เมื่อกลางปี The Cloud ชวนคนอ่านไปทำความรู้จักกับกิจการมากหน้าหลายครามในงาน ‘สกลเฮ็ด’

เรากลับไปเยือนสกลนครอีกครั้ง แม่นแล้วคราฟต์! สองเท้าของเรากำลังเดินตรงไปหาร้านผ้าทอย้อมสีธรรมชาติแบรนด์Mann Craft’ ของ แมน-ปราชญ์ นิยมค้า คนรุ่นใหม่ผู้ปลุกชีพต้นครามแห่งเมืองสกลฯ ให้งอกงามขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อชวนหนุ่มอีสานเว้าถึงครามรัก หรือความรักที่มีต่อครามตลอดจนการต่อยอดหัตถกรรมอีสานศิลป์

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แมนเป็นหนุ่มสกลนครโดยกำเนิด แต่เข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ มีโอกาสกลับบ้านบ้างบางครั้งบางครา หลังเรียบจบปริญญาโทด้านการออกแบบเขาประกอบอาชีพเป็นครีเอทีฟรายการกีฬาอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งคุณแม่ไม่สบาย เขาจึงถือโอกาสกลับสกลนครมาดูแลคุณแม่อย่างจริงจัง

เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาอยากทำงานสร้างสรรค์ตามถนัด แมนเริ่มมองหาสิ่งที่เป็นไปได้ในเมืองขนาดเล็กของภาคอีสาน และพบว่าหัตถกรรมดั้งเดิมอย่างการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติภายใต้แนวความคิด ‘สืบสาน สร้างสรรค์ อีสานศิลป์’ ของเขาตอบโจทย์และโดนใจ

“เราอยู่ในสกลฯ เป็นคนสกลฯ เราอยากจะสร้างคุณค่าให้กับชุมชน สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เรามี เป็นโอกาสดีที่เราจะทำให้ศิลปะของอีสานหรือสกลนครเป็นที่รู้จักมากขึ้น”

เส้นทางสีครามของ Mann Craft จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

01

เริ่มต้นด้วยความรักที่มีต่อคราม

ในปีแรกของการกลับบ้าน แมนหมายมั่นจะพาของดีเมืองสกลฯ จากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างเครื่องจักสาน เสื่อทอมือ เครื่องปั้นดินเผา ไปอวดสายตาชาวโลกผ่านการติดต่อกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แต่เขากลับพบความเป็นจริงว่าลูกค้าทั้งไทยและเทศชื่นชอบงานผ้ามากกว่า แมนจึงเลือกตัดสิ่งที่เป็นไปได้ยากออกและเริ่มมองหาสิ่งที่เขารัก รักจนอยากจะนำมาประกอบเป็นอาชีพ

การออกแบบ ศิลปะ และงานหัตกรรม คือสิ่งที่แมนรัก

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“เราสนใจการทอผ้าและการย้อมสีธรรมชาติของอีสานศิลป์  อยากจะสืบสานแล้วก็สร้างสรรค์ เอางานทักษะดั้งเดิมมาปรับรสชาติใหม่ตามรสนิยมของเรา นอกจากเรื่องความชอบส่วนตัว เราดูความต้องการของตลาดด้วย จะเห็นว่าเราทำงานแบบไม่ตามเทรนด์นะ แม้เราดูหนังสือแฟชั่น ดูนิตยสาร ดูอินสตาแกรม เราดูเพราะเราชอบ แต่ไม่ได้ดูเพื่อจะมาทำตามแบบใคร เราดูเพื่อที่จะไม่ทำเหมือนเขาเพราะงานหัตถกรรมของเราเน้นความคลาสสิก”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แนวทางของแมน งานคราฟต์คือ Wearable Art หรืองานศิลปะบนผืนผ้า ที่ตัวผู้สวมใส่มีส่วนร่วมในการผลิต แถมยังหยิบมาใช้กี่ปีก็ไม่มีตกยุค อาทิ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าแขวนผนัง และสารพัดผ้าอเนกประสงค์จากการทอมือและย้อมสีธรรมชาติ

“ครามเป็นสีแห่งความสุข น้อยคนมากที่เห็นสีครามแล้วจะไม่ตกหลุมรัก” ไม่บอกก็รู้ว่าแมนตกหลุมรักสีครามเข้าขั้นไหน สังเกตจากแววตาเป็นประกายและสีสันจากธรรมชาติบนผืนผ้าคละขนาดภายในร้านมากกว่าครึ่งล้วนมาจากครามหลากเฉดสี

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

02

ต้องศึกษาหาความรู้เพื่อจะให้ความรู้

ครอบครัวของแมนรับราชการ แน่นอนว่าทอผ้าและย้อมสีเป็นสิ่งไม่ถนัด แต่ชายหนุ่มมือเปื้อนครามมองว่าเป็นข้อดี เพราะสิ่งนี้จะทำให้เขากระโดดออกนอกกรอบได้อย่างเต็มที่ งานของแมนจึงไม่มีสูตรสำเร็จ แถมการเสาะหาความรู้และเทคนิคใหม่ๆ นำกลับมาทดลอง ยังเป็นความท้าทายของเขา

