‘ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง’ ในความทรงจำของฉันเมื่อครั้งยังสวมชุดเครื่องแบบนักเรียนความสั้นของผมเท่าติ่งหู กำลังวาดภาพ-ระบายสีหัวข้อ ‘พอเพียง’ มีเกษตรกรสาวสวมเครื่องแต่งกายสีน้ำเงินจากฮ่อม คาดเอวด้วยผ้าขาวม้า ยืนคู่กระท่อมสีน้ำตาลหลังน้อย รายล้อมด้วยแปลงผักสวนครัว ใกล้กันมีบ่อเลี้ยงปลา ด้านบนบ่อปลาต่อเติมยกสูงเป็นเล้าเลี้ยงแม่ไก่ แอบชะโงกดูของเพื่อนรอบข้างไม่ต่างจากฉัน เปลี่ยนจากเลี้ยงไก่เป็นเลี้ยงหมู เปลี่ยนจากแปลงผักเป็นไร่ผลไม้ตามชอบ บ้างก็วาดบ้านแวดล้อมด้วยป่าสีเขียวขจี ลำธารสายน้อย สงบและห่างความเป็นเมือง

เมื่อความพอเพียงทำให้เกิดความสงสัยเกินพอดี ฉันนั่งลงคุยกับ พี่หนุ่ย-ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้ก่อตั้งโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ และ พี่ลูกโป่ง-อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ผู้ที่พี่หนุ่ยบอกว่าเป็นทั้งแรงบันดาลใจและแรงขับเคลื่อนสำคัญของโครงการนี้ ที่ทำให้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในความคิดตลอดสิบกว่าปีของฉันเริ่มสั่นคลอน ฉันขอชวนทุกคนมาเปลี่ยนความเข้าใจผิดเป็นความเข้าใจถูก และทำความรู้จักกับ ‘พอแล้วดี The Creator’ ไปพร้อมๆ กัน

(กฎข้อแรกขอให้ท่องไว้ในใจ ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ให้หยุด)

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

01

เข้าใจผิด

“เมื่อมีการพูดถึงรัชกาลที่ 9 กับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภาพแรกในใจของทุกคนคือการทำเกษตรผสมผสาน ต้องแบ่งที่ดินเป็น 3 ส่วน 4 ส่วน ต้องลุกขึ้นมาปลูกพืชหมุนเวียน มันกลายเป็นเรื่องการเกษตรไปเสียหมด สิ่งที่ทรงสอนคือ สอนให้เกษตรกรทำเกษตรได้อย่างยั่งยืน มีรายได้เพิ่มมากขึ้น แต่เราเป็นนักธุรกิจ ทำไม่ได้หรอก เราไม่ได้ปลูกข้าว เราไม่ได้ทำสวน นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ”

พี่หนุ่ยอธิบายความเข้าใจผิดของธุรกิจขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการ ตลอดจนคนทั่วไป ต่อปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ฉันเข้าใจมาตลอดว่าเศรษฐกิจพอเพียงต้องใช้กับการเกษตรเท่านั้น อาจเป็นเพราะคุณครูสอนพวกเรามาแบบนี้ สื่อนำเสนอความพอเพียงด้วยภาพการเกษตร เราท่องจำกันได้แม่น 3 ห่วง 2 เงื่อนไข แต่กลับไม่ได้นำไปใช้ในการดำรงชีวิต จนบางทีก็สงสัยว่าฉันคงต้องเป็นการเกษตรกรก่อนหรือเปล่านะ ถึงจะใช้เจ้า 3 ห่วง 2 เงื่อนไขได้

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

02

เข้าใจถูก

ถ้าใครเคยเข้าใจผิดเหมือนกันกับฉัน อนุญาตให้ยิ้มแก้เขินได้ คราวนี้เรามาทำความเข้าใจกันเสียใหม่ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกปัญหา แม้กระทั่งเรื่องของธุรกิจ

“ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นการคิดแบบเป็นระบบ เป็นกรอบที่จะช่วยให้ทุกชีวิตแก้ไขปัญหาได้อย่างสมดุล ก่อนจะแก้ปัญหา ถ้าเรารู้จักตนเอง เราก็จะรู้บริบทของปัญหา การรู้จักตนเอง ทำให้เราเข้าใจคำว่า ‘บริบท’ ว่าตัวเราประมาณไหน

