อเปลี่ยนแปลงการหมุนของโลกใบนี้ไปด้วยกันได้

ไม่เพียงแต่สิ่งของไม่มีชีวิตที่บุบสลายจนเกินจะคิดเยียวยา แต่ปิ่นยังอุทิศความตั้งใจนี้ให้เป็นแรงบันดาลใจแก่สิ่งมีชีวิตที่มีลมหายใจอย่างมนุษย์เรา ๆ ด้วย

“เราอยากให้ PiN เป็นแบรนด์ที่ทำให้คนหันกลับมามองสิ่งที่ดูไม่มีคุณค่า อยากจะให้คนมองเห็นว่า เฮ้ย เศษเหล็กมันทำได้ถึงขนาดนี้เลยหรอ แล้วอยากให้คนได้กลับไปทบทวนกับตัวเอง วันที่เขาอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ลองคิดดูดีๆ ทำไมเราจะทำชีวิตของเราให้ดีขึ้นไม่ได้ล่ะ เศษเหล็กยังเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลย สิ่งสำคัญของการทำแบรนด์นี้คือนอกจากเราจะชุบชีวิตของเศษเหล็กแล้ว เราอยากชุบชีวิตคนที่อยู่รอบๆ ขึ้นมาด้วย”

PiN งานศิลป์จากเศษเหล็กที่ชุบชีวิตผู้คนและธุรกิจให้อยู่ดีอย่างพอแล้วดี PiN งานศิลป์จากเศษเหล็กที่ชุบชีวิตผู้คนและธุรกิจให้อยู่ดีอย่างพอแล้วดี

ธุรกิจที่ดีบางทีอาจไม่ได้มีจุดมุ่งหมายปลายทางเป็นกำไรสูงสุด แต่เป็นชีวิตผู้คนรอบข้างที่ได้เปลี่ยนไปเมื่อมาอยู่ตรงนี้และสร้างฝันไปด้วยกัน

“ช่างเขาทำไปเขาก็เห็นความงาม เขาเชื่อมเหมือนเดิมแต่ผลลัพธ์ที่ได้มันต่างกัน มันสวยและมีความหมาย เขาก็ภูมิใจในงานของตัวเอง เวลาเราเอางานไปแสดงที่ไหนเราก็จะบอกตลอดว่า นี่เป็นผลงานของใคร ช่างก็จะมีความสุขมาก เขาตอบได้เต็มปากเลยว่าเขาเป็นช่างติดตั้งงานศิลปะ

“สำหรับเราสำคัญที่สุดคือเรื่องคุณธรรมความดี ทำธุรกิจแล้วต้องไม่ทำร้ายผู้คนรอบข้าง เราคิดเสมอว่า ช่างของเรามีความสุขหรือเปล่า เขาได้รับเงินที่เพียงพอและลูกเมียเขามีความสุขหรือเปล่า เรารู้สึกว่าเราไม่ได้ทำไปเพื่อรวยเพียงตัวคนเดียว ถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีเรา”

04

เงื่อนไขที่ขานไข

คนเราล้วนมีชีวิตที่แตกต่างกันตามเงื่อนไขและความต้องการ ความรู้และความสามารถของตัวเอง อย่างปิ่นและพี่น้องเกิดและโตในที่เดียวกัน ยังคิดเห็นและเลือกทางเดินในชีวิตแตกต่างกันเลย พี่ชายทำโรงงาน พี่สาวจบวิศวกรรมศาสตร์แต่มาทำบัญชีให้ที่บ้าน ขณะที่เราเรียนศิลปะ ซึ่งถ้าเราเลือกที่จะเป็นศิลปินก่อน เราอาจจะไม่ได้มีประสบการณ์การทำงานแบบนี้ จะไม่มีแนวทางการทำงานและทัศนคติในการทำงานกับคนอื่นแบบนี้ เราอาจจะเป็นศิลปินที่อยู่คนเดียว มีความเป็นตัวเองสูง

“เมื่อก่อนเราถามตัวเองว่าทำไมจะต้องมานั่งขายของแบบนี้ด้วย แต่เมื่อเห็นความเป็นจริงของชีวิตว่าเราเลิกทำโรงงานนี้ไม่ได้ พ่อแม่ทำเหล็กมาตั้งแต่เกิด จะให้ทิ้งทุกอย่างไปได้ยังไง พนักงานที่เขาอยู่กับเรามาตลอดจะทำยังไง เราเอาตัวเองรอดคนเดียวไม่ได้ เมล็ดที่พ่อแม่ปลูกมามันโตขนาดนี้แล้ว เราก็อยากทำให้มันงอกเงยต่อไป” ปิ่นเล่า

