เมื่อกลางปี The Cloud ชวนคนอ่านไปทำความรู้จักกับกิจการมากหน้าหลายครามในงาน ‘สกลเฮ็ด’

เรากลับไปเยือนสกลนครอีกครั้ง แม่นแล้วคราฟต์! สองเท้าของเรากำลังเดินตรงไปหาร้านผ้าทอย้อมสีธรรมชาติแบรนด์Mann Craft’ ของ แมน-ปราชญ์ นิยมค้า คนรุ่นใหม่ผู้ปลุกชีพต้นครามแห่งเมืองสกลฯ ให้งอกงามขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อชวนหนุ่มอีสานเว้าถึงครามรัก หรือความรักที่มีต่อครามตลอดจนการต่อยอดหัตถกรรมอีสานศิลป์

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แมนเป็นหนุ่มสกลนครโดยกำเนิด แต่เข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ มีโอกาสกลับบ้านบ้างบางครั้งบางครา หลังเรียบจบปริญญาโทด้านการออกแบบเขาประกอบอาชีพเป็นครีเอทีฟรายการกีฬาอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งคุณแม่ไม่สบาย เขาจึงถือโอกาสกลับสกลนครมาดูแลคุณแม่อย่างจริงจัง

เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาอยากทำงานสร้างสรรค์ตามถนัด แมนเริ่มมองหาสิ่งที่เป็นไปได้ในเมืองขนาดเล็กของภาคอีสาน และพบว่าหัตถกรรมดั้งเดิมอย่างการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติภายใต้แนวความคิด ‘สืบสาน สร้างสรรค์ อีสานศิลป์’ ของเขาตอบโจทย์และโดนใจ

“เราอยู่ในสกลฯ เป็นคนสกลฯ เราอยากจะสร้างคุณค่าให้กับชุมชน สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เรามี เป็นโอกาสดีที่เราจะทำให้ศิลปะของอีสานหรือสกลนครเป็นที่รู้จักมากขึ้น”

เส้นทางสีครามของ Mann Craft จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

01

เริ่มต้นด้วยความรักที่มีต่อคราม

ในปีแรกของการกลับบ้าน แมนหมายมั่นจะพาของดีเมืองสกลฯ จากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างเครื่องจักสาน เสื่อทอมือ เครื่องปั้นดินเผา ไปอวดสายตาชาวโลกผ่านการติดต่อกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แต่เขากลับพบความเป็นจริงว่าลูกค้าทั้งไทยและเทศชื่นชอบงานผ้ามากกว่า แมนจึงเลือกตัดสิ่งที่เป็นไปได้ยากออกและเริ่มมองหาสิ่งที่เขารัก รักจนอยากจะนำมาประกอบเป็นอาชีพ

การออกแบบ ศิลปะ และงานหัตกรรม คือสิ่งที่แมนรัก

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“เราสนใจการทอผ้าและการย้อมสีธรรมชาติของอีสานศิลป์  อยากจะสืบสานแล้วก็สร้างสรรค์ เอางานทักษะดั้งเดิมมาปรับรสชาติใหม่ตามรสนิยมของเรา นอกจากเรื่องความชอบส่วนตัว เราดูความต้องการของตลาดด้วย จะเห็นว่าเราทำงานแบบไม่ตามเทรนด์นะ แม้เราดูหนังสือแฟชั่น ดูนิตยสาร ดูอินสตาแกรม เราดูเพราะเราชอบ แต่ไม่ได้ดูเพื่อจะมาทำตามแบบใคร เราดูเพื่อที่จะไม่ทำเหมือนเขาเพราะงานหัตถกรรมของเราเน้นความคลาสสิก”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แนวทางของแมน งานคราฟต์คือ Wearable Art หรืองานศิลปะบนผืนผ้า ที่ตัวผู้สวมใส่มีส่วนร่วมในการผลิต แถมยังหยิบมาใช้กี่ปีก็ไม่มีตกยุค อาทิ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าแขวนผนัง และสารพัดผ้าอเนกประสงค์จากการทอมือและย้อมสีธรรมชาติ

“ครามเป็นสีแห่งความสุข น้อยคนมากที่เห็นสีครามแล้วจะไม่ตกหลุมรัก” ไม่บอกก็รู้ว่าแมนตกหลุมรักสีครามเข้าขั้นไหน สังเกตจากแววตาเป็นประกายและสีสันจากธรรมชาติบนผืนผ้าคละขนาดภายในร้านมากกว่าครึ่งล้วนมาจากครามหลากเฉดสี

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

02

ต้องศึกษาหาความรู้เพื่อจะให้ความรู้

ครอบครัวของแมนรับราชการ แน่นอนว่าทอผ้าและย้อมสีเป็นสิ่งไม่ถนัด แต่ชายหนุ่มมือเปื้อนครามมองว่าเป็นข้อดี เพราะสิ่งนี้จะทำให้เขากระโดดออกนอกกรอบได้อย่างเต็มที่ งานของแมนจึงไม่มีสูตรสำเร็จ แถมการเสาะหาความรู้และเทคนิคใหม่ๆ นำกลับมาทดลอง ยังเป็นความท้าทายของเขา

มือครามทดลองเริ่มจากไปหาย่ายายคนเก่งประจำชุมชนเพื่อเรียนรู้กระบวนการย้อมครามและสีจากธรรมชาติแบบดั้งเดิมใหม่ตั้งแต่ต้น หากสังเกตครามทั่วไปหลังย้อมแล้วจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่เอกลักษณ์ของ Mann Craft จะเป็นครามสีอ่อน และไล่เฉดสีคราม ซึ่งแมนทำได้มากสุดถึง 52 เฉดสี จากการทดลองเขายังนำครามมาสกัดเป็นหมึกสำหรับเพนต์ลงไปบนผืนผ้าอีกด้วย