“เวลาจะแก้ปัญหาต้องมีจุดยืนของการจะแก้ปัญหา เราเป็นใคร เรามีพื้นฐานชีวิต พื้นฐานทรัพยากร อย่างไร เวลาเราจะก้าวเข้าไปตัดสินปัญหา มันก็ต้องมีกระบวนการคิดที่เป็นเหตุเป็นผล มีการสร้างภูมิคุ้มกัน หมายถึงว่า เรามีความคิดที่จะบริหารความเสี่ยงหรือเปล่า

“เวลาจะทำอะไรก็ตามต้องมีเรื่องของความรู้ เพราะฉะนั้น ความรู้จะทำให้เราตัดสินทุกห่วงที่ผ่านมาว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ส่วนจริยธรรม คือการมีจริยธรรมเป็นจริยวัติ เป็นธรรม เป็นความดีงามให้แก่คนอื่น นำเอามาใช้ได้ในทุกชีวิต นำมาใช้ได้ในทุกขั้นตอนของระบบความคิด” พี่หนุ่ยชวนเราทำความเข้าใจกับ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขอย่างเป็นกันเอง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะว่านักธุรกิจชาย-หญิงไฟแรงจาก โครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ พิสูจน์ให้เห็นกับตา ลงมือทำกันด้วยใจ พวกเขาสามารถนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้กับธุรกิจได้จริง แถมยังยั่งยืนและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

03

พอแล้วดี

โครงการพอแล้วดี The Creator มีความตั้งใจจะนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผสานกับความคิดสร้างสรรค์ เติมเต็มความพอแล้วดีให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ เพื่อการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน และก่อให้เกิดความสำนึกรักบ้านเกิดทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย โดยก่อตั้งโครงการมาแล้วทั้งหมด 3 ปี ผลิต พอแล้วดี The Creator ไปแล้ว 45 คน (รุ่นละ 15 คน)

ในปีแรกของโครงการ พี่หนุ่ยเริ่มจากการออกแบบหลักสูตรโดยยึดหัวใจสำคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ห่วงแรก-รู้จักประมาณตนเอง ห่วงที่สอง-สอนให้นักธุรกิจมีเหตุมีผล ห่วงที่สาม-มีภูมิคุ้มกัน พร้อมรับมือกับความเสี่ยง แต่ทั้งสามห่วงมีเงื่อนไขว่าต้องใช้ความรู้และคุณธรรมประกอบเข้าด้วยกันจึงจะสมบูรณ์ โดยการเรียนการสอนมาจากกลุ่มคนใจดีรอบตัวที่อาสาสมัครด้วยใจมาแบ่งปันประสบการณ์ทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

“ถ้าทุกคนตกตะกอนและปลดล็อกตัวเองได้ ตั้งแต่การรู้จักตน-ประมาณตน ที่เหลือมันก็โฟลว เป๊าะ! (ดีดนิ้ว) พอเทรนเนอร์ให้อะไรปุ๊บ เขาก็สามารถนำไปปรับใช้ในด้านจริตชีวิต จริตธุรกิจ มันจะมีแก่นที่ชัดเจนขึ้น แต่จริงๆ แล้วการรู้จักตน ประมาณตน ในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มันมีส่วนประกอบให้เราได้ฉายไฟส่องตัวเองตลอดเวลาว่าเราสามารถที่จะลับคมธุรกิจของเราในมุมไหนได้บ้าง” พี่ลูกโป่งในฐานะ The Creator รุ่นแรก และทำหน้าที่เป็นพี่ใหญ่มาแล้วทุกรุ่น เสริมความให้ฉันเข้าใจ ฟังดูง่ายจนอยากกลับบ้านไปนั่งทำความรู้จักตนเองซะประเดี๋ยวนี้

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

04

คนต้องตา ธุรกิจต้องใจ

เมื่อออกแบบเสร็จ พี่หนุ่ยก็เริ่มหาแนวร่วม นั่นคือบรรดาพี่ๆ น้องๆ ที่เก่งกล้าสามารถให้มาช่วยกันเป็นเทรนเนอร์สำคัญในการมอบความรู้ ก่อนจะเริ่มมองหาคนมาเรียนที่ทำธุรกิจประเภทไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร การท่องเที่ยว เกษตรแปรรูป ฯลฯ ที่เห็นแล้วต้องบอกว่า ใช่เลย! แต่ก็ค่อนข้างยากทีเดียว นอกจากจะต้องเป็นนักธุรกิจตัวจริงเสียงจริง (ทำธุรกิจอย่างน้อย 1 ปีถ้วน) ต้องมีพื้นฐานความเชื่อเรื่องการแบ่งปันเป็นทุนเดิม

