กลิ่นที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลาย กลิ่นที่จะช่วยบรรเทาปัญหาที่คุณเผชิญ กลิ่นง่ายๆ ที่คุณอาจมีอยู่แล้วในสวนหลังบ้าน จะดีไหมหากมีน้ำมันหอมจากกลิ่นเหล่านี้ที่ตั้งใจผสมมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ

นี่คือความตั้งใจของ ‘คุณยายปลั่ง’ ที่ไม่ใช่ชื่อคน แต่เป็นชื่อแบรนด์

นุช-วรนุช ภาคานาม เจ้าของธุรกิจคุณยายปลั่ง เริ่มต้นจากการเป็นนักบัญชี งานที่เธอถือเป็นความรับผิดชอบเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว และสั่งสมความมั่นคงให้เธอเตรียมตัวก้าวไปสู่สิ่งใหม่ๆ จนกระทั่งวันที่เธอคิดว่าตัวเองพร้อมจะออกตามหาความสุข นุชจึงหันมาศึกษาด้านธุรกิจเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม แล้วทดลองค้นหาไปเรื่อยๆ จนวันที่ได้กลับมาอยู่บ้านดูแลพ่อแม่ที่อยุธยา จึงพบความสุขว่าอยู่ในชนบท บ้านที่เธอเติบโตมา และนำมาสู่การทำธุรกิจเกี่ยวกับสมุนไพรที่หาได้ในบ้าน สบู่ แชมพู ครีมหมักผม ยาสีฟัน ครีมบำรุงผิว ครบถ้วนทุกอย่าง น่าใช้ทุกกลิ่น

คุณยายปลั่ง

ผ่านไป 9 ปี แบรนด์คุณยายปลั่งเติบโตงอกเงยเข้มแข็งขึ้น กลายเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ประจำอำเภอบางปะอิน แต่นุชยังอยากไปต่อจากนี้ ทำให้เธอเลือกเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ รุ่นที่ 2 เพื่อศึกษาหาทิศทางของธุรกิจเล็กๆ ของเธอ ว่าจะงอกเงยไปได้อย่างไรบ้าง

มาถึงวันนี้ที่นุชได้นำหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ทั้งกับธุรกิจและกับชีวิต เธอมีความฝันใหม่ ว่าด้วยการทำกลิ่นที่เหมาะกับธาตุเจ้าเรือนของลูกค้าแต่ละคน ทั้งยังหวังต่อไปอีกว่าจะทำให้สมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นชินกันดีอย่างขิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด กลายเป็นสมุนไพรด้านกลิ่นที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกตามมาตรฐานสากล

ใช่ว่าการพอเพียงคือต้องหยุดฝัน นุชเรียนรู้และค้นพบจุดนั้นได้อย่างไร เธอจะเล่าให้ฟัง

คุณยายปลั่ง

01

กลิ่น : สร้างตัวตนด้วยความรู้

เชื่อว่าคำถามแรกของหลายคนเมื่อเห็นชื่อแบรนด์คือ คุณยายปลั่งเป็นใคร? สำหรับนุช คุณยายปลั่งเป็นตัวแทนของวิถีชีวิตชาวบ้าน โดยชื่อนี้มาจากคุณยายของแม่ของเธอ ที่เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งซึ่งใช้พืชผักสมุนไพรธรรมดาๆ ในการดูแลคนในครอบครัวและชุมชน ความธรรมดาเหล่านี้มีเสน่ห์ในสายตาเธอ และทำให้เธอมีความสุข

เมื่อได้เข้าโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ นุชก็ได้ค้นลงไปอีกขั้นหนึ่งและพบว่าความสุขของเธอที่ผูกพันอยู่กับสมุนไพรในบ้านนั้นมาจากกลิ่นที่เธอคุ้นเคยเมื่อตอนดูแม่ทำกับข้าวอยู่ในครัว ความรู้สึกแบบบ้านๆ ที่เกิดจากความอบอุ่นเป็นกันเองของครอบครัว สิ่งนั้นคือแกนกลางของตัวเธอ ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นตัวตนของแบรนด์คุณยายปลั่งด้วยเช่นกัน

คุณยายปลั่ง

“ที่จริงแล้วแบรนด์มันก็คือชีวิตเราเลยนั่นแหละ เรารู้สึกนึกคิดอย่างไร คนก็จะสัมผัสได้จากของที่เราทำไป” นุชบอกพร้อมรอยยิ้ม

หลังจากเห็นตัวตนอย่างแจ่มชัดขึ้นแล้ว พี่หนุ่ย-ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้ก่อตั้งโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ ให้คำแนะนำต่อไปว่า หากอยากคงไว้ซึ่งตัวตนนี้ นุชจะต้องออกไปขวนขวายหาความรู้อย่างหนัก เพื่อให้กลิ่นสมุนไพรที่เธอรักพัฒนาไปให้มากกว่าแค่ความดีงามตามมาตรฐาน

“เราเริ่มจากการนำองค์ความรู้มาพัฒนาสมุนไพรรอบตัวให้เป็นสบู่ แชมพู ยาสระผม ไม่ได้ต่างอะไรจากแบรนด์อื่นๆ เราแค่คัดเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่และเน้นคุณภาพที่ดี แต่พอทำไปแล้ว ความต้องการของลูกค้าเริ่มมากขึ้น และความสุขของเราเริ่มจางหาย เราจึงคิดว่าจะต้องออกจากวังวนนี้ด้วยหาความรู้เพิ่ม เพราะความรู้จะทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น” นุชทบทวนที่มาที่ไปให้เราฟัง