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

ผ่านทักษะการย้อม แมนลุยต่อกับทักษะทอผ้า แมนลงลึกเรียนรู้กับช่างทอในชุมชน ขับรถจากสกลฯ ไปเรียนถึงทองหล่อก็ทำมาแล้ว เพื่อจะได้รู้โครงสร้างของผ้า เส้นยืน เส้นพุ่ง และส่วนประกอบของอุปกรณ์ทอผ้า แล้วนำข้อมูลกลับมาสื่อสารกับช่างทอขาประจำของ Mann Craft เพื่อที่จะได้คุยภาษาเดียวกัน และทำงานกันอย่างเข้าใจและราบรื่น

หลังจากจบหลักสูตรทอผ้าและย้อมสี นักครามทดลองอย่างแมนยังเชื่อว่ายังมีองค์ความรู้อีกมากที่จำเป็น เขาจึงตัดสินใจบินตรงไปแดนอาทิตย์อุทัย เพื่อเรียนกระบวนการพิมพ์ภาพแบบญี่ปุ่นกับคุณแม่ของเพื่อนซึ่งเป็นศิลปินย้อมกิโมโนจากสีธรรมชาติ หรือบางครั้งแมน ผู้มีโอกาสไปเป็นคุณครูสอนไกลถึงอินเดีย ก็ถือโอกาสเป็นนักเรียนไปด้วยในคราเดียว

“เราอาจจะเป็นตัวอย่างของคนทำงานหัตถกรรมรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ แต่เราก็ให้ความเคารพกับภูมิปัญญาดั้งเดิม เราไม่ได้เรียนเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบในท้องถิ่น มันเลยสนุกทุกครั้งเวลาลงมือทำ”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แมนกระโดดออกนอกกรอบจนเราทึ่ง! หลายๆ เรื่องที่เขาเล่าให้ฟังทำให้เรารู้สึกสนุกตามไปกับเขาด้วย เช่น เขาบอกคุณแม่ช่างทอให้สร้างสรรค์ลาย 6 ลายไม่ซ้ำกันในผ้าผืนเดียว หรือผ้าพันคอ 1 ผืนจะมีทั้งการทอลาย จุ่มสีเปลือกไม้ ย้อมสีคราม เพนต์ลายด้วยหมึกคราม และจบด้วยการพิมพ์ภาพด้วยโคลนธรรมชาติ

ส่วนเทคนิคไล่เฉดสีที่เราชอบมาก นอกจากจะไล่สีคราม เขายังนำสีธรรมชาติจาก เหลืองใบสมอ น้ำตาลเปลือกไม้ 2 ชนิด และฟ้าคราม เบลนด์ทุกสีเข้าด้วยกันผ่านมือช่างทอฝีมือดีและนักครามทดลองฝีมือเด่น ทั้งหมดนี้มาจากกระบวนการที่เขาต้องทดลองย้อมสีจากธรรมชาติจนกว่าจะพอใจ จับสีมาเรียงกัน เลือกชุดสีที่ผ่านเข้ารอบ แปะตัวเลขให้ช่างทอเรียงสีได้ง่าย คงคล้ายกับการใช้หลอดแก้วจิ้มสีดีโดนใจใน Swatch ของโปรแกรมประจำตัวนักออกแบบ

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“ทำไมถึงเลือกใช้เทคนิคมากมายขนาดนี้กับผ้าหนึ่งผืน” เราถาม

“ถ้าใช้เพียงเทคนิคเดียวก็ไม่ท้าทายสิ” เขาพูดพร้อมยิ้มอย่างสุภาพ

03

คนหัวใจสีครามเดียวกัน เปิดโอกาสและให้เกียรติ

แมนทำงานร่วมกับชุมชนบ้านนาจาน ชุมชนบ้านนานกเค้าและเครือข่ายเกษตรกรชุมชนของจังหวัดสกลนคร ซึ่งกว่าจะเจอคนหัวใจสีครามเหมือนกัน เขาบอกเจือเสียงหัวเราะว่า “เจ็บมาเยอะ เจอทั้งดีบ้าง ไม่ดีบ้าง” เหตุผลที่แมนให้ความสำคัญกับการเลือกชุมชนที่เขาทำงานด้วยอย่างหนัก เป็นเพราะถ้าพวกเขากลมเกลียว กิจการ Mann Craft ก็จะเหนียวแน่นไปด้วย

“พอเรารวมกันเป็นกลุ่มก้อนแล้วอยู่กันแบบเครือญาติด้วยความจริงใจ สร้างอาชีพให้เขาอย่างมั่นคง เขาก็จะชักชวนกันมา กลุ่มของเราอาจไม่ใช่ช่างฝีมือที่ดีที่สุดในจังหวัดหรือประเทศ แต่เป็นกลุ่มที่เขาพร้อมจะพัฒนาไปกับเรา เขาเชื่อมั่นในการทดลองและการสร้างสรรค์ของเรา นับเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างหนึ่ง”

แมนเลือกทำงานกับ 2 ชุมชน เพราะความหลากหลายของผ้า ความพิเศษของชุมชนบ้านนาจาน ช่างทอจะทอเฉพาะลวดลายดั้งเดิมเท่านั้น อย่างลายมัดหมี่ ลายลูกแก้ว ลายลูกหวาย ฯลฯ ส่วนชุมชนบ้านนานกเค้าจะไม่ทอลายดั้งเดิม แต่จะทอลวดลายร่วมสมัย ใช้เทคนิคการเหยียบตะกอสร้างลวดลายใหม่ เช่น ลายสายฝน แมนออกคอลเลกชันพอดีกันกับฤดูฝน ใช้เทคนิคการทอผ้าแบบเท้าเหยียบ 4 ตะกอ

บางครั้งเพื่อนร่วมงานต่างวัยของแมนก็มีลวดลายทอผ้าแปลกตามาเสนอ ซึ่งแมนก็สนองด้วยการให้ลองทอมาก่อน หากออกมาแล้วพอใจทั้งคนเสนอและคนสนอง ก็จะนำมาพัฒนาต่อในลำดับถัดไป

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“ชาวบ้านเขามีทักษะฝีมืออยู่แล้ว เราเปิดโอกาสให้เขาคิดและทดลองสิ่งใหม่ เมื่อเขามีรายได้ มีอาชีพมั่นคง ก็ส่งผลให้แบรนด์ของเรามีความยั่งยืนตามไปด้วย” ไม่เพียงแต่นักครามทดลองคนเดียวที่คอยเสาะแสวงหาเทคนิคใหม่ คุณแม่ช่างทอก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาแบรนด์ร่วมกัน

“ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำงานกับชุมชน เพราะอย่างช่วงหน้าฝน เขาจะเริ่มดำนำ หน้าแล้งเขาจะเกี่ยวข้าว นั่นแปลว่าจะไม่มีใครว่างทอผ้าให้เรา จนเมื่อพบว่าอีกหมู่บ้านเขามีทักษะในการทำมัดหมี่ ก็ทำให้เราวางแผนการจัดการคอลเลกชันที่จะขายได้ ซึ่งอาจต้องทำเป็นสต็อกไว้ก่อน ส่วนครามและวัตถุดิบในการย้อม เราทำงานร่วมกับเครือข่ายเกษตรกร ซึ่งปีก่อนเราปลูกครามกันเอง แต่โดนน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ถ้าเราไม่ได้สร้างเครือข่ายกับกลุ่มชาวบ้านช่วยเหลือ เราก็คงไม่มีครามให้ย้อม”

แมนทำงานร่วมกับคุณแม่ช่างทอ 2 ชุมชนอย่างให้เกียรติ เขาไม่บังคับ แต่ยอมรับ และเข้าใจ ช่างทอบางคนทอวันละคืบ แต่แมนบอกไม่เป็นไร ทอทุกวันเดี๋ยวเดียวก็เต็มม้วนผ้า

“งานของเราให้คุณค่าและความเคารพกับวิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นหลัก เราไม่ได้ให้เขาตอกบัตรทอผ้า 8 โมงเช้า เลิก 4 โมงเย็น สิ่งนั้นจะทำให้งานไม่เกิดเสน่ห์ เพราะงานต้องอยู่กับสมาธิ อารมณ์เบิกบาน และเราพยายามสร้างแรงบันดาลใจว่าสิ่งที่เขาทำมีคุณค่า มีคนนิยม งานที่เขาทำมีความหมาย”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

  

04

คอลเลกชันจากธรรมชาติ ที่ศิลปินหยิบเล่าอย่างกลมกล่อม

การออกคอลเลกชันของ Mann Craft จะทำตามใจตัวเอง และตามใจธรรมชาติ แมนยกตัวอย่างคอลเลกชันล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกพุดตาน เพราะบ้านของเขาต้นพุดตานกำลังออกดอก ความน่าสนใจคือ ดอกพุดตานสวยได้เพียงแค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นก็จะโรยไปอยู่โคนต้น แถมสีตอนเช้าบานสวยเป็นสีขาว สายหน่อยจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูจนถึงสีชมพูเข้ม แมนถ่ายทอดชีวิตและสีสันของดอกพุดตานด้วยการดัดแปลงเป็นบาติก เขาไม่ได้เขียนแทนแต่ใช้ปูนกินหมากแทนสีขาว และโคลนจากสระข้างโรงย้อมทำวู้ดคัตพิมพ์ลงบนผ้าแทนสีชมพูของดอกพุดตาน

“ทุกคอลเลกชันเรามีแนวคิด แรงบันดาลใจ ผ้าของเราไม่ได้มองที่ต้นทุน แต่เรามองเป็นงานศิลปะ การขายงานศิลปะไม่ใช่ว่าลูกค้าเห็นราคาแล้วบอกว่า ทำไมของเรามีราคาต่างจากชาวบ้านขาย เพราะเรามีการกลั่นกรอง มีกระบวนการทดลอง เราพยายามสื่อสารให้กลุ่มลูกค้าเข้าใจด้วยการอธิบายที่มาที่ไปของแต่ละสี แต่ละเทคนิคบนผ้าแต่ละผืน

“กลุ่มเป้าหมายของเรากว้างมาก เพราะผ้าของเรามีความหลากหลาย จึงตอบโจทย์ความต้องการและความสนใจของคนหลายกลุ่ม หากชอบแบบคลาสสิกก็จะเป็นผ้าทอลายดั้งเดิม ถ้าชอบแบบผืนเดียวในโลกจะเป็นผ้าเพนต์ลาย ถ้าชอบสีหวานผืนเล็กพกพาง่ายหรือสีเรียบเคร่งขรึมผู้ชายใช้ได้เราก็มี ล่าสุดมีบ่าวสาวขอให้เราทำผ้าสำหรับเอาไปรับไหว้ในงานมงคลเราก็ทำให้” แมนเล่า

บางครั้งแรงบันดาลใจของสีสันก็มาจากภูเขาเขียวหลังบ้าน ใบไม้แห้งโคนต้น ต้นไม้ดอกไม้ชนิดไหนออกดอกออกใบสวย ก็หยิบยืมสีสันมาอยู่บนเส้นฝ้าย คล้ายการพยากรณ์ฤดูกาลคาดเดาความอุดมสมบูรณ์ผ่านสีสันบนผืนผ้า เพราะฉะนั้น สีเหลืองของใบสมอ สีน้ำตาลอมม่วงของฝักคูน คงเป็นสีตัวแทนของฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่งของสกลนคร

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

05

ตัวแทนครามครีเอเตอร์จากสกลนคร

ผ้าครามกำลังมาแรง เหนือใต้ออกตกหรือต่างประเทศล้วนมีครามเป็นของตัวเอง แต่สีครามของ Mann Craft มีเฉดสีครามต่างออกไป เป็นสีครามแห่งการแบ่งปันแบบหมดเปลือก เป็นการสร้างโอกาส และสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์

“พี่หนุ่ยแนะว่าเราควรเน้นเป็นครีเอเตอร์เฉพาะด้านนี้เลย โดยแบ่งเวลาส่วนหนึ่งสร้างคนขึ้นมาใหม่ อาจจะสร้างเยาวชน เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เพื่อให้มีความชัดเจนว่าคนที่ทำครามก็แบ่งปันความรู้ให้คนอื่นได้ เราเชื่อว่ายิ่งให้ ยิ่งได้รับ เราสอนเขา เขาได้รับ เขาบอกต่อ มันสร้างการรับรู้มากขึ้น

