‘ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง’ ในความทรงจำของฉันเมื่อครั้งยังสวมชุดเครื่องแบบนักเรียนความสั้นของผมเท่าติ่งหู กำลังวาดภาพ-ระบายสีหัวข้อ ‘พอเพียง’ มีเกษตรกรสาวสวมเครื่องแต่งกายสีน้ำเงินจากฮ่อม คาดเอวด้วยผ้าขาวม้า ยืนคู่กระท่อมสีน้ำตาลหลังน้อย รายล้อมด้วยแปลงผักสวนครัว ใกล้กันมีบ่อเลี้ยงปลา ด้านบนบ่อปลาต่อเติมยกสูงเป็นเล้าเลี้ยงแม่ไก่ แอบชะโงกดูของเพื่อนรอบข้างไม่ต่างจากฉัน เปลี่ยนจากเลี้ยงไก่เป็นเลี้ยงหมู เปลี่ยนจากแปลงผักเป็นไร่ผลไม้ตามชอบ บ้างก็วาดบ้านแวดล้อมด้วยป่าสีเขียวขจี ลำธารสายน้อย สงบและห่างความเป็นเมือง

เมื่อความพอเพียงทำให้เกิดความสงสัยเกินพอดี ฉันนั่งลงคุยกับ พี่หนุ่ย-ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้ก่อตั้งโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ และ พี่ลูกโป่ง-อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ผู้ที่พี่หนุ่ยบอกว่าเป็นทั้งแรงบันดาลใจและแรงขับเคลื่อนสำคัญของโครงการนี้ ที่ทำให้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในความคิดตลอดสิบกว่าปีของฉันเริ่มสั่นคลอน ฉันขอชวนทุกคนมาเปลี่ยนความเข้าใจผิดเป็นความเข้าใจถูก และทำความรู้จักกับ ‘พอแล้วดี The Creator’ ไปพร้อมๆ กัน

(กฎข้อแรกขอให้ท่องไว้ในใจ ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ให้หยุด)

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

01

เข้าใจผิด

“เมื่อมีการพูดถึงรัชกาลที่ 9 กับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภาพแรกในใจของทุกคนคือการทำเกษตรผสมผสาน ต้องแบ่งที่ดินเป็น 3 ส่วน 4 ส่วน ต้องลุกขึ้นมาปลูกพืชหมุนเวียน มันกลายเป็นเรื่องการเกษตรไปเสียหมด สิ่งที่ทรงสอนคือ สอนให้เกษตรกรทำเกษตรได้อย่างยั่งยืน มีรายได้เพิ่มมากขึ้น แต่เราเป็นนักธุรกิจ ทำไม่ได้หรอก เราไม่ได้ปลูกข้าว เราไม่ได้ทำสวน นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ”

พี่หนุ่ยอธิบายความเข้าใจผิดของธุรกิจขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการ ตลอดจนคนทั่วไป ต่อปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ฉันเข้าใจมาตลอดว่าเศรษฐกิจพอเพียงต้องใช้กับการเกษตรเท่านั้น อาจเป็นเพราะคุณครูสอนพวกเรามาแบบนี้ สื่อนำเสนอความพอเพียงด้วยภาพการเกษตร เราท่องจำกันได้แม่น 3 ห่วง 2 เงื่อนไข แต่กลับไม่ได้นำไปใช้ในการดำรงชีวิต จนบางทีก็สงสัยว่าฉันคงต้องเป็นการเกษตรกรก่อนหรือเปล่านะ ถึงจะใช้เจ้า 3 ห่วง 2 เงื่อนไขได้

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

02

เข้าใจถูก

ถ้าใครเคยเข้าใจผิดเหมือนกันกับฉัน อนุญาตให้ยิ้มแก้เขินได้ คราวนี้เรามาทำความเข้าใจกันเสียใหม่ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกปัญหา แม้กระทั่งเรื่องของธุรกิจ

“ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นการคิดแบบเป็นระบบ เป็นกรอบที่จะช่วยให้ทุกชีวิตแก้ไขปัญหาได้อย่างสมดุล ก่อนจะแก้ปัญหา ถ้าเรารู้จักตนเอง เราก็จะรู้บริบทของปัญหา การรู้จักตนเอง ทำให้เราเข้าใจคำว่า ‘บริบท’ ว่าตัวเราประมาณไหน

“เวลาจะแก้ปัญหาต้องมีจุดยืนของการจะแก้ปัญหา เราเป็นใคร เรามีพื้นฐานชีวิต พื้นฐานทรัพยากร อย่างไร เวลาเราจะก้าวเข้าไปตัดสินปัญหา มันก็ต้องมีกระบวนการคิดที่เป็นเหตุเป็นผล มีการสร้างภูมิคุ้มกัน หมายถึงว่า เรามีความคิดที่จะบริหารความเสี่ยงหรือเปล่า

“เวลาจะทำอะไรก็ตามต้องมีเรื่องของความรู้ เพราะฉะนั้น ความรู้จะทำให้เราตัดสินทุกห่วงที่ผ่านมาว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ส่วนจริยธรรม คือการมีจริยธรรมเป็นจริยวัติ เป็นธรรม เป็นความดีงามให้แก่คนอื่น นำเอามาใช้ได้ในทุกชีวิต นำมาใช้ได้ในทุกขั้นตอนของระบบความคิด” พี่หนุ่ยชวนเราทำความเข้าใจกับ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขอย่างเป็นกันเอง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะว่านักธุรกิจชาย-หญิงไฟแรงจาก โครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ พิสูจน์ให้เห็นกับตา ลงมือทำกันด้วยใจ พวกเขาสามารถนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้กับธุรกิจได้จริง แถมยังยั่งยืนและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