ฉันเริ่มสงสัย ทำไมธุรกิจน้อย-ใหญ่ถึงต้องมีพื้นฐานความเชื่อเรื่องการแบ่งปัน

การแบ่งปันสำหรับพวกเขาเป็นเรื่องยากขนาดนั้นเลยหรือ ฉันถาม

“นักธุรกิจทั่วไปอย่างผู้ประกอบการก็จะอยู่ในกระแสของสตาร์ทอัพเพื่อการรวยเร็วอย่างเดียว แล้วรู้สึกว่าทุกอย่างทำเพื่อตอบโจทย์ระยะสั้น ตอบอะไรที่เป็นเรื่องของวัตถุมากกว่าเรื่องของคุณค่า” พี่หนุ่ยตอบ

“ทุกคนก็มุ่งไปแต่เงิน ทุกคนมุ่งไปแต่กำไร คุณค่ามีตั้งหลายมุม คุณค่าทางสังคม คุณค่าทางธุรกิจ ถ้าเขารู้จักมองคุณค่าในระบบนิเวศชีวิตของเขา เขาก็จะเห็นว่าเขาสามารถแบ่งปันอะไรให้กับสังคมได้บ้าง” พี่ลูกโป่งเสริมให้ฉันเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

คุณสมบัตินักธุรกิจพอแล้วดียังมีต่อ คือต้องพร้อมที่จะนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนเอง และข้อสำคัญ (กาดอกจันไว้เลย) ต้องมีความสามารถในการเป็นต้นแบบ แล้วก็ถ่ายทอดบอกต่อแก่คนอื่นได้

“เราว่าคนสมัยใหม่ให้ความสนใจกับคำว่า ‘ไอดอล’ ถ้าเราสร้าง Opinion Leader สำหรับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้โครงการพอแล้วดี The Creator ก็น่าจะช่วยให้การส่งข่าวสาร การส่งต่อความคิด มันง่ายขึ้น เพราะแต่ละคนที่คัดลือกเข้ามา เรามั่นใจว่าพวกเขาต้องมีแฟนคลับอยู่แล้ว” พี่หนุ่ยขยายความ หลังจากออดิชันจนได้นักธุรกิจพร้อมที่จะพอแล้วดีจำนวน 15 คน จากนั้นแบ่งกลุ่ม ล้อมวงแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเทรนเนอร์แทบจะตัวต่อตัว ศึกษาเรียนรู้ตามบทเรียนวิชาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 101  

บุคคลหรือธุรกิจที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไม่ต้องแอบน้อยใจ ทางโครงการจัดถ่ายทอดสดการเรียนการสอนให้ดูกันแบบวินาทีต่อวินาที ดูสดพร้อมกันทั่วประเทศเหมือนนั่งเรียนท่ามกลางบรรยากาศจริง

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

05

พ.พัฒนา

หลังจากปิดภาคการศึกษา ทางโครงการจะจัดกิจกรรมพอแล้วดีสัญจร ชวนนักธุรกิจพอแล้วดีทั้งสามรุ่นร่วมหมุนเวียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แบ่งปันประสบการณ์การนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้กับธุรกิจให้กับผู้ประกอบการที่สนใจตามจังหวัดต่างๆ

นอกจากนั้น พวกเขายังเปลี่ยนความคิดจากธุรกิจคู่แข่ง เป็นเพื่อนคู่ค้า นักเรียนบางคนจับมือกันทำโปรเจกต์น่ารัก ต่อยอดสองธุรกิจร่วมกัน เช่น ฟาร์มลุงรีย์นำไส้เดือนไปกำจัดขยะให้กับโรงแรมศิวาเทล กรุงเทพ ทุกธุรกิจล้วนค้นพบจุดสมดุล ค้นพบความพอแล้วดี และอีกหนึ่งพอที่พวกเขาได้กลับไปอย่างแน่นอนคือ พ.พัฒนา ทั้งในแง่จิตใจของตนเอง และในแง่ธุรกิจ แต่แน่นอนว่า พี่หนุ่ยเอง พี่ลูกโป่งเอง หรือบรรดาเทรนเนอร์ใจดี ไม่สามารถวัดหน่วยของความสำเร็จเป็นตัวเลขพ่วงจุดทศนิยมได้

คนเราถ้ารู้สึกว่าเขาจะเติบโต บางคนเข้าใจอะไรแล้วเติบโตเร็วมากเลย แต่บางคนอาจจะมีความรู้สึกว่าเขาค่อยๆ ทำ แต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่พัฒนา แต่ว่าความเร็วในการพัฒนาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของแต่ละคน แต่เรามั่นใจว่าทุกคนที่ผ่านหลักสูตรนี้จะได้รับการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาทางด้านจิตใจ” ผู้เชี่ยวชาญการวางกลยุทธ์บอกกับฉันด้วยความเชื่อว่านักเรียนทั้งหมดจะได้รับการพัฒนาอย่างแน่นอน