02

กลมกลืน :  สร้างผลิตภัณฑ์ตามธรรมชาติ

เนื่องจากเรื่องกลิ่นของคุณยายปลั่งนั้นเกี่ยวกับธรรมชาติ การผสมน้ำมันหอมของนุชจึงตั้งใจออกแบบตาม ‘ธาตุเจ้าเรือน’ ของผู้ใช้ด้วย นั่นคือธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ที่แตกต่างกันไปตามเดือนเกิด ธาตุเจ้าเรือนเป็นตัวกำหนดบุคลิกและลักษณะนิสัยของคนนั้นๆ เช่น ธาตุลมจะมีความคิดสร้างสรรค์สูง ธาตุไฟจะมีความเป็นผู้นำ ธาตุน้ำจะเจ้าอารมณ์ อ่อนไหวง่าย และธาตุดินจะเป็นคนจริงจัง เป็นต้น

นี่เป็นหนึ่งในศาสตร์ซับซ้อนที่นุชได้ซึมซับจากการเรียนแพทย์แผนไทย จึงอาจมองได้ว่าเป็นหนึ่งในความพยายามของเธอที่จะใช้ความรู้รวมความเป็นไทยเข้ามาไว้ในผลิตภัณฑ์

หากลูกค้าคนใดสนใจสั่งผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ของคุณยายปลั่ง จะต้องผ่านแบบสอบถามสุดละเอียดที่ถามตั้งแต่ระยะเวลาที่อยู่ในครรภ์มารดา ลักษณะนิสัย จนถึงรสชาติอาหารที่ทานประจำ เพื่อให้นุชเลือกประเภทกลิ่นเหมาะสมกับธาตุของคุณ และช่วยผ่อนคลายในปัญหาที่คุณเผชิญ (ลองเข้าไปทำได้ที่นี่)

“ร่างกายธรรมชาติของมนุษย์จะปฏิเสธสิ่งที่ไม่ใช่ออกไป เช่นกลิ่นสังเคราะห์ และรับสิ่งที่ใช่เข้ามาโดยอัตโนมัติ เช่นกลิ่นจากธรรมชาติ ถ้าได้ดมกลิ่นที่แท้สมองจะสั่งการรับจนรู้สึกเข้าไปในจิตวิญญาณเลย และกลิ่นแท้นั้นจะต้องอยู่ในปริมาณที่พอดี จึงจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายได้จริง” นุชอธิบายเรื่องการใช้กลิ่นที่เหมาะสมกับธรรมชาติของผู้ใช้

คุณยายปลั่ง คุณยายปลั่ง

03

กลั่นกรอง : เลือกวัตถุดิบด้วยเหตุผล

นอกจากความรู้ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้ในธุรกิจสมุนไพรคือ วัตถุดิบ

ในโลกที่มีวัตถุดิบสำหรับสร้างกลิ่นมากมาย แบรนด์เล็กๆ เช่นนี้จะเลือกวัตถุดิบอย่างไร หากมองจากหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงก็ไม่ยากเลย เพราะหากกลับไปมองถึงตัวตนว่าทำแบรนด์เพื่ออะไร แล้วต่อยอดจากจุดนั้นด้วยเหตุผล ก็จะรู้ได้เองว่าต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง

คุณยายปลั่ง

“มีคนถามว่า ทำไมไม่เลือกกลิ่นแพงๆ วัตถุดิบที่ขายได้ราคาเยอะๆ เรามองว่าถ้าคนไปสนใจแต่ตรงนั้นกันหมด ความยั่งยืนของวัตถุดิบจะอยู่ตรงไหน ทำไมเราไม่เลือกสิ่งที่อยู่รอบตัวเราอยู่แล้ว มันธรรมดาๆ หาได้ไม่ยาก และมีคุณค่าที่หลายคนยังไม่รู้ เราเลยเลือกพวกนี้” นุชเล่าเหตุผลเบื้องหลังการคัดเลือกวัตถุดิบ

แล้ววัตถุดิบพวกนี้มาจากไหน

ง่ายนิดเดียว ก็มาจากแถวละแวกบ้านของนุชนั่นเอง “เราก็อยู่ตรงนี้ บรรพบุรุษเราก็อยู่ตรงนี้ ความสุขเราก็อยู่ตรงนี้ บ้านทุกหลังก็มีต้นพวกนี้กันคนละต้น เราก็รวบรวมเขาเข้ามาเป็นสมาชิกของเรา”

อีกสาเหตุหนึ่งที่เธอเลือกใช้วัตถุดิบจากละแวกบ้าน เพราะสถานที่ปลูกและดินที่ใช้ปลูกมีความสำคัญมากต่อการสร้างสารหอมของพืช เธอยกตัวอย่างนานาชาติให้ฟัง คือลาเวนเดอร์ “ถ้าปลูกบนภูเขา ลาเวนเดอร์จะต้องพยายามทำตัวเองให้งอกเงย และจะหลั่งสารที่เรียกว่า Ketone ออกมาเยอะ ถ้าเราเอาลาเวนเดอร์ตรงนั้นมาใช้กับคน มันจะไม่สร้างความสุข แต่ถ้าเป็นลาเวนเดอร์ที่อยู่ในบรรยากาศที่ดี เช่น ริมแม่น้ำ จะมีสาร Linalool เยอะ ซึ่งเป็นสารที่ทำให้คนผ่อนคลาย จะเหมารวมว่าลาเวนเดอร์ทุกอันดีหมดไม่ได้”