03

พอแล้วดี

โครงการพอแล้วดี The Creator มีความตั้งใจจะนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผสานกับความคิดสร้างสรรค์ เติมเต็มความพอแล้วดีให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ เพื่อการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน และก่อให้เกิดความสำนึกรักบ้านเกิดทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย โดยก่อตั้งโครงการมาแล้วทั้งหมด 3 ปี ผลิต พอแล้วดี The Creator ไปแล้ว 45 คน (รุ่นละ 15 คน)

ในปีแรกของโครงการ พี่หนุ่ยเริ่มจากการออกแบบหลักสูตรโดยยึดหัวใจสำคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ห่วงแรก-รู้จักประมาณตนเอง ห่วงที่สอง-สอนให้นักธุรกิจมีเหตุมีผล ห่วงที่สาม-มีภูมิคุ้มกัน พร้อมรับมือกับความเสี่ยง แต่ทั้งสามห่วงมีเงื่อนไขว่าต้องใช้ความรู้และคุณธรรมประกอบเข้าด้วยกันจึงจะสมบูรณ์ โดยการเรียนการสอนมาจากกลุ่มคนใจดีรอบตัวที่อาสาสมัครด้วยใจมาแบ่งปันประสบการณ์ทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

“ถ้าทุกคนตกตะกอนและปลดล็อกตัวเองได้ ตั้งแต่การรู้จักตน-ประมาณตน ที่เหลือมันก็โฟลว เป๊าะ! (ดีดนิ้ว) พอเทรนเนอร์ให้อะไรปุ๊บ เขาก็สามารถนำไปปรับใช้ในด้านจริตชีวิต จริตธุรกิจ มันจะมีแก่นที่ชัดเจนขึ้น แต่จริงๆ แล้วการรู้จักตน ประมาณตน ในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มันมีส่วนประกอบให้เราได้ฉายไฟส่องตัวเองตลอดเวลาว่าเราสามารถที่จะลับคมธุรกิจของเราในมุมไหนได้บ้าง” พี่ลูกโป่งในฐานะ The Creator รุ่นแรก และทำหน้าที่เป็นพี่ใหญ่มาแล้วทุกรุ่น เสริมความให้ฉันเข้าใจ ฟังดูง่ายจนอยากกลับบ้านไปนั่งทำความรู้จักตนเองซะประเดี๋ยวนี้

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

04

คนต้องตา ธุรกิจต้องใจ

เมื่อออกแบบเสร็จ พี่หนุ่ยก็เริ่มหาแนวร่วม นั่นคือบรรดาพี่ๆ น้องๆ ที่เก่งกล้าสามารถให้มาช่วยกันเป็นเทรนเนอร์สำคัญในการมอบความรู้ ก่อนจะเริ่มมองหาคนมาเรียนที่ทำธุรกิจประเภทไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร การท่องเที่ยว เกษตรแปรรูป ฯลฯ ที่เห็นแล้วต้องบอกว่า ใช่เลย! แต่ก็ค่อนข้างยากทีเดียว นอกจากจะต้องเป็นนักธุรกิจตัวจริงเสียงจริง (ทำธุรกิจอย่างน้อย 1 ปีถ้วน) ต้องมีพื้นฐานความเชื่อเรื่องการแบ่งปันเป็นทุนเดิม

ฉันเริ่มสงสัย ทำไมธุรกิจน้อย-ใหญ่ถึงต้องมีพื้นฐานความเชื่อเรื่องการแบ่งปัน

การแบ่งปันสำหรับพวกเขาเป็นเรื่องยากขนาดนั้นเลยหรือ ฉันถาม

“นักธุรกิจทั่วไปอย่างผู้ประกอบการก็จะอยู่ในกระแสของสตาร์ทอัพเพื่อการรวยเร็วอย่างเดียว แล้วรู้สึกว่าทุกอย่างทำเพื่อตอบโจทย์ระยะสั้น ตอบอะไรที่เป็นเรื่องของวัตถุมากกว่าเรื่องของคุณค่า” พี่หนุ่ยตอบ

“ทุกคนก็มุ่งไปแต่เงิน ทุกคนมุ่งไปแต่กำไร คุณค่ามีตั้งหลายมุม คุณค่าทางสังคม คุณค่าทางธุรกิจ ถ้าเขารู้จักมองคุณค่าในระบบนิเวศชีวิตของเขา เขาก็จะเห็นว่าเขาสามารถแบ่งปันอะไรให้กับสังคมได้บ้าง” พี่ลูกโป่งเสริมให้ฉันเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

คุณสมบัตินักธุรกิจพอแล้วดียังมีต่อ คือต้องพร้อมที่จะนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนเอง และข้อสำคัญ (กาดอกจันไว้เลย) ต้องมีความสามารถในการเป็นต้นแบบ แล้วก็ถ่ายทอดบอกต่อแก่คนอื่นได้

“เราว่าคนสมัยใหม่ให้ความสนใจกับคำว่า ‘ไอดอล’ ถ้าเราสร้าง Opinion Leader สำหรับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้โครงการพอแล้วดี The Creator ก็น่าจะช่วยให้การส่งข่าวสาร การส่งต่อความคิด มันง่ายขึ้น เพราะแต่ละคนที่คัดลือกเข้ามา เรามั่นใจว่าพวกเขาต้องมีแฟนคลับอยู่แล้ว” พี่หนุ่ยขยายความ หลังจากออดิชันจนได้นักธุรกิจพร้อมที่จะพอแล้วดีจำนวน 15 คน จากนั้นแบ่งกลุ่ม ล้อมวงแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเทรนเนอร์แทบจะตัวต่อตัว ศึกษาเรียนรู้ตามบทเรียนวิชาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 101  