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

06

ขาดทุนคือกำไร

“เรามีเป้าหมายว่าต้องการจะทำให้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นที่รู้จัก มันเป็นแก่นที่เหนี่ยวนำให้เราได้ทำงานโดยมองข้ามอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น การทำโครงการนี้ก็เหมือนกับเราเข้าคอร์สเหมือนกันนะ ได้เรียนรู้ตัวเอง ได้รู้จักประมาณตนเอง ควรนำอะไรออก หรือเอาอะไรเข้า เรามีความสุขใจทุกครั้ง” พี่ลูกโป่งบอกกับเราด้วยท่าทางสุขใจ และเราเชื่อโดยสัตย์จริงเลยว่าเป็นความสุขใจที่ระเบิดออกมาจากข้างใน

  “เรารู้สึกว่าเราดำรงอยู่อย่างคนที่มีค่ามากขึ้น รู้สึกว่าไม่เสียชาติเกิด สิ่งที่เราทำอยู่มันตอบศาสตร์พระราชา ตอบสิ่งที่รัชกาลที่ 9 ท่านทรงสอนไว้ข้อหนึ่งคือ ‘ขาดทุนคือกำไร’ เราได้กัลยาณมิตร ได้เรื่องของความสัมพันธ์ ความเชื่อใจ เรื่องของโอกาสที่เราเป็นสะพานให้เขาลุกขึ้นมาสร้างตัวเขาเอง มันเป็นคุณค่าที่มากกว่ามูลค่าเยอะ ความจริงแค่ได้ทำโครงการนี้ก็ถือเป็นบุญแล้วนะ” พี่หนุ่ยเล่าถึงกำไรที่เธอได้รับอย่างภูมิใจ

ในขณะที่หนุ่ม-สาวนักธุรกิจได้รับความรู้ ตลอดจนความเข้าใจในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนได้อย่างยั่งยืน ในทางกลับกัน พี่หนุ่ย พี่ลูกโป่ง และพี่ๆ เทรนเนอร์ทุกคนก็ได้รับคุณค่าและความสุขเป็นค่าตอบแทน

เมื่อคำว่า ‘พอ’ ไม่ได้แปลว่า ‘หยุด’ ความรู้สึกใหม่ของการทำธุรกิจที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยตาและลงมือทำด้วยใจ

    หลังจากนี้เราจะกลับมาพบกับทุกคนอีกครั้งในเช้าวันจันทร์ เพื่อยกขบวนชวนธุรกิจในโครงการพอแล้วดี 15 กิจการ 3 รุ่น มาเล่าประสบการณ์จริง จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้กับธุรกิจได้อย่างยอดเยี่ยมและยั่งยืน

www.porlaewdeethecreator.com
ขอขอบคุณสถานที่
ร้าน Chubby Papaya (มะละกออวบ) 
97 ถนนนครสวรรค์ แขวงวัดโสมนัส
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
Facebook | Chubby Papaya
IG | Chubbypapaya_bkk

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

สวนพืชผักสมุนไพรลอยฟ้า ฟาร์มหนอนแมลงวันลายที่เลี้ยงด้วยเศษอาหาร อาหารเช้าจากไข่ไก่ออร์แกนิก และพนักงานที่สนิทกันราวครอบครัว

ทั้งหมดนี้ซ่อนอยู่ในโรงแรมสูงเสียดฟ้าใจกลางเมืองที่หรูหราระดับ 5 ดาว รับประกันด้วยคะแนน 8.9 บน Booking.com และรางวัล Certificate of Excellence จาก Tripadvisor แถมยังเป็นโรงแรมที่ Agoda ภูมิใจแนะนำอีกด้วย

นี่คือความ (ไม่) ลับทางธุรกิจที่เราได้เรียนรู้จากการคุยกับ หนิง-อลิสรา ศิวยาธร ทายาทรุ่นที่ 3 ของโรงแรม Sivatel ธุรกิจซึ่งเริ่มต้นจากที่ดินเปล่าๆ ที่ปู่ของเธอซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ 50 กว่าปีที่แล้ว ก่อนนำมาใช้สร้างอพาร์ตเมนต์ 8 ชั้น แล้วเปลี่ยนมาเป็นโรงแรม Holiday Mansion และเมื่อวันเวลาผ่านไป เพลินจิตกลายเป็นย่านหรูกลางเมือง คุณปู่ผู้เล็งเห็นถึงการปรับตัวตามกระแสโลกจึงตัดสินใจสร้างโรงแรมสูงกว่า 30 ชั้นขึ้นแทน