มือครามทดลองเริ่มจากไปหาย่ายายคนเก่งประจำชุมชนเพื่อเรียนรู้กระบวนการย้อมครามและสีจากธรรมชาติแบบดั้งเดิมใหม่ตั้งแต่ต้น หากสังเกตครามทั่วไปหลังย้อมแล้วจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่เอกลักษณ์ของ Mann Craft จะเป็นครามสีอ่อน และไล่เฉดสีคราม ซึ่งแมนทำได้มากสุดถึง 52 เฉดสี จากการทดลองเขายังนำครามมาสกัดเป็นหมึกสำหรับเพนต์ลงไปบนผืนผ้าอีกด้วย

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

ผ่านทักษะการย้อม แมนลุยต่อกับทักษะทอผ้า แมนลงลึกเรียนรู้กับช่างทอในชุมชน ขับรถจากสกลฯ ไปเรียนถึงทองหล่อก็ทำมาแล้ว เพื่อจะได้รู้โครงสร้างของผ้า เส้นยืน เส้นพุ่ง และส่วนประกอบของอุปกรณ์ทอผ้า แล้วนำข้อมูลกลับมาสื่อสารกับช่างทอขาประจำของ Mann Craft เพื่อที่จะได้คุยภาษาเดียวกัน และทำงานกันอย่างเข้าใจและราบรื่น

หลังจากจบหลักสูตรทอผ้าและย้อมสี นักครามทดลองอย่างแมนยังเชื่อว่ายังมีองค์ความรู้อีกมากที่จำเป็น เขาจึงตัดสินใจบินตรงไปแดนอาทิตย์อุทัย เพื่อเรียนกระบวนการพิมพ์ภาพแบบญี่ปุ่นกับคุณแม่ของเพื่อนซึ่งเป็นศิลปินย้อมกิโมโนจากสีธรรมชาติ หรือบางครั้งแมน ผู้มีโอกาสไปเป็นคุณครูสอนไกลถึงอินเดีย ก็ถือโอกาสเป็นนักเรียนไปด้วยในคราเดียว

“เราอาจจะเป็นตัวอย่างของคนทำงานหัตถกรรมรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ แต่เราก็ให้ความเคารพกับภูมิปัญญาดั้งเดิม เราไม่ได้เรียนเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบในท้องถิ่น มันเลยสนุกทุกครั้งเวลาลงมือทำ”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แมนกระโดดออกนอกกรอบจนเราทึ่ง! หลายๆ เรื่องที่เขาเล่าให้ฟังทำให้เรารู้สึกสนุกตามไปกับเขาด้วย เช่น เขาบอกคุณแม่ช่างทอให้สร้างสรรค์ลาย 6 ลายไม่ซ้ำกันในผ้าผืนเดียว หรือผ้าพันคอ 1 ผืนจะมีทั้งการทอลาย จุ่มสีเปลือกไม้ ย้อมสีคราม เพนต์ลายด้วยหมึกคราม และจบด้วยการพิมพ์ภาพด้วยโคลนธรรมชาติ

ส่วนเทคนิคไล่เฉดสีที่เราชอบมาก นอกจากจะไล่สีคราม เขายังนำสีธรรมชาติจาก เหลืองใบสมอ น้ำตาลเปลือกไม้ 2 ชนิด และฟ้าคราม เบลนด์ทุกสีเข้าด้วยกันผ่านมือช่างทอฝีมือดีและนักครามทดลองฝีมือเด่น ทั้งหมดนี้มาจากกระบวนการที่เขาต้องทดลองย้อมสีจากธรรมชาติจนกว่าจะพอใจ จับสีมาเรียงกัน เลือกชุดสีที่ผ่านเข้ารอบ แปะตัวเลขให้ช่างทอเรียงสีได้ง่าย คงคล้ายกับการใช้หลอดแก้วจิ้มสีดีโดนใจใน Swatch ของโปรแกรมประจำตัวนักออกแบบ

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“ทำไมถึงเลือกใช้เทคนิคมากมายขนาดนี้กับผ้าหนึ่งผืน” เราถาม

“ถ้าใช้เพียงเทคนิคเดียวก็ไม่ท้าทายสิ” เขาพูดพร้อมยิ้มอย่างสุภาพ

03

คนหัวใจสีครามเดียวกัน เปิดโอกาสและให้เกียรติ

แมนทำงานร่วมกับชุมชนบ้านนาจาน ชุมชนบ้านนานกเค้าและเครือข่ายเกษตรกรชุมชนของจังหวัดสกลนคร ซึ่งกว่าจะเจอคนหัวใจสีครามเหมือนกัน เขาบอกเจือเสียงหัวเราะว่า “เจ็บมาเยอะ เจอทั้งดีบ้าง ไม่ดีบ้าง” เหตุผลที่แมนให้ความสำคัญกับการเลือกชุมชนที่เขาทำงานด้วยอย่างหนัก เป็นเพราะถ้าพวกเขากลมเกลียว กิจการ Mann Craft ก็จะเหนียวแน่นไปด้วย