บุคคลหรือธุรกิจที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไม่ต้องแอบน้อยใจ ทางโครงการจัดถ่ายทอดสดการเรียนการสอนให้ดูกันแบบวินาทีต่อวินาที ดูสดพร้อมกันทั่วประเทศเหมือนนั่งเรียนท่ามกลางบรรยากาศจริง

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

05

พ.พัฒนา

หลังจากปิดภาคการศึกษา ทางโครงการจะจัดกิจกรรมพอแล้วดีสัญจร ชวนนักธุรกิจพอแล้วดีทั้งสามรุ่นร่วมหมุนเวียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แบ่งปันประสบการณ์การนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้กับธุรกิจให้กับผู้ประกอบการที่สนใจตามจังหวัดต่างๆ

นอกจากนั้น พวกเขายังเปลี่ยนความคิดจากธุรกิจคู่แข่ง เป็นเพื่อนคู่ค้า นักเรียนบางคนจับมือกันทำโปรเจกต์น่ารัก ต่อยอดสองธุรกิจร่วมกัน เช่น ฟาร์มลุงรีย์นำไส้เดือนไปกำจัดขยะให้กับโรงแรมศิวาเทล กรุงเทพ ทุกธุรกิจล้วนค้นพบจุดสมดุล ค้นพบความพอแล้วดี และอีกหนึ่งพอที่พวกเขาได้กลับไปอย่างแน่นอนคือ พ.พัฒนา ทั้งในแง่จิตใจของตนเอง และในแง่ธุรกิจ แต่แน่นอนว่า พี่หนุ่ยเอง พี่ลูกโป่งเอง หรือบรรดาเทรนเนอร์ใจดี ไม่สามารถวัดหน่วยของความสำเร็จเป็นตัวเลขพ่วงจุดทศนิยมได้

คนเราถ้ารู้สึกว่าเขาจะเติบโต บางคนเข้าใจอะไรแล้วเติบโตเร็วมากเลย แต่บางคนอาจจะมีความรู้สึกว่าเขาค่อยๆ ทำ แต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่พัฒนา แต่ว่าความเร็วในการพัฒนาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของแต่ละคน แต่เรามั่นใจว่าทุกคนที่ผ่านหลักสูตรนี้จะได้รับการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาทางด้านจิตใจ” ผู้เชี่ยวชาญการวางกลยุทธ์บอกกับฉันด้วยความเชื่อว่านักเรียนทั้งหมดจะได้รับการพัฒนาอย่างแน่นอน

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

06

ขาดทุนคือกำไร

“เรามีเป้าหมายว่าต้องการจะทำให้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นที่รู้จัก มันเป็นแก่นที่เหนี่ยวนำให้เราได้ทำงานโดยมองข้ามอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น การทำโครงการนี้ก็เหมือนกับเราเข้าคอร์สเหมือนกันนะ ได้เรียนรู้ตัวเอง ได้รู้จักประมาณตนเอง ควรนำอะไรออก หรือเอาอะไรเข้า เรามีความสุขใจทุกครั้ง” พี่ลูกโป่งบอกกับเราด้วยท่าทางสุขใจ และเราเชื่อโดยสัตย์จริงเลยว่าเป็นความสุขใจที่ระเบิดออกมาจากข้างใน

  “เรารู้สึกว่าเราดำรงอยู่อย่างคนที่มีค่ามากขึ้น รู้สึกว่าไม่เสียชาติเกิด สิ่งที่เราทำอยู่มันตอบศาสตร์พระราชา ตอบสิ่งที่รัชกาลที่ 9 ท่านทรงสอนไว้ข้อหนึ่งคือ ‘ขาดทุนคือกำไร’ เราได้กัลยาณมิตร ได้เรื่องของความสัมพันธ์ ความเชื่อใจ เรื่องของโอกาสที่เราเป็นสะพานให้เขาลุกขึ้นมาสร้างตัวเขาเอง มันเป็นคุณค่าที่มากกว่ามูลค่าเยอะ ความจริงแค่ได้ทำโครงการนี้ก็ถือเป็นบุญแล้วนะ” พี่หนุ่ยเล่าถึงกำไรที่เธอได้รับอย่างภูมิใจ

ในขณะที่หนุ่ม-สาวนักธุรกิจได้รับความรู้ ตลอดจนความเข้าใจในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนได้อย่างยั่งยืน ในทางกลับกัน พี่หนุ่ย พี่ลูกโป่ง และพี่ๆ เทรนเนอร์ทุกคนก็ได้รับคุณค่าและความสุขเป็นค่าตอบแทน

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

    หลังจากนี้เราจะกลับมาพบกับทุกคนอีกครั้งในเช้าวันจันทร์ เพื่อยกขบวนชวนธุรกิจในโครงการพอแล้วดี 15 กิจการ 3 รุ่น มาเล่าประสบการณ์จริง จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้กับธุรกิจได้อย่างยอดเยี่ยมและยั่งยืน

www.porlaewdeethecreator.com
ขอขอบคุณสถานที่
ร้าน Chubby Papaya (มะละกออวบ) 
97 ถนนนครสวรรค์ แขวงวัดโสมนัส
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
Facebook | Chubby Papaya
IG | Chubbypapaya_bkk

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

‘อร่อย!’