“เราไม่กลัวว่าถ้าคนทำครามเยอะขึ้นแล้วจะมาแย่งลูกค้า ลายมือคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว วัตถุดิบอาจจะเหมือนกัน ถ้าเขาทำด้วยความบริสุทธิ์ใจก็จะเกิดเป็นผลงานของเขาเอง เป็นส่วนเสริมที่จะทำให้สกลนครหรือประเทศไทย หรือศิลปินงานหัตถกรรมย้อมสีธรรมชาติมีความชัดเจนมากขึ้น เป็นการเบิกทางให้คนรุ่นใหม่กล้าตัดสินใจออกมาทำอาชีพนี้โดยตรง”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

06

 เฉดสีครามธรรมชาติที่พาแมน คราฟต์ไปพบความพอดี

“ความพอของเรา เราไม่ได้หยุด แต่เราพอใจ พอใจในสิ่งที่เรามีกับสิ่งที่เราได้รับ พอใจในการสร้างงานศิลปะที่สวมใส่ได้ เราไม่เคยคิดว่าจะต้องไปเปรียบเทียบกับแบรนด์หรือกิจการอื่น ไม่เคยคิดว่าจะเอาเครื่องจักรมาทำงานแทนคน เพื่อลดต้นทุน เพื่อให้ได้ของจำนวนมาก แล้วขายได้มาก แต่เราพอใจในทักษะฝีมือของชุมชน แล้วเราก็พอใจในวัตถุดิบที่มีคุณภาพอยู่แล้ว เราไม่คิดหาเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาเสริมให้เกินพอดี” แต่แมนเสริมความรู้ให้ตนเองและแม่ช่างทออยู่เสมอ เขาคิดค้นเทคนิค ทดลองสีกับธรรมชาติ

เช่นเดียวกับหลักใหญ่ใจความที่เราได้จากการสนทนาครั้งนี้ ‘การพัฒนาคนและพัฒนาตน’ เป็นจุดแข็งของแมนและแบรนด์ Mann Craft

พอแล้วดีกับตัวเราก่อน จากนั้นสิ่งแวดล้อม คนในองค์กรก็จะดีตามมา อาจจะไม่หวือหวา แต่ค่อยเป็นค่อยไป เราต้องมีความมั่นคงในธุรกิจ เราต้องมีความอยู่ดีกินดีก่อน แล้วจึงพร้อมที่จะแบ่งปันให้คนอื่น    

“เราทำครามไม่เคยเบื่อสักวันเลยนะ มีทั้งความสุขและความสนุก เราอยากจะผลักดันและยกระดับงานหัตถกรรมทำมือของชุมชนให้เป็นสากล อยากให้ครามอยู่ในชีวิตประจำวันเหมือนในอดีตที่ผ่านมา” แมนทิ้งท้าย

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

Mann Craft

ประเภท: สินค้าไลฟ์สไตล์ ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ
ที่ตั้ง:   สาขา 1 1576 ถนนสุขเกษม ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร
สาขา 2 ท่าอากาศยานสกลนคร ตำบลธาตุนาเวง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร
สาขา 3 บองมาเช่ร์มาร์เก็ตพาร์ค แขวงลาดยาว เขตจตุจักร จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ผู้ก่อตั้ง: ปราชญ์ นิยมค้า
Facebook : Mann craft shop

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

‘อร่อย!’

นี่คือความรู้สึกแรกของเราหลังดื่มนมแพะครั้งแรกในชีวิต เพราะหลังจากได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่พูดถึงกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวของนมแพะ คนไม่รักนมอย่างเราจึงไม่คิดจะลอง

ท่าทีกลืนน้ำลายตามทุก 15 นาทีระหว่างฟังกระบวนการเบื้องหลังนมสีขาวแปลกตาของนมแพะบุญบูรณ์ ร้อนถึง วัต-ชญาน์วัต สว่างแจ้ง ผู้ก่อตั้ง ‘บุญบูรณ์ฟาร์ม’ แห่งหมู่บ้านแพะหนองแดง ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมืองฯ จังหวัดลำปาง ต้องรีบเสิร์ฟนมแพะแช่เย็นเจี๊ยบคั่นกลางการสนทนา

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

ใช่แล้ว! นอกจากรถม้าและชามตราไก่ ที่ลำปางมีฟาร์มแพะนมขนาดกะทัดรัด ผลิตน้ำนมและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สร้างสรรค์จากนมแพะชั้นดี ซึ่งหากคุณเป็นชาวเหนือตอนบนที่รักชอบการเดินตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์คุณภาพดี คุณต้องคุ้นชื่อ ‘บุญบูรณ์’ และบรรดาเมนูของคาวหวานที่ใช้นมแพะแทนกะทิแน่นอน

มองเผินๆ บุญบูรณ์คือฟาร์มเลี้ยงแพะนมธรรมดา แต่ถ้าคุณรู้เรื่องเบื้องหลังความตั้งใจและที่มาของฟาร์มจากความฝันของอดีตสถาปนิกผู้วางดินสอเขียนแบบ มาจับแพะ (ไม่ชนแกะ) ออกแบบชีวิต และทำบุญบูรณ์ให้กลายเป็นฟาร์มแพะต้นแบบของการเลี้ยงแพะนมและแปรรูปนมแพะตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ได้นมคุณภาพจากแพะที่ผ่านการเลี้ยงดูอย่างมีมนุษยธรรมภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี คุณจะอยากดื่มนมแพะเหมือนกันกับเราตอนนี้

นี่ไม่ใช่เรื่องสถาปนิกเมืองกรุงหนีงานมาจับเสียมอย่างที่คุณเข้าใจ เดิมทีเราตั้งใจจะเล่าเรื่องนี้ให้สั้นและกระชับเพื่อให้คุณรู้จักกระบวนการทำฟาร์มแพะอย่างพอแล้วดี แต่เรื่องราวระหว่างทางของวัตเป็นตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมของคนที่ใช้หลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขตอบโจทย์ของตัวเอง สร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา และปูทางพาคนทั้งชุมชนไปด้วยกัน

วัตเดินกลับมาพร้อมนมแพะแช่เย็นขวดที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว ไปฟังเขาเล่าเรื่องบุญบูรณ์พร้อมกัน