ส่วนตัวอย่างแบบไทยๆ เธอยกเรื่องตะไคร้หอม “จะกลั่นตะไคร้หอมมาไล่ยุง ถ้าถามว่า ทำไมตะไคร้หอมของคุณไล่ไม่ได้ ก็ต้องถามกลับไปว่าตะไคร้หอมปลูกที่ไหน สกัดมาแล้วมันมีสาร Citronella ที่ช่วยไล่ยุงแค่ไหน รวมถึงเรื่องไพล ไพลที่ขึ้นในภาคเหนือกับไพลที่ขึ้นในภาคอีสานให้สารสำคัญที่ต่างกัน ต้นทางภาคเหนือมีสารลดปวดได้ดี แต่อีกต้นมีสารช่วยระบบหายใจได้ดี”

คุณยายปลั่ง

04

กลุ่มก้อน : ไม่ทิ้งสิ่งที่เป็นภูมิคุ้มกัน

ในความต้องการจะโดดเด่น ธุรกิจซึ่งเปิดมาเกือบ 10 ปีอย่างคุณยายปลั่งก็ต้องไม่ลืมผู้อยู่เบื้องหลังทุกท่านด้วย

ด้านหนึ่งหมายถึงลูกค้าประจำที่เข้ามาใช้แล้วติดใจในคุณภาพของสินค้าพื้นฐานต่างๆ คนเหล่านี้ช่วยเป็นภูมิคุ้มกันให้คุณยายปลั่งตลอดมา และหากเธอใส่ใจดูแลผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน พวกเขาก็จะคอยรองรับหนุนหลังแบรนด์ต่อไป “จู่ๆ จะทิ้งผลิตภัณฑ์พื้นฐานที่มีฐานลูกค้าเก่าไปเลยแล้วมาทำแต่เรื่องกลิ่น มันอาจจะสุดโต่งเกินไป เราเลยตั้งผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับธาตุเจ้าเรือนเหล่านี้ไว้ตรงกลาง ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีฐานลูกค้าอยู่ก็เป็นตัวล้อมไว้” นุชอธิบายแผนการบริหารธุรกิจให้ฟัง

ในอีกด้านหนึ่ง คนอีกกลุ่มที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจนี้มาตลอดคือพนักงานและชาวบ้านแห่งบางปะอิน เช่น ป้าเตือนใจ ชาวบางปะอินผู้เป็นมือขวาของแบรนด์ ป้ารับผิดชอบงานด้านการขายแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ตกแต่งร้าน ห่อสินค้าเพื่อจัดส่ง และติดต่อลูกค้า แม้ทิศทางของแบรนด์จะเปลี่ยนไปจากเดิม นุชก็เชื่อว่าเธอยังต้องหาที่ทางเพื่อให้คนเหล่านี้ที่อยู่ด้วยกันกับแบรนด์มานาน ยังมีงานที่ดีทำ และใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข

คุณยายปลั่ง

“ตอนแรกเราว่าเราก็รู้จักตนประมาณหนึ่ง แต่เป็นระดับตัวเรา คือรู้ว่าเราชอบทำอะไร แต่พอเข้าโครงการ เขาให้เรารู้จักตัวเองในระดับที่ลึกขึ้น คอยเตือนสติเราว่าในจังหวะที่คุณมีความสุข ความสุขของคุณต้องสร้างคุณค่าให้ชีวิตคนอื่นด้วย มันถึงจะยั่งยืน” นุชเล่าถึงสิ่งใหม่ที่พบจากโครงการพอแล้วดีให้ฟัง

05

กล้าแกร่ง : ใช้คุณภาพที่ดีทำให้มีชื่อเสียง

เรื่องที่นุชให้ความสำคัญและพูดถึงอยู่ตลอดการสนทนาคือ เรื่องคุณภาพของสินค้า เธอมองว่านี่เป็นจุดสำคัญที่ทำให้คุณยายปลั่งดำรงอยู่ได้ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นนุชทำเองผสมเองหมดที่บ้านของตัวเอง โดยจะไม่ทำเก็บไว้มาก แต่เน้นทำตามรอบการหมุนเวียนของสินค้า เมื่อไรที่หน้าร้านแจ้งมาว่าของเริ่มร่อยหรอ เธอก็จัดแจงผลิตเพิ่มส่งไปให้

“เรามองว่ามันเหมือนการทำอาหาร คือมันมีความสด สมุนไพรเขาก็มีชีวิตนะ กลิ่นที่ออกมาก็ควรเป็นกลิ่นที่สดใหม่ ไม่ใช่ทำแล้ววางทิ้งให้เขาแห้งอยู่บนชั้นเป็นปีๆ เหงาแย่” นุชพูดพร้อมเสียงหัวเราะ

การจะได้คุณภาพที่ดีมานั้น คงขาดความรู้ไปไม่ได้ เธออธิบายให้ฟังว่า แม้แต่สมุนไพรพันธุ์เดียวกัน หากปลูกคนละแบบในสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ที่แตกต่าง ก็อาจส่งผลให้มีสารซึ่งดีต่อสุขภาพในปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนั้น ความรู้จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะต้องเข้าใจว่าหากต้องการสร้างกลิ่นที่ช่วยเยียวยาและผ่อนคลายในเรื่องเหล่านี้ จะต้องนำกลิ่นที่กลั่นจากพืชไปตรวจเพื่อให้พบเจอสารสำคัญอะไรบ้าง ตรงตามที่ต้องการใช้ประโยชน์หรือไม่