“พอเรารวมกันเป็นกลุ่มก้อนแล้วอยู่กันแบบเครือญาติด้วยความจริงใจ สร้างอาชีพให้เขาอย่างมั่นคง เขาก็จะชักชวนกันมา กลุ่มของเราอาจไม่ใช่ช่างฝีมือที่ดีที่สุดในจังหวัดหรือประเทศ แต่เป็นกลุ่มที่เขาพร้อมจะพัฒนาไปกับเรา เขาเชื่อมั่นในการทดลองและการสร้างสรรค์ของเรา นับเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างหนึ่ง”

แมนเลือกทำงานกับ 2 ชุมชน เพราะความหลากหลายของผ้า ความพิเศษของชุมชนบ้านนาจาน ช่างทอจะทอเฉพาะลวดลายดั้งเดิมเท่านั้น อย่างลายมัดหมี่ ลายลูกแก้ว ลายลูกหวาย ฯลฯ ส่วนชุมชนบ้านนานกเค้าจะไม่ทอลายดั้งเดิม แต่จะทอลวดลายร่วมสมัย ใช้เทคนิคการเหยียบตะกอสร้างลวดลายใหม่ เช่น ลายสายฝน แมนออกคอลเลกชันพอดีกันกับฤดูฝน ใช้เทคนิคการทอผ้าแบบเท้าเหยียบ 4 ตะกอ

บางครั้งเพื่อนร่วมงานต่างวัยของแมนก็มีลวดลายทอผ้าแปลกตามาเสนอ ซึ่งแมนก็สนองด้วยการให้ลองทอมาก่อน หากออกมาแล้วพอใจทั้งคนเสนอและคนสนอง ก็จะนำมาพัฒนาต่อในลำดับถัดไป

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“ชาวบ้านเขามีทักษะฝีมืออยู่แล้ว เราเปิดโอกาสให้เขาคิดและทดลองสิ่งใหม่ เมื่อเขามีรายได้ มีอาชีพมั่นคง ก็ส่งผลให้แบรนด์ของเรามีความยั่งยืนตามไปด้วย” ไม่เพียงแต่นักครามทดลองคนเดียวที่คอยเสาะแสวงหาเทคนิคใหม่ คุณแม่ช่างทอก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาแบรนด์ร่วมกัน

“ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำงานกับชุมชน เพราะอย่างช่วงหน้าฝน เขาจะเริ่มดำนำ หน้าแล้งเขาจะเกี่ยวข้าว นั่นแปลว่าจะไม่มีใครว่างทอผ้าให้เรา จนเมื่อพบว่าอีกหมู่บ้านเขามีทักษะในการทำมัดหมี่ ก็ทำให้เราวางแผนการจัดการคอลเลกชันที่จะขายได้ ซึ่งอาจต้องทำเป็นสต็อกไว้ก่อน ส่วนครามและวัตถุดิบในการย้อม เราทำงานร่วมกับเครือข่ายเกษตรกร ซึ่งปีก่อนเราปลูกครามกันเอง แต่โดนน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ถ้าเราไม่ได้สร้างเครือข่ายกับกลุ่มชาวบ้านช่วยเหลือ เราก็คงไม่มีครามให้ย้อม”

แมนทำงานร่วมกับคุณแม่ช่างทอ 2 ชุมชนอย่างให้เกียรติ เขาไม่บังคับ แต่ยอมรับ และเข้าใจ ช่างทอบางคนทอวันละคืบ แต่แมนบอกไม่เป็นไร ทอทุกวันเดี๋ยวเดียวก็เต็มม้วนผ้า

“งานของเราให้คุณค่าและความเคารพกับวิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นหลัก เราไม่ได้ให้เขาตอกบัตรทอผ้า 8 โมงเช้า เลิก 4 โมงเย็น สิ่งนั้นจะทำให้งานไม่เกิดเสน่ห์ เพราะงานต้องอยู่กับสมาธิ อารมณ์เบิกบาน และเราพยายามสร้างแรงบันดาลใจว่าสิ่งที่เขาทำมีคุณค่า มีคนนิยม งานที่เขาทำมีความหมาย”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

  

04

คอลเลกชันจากธรรมชาติ ที่ศิลปินหยิบเล่าอย่างกลมกล่อม

การออกคอลเลกชันของ Mann Craft จะทำตามใจตัวเอง และตามใจธรรมชาติ แมนยกตัวอย่างคอลเลกชันล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกพุดตาน เพราะบ้านของเขาต้นพุดตานกำลังออกดอก ความน่าสนใจคือ ดอกพุดตานสวยได้เพียงแค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นก็จะโรยไปอยู่โคนต้น แถมสีตอนเช้าบานสวยเป็นสีขาว สายหน่อยจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูจนถึงสีชมพูเข้ม แมนถ่ายทอดชีวิตและสีสันของดอกพุดตานด้วยการดัดแปลงเป็นบาติก เขาไม่ได้เขียนแทนแต่ใช้ปูนกินหมากแทนสีขาว และโคลนจากสระข้างโรงย้อมทำวู้ดคัตพิมพ์ลงบนผ้าแทนสีชมพูของดอกพุดตาน