โรงแรม Sivatel

หนิงเป็นคนชอบงานบริหาร แม้ไม่เคยทำธุรกิจโรงแรมมาก่อน แต่ด้วยความผูกพันกับสถานที่ซึ่งเลี้ยงดูเธอให้เติบโต และความสนใจในโจทย์ใหม่น่าแก้ เธอจึงสืบต่องานดูแลโรงแรมมาโดยปริยาย

เมื่อได้นั่งแท่นบริหาร เธอพบว่าโรงแรมเดินทางมาถึงจังหวะที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันยุคสมัยขึ้น หนิงศึกษาวิธีทำธุรกิจผ่านคอร์สจำนวนหนึ่ง และได้แนวคิดในการรีแบรนดิ้งมามากมาย แต่ยังไม่มีคอร์สใดที่ตอบโจทย์ปัญหาซึ่งเธอต้องการได้ นำมาสู่การเข้าร่วมรุ่นที่ 3 ของโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอทบทวนตัวตนของ Sivatel ผ่านวิชาแห่งความพอเพียง

โรงแรมขนาดใหญ่ที่มั่นคงแล้วเช่นนี้ จะยังได้ประโยชน์อะไรจากการนำหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ไปค้นหาคำตอบพร้อมกัน

โรงแรม Sivatel

01

โรงแรมที่ตั้งมั่นอยู่บนคุณธรรม

โรงแรมที่ดีต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง คำตอบของคนส่วนใหญ่อาจอยู่ที่ความหรูหรา ความสะดวกสบาย บริการที่ดีเลิศ

แต่หนิงอยากให้ Sivatel ไปไกลกว่านั้น

โรงแรม Sivatel

ต่อให้เธอทำธุรกิจจนเกิดกำไรงอกงามก็อาจไม่มีความหมาย หากโรงแรมไม่ได้ปลูกจิตสำนึกที่ดีให้ผู้มาเข้าพักด้วย โดยเฉพาะเรื่องสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบครัวของเธอใส่ใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หลักฐานคือรางวัล Green Leaf Certification ในปี 2014 และรางวัล Bangkok Clean and Green Certification ในปี 2015 ใส่กรอบวางเรียงรายอยู่ในล็อบบี้

เมื่อมาถึงรุ่นหนิง เธออยากสานต่อเจตนารมณ์ด้านนี้ไปให้มากกว่าแค่การทำให้ได้ตามมาตรฐาน ความหวังของเธอคือการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบจริงเป็นรูปธรรม และเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความใส่ใจสิ่งแวดล้อมลงในจิตใจของทุกคนในโรงแรมด้วย

โจทย์ที่เธอมองว่าสำคัญกว่าเรื่องอื่นใดคือ เรื่องขยะ ไม่ว่าโรงแรมน้อยใหญ่เพียงใดก็ต้องเผชิญขยะปริมาณมากอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ความรับผิดชอบของโรงแรมต่อสังคม จึงควรเป็นการจัดการกับขยะเหล่านี้ให้สร้างผลเสียแก่สังคมน้อยที่สุด “เดือนหนึ่งๆ โรงแรมเราผลิตขยะ 12,000 กิโลกรัม เราคาดหวังว่าจะลดให้ได้จนถึงวันที่ไม่ผลิตขยะอะไรออกมาเลย” หนิงบอกปณิธานให้เราฟัง

การเปลี่ยนแปลงในสเกลใหญ่ขนาดนี้เป็นเรื่องยากแน่นอน แต่ทำได้ด้วยความช่วยเหลือของหลักคิดเศรษฐกิจพอเพียง

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

02

พอประมาณได้ด้วยการรู้จักตน

สิ่งสำคัญที่สุดซึ่งหนิงตกตะกอนจากการเข้าร่วมโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ หลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการกิจการสร้างสรรค์ที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม คือการกลับมาสำรวจธุรกิจเพื่อค้นหาว่าตัวตนของโรงแรมแห่งนี้คืออะไร

การตั้งคำถาม ก่อกำเนิดคำว่า Sustainable Boutique Hotel หมายถึงโรงแรมขนาดอบอุ่นที่ใส่ใจความยั่งยืน