นุชมองว่า คุณภาพนี่แหละที่จะเป็นตัวสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนกับการตลาดอะไรเลย “ภาพมันจะเปลี่ยนไป ไม่ใช่ด้วยการบอกเล่า แต่ด้วยการสัมผัสสินค้าโดยตรงต่างหาก” นุชอธิบายวิธีการสร้างแบรนด์แบบจริงใจไม่ชวนเชื่อของเธอ

คุณยายปลั่ง คุณยายปลั่ง

06

กว้างไกล : พัฒนาอย่างมีสติ

เมื่อฉันถามถึงนิยามของการประสบความสำเร็จ นุชตอบว่า ในระดับแรกคือการทำธุรกิจที่ตนเองมีความสุข และได้สร้างคุณค่าให้ผู้อื่น ซึ่งทั้งสองจุดนี้ คุณยายปลั่งนับว่าประสบความสำเร็จแล้วในมุมมองของเธอ

แต่เธอยังไม่อยากหยุดแค่นี้ สำหรับเธอ แบรนด์จะประสบความสำเร็จไปได้อีกขั้น หากได้มีโอกาสช่วยทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้น หนทางหนึ่งที่เธอเลือกมุ่งไป คือการทำสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

“ไทยเรามี Aroma Therapy ในครัวกันตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ต้มยำที่ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เพื่อช่วยขับลม ลดท้องอืดท้องเฟ้อ หรือการให้ดมหอมแดงช่วยลดการอักเสบ ต้านเชื้อโรค ขับเสมหะ มันเป็นศาสตร์ทั้งหมด เราแค่ยังไม่เคยเอามาตีความให้สอดคล้องกับความรู้ระดับสากล หน้าที่ของคุณยายปลั่งคือการแปลกลิ่นเหล่านี้ที่มีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ว่าจะเอามาใช้อย่างไรในเชิงวิทยาศาสตร์และสุขภาพ” นุชเล่าถึงจุดมุ่งหมายใหม่ของธุรกิจ

คุณยายปลั่ง

การจะทำให้ได้ตามฝันดังกล่าว หมายถึงนุชต้องศึกษาหาความรู้อย่างหนักหน่วงมากขึ้นไปอีก เธอเลือกลงเรียนทั้งคอร์สเกี่ยวกับกลิ่นบำบัดของต่างประเทศ เพื่อให้ได้ใบรับรองที่ยอมรับกันเป็นมาตรฐานสากล พร้อมกับเรียนแพทย์แผนไทยเพื่อให้มีความรู้แบบไทยๆ มาผสม โดยตั้งใจให้ความรู้ที่สั่งสมมาเหล่านี้รวมตัวกันกลั่นออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีความหมาย

ใครบอกว่าความพอเพียงคือการฝันให้เล็ก สำหรับนุชแล้วตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เธอทำให้เรื่องราวเล็กๆ ในสวนหลังบ้านของเธอกลายเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ ทั้งหมดเกิดขึ้นได้เพราะการรู้จักพอ

07

กลมกล่อม : เพียงพอเพราะชัดเจน

เมื่อนุชได้จุดแกนกลางอันชัดเจนของธุรกิจแล้ว เธอก็เข้าถึงจุดที่พอเพียงได้ง่ายขึ้น และได้เรียนรู้ว่า หากจะไปถึงเป้าหมายตามที่หวังไว้นั้น เธออาจจำเป็นต้องเลือกตัดบางสิ่งที่ ‘ไม่ใช่’ ออกไป เพราะหากทำทุกอย่าง สิ่งที่จะขาดหายคือเวลาระหว่างนุชกับครอบครัว และเวลาในการพัฒนาแบรนด์เพื่อให้โตไปข้างหน้า

ตัวอย่างการตัดแบบหนึ่ง คือการค่อยๆ ลดความโดดเด่นของสินค้าพื้นฐาน แล้วหันไปแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเรื่องกลิ่นแทน เพื่อให้เธอได้ใส่ใจกับสิ่งที่สำคัญต่อธุรกิจจริงๆ และก็ไม่ทิ้งกลุ่มลูกค้าเดิมไป

คุณยายปลั่ง

“น้ำมันหอมทุกขวดที่ปรุงเราต้องดมเองหมด ถ้าเราปรุงหลายขวดเกินไปต่อ 1 วัน สิ่งที่ดมไปมันจะเริ่มส่งผลต่อร่างกาย เราเลยต้องมีกรอบในการทำงานว่าทำแค่ไหนถึงจะเรียกว่าพอดี นั่นคือสาเหตุที่ต้องมีผลิตภัณฑ์พื้นฐานช่วยดูแลธุรกิจเคียงคู่ไปเรื่อยๆ แล้วถ้าถึงจุดหนึ่ง เราอาจทำให้น้ำมันหอมเป็นผลิตภัณฑ์พื้นฐานด้วยก็ได้” นุชเล่าถึงวิธีคำนวณความพอดีของแบรนด์ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

อีกการ ‘ตัด’ หนึ่งคือการตัดกลุ่มลูกค้า นุชได้เรียนรู้จากการออกร้านว่า แม้การทำเช่นนั้นจะช่วยให้ขายดีถล่มทลายในระยะเวลาสั้นๆ แต่ผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาในร้านกลับรู้จักแบรนด์เพียงแค่จากที่เห็นชั่วครู่ และไม่ใช่ว่าทุกคนที่ผ่านเข้ามาจะกลายเป็นลูกค้าที่ยั่งยืน ทำให้เธอต้องถอยกลับมาตั้งสติ พิจารณาแก่นของตัวเองให้ดี “พอเราชัดเจนกับตัวเองแล้ว ลูกค้าที่รอคอยสินค้าคุณภาพก็จะหาเราเจอได้ง่ายขึ้น”