“ทุกคอลเลกชันเรามีแนวคิด แรงบันดาลใจ ผ้าของเราไม่ได้มองที่ต้นทุน แต่เรามองเป็นงานศิลปะ การขายงานศิลปะไม่ใช่ว่าลูกค้าเห็นราคาแล้วบอกว่า ทำไมของเรามีราคาต่างจากชาวบ้านขาย เพราะเรามีการกลั่นกรอง มีกระบวนการทดลอง เราพยายามสื่อสารให้กลุ่มลูกค้าเข้าใจด้วยการอธิบายที่มาที่ไปของแต่ละสี แต่ละเทคนิคบนผ้าแต่ละผืน

“กลุ่มเป้าหมายของเรากว้างมาก เพราะผ้าของเรามีความหลากหลาย จึงตอบโจทย์ความต้องการและความสนใจของคนหลายกลุ่ม หากชอบแบบคลาสสิกก็จะเป็นผ้าทอลายดั้งเดิม ถ้าชอบแบบผืนเดียวในโลกจะเป็นผ้าเพนต์ลาย ถ้าชอบสีหวานผืนเล็กพกพาง่ายหรือสีเรียบเคร่งขรึมผู้ชายใช้ได้เราก็มี ล่าสุดมีบ่าวสาวขอให้เราทำผ้าสำหรับเอาไปรับไหว้ในงานมงคลเราก็ทำให้” แมนเล่า

บางครั้งแรงบันดาลใจของสีสันก็มาจากภูเขาเขียวหลังบ้าน ใบไม้แห้งโคนต้น ต้นไม้ดอกไม้ชนิดไหนออกดอกออกใบสวย ก็หยิบยืมสีสันมาอยู่บนเส้นฝ้าย คล้ายการพยากรณ์ฤดูกาลคาดเดาความอุดมสมบูรณ์ผ่านสีสันบนผืนผ้า เพราะฉะนั้น สีเหลืองของใบสมอ สีน้ำตาลอมม่วงของฝักคูน คงเป็นสีตัวแทนของฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่งของสกลนคร

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

05

ตัวแทนครามครีเอเตอร์จากสกลนคร

ผ้าครามกำลังมาแรง เหนือใต้ออกตกหรือต่างประเทศล้วนมีครามเป็นของตัวเอง แต่สีครามของ Mann Craft มีเฉดสีครามต่างออกไป เป็นสีครามแห่งการแบ่งปันแบบหมดเปลือก เป็นการสร้างโอกาส และสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์

“พี่หนุ่ยแนะว่าเราควรเน้นเป็นครีเอเตอร์เฉพาะด้านนี้เลย โดยแบ่งเวลาส่วนหนึ่งสร้างคนขึ้นมาใหม่ อาจจะสร้างเยาวชน เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เพื่อให้มีความชัดเจนว่าคนที่ทำครามก็แบ่งปันความรู้ให้คนอื่นได้ เราเชื่อว่ายิ่งให้ ยิ่งได้รับ เราสอนเขา เขาได้รับ เขาบอกต่อ มันสร้างการรับรู้มากขึ้น

“เราไม่กลัวว่าถ้าคนทำครามเยอะขึ้นแล้วจะมาแย่งลูกค้า ลายมือคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว วัตถุดิบอาจจะเหมือนกัน ถ้าเขาทำด้วยความบริสุทธิ์ใจก็จะเกิดเป็นผลงานของเขาเอง เป็นส่วนเสริมที่จะทำให้สกลนครหรือประเทศไทย หรือศิลปินงานหัตถกรรมย้อมสีธรรมชาติมีความชัดเจนมากขึ้น เป็นการเบิกทางให้คนรุ่นใหม่กล้าตัดสินใจออกมาทำอาชีพนี้โดยตรง”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

06

 เฉดสีครามธรรมชาติที่พาแมน คราฟต์ไปพบความพอดี

“ความพอของเรา เราไม่ได้หยุด แต่เราพอใจ พอใจในสิ่งที่เรามีกับสิ่งที่เราได้รับ พอใจในการสร้างงานศิลปะที่สวมใส่ได้ เราไม่เคยคิดว่าจะต้องไปเปรียบเทียบกับแบรนด์หรือกิจการอื่น ไม่เคยคิดว่าจะเอาเครื่องจักรมาทำงานแทนคน เพื่อลดต้นทุน เพื่อให้ได้ของจำนวนมาก แล้วขายได้มาก แต่เราพอใจในทักษะฝีมือของชุมชน แล้วเราก็พอใจในวัตถุดิบที่มีคุณภาพอยู่แล้ว เราไม่คิดหาเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาเสริมให้เกินพอดี” แต่แมนเสริมความรู้ให้ตนเองและแม่ช่างทออยู่เสมอ เขาคิดค้นเทคนิค ทดลองสีกับธรรมชาติ

เช่นเดียวกับหลักใหญ่ใจความที่เราได้จากการสนทนาครั้งนี้ ‘การพัฒนาคนและพัฒนาตน’ เป็นจุดแข็งของแมนและแบรนด์ Mann Craft