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

01

ฟาร์ม(ที่)ฝันของสถาปนิกผู้ฝันอยากเป็นเกษตรกร

บุญบูรณ์ฟาร์มมาจากการพยายามหาคำตอบของคำถามที่อยู่ในใจของวัต เมื่อครั้งยังเป็นสถาปนิกในวงการออกแบบ อยู่ท่ามกลางแวดวงของผู้มีรสนิยม เป็นสถาปนิกมือรางวัล โลดแล่นอยู่ในวงการนับ 10 ปี มีชีวิตที่ใครๆ ฝันถึง ขณะเดียวกันวัตไม่ต่างจากคนเมืองส่วนใหญ่ คนที่ทำงานบนเส้นทางความฝันและความเป็นจริงจนถึงจุดหนึ่งแล้วพบว่าสิ่งที่ทำอยู่พาเขาห่างจากเป้าหมายของชีวิตออกไปทุกที

จุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดขึ้นหลังจากวัตทำงานกับสถาบันอาศรมศิลป์ ได้ทำงานลงพื้นที่ร่วมกับชุมชน เป็นช่วงชีวิตที่วัตเริ่มรู้จักคำว่า ‘ข้อมูล’ จากที่เมื่อก่อนรู้จักแต่คำว่า ‘จินตนาการ’

“กับงานออกแบบถ้าเราทำได้ไม่ดีพอหรือไม่มีความสามารถมากพอ จากสร้างสรรค์ก็อาจจะเป็นการทำลาย เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่รู้จริง เราไม่ถนัดจริง เราขอไปทำอย่างอื่นที่เราถนัด เพื่อนสนิทที่รู้จักนิสัยกันดีก็มักจะถามเสมอว่าทำไมเรามาเรียนสถาปัตย์ เพราะตัวตนเราไม่ได้มีความเป็นนักออกแบบเลย เราชอบอยู่กับดิน ต้นไม้ และสัตว์ หยุดจากงานก็ชอบเข้าป่าแทนที่จะเดินดูตึกรามบ้านช่อง” วัตตัดสินใจหยุดการเรียนแล้วใช้วิชาความรู้ออกแบบชีวิตตัวเองและผู้คน เพราะอยากเรียนรู้โลกและเข้าใจตัวเองมากขึ้น วัตชอบธรรมชาติ เขาถามตัวเองว่า อาชีพอะไรจะทำให้เขาใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด และคำตอบก็คือ เกษตรกร

วัตไม่ได้เป็นคนลำปางโดยกำเนิด แต่ผูกพันกันในระยะสั้นๆ ช่วงน้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่ อะไรทำให้เขาตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตเกษตรกรที่นี่

เหตุผลก็คือ ลำปางมีทุกอย่างเหมือนเชียงใหม่ มีสนามบิน มีห้างสรรพสินค้า มีสิ่งอำนวยความสะดวก แต่เนิบช้า

ก่อนมาลงหลักปักฐาน วัตศึกษาลำปางเชิงลึกจากชาติพันธุ์หมู่บ้านต่างๆ วิเคราะห์ผู้คนผ่านความเป็นอยู่ อาหารการกิน ภาษาพูด และอาชีพ ที่ดำเนินมาตั้งแต่ในอดีต เป็นธรรมดาที่วัตจะต้องใช้พลังและเวลาไม่น้อยเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเขาไม่ใช่คนเมืองหลวงที่จ้องฉกฉวยประโยชน์จากพื้นที่

“เราเริ่มจากการใช้ชีวิตเป็นชาวนาปลูกข้าวปลูกผัก แต่ทำโดยใช้ความต้องการของเราเพียงคนเดียวเป็นสิ่งขับเคลื่อน ไม่รู้เลยว่าสิ่งนี้ตอบโจทย์เราจริงๆ หรือเปล่า จะเป็นอาชีพของเรา และทำให้เราและครอบครัวมีความสุขจริงมั้ย ตอนนั้นไม่มีใครเชื่อเลยว่าการทิ้งงานออกแบบมาปลูกผักปลูกข้าวจะรอด เพราะไม่เคยมีใครเห็นว่าเราจะทำได้ แถมเรายังเป็นภูมิแพ้ อ่อนแอ และขี้โรค” เมื่อรู้จักตนแต่ไม่อาจประมาณตนได้ในตอนแรก วัตจึงตั้งหน้าตั้งตาหาความรู้ตามศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ เพื่อเป็นเกษตรกรในแบบที่พอดีกับตัวเอง

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

02

ความพอใจที่จะทำ พอใจที่จะรู้ สู่กระบวนการพัฒนาตัวเอง

ความรู้ที่วัตมีติดตัวเป็นอาวุธชั้นดี ทั้งความรู้เรื่องการทำเกษตรและความรู้เรื่องการทำธุรกิจที่ได้จากการบริหารบริษัทออกแบบเล็กๆ ของตัวเอง แต่เมื่อจับสองสิ่งนี้มารวมกันก็เกิดเป็นศาสตร์ใหม่

“เรามองย้อนไปจากวันนี้เคยทำเรื่องที่น่าตลกมาก เคยเลี้ยงไก่ให้ผลผลิตเป็นไข่วันละแผง แล้วเราก็ขับรถเข้าเมืองไป 30 กิโลเมตรเพื่อขายไข่ 1 แผงแล้วตีรถกลับ คิดง่ายๆ ก็รู้ว่ามันไม่คุ้ม” วัตบอกว่าเป็นความรู้ที่มีพอทำเพื่อพึ่งพาตัวเองได้ แต่ไม่อาจก้าวข้าวไปถึงการเป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นกว่าที่เขาตั้งใจไว้

ช่วงที่เริ่มต้นเป็นเวลาที่เกษตรกรทุกคนอยากทำเกษตรอินทรีย์กันหมด วัตจึงศึกษาตลาดด้วยการเข้าร่วมกลุ่ม Farmers’ Market เพื่อสร้างสรรค์สินค้าที่ยังไม่มีในตลาดและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากกว่าที่จะคิดเอง จนได้พบว่าในตลาดยังไม่ค่อยมีสินค้าเกี่ยวกับปศุสัตว์ ไม่มีเนื้อสัตว์ ไม่มีนม