นี่คือความรู้สึกแรกของเราหลังดื่มนมแพะครั้งแรกในชีวิต เพราะหลังจากได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่พูดถึงกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวของนมแพะ คนไม่รักนมอย่างเราจึงไม่คิดจะลอง

ท่าทีกลืนน้ำลายตามทุก 15 นาทีระหว่างฟังกระบวนการเบื้องหลังนมสีขาวแปลกตาของนมแพะบุญบูรณ์ ร้อนถึง วัต-ชญาน์วัต สว่างแจ้ง ผู้ก่อตั้ง ‘บุญบูรณ์ฟาร์ม’ แห่งหมู่บ้านแพะหนองแดง ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมืองฯ จังหวัดลำปาง ต้องรีบเสิร์ฟนมแพะแช่เย็นเจี๊ยบคั่นกลางการสนทนา

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

ใช่แล้ว! นอกจากรถม้าและชามตราไก่ ที่ลำปางมีฟาร์มแพะนมขนาดกะทัดรัด ผลิตน้ำนมและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สร้างสรรค์จากนมแพะชั้นดี ซึ่งหากคุณเป็นชาวเหนือตอนบนที่รักชอบการเดินตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์คุณภาพดี คุณต้องคุ้นชื่อ ‘บุญบูรณ์’ และบรรดาเมนูของคาวหวานที่ใช้นมแพะแทนกะทิแน่นอน

มองเผินๆ บุญบูรณ์คือฟาร์มเลี้ยงแพะนมธรรมดา แต่ถ้าคุณรู้เรื่องเบื้องหลังความตั้งใจและที่มาของฟาร์มจากความฝันของอดีตสถาปนิกผู้วางดินสอเขียนแบบ มาจับแพะ (ไม่ชนแกะ) ออกแบบชีวิต และทำบุญบูรณ์ให้กลายเป็นฟาร์มแพะต้นแบบของการเลี้ยงแพะนมและแปรรูปนมแพะตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ได้นมคุณภาพจากแพะที่ผ่านการเลี้ยงดูอย่างมีมนุษยธรรมภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี คุณจะอยากดื่มนมแพะเหมือนกันกับเราตอนนี้

นี่ไม่ใช่เรื่องสถาปนิกเมืองกรุงหนีงานมาจับเสียมอย่างที่คุณเข้าใจ เดิมทีเราตั้งใจจะเล่าเรื่องนี้ให้สั้นและกระชับเพื่อให้คุณรู้จักกระบวนการทำฟาร์มแพะอย่างพอแล้วดี แต่เรื่องราวระหว่างทางของวัตเป็นตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมของคนที่ใช้หลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขตอบโจทย์ของตัวเอง สร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา และปูทางพาคนทั้งชุมชนไปด้วยกัน

วัตเดินกลับมาพร้อมนมแพะแช่เย็นขวดที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว ไปฟังเขาเล่าเรื่องบุญบูรณ์พร้อมกัน

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

01

ฟาร์ม(ที่)ฝันของสถาปนิกผู้ฝันอยากเป็นเกษตรกร

บุญบูรณ์ฟาร์มมาจากการพยายามหาคำตอบของคำถามที่อยู่ในใจของวัต เมื่อครั้งยังเป็นสถาปนิกในวงการออกแบบ อยู่ท่ามกลางแวดวงของผู้มีรสนิยม เป็นสถาปนิกมือรางวัล โลดแล่นอยู่ในวงการนับ 10 ปี มีชีวิตที่ใครๆ ฝันถึง ขณะเดียวกันวัตไม่ต่างจากคนเมืองส่วนใหญ่ คนที่ทำงานบนเส้นทางความฝันและความเป็นจริงจนถึงจุดหนึ่งแล้วพบว่าสิ่งที่ทำอยู่พาเขาห่างจากเป้าหมายของชีวิตออกไปทุกที

จุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดขึ้นหลังจากวัตทำงานกับสถาบันอาศรมศิลป์ ได้ทำงานลงพื้นที่ร่วมกับชุมชน เป็นช่วงชีวิตที่วัตเริ่มรู้จักคำว่า ‘ข้อมูล’ จากที่เมื่อก่อนรู้จักแต่คำว่า ‘จินตนาการ’

“กับงานออกแบบถ้าเราทำได้ไม่ดีพอหรือไม่มีความสามารถมากพอ จากสร้างสรรค์ก็อาจจะเป็นการทำลาย เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่รู้จริง เราไม่ถนัดจริง เราขอไปทำอย่างอื่นที่เราถนัด เพื่อนสนิทที่รู้จักนิสัยกันดีก็มักจะถามเสมอว่าทำไมเรามาเรียนสถาปัตย์ เพราะตัวตนเราไม่ได้มีความเป็นนักออกแบบเลย เราชอบอยู่กับดิน ต้นไม้ และสัตว์ หยุดจากงานก็ชอบเข้าป่าแทนที่จะเดินดูตึกรามบ้านช่อง” วัตตัดสินใจหยุดการเรียนแล้วใช้วิชาความรู้ออกแบบชีวิตตัวเองและผู้คน เพราะอยากเรียนรู้โลกและเข้าใจตัวเองมากขึ้น วัตชอบธรรมชาติ เขาถามตัวเองว่า อาชีพอะไรจะทำให้เขาใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด และคำตอบก็คือ เกษตรกร