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

“ตอนนี้ เราพยายามจะพาตัวเองกลับไปเป็นศิลปิน” ปิ่นตอบทันทีถึงเส้นทางอนาคต หลังจากที่เราถามเกี่ยวกับความฝันขั้นต่อไป

“ที่ผ่านมา เราหนีความเป็นศิลปินมาตลอด ด้วยความคิดที่ว่าเราอยู่ไม่รอดแน่ๆ ในประเทศนี้ โลกของความเป็นจริงและการทำแบรนด์ PiN จนถึงจุดที่ธุรกิจเติบโตและมีตัวตนชัดเจนจากความรู้และประสบการณ์ที่มีมากขึ้นทุกวัน เราก็เริ่มค้นหาความต้องการในใจของตัวเอง อยากทำออกมาในรูปแบบงานนิทรรศการศิลปะ” ปิ่นเล่า ก่อนจะเสริมว่าในช่วงเวลาที่ไม่แน่ใจ พี่หนุ่ย (ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้ก่อตั้งโครงการพอแล้วดี The Creator) ยืนยันกับปิ่นเสมอว่า เธอทำได้ ให้ความเชื่อมั่นในตัวเองด้วยการบอกว่า งานของเธอจะไม่ได้แสดงแค่ตามงานแฟร์เท่านั้น แต่มันจะเข้าไปอยู่ในแกลเลอรี่

กับความฝันที่มีคุณค่า ระหว่างที่รอจังหวะเวลา การเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์อาจจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

05

แบ่งปันปัญญา

“พอเพียงไม่ได้จำเป็นที่จะต้องอยู่แค่ในไร่ในนาหรือมีแค่เกษตรกรเท่านั้นที่จะเข้าใจ” ปิ่นเล่าจากประสบการณ์ที่ได้ผ่านมาด้วยตัวเอง และเชื่อว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้เป็นทฤษฎีที่จับต้องยากหรือต้องวางไว้อยู่บนหิ้ง แต่เป็นเข็มทิศนำทางที่เราสามารถเอามาปรับใช้ได้กับตัวเองทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามแต่

“อย่างตอนแรกเราไม่ชอบโรงงานนี้เลย แต่คำถามคือเราจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขได้อย่างไร ทุกคนพยายามจะหลีกหนีในสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการทั้งนั้น ไม่ชอบจะอยู่ไปทำไม ใช่ไหมล่ะ แต่เรามองเห็นความจริง เราอยู่กับสิ่งที่เรามีด้วยเหตุผล เรารู้เลยว่าเราต้องทำอะไร”

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

หากลองมองดูให้ดี อาจไม่มีปัญหาอะไรใหญ่เกินตัว เพียงเรารู้จักพอ

ไม่ไขว่คว้าดิ้นรนจนเกินตน แต่ตื่นและตระหนักในความเป็นจริงของชีวิตคนอย่างไม่ตื่นตระหนก

“ตอนที่เราไปเรียนกับโครงการพอแล้วดีแรกๆ ก็งงนะว่ามันคืออะไร จนได้ลงมือทำจริงๆ ถึงจะเข้าใจ สำคัญสุดคือ การเข้าใจเงื่อนไขของชีวิตที่ไม่เหมือนกันนั่นแหละ หาจุดสมดุลของตัวเอง ทำเท่าที่ทำไหว เหนื่อยเกินไปก็ไม่ดี เปรียบเทียบเหมือนกับการกินข้าว กินเยอะไปก็อาเจียน กินน้อยไปก็หิว ต้องกินให้พอดี เราอยากจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนเห็นและเข้าใจว่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 ไม่ใช่สิ่งไกลตัวเลย ไม่ยากเกินไปหากเราตระหนักและหาความพอดีของตัวเองให้เจอ” ปิ่นทิ้งท้าย ด้วยว่าไม่อยากให้เรื่องราวเหล่านี้หยุดอยู่กับแค่ตัวเธอเอง แต่อยากจะส่งต่อออกไปเพื่อคนอื่นๆ ด้วย เพราะบางทีมันอาจจะชุบชีวิตใครสักคนหนึ่งขึ้นมา เหมือนกับสิ่งที่ PiN ได้สร้างสรรค์ให้กับสังคมไปแล้ว