คำเหล่านี้มีที่มาจากการประมาณตนได้ชัดเจน หนิงมองเห็นว่าด้านหนึ่ง ธุรกิจโรงแรมที่สร้างขยะจำนวนมากต้องปรับให้เข้ากับรากความรักธรรมชาติของตระกูลศิวยาธร และในอีกด้าน โรงแรมแห่งนี้เล็กพอที่จะใช้วิธีการจัดการขยะแบบชาวบ้านๆ ได้

“เราตั้งใจจะทำให้โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมแห่งความสุขอย่างสมดุลและการแบ่งปันอย่างยั่งยืน จากตัวพนักงานไปถึงลูกค้าที่มาพัก ไม่เป็นแค่ความสุขของตัวเองแต่เป็นความสุขที่เกิดจากการมีส่วนช่วยเหลือสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม” หนิงอธิบาย

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

การรู้ตัวอีกอย่างคือ การรู้ว่าโรงแรมเป็นสถานที่ที่นอกจากคนมานอนแล้ว คนมักมาเพื่อกิน ผู้เข้าพักมักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องอาหาร ลูกค้าชาวต่างชาติหลายคนกินไข่กันคนละเป็นสิบฟอง และตั้งหน้าตั้งตารอคอยบุฟเฟต์ยามเช้ากันด้วยความตื่นเต้น

เมื่อมองอีกแง่หนึ่ง ในกองขยะที่โรงแรมผลิตทั้งหมด เป็นขยะเศษอาหาร (Food Waste) ไปแล้วประมาณ 30 – 40 กิโลกรัมต่อวัน หนิงจึงตั้งเป้าว่าจะแก้ปัญหานี้ เพื่อช่วยทำให้ตัวตนของ Sivatel แจ่มชัดขึ้น

03

เลือกวัตถุดิบอย่างมีเหตุผล

เมื่อรู้จักตนเองแล้ว มาถึงคำถามต่อไปว่า แล้วจะใช้เหตุผลวางแผนให้ตอบแก่นของโรงแรมอย่างไร

สิ่งที่หนิงใช้สื่อสารคือการคัดเลือกวัตถุดิบประกอบอาหาร เธอเสาะหาเกษตรกรท้องถิ่นที่น่าสนับสนุน และสั่งวัตถุดิบจากพวกเขามาใช้ ตั้งแต่ไข่ออร์แกนิกจากสองฟาร์มไก่ คือ CMK Farm ที่ลพบุรี และแทนคุณ ออร์แกนิคฟาร์ม ที่นครปฐม เมล็ดกาแฟจากอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ข้าวจากเกษตรกรที่สุรินทร์ ผลิตภัณฑ์นมเนยจากฟาร์มแดรี่โฮม และผักผลไม้อีกมากมายจากไร่รื่นรมย์ หนึ่งในสมาชิกพอแล้วดี ที่ปลูกฟักทองรสหวาน ผักเคลคุณภาพ และมะเขือเทศที่อร่อยเกินห้ามใจ

โรงแรม Sivatel

“ตอนแรกเราคิดเรื่องใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่ พี่หนุ่ย-ดร.ศิริกุล เลากัยกุล (ผู้ก่อตั้งและเทรนเนอร์โครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’) บอกให้มองมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่ใช้ฟาร์มเหล่านี้เป็น Supplier เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองไปถึงว่าโรงแรมช่วยสนับสนุนพวกเขาในด้านอื่นใดได้อีกบ้าง และช่วยทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นได้อย่างไร เช่น การช่วยพัฒนาฟาร์ม ให้ความรู้ หรือให้วัตถุดิบอื่นกลับคืน” หนิงทวนวิชาพอเพียงให้เราฟัง

ตัวอย่างการร่วมมือกับฟาร์ม เช่นการเลือกนำขยะเศษอาหารมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย หนอนเหล่านี้อาจดูผิดที่ผิดทางเมื่ออยู่ในโรงแรม แต่กลับมีคุณค่าเมื่อเธอส่งกลับไปให้ฟาร์มไก่ เพราะหนอนน้อยกลายเป็นโปรตีนชั้นดีให้ไก่กิน ทำให้วงจรอาหารของโรงแรมครบสมบูรณ์

นอกจากนั้น หนิงยังทำสวนเล็กๆ ของตัวเองบนชั้น 28 ของโรงแรม ในสวนมีพืชผักนานาชนิด ตั้งแต่ต้นหม่อนที่มีผลให้เด็ดกินได้เลย ต้นโหระพาสำหรับใช้ทำซอสเพสโต ต้นไชยาที่น่านำใบไปหมักซีอิ๊ว และต้นมินต์ที่ส่งกลิ่นหอมจนอยากนำมาทำชา เพราะรู้ตัวว่าเป็นโรงแรมเล็ก หนิงจึงมั่นใจว่าสวนขนาดย่อมที่ระเบียงตึกจะออกผลผลิตเพียงพอให้ทั้งผู้ใช้บริการและพนักงานอย่างทั่วถึงได้