วัวเป็นสิ่งแรกที่วัตคิดถึง แต่เมื่อลองคลุกคลีและศึกษาก็พบว่าไม่เพียงต้องหาหญ้าจำนวนครึ่งร้อยกิโลกรัมต่อวันเพื่อเลี้ยงวัวหนึ่งตัว การดูแลจัดการมูลสัตว์และอื่นๆ ยังเป็นงานใหญ่เกินกว่าเขาและครอบครัวจะทำไหว

“เราเป็นภูมิแพ้ หาข้อมูลก็พบว่านมแพะแก้โรคภูมิแพ้ได้ และแพะยังคล้ายวัวแต่ตัวเล็กกว่า ขี้สะอาด เม็ดเล็ก เก็บง่าย จึงไปเรียนรู้เรื่องแพะนมที่โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ จังหวัดอ่างทอง ได้แพะเด็กกลับมา 3 ตัวภายในระยะเวลาปีเดียว เราได้นมจากแพะวันละ 2 กิโลกรัม”

แม้จะให้นมน้อยกว่าเมื่อเทียบโดยปริมาณ แต่เมื่อเทียบน้ำหนักตัวแล้ว แพะให้นมมากกว่าวัวถึง 5 เท่า นั่นคือ วัว 1 ตัวหนัก 800 – 1,000 กิโลกรัม ให้นมวันละ 10 กิโลกรัม คิดเป็น 1% ขณะที่แพะ 1 ตัว หนัก 40 กิโลกรัม ให้นมวันละ 2 กิโลกรัม คิดเป็น 5% ประกอบกับนมแพะจะกลายเป็นทางเลือกอาหารในอนาคต เพราะทุกวันนี้มีคนแพ้นมวัวเยอะมากขึ้น

ด้วยพื้นฐานการคิดแบบนักออกแบบ และนิสัยรักการเรียนรู้ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะเข้าร่วมอบรมหลักสูตรการทำเกษตรจากหลายๆ แหล่ง วัตยังเพิ่มพูนความรู้เรื่องการแปรรูปจากศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เชียงใหม่ หาข้อมูลวิจัยเรื่องแพะจากคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ม.แม่โจ้ และสถาบันวิจัยเทคโนโลยีการเกษตร ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาลำปาง แม้ไม่ได้เรียนรู้วิชาบังคับครบตามหลักสูตร แต่ล้วนเป็นวิชาที่จำเป็นต่อการแก้โจทย์ปัญหา เช่น วิชาการจัดการฟาร์ม วิชาการดูแลสุขภาพสัตว์

“วันนี้เราเจอสิ่งที่ปลดล็อก ตอบคำถามที่อยู่ในใจ ถ้าเราอยู่กับธรรมชาติและอาชีพที่เรารัก รู้วิธีแก้ปัญหาจากการหาความรู้ ยิ่งทำยิ่งสนุก ภาษาธรรมเรียกว่า ‘ฉันทะ’ เกิดจากความพอใจที่จะทำ พอใจที่จะรู้ ก่อนจะนำไปสู่กระบวนการพัฒนาตัวเองโดยที่เราไม่รู้ตัว ค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ขึ้น” วัตเล่าเหตุผลที่ทำให้เขาตั้งมั่นหาความรู้เพื่อให้บุญบูรณ์แข็งแรง

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

03

คิด ทำ และสื่อสาร อย่างผู้ประกอบการภาคเกษตรที่รู้จักตัวเอง

เพื่อให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพยั่งยืน 

ถ้าคุณได้มีโอกาสลิ้มลองพร้อมกับเราตอนนี้ คุณจะแปลกใจที่นมแพะของบุญบูรณ์อร่อย ดื่มง่าย ไม่มีกลิ่นและรสคาวอย่างที่เคยได้ยินใครบอกไว้ นอกจากนมแพะพาสเจอไรซ์พร้อมดื่ม ยังมีโยเกิร์ตนมแพะไม่ผสมน้ำตาล พุดดิ้งนมแพะมะพร้าวอ่อน ซึ่งวัตบอกว่าเขาเริ่มสนุกกับการแก้โจทย์ว่าทำอย่างไรให้คนรักนมแพะ

นอกจากอาหาร ผลิตภัณฑ์จากบุญบูรณ์ฟาร์มยังได้แก่เครื่องสำอาง ซึ่งมาจากโจทย์ว่าจะต้องเป็นสิ่งที่เก็บได้นาน ขนส่งได้ไกล และคนใช้ซื้อซ้ำ จึงออกมาเป็น สบู่ สบู่เหลว ลิปบาล์ม และโลชั่น จากนมแพะ ซึ่งขอมาตรฐานการผลิตง่ายกว่าการแปรรูปเป็นอาหาร

“เกษตรกรไม่ใช่ต้องอยู่แค่ในแปลง ขายของโดยให้คนอื่นกำหนดราคา ถ้าเราทำของคุณภาพดี เราควรจะพาตัวเองไปอยู่ในตลาดที่มีผู้บริโภคต้องการเรา เราเชื่ออย่างนั้นและอยากสื่อสารเรื่องนี้ให้เพื่อนเกษตรกร ซึ่งบางคนก็เข้าใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เราพูด จนทุกวันนี้เติบโตค่อยๆ พัฒนาไปทีละขั้นเหมือนกันกับเรา เราเรียนรู้ว่าความรู้สึกนี้ต่างหากที่เป็นการดำเนินชีวิตอย่างเศรษฐกิจพอเพียงขั้นกว่าที่เราเคยตั้งคำถาม