เมื่อทำแต่พอประมาณ ส่งผลให้แบรนด์มีคุณค่า และสร้างความสุขให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

คุณยายปลั่ง

ขอขอบคุณสถานที่ วัดนิเวศธรรมประวัติ

คุณยายปลั่ง

ประเภท : ธุรกิจผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร

ที่ตั้ง : ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT) 59 หมู่ 4 ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13290

เจ้าของกิจการ : วรนุช  ภาคานาม

Facebook : https://www.facebook.com/kunyaiplang

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator

porlaewdeethecreator.com

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

เมื่อกลางปี The Cloud ชวนคนอ่านไปทำความรู้จักกับกิจการมากหน้าหลายครามในงาน ‘สกลเฮ็ด’

เรากลับไปเยือนสกลนครอีกครั้ง แม่นแล้วคราฟต์! สองเท้าของเรากำลังเดินตรงไปหาร้านผ้าทอย้อมสีธรรมชาติแบรนด์Mann Craft’ ของ แมน-ปราชญ์ นิยมค้า คนรุ่นใหม่ผู้ปลุกชีพต้นครามแห่งเมืองสกลฯ ให้งอกงามขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อชวนหนุ่มอีสานเว้าถึงครามรัก หรือความรักที่มีต่อครามตลอดจนการต่อยอดหัตถกรรมอีสานศิลป์

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แมนเป็นหนุ่มสกลนครโดยกำเนิด แต่เข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ มีโอกาสกลับบ้านบ้างบางครั้งบางครา หลังเรียบจบปริญญาโทด้านการออกแบบเขาประกอบอาชีพเป็นครีเอทีฟรายการกีฬาอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งคุณแม่ไม่สบาย เขาจึงถือโอกาสกลับสกลนครมาดูแลคุณแม่อย่างจริงจัง

เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาอยากทำงานสร้างสรรค์ตามถนัด แมนเริ่มมองหาสิ่งที่เป็นไปได้ในเมืองขนาดเล็กของภาคอีสาน และพบว่าหัตถกรรมดั้งเดิมอย่างการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติภายใต้แนวความคิด ‘สืบสาน สร้างสรรค์ อีสานศิลป์’ ของเขาตอบโจทย์และโดนใจ

“เราอยู่ในสกลฯ เป็นคนสกลฯ เราอยากจะสร้างคุณค่าให้กับชุมชน สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เรามี เป็นโอกาสดีที่เราจะทำให้ศิลปะของอีสานหรือสกลนครเป็นที่รู้จักมากขึ้น”

เส้นทางสีครามของ Mann Craft จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

01

เริ่มต้นด้วยความรักที่มีต่อคราม

ในปีแรกของการกลับบ้าน แมนหมายมั่นจะพาของดีเมืองสกลฯ จากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างเครื่องจักสาน เสื่อทอมือ เครื่องปั้นดินเผา ไปอวดสายตาชาวโลกผ่านการติดต่อกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แต่เขากลับพบความเป็นจริงว่าลูกค้าทั้งไทยและเทศชื่นชอบงานผ้ามากกว่า แมนจึงเลือกตัดสิ่งที่เป็นไปได้ยากออกและเริ่มมองหาสิ่งที่เขารัก รักจนอยากจะนำมาประกอบเป็นอาชีพ

การออกแบบ ศิลปะ และงานหัตกรรม คือสิ่งที่แมนรัก

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“เราสนใจการทอผ้าและการย้อมสีธรรมชาติของอีสานศิลป์  อยากจะสืบสานแล้วก็สร้างสรรค์ เอางานทักษะดั้งเดิมมาปรับรสชาติใหม่ตามรสนิยมของเรา นอกจากเรื่องความชอบส่วนตัว เราดูความต้องการของตลาดด้วย จะเห็นว่าเราทำงานแบบไม่ตามเทรนด์นะ แม้เราดูหนังสือแฟชั่น ดูนิตยสาร ดูอินสตาแกรม เราดูเพราะเราชอบ แต่ไม่ได้ดูเพื่อจะมาทำตามแบบใคร เราดูเพื่อที่จะไม่ทำเหมือนเขาเพราะงานหัตถกรรมของเราเน้นความคลาสสิก”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แนวทางของแมน งานคราฟต์คือ Wearable Art หรืองานศิลปะบนผืนผ้า ที่ตัวผู้สวมใส่มีส่วนร่วมในการผลิต แถมยังหยิบมาใช้กี่ปีก็ไม่มีตกยุค อาทิ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าแขวนผนัง และสารพัดผ้าอเนกประสงค์จากการทอมือและย้อมสีธรรมชาติ

“ครามเป็นสีแห่งความสุข น้อยคนมากที่เห็นสีครามแล้วจะไม่ตกหลุมรัก” ไม่บอกก็รู้ว่าแมนตกหลุมรักสีครามเข้าขั้นไหน สังเกตจากแววตาเป็นประกายและสีสันจากธรรมชาติบนผืนผ้าคละขนาดภายในร้านมากกว่าครึ่งล้วนมาจากครามหลากเฉดสี

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

02

ต้องศึกษาหาความรู้เพื่อจะให้ความรู้

ครอบครัวของแมนรับราชการ แน่นอนว่าทอผ้าและย้อมสีเป็นสิ่งไม่ถนัด แต่ชายหนุ่มมือเปื้อนครามมองว่าเป็นข้อดี เพราะสิ่งนี้จะทำให้เขากระโดดออกนอกกรอบได้อย่างเต็มที่ งานของแมนจึงไม่มีสูตรสำเร็จ แถมการเสาะหาความรู้และเทคนิคใหม่ๆ นำกลับมาทดลอง ยังเป็นความท้าทายของเขา