โรงแรม Sivatel

04

รากฐานครอบครัวดี ช่วยให้มีภูมิคุ้มกัน

Sivatel ไม่ใช่ชื่อเรียกของที่พัก แต่เป็นชื่อการรวมตัวกันของคน 161 คน

วันที่เธอได้เรียนรู้วิชาพอแล้วดี ทำให้หนิงได้หยุดคิด แล้วกลับมาถามพนักงานทุกคนว่า ‘อะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขเมื่อมาอยู่ที่นี่’ ซึ่งคำตอบจากทุกคนนั้นสรุปได้ด้วยคำคำเดียวว่า ‘ครอบครัว’

ไม่ใช่เพราะเป็นธุรกิจที่บริหารจัดการกันในตระกูลผู้ก่อตั้ง แต่ครอบครัวในที่นี้ครอบคลุมไปถึงพนักงานในตำแหน่งต่างๆ ทั้งพนักงานฝ่ายต้อนรับ ฝ่ายจัดซื้อ คนครัวทั้งหมด หรือแม้แต่พนักงานเปิดประตู ซึ่งพวกเขาเหล่านี้อยู่กับโรงแรมมานาน ใช้ชีวิตอยู่ที่โรงแรมมากกว่าที่บ้านเสียอีก นั่นทำให้พวกเขาสนิทสนมและห่วงใยกันราวคนในครอบครัว

โรงแรม Sivatel

โรงแรม Sivatel

เมื่อเป็นเช่นนั้น หนิงจึงยกความสุขของครอบครัวใหญ่นี้เป็นสำคัญ เป็นที่มาของโครงการ Happy Workplace โมเดลหลักสำหรับขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรของโรงแรม ที่ให้พนักงานมาร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ใส่บาตรร่วมกันทุกเดือน จัดปาร์ตี้วันเกิดและทริปด้วยกัน ส่วนกิจกรรมยอดฮิตคือ การทำธนาคารขยะที่เปิดให้พนักงานทุกคนนำขยะจากบ้านมาขาย และให้ความรู้เรื่องการแยกขยะเพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นการช่วยปลูกฝังพนักงานให้เกิดจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมไปในตัว สอดคล้องกับแก่นหลักของโรงแรมพอดีเป๊ะ

ภาพที่ออกมาจึงเป็นภาพผู้บริหารระดับสูงทักพนักงานทุกคนในโรงแรมด้วยชื่อเล่น และบอกได้หมดว่าใครเป็นใคร มาจากไหน เหมือนญาติพี่น้องจริงๆ เลย

“แต่ก่อนมีผู้มาสมัครงานเพื่อใช้โรงแรมนี้เป็นทางผ่านเพื่อหาประสบการณ์ก่อนไปทำงานโรงแรมซึ่งใหญ่กว่า ตอนนี้กลายเป็นว่าหลายคนยื่นใบสมัครมาด้วยเหตุผลว่าเห็นคนที่อยู่ที่นี่มีความสุข แล้วอยากมีความสุขแบบนั้นบ้าง” หนิงบอก

เพราะเหตุนี้ Sivatel จึงมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งพร้อมจะประคองในยามที่หนิงล้ม ไม่ให้เธอต้องเดียวดาย

05

รู้เรื่อง รู้ใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้

ต้องใช้แรงมากมายแค่ไหนในการรีแบรนด์โรงแรมขนาดใหญ่เช่นนี้ เราถาม หนิงตอบว่าไม่ยาก ในเมื่อผู้นำมองเห็นทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด

หน้าที่ของหนิงจึงเป็นการไปศึกษาเรียนรู้จนเข้าใจถึงความเชื่อมโยงนั้น เธอต้องเข้าใจหน้าที่ของแต่ละภาคส่วนในโรงแรมอย่างดี เข้าใจว่าปัญหาของพวกเขา และเข้าใจว่าจะโน้มน้าวพวกเขาได้อย่างไร รวมถึงเข้าใจในแผนใหม่ที่ต้องการเสนอ เพื่อให้ยามที่เสนอมาแล้ว ทุกฝ่ายจะพยักหน้าตกลงกับเธอ