วัตไม่ได้เป็นคนลำปางโดยกำเนิด แต่ผูกพันกันในระยะสั้นๆ ช่วงน้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่ อะไรทำให้เขาตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตเกษตรกรที่นี่

เหตุผลก็คือ ลำปางมีทุกอย่างเหมือนเชียงใหม่ มีสนามบิน มีห้างสรรพสินค้า มีสิ่งอำนวยความสะดวก แต่เนิบช้า

ก่อนมาลงหลักปักฐาน วัตศึกษาลำปางเชิงลึกจากชาติพันธุ์หมู่บ้านต่างๆ วิเคราะห์ผู้คนผ่านความเป็นอยู่ อาหารการกิน ภาษาพูด และอาชีพ ที่ดำเนินมาตั้งแต่ในอดีต เป็นธรรมดาที่วัตจะต้องใช้พลังและเวลาไม่น้อยเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเขาไม่ใช่คนเมืองหลวงที่จ้องฉกฉวยประโยชน์จากพื้นที่

“เราเริ่มจากการใช้ชีวิตเป็นชาวนาปลูกข้าวปลูกผัก แต่ทำโดยใช้ความต้องการของเราเพียงคนเดียวเป็นสิ่งขับเคลื่อน ไม่รู้เลยว่าสิ่งนี้ตอบโจทย์เราจริงๆ หรือเปล่า จะเป็นอาชีพของเรา และทำให้เราและครอบครัวมีความสุขจริงมั้ย ตอนนั้นไม่มีใครเชื่อเลยว่าการทิ้งงานออกแบบมาปลูกผักปลูกข้าวจะรอด เพราะไม่เคยมีใครเห็นว่าเราจะทำได้ แถมเรายังเป็นภูมิแพ้ อ่อนแอ และขี้โรค” เมื่อรู้จักตนแต่ไม่อาจประมาณตนได้ในตอนแรก วัตจึงตั้งหน้าตั้งตาหาความรู้ตามศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ เพื่อเป็นเกษตรกรในแบบที่พอดีกับตัวเอง

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

02

ความพอใจที่จะทำ พอใจที่จะรู้ สู่กระบวนการพัฒนาตัวเอง

ความรู้ที่วัตมีติดตัวเป็นอาวุธชั้นดี ทั้งความรู้เรื่องการทำเกษตรและความรู้เรื่องการทำธุรกิจที่ได้จากการบริหารบริษัทออกแบบเล็กๆ ของตัวเอง แต่เมื่อจับสองสิ่งนี้มารวมกันก็เกิดเป็นศาสตร์ใหม่

“เรามองย้อนไปจากวันนี้เคยทำเรื่องที่น่าตลกมาก เคยเลี้ยงไก่ให้ผลผลิตเป็นไข่วันละแผง แล้วเราก็ขับรถเข้าเมืองไป 30 กิโลเมตรเพื่อขายไข่ 1 แผงแล้วตีรถกลับ คิดง่ายๆ ก็รู้ว่ามันไม่คุ้ม” วัตบอกว่าเป็นความรู้ที่มีพอทำเพื่อพึ่งพาตัวเองได้ แต่ไม่อาจก้าวข้าวไปถึงการเป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นกว่าที่เขาตั้งใจไว้

ช่วงที่เริ่มต้นเป็นเวลาที่เกษตรกรทุกคนอยากทำเกษตรอินทรีย์กันหมด วัตจึงศึกษาตลาดด้วยการเข้าร่วมกลุ่ม Farmers’ Market เพื่อสร้างสรรค์สินค้าที่ยังไม่มีในตลาดและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากกว่าที่จะคิดเอง จนได้พบว่าในตลาดยังไม่ค่อยมีสินค้าเกี่ยวกับปศุสัตว์ ไม่มีเนื้อสัตว์ ไม่มีนม

วัวเป็นสิ่งแรกที่วัตคิดถึง แต่เมื่อลองคลุกคลีและศึกษาก็พบว่าไม่เพียงต้องหาหญ้าจำนวนครึ่งร้อยกิโลกรัมต่อวันเพื่อเลี้ยงวัวหนึ่งตัว การดูแลจัดการมูลสัตว์และอื่นๆ ยังเป็นงานใหญ่เกินกว่าเขาและครอบครัวจะทำไหว

“เราเป็นภูมิแพ้ หาข้อมูลก็พบว่านมแพะแก้โรคภูมิแพ้ได้ และแพะยังคล้ายวัวแต่ตัวเล็กกว่า ขี้สะอาด เม็ดเล็ก เก็บง่าย จึงไปเรียนรู้เรื่องแพะนมที่โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ จังหวัดอ่างทอง ได้แพะเด็กกลับมา 3 ตัวภายในระยะเวลาปีเดียว เราได้นมจากแพะวันละ 2 กิโลกรัม”

แม้จะให้นมน้อยกว่าเมื่อเทียบโดยปริมาณ แต่เมื่อเทียบน้ำหนักตัวแล้ว แพะให้นมมากกว่าวัวถึง 5 เท่า นั่นคือ วัว 1 ตัวหนัก 800 – 1,000 กิโลกรัม ให้นมวันละ 10 กิโลกรัม คิดเป็น 1% ขณะที่แพะ 1 ตัว หนัก 40 กิโลกรัม ให้นมวันละ 2 กิโลกรัม คิดเป็น 5% ประกอบกับนมแพะจะกลายเป็นทางเลือกอาหารในอนาคต เพราะทุกวันนี้มีคนแพ้นมวัวเยอะมากขึ้น