PiN, เศษเหล็ก, ปิ่น ศรุตา, ธุรกิจ, พอแล้วดี

PiN Metal Art

ประเภท : ธุรกิจออกแบบและผลิตงานศิลปะประดับตกแต่งที่ทำจากโลหะ
ที่ตั้ง : หจก. โชติอนันต์โลหะกิจ 13 ซอยสุขสวัสดิ์ 22 บางประกอก ราชบูรณะ กรุงเทพฯ 10140
เจ้าของกิจการ : ศรุตา เกียรติภาคภูมิ
Website : www.pinmetalart.com
Facebook : Pin Metal Art

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

นัทธมน แก้วแป้นผา

เด็กภาพยนตร์ที่ชอบการถ่ายภาพมากกว่าดูหนัง

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

แกงหมูชะมวง มัสมั่นทุเรียน ถั่วฝักยาวผัดกะปิกุ้งแห้ง

ยำมังคุด สละลอยแก้ว และไอศกรีมส้มมะปี๊ด

ถ้าถามถึงของดีเมืองจันท์ ฉันจะมีคำตอบในใจอยู่ 2 อย่าง หนึ่งคือ ชุมชนริมน้ำจันทบูร ชุมชนซึ่งเต็มไปด้วยตึกแถวเก่าแก่ที่มีชีวิตเพราะยังมีคนอาศัยอยู่จริง ส่วนสองคือ ‘จันทรโภชนา’ ร้านอาหารในชุมชนแห่งนี้ ที่มัดใจฉันไว้ด้วยรสชาติแสนอร่อยไม่ซ้ำใคร เพียงกินแค่ครั้งเดียว ลิ้นก็จดจำความกลมกล่อมได้แม่น จนอยากกลับไปจันทบุรีทุกครั้งที่มีโอกาส

จันทรโภชนา

จันทรโภชนา

ร้านจันทรโภชนาถือกำเนิดจากฝีมือการทำอาหารระดับพระกาฬของ คุณแม่ละออง วงษ์ทองสาลี และ คุณน้าไพจิตต์ วนานันท์ ก่อนต่อยอดจนโดดเด่นได้ด้วยการวางแผนอย่างละเอียดอ่อนของ อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ทายาทรุ่นสองผู้เป็นเจ้าของกิจการคนปัจจุบัน ซึ่งควบตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียน ‘พอแล้วดี the Creator’ ห้องเรียนหลักการบริหารธุรกิจด้วยปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม และจันทรโภชนาก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างเชิงปฏิบัติของธุรกิจร้านอาหาร

ความพอเพียงช่วยยกระดับจันทรโภชนาให้เป็นมากกว่าแค่ร้านอาหารที่อร่อย แต่มีคุณค่าส่งผลถึงชุมชนรอบด้าน เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิตเข้มแข็งขึ้น

ร้านอาหารดีๆ แบบนี้นำบทเรียนเรื่องความพอดีมาปรับใช้อย่างไรบ้าง ไปฟังกัน

จันทรโภชนา

01

ร้านอาหารที่เติบโตไปพร้อมชุมชน

จุดเริ่มต้นของทุกอย่างมาจากเมื่อเกือบ 9 ปีที่แล้ว อุกฤษฏ์ตัดสินใจลาออกจากงานในวงการโฆษณา แล้วกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดจันทบุรี

เขาพบกลิ่นอายของบ้านเกิดที่เคยหลงลืมไป และอยากนำองค์ความรู้ที่ตนเองสั่งสมจากการทำงานครีเอทีฟมาพัฒนาร้านอาหารของครอบครัวดูบ้าง ซึ่งเมื่อลองมองดูให้ดี เขาคิดว่าควรมองให้ไกลกว่าการทำธุรกิจเดียวโดดๆ แต่ครอบคลุมไปถึงชุมชนริมน้ำจันทบูรโดยรวมด้วย