ไม่ใช่เรื่องง่าย หนิงต้องทุ่มเททั้งเวลาและประสบการณ์ เพื่อชวนให้คน 161 คนหันไปในทิศทางเดียวกัน แต่เธอก็ทำจนได้

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

ความรู้เหล่านี้ปรากฏเห็นเป็นผลชัดในเรื่องการเปลี่ยนวัตถุดิบอาหาร การโน้มน้าวใจให้ทั้งโรงแรมเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์ทั่วไปมาเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่แพงกว่าอาจฟังดูยาก หนิงทำได้โดยการพาทุกคนไปเห็นพร้อมกัน เช่นการยกทั้งโรงแรมไปดูไร่รื่นรมย์ด้วยกัน ให้ฝ่ายครัวประทับใจในรสชาติจนอยากใช้วัตถุดิบเหล่านั้น และให้ฝ่ายจัดซื้อเข้าใจสาเหตุที่ราคาวัตถุดิบต้องสูงขึ้น ส่วนฝ่ายขายก็มีความรู้ที่ถูกต้องไปนำเสนอต่อได้ หนิงทำเช่นนี้กับทุกฟาร์มที่ Sivatel จะร่วมธุรกิจด้วย นี่เองคือ ‘ความเชื่อมโยง’ ที่เธอพูดถึง

เมื่อมีความรู้มาใช้ประกอบการเปลี่ยนแปลง ขนาดที่ใหญ่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป

“แต่ก่อนเราก็เหมือนโรงแรมอื่นๆ คือฝ่ายจัดซื้อมีหน้าที่แค่ซื้อของ เขาก็จะเห็นแต่ราคาและไปติดที่คำว่าแพง แต่พอเราชี้ให้เขาเห็นครบทั้งกระบวนการ ว่าถึงตัวเลขจะดูแพง แต่เมื่อคำนึงเรื่องอายุการจัดเก็บที่ยาวนานขึ้น ทำให้มีขยะเหลือจากการตัดแต่งวัตถุดิบน้อยลง ต้นทุนมันถูกลงนะ คุณภาพของที่ได้มามันมีเหตุผลในตัวมัน เขาก็จะเข้าใจไปด้วย” เธออธิบาย

06

ความพอดีที่ยั่งยืน

ความพอของ Sivatel คืออะไร สำหรับหนิงน่าจะไม่ใช่การผลิตกำไรล้นฟ้า แต่เป็นการทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมมีความสุขมากกว่า

“ต่อให้โรงแรมทำเงินได้มากกว่านี้ 10 ล้าน 20 ล้าน แต่ทุกคนในครอบครัวยังกินข้าวเท่าเดิม ยังซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อเดิม เราไม่ได้รู้สึกว่ามันทำให้เรามีมากขึ้นสักเท่าไร

“แต่ในอีกแง่หนึ่ง ยอดขายคือความเป็นอยู่ของทุกคนในโรงแรม กำไรที่ได้จะกลายไปเป็นโบนัสตอนสิ้นปี เป็นความสามารถในการขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน เราเลยบริหารโดยถือความรับผิดชอบต่อพนักงานและความสุขของพนักงานเป็นหลัก ว่าการเลือกอยู่กับเราต้องทำให้ชีวิตเขามั่นคง และเติบโตไปได้พร้อมโรงแรม” หนิงกล่าวถึงการหาจุดพอเพียง

ในด้านตัวเลข สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจน คือปริมาณขยะที่เคยมีกว่า 12,000 กิโลกรัมต่อเดือน ตอนนี้ Sivatel ลดปริมาณลงมาได้ถึง 6,500 กิโลกรัมต่อเดือนแล้ว แน่นอนว่าหนทางยังยาวไกลกว่าจะไปถึงจุดที่ไม่มีขยะเหลือทิ้ง แต่ก็นับว่าเข็มทิศความพอเพียงช่วยชี้ธุรกิจให้เดินมาถูกทาง

ธุรกิจที่ทำให้เจ้าของได้สนุก พนักงานมีความสุข และสร้างคุณค่าให้โลกได้ จึงกลายเป็นธุรกิจที่มีคุณค่าซึ่งวัดไม่ได้ด้วยเม็ดเงิน นี่คือสาเหตุที่ทำไมธุรกิจใหญ่ขนาดนี้แล้วยังต้องหาความพอเพียง

โรงแรม Sivatel โรงแรม Sivatel

Sivatel Hotel Bangkok

ประเภท : ธุรกิจโรงแรม
ที่ตั้ง : 53 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
เจ้าของกิจการ : อลิสรา ศิวยาธร
Website : www.sivatelbangkok.com

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load