พอแล้วดีกับตัวเราก่อน จากนั้นสิ่งแวดล้อม คนในองค์กรก็จะดีตามมา อาจจะไม่หวือหวา แต่ค่อยเป็นค่อยไป เราต้องมีความมั่นคงในธุรกิจ เราต้องมีความอยู่ดีกินดีก่อน แล้วจึงพร้อมที่จะแบ่งปันให้คนอื่น    

“เราทำครามไม่เคยเบื่อสักวันเลยนะ มีทั้งความสุขและความสนุก เราอยากจะผลักดันและยกระดับงานหัตถกรรมทำมือของชุมชนให้เป็นสากล อยากให้ครามอยู่ในชีวิตประจำวันเหมือนในอดีตที่ผ่านมา” แมนทิ้งท้าย

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

Mann Craft

ประเภท: สินค้าไลฟ์สไตล์ ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ
ที่ตั้ง:   สาขา 1 1576 ถนนสุขเกษม ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร
สาขา 2 ท่าอากาศยานสกลนคร ตำบลธาตุนาเวง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร
สาขา 3 บองมาเช่ร์มาร์เก็ตพาร์ค แขวงลาดยาว เขตจตุจักร จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ผู้ก่อตั้ง: ปราชญ์ นิยมค้า
Facebook : Mann craft shop

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

สวนพืชผักสมุนไพรลอยฟ้า ฟาร์มหนอนแมลงวันลายที่เลี้ยงด้วยเศษอาหาร อาหารเช้าจากไข่ไก่ออร์แกนิก และพนักงานที่สนิทกันราวครอบครัว

ทั้งหมดนี้ซ่อนอยู่ในโรงแรมสูงเสียดฟ้าใจกลางเมืองที่หรูหราระดับ 5 ดาว รับประกันด้วยคะแนน 8.9 บน Booking.com และรางวัล Certificate of Excellence จาก Tripadvisor แถมยังเป็นโรงแรมที่ Agoda ภูมิใจแนะนำอีกด้วย

นี่คือความ (ไม่) ลับทางธุรกิจที่เราได้เรียนรู้จากการคุยกับ หนิง-อลิสรา ศิวยาธร ทายาทรุ่นที่ 3 ของโรงแรม Sivatel ธุรกิจซึ่งเริ่มต้นจากที่ดินเปล่าๆ ที่ปู่ของเธอซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ 50 กว่าปีที่แล้ว ก่อนนำมาใช้สร้างอพาร์ตเมนต์ 8 ชั้น แล้วเปลี่ยนมาเป็นโรงแรม Holiday Mansion และเมื่อวันเวลาผ่านไป เพลินจิตกลายเป็นย่านหรูกลางเมือง คุณปู่ผู้เล็งเห็นถึงการปรับตัวตามกระแสโลกจึงตัดสินใจสร้างโรงแรมสูงกว่า 30 ชั้นขึ้นแทน

โรงแรม Sivatel

หนิงเป็นคนชอบงานบริหาร แม้ไม่เคยทำธุรกิจโรงแรมมาก่อน แต่ด้วยความผูกพันกับสถานที่ซึ่งเลี้ยงดูเธอให้เติบโต และความสนใจในโจทย์ใหม่น่าแก้ เธอจึงสืบต่องานดูแลโรงแรมมาโดยปริยาย

เมื่อได้นั่งแท่นบริหาร เธอพบว่าโรงแรมเดินทางมาถึงจังหวะที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันยุคสมัยขึ้น หนิงศึกษาวิธีทำธุรกิจผ่านคอร์สจำนวนหนึ่ง และได้แนวคิดในการรีแบรนดิ้งมามากมาย แต่ยังไม่มีคอร์สใดที่ตอบโจทย์ปัญหาซึ่งเธอต้องการได้ นำมาสู่การเข้าร่วมรุ่นที่ 3 ของโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอทบทวนตัวตนของ Sivatel ผ่านวิชาแห่งความพอเพียง

โรงแรมขนาดใหญ่ที่มั่นคงแล้วเช่นนี้ จะยังได้ประโยชน์อะไรจากการนำหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ไปค้นหาคำตอบพร้อมกัน

โรงแรม Sivatel

01

โรงแรมที่ตั้งมั่นอยู่บนคุณธรรม

โรงแรมที่ดีต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง คำตอบของคนส่วนใหญ่อาจอยู่ที่ความหรูหรา ความสะดวกสบาย บริการที่ดีเลิศ

แต่หนิงอยากให้ Sivatel ไปไกลกว่านั้น

โรงแรม Sivatel

ต่อให้เธอทำธุรกิจจนเกิดกำไรงอกงามก็อาจไม่มีความหมาย หากโรงแรมไม่ได้ปลูกจิตสำนึกที่ดีให้ผู้มาเข้าพักด้วย โดยเฉพาะเรื่องสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบครัวของเธอใส่ใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หลักฐานคือรางวัล Green Leaf Certification ในปี 2014 และรางวัล Bangkok Clean and Green Certification ในปี 2015 ใส่กรอบวางเรียงรายอยู่ในล็อบบี้