เพราะการพัฒนาไปพร้อมกันน่าจะช่วยให้ทั้งชุมชนและร้านยั่งยืนกว่า แก่นของร้านจันทรโภชนาจึงวางไว้สอดคล้องอย่างพอดีกับแก่นของชุมชน ซึ่งได้แก่ความเป็นเมืองเก่าที่งดงามอย่างดั้งเดิม แต่ก็มีพื้นที่ว่างมากพอให้เกิดการต่อยอดเพื่อเติบโตได้ รวมถึงการเป็นแหล่งผลไม้ประจำชาติแสนอร่อย

สิ่งที่จันทรโภชนาสังเคราะห์ออกมาจากความเป็น ‘จันท์’ คือการเพิ่มคุณค่าความเป็นท้องถิ่นผ่านอาหาร อุกฤษฏ์อธิบายว่า “เราอยู่ในธุรกิจอาหาร เราก็อยากจับอาหารนี่แหละมาเป็นตัวชูโรงให้คนรู้จักจันทบุรีมากขึ้น โดยหวังว่าถ้าร้านเราเติบโต เหล่าเขียงหมูและร้านขายปลาที่แม่พี่เคยซื้อ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นก็ต้องเติบโตไปกับเราด้วย”

เมื่อธุรกิจรู้จุดเด่นของตัวเอง มีเป้าหมายชัดเจนแล้ว ก็พร้อมออกเดินทาง

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

02

การวางแผนที่ต่อเนื่องมาจากปณิธานตั้งต้น

การวางแผนธุรกิจที่ดี คือการเลือกถนนหนทางที่ใช่ โดยมีแนวคิดที่ตั้งไว้เป็นคล้ายเข็มทิศ ชี้ว่าควรทำสิ่งใด และตัดสินใจอย่างไร

ที่ร้านจันทรโภชนา อุกฤษฏ์ให้ความสำคัญกับเรื่องการเลือกวัตถุดิบมากที่สุด ซึ่งการเป็นร้านอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงกว้างไกล ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายเข้ามาติดต่อ แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธ และนำชื่อเสียงที่มีไปเล่าให้ผู้ผลิตรายเล็กในท้องถิ่นฟัง เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ผลิตรายเล็กหมั่นพัฒนาตัวเอง เช่น เขียงหมูต้องใช้หมูที่ได้มาตรฐานมากขึ้น ร้านขายปลาต้องมีเฉพาะปลาตามฤดูกาลเท่านั้น ร้านผักต้องหันมาปลูกผักอินทรีย์ ผลที่ออกมาจึงดีกับทั้งร้านและชุมชน เพราะธุรกิจก็มีความเฉพาะตัว ส่วนชุมชนก็ได้พัฒนา

อีกด้านหนึ่ง กลยุทธ์ในการเติบโตของร้านก็ต้องเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลด้วย สะท้อนจุดยืนของร้านที่มาจากแก่นที่อุกฤษฏ์ตั้งไว้ “ธุรกิจไม่ได้เติบโตที่ขนาด แต่เติบโตที่การเพิ่มคุณค่าท้องถิ่นให้เปล่งปลั่งมากขึ้น จันทรโภชนาจะไม่เอาเสน่ห์ออกไปเดินทางไกล แต่อยากให้คนมาเจอเสน่ห์ของเมืองจันท์ที่ร้านมากกว่า”

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

03

ใช้ความรู้ช่วยให้บรรลุเป้าหมาย

ในธุรกิจร้านอาหาร สิ่งที่สร้างการแข่งขันและชี้วัดความอยู่รอดที่สำคัญคือ ความรู้ด้านการทำอาหาร ซึ่งสำหรับจันทรโภชนาที่ใช้กลิ่นอายของท้องถิ่นเป็นแก่นของร้าน อุกฤษฏ์บอกว่ามากกว่ารสชาติอาหาร ความรู้ที่สำคัญคือความรู้จริงเกี่ยวกับวัตถุดิบท้องถิ่นและความคิดสร้างสรรค์พลิกแพลงวัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้มา ประยุกต์อย่างไรให้ออกมาถูกปากจนทุกคนติดใจ บางวัตถุดิบอร่อยมากอยู่แล้ว อย่างชะมวงหรือทุเรียน ทำอย่างไรให้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก หรือแม้แต่ในวัตถุดิบที่ไม่ถูกปาก การรู้จักธรรมชาติจะช่วยรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ออกมาได้มากมาย