ด้วยพื้นฐานการคิดแบบนักออกแบบ และนิสัยรักการเรียนรู้ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะเข้าร่วมอบรมหลักสูตรการทำเกษตรจากหลายๆ แหล่ง วัตยังเพิ่มพูนความรู้เรื่องการแปรรูปจากศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เชียงใหม่ หาข้อมูลวิจัยเรื่องแพะจากคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ม.แม่โจ้ และสถาบันวิจัยเทคโนโลยีการเกษตร ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาลำปาง แม้ไม่ได้เรียนรู้วิชาบังคับครบตามหลักสูตร แต่ล้วนเป็นวิชาที่จำเป็นต่อการแก้โจทย์ปัญหา เช่น วิชาการจัดการฟาร์ม วิชาการดูแลสุขภาพสัตว์

“วันนี้เราเจอสิ่งที่ปลดล็อก ตอบคำถามที่อยู่ในใจ ถ้าเราอยู่กับธรรมชาติและอาชีพที่เรารัก รู้วิธีแก้ปัญหาจากการหาความรู้ ยิ่งทำยิ่งสนุก ภาษาธรรมเรียกว่า ‘ฉันทะ’ เกิดจากความพอใจที่จะทำ พอใจที่จะรู้ ก่อนจะนำไปสู่กระบวนการพัฒนาตัวเองโดยที่เราไม่รู้ตัว ค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ขึ้น” วัตเล่าเหตุผลที่ทำให้เขาตั้งมั่นหาความรู้เพื่อให้บุญบูรณ์แข็งแรง

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

03

คิด ทำ และสื่อสาร อย่างผู้ประกอบการภาคเกษตรที่รู้จักตัวเอง

เพื่อให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพยั่งยืน 

ถ้าคุณได้มีโอกาสลิ้มลองพร้อมกับเราตอนนี้ คุณจะแปลกใจที่นมแพะของบุญบูรณ์อร่อย ดื่มง่าย ไม่มีกลิ่นและรสคาวอย่างที่เคยได้ยินใครบอกไว้ นอกจากนมแพะพาสเจอไรซ์พร้อมดื่ม ยังมีโยเกิร์ตนมแพะไม่ผสมน้ำตาล พุดดิ้งนมแพะมะพร้าวอ่อน ซึ่งวัตบอกว่าเขาเริ่มสนุกกับการแก้โจทย์ว่าทำอย่างไรให้คนรักนมแพะ

นอกจากอาหาร ผลิตภัณฑ์จากบุญบูรณ์ฟาร์มยังได้แก่เครื่องสำอาง ซึ่งมาจากโจทย์ว่าจะต้องเป็นสิ่งที่เก็บได้นาน ขนส่งได้ไกล และคนใช้ซื้อซ้ำ จึงออกมาเป็น สบู่ สบู่เหลว ลิปบาล์ม และโลชั่น จากนมแพะ ซึ่งขอมาตรฐานการผลิตง่ายกว่าการแปรรูปเป็นอาหาร

“เกษตรกรไม่ใช่ต้องอยู่แค่ในแปลง ขายของโดยให้คนอื่นกำหนดราคา ถ้าเราทำของคุณภาพดี เราควรจะพาตัวเองไปอยู่ในตลาดที่มีผู้บริโภคต้องการเรา เราเชื่ออย่างนั้นและอยากสื่อสารเรื่องนี้ให้เพื่อนเกษตรกร ซึ่งบางคนก็เข้าใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เราพูด จนทุกวันนี้เติบโตค่อยๆ พัฒนาไปทีละขั้นเหมือนกันกับเรา เราเรียนรู้ว่าความรู้สึกนี้ต่างหากที่เป็นการดำเนินชีวิตอย่างเศรษฐกิจพอเพียงขั้นกว่าที่เราเคยตั้งคำถาม

“เราพบคำตอบโดยไม่รู้ตัวในวันที่เรามีเพื่อนและกัลยาณมิตรที่ร่วมกันทำงาน สร้างสังคมของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่คิดและทำอย่างธุรกิจ เป็นผู้ประกอบการภาคการเกษตรที่รู้จักกระบวนการผลิต การแปรรูป การทำตลาด และสื่อสารกับผู้บริโภคที่อยู่ปลายทาง เป็นองค์ประกอบที่จะทำให้กำหนดราคาได้ไม่เสียเปรียบอย่างที่แล้วมา” วัตเล่าเหตุและผลของความตั้งใจที่จะทำให้เกษตรกรเป็นอาชีพที่ยั่งยืน หลุดพ้นจากความยากจนเพราะต้องติดอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่อาจต่อรองได้อย่างที่แล้วมา เมื่อไม่หลงเหลือความภาคภูมิใจจึงไม่อาจทำให้วงการเกษตรกรรมก้าวหน้า เกิดความรู้สึกท้อ เหนื่อยล้าจนขายไร่ขายนา และไล่ลูกหลานออกไปสู่สังคมเมือง

มาจนถึงตอนนี้คงเดาได้ไม่ยากว่าทำไมหมู่บ้านในชนบทจึงมีแต่เด็ก ผู้หญิง และคนชรา เมื่อผู้ชายในหมู่บ้านไปทำงานนิคมอุตสาหกรรมในเมือง เด็กที่โตขึ้นหน่อยก็เข้าไปเรียนหนังสือในเมือง เรียนต่ออาชีวะแล้วทำงานในนิคมอุตสาหกรรม โดยที่ตัวไม่กลับมาอีกแล้ว ส่งกลับมาเพียงแต่เงิน เมื่อพ่อแม่ที่บ้านเห็นว่าไม่ต้องทำเกษตรให้เหนื่อย ไร่นาจึงถูกทิ้งร้างไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์

ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาคุณภาพชีวิตและความภูมิใจในอาชีพเกษตรกร แต่ยังช่วยแก้ปัญหาสังคมชนบทที่เราเห็นมาอย่างยาวนาน 

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

04

สร้างภูมิคุ้มกันจากการสร้างโอกาสแก่คนที่อยู่รอบตัว

เมื่อบุญบูรณ์ออกร้านตามงานต่างๆ วัตพบข้อมูลว่าเด็กสมัยนี้แพ้นมวัวเยอะมาก และเมื่อกินนมไม่ได้ก็ไม่รู้จะกินอะไร ทำให้ร่างกายมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งนมแพะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เขาจึงคิดอยากทำให้คนใกล้ตัวเข้าถึงนมแพะด้วย ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าราคานมแพะสูงกว่านมวัวที่มีในตลาดถึง 3 เท่า เนื่องจากต้นทุนการผลิตและจัดการที่สูง จึงออกมาเป็นโครงการที่ขายนมแพะที่ให้โอกาสกับคนมีเงินส่งมอบนมแพะให้คนที่ต้องการ โดยเริ่มจากศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่ก่อน แล้วเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อพิสูจน์คุณประโยชน์จากนมแพะให้เป็นที่ประจักษ์

ความคิดเรื่องการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมและเปลี่ยนแปลงสังคมเป็นความสนใจของวัตมาตั้งแต่เรียนปริญญาโทที่อาศรมศิลป์ ซึ่งเขาให้ความสำคัญกับการทำอย่างมีความรู้และเข้าใจปัญหานั้นมากเพียงพอ เพื่อเข้าถึงและพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง เขาจึงไม่เลือกที่จะทำงานอุทิศตัวเพื่อชุมชนโดยไม่หวังกำไรแบบ NGO เพราะนั่นจะทำให้ชาวบ้านไม่เชื่อ และตั้งใจพิสูจน์ให้เห็นความก้าวหน้า ทั้งจากรายได้ที่เพียงพอเลี้ยงครอบครัว และแบ่งปันสิ่งที่มีแก่เพื่อนบ้านและคนในชุมชน

นั่นคือ ในการทำฟาร์มแพะนมมีกระบวนการจัดการฟาร์มอย่างง่าย แบ่งย่อยเป็นแผนกๆ ได้ เช่น แพะอนุบาล แพะประถม แพะมัธยม แพะมหาวิทยาลัย และแพะปริญญาโท ชาวบ้านที่เก่งเลี้ยงแพะเด็กก็เอาแพะเด็กไปเลี้ยงก่อนขายต่อให้ชาวบ้านคนที่เลี้ยงแพะประถม และมัธยมต่อไป

“ที่ปลายทางของเรื่องนี้ เราอาจจะเป็นแค่มหาวิทยาลัย ทำหน้าที่รีดนมและแปรรูป ในวันที่กิจการเติบโตขึ้น ไม่จำเป็นว่าต้องรับผิดชอบทุกกระบวนการ แต่ให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในธุรกิจนี้ ดูแลรับผิดชอบกิจการของตัวเอง วันหนึ่งอาจจะตั้งเป็นสหกรณ์แพะเด็กหรือสหกรณ์ผู้แปรรูปนมแพะ เป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ลึกๆ ในสิ่งที่ตัวเองทำจริงจัง ไม่ต้องเรียนรู้ทั้งหมดที่ยากและใช้เวลานาน”

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

05

คุณธรรมที่เคลื่อนพาชีวิตและกิจการไปสู่ความเจริญ

ชื่อของบุญบูรณ์ มากจากข้อธรรมที่เรียกว่า จักร 4

องค์ประกอบ 4 อย่างที่จะทำให้เกิดจักร 4 จักร หรือล้อ 4 ล้อ เคลื่อนพาชีวิตไปสู่ความเจริญ ประกอบด้วย หนึ่งคือ การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี สองคือ การพบกัลยาณมิตร มีเพื่อนมีครูที่ดี สามคือ การมีความรู้ความเห็นถูกต้อง วิชาการและคุณธรรม สี่คือ การประกอบด้วยบุญเก่าที่สะสมมา ซึ่งวัตตีความว่าบุญเก่าคือทั้งหมดที่เราทำในวินาทีนี้ มันคือเหตุซึ่งผลอาจจะเกิดในนาทีถัดไปก็ได้ ถ้าเราสร้างเหตุไว้ดี ผลก็ย่อมดี

“ไม่ใช่แค่ฟาร์มแต่คือคนทั้งชุมชน คือบุญบูรณ์ เพราะมีทั้งสี่องค์ประกอบครบถ้วน หนึ่ง เราอยู่ในทำเลที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี ใกล้เมือง ทำมาหากินได้ ใกล้ธรรมชาติ ใกล้อุทยาน สอง เราเลือกครูบาอาจารย์และกัลยาณมิตรที่เราจะเข้าหา อาจารย์ในสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการที่มีความรู้ มีเครื่องมือ มีปัจจัย สาม ความรู้ที่ถูกต้อง เรารู้จักตัวเอง รู้จักการใช้ข้อมูลที่มี การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง ประมาณตนได้ นี่คือความเห็นความรู้ที่ถูกต้อง และข้อสี่จะตามมาถ้าเราทำ 3 ข้อแรกได้สมบูรณ์” วัตอธิบายความ ก่อนจะเล่าว่าแนวคิดนี้มาจากเหตุผลที่วัตอยากให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของตัวเอง

นอกจากนี้จักร 4 ยังเชื่อมโยงได้กับเรื่อง Human Dimension หรือมิติของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วย To Love To Learn To Live และ To Leave a Legacy นั่นคือสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อการอยู่อาศัยที่ดี ความรู้ความเห็นชอบที่ดีไปสู่การเรียนรู้ การมีกัลยาณมิตรเพื่อมีรักและเป็นที่รัก และเหตุที่ดีนำพาสู่ผลที่ดี ซึ่งก็คือการละทิ้งความสำเร็จเดิมเพื่อสร้างเรื่องราวใหม่ที่จะส่งมอบให้คนรุ่นต่อไป

มาถึงตอนนี้เราจะเห็นว่าวัตเป็นตัวอย่างของคนที่ใช้หลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขตอบโจทย์ของตัวเอง และยังสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา ปูทางพาคนทั้งชุมชนไปด้วยกัน

บุญบูรณ์ฟาร์ม, ฟาร์มแพะนม

06

ความพอที่เชื่อมโยงเกษตรกรและชุมชน  ด้วยศาสตร์ของพระราชา

มาจนถึงตอนนี้ ผลิตภัณฑ์ของบุญบูรณ์ฟาร์มคือฟาร์มแพะนม องค์ความรู้ และโอกาสที่มอบให้คนอื่น

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่สถาปนิกคนหนึ่งจะมุ่งมั่นทำตามความฝันโดยที่ไม่มีพื้นฐานใดๆ มาก่อน การออกแบบพื้นที่ที่พอดีกับตัวเองจึงต้องมาจากจุดที่อยู่ตรงกลาง เพราะจะใช้ภูมิปัญญาที่มีแบบโบราณดั้งเดิมก็คงไม่ได้ หรือจะใช้เทคโนโลยีเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์แบบสมัยนิยมก็ไม่ได้เช่นกัน

วัตเล่าจุดตรงกลางก็คือ หนึ่ง หาว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นต้นทุนของพื้นที่ สืบหาว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นเขาทำกันมาแบบไหน ไม่ใช่อ่านแต่ตำรา สอง เทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายซึ่งหาได้จากสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่ทำงานวิจัยและมีข้อมูลของพื้นที่ดีอยู่แล้ว และเมื่อภูมิปัญญา รวมกับข้อมูลเชิงวิชาการของพื้นที่ก็จะเกิดเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทดลองใช้และเก็บข้อมูลเพื่อส่งต่อให้นักวิชาการปรับปรุงและพัฒนางาน เกิดการทำซ้ำจนได้สูตรสำเร็จที่เหมาะกับพื้นที่นั้นจริงๆ ยิ่งจะเปลี่ยนภาพจำของการทำเกษตร ที่ไม่จำเป็นต้องตรากตรำกลางแดดอีกต่อไป

“เช่นเดียวกับในโลกธุรกิจ เกษตรกรอย่างเราจะอยู่อย่างไรให้ทั้งแข่งขันได้และไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนคู่แข่ง ทำยังไงให้เราอยู่รอดได้โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังฝืนตัวตนและความเชื่อของตัวเอง หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและ โครงการพอแล้วดี The Creator ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น 100% ที่ผ่านมาเราเต็มไปด้วยความอยากจะทำ แต่เราไม่รู้วิธีการ เรารู้ดีเรื่องงานภาคปฏิบัติในฟาร์มทั้งหมด แต่กับการเชื่อมต่อกับโลกภายนอก เราไม่รู้เลย เราไม่รู้จักตัวเองเลยว่าเรายืนอยู่ในจุดไหน ตอนแรกเราเข้าใจว่าเราเป็นฟาร์มขายนมแพะ ผลิตภัณฑ์เราคือนม แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

“สิ่งที่เรามีอยู่สร้างคุณค่าได้มากกว่าจะเป็นแค่นมแพะ เราคือตัวแทนของเกษตรกร คือคนที่จะเชื่อมโยงภาคธุรกิจ เทคโนโลยี ข่าวสาร กระแสสังคมภายนอก ไปหาเกษตรกรที่มีทักษะการผลิตแต่ขาดตัวเชื่อม อีกกลุ่มคือคนที่อยากหันหลังให้ชีวิตเมืองแล้วมาเป็นเกษตรกรแต่เขาไม่รู้เลยว่าจะต้องคุยกับใคร เราเลยได้คำตอบว่าจริงๆ แล้วเราเข้าใจคนทุกกลุ่มที่เล่ามานี้ เราน่าจะเป็นคนที่อยู่ตรงกลาง คอยถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับคนเหล่านี้ ดังนั้น คุณค่าของ ‘บุญบูรณ์’ จึงไม่ใช่การผลิตนมแพะแต่คือฟาร์ม คือตัวเรา คือสถานที่แห่งนี้”

เด็กๆสมัยนี้…สังคมก้มหน้าSocial Ignoreism.

Posted by Boonboon goatmilk farm – บุญบูรณ์ฟาร์ม แพะนมลำปาง on Monday, July 30, 2018

บุญบูรณ์ฟาร์ม

ประเภท: ฟาร์มนมแพะ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมแพะ
ที่ตั้ง: 120/5 ม.3 หมู่บ้านแพะหนองแดง ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมืองฯ จังหวัดลำปาง 52000
ผู้ก่อตั้ง: ชญาน์วัต สว่างแจ้ง
Facebook : Boonboon goatmilk farm

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load