เมื่อมาถึงรุ่นหนิง เธออยากสานต่อเจตนารมณ์ด้านนี้ไปให้มากกว่าแค่การทำให้ได้ตามมาตรฐาน ความหวังของเธอคือการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบจริงเป็นรูปธรรม และเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความใส่ใจสิ่งแวดล้อมลงในจิตใจของทุกคนในโรงแรมด้วย

โจทย์ที่เธอมองว่าสำคัญกว่าเรื่องอื่นใดคือ เรื่องขยะ ไม่ว่าโรงแรมน้อยใหญ่เพียงใดก็ต้องเผชิญขยะปริมาณมากอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ความรับผิดชอบของโรงแรมต่อสังคม จึงควรเป็นการจัดการกับขยะเหล่านี้ให้สร้างผลเสียแก่สังคมน้อยที่สุด “เดือนหนึ่งๆ โรงแรมเราผลิตขยะ 12,000 กิโลกรัม เราคาดหวังว่าจะลดให้ได้จนถึงวันที่ไม่ผลิตขยะอะไรออกมาเลย” หนิงบอกปณิธานให้เราฟัง

การเปลี่ยนแปลงในสเกลใหญ่ขนาดนี้เป็นเรื่องยากแน่นอน แต่ทำได้ด้วยความช่วยเหลือของหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

02

พอประมาณได้ด้วยการรู้จักตน

สิ่งสำคัญที่สุดซึ่งหนิงตกตะกอนจากการเข้าร่วมโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ หลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการกิจการสร้างสรรค์ที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม คือการกลับมาสำรวจธุรกิจเพื่อค้นหาว่าตัวตนของโรงแรมแห่งนี้คืออะไร

การตั้งคำถาม ก่อกำเนิดคำว่า Sustainable Boutique Hotel หมายถึงโรงแรมขนาดอบอุ่นที่ใส่ใจความยั่งยืน

คำเหล่านี้มีที่มาจากการประมาณตนได้ชัดเจน หนิงมองเห็นว่าด้านหนึ่ง ธุรกิจโรงแรมที่สร้างขยะจำนวนมากต้องปรับให้เข้ากับรากความรักธรรมชาติของตระกูลศิวยาธร และในอีกด้าน โรงแรมแห่งนี้เล็กพอที่จะใช้วิธีการจัดการขยะแบบชาวบ้านๆ ได้

“เราตั้งใจจะทำให้โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมแห่งความสุขอย่างสมดุลและการแบ่งปันอย่างยั่งยืน จากตัวพนักงานไปถึงลูกค้าที่มาพัก ไม่เป็นแค่ความสุขของตัวเองแต่เป็นความสุขที่เกิดจากการมีส่วนช่วยเหลือสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม” หนิงอธิบาย

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

การรู้ตัวอีกอย่างคือ การรู้ว่าโรงแรมเป็นสถานที่ที่นอกจากคนมานอนแล้ว คนมักมาเพื่อกิน ผู้เข้าพักมักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องอาหาร ลูกค้าชาวต่างชาติหลายคนกินไข่กันคนละเป็นสิบฟอง และตั้งหน้าตั้งตารอคอยบุฟเฟต์ยามเช้ากันด้วยความตื่นเต้น

เมื่อมองอีกแง่หนึ่ง ในกองขยะที่โรงแรมผลิตทั้งหมด เป็นขยะเศษอาหาร (Food Waste) ไปแล้วประมาณ 30 – 40 กิโลกรัมต่อวัน หนิงจึงตั้งเป้าว่าจะแก้ปัญหานี้ เพื่อช่วยทำให้ตัวตนของ Sivatel แจ่มชัดขึ้น

03

เลือกวัตถุดิบอย่างมีเหตุผล

เมื่อรู้จักตนเองแล้ว มาถึงคำถามต่อไปว่า แล้วจะใช้เหตุผลวางแผนให้ตอบแก่นของโรงแรมอย่างไร

สิ่งที่หนิงใช้สื่อสารคือการคัดเลือกวัตถุดิบประกอบอาหาร เธอเสาะหาเกษตรกรท้องถิ่นที่น่าสนับสนุน และสั่งวัตถุดิบจากพวกเขามาใช้ ตั้งแต่ไข่ออร์แกนิกจากสองฟาร์มไก่ คือ CMK Farm ที่ลพบุรี และแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม ที่นครปฐม เมล็ดกาแฟจากอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ข้าวจากเกษตรกรที่สุรินทร์ ผลิตภัณฑ์นมเนยจากฟาร์มแดรี่โฮม และผักผลไม้อีกมากมายจากไร่รื่นรมย์ หนึ่งในสมาชิกพอแล้วดี ที่ปลูกฟักทองรสหวาน ผักเคลคุณภาพ และมะเขือเทศที่อร่อยเกินห้ามใจ

โรงแรม Sivatel

“ตอนแรกเราคิดเรื่องใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่ พี่หนุ่ย-ดร.ศิริกุล เลากัยกุล (ผู้ก่อตั้งและเทรนเนอร์โครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’) บอกให้มองมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่ใช้ฟาร์มเหล่านี้เป็น Supplier เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองไปถึงว่าโรงแรมช่วยสนับสนุนพวกเขาในด้านอื่นใดได้อีกบ้าง และช่วยทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นได้อย่างไร เช่น การช่วยพัฒนาฟาร์ม ให้ความรู้ หรือให้วัตถุดิบอื่นกลับคืน” หนิงทวนวิชาพอเพียงให้เราฟัง