“ตอนนี้เรากำลังจะเปิดร้านกาแฟด้วย แทนที่จะไปซื้อกาแฟดังๆ จากมาดากัสการ์ เราซื้อกาแฟอาราบิก้าจากเขาสอยดาว และโรบัสต้าในท้องถิ่นมา ถ้าชงดื่มไม่อร่อย เราก็ทำเป็นอย่างอื่น เช่น กรานิต้ากินกับไอศครีมกะทิ หรือเราอยากขายขนมปัง เราก็จะทำยีสต์จากผลไม้เมืองร้อนอบแห้ง เช่น มะละกอ สับปะรด ลำไย ที่ปลูกในเมืองจันท์นี่เอง” อุกฤษฏ์ยกตัวอย่างให้ฟัง

นอกจากจะทำให้เมนูของที่นี่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ยังสร้างมาตรฐานความอร่อยให้กับเมนูหน้าตาสวยและมีเรื่องราวเล่านี้ ชวนให้เราอยากกลับมากินอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

จันทรโภชนา จันทรโภชนา จันทรโภชนา

04

การให้เกียรติก่อให้เกิดภูมิคุ้มกัน

“ก๋งสอนแม่ไว้ว่า การมีเพื่อนบ้านที่ดี เหมือนมีกำแพงแก้วคุ้มครอง” อุกฤษฏ์ทวนสำนวนเก่าที่นำมาใช้ได้แม้กับโลกยุคใหม่ เขามองว่าการให้เกียรติชุมชนรอบด้านเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากธุรกิจช่วยเกื้อกูลชุมชนด้วยความถ่อมตัว เมื่อถึงวันที่ธุรกิจต้องเผชิญมรสุม ชุมชนก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยประคับประคองเป็นการตอบแทน

ความเคารพที่อุกฤษฏ์มีต่อชุมชน สะท้อนผ่านการสื่อสารพูดคุยกับบ้านแต่ละหลังในชุมชนด้วยตัวเอง เขาเล่าขำๆ ว่าตัวเองแทบจะเป็นเหมือน สสส. ที่ไล่แวะทักทายคุณลุงคุณป้าไปตามบ้าน เพื่อพูดคุย รับฟัง และยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน โดยที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ทุกคนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน และรับรู้ถึงความมุ่งมั่นแต่นอบน้อมของร้านจันทรโภชนา ไม่ใช่ในฐานะจุดเด่นชุมชนริมน้ำฯ แต่ในฐานะผู้นำของคนรักชุมชนริมน้ำฯ

นอกจากชุมชนแล้ว อุกฤษฏ์ยังให้ความสำคัญกับการให้เกียรติธรรมชาติร่วมด้วย

เพราะจันทรโภชนาเป็นธุรกิจร้านอาหารที่มีผักและผลไม้เป็นทรัพยากรสำคัญ ร้านจึงต้องบริหารทรัพยากรเหล่านี้ให้ดีเพื่อรักษาธุรกิจให้แข็งแรงมั่นคง ซึ่งเขาบอกว่าการบริหารให้ดีจำเป็นต้องให้ธรรมชาติช่วย นั่นคือ ต้องหมั่นสังเกตความเป็นไปในสิ่งแวดล้อม ว่าช่วงไหนที่ธรรมชาติจะออกพืชผลอร่อย แล้วเลือกใช้วัตถุดิบตามนั้น

“เมนูส้มตำทุเรียนและมัสมั่นทุเรียนของเรา เกิดมาจากช่วงที่ทุเรียนถูกมาก จนวันหนึ่งกลายเป็นเป็นเมนูจานดังของร้าน ที่คนมากินเยอะและก็อยากจะกินตลอดปี แต่เราทำไม่ได้ ผลผลิตที่อร่อยที่สุดต้องมาอย่างเป็นธรรมชาติ การใช้ผลผลิตนอกฤดู ทำอย่างไรความอร่อยก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ช่วงนอกฤดูทุเรียน เราจะนำเสนอเมนูอื่นมาทดแทน ซึ่งแฟนประจำของร้านก็จะกินได้ไม่มีวันเบื่อ” อุกฤษฏ์เล่า

จันทรโภชนาทำให้เรานึกถึงธุรกิจที่ปรับตัวตามสภาพอากาศ หมายความว่าแม้ในวันที่ไม่มีวัตถุดิบหนึ่ง ก็จะยังอยู่ได้ เพราะมีวัตถุดิบอื่นแทน