“เราพบคำตอบโดยไม่รู้ตัวในวันที่เรามีเพื่อนและกัลยาณมิตรที่ร่วมกันทำงาน สร้างสังคมของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่คิดและทำอย่างธุรกิจ เป็นผู้ประกอบการภาคการเกษตรที่รู้จักกระบวนการผลิต การแปรรูป การทำตลาด และสื่อสารกับผู้บริโภคที่อยู่ปลายทาง เป็นองค์ประกอบที่จะทำให้กำหนดราคาได้ไม่เสียเปรียบอย่างที่แล้วมา” วัตเล่าเหตุและผลของความตั้งใจที่จะทำให้เกษตรกรเป็นอาชีพที่ยั่งยืน หลุดพ้นจากความยากจนเพราะต้องติดอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่อาจต่อรองได้อย่างที่แล้วมา เมื่อไม่หลงเหลือความภาคภูมิใจจึงไม่อาจทำให้วงการเกษตรกรรมก้าวหน้า เกิดความรู้สึกท้อ เหนื่อยล้าจนขายไร่ขายนา และไล่ลูกหลานออกไปสู่สังคมเมือง

มาจนถึงตอนนี้คงเดาได้ไม่ยากว่าทำไมหมู่บ้านในชนบทจึงมีแต่เด็ก ผู้หญิง และคนชรา เมื่อผู้ชายในหมู่บ้านไปทำงานนิคมอุตสาหกรรมในเมือง เด็กที่โตขึ้นหน่อยก็เข้าไปเรียนหนังสือในเมือง เรียนต่ออาชีวะแล้วทำงานในนิคมอุตสาหกรรม โดยที่ตัวไม่กลับมาอีกแล้ว ส่งกลับมาเพียงแต่เงิน เมื่อพ่อแม่ที่บ้านเห็นว่าไม่ต้องทำเกษตรให้เหนื่อย ไร่นาจึงถูกทิ้งร้างไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์

ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาคุณภาพชีวิตและความภูมิใจในอาชีพเกษตรกร แต่ยังช่วยแก้ปัญหาสังคมชนบทที่เราเห็นมาอย่างยาวนาน 

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

04

สร้างภูมิคุ้มกันจากการสร้างโอกาสแก่คนที่อยู่รอบตัว

เมื่อบุญบูรณ์ออกร้านตามงานต่างๆ วัตพบข้อมูลว่าเด็กสมัยนี้แพ้นมวัวเยอะมาก และเมื่อกินนมไม่ได้ก็ไม่รู้จะกินอะไร ทำให้ร่างกายมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งนมแพะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เขาจึงคิดอยากทำให้คนใกล้ตัวเข้าถึงนมแพะด้วย ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าราคานมแพะสูงกว่านมวัวที่มีในตลาดถึง 3 เท่า เนื่องจากต้นทุนการผลิตและจัดการที่สูง จึงออกมาเป็นโครงการที่ขายนมแพะที่ให้โอกาสกับคนมีเงินส่งมอบนมแพะให้คนที่ต้องการ โดยเริ่มจากศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่ก่อน แล้วเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อพิสูจน์คุณประโยชน์จากนมแพะให้เป็นที่ประจักษ์

ความคิดเรื่องการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมและเปลี่ยนแปลงสังคมเป็นความสนใจของวัตมาตั้งแต่เรียนปริญญาโทที่อาศรมศิลป์ ซึ่งเขาให้ความสำคัญกับการทำอย่างมีความรู้และเข้าใจปัญหานั้นมากเพียงพอ เพื่อเข้าถึงและพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง เขาจึงไม่เลือกที่จะทำงานอุทิศตัวเพื่อชุมชนโดยไม่หวังกำไรแบบ NGO เพราะนั่นจะทำให้ชาวบ้านไม่เชื่อ และตั้งใจพิสูจน์ให้เห็นความก้าวหน้า ทั้งจากรายได้ที่เพียงพอเลี้ยงครอบครัว และแบ่งปันสิ่งที่มีแก่เพื่อนบ้านและคนในชุมชน

นั่นคือ ในการทำฟาร์มแพะนมมีกระบวนการจัดการฟาร์มอย่างง่าย แบ่งย่อยเป็นแผนกๆ ได้ เช่น แพะอนุบาล แพะประถม แพะมัธยม แพะมหาวิทยาลัย และแพะปริญญาโท ชาวบ้านที่เก่งเลี้ยงแพะเด็กก็เอาแพะเด็กไปเลี้ยงก่อนขายต่อให้ชาวบ้านคนที่เลี้ยงแพะประถม และมัธยมต่อไป

“ที่ปลายทางของเรื่องนี้ เราอาจจะเป็นแค่มหาวิทยาลัย ทำหน้าที่รีดนมและแปรรูป ในวันที่กิจการเติบโตขึ้น ไม่จำเป็นว่าต้องรับผิดชอบทุกกระบวนการ แต่ให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในธุรกิจนี้ ดูแลรับผิดชอบกิจการของตัวเอง วันหนึ่งอาจจะตั้งเป็นสหกรณ์แพะเด็กหรือสหกรณ์ผู้แปรรูปนมแพะ เป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ลึกๆ ในสิ่งที่ตัวเองทำจริงจัง ไม่ต้องเรียนรู้ทั้งหมดที่ยากและใช้เวลานาน”

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

05

คุณธรรมที่เคลื่อนพาชีวิตและกิจการไปสู่ความเจริญ

ชื่อของบุญบูรณ์ มากจากข้อธรรมที่เรียกว่า จักร 4

องค์ประกอบ 4 อย่างที่จะทำให้เกิดจักร 4 จักร หรือล้อ 4 ล้อ เคลื่อนพาชีวิตไปสู่ความเจริญ ประกอบด้วย หนึ่งคือ การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี สองคือ การพบกัลยาณมิตร มีเพื่อนมีครูที่ดี สามคือ การมีความรู้ความเห็นถูกต้อง วิชาการและคุณธรรม สี่คือ การประกอบด้วยบุญเก่าที่สะสมมา ซึ่งวัตตีความว่าบุญเก่าคือทั้งหมดที่เราทำในวินาทีนี้ มันคือเหตุซึ่งผลอาจจะเกิดในนาทีถัดไปก็ได้ ถ้าเราสร้างเหตุไว้ดี ผลก็ย่อมดี