ตัวอย่างการร่วมมือกับฟาร์ม เช่นการเลือกนำขยะเศษอาหารมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย หนอนเหล่านี้อาจดูผิดที่ผิดทางเมื่ออยู่ในโรงแรม แต่กลับมีคุณค่าเมื่อเธอส่งกลับไปให้ฟาร์มไก่ เพราะหนอนน้อยกลายเป็นโปรตีนชั้นดีให้ไก่กิน ทำให้วงจรอาหารของโรงแรมครบสมบูรณ์

นอกจากนั้น หนิงยังทำสวนเล็กๆ ของตัวเองบนชั้น 28 ของโรงแรม ในสวนมีพืชผักนานาชนิด ตั้งแต่ต้นหม่อนที่มีผลให้เด็ดกินได้เลย ต้นโหระพาสำหรับใช้ทำซอสเพสโต ต้นไชยาที่น่านำใบไปหมักซีอิ๊ว และต้นมินต์ที่ส่งกลิ่นหอมจนอยากนำมาทำชา เพราะรู้ตัวว่าเป็นโรงแรมเล็ก หนิงจึงมั่นใจว่าสวนขนาดย่อมที่ระเบียงตึกจะออกผลผลิตเพียงพอให้ทั้งผู้ใช้บริการและพนักงานอย่างทั่วถึงได้

โรงแรม Sivatel

04

รากฐานครอบครัวดี ช่วยให้มีภูมิคุ้มกัน

Sivatel ไม่ใช่ชื่อเรียกของที่พัก แต่เป็นชื่อการรวมตัวกันของคน 161 คน

วันที่เธอได้เรียนรู้วิชาพอแล้วดี ทำให้หนิงได้หยุดคิด แล้วกลับมาถามพนักงานทุกคนว่า ‘อะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขเมื่อมาอยู่ที่นี่’ ซึ่งคำตอบจากทุกคนนั้นสรุปได้ด้วยคำคำเดียวว่า ‘ครอบครัว’

ไม่ใช่เพราะเป็นธุรกิจที่บริหารจัดการกันในตระกูลผู้ก่อตั้ง แต่ครอบครัวในที่นี้ครอบคลุมไปถึงพนักงานในตำแหน่งต่างๆ ทั้งพนักงานฝ่ายต้อนรับ ฝ่ายจัดซื้อ คนครัวทั้งหมด หรือแม้แต่พนักงานเปิดประตู ซึ่งพวกเขาเหล่านี้อยู่กับโรงแรมมานาน ใช้ชีวิตอยู่ที่โรงแรมมากกว่าที่บ้านเสียอีก นั่นทำให้พวกเขาสนิทสนมและห่วงใยกันราวคนในครอบครัว

โรงแรม Sivatel

โรงแรม Sivatel

เมื่อเป็นเช่นนั้น หนิงจึงยกความสุขของครอบครัวใหญ่นี้เป็นสำคัญ เป็นที่มาของโครงการ Happy Workplace โมเดลหลักสำหรับขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรของโรงแรม ที่ให้พนักงานมาร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ใส่บาตรร่วมกันทุกเดือน จัดปาร์ตี้วันเกิดและทริปด้วยกัน ส่วนกิจกรรมยอดฮิตคือ การทำธนาคารขยะที่เปิดให้พนักงานทุกคนนำขยะจากบ้านมาขาย และให้ความรู้เรื่องการแยกขยะเพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นการช่วยปลูกฝังพนักงานให้เกิดจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมไปในตัว สอดคล้องกับแก่นหลักของโรงแรมพอดีเป๊ะ

ภาพที่ออกมาจึงเป็นภาพผู้บริหารระดับสูงทักพนักงานทุกคนในโรงแรมด้วยชื่อเล่น และบอกได้หมดว่าใครเป็นใคร มาจากไหน เหมือนญาติพี่น้องจริงๆ เลย

“แต่ก่อนมีผู้มาสมัครงานเพื่อใช้โรงแรมนี้เป็นทางผ่านเพื่อหาประสบการณ์ก่อนไปทำงานโรงแรมซึ่งใหญ่กว่า ตอนนี้กลายเป็นว่าหลายคนยื่นใบสมัครมาด้วยเหตุผลว่าเห็นคนที่อยู่ที่นี่มีความสุข แล้วอยากมีความสุขแบบนั้นบ้าง” หนิงบอก

เพราะเหตุนี้ Sivatel จึงมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งพร้อมจะประคองในยามที่หนิงล้ม ไม่ให้เธอต้องเดียวดาย

05

รู้เรื่อง รู้ใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้

ต้องใช้แรงมากมายแค่ไหนในการรีแบรนด์โรงแรมขนาดใหญ่เช่นนี้ เราถาม หนิงตอบว่าไม่ยาก ในเมื่อผู้นำมองเห็นทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด

หน้าที่ของหนิงจึงเป็นการไปศึกษาเรียนรู้จนเข้าใจถึงความเชื่อมโยงนั้น เธอต้องเข้าใจหน้าที่ของแต่ละภาคส่วนในโรงแรมอย่างดี เข้าใจว่าปัญหาของพวกเขา และเข้าใจว่าจะโน้มน้าวพวกเขาได้อย่างไร รวมถึงเข้าใจในแผนใหม่ที่ต้องการเสนอ เพื่อให้ยามที่เสนอมาแล้ว ทุกฝ่ายจะพยักหน้าตกลงกับเธอ

ไม่ใช่เรื่องง่าย หนิงต้องทุ่มเททั้งเวลาและประสบการณ์ เพื่อชวนให้คน 161 คนหันไปในทิศทางเดียวกัน แต่เธอก็ทำจนได้

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

ความรู้เหล่านี้ปรากฏเห็นเป็นผลชัดในเรื่องการเปลี่ยนวัตถุดิบอาหาร การโน้มน้าวใจให้ทั้งโรงแรมเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์ทั่วไปมาเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่แพงกว่าอาจฟังดูยาก หนิงทำได้โดยการพาทุกคนไปเห็นพร้อมกัน เช่นการยกทั้งโรงแรมไปดูไร่รื่นรมย์ด้วยกัน ให้ฝ่ายครัวประทับใจในรสชาติจนอยากใช้วัตถุดิบเหล่านั้น และให้ฝ่ายจัดซื้อเข้าใจสาเหตุที่ราคาวัตถุดิบต้องสูงขึ้น ส่วนฝ่ายขายก็มีความรู้ที่ถูกต้องไปนำเสนอต่อได้ หนิงทำเช่นนี้กับทุกฟาร์มที่ Sivatel จะร่วมธุรกิจด้วย นี่เองคือ ‘ความเชื่อมโยง’ ที่เธอพูดถึง

เมื่อมีความรู้มาใช้ประกอบการเปลี่ยนแปลง ขนาดที่ใหญ่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป

“แต่ก่อนเราก็เหมือนโรงแรมอื่นๆ คือฝ่ายจัดซื้อมีหน้าที่แค่ซื้อของ เขาก็จะเห็นแต่ราคาและไปติดที่คำว่าแพง แต่พอเราชี้ให้เขาเห็นครบทั้งกระบวนการ ว่าถึงตัวเลขจะดูแพง แต่เมื่อคำนึงเรื่องอายุการจัดเก็บที่ยาวนานขึ้น ทำให้มีขยะเหลือจากการตัดแต่งวัตถุดิบน้อยลง ต้นทุนมันถูกลงนะ คุณภาพของที่ได้มามันมีเหตุผลในตัวมัน เขาก็จะเข้าใจไปด้วย” เธออธิบาย

06

ความพอดีที่ยั่งยืน

ความพอของ Sivatel คืออะไร สำหรับหนิงน่าจะไม่ใช่การผลิตกำไรล้นฟ้า แต่เป็นการทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมมีความสุขมากกว่า

“ต่อให้โรงแรมทำเงินได้มากกว่านี้ 10 ล้าน 20 ล้าน แต่ทุกคนในครอบครัวยังกินข้าวเท่าเดิม ยังซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อเดิม เราไม่ได้รู้สึกว่ามันทำให้เรามีมากขึ้นสักเท่าไร

“แต่ในอีกแง่หนึ่ง ยอดขายคือความเป็นอยู่ของทุกคนในโรงแรม กำไรที่ได้จะกลายไปเป็นโบนัสตอนสิ้นปี เป็นความสามารถในการขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน เราเลยบริหารโดยถือความรับผิดชอบต่อพนักงานและความสุขของพนักงานเป็นหลัก ว่าการเลือกอยู่กับเราต้องทำให้ชีวิตเขามั่นคง และเติบโตไปได้พร้อมโรงแรม” หนิงกล่าวถึงการหาจุดพอเพียง

ในด้านตัวเลข สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจน คือปริมาณขยะที่เคยมีกว่า 12,000 กิโลกรัมต่อเดือน ตอนนี้ Sivatel ลดปริมาณลงมาได้ถึง 6,500 กิโลกรัมต่อเดือนแล้ว แน่นอนว่าหนทางยังยาวไกลกว่าจะไปถึงจุดที่ไม่มีขยะเหลือทิ้ง แต่ก็นับว่าเข็มทิศความพอเพียงช่วยชี้ธุรกิจให้เดินมาถูกทาง

ธุรกิจที่ทำให้เจ้าของได้สนุก พนักงานมีความสุข และสร้างคุณค่าให้โลกได้ จึงกลายเป็นธุรกิจที่มีคุณค่าซึ่งวัดไม่ได้ด้วยเม็ดเงิน นี่คือสาเหตุที่ทำไมธุรกิจใหญ่ขนาดนี้แล้วยังต้องหาความพอเพียง

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

Sivatel Hotel Bangkok

ประเภท : ธุรกิจโรงแรม
ที่ตั้ง : 53 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
เจ้าของกิจการ : อลิสรา ศิวยาธร
Website : www.sivatelbangkok.com

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load