มือครามทดลองเริ่มจากไปหาย่ายายคนเก่งประจำชุมชนเพื่อเรียนรู้กระบวนการย้อมครามและสีจากธรรมชาติแบบดั้งเดิมใหม่ตั้งแต่ต้น หากสังเกตครามทั่วไปหลังย้อมแล้วจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่เอกลักษณ์ของ Mann Craft จะเป็นครามสีอ่อน และไล่เฉดสีคราม ซึ่งแมนทำได้มากสุดถึง 52 เฉดสี จากการทดลองเขายังนำครามมาสกัดเป็นหมึกสำหรับเพนต์ลงไปบนผืนผ้าอีกด้วย

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

ผ่านทักษะการย้อม แมนลุยต่อกับทักษะทอผ้า แมนลงลึกเรียนรู้กับช่างทอในชุมชน ขับรถจากสกลฯ ไปเรียนถึงทองหล่อก็ทำมาแล้ว เพื่อจะได้รู้โครงสร้างของผ้า เส้นยืน เส้นพุ่ง และส่วนประกอบของอุปกรณ์ทอผ้า แล้วนำข้อมูลกลับมาสื่อสารกับช่างทอขาประจำของ Mann Craft เพื่อที่จะได้คุยภาษาเดียวกัน และทำงานกันอย่างเข้าใจและราบรื่น

หลังจากจบหลักสูตรทอผ้าและย้อมสี นักครามทดลองอย่างแมนยังเชื่อว่ายังมีองค์ความรู้อีกมากที่จำเป็น เขาจึงตัดสินใจบินตรงไปแดนอาทิตย์อุทัย เพื่อเรียนกระบวนการพิมพ์ภาพแบบญี่ปุ่นกับคุณแม่ของเพื่อนซึ่งเป็นศิลปินย้อมกิโมโนจากสีธรรมชาติ หรือบางครั้งแมน ผู้มีโอกาสไปเป็นคุณครูสอนไกลถึงอินเดีย ก็ถือโอกาสเป็นนักเรียนไปด้วยในคราเดียว

“เราอาจจะเป็นตัวอย่างของคนทำงานหัตถกรรมรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ แต่เราก็ให้ความเคารพกับภูมิปัญญาดั้งเดิม เราไม่ได้เรียนเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบในท้องถิ่น มันเลยสนุกทุกครั้งเวลาลงมือทำ”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แมนกระโดดออกนอกกรอบจนเราทึ่ง! หลายๆ เรื่องที่เขาเล่าให้ฟังทำให้เรารู้สึกสนุกตามไปกับเขาด้วย เช่น เขาบอกคุณแม่ช่างทอให้สร้างสรรค์ลาย 6 ลายไม่ซ้ำกันในผ้าผืนเดียว หรือผ้าพันคอ 1 ผืนจะมีทั้งการทอลาย จุ่มสีเปลือกไม้ ย้อมสีคราม เพนต์ลายด้วยหมึกคราม และจบด้วยการพิมพ์ภาพด้วยโคลนธรรมชาติ

ส่วนเทคนิคไล่เฉดสีที่เราชอบมาก นอกจากจะไล่สีคราม เขายังนำสีธรรมชาติจาก เหลืองใบสมอ น้ำตาลเปลือกไม้ 2 ชนิด และฟ้าคราม เบลนด์ทุกสีเข้าด้วยกันผ่านมือช่างทอฝีมือดีและนักครามทดลองฝีมือเด่น ทั้งหมดนี้มาจากกระบวนการที่เขาต้องทดลองย้อมสีจากธรรมชาติจนกว่าจะพอใจ จับสีมาเรียงกัน เลือกชุดสีที่ผ่านเข้ารอบ แปะตัวเลขให้ช่างทอเรียงสีได้ง่าย คงคล้ายกับการใช้หลอดแก้วจิ้มสีดีโดนใจใน Swatch ของโปรแกรมประจำตัวนักออกแบบ

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“ทำไมถึงเลือกใช้เทคนิคมากมายขนาดนี้กับผ้าหนึ่งผืน” เราถาม

“ถ้าใช้เพียงเทคนิคเดียวก็ไม่ท้าทายสิ” เขาพูดพร้อมยิ้มอย่างสุภาพ

03

คนหัวใจสีครามเดียวกัน เปิดโอกาสและให้เกียรติ

แมนทำงานร่วมกับชุมชนบ้านนาจาน ชุมชนบ้านนานกเค้าและเครือข่ายเกษตรกรชุมชนของจังหวัดสกลนคร ซึ่งกว่าจะเจอคนหัวใจสีครามเหมือนกัน เขาบอกเจือเสียงหัวเราะว่า “เจ็บมาเยอะ เจอทั้งดีบ้าง ไม่ดีบ้าง” เหตุผลที่แมนให้ความสำคัญกับการเลือกชุมชนที่เขาทำงานด้วยอย่างหนัก เป็นเพราะถ้าพวกเขากลมเกลียว กิจการ Mann Craft ก็จะเหนียวแน่นไปด้วย

“พอเรารวมกันเป็นกลุ่มก้อนแล้วอยู่กันแบบเครือญาติด้วยความจริงใจ สร้างอาชีพให้เขาอย่างมั่นคง เขาก็จะชักชวนกันมา กลุ่มของเราอาจไม่ใช่ช่างฝีมือที่ดีที่สุดในจังหวัดหรือประเทศ แต่เป็นกลุ่มที่เขาพร้อมจะพัฒนาไปกับเรา เขาเชื่อมั่นในการทดลองและการสร้างสรรค์ของเรา นับเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างหนึ่ง”