“ไม่ใช่แค่ฟาร์มแต่คือคนทั้งชุมชน คือบุญบูรณ์ เพราะมีทั้งสี่องค์ประกอบครบถ้วน หนึ่ง เราอยู่ในทำเลที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี ใกล้เมือง ทำมาหากินได้ ใกล้ธรรมชาติ ใกล้อุทยาน สอง เราเลือกครูบาอาจารย์และกัลยาณมิตรที่เราจะเข้าหา อาจารย์ในสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการที่มีความรู้ มีเครื่องมือ มีปัจจัย สาม ความรู้ที่ถูกต้อง เรารู้จักตัวเอง รู้จักการใช้ข้อมูลที่มี การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง ประมาณตนได้ นี่คือความเห็นความรู้ที่ถูกต้อง และข้อสี่จะตามมาถ้าเราทำ 3 ข้อแรกได้สมบูรณ์” วัตอธิบายความ ก่อนจะเล่าว่าแนวคิดนี้มาจากเหตุผลที่วัตอยากให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของตัวเอง

นอกจากนี้จักร 4 ยังเชื่อมโยงได้กับเรื่อง Human Dimension หรือมิติของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วย To Love To Learn To Live และ To Leave a Legacy นั่นคือสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อการอยู่อาศัยที่ดี ความรู้ความเห็นชอบที่ดีไปสู่การเรียนรู้ การมีกัลยาณมิตรเพื่อมีรักและเป็นที่รัก และเหตุที่ดีนำพาสู่ผลที่ดี ซึ่งก็คือการละทิ้งความสำเร็จเดิมเพื่อสร้างเรื่องราวใหม่ที่จะส่งมอบให้คนรุ่นต่อไป

มาถึงตอนนี้เราจะเห็นว่าวัตเป็นตัวอย่างของคนที่ใช้หลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขตอบโจทย์ของตัวเอง และยังสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา ปูทางพาคนทั้งชุมชนไปด้วยกัน

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

06

ความพอที่เชื่อมโยงเกษตรกรและชุมชน  ด้วยศาสตร์ของพระราชา

มาจนถึงตอนนี้ ผลิตภัณฑ์ของบุญบูรณ์ฟาร์มคือฟาร์มแพะนม องค์ความรู้ และโอกาสที่มอบให้คนอื่น

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่สถาปนิกคนหนึ่งจะมุ่งมั่นทำตามความฝันโดยที่ไม่มีพื้นฐานใดๆ มาก่อน การออกแบบพื้นที่ที่พอดีกับตัวเองจึงต้องมาจากจุดที่อยู่ตรงกลาง เพราะจะใช้ภูมิปัญญาที่มีแบบโบราณดั้งเดิมก็คงไม่ได้ หรือจะใช้เทคโนโลยีเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์แบบสมัยนิยมก็ไม่ได้เช่นกัน

วัตเล่าจุดตรงกลางก็คือ หนึ่ง หาว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นต้นทุนของพื้นที่ สืบหาว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นเขาทำกันมาแบบไหน ไม่ใช่อ่านแต่ตำรา สอง เทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายซึ่งหาได้จากสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่ทำงานวิจัยและมีข้อมูลของพื้นที่ดีอยู่แล้ว และเมื่อภูมิปัญญา รวมกับข้อมูลเชิงวิชาการของพื้นที่ก็จะเกิดเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทดลองใช้และเก็บข้อมูลเพื่อส่งต่อให้นักวิชาการปรับปรุงและพัฒนางาน เกิดการทำซ้ำจนได้สูตรสำเร็จที่เหมาะกับพื้นที่นั้นจริงๆ ยิ่งจะเปลี่ยนภาพจำของการทำเกษตร ที่ไม่จำเป็นต้องตรากตรำกลางแดดอีกต่อไป

“เช่นเดียวกับในโลกธุรกิจ เกษตรกรอย่างเราจะอยู่อย่างไรให้ทั้งแข่งขันได้และไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนคู่แข่ง ทำยังไงให้เราอยู่รอดได้โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังฝืนตัวตนและความเชื่อของตัวเอง หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและ โครงการพอแล้วดี The Creator ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น 100% ที่ผ่านมาเราเต็มไปด้วยความอยากจะทำ แต่เราไม่รู้วิธีการ เรารู้ดีเรื่องงานภาคปฏิบัติในฟาร์มทั้งหมด แต่กับการเชื่อมต่อกับโลกภายนอก เราไม่รู้เลย เราไม่รู้จักตัวเองเลยว่าเรายืนอยู่ในจุดไหน ตอนแรกเราเข้าใจว่าเราเป็นฟาร์มขายนมแพะ ผลิตภัณฑ์เราคือนม แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

“สิ่งที่เรามีอยู่สร้างคุณค่าได้มากกว่าจะเป็นแค่นมแพะ เราคือตัวแทนของเกษตรกร คือคนที่จะเชื่อมโยงภาคธุรกิจ เทคโนโลยี ข่าวสาร กระแสสังคมภายนอก ไปหาเกษตรกรที่มีทักษะการผลิตแต่ขาดตัวเชื่อม อีกกลุ่มคือคนที่อยากหันหลังให้ชีวิตเมืองแล้วมาเป็นเกษตรกรแต่เขาไม่รู้เลยว่าจะต้องคุยกับใคร เราเลยได้คำตอบว่าจริงๆ แล้วเราเข้าใจคนทุกกลุ่มที่เล่ามานี้ เราน่าจะเป็นคนที่อยู่ตรงกลาง คอยถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับคนเหล่านี้ ดังนั้น คุณค่าของ ‘บุญบูรณ์’ จึงไม่ใช่การผลิตนมแพะแต่คือฟาร์ม คือตัวเรา คือสถานที่แห่งนี้”

เด็กๆสมัยนี้…สังคมก้มหน้าSocial Ignoreism.

Posted by Boonboon goatmilk farm – บุญบูรณ์ฟาร์ม แพะนมลำปาง on Monday, July 30, 2018

บุญบูรณ์ฟาร์ม

ประเภท: ฟาร์มนมแพะ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมแพะ
ที่ตั้ง: 120/5 ม.3 หมู่บ้านแพะหนองแดง ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมืองฯ จังหวัดลำปาง 52000
ผู้ก่อตั้ง: ชญาน์วัต สว่างแจ้ง
Facebook : Boonboon goatmilk farm

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load