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

05

ในทุกขั้นตอนต้องมีความสมดุล

ตลอดช่วงเวลาที่พูดคุยกันอุกฤษฏ์มักจะพูดถึงความสมดุลอยู่เสมอ

“ความสมดุล ไม่ได้หมายความว่าขวาซ้ายจะต้องเท่ากัน ขวาอาจมากกว่า ซ้ายอาจมากกว่า ถ้าเรารู้จักที่จะเร่งตอนที่ควรเร่ง และหยุดตอนที่ควรหยุด ชีวิตก็จะไปถูกทาง” อาจารย์ใหญ่ของห้องเรียน ‘พอแล้วดี The Creator’ บอกเรา

ความสมดุลของจันทรโภชนาเห็นได้ชัดจากเมนูอาหาร ร้านไม่ได้ทำอาหารทุกประเภท แต่ทำเพียงอาหารบ้านๆ แบบที่ร้านถนัด เมื่อรู้สมดุลของร้านตัวเองแล้ว ก็จะรู้จุดที่ควรพอ และเหลือพื้นที่ให้ธุรกิจอื่นๆ ได้เติบโตด้วย หากอยากกินอาหารประเภทอื่น เช่น ก๋วยเตี๋ยวหรือส้มตำ ก็มีร้านในจันทบุรีอีกมากมายที่อุกฤษฏ์อยากแนะนำให้คนต่างถิ่นแวะไปลองชิมนอกเหนือจากการมาอุดหนุนที่ร้านจันทรโภชนา

“เรามักจะบอกพนักงานในร้านเสมอว่า ให้ทำตัวเป็นทูตสันถวไมตรี เพราะคนมาร้านเราเยอะกว่าไปศูนย์ท่องเที่ยวจังหวัดอีก ถ้าลูกค้าอยากรู้อะไรเราเลยต้องไปหาคำตอบมาให้ได้ ข้างโทรศัพท์ของร้านจะมีลิสท์ร้านอาหารกับโรงแรม พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ถ้าใครโทรมาจองตอนร้านเราเต็ม จะแนะนำได้ทันทีว่าให้ไปร้านนี้ โรงแรมนั้นแทน” อุกฤษฏ์เล่าด้วยความภูมิใจ

จันทรโภชนา

06

ความพอเพียงเปลี่ยนชีวิต

เมื่อเราชวนให้อุกฤษฏ์จินตนาการถึงโลกที่จันทรโภชนาไม่ได้นำความพอแล้วดีมาใช้ เขาตอบว่า “ถ้าเราไม่ได้ใช้หลักการเศรษฐกิจพอเพียงกับร้าน เราก็คงเป็นแค่ร้านทั่วไปอีกร้านหนึ่ง เราอาจจะมีเมนูอะไรมากมายไปหมด และเผลอทำสิ่งที่ไม่ได้เป็นตัวเรา”

ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ชุมชนจันทบูรเป็นชุมชนอบอุ่นมีเอกลักษณ์ที่ใครๆ ก็พูดถึงและอยากแวะเวียนมา พร้อมกับร้านจันทรโภชนาที่อยู่ได้อย่างมั่นคง แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ให้แตกหน่อต่อยอดพัฒนาอีกมากมาย

เพราะความสุขที่เขาได้รับจากการใช้แนวคิดความพอเพียงกับร้านอาหารของครอบครัว ทำให้อุกฤษฏ์อยากเผยแพร่เรื่องราวความพอแล้วดี ไม่ว่าจะผ่านการบอกเล่า หรือผ่านการพามาเรียนรู้ เผื่อใครที่ผ่านไปผ่านมาจะได้นำบางส่วนของแนวคิดนี้ไปใช้ ทั้งกับธุรกิจ และกับชีวิตของตัวเองด้วย

ให้เกิดความสุขจากการพอเพียงกันโดยถ้วนหน้า

จันทรโภชนา

จันทรโภชนา

ประเภท: ธุรกิจร้านอาหาร
ที่ตั้ง: 86/20 ถนนมหาราช ตำบลตลาด อำเภอเมืองฯ จังหวัดจันทบุรี 22000
เจ้าของกิจการ: อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี
Facebook: Chanthornrestaurant
โทร: 039 327 179

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load