แมนเลือกทำงานกับ 2 ชุมชน เพราะความหลากหลายของผ้า ความพิเศษของชุมชนบ้านนาจาน ช่างทอจะทอเฉพาะลวดลายดั้งเดิมเท่านั้น อย่างลายมัดหมี่ ลายลูกแก้ว ลายลูกหวาย ฯลฯ ส่วนชุมชนบ้านนานกเค้าจะไม่ทอลายดั้งเดิม แต่จะทอลวดลายร่วมสมัย ใช้เทคนิคการเหยียบตะกอสร้างลวดลายใหม่ เช่น ลายสายฝน แมนออกคอลเลกชันพอดีกันกับฤดูฝน ใช้เทคนิคการทอผ้าแบบเท้าเหยียบ 4 ตะกอ

บางครั้งเพื่อนร่วมงานต่างวัยของแมนก็มีลวดลายทอผ้าแปลกตามาเสนอ ซึ่งแมนก็สนองด้วยการให้ลองทอมาก่อน หากออกมาแล้วพอใจทั้งคนเสนอและคนสนอง ก็จะนำมาพัฒนาต่อในลำดับถัดไป

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“ชาวบ้านเขามีทักษะฝีมืออยู่แล้ว เราเปิดโอกาสให้เขาคิดและทดลองสิ่งใหม่ เมื่อเขามีรายได้ มีอาชีพมั่นคง ก็ส่งผลให้แบรนด์ของเรามีความยั่งยืนตามไปด้วย” ไม่เพียงแต่นักครามทดลองคนเดียวที่คอยเสาะแสวงหาเทคนิคใหม่ คุณแม่ช่างทอก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาแบรนด์ร่วมกัน

“ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำงานกับชุมชน เพราะอย่างช่วงหน้าฝน เขาจะเริ่มดำนำ หน้าแล้งเขาจะเกี่ยวข้าว นั่นแปลว่าจะไม่มีใครว่างทอผ้าให้เรา จนเมื่อพบว่าอีกหมู่บ้านเขามีทักษะในการทำมัดหมี่ ก็ทำให้เราวางแผนการจัดการคอลเลกชันที่จะขายได้ ซึ่งอาจต้องทำเป็นสต็อกไว้ก่อน ส่วนครามและวัตถุดิบในการย้อม เราทำงานร่วมกับเครือข่ายเกษตรกร ซึ่งปีก่อนเราปลูกครามกันเอง แต่โดนน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ถ้าเราไม่ได้สร้างเครือข่ายกับกลุ่มชาวบ้านช่วยเหลือ เราก็คงไม่มีครามให้ย้อม”

แมนทำงานร่วมกับคุณแม่ช่างทอ 2 ชุมชนอย่างให้เกียรติ เขาไม่บังคับ แต่ยอมรับ และเข้าใจ ช่างทอบางคนทอวันละคืบ แต่แมนบอกไม่เป็นไร ทอทุกวันเดี๋ยวเดียวก็เต็มม้วนผ้า

“งานของเราให้คุณค่าและความเคารพกับวิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นหลัก เราไม่ได้ให้เขาตอกบัตรทอผ้า 8 โมงเช้า เลิก 4 โมงเย็น สิ่งนั้นจะทำให้งานไม่เกิดเสน่ห์ เพราะงานต้องอยู่กับสมาธิ อารมณ์เบิกบาน และเราพยายามสร้างแรงบันดาลใจว่าสิ่งที่เขาทำมีคุณค่า มีคนนิยม งานที่เขาทำมีความหมาย”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

  

04

คอลเลกชันจากธรรมชาติ ที่ศิลปินหยิบเล่าอย่างกลมกล่อม

การออกคอลเลกชันของ Mann Craft จะทำตามใจตัวเอง และตามใจธรรมชาติ แมนยกตัวอย่างคอลเลกชันล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกพุดตาน เพราะบ้านของเขาต้นพุดตานกำลังออกดอก ความน่าสนใจคือ ดอกพุดตานสวยได้เพียงแค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นก็จะโรยไปอยู่โคนต้น แถมสีตอนเช้าบานสวยเป็นสีขาว สายหน่อยจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูจนถึงสีชมพูเข้ม แมนถ่ายทอดชีวิตและสีสันของดอกพุดตานด้วยการดัดแปลงเป็นบาติก เขาไม่ได้เขียนแทนแต่ใช้ปูนกินหมากแทนสีขาว และโคลนจากสระข้างโรงย้อมทำวู้ดคัตพิมพ์ลงบนผ้าแทนสีชมพูของดอกพุดตาน

“ทุกคอลเลกชันเรามีแนวคิด แรงบันดาลใจ ผ้าของเราไม่ได้มองที่ต้นทุน แต่เรามองเป็นงานศิลปะ การขายงานศิลปะไม่ใช่ว่าลูกค้าเห็นราคาแล้วบอกว่า ทำไมของเรามีราคาต่างจากชาวบ้านขาย เพราะเรามีการกลั่นกรอง มีกระบวนการทดลอง เราพยายามสื่อสารให้กลุ่มลูกค้าเข้าใจด้วยการอธิบายที่มาที่ไปของแต่ละสี แต่ละเทคนิคบนผ้าแต่ละผืน

“กลุ่มเป้าหมายของเรากว้างมาก เพราะผ้าของเรามีความหลากหลาย จึงตอบโจทย์ความต้องการและความสนใจของคนหลายกลุ่ม หากชอบแบบคลาสสิกก็จะเป็นผ้าทอลายดั้งเดิม ถ้าชอบแบบผืนเดียวในโลกจะเป็นผ้าเพนต์ลาย ถ้าชอบสีหวานผืนเล็กพกพาง่ายหรือสีเรียบเคร่งขรึมผู้ชายใช้ได้เราก็มี ล่าสุดมีบ่าวสาวขอให้เราทำผ้าสำหรับเอาไปรับไหว้ในงานมงคลเราก็ทำให้” แมนเล่า

บางครั้งแรงบันดาลใจของสีสันก็มาจากภูเขาเขียวหลังบ้าน ใบไม้แห้งโคนต้น ต้นไม้ดอกไม้ชนิดไหนออกดอกออกใบสวย ก็หยิบยืมสีสันมาอยู่บนเส้นฝ้าย คล้ายการพยากรณ์ฤดูกาลคาดเดาความอุดมสมบูรณ์ผ่านสีสันบนผืนผ้า เพราะฉะนั้น สีเหลืองของใบสมอ สีน้ำตาลอมม่วงของฝักคูน คงเป็นสีตัวแทนของฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่งของสกลนคร

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

05

ตัวแทนครามครีเอเตอร์จากสกลนคร

ผ้าครามกำลังมาแรง เหนือใต้ออกตกหรือต่างประเทศล้วนมีครามเป็นของตัวเอง แต่สีครามของ Mann Craft มีเฉดสีครามต่างออกไป เป็นสีครามแห่งการแบ่งปันแบบหมดเปลือก เป็นการสร้างโอกาส และสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์

“พี่หนุ่ยแนะว่าเราควรเน้นเป็นครีเอเตอร์เฉพาะด้านนี้เลย โดยแบ่งเวลาส่วนหนึ่งสร้างคนขึ้นมาใหม่ อาจจะสร้างเยาวชน เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เพื่อให้มีความชัดเจนว่าคนที่ทำครามก็แบ่งปันความรู้ให้คนอื่นได้ เราเชื่อว่ายิ่งให้ ยิ่งได้รับ เราสอนเขา เขาได้รับ เขาบอกต่อ มันสร้างการรับรู้มากขึ้น

“เราไม่กลัวว่าถ้าคนทำครามเยอะขึ้นแล้วจะมาแย่งลูกค้า ลายมือคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว วัตถุดิบอาจจะเหมือนกัน ถ้าเขาทำด้วยความบริสุทธิ์ใจก็จะเกิดเป็นผลงานของเขาเอง เป็นส่วนเสริมที่จะทำให้สกลนครหรือประเทศไทย หรือศิลปินงานหัตถกรรมย้อมสีธรรมชาติมีความชัดเจนมากขึ้น เป็นการเบิกทางให้คนรุ่นใหม่กล้าตัดสินใจออกมาทำอาชีพนี้โดยตรง”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

06

 เฉดสีครามธรรมชาติที่พาแมน คราฟต์ไปพบความพอดี

“ความพอของเรา เราไม่ได้หยุด แต่เราพอใจ พอใจในสิ่งที่เรามีกับสิ่งที่เราได้รับ พอใจในการสร้างงานศิลปะที่สวมใส่ได้ เราไม่เคยคิดว่าจะต้องไปเปรียบเทียบกับแบรนด์หรือกิจการอื่น ไม่เคยคิดว่าจะเอาเครื่องจักรมาทำงานแทนคน เพื่อลดต้นทุน เพื่อให้ได้ของจำนวนมาก แล้วขายได้มาก แต่เราพอใจในทักษะฝีมือของชุมชน แล้วเราก็พอใจในวัตถุดิบที่มีคุณภาพอยู่แล้ว เราไม่คิดหาเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาเสริมให้เกินพอดี” แต่แมนเสริมความรู้ให้ตนเองและแม่ช่างทออยู่เสมอ เขาคิดค้นเทคนิค ทดลองสีกับธรรมชาติ

เช่นเดียวกับหลักใหญ่ใจความที่เราได้จากการสนทนาครั้งนี้ ‘การพัฒนาคนและพัฒนาตน’ เป็นจุดแข็งของแมนและแบรนด์ Mann Craft

พอแล้วดีกับตัวเราก่อน จากนั้นสิ่งแวดล้อม คนในองค์กรก็จะดีตามมา อาจจะไม่หวือหวา แต่ค่อยเป็นค่อยไป เราต้องมีความมั่นคงในธุรกิจ เราต้องมีความอยู่ดีกินดีก่อน แล้วจึงพร้อมที่จะแบ่งปันให้คนอื่น    

“เราทำครามไม่เคยเบื่อสักวันเลยนะ มีทั้งความสุขและความสนุก เราอยากจะผลักดันและยกระดับงานหัตถกรรมทำมือของชุมชนให้เป็นสากล อยากให้ครามอยู่ในชีวิตประจำวันเหมือนในอดีตที่ผ่านมา” แมนทิ้งท้าย

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

Mann Craft

ประเภท: สินค้าไลฟ์สไตล์ ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ
ที่ตั้ง:   สาขา 1 1576 ถนนสุขเกษม ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร
สาขา 2 ท่าอากาศยานสกลนคร ตำบลธาตุนาเวง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร
สาขา 3 บองมาเช่ร์มาร์เก็ตพาร์ค แขวงลาดยาว เขตจตุจักร จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ผู้ก่อตั้ง: ปราชญ์ นิยมค้า
Facebook : Mann craft